Mag-log inอู่ซิ่วเองก็เพิ่งจะรู้เรื่อง เขาต่อว่าบิดาเสียยกใหญ่ ทั้งยังกอดปลอบน้องสาวที่ดูจะเสียใจจนเสียสติไปแล้วเอาไว้ด้วย
“จูจู เจ้าร่ำลาครอบครัวเสร็จแล้วหรือไม่ ท่านอ๋องส่งคนมาตามเจ้าแล้ว”
เฟยจูปาดน้ำตาทิ้งอย่างไม่ไยดี ในเมื่อนางหนีเรื่องเลวร้ายไม่พ้นแล้ว ต่อให้โวยวายก็ไม่เกิดประโยชน์ใดอีก
“ป้าเมี่ยว ข้าขอเวลาสักครู่เถิด มีอีกสองสามประโยคที่ข้าจะพูดกับครอบครัว” นางสงบเยือกเย็นขึ้นอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นว่าอยู่ตามลำพังแล้ว สภาพของครอบครัวใหม่ของนางในยามนี้ก็คงไม่อาจช่วยเหลือสิ่งใดได้ จะโทษพวกเขาไปทั้งหมดก็ไม่ถูก ใครให้ครอบครัวคนจีนไม่ว่าจะยุคสมัยไหนเห็นบุตรชายดีกว่าบุตรสาวเล่า
นางเรียกโสมพันปีในมิติของเทพแห่งการสร้างออกมามอบให้พวกเขา ถือว่าเป็นค่าร่างอู่เฟยจูที่ให้นางมาอาศัยอยู่
“พวกท่านเก็บเอาไว้ให้ดี นำไปขาย เงินที่ได้ พวกท่านนำไปตั้งตัว ส่งพี่ชายไปเรียนที่สำนักศึกษา เพื่อที่ต่อไปจะได้ไม่มีผู้ใดหลอกพวกท่านได้อีก”
ทั้งสามเบิกตากว้างจ้องมองโสมหัวใหญ่อย่างตื่นตกใจ
“อย่าได้พูดสิ่งใดออกมา” นางเตือนเมื่อเห็นพวกเขากำลังอ้าปากจะพูด “รู้ไว้ว่าข้ามิได้ขโมยมา พวกท่านไม่ต้องกลัวว่าจะนำออกไปไม่ได้ เพียงอย่าทำตัวให้ผู้อื่นสงสัยก็พอ พี่ชาย ท่านเชื่อคำข้า เข้าเรียนในสำนักศึกษาเสีย พวกท่านไม่ต้องห่วงข้า หากย้ายไปอยู่ที่อื่นก็ไปได้เลย ข้าอยู่ในตำหนักอ๋องมิได้ลำบากอันใด”
“จูจู” ไห่ซื่อร้องออกมาอย่างปวดใจ หากรู้ว่าบุตรสาวมีโสมหัวใหญ่อยู่กับตัวเช่นนี้ จะกล้าให้สามีทำเรื่องขายขาดนางได้อย่างไร
อู่เถียนก็มีความคิดไม่ต่างจากภรรยา อย่างไรเฟยจูก็เป็นบุตรสาวที่เลี้ยงดูมาถึงสิบสามปี
“ไม่ต้องพูดสิ่งใดแล้วเจ้าค่ะ ท่านอ๋องเรียกหาข้าแล้ว หากข้าทำงานดี ท่านอ๋องอาจจะให้ออกไปเที่ยวหาพวกท่านก็ได้” นางยิ้มให้พวกเขาเล็กน้อย
“ข้าต้องหาหนทางช่วยเจ้าออกไปให้ได้” อู่ซิ่วมองน้องสาวด้วยดวงตาที่เอ่อคลอไปด้วยน้ำ
“ข้าจะรอเจ้าค่ะ” เขาพยักหน้าอย่างแข็งขัน หยิบโสมในมือของเฟยจูมายัดเข้ากับอกเสื้อ
อู่ซิ่วตั้งมั่นในใจแล้ว เขาจะต้องเข้าเรียนเพื่อเข้าสอบให้ได้ วันหนึ่งจะได้ไถ่ตัวน้องสาวมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง
เฟยจูร่ำลาเพียงเขาอีกเพียงไม่กี่ประโยค นางเดินออกไปจากห้องด้วยรู้ดีว่าอาสือต้องรออยู่ด้านนอกเป็นแน่ ไม่ต่างจากที่นางคิดเอาไว้ อาสือมารอรับนางตามคำสั่งของหลี่หมิงฮวน เขาเองก็ไม่เข้าใจผู้เป็นนายเช่นกัน เหตุใดถึงไม่ยอมปล่อยให้สาวใช้เช่นเฟยจูพ้นจากสายตานาน
“ท่านองครักษ์สือ ท่านจำสิ่งที่พนันกับข้าไว้ได้หรือไม่ ข้ามีหนึ่งเรื่องที่อยากให้ท่านช่วยข้า”
“เจ้าว่ามาเถิด” อาสือได้ยินสิ่งที่เฟยจูเอ่ยพูดกับครอบครัวทั้งหมดแล้ว แม้จะแปลกใจที่นางหาโสมหัวใหญ่มาได้เช่นใด แต่รู้ดีว่านางไม่มีทางขโมยมาจากคลังเก็บของแน่ ตั้งแต่นางฟื้นขึ้นมาก็ยังไม่เคยเหยียบย่างไปทางห้องสมบัติเลย
“ข้ารู้ว่าท่านคงได้ยินทั้งหมดแล้ว ท่านช่วยพาครอบครัวข้าไปหาร้านสมุนไพรที่ไว้ใจได้ พาพวกเขาไปฝากเงินและส่งพวกเขากลับเรือน ข้าหวังว่าท่านจะช่วยเหลือข้าเจ้าค่ะ”
“เจ้าไม่ต้องห่วง ท่านอ๋องสั่งให้ข้าส่งครอบครัวเจ้าให้ถึงหมู่บ้านอยู่แล้ว แต่เจ้าไม่คิดจะบอกข้าหน่อยหรือว่าได้โสมมาจากที่ใด”
“ความลับเจ้าค่ะ เอาไว้...ข้าเชื่อใจท่านมากพอแล้วจะบอกท่านเอง” นางเขยิบตาให้เขาอย่างซุกซน ด้วยเห็นว่าหลายครั้งที่อาสือเอ่ยเตือนนางอย่างจริงใจ แต่สุดท้ายเขาก็ยังเป็นคนของหลี่หมิงฮวนอยู่ดี นางจะเชื่อใจเขาได้มากเพียงใด ไม่แน่ว่าเรื่องทั้งหมดที่เขาได้ยินก็คงต้องบอกหลี่หมิงฮวนอยู่ดี
เฟยจูเดินตามไปส่งครอบครัวของนางถึงหน้าประตูตำหนัก นางเน้นย้ำให้พวกเขาหาซื้อที่ดินเอาไว้ให้นางสักสองร้อยหมู่ (1หมู่=666ตารางเมตร) นางจะเอาไว้ปลูกข้าว แต่เมล็ดข้าวที่ใช้ปลูกนางจะนำออกไปให้เองในภายหลัง หากขอหลี่หมิงฮวนออกไปได้นะ ก่อนจะกลับไปหาหลี่หมิงฮวนที่นั่งรอนางอยู่ภายในห้องโถง
“ท่านอ๋อง เรียกหาบ่าวหรือเพคะ”
“หึ ได้ความเช่นใดเล่า หนังสือขายตัวของเจ้าเป็นของจริงหรือไม่” หากเขาไม่เอ่ยออกมายังดีเสียกว่า พอเอ่ยออกมาเฟยจูก็นึกโมโหขึ้นมาทันที
“บ่าวไม่รู้ความ นับเป็นความเมตตาจากท่านอ๋องแล้ว ที่ต้องการให้บ่าวอยู่รับใช้ในตำหนักต่อไป” นางก้มหน้าลงซ่อนความไม่พอใจในแววตา
“ยังพอจะสั่งสอนได้ ต่อไปเจ้าอย่าได้ห่างจากสายตาของข้าอีกเด็ดขาด” เขาไม่เชื่อใจนางอีกแล้ว หากปล่อยให้นางคาดสายตาไม่รู้ว่านางจะทำให้ตนเองบาดเจ็บหรือหาเรื่องเสียใจอะไรอีก พลอยให้เขาต้องเจ็บตัวไปด้วย
“เพคะ”
หลี่หมิงฮวนสั่งความเสร็จก็ลุกขึ้นเพื่อไปห้องตำรา ยังมีงานที่ทิ้งเอาไว้ไม่ได้ทำอีกหลายงาน หากไม่ติดที่ต้องตามหาเฟยจูทุกสิ่งคงเรียบร้อยไปแล้ว
แต่เขาไม่คิดว่านางจะเดินตามก้นเขา เรียกได้ว่าแทบจะติดตัวเขาเลย
“เปิ่นหวางสั่งให้เจ้าตามไปด้วยหรือ” เขาเลิกคิ้วมองนางอย่างไม่พอใจ
“มิใช่ว่า ท่านอ๋องต้องการให้บ่าวอยู่ในสายตาตลอดหรือเพคะ”
“เหอะ ไสหัวกลับไปอยู่ในเรือนพัก หากมิได้เรียกหาอย่าได้เสนอหน้ามา” เขาตวาดนางเสียงดังก่อนจะเร่งฝีเท้าไปอย่างมีโทสะ
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อใดที่เขามักจะควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้ หรือตั้งแต่ที่ได้ยินนางตำหนิเขาต่อหน้าบ่าวไพร่ หรือเป็นเพราะตัวนางเจ็บตัวแล้วเขาเจ็บตัวตามไปด้วย
เฟยจูได้แต่มองตามแผ่นหลังของเขาตาปริบๆ องครักษ์ที่ติดตามหลี่หมิงฮวนถอนหายใจมองความโง่เขลาของนาง ก่อนที่หนึ่งในนั้นจะเอ่ยขึ้นอย่างเห็นใจ
“เจ้าก็มิได้ดูโง่เขลาถึงเพียงนั้น เหตุใดถึงได้หาเรื่องเจ็บตัวอยู่เรื่อย เชื่อข้าอย่าได้กวนโทสะของท่านอ๋องจะดีกว่า เจ้าอาจจะไม่ได้โชคดีบ่อยครั้งนัก” นับว่านางเป็นคนแรกเลยก็ว่าได้ที่ด่าหลี่หมิงฮวนแล้วยังมีชีวิตรอดอยู่
องครักษ์และบ่าวไพร่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด ท่านอ๋องถึงได้ปล่อยให้เฟยจูรอดมาจนถึงตอนนี้ แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จะบอกว่าพึงใจจะรับนางเป็นสาวใช้ห้องข้าง แต่ดูจากสภาพนางแล้ว ไม่น่าจะเข้าตาเทพสังหารผู้นี้ได้ แต่ความเมตตาที่เฟยจูได้รับก็ยังไม่มีผู้ใดเคยได้มาก่อน นางจึงกลายเป็นที่สนใจของบ่าวไพร่ที่ต้องการจะหาลู่ทางขึ้นต่ำแห่งสูง จึงเริ่มมีคนมาพูดคุยและทำดีกับนาง
เฟยจูกลับเข้าไปอยู่ในเรือนพักอย่างว่าง่าย นางถามพ่อบ้านเถาแล้วว่านางต้องทำงานตำแหน่งใด เขาเองยังไม่รู้เช่นกัน จึงให้นางรอรับคำสั่งจากท่านอ๋องโดยตรง ตอนนี้นางจึงวางและเริ่มสำรวจเรือนพักของหลี่หมิงฮวนแทน
นางเดินสำรวจเรือนพัก จึงได้พบว่า ไม่มีสาวใช้สักคนเดียว มีเพียงบ่าวชายที่กำลังก้มหน้าทำงานกันอย่างแข็งขัน และองครักษ์ที่ยืนอยู่แทบจะทุกจุด พอองครักษ์เห็นสาวใช้เดินเพ่นพ่านในเรือนพักที่เป็นเขตหวงห้าม ก็รีบเดินเข้ามาขวางทางเอาไว้ทันที
“เจ้าเข้ามาได้อย่างไร รีบออกไปก่อนที่ท่านอ๋องจะเสด็จกลับมาดีกว่า” สายตาของเขาแข็งกร้าวเพื่อขู่ขวัญนาง
“เหตุใดข้าถึงจะเข้ามาไม่ได้ ในเมื่อท่านอ๋องให้ข้าเข้ามา”
“เหอะ หากมีรับสั่งเหตุใดข้าจะไม่รู้ ทางที่ดีเจ้ารีบออกไปเสียดีกว่า”
เขาผลักนางล้มไปกองอยู่กับพื้นโดยที่เฟยจูไม่ทันตั้งตัว “โอ๊ยยย เจ้าผลักข้าทำไม ข้าบอกไปแล้วว่าท่านอ๋องอนุญาตให้ข้าเข้ามาในเรือนพัก”
“ผู้ใดจะเชื่อเจ้ากัน” องครักษ์ดึงแขนเฟยจูอย่างแรง เพื่อลากนางไปโยนทิ้งที่หน้าเรือน
หลี่หมิงฮวนเองเหมือนเพิ่งจะนึกขึ้นมาได้ ว่าเขาเคยพูดเช่นนี้เอาไว้จริงๆ อดจะภูมิใจไม่ได้ที่บุตรของตนยังไม่ทันออกมาก็เชื่อฟังเสียแล้ว มัวแต่ฝันหวานเรื่องของบุตรอยู่ ก็ต้องสะดุ้งตกใจ เมื่อได้ยินเสียงร้องของเฟยจูก็ดัง“ท่านอ๋อง!!! อย่าพ่ะย่ะค่ะ” พ่อบ้านเถาดึงรั้งตัวหลี่หมิงฮวนเอาไว้ เมื่อหลี่หมิงฮวนจะพุ่งตัวเข้าไปในห้องคลอดหมอตำแยทั้งสามได้รู้ฐานะของหลี่หมิงฮวนก็ตกใจจนมือไม้สั่นไปหมด จนหมอหลวงต้องตวาดเรียกสติพวกนางกลับมา“หากพระชายากับเด็กในท้องเป็นอันใดขึ้นมา ชีวิตของพวกเจ้าก็ต้องทิ้งเอาไว้ที่นี่ด้วย” หมอตำแยทั้งสามถึงได้มีสติรีบช่วยเฟยจูเบ่งทันทีหมอหลวงตรวจอาการให้เฟยจู ทั้งจัดยาเร่งคลอดให้นางก็รีบออกมา พอดื่มยาเร่งคลอด เสียงร้องของนางยิ่งดังขึ้นมากกว่าเดิม“เจ้าออกมาทำไม เหตุใดไม่อยู่กับนางข้างใน” หลี่หมิงฮวนดึงคอเสื้อของหมอหลวง“ท่านอ๋อง กระหม่อมเป็นบุรุษ จะอยู่ได้อย่างไรเล่าพ่ะย่ะค่ะ”หลี่หมิงฮวนดูเหมือนจะได้สติกลับมา เขาจึงได้ปล่อยคอเสื้อของหมอหลวงออก อาซานที่เห็นหลี่หมิงฮวนคุมควบอารมณ์ไม่ได้ก็ส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจ ก่อนหน้าตามไล่สังหารชนเผ่านอกด่านกับลงโทษคนตระกูลเซี่ย ท่านอ๋องขอ
เมื่อเจ้าเมืองเดินทางมาถึง แม้จะเป็นคนของหลี่หมิงฮวนเขาเองก็ถูกลงโทษด้วยการโบยถึงยี่สิบไม้ ด้วยไม่คัดเลือกสาวใช้ให้ดี ทั้งหมดเกิดขึ้นต่อหน้าบ่าวไพร่ทั้งจวน ยกเว้นเฟยจูที่หลานหลานปกปิดนางเอาไว้ ไม่ให้รู้เรื่องที่เกิดขึ้นสาวใช้ใจกล้าย่อมเก็บเอาไว้ไม่ได้ หลังจากที่เจ้าเมืองลั่วซีสั่งโบยนางเสียเกือบตาย นางก็ถูกลงเข้าหอนางโลมชั้นต่ำ ให้สมกับที่นางอยากทอดกายใต้ล่างของบุรุษหลี่หมิงฮวนไม่สนใจว่าสาวใช้นางนั้นจะเป็นเช่นใด เขาเดินกลับไปหาเฟยจูเพื่อกินมื้อเย็นร่วมกับนางเช่นทุกวัน“ในท้องเจ้ามีเด็กมากกว่าสองคน กินให้มากอีกหน่อยเถิด” หลี่หมิงฮวนคีบอาหารใส่ในชามเฟยจู เมื่อนางวางตะเกียบหลังจากกินไปได้เพียงครึ่งชาม“ไม่กินแล้ว หากกินมากเกินไปข้าจะคลอดลำบาก กินเพียงให้อิ่มท้องก็พอ” นางไม่เคยปล่อยให้ตนเองหิวเลย หลานหลานมักจะหาของอร่อยมายั่วน้ำลายของนางเสมอ แต่เฟยจูก็ยังเชื่อคำพูดของหมอและหมอตำแยที่ให้นางกินน้อยลง ให้กินหลายๆ มื้อแทน“อืม เช่นนั้น ข้าจะสั่งห้องครัวให้เตรียมมื้อดึกให้เจ้า ข้าจะต้องเดินทางไปโจวเป่ยสักรอบ แต่จะรีบกลับมาก่อนที่เจ้าจะคลอด”“เกิดเรื่องใดขึ้นหรือ” นางอดตกใจไม่ได้เมื่อเห็นว่าเ
อาซานไม่รู้ว่าภายในรถม้าเกิดเรื่องใดขึ้น แต่พอได้ยินว่าต้องรีบไปโรงหมอด่วน เขาก็มุ่งหน้าไปเตรียมหมอไว้ก่อนแล้ว“หมอดีที่สุดในเมืองแล้วหรือ” หลี่หมิงฮวนหันไปเอ่ยถามอาซาน เมื่อหมอตรงหน้าจับชีพจรอยู่นานแล้วก็ยังไม่อาจตอบได้ว่าเฟยจูนางเป็นอันใด“อะแฮ่ม ถึงข้าจะไม่ใช่หมอที่เก่งกาจ แต่เจ้ามัวแต่นั่งจ้องหน้าข้าเหมือนอยากจะสังหารข้าเช่นนี้ ต่อให้เป็นหมอเก่งเพียงใดก็ตรวจไม่ออกหรอก หึ” เขาแค่นเสียงอย่างไม่พอใจเดิมชีพจรของเฟยจูก็ไม่ได้ตรวจยากอะไร แต่พอเจอไอสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างของหลี่หมิงฮวน สมาธิก็กระเจิงหมดแล้ว“พูดมาก ภรรยาข้านางเป็นอันใด”“นางตั้งครรภ์ได้เดือนกว่าแล้ว ทางที่ดี...ทานเว้นเรื่องบนเตียงไปสามเดือนก่อน มิเช่นนั้น...” หมอยังไม่ทันพูดจบหลี่หมิงฮวนก็ลุกขึ้นพุ่งไปดึงคอเสื้อหมอแล้ว“เจ้าว่า...ฮูหยินข้านางตั้งครรภ์หรือ”“ชะ ใช่ นะ นางตั้งครรภ์แล้ว” หมออดจะหวาดกลัวกับท่าทางของหลี่หมิงฮวนไม่ได้เขานิ่งอึ้งไปครู่ก่อนจะหัวเราะออกมาเสียงดัง “ฮ่า ฮ่า ตกรางวัล อาซานเจ้าให้องครักษ์ของเปิ่นหวางพาหมอเข้าวังหลวง หาตำแหน่งในสำนักหมอหลวงให้เขาสักตำแหน่ง อ้อ...อย่าลืมแจ้งข่าวกับเสด็จพี่และฮองเฮาด
ภายในห้องของไต้ซือเกา เขาดูไม่แปลกใจที่เห็นหลี่หมิงฮวนติดตามเฟยจูมาด้วย “สีกาพร้อมแล้วใช่หรือไม่ ท่านอ๋องเล่า ต้องการไปด้วยกันกับนางหรือไม่” เขายิ้มมองหลี่หมิงฮวนอย่างแฝงไปด้วยความหมาย“ย่อมต้องไป” ต่อให้นางต้องกลับภพภูมิเดิมเขาก็พร้อมที่จะไปกับนางด้วย“เช่นนั้น...ท่านทั้งสองหลับตาลง”ไต้ซือเกาให้ทั้งสองนั่งหลับตาเข้าสมาธิตรงหน้า หลี่หมิงฮวนกุมมือเฟยจูเอาไว้แน่น ด้วยกลัวว่านางจะหายไปตอนที่เขาหลับตาลง เสียงบทสวดของไต้ซือเกาดังก้องไปทั่วห้อง ทั้งสองเหมือนถูกบางสิ่งดึงดูดร่างกาย“ท่านทั้งสองมีเวลาเพียงหนึ่งก้านธูปเท่านั้น ก่อนที่จะต้องกลับคืนสู่ร่างเดิม”สิ้นเสียงของไต้ซือเกา หลี่หมิงฮวนและเฟยจูลืมตาขึ้นก็พบว่าตนเองอยู่ในบ้านของเฟยจูที่ยุคปัจจุบันแล้ว หลี่หมิงฮวนมองสิ่งรอบตัวด้วยความประหลาดใจ ข้าวของทุกสิ่งเขาล้วนแต่ไม่เคยเห็นมาก่อนเฟยจูกำลังมองบิดาที่กำลังกอดปลอบใจมารดาอยู่ที่โซฟาในห้องโถงรับแขก “พ่อคะ แม่คะ หนูกลับมาแล้ว” เสียงของนางที่ร้องเรียกคนทั้งสองปนสะอื้นอย่างน่าสงสารพ่อกับแม่ของเฟยจูเงยหน้าขึ้นมามองตามเสียงก็ต้องตกใจ เมื่อเห็นบุตรสาวยืนอยู่ข้างบุรุษแปลกหน้าในชุดโบราณ ร่างของท
อาสือไปนำรถม้าของโรงเตี๊ยมพาเฟยจูและหลานหลานออกเดินทางไปวัดนอกเมือง ชาวบ้านมารอเข้าพบไต้ซือไม่น้อยเลยเฟยจูที่เห็นคนมากมายก็ไม่คิดว่าตนเองจะได้เข้าพบ นางจึงไปจุดธูปขอพรพระในวิหารแทน ตอนที่ขอพรเสร็จเรียบร้อยแล้ว นางกำลังจะลุกขึ้นไปปักธูป เณรน้อยที่ยืนรออยู่ด้านหลังก็เอ่ยเรียกนางทันที“สีกา ไต้ซือให้ข้ามาเชิญท่านไปพบที่ขอรับ”“เจ้าคะ? อ้อ...ได้เจ้าค่ะ” นางปักธูปเสร็จก็เดินตามเณรน้อยไปอย่างมึนงงคนที่ยินดีเห็นจะเป็นหลานหลาน ด้วยชื่อเสียงของไต้ซือเกา มิใช่ว่าผู้ใดจะเข้าพบก็ได้ ต้องเป็นผู้ที่ไต้ซือต้องการพบจริงๆชาวบ้านที่ต่อแถวรออยู่ด้านหน้ามองผู้มาเยือนใหม่อย่างสงสัย ยิ่งเห็นเณรน้อยเดินนำหน้าหญิงสาวใบหน้างดงามเข้าไปด้านในห้องที่ไต้ซือนั่งสมาธิอยู่ ก็พอจะรู้แล้วว่าวันนี้พวกตนไม่มีโอกาสได้เข้าพบ บางคนจึงเดินออกไปจากวัดทันทีภายในห้อง กลิ่นธูปลอยส่งกลิ่นหอมผ่อนคลาย อาสือกับหลานหลานถูกสามเณรน้อยขวางเอาไว้อยู่ด้านหน้าไม่ยอมให้ติดตามเข้าไปด้วย“อาสือ หลานหลาน พวกเจ้ารออยู่ด้านนอกเถิด”สองพี่สองมองตามแผ่นหลังของเฟยจูไปอย่างไม่สบายใจ อาสือทันได้เห็นภายในห้องอยู่ชั่วอึดใจ เมื่อเห็นว่ามีเพียงไต้ซื
รุ่งเช้าก่อนจะออกจากห้องพักได้ หลี่หมิงฮวนต้องช่วยนวดเอวให้เฟยจูอยู่ครู่ใหญ่กว่าที่นางจะดีขึ้น“ไหนท่านบอกว่าห้ารอบไง เลยไปรอบที่หกได้อย่างไร” นางมองค้อนเขาอย่างไม่พอใจ“ข้าถามเจ้าแล้ว เจ้าจำไม่ได้เอง ข้าผิดเองคืนนี้จะไม่รังแกเจ้าดีหรือไม่ ลุกได้แล้ว ประเดี๋ยวจะต้องรีบออกเดินทาง”“ท่านพูดแล้วนะ” เฟยจูมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อหลี่หมิงฮวนเพียงยิ้มเล็กน้อยก่อนจะช่วยประคองนางออกไปจากห้อง ด้านล่างอาหารถูกสั่งขึ้นโต๊ะรอไว้เรียบร้อยแล้ว ตอนนี้มีหลานหลานนั่งรออยู่ด้วย พอหลี่หมิงฮวนเห็นนางก็หรี่ตามองอย่างมุ่งร้ายทันที“นายท่าน ข้าน้อยขอติดตามท่านและฮูหยินในฐานะสาวใช้ได้หรือไม่เจ้าคะ ข้าน้อยอยากอยู่ใกล้พี่ชาย ไม่อยากแยกห่างอีกแล้วเจ้าค่ะ” หลานหลานคุกเข่าลงเสียงดังหากเพิ่มสตรีเข้ามาร่วมเดินทางเพิ่มมีแต่จะสร้างความยุ่งยาก หลี่หมิงฮวนคิดจะปฏิเสธแต่เมื่อถูกมือน้อยๆ ของเฟยจูแกว่งอย่างออดอ้อน เขาก็ไม่เอ่ยพูดสิ่งใด แล้วไปนั่งลงเพื่อกินข้าวทันทีอาสือเห็นท่าทางของผู้เป็นนายก็รู้ว่าสำเร็จแล้ว จึงได้รีบให้หลานหลานโขกหัวขอบคุณหลี่หมิงฮวนและเฟยจู“ลุกไปนั่งกินข้าวได้แล้ว หากช้า...เจ้าจะถูกทิ้งไว้ที่นี่” เฟ
อาซานเอ่ยออกมา “เจ้าคิดว่าอาสือไม่อยากทำหรือ ที่เขาล่วงหน้ามาก่อนหนึ่งวันก็เพื่อพูดคุยกับนาง หากนางรับน้ำใจของอาสือก็คงไม่ต้องทุกข์เช่นนี้”“หืม...นางอยากเป็นนางโลมต่อหรือ”“เรื่องนี้ข้าไม่รู้ เพียงแต่นางไม่ยอมรับว่าอาสือเป็นพี่ชายของนาง”“นางคงเสียใจคิดว่าถูกพี่ชายทอดทิ้ง” เฟยจูเม้มปากแน่นด้วยอยาก
เสียงกระแอมของหลี่หมิงฮวนดังขึ้น เมื่อเขาเห็นเฟยจูกอดรัดรอบคอของอู่ซิ่ว “อะแฮ่ม เจ้าต้องรีบพักผ่อน พรุ่งนี้ยังต้องตื่นเตรียมตัวตั้งแต่เช้า”“เพคะ” เฟยจูได้แต่ถลึงตาใส่เขา แล้วลงจากหลังของอู่ซิ่ว พูดคุยอีกสองสามคำก็เข้าเรือนไปนางกำนัลที่ฮองเฮาส่งมาช่วยเตรียมงาน ขวางหลี่หมิงฮวนเอาไว้อย่างแข็งขันไม่ย
เฟยจูส่งเบียร์กระป๋องให้ทั้งสี่ ทั้งยังเปิดให้พวกเขาทำตาม ก่อนจะฉีกห่อขนมออกแล้วยื่นให้พวกเขาลองกินบุรุษทั้งสี่ดื่มเบียร์ลงไปก็ทำสีหน้าประหลาดออกมา จนเฟยจูอดจะขบขันไม่ได้“สิ่งนี้เรียกว่า เบียร์ เหมือนสุราที่พวกท่านดื่ม แต่จะไม่ร้อนแรงเท่า ทำให้มึนเมาได้เหมือนกัน”“ที่เจ้าอยู่ดื่มสิ่งนี่หรือ” อาซา
ก่อนที่จะออกจากพระราชวัง เฟยจูหันกลับมามองอีกครั้ง “จูจู เจ้าอยู่ที่ใด เมื่อใดเจ้าจะกลับมา” เธอรีบหันซ้ายหันขวาไปมองรอบตัว เมื่อได้ยินเสียงแผ่วเบาที่เหมือนลอยมาตามสายลม เธอคิดจะวิ่งกลับเข้าไปด้านในอีกครั้ง เพื่อตามหาที่มาของเสียง แต่ถูกเพื่อนร่วมงานร้องเรียกเอาไว้เสียก่อน“จูจู เร็วเข้า รถจะออกแล้ว







