LOGINตอนที่ 82 หมากที่วางไว้แล้ว เช้าวันต่อมา หวั่นถงตื่นขึ้นโดยมิได้รู้สึกหนักอึ้งเท่าเมื่อก่อนแม้ยังต้องพักหลังถอนอาคมทว่าความกังวลเรื่องเสิ่นเยี่ยนเหิงก็คลายลงมาก เมื่อคืนเขานั่งกินอาหารอยู่กับนางจนเสร็จ มิได้กระสับกระส่าย ชิงยวนเข้ามาแจ้งว่าเชี่ยซูกับเฉินอวี้หลันมาขอพบ พวกนางนำของบำรุงมาฝากก่อนเอ่ยถามถึงชาดที่เคยได้รับ “พี่หญิง ยังพอมีเหลืออีกหรือไม่เจ้าคะ” เชี่ยซูเปิดตลับที่ใกล้หมดให้ดู เฉินอวี้หลันนั่งอยู่ข้างกันแล้วพยักหน้าตาม “ข้าลองใช้อย่างอื่น สีไม่ละมุนเท่าตลับนี้เลยเจ้าค่ะ” หวั่นถงรับมาดูของที่ให้นั้นนางเลือกเนื้อชาดอย่างดีมาตั้งแต่แรก มิได้ลงอาคมเพิ่มเพราะต้องเก็บกำลังไว้ เห็นพวกนางชอบก็ยิ่งแน่ใจว่าของธรรมดาที่มีคุณภาพย่อมขายได้เช่นกัน “ข้าจะให้คนออกไปถามหากยังมีจะฝากซื้อให้” อนุทั้งสองขอบคุณอย่างยินดี มิรบกวนนานนักก็ขอตัวกลับต่อมาจึงให้สาวใช้นำเงินมาฝากไว้ หวั่นถงให้ชิงยวนจัดการเรื่องชาดผ่านเหอซางแล้วกำชับถึงเงินส่วนที่เป็นของตน “ที่เก็บข้างนอกก็ให้เก็บต่อไป อย่านำกลับมารวมไว้ในเรือน” เสี่ยวจู่ซึ่งกำลังเก็บตลับเปล่าเงยหน้าขึ้น
ตอนที่ 81 จับตา เสียงสวดต่ำ ๆ ดังสม่ำเสมออยู่ในโถง ศิษย์ทั้งห้านั่งหลับตาตามคำสอนของเหอซาง ซ่งหยางนั่งอยู่ริมสุด แผ่นหลังตรง ท่าทางสงบนิ่งกว่าผู้อื่น หวั่นถงมองผ่านช่องฉลุของฉากไม้ นางเพิ่งมีกำลังพอออกจากเรือนจึงให้ชิงยวนพามาถวายเครื่องหอมแล้วแวะดูการฝึก วันนี้นางมิได้เปิดจิตรับสิ่งใด เพียงเฝ้าดูอยู่เงียบ ๆ เมื่อศิษย์ด้านนอกเดินผ่านประตู ซ่งหยางกลับขยับปลายนิ้วแล้วลืมตาขึ้นนิดหนึ่ง สายตาเลื่อนไปยังทางเดินด้านในก่อนหลุบลง หวั่นถงจำได้ว่าเขาทำเช่นนี้แล้วสองครั้ง คนผู้นี้หูไว ลมหายใจมั่นคง มิคล้ายผู้เพิ่งเริ่มฝึกจิตทว่ายังสนใจเสียงคนเดินมากกว่าบทสวดตรงหน้า “ศิษย์ที่นั่งริมสุดชื่ออะไร” ชิงยวนตอบเสียงเบา “ซ่งหยางเจ้าค่ะ เหอซางบอกว่าเป็นคนขยัน เรียกใช้สิ่งใดก็คล่องแคล่ว” หวั่นถงพยักหน้ารับ มิได้กล่าวต่อ ครั้นดูจนจบ นางจึงกลับจวนโดยไม่เรียกเขามาพบ เสี่ยวจู่รอรับอยู่ในเรือนจันทร์ฉาย เห็นนางยังเดินไหวก็ผ่อนสีหน้าลงแล้วเลื่อนถ้วยน้ำอุ่นมาให้ “วันนี้ท่านไม่ได้ฝืนใช้อาคมใช่หรือไม่เจ้าคะ” “ข้าเพียงไปนั่งดู” “เช่นนั้นก็ดีเจ้าค่ะ กำลังเพิ่ง
ตอนที่ 80 ต้องบำรุงใหม่อีกครั้ง กลิ่นยาลอยขึ้นจากถ้วยที่เสี่ยวจู่ยกมาวาง หวั่นถงมองมันอยู่นานก่อนยอมรับมาดื่ม นางเพิ่งพักจนเริ่มมีกำลังขึ้นบ้าง เดิมคิดว่าอีกไม่กี่วันคงพอตั้งจิตตรวจอาคมที่ผูกไว้กับเสิ่นเยี่ยนเหิงได้แล้ว ผู้ใดจะคิดว่าต้องใช้พลังช่วยเหอซางในยามค่ำตามด้วยส่งวิญญาณเด็กในเช้าวันรุ่งขึ้น เรื่องถอนอาคมให้ชายหนุ่มคงต้องเลื่อนออกไปก่อน หวั่นถงถอนหายใจ นางยังไม่รู้แน่ว่าความผิดปกติของเขาเกิดจากมนต์เรียกจิตเพียงใดทว่าคาถานั้นเป็นสิ่งที่นางลงมือเอง ย่อมอดรู้สึกผิดไม่ได้ เขาต้องไปค่ายแต่เช้า กลับจวนแล้วยังมีอนุใหม่คอยปรนนิบัติส่วนเรือนใหญ่ก็ส่งของบำรุงไปให้ไม่ขาด หากอาคมของนางมีส่วนทำให้เขาว้าวุ่นจริง ปล่อยไว้เช่นนี้ย่อมมิใช่เรื่องดี นางวางถ้วยยาแล้วลองรวบรวมสมาธิ เพียงชั่วครู่ความหนักอึ้งก็แล่นขึ้นมาตรงขมับ หวั่นถงหยุดทันที ยามนี้แม้แต่ดูแลตนเองยังลำบาก จะไปคลายมนต์ที่ผูกไว้กับผู้อื่นได้อย่างไร เสี่ยวจู่เห็นนางยกมือกดขมับก็ขยับเข้ามาช่วยนวดเบา ๆ “วันนี้อย่าเพิ่งอ่านตำราเลยเจ้าค่ะ บ่าวเตรียมน้ำแกงไว้แล้ว อีกครู่จะยกมาให้” “ข้าเพิ่งดื
ตอนที่ 79 ตัดใจเสียเถิด “ภาพวาดหรือเจ้าคะ” ฮูหยินเงยหน้าขึ้นทันทีแล้วหันไปมองสาวใช้ คนสนิทส่ายหน้าอย่างงุนงง นางดูแลห้องตำรามาโดยตลอดแต่ไม่เคยเห็นภาพที่กล่าวถึง เหอซางหันไปสั่งศิษย์ “เหอฉี ไปส่งฮูหยินที่รถม้า” “ขอรับ ท่านอาจารย์” ฮูหยินลุกขึ้นทันที ครั้นถึงเรือน สาวใช้รีบเปิดห้องตำรา ม่านหน้าต่างยังผูกไว้เช่นวันที่คุณชายน้อยล้มป่วย ทุกอย่างสะอาดเรียบร้อยราวกับเจ้าของห้องจะกลับมานั่งได้ทุกเมื่อ ฮูหยินยืนอยู่หน้าประตู มองเก้าอี้ตัวเล็กแล้วขอบตาก็ร้อนผ่าว “ฮูหยิน พบแล้วเจ้าค่ะ!” สาวใช้ดึงม้วนกระดาษออกจากหลังตำรา นางยื่นให้ด้วยสองมือ ระวังขอบซึ่งยับเล็กน้อยมิให้ฉีกขาด ผู้เป็นมารดาค่อยคลี่ภาพลงบนโต๊ะ ลายเส้นยังไม่มั่นคงนัก เป็นรูปสตรีผู้หนึ่งกำลังจูงมือเด็กชายเดินอยู่กลางสวนดอกไม้ มือของนางในภาพใหญ่กว่าปกติ ราวกับผู้วาดกลัวว่าจะจับมือเขาไว้ได้ไม่แน่นพอ ทว่ารอยยิ้มบนใบหน้านั้นกลับสดใสเหลือเกิน มุมกระดาษมีลายมือคุ้นตาเขียนไว้ ‘ลูกจะกตัญญูต่อท่านแม่ตลอดไป’ “เจ้าเด็กโง่…” ฮูหยินยกมือปิดปาก น้ำตาหยดลงบนหลังมือ “แม่เคยขอให้เ
ตอนที่ 78 ของที่ยังมิได้มอบ “ของสิ่งใดหรือ” หวั่นถงเอ่ยถาม เด็กชายก้มหน้ามองปลายเท้าก่อนตอบ “ภาพที่ข้าวาดเองขอรับ เป็นภาพท่านแม่ ข้าม้วนเก็บไว้ในห้องอ่านหนังสือ ซ่อนอยู่หลังตำรา” “ข้าอยากให้นางดีใจแต่ยังมิทันมอบก็ป่วยเสียก่อน” “ข้าจะให้คนหาภาพนั้นแล้วนำไปมอบแก่นาง” เด็กชายเงยหน้าทันที “ช่วยบอกท่านแม่ด้วยได้หรือไม่ขอรับ ชาตินี้ข้ายังมิทันตอบแทนบุญคุณหากชาติหน้ามีวาสนา…ข้าจะกลับมาตอบแทนนาง” หวั่นถงพยักหน้า ข่มความตื้นตันไว้ “คำของเจ้าจะถึงนางทุกคำ” เด็กน้อยคลายมือจากชายเสื้อ ความหวาดกลัวบนใบหน้าค่อยเลือนหาย เขาหันไปมองประตูอีกครั้งก่อนคุกเข่าคำนับไปทางที่มารดารออยู่ “ข้าพร้อมแล้วขอรับ” นางหลุบตาลง ตั้งจิตถึงส่วนกุศลที่มารดาของเด็กเพียรอุทิศให้แล้วค่อยบริกรรมคาถาส่งวิญญาณ น้ำเสียงต่ำเบาสม่ำเสมอ ชิงยวนเห็นปลายนิ้วนายหญิงสั่นจึงขยับถ้วยน้ำเข้ามาใกล้ หวั่นถงผ่อนลมหายใจเมื่อจบบทคาถา ร่างเล็กค่อยโปร่งใส แสงบางเบากระจายออกจากชายแขนเสื้อ เด็กชายก้มศีรษะให้นางก่อนเลือนหายไปกับแสงยามเช้า ความเย็นที่กดอยู่ในห้องพลันคลายลง “นายหญิง!”
ตอนที่ 77 ห้องส่วนตัว ฟ้ายังสว่างไม่เต็มที่เมื่อชิงยวนกลับมาถึงเรือน นางรายงานว่าเหอซางหลับได้แล้ว เหอฉีคอยเฝ้าอยู่ใกล้ส่วนฮูหยินผู้นั้นยืนยันว่าจะกลับมารออีกในยามเช้า หวั่นถงฟังพลางให้เสี่ยวจู่ช่วยจัดอาภรณ์ “เจ้าพักกับรุ่ยเอ๋อร์ที่เรือน ผู้ใดถามก็บอกว่าข้าไปถวายเครื่องหอม” เสี่ยวจู่พยักหน้าแล้วส่งกล่องไม้ให้ชิงยวน ภายในจัดธูปกับเครื่องหอมไว้เรียบร้อย “บ่าวเตรียมไว้ให้แล้วเจ้าค่ะ” หวั่นถงยิ้มรับก่อนเข้าไปหอมแก้มบุตรที่ยังหลับ นางยืนมองอยู่ครู่หนึ่งจึงยอมเดินออกมา เมื่อคนเรือนหยางซู่แจ้งว่านายน้อยออกไปค่ายแล้ว รถม้าคันเล็กก็เคลื่อนออกจากประตูข้างจวน หวั่นถงนั่งพิงเบาะ หลับตาพักระหว่างทาง มิได้ฝืนรวบรวมพลังเพิ่มอีก ครั้นถึงสำนักเมฆาเร้นลับ ชิงยวนเป็นผู้ลงไปก่อนแล้วหันกลับมาประคอง เหอฉีเดินออกมาต้อนรับ ใต้ตายังคล้ำจากการอดนอนแต่กิริยากลับสำรวมดังเดิม “วันนี้ท่านอาจารย์ยังรับแขกมิได้ขอรับ” ชิงยวนมองเขาเพียงนิดเดียวก่อนเอ่ย “นายหญิงข้าประสงค์จะนั่งสวดมนต์ มีห้องสงบให้ใช้หรือไม่” เหอฉีเข้าใจจึงผายมือเชิญ มิได้เอ่ยถามสิ่งใดต่อหน้าคนอื่น ห
ในจังหวะนั้นเอง อนุซ่งเสวี่ย ก็ก้าวเข้ามาจากทางเดินด้านนอก นางคืออนุคนแรกของเสิ่นเยี่ยนเหิง และด้วยศักดิ์ที่เป็นถึงหลานสาวแท้ๆ ของหลิ่วซูหยา ทำให้ฐานะของนางในจวนแทบไม่ต่างจากฮูหยินเอก มือเรียวของนางจูงเด็กหญิงตัวน้อยหน้าตาจิ้มลิ้มผิวขาวผ่องดั่งหยดน้ำค้าง... คุณหนูรอง เสิ่นอวี้เหยาซ่งเสวี่ยหยุดยืนฟั
ยามเช้า หวั่นถงประคองบุตรชายออกมารับไอแดดอ่อนหน้าลานเรือนจันทร์ฉาย แสงสีทองรำไรอาบไล้ปรางแก้มยุ้ยของเด็กน้อยที่ขยับมือไม้ไปมาอย่างร่าเริง ทว่าดวงตาคมสวยของหวั่นถงกลับกวาดมองความวุ่นวายรอบตัวด้วยแววตามาดมั่นบ่าวไพร่เดินกันขวักไขว่ผิดหูผิดตา ทั้งขัดถูพื้นจนขึ้นเงา ล้างแจกันล้ำค่า และเปลี่ยนผ้าม่านใหม
หวั่นถงใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับบุตรชาย วันคืนผ่านไปอย่างเงียบสงบ นางแทบไม่สนใจสิ่งใดนอกจากลมหายใจเล็ก ๆ ในอ้อมแขนที่เปรียบเสมือนแก้วตาดวงใจเพียงหนึ่งเดียวไม่กี่วันต่อมา สารจากชายแดนก็มาถึงเรือนจันทร์ฉายนามของคุณชายสามถูกเขียนด้วยลายมืออันหนักแน่นและทรงพลังบนกระดาษเนื้อดี"เสิ่นรุ่ยเหิน"หวั่นถงอ่านช
หวั่นถงพักฟื้นอยู่หลายวันจนไอแห่งไสยเวทแทรกซึมสมานร่างกายจนเข้าที่ เมื่อความเจ็บปวดจางหาย นางก็ไม่คิดจะแสร้งนอนซมเป็นผักต้มให้เสียเวลา หญิงสาวลุกขึ้นยืนบิดกายไล่ความเมื่อยขบ ท่วงท่ากระฉับกระเฉงผิดกับสตรีที่เพิ่งผ่านความเป็นความตายมาหมาด ๆเมื่อไร้ความเจ็บปวดที่คอยเหนี่ยวรั้ง ใจของนางก็คล้ายจะโบยบินต







