Share

ตอนที่ 8  เสิ่นรุ่ยเหิน  2/3

last update Tanggal publikasi: 2025-12-31 18:24:02

ตอนที่ 8  เสิ่นรุ่ยเหิน  2/3

แม่นมหลิวที่เฝ้ามองอยู่รีบกล่าว “เห็นหรือไม่เจ้าคะ น้ำนมของอี้เหนียงอาจยังไม่มา คุณชายกำลังหิว ให้บ่าวพาไปเถิดเจ้าค่ะ”

น้ำเสียงของนางไม่ถึงกับดูแคลน แต่กลับแฝงความมั่นใจว่าผลลัพธ์เป็นไปตามที่ตนคาดไว้

หวั่นถงมิได้ส่งเด็กคืนให้

นางเพียงหลับตาลงชั่วครู่ ตั้งสติฟังร่างกายตนเอง

ร่างนี้เสียเลือดไปมาก ลมปราณพร่อง ความเจ็บปวดยังปิดกั้นการไหลเวียนภายใน หากฝืนใช้คาถาแรงเกินไปอาจทำให้ไข้ขึ้นหรือเลือดไหลซ้ำ

แต่นางไม่จำเป็นต้องใช้มนต์ใหญ่โต เพียงผ่อนลมหายใจ คลายเส้นลมปราณ และปล่อยให้ร่างกายทำหน้าที่ของมันเท่านั้น

หวั่นถงวางปลายนิ้วลงบนจุดใกล้ทรวงอกอย่างแนบเนียน หลับตาสงบใจ ก่อนจะบริกรรมถ้อยคำเพียงสั้น ๆ อยู่ในลำคอ

“ลมแม่ตั้ง ธารน้ำนมไหล หล่อเลี้ยงสายใย อย่าขาดอย่าคลาย”

ความอุ่นจาง ๆ แผ่ซ่านขึ้นมาจากกลางอก

มิใช่ความร้อนรุนแรงเช่นยามใช้มนต์ห้ามเลือด แต่เป็นความอบอุ่นอ่อนโยนคล้ายสายน้ำซึ่งค่อย ๆ ไหลผ่านพื้นดินแห้งแล้ง

หวั่นถงลืมตาขึ้น แล้วประคองเด็กกลับเข้าใกล้อีกครั้ง

“ลองใหม่ดีหรือไม่”

ไม่รู้ว่านางกำลังกล่าวกับบุตรหรือร่างกายของตนเอง

คราวนี้เด็กน้อยดูดนมได้เพียงไม่กี่ครั้ง ก็หยุดร้องไห้

เสียงกลืนแผ่วเบาดังเป็นจังหวะ

มือเล็กที่เคยโบกไปมาค่อย ๆ กำชายเสื้อของมารดาไว้แน่น

ภายในห้องเงียบลงทันที

แม่นมหลิวมองภาพตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ

เดิมทีนางมั่นใจว่า สตรีซึ่งตกเลือดหนักจนเกือบตายย่อมไม่มีน้ำนมเพียงพอ อย่างไรก็ต้องพึ่งพาแม่นมเช่นนาง

หวั่นถงก้มมองบุตรชาย ดวงตาซึ่งเคยมีประกายระแวดระวังอ่อนลงอย่างชัดเจน

จังหวะการดูดนมของเด็กน้อยทำให้ความทรงจำในอดีตย้อนกลับมาอีกครั้ง

ครั้งหนึ่ง นางเคยนั่งอุ้มลูกอยู่ใต้ชายคาเรือนไม้ ฟังเสียงฝนกระทบใบตอง มือเล็ก ๆ เคยเกาะนิ้วของนางแน่นเช่นนี้

ในเวลานั้นนางเคยคิดว่า ไม่ว่าชีวิตจะเลวร้ายเพียงใด อย่างน้อยก็ยังมีลูกอยู่ข้างกาย

แต่ที่นางยอมรับการประหาร....

นางมั่นใจมากเกินไป

หวั่นถงก้มใบหน้าลงจนหน้าผากแตะกับเส้นผมอ่อนนุ่มของเด็กน้อย

ลมหายใจสั่นไหวเพียงน้อย  “เจ้ากินให้อิ่มเถิด”

นางกระซิบ “ข้าไม่รู้ว่ามารดาคนเดิมของเจ้าจะฝากคำใดไว้ แต่หากนางยังอยู่ นางคงอยากบอกเจ้าว่า…นางรักเจ้ายิ่งกว่าชีวิต”

เด็กน้อยยังคงดูดนมอย่างไม่รับรู้เรื่องราว

หยาดน้ำใสเอ่อขึ้นตรงขอบตาของหวั่นถง นางรีบกะพริบตาไล่มันกลับไป  ‘เพิ่งฟื้นก็ร้องไห้เสียแล้ว’

‘หากวิญญาณเดิมยังวนเวียนอยู่ คงคิดว่าข้ามาอาศัยร่างนางแล้วทำตัวอ่อนแอยิ่งกว่าเดิม’

นางจึงสูดลมหายใจลึก แล้วเอ่ยกับเด็กน้อยเบา ๆ

“ต่อไปนี้ข้าจะดูแลเจ้าเอง”  นิ้วเรียวลูบผ่านแก้มอ่อนนุ่ม

นางเว้นจังหวะ มองใบหน้าเล็กอย่างจริงจัง

“แต่เจ้าก็ต้องช่วยข้าด้วย” เด็กน้อยหยุดดูดไปครู่หนึ่ง

หวั่นถงเลิกคิ้ว “อย่างแรก เจ้าต้องเลี้ยงง่าย”

เด็กกลับเริ่มดูดต่อประหนึ่งไม่คิดจะรับปาก

หวั่นถงถอนหายใจ  “ดูท่าข้าคงหวังมากเกินไป”

ชิงยวนกับเสี่ยวจู่สบตากัน ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

แม้แต่แม่นมหลิว สีหน้าที่เคยเคร่งขรึมก็ยังอ่อนลงเล็กน้อย

เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ เด็กน้อยจึงค่อย ๆ ผละออกด้วยความอิ่มเอม ดวงตาปิดสนิท แก้มเล็กแนบอยู่กับอกมารดา ลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอ

หวั่นถงอุ้มเขาพาดบ่า ลูบหลังเบา ๆ อย่างคุ้นเคย

ไม่นาน เสียงเรอเล็ก ๆ ก็ดังขึ้น

นางนิ่งไป ก่อนจะมองบุตรชายด้วยสีหน้าประหลาดใจ

“กินอิ่มแล้วก็ประกาศให้คนทั้งห้องรู้เชียวหรือ”

เสี่ยวจู่หัวเราะออกมาเบา ๆ “คุณชายแข็งแรงดีนะเจ้าคะ”

“เสียงดังเช่นนี้ ข้าเองก็พอมองออก”

หวั่นถงตอบ พลางยิ้มอย่างเอ็นดู

นางอุ้มเด็กไว้ต่ออีกครู่หนึ่ง จนรู้สึกว่าแขนเริ่มอ่อนแรงจึงยื่นส่งให้แม่นมหลิว

“รับเขาไปเถิด”

แม่นมหลิวรีบก้าวเข้ามารับเด็กด้วยความระมัดระวัง “เจ้าค่ะ”

หวั่นถงยังไม่ปล่อยมือทันที

นางมองตาของแม่นมหลิว ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบ

“ข้ารู้ว่าเจ้ามีหน้าที่ดูแลเขา และเท่าที่เห็น เจ้าก็ดูแลได้ดี”

แม่นมหลิวก้มศีรษะ “เป็นหน้าที่ของบ่าวเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นก็จงทำหน้าที่ต่อไปให้ดี”

น้ำเสียงของหวั่นถงมิได้แข็งกร้าว ทว่าทุกถ้อยคำกลับชัดเจน “เขาเป็นบุตรของข้า หากกินสิ่งใด นอนเมื่อใด ร้องไห้เพราะเหตุใด หรือมีผู้ใดเข้ามาใกล้ ข้าต้องรู้ทุกเรื่อง”

แม่นมหลิวชะงักไปเล็กน้อย

หวั่นถงยิ้มบาง ๆ  “เหตุใดถึงได้ทำสีหน้าเช่นนั้น”

แม่นมหลิวสบตานางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าลงกว่าเดิม

“บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”

หวั่นถงจึงปล่อยมือ

“พาเขาไปนอนเถิด หากตื่นแล้วให้พามาหาข้าอีก”

“เจ้าค่ะ”

แม่นมหลิวอุ้มเด็กออกไปอย่างเงียบเชียบ หวั่นถงมองตามจนม่านประตูปิดลง แล้วจึงเอนกายพิงหมอนด้วยความเหนื่อยล้า

เพียงให้นมบุตรครั้งเดียว

นางกลับรู้สึกประหนึ่งเพิ่งผ่านการรบมาหนึ่งสนาม

นางหลับตาลง ก่อนจะพึมพำ

“เลี้ยงลูกช่างเปลืองแรงยิ่งกว่าร่ายคาถาเสียอีก”

ชิงยวนรีบเข้ามาจัดผ้าห่มให้  “อี้เหนียงสี่ควรพักผ่อนแล้วเจ้าค่ะ”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 93 ถุงหอมหน้าประตู

    ตอนที่ 93 ถุงหอมหน้าประตู เช้าวันนั้น หวั่นถงตื่นขึ้นแล้วนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกไม่หลังไม่ปวด แขนไม่ชา ใต้ตัวก็ไม่มีฟางคอยทิ่มยามพลิกกาย ที่แท้นางเพียงขาดที่นอนดี ๆ มิได้ชราลงหลายปีอย่างที่นึกกลัว รุ่ยเอ๋อร์ยังหลับอยู่ข้างกาย นางจึงค่อย ๆ ลุกขึ้นรับถ้วยน้ำจากชิงยวน สายตาหยุดอยู่ที่ถุงผ้าเล็กหลายใบในตะกร้า “เสี่ยวจู่เย็บไว้เจ้าค่ะ บอกว่ามีเศษผ้าเหลือจึงไม่อยากทิ้ง” หวั่นถงหยิบขึ้นดู ฝีเข็มยังคดอยู่บ้างทว่าปากถุงผูกได้แน่นดี นางให้ชิงยวนเอาสมุนไพรหอมแห้งที่เหลือมาแบ่งใส่ถุงก่อนเรียกเสี่ยวจู่เข้ามา สาวใช้มองของในตะกร้าแล้วขยับปลายนิ้วอย่างเขิน ๆ “เย็บไม่งามนักเจ้าค่ะ” “สมุนไพรคงไม่ถือสา ขอเพียงอย่าร่วงออกมาก็พอ” เสี่ยวจู่หลุดยิ้ม นั่งลงช่วยเติมจนได้ถุงหอมหลายใบ หวั่นถงเก็บหนึ่งใบไว้ในมือ ให้ชิงยวนขยับผ้ากั้นมาบังสายตาจากด้านนอก นางหลับตา วางนิ้วแตะปมด้ายแล้วเอื้อนเสียงแผ่ว “ธาตุไม้คงคุณ กลิ่นเกื้อกูลมิรู้คลาย…” ความอุ่นบางเบาซึมผ่านปลายนิ้ว กลิ่นสมุนไพรในถุงค่อย ๆ ชัดขึ้น นางเสริมเพียงฤทธิ์ไล่แมลงให้คงอยู่นานขึ้น ถึงกระน

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 92 ใต้ชายคาเดียวกัน

    ตอนที่ 92 ใต้ชายคาเดียวกัน ชิงยวนส่งเงินที่แบ่งไว้ให้เสิ่นเยี่ยนเหิงตามคำสั่ง เขาจดจำนวนลงกระดาษก่อนส่งให้หวั่นถงเก็บไว้ นางพับกระดาษอย่างเรียบร้อย เงินออกจากถุงไปแล้ว อย่างน้อยยังมีกระดาษกลับมาปลอบใจอยู่หนึ่งแผ่น เช้าวันถัดมา บ่าวคนสนิทพาช่างไม้จากหมู่บ้านใกล้เคียงมาถึงเรือน ช่างดูไม้ที่มีแล้วตกลงกับเสิ่นเยี่ยนเหิงว่าจะปิดรอยแตกที่ฝากับทำพื้นยกสำหรับที่นอนก่อน เสิ่นเยี่ยนเหิงเรียกญาติผู้น้องมาช่วยขนไม้ คราวนี้มีผู้ยอมลุกขึ้นมากกว่าเมื่อคืน “ท่านแม่จัดการเรื่องเครื่องนอนเถิดขอรับ” หลิ่วซูหยารับคำแล้วเรียกจิงเจียวมาดูผ้าฝ้ายที่ชิงยวนซื้อไว้ “ตัดผ้ารองให้เด็กก่อน ของพวกผู้ใหญ่ยังพอใช้ได้” จิงเจียวให้สาวใช้ช่วยคลี่ผ้าออกวัดก่อนลงมือตัด สตรีสายรองที่นั่งอยู่ใกล้กันค่อย ๆ ขยับเข้ามาช่วยเย็บ ฮูหยินผู้เฒ่านั่งมองอยู่ข้างหน้าต่าง มือที่เคยกำไม้เท้าตลอดหลายวันวางลงบนตักช้า ๆ หวั่นถงถืออ่างผักผ่านมาพบอวี้เหยานั่งจับม้วนด้ายให้ผู้ใหญ่ “เมื่อยก็วางลงเถิด” “ข้าช่วยได้เจ้าค่ะ” เด็กน้อยตอบทันที หวั่นถงยิ้มให้ก่อนเดินเข้าครัว เสี่ยวจู่ซาวข

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 91 ยืมก่อน

    ตอนที่ 91 ยืมก่อน จิงเจียวก้มมองมือตนเองอยู่ครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า “ได้หากขายผ้าปักกับภาพวาดได้เงิน ข้าจะนำมาให้เจ้าซื้ออาหารกับของใช้” “เจ้าค่ะ” หวั่นถงรับคำอย่างยินดี ฟังดูคล้ายมีเงินกำลังจะเข้ามือทว่าปลายทางของมันยังคงเป็นหม้อข้าว เสี่ยวจู่นำห่อเข็มด้ายที่ใช้เย็บผ้ารองนอนมาวาง จิงเจียวเปิดดูแล้วเลือกด้ายที่พอใช้ได้ออกมาสองสามสี “ข้าจะเริ่มจากของชิ้นเล็กก่อน ภาพวาดต้องรอหากระดาษกับพู่กัน” หลิ่วซูหยาซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลเงยหน้ามองก่อนพยักหน้า จิงเจียวจึงหยิบผ้าขึ้นพิจารณา หวั่นถงมิได้ยืนดูต่อ นางกลับไปจัดการหน้าเตากับเสี่ยวจู่ “นายหญิง บ่าวปักผ้าไม่งามเช่นฮูหยิน” “หุงข้าวให้สุกก่อนเถิด” สาวใช้ก้มมองหม้อทันที “บ่าวดูไฟอยู่เจ้าค่ะ” “ข้ารู้” หวั่นถงตอบพลางยกฝาหม้อ กลิ่นข้าวหอมลอยออกมา เสี่ยวจู่จึงค่อยคลายไหล่ลง เพียงบอกให้ดูไฟก็เฝ้าราวกับเตาจะหนีหาย นางมีลูกมือที่ตั้งใจถึงเพียงนี้เชียวใกล้เที่ยง เสิ่นเยี่ยนเหิงกลับมาพร้อมบ่าวคนสนิท ข้าวของที่นำมามีเครื่องมือช่าง ตะปู เชือกกับของจำเป็นอีกไม่กี่ห่อ เขาวางลงข้างกองไม้ก่อนส่งเงินที่เหลือคืนม

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 90 ช่วยกัน

    ตอนที่ 90 ช่วยกัน หวั่นถงรอจนรุ่ยเอ๋อร์หลับจึงรับตะเกียงจากชิงยวนแล้วเดินออกไปที่ชานเรือน เสิ่นเยี่ยนเหิงนั่งถากไม้อยู่ใต้แสงไฟ มือข้างที่ประคองท่อนไม้มีรอยถลอกเพิ่มขึ้นอีกแห่ง นางวางตะเกียงในมุมที่ช่วยให้เห็นรอยสิ่วได้ชัด “มีสิ่งใดให้ข้าช่วยหยิบจับหรือไม่เจ้าคะ” ชายหนุ่มเงยหน้ามอง “เจ้าเองก็ทำอาหารให้คนทั้งเรือน ไปพักเถิด” “เจ้าค่ะ” นางรับคำทันทีจนเขาชะงักไปเล็กน้อย หวั่นถงย่อกายแล้วหมุนตัวกลับ ในเมื่อเขาอนุญาตให้พักจะยืนเถียงให้ปวดขาไปไย ครั้นเดินพ้นประตู ญาติผู้น้องสองคนก็ขยับลุกจากเสื่อ “พี่ใหญ่ ข้าช่วยขอรับ” คนหนึ่งรับท่อนไม้ไปประคอง อีกคนเก็บเศษไม้ให้พ้นทาง เสียงสิ่วจึงดังต่อเนื่องขึ้น ทว่าคนในมุมโถงอีกหลายคนกลับนอนนิ่ง บางคนถึงกับเริ่มกรนทั้งที่เมื่อครู่ยังพลิกตัวไปมา เสี่ยวจู่ซึ่งกำลังเก็บชามกระซิบถาม “เสียงดังเพียงนี้ยังหลับลงอีกหรือเจ้าคะ” หวั่นถงเหลือบมองปลายเท้าที่ขยับหนีแสงตะเกียง “อย่าทัก ประเดี๋ยวเขาต้องกรนให้ดังขึ้นอีก” เสี่ยวจู่รีบก้มหน้า ไหล่สั่นอยู่ครู่หนึ่งก่อนหอบชามออกไปหวั่นถงกลับมานั่งข้างบ

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 89 จัดการเอง

    ตอนที่ 89 จัดการเอง “ฮูหยิน ข้าฝากคุณชายสักครู่ได้หรือไม่เจ้าคะ” หลิ่วซูหยารับหลานมาอย่างระมัดระวัง หวั่นถงจึงเดินไปหากองของสด คนทั้งลานขยับหลีกทางให้ทันที หวั่นถงก้มมองมีดในมือแล้วเลิกคิ้วนิดหนึ่ง อยู่จวนมาหลายเดือนยังไม่เคยทำให้ผู้ใดหลีกทางได้พร้อมเพรียงถึงเพียงนี้ ที่แท้ขาดมีดอยู่เล่มเดียว นางนั่งลงบนม้าเตี้ย ทดสอบความคมของมีดก่อนให้เสี่ยวจู่ยกน้ำร้อนมา จัดการลวกไก่แล้วถอนขนอย่างคล่องแคล่ว เสี่ยวจู่ยืนมองตาไม่กะพริบ “มองข้าเช่นนั้นทำไม ข้าถอนขนไก่มิได้จะถอนผมเจ้า” สาวใช้หลุดหัวเราะก่อนรีบเม้มปาก “บ่าวเพียงไม่เคยเห็นท่านทำเจ้าค่ะ” “เช่นนั้นเข้ามาช่วย คราวหน้าจะได้ทำเป็น” เสี่ยวจู่รีบนั่งลงข้างกัน ชิงยวนหุงข้าวเสร็จก็มารับปลาที่นางขอดเกล็ดแล้วไปล้าง หวั่นถงสับไก่เป็นชิ้นพอดีคำ แบ่งปลาสำหรับต้มน้ำแกง ยามเงยหน้าขึ้นยังเห็นคนหลายคนยืนมองอยู่ที่เดิม ที่แท้ถอนขนไก่ไม่ต้องร่ายคาถาก็ทำให้คนตะลึงได้ นางอดยกมุมปากไม่ได้ “ช่วยยกชามออกมาเถิดเจ้าค่ะ น้ำแกงใกล้ได้ที่แล้ว” คราวนี้ทุกคนขยับทันที กลิ่นไก่ผัดขิงลอยคลุ้งจากกระทะ น้ำแกงปลาเดือดอ

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 88 ปล่อยไป

    ตอนที่ 88 ปล่อยไป หลังรับร่างแม่ทัพเสิ่นคืนมา คนในตระกูลก็จัดพิธีศพให้อย่างเรียบง่าย โลงไม้ธรรมดาตั้งอยู่หลังเรือน โต๊ะเก่าตัวหนึ่งใช้วางกระถางธูปกับเครื่องเซ่นเพียงเล็กน้อย ญาติที่เหลือสวมผ้าป่านไว้ทุกข์ผลัดกันเข้าคำนับ หลิ่วซูหยาร้องไห้จนแทบไม่มีแรง ฮูหยินผู้เฒ่านั่งอยู่ข้างโลง ลูบฝาไม้ช้า ๆ ราวกับยังมีถ้อยคำที่มิทันได้กล่าวกับบุตรชาย เสิ่นเยี่ยนเหิงคุกเข่าอยู่ตรงนั้นจนธูปหมดดอก หวั่นถงอุ้มรุ่ยเอ๋อร์เข้าคำนับ ชิงยวนช่วยประคองแขนนางไว้ เสี่ยวจู่พาเด็กหญิงทั้งสองเข้ามากราบท่านปู่เป็นครั้งสุดท้าย เมื่อโลงถูกนำไปฝังที่เชิงเขา มีเพียงคนในครอบครัวกับบ่าวที่เหลือเดินตามไปส่ง เสิ่นเยี่ยนเหิงมองดินที่กลบลงบนโลงจนหลุมเต็มก่อนก้มศีรษะคำนับอีกครั้ง ภายในโถงตำหนักบูรพา แสงแดดลอดม่านแพรปักดิ้นทองทอดลงบนพื้นหินขัด กระถางสำริดพ่นควันกำยานบางเบา รัชทายาทประทับอยู่บนตั่งไม้จันทน์แกะลายโดยมีองครักษ์คุกเข่ารออยู่เบื้องล่าง “จะทรงปล่อยเสิ่นเยี่ยนเหิงไปเช่นนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ” รัชทายาททรงวางจอกหยกลง “เสด็จพ่อเพิ่งแสดงพระเมตตา เจ้าจะให้ข้าขัดพระประสงค์หรือ” องครัก

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 36 ประทินโฉม

    ตอนที่ 36 ประทินโฉมหวั่นถงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะซื้อของไปด้วยอีกหลายชิ้นจากนั้นนางก็เดินทอดน่องไปตามย่านการค้าที่คลาคล่ำไปด้วยสตรีสูงศักดิ์และหญิงสาวแรกรุ่น นางหยุดแวะที่ร้านประทินโฉมร้านแรกซึ่งเป็นร้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่หัวมุมถนน หลังจากพิจารณาเนื้อชาดในตลับไม้เรียบง่ายอยู่นาน นางก็หันไปสั่งเสี่ยว

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 35 อนุห้า อนุหก

    ตอนที่ 35 อนุห้า อนุหก หวั่นถงปรายตามองหญิงสาวทั้งสองที่ยกถาดน้ำชาเข้ามาคารวะหัวใจนางสะดุดเหตุใด…พวกนางจึงดูคล้ายตนเองถึงเพียงนี้อนุห้าชื่อ เชี่ยซูสวมอาภรณ์สีอ่อนเรียบตา ใบหน้าอ่อนหวาน ดวงตาเรียวสงบท่าทางสำรวม นิ่งเงียบให้ความรู้สึกคล้ายสตรีที่ไม่แย่งชิงส่วนอนุหกชื่อ เฉินอวี้หลันร

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 28 เพิ่มพลัง

    ตอนที่ 28 เพิ่มพลัง เหอซางแทบจะล้มพับลงกับอาสนะทันทีที่ลับตาคน ท่าทางที่เคยดูสง่างามประดุจเทพเซียนหายวับไปในพริบตา เขารีบคลำคอและบ่าของตัวเองด้วยความหวาดเสียว“ลูกพ่อ! เจ้าเห็นไหม ดาบฟันข้าไม่เข้าจริงๆ!” เขาหันไปบอกเหอฉีด้วยเสียงกระซิบที่สั่นพร่า “นายท่านผู้นั้นเป็นใครกันแน่ ยาที่นาง...

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 27 แสดงงิ้ว

    ตอนที่ 27 แสดงงิ้วภายในห้องโถงเก่าของสำนักพรตที่อบอวลไปด้วยกลิ่นธูปและแสงเทียนสลัว เหอซาง นั่งขัดสมาธิอยู่บนอาสนะ ดวงตาหลับพริ้มทันใดนั้น กระแสลมที่นิ่งสนิทกลับวูบไหวผ่านใบหู ความเย็นยะเยือกแล่นวูบขึ้นมาจนขนลุกซู่ ทว่ากลับไม่มีเสียงฝีเท้าหรือเงาใดๆ ปรากฏให้เห็น“นั่งนิ่งไว้... อย่าขยับดวงตา”เสีย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status