แชร์

ตอนที่ 8  เสิ่นรุ่ยเหิน  2/3

ผู้เขียน: ประดับดิน
last update วันที่เผยแพร่: 2025-12-31 18:24:02

ตอนที่ 8  เสิ่นรุ่ยเหิน  2/3

แม่นมหลิวที่เฝ้ามองอยู่รีบกล่าว “เห็นหรือไม่เจ้าคะ น้ำนมของอี้เหนียงอาจยังไม่มา คุณชายกำลังหิว ให้บ่าวพาไปเถิดเจ้าค่ะ”

น้ำเสียงของนางไม่ถึงกับดูแคลน แต่กลับแฝงความมั่นใจว่าผลลัพธ์เป็นไปตามที่ตนคาดไว้

หวั่นถงมิได้ส่งเด็กคืนให้

นางเพียงหลับตาลงชั่วครู่ ตั้งสติฟังร่างกายตนเอง

ร่างนี้เสียเลือดไปมาก ลมปราณพร่อง ความเจ็บปวดยังปิดกั้นการไหลเวียนภายใน หากฝืนใช้คาถาแรงเกินไปอาจทำให้ไข้ขึ้นหรือเลือดไหลซ้ำ

แต่นางไม่จำเป็นต้องใช้มนต์ใหญ่โต เพียงผ่อนลมหายใจ คลายเส้นลมปราณ และปล่อยให้ร่างกายทำหน้าที่ของมันเท่านั้น

หวั่นถงวางปลายนิ้วลงบนจุดใกล้ทรวงอกอย่างแนบเนียน หลับตาสงบใจ ก่อนจะบริกรรมถ้อยคำเพียงสั้น ๆ อยู่ในลำคอ

“ลมแม่ตั้ง ธารน้ำนมไหล หล่อเลี้ยงสายใย อย่าขาดอย่าคลาย”

ความอุ่นจาง ๆ แผ่ซ่านขึ้นมาจากกลางอก

มิใช่ความร้อนรุนแรงเช่นยามใช้มนต์ห้ามเลือด แต่เป็นความอบอุ่นอ่อนโยนคล้ายสายน้ำซึ่งค่อย ๆ ไหลผ่านพื้นดินแห้งแล้ง

หวั่นถงลืมตาขึ้น แล้วประคองเด็กกลับเข้าใกล้อีกครั้ง

“ลองใหม่ดีหรือไม่”

ไม่รู้ว่านางกำลังกล่าวกับบุตรหรือร่างกายของตนเอง

คราวนี้เด็กน้อยดูดนมได้เพียงไม่กี่ครั้ง ก็หยุดร้องไห้

เสียงกลืนแผ่วเบาดังเป็นจังหวะ

มือเล็กที่เคยโบกไปมาค่อย ๆ กำชายเสื้อของมารดาไว้แน่น

ภายในห้องเงียบลงทันที

แม่นมหลิวมองภาพตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ

เดิมทีนางมั่นใจว่า สตรีซึ่งตกเลือดหนักจนเกือบตายย่อมไม่มีน้ำนมเพียงพอ อย่างไรก็ต้องพึ่งพาแม่นมเช่นนาง

หวั่นถงก้มมองบุตรชาย ดวงตาซึ่งเคยมีประกายระแวดระวังอ่อนลงอย่างชัดเจน

จังหวะการดูดนมของเด็กน้อยทำให้ความทรงจำในอดีตย้อนกลับมาอีกครั้ง

ครั้งหนึ่ง นางเคยนั่งอุ้มลูกอยู่ใต้ชายคาเรือนไม้ ฟังเสียงฝนกระทบใบตอง มือเล็ก ๆ เคยเกาะนิ้วของนางแน่นเช่นนี้

ในเวลานั้นนางเคยคิดว่า ไม่ว่าชีวิตจะเลวร้ายเพียงใด อย่างน้อยก็ยังมีลูกอยู่ข้างกาย

แต่ที่นางยอมรับการประหาร....

นางมั่นใจมากเกินไป

หวั่นถงก้มใบหน้าลงจนหน้าผากแตะกับเส้นผมอ่อนนุ่มของเด็กน้อย

ลมหายใจสั่นไหวเพียงน้อย  “เจ้ากินให้อิ่มเถิด”

นางกระซิบ “ข้าไม่รู้ว่ามารดาคนเดิมของเจ้าจะฝากคำใดไว้ แต่หากนางยังอยู่ นางคงอยากบอกเจ้าว่า…นางรักเจ้ายิ่งกว่าชีวิต”

เด็กน้อยยังคงดูดนมอย่างไม่รับรู้เรื่องราว

หยาดน้ำใสเอ่อขึ้นตรงขอบตาของหวั่นถง นางรีบกะพริบตาไล่มันกลับไป  ‘เพิ่งฟื้นก็ร้องไห้เสียแล้ว’

‘หากวิญญาณเดิมยังวนเวียนอยู่ คงคิดว่าข้ามาอาศัยร่างนางแล้วทำตัวอ่อนแอยิ่งกว่าเดิม’

นางจึงสูดลมหายใจลึก แล้วเอ่ยกับเด็กน้อยเบา ๆ

“ต่อไปนี้ข้าจะดูแลเจ้าเอง”  นิ้วเรียวลูบผ่านแก้มอ่อนนุ่ม

นางเว้นจังหวะ มองใบหน้าเล็กอย่างจริงจัง

“แต่เจ้าก็ต้องช่วยข้าด้วย” เด็กน้อยหยุดดูดไปครู่หนึ่ง

หวั่นถงเลิกคิ้ว “อย่างแรก เจ้าต้องเลี้ยงง่าย”

เด็กกลับเริ่มดูดต่อประหนึ่งไม่คิดจะรับปาก

หวั่นถงถอนหายใจ  “ดูท่าข้าคงหวังมากเกินไป”

ชิงยวนกับเสี่ยวจู่สบตากัน ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

แม้แต่แม่นมหลิว สีหน้าที่เคยเคร่งขรึมก็ยังอ่อนลงเล็กน้อย

เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ เด็กน้อยจึงค่อย ๆ ผละออกด้วยความอิ่มเอม ดวงตาปิดสนิท แก้มเล็กแนบอยู่กับอกมารดา ลมหายใจเริ่มสม่ำเสมอ

หวั่นถงอุ้มเขาพาดบ่า ลูบหลังเบา ๆ อย่างคุ้นเคย

ไม่นาน เสียงเรอเล็ก ๆ ก็ดังขึ้น

นางนิ่งไป ก่อนจะมองบุตรชายด้วยสีหน้าประหลาดใจ

“กินอิ่มแล้วก็ประกาศให้คนทั้งห้องรู้เชียวหรือ”

เสี่ยวจู่หัวเราะออกมาเบา ๆ “คุณชายแข็งแรงดีนะเจ้าคะ”

“เสียงดังเช่นนี้ ข้าเองก็พอมองออก”

หวั่นถงตอบ พลางยิ้มอย่างเอ็นดู

นางอุ้มเด็กไว้ต่ออีกครู่หนึ่ง จนรู้สึกว่าแขนเริ่มอ่อนแรงจึงยื่นส่งให้แม่นมหลิว

“รับเขาไปเถิด”

แม่นมหลิวรีบก้าวเข้ามารับเด็กด้วยความระมัดระวัง “เจ้าค่ะ”

หวั่นถงยังไม่ปล่อยมือทันที

นางมองตาของแม่นมหลิว ก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงสงบ

“ข้ารู้ว่าเจ้ามีหน้าที่ดูแลเขา และเท่าที่เห็น เจ้าก็ดูแลได้ดี”

แม่นมหลิวก้มศีรษะ “เป็นหน้าที่ของบ่าวเจ้าค่ะ”

“เช่นนั้นก็จงทำหน้าที่ต่อไปให้ดี”

น้ำเสียงของหวั่นถงมิได้แข็งกร้าว ทว่าทุกถ้อยคำกลับชัดเจน “เขาเป็นบุตรของข้า หากกินสิ่งใด นอนเมื่อใด ร้องไห้เพราะเหตุใด หรือมีผู้ใดเข้ามาใกล้ ข้าต้องรู้ทุกเรื่อง”

แม่นมหลิวชะงักไปเล็กน้อย

หวั่นถงยิ้มบาง ๆ  “เหตุใดถึงได้ทำสีหน้าเช่นนั้น”

แม่นมหลิวสบตานางอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าลงกว่าเดิม

“บ่าวเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”

หวั่นถงจึงปล่อยมือ

“พาเขาไปนอนเถิด หากตื่นแล้วให้พามาหาข้าอีก”

“เจ้าค่ะ”

แม่นมหลิวอุ้มเด็กออกไปอย่างเงียบเชียบ หวั่นถงมองตามจนม่านประตูปิดลง แล้วจึงเอนกายพิงหมอนด้วยความเหนื่อยล้า

เพียงให้นมบุตรครั้งเดียว

นางกลับรู้สึกประหนึ่งเพิ่งผ่านการรบมาหนึ่งสนาม

นางหลับตาลง ก่อนจะพึมพำ

“เลี้ยงลูกช่างเปลืองแรงยิ่งกว่าร่ายคาถาเสียอีก”

ชิงยวนรีบเข้ามาจัดผ้าห่มให้  “อี้เหนียงสี่ควรพักผ่อนแล้วเจ้าค่ะ”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 93 ถุงหอมหน้าประตู

    ตอนที่ 93 ถุงหอมหน้าประตู เช้าวันนั้น หวั่นถงตื่นขึ้นแล้วนอนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกไม่หลังไม่ปวด แขนไม่ชา ใต้ตัวก็ไม่มีฟางคอยทิ่มยามพลิกกาย ที่แท้นางเพียงขาดที่นอนดี ๆ มิได้ชราลงหลายปีอย่างที่นึกกลัว รุ่ยเอ๋อร์ยังหลับอยู่ข้างกาย นางจึงค่อย ๆ ลุกขึ้นรับถ้วยน้ำจากชิงยวน สายตาหยุดอยู่ที่ถุงผ้าเล็กหลายใบในตะกร้า “เสี่ยวจู่เย็บไว้เจ้าค่ะ บอกว่ามีเศษผ้าเหลือจึงไม่อยากทิ้ง” หวั่นถงหยิบขึ้นดู ฝีเข็มยังคดอยู่บ้างทว่าปากถุงผูกได้แน่นดี นางให้ชิงยวนเอาสมุนไพรหอมแห้งที่เหลือมาแบ่งใส่ถุงก่อนเรียกเสี่ยวจู่เข้ามา สาวใช้มองของในตะกร้าแล้วขยับปลายนิ้วอย่างเขิน ๆ “เย็บไม่งามนักเจ้าค่ะ” “สมุนไพรคงไม่ถือสา ขอเพียงอย่าร่วงออกมาก็พอ” เสี่ยวจู่หลุดยิ้ม นั่งลงช่วยเติมจนได้ถุงหอมหลายใบ หวั่นถงเก็บหนึ่งใบไว้ในมือ ให้ชิงยวนขยับผ้ากั้นมาบังสายตาจากด้านนอก นางหลับตา วางนิ้วแตะปมด้ายแล้วเอื้อนเสียงแผ่ว “ธาตุไม้คงคุณ กลิ่นเกื้อกูลมิรู้คลาย…” ความอุ่นบางเบาซึมผ่านปลายนิ้ว กลิ่นสมุนไพรในถุงค่อย ๆ ชัดขึ้น นางเสริมเพียงฤทธิ์ไล่แมลงให้คงอยู่นานขึ้น ถึงกระน

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 92 ใต้ชายคาเดียวกัน

    ตอนที่ 92 ใต้ชายคาเดียวกัน ชิงยวนส่งเงินที่แบ่งไว้ให้เสิ่นเยี่ยนเหิงตามคำสั่ง เขาจดจำนวนลงกระดาษก่อนส่งให้หวั่นถงเก็บไว้ นางพับกระดาษอย่างเรียบร้อย เงินออกจากถุงไปแล้ว อย่างน้อยยังมีกระดาษกลับมาปลอบใจอยู่หนึ่งแผ่น เช้าวันถัดมา บ่าวคนสนิทพาช่างไม้จากหมู่บ้านใกล้เคียงมาถึงเรือน ช่างดูไม้ที่มีแล้วตกลงกับเสิ่นเยี่ยนเหิงว่าจะปิดรอยแตกที่ฝากับทำพื้นยกสำหรับที่นอนก่อน เสิ่นเยี่ยนเหิงเรียกญาติผู้น้องมาช่วยขนไม้ คราวนี้มีผู้ยอมลุกขึ้นมากกว่าเมื่อคืน “ท่านแม่จัดการเรื่องเครื่องนอนเถิดขอรับ” หลิ่วซูหยารับคำแล้วเรียกจิงเจียวมาดูผ้าฝ้ายที่ชิงยวนซื้อไว้ “ตัดผ้ารองให้เด็กก่อน ของพวกผู้ใหญ่ยังพอใช้ได้” จิงเจียวให้สาวใช้ช่วยคลี่ผ้าออกวัดก่อนลงมือตัด สตรีสายรองที่นั่งอยู่ใกล้กันค่อย ๆ ขยับเข้ามาช่วยเย็บ ฮูหยินผู้เฒ่านั่งมองอยู่ข้างหน้าต่าง มือที่เคยกำไม้เท้าตลอดหลายวันวางลงบนตักช้า ๆ หวั่นถงถืออ่างผักผ่านมาพบอวี้เหยานั่งจับม้วนด้ายให้ผู้ใหญ่ “เมื่อยก็วางลงเถิด” “ข้าช่วยได้เจ้าค่ะ” เด็กน้อยตอบทันที หวั่นถงยิ้มให้ก่อนเดินเข้าครัว เสี่ยวจู่ซาวข

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 91 ยืมก่อน

    ตอนที่ 91 ยืมก่อน จิงเจียวก้มมองมือตนเองอยู่ครู่หนึ่งก่อนพยักหน้า “ได้หากขายผ้าปักกับภาพวาดได้เงิน ข้าจะนำมาให้เจ้าซื้ออาหารกับของใช้” “เจ้าค่ะ” หวั่นถงรับคำอย่างยินดี ฟังดูคล้ายมีเงินกำลังจะเข้ามือทว่าปลายทางของมันยังคงเป็นหม้อข้าว เสี่ยวจู่นำห่อเข็มด้ายที่ใช้เย็บผ้ารองนอนมาวาง จิงเจียวเปิดดูแล้วเลือกด้ายที่พอใช้ได้ออกมาสองสามสี “ข้าจะเริ่มจากของชิ้นเล็กก่อน ภาพวาดต้องรอหากระดาษกับพู่กัน” หลิ่วซูหยาซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลเงยหน้ามองก่อนพยักหน้า จิงเจียวจึงหยิบผ้าขึ้นพิจารณา หวั่นถงมิได้ยืนดูต่อ นางกลับไปจัดการหน้าเตากับเสี่ยวจู่ “นายหญิง บ่าวปักผ้าไม่งามเช่นฮูหยิน” “หุงข้าวให้สุกก่อนเถิด” สาวใช้ก้มมองหม้อทันที “บ่าวดูไฟอยู่เจ้าค่ะ” “ข้ารู้” หวั่นถงตอบพลางยกฝาหม้อ กลิ่นข้าวหอมลอยออกมา เสี่ยวจู่จึงค่อยคลายไหล่ลง เพียงบอกให้ดูไฟก็เฝ้าราวกับเตาจะหนีหาย นางมีลูกมือที่ตั้งใจถึงเพียงนี้เชียวใกล้เที่ยง เสิ่นเยี่ยนเหิงกลับมาพร้อมบ่าวคนสนิท ข้าวของที่นำมามีเครื่องมือช่าง ตะปู เชือกกับของจำเป็นอีกไม่กี่ห่อ เขาวางลงข้างกองไม้ก่อนส่งเงินที่เหลือคืนม

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 90 ช่วยกัน

    ตอนที่ 90 ช่วยกัน หวั่นถงรอจนรุ่ยเอ๋อร์หลับจึงรับตะเกียงจากชิงยวนแล้วเดินออกไปที่ชานเรือน เสิ่นเยี่ยนเหิงนั่งถากไม้อยู่ใต้แสงไฟ มือข้างที่ประคองท่อนไม้มีรอยถลอกเพิ่มขึ้นอีกแห่ง นางวางตะเกียงในมุมที่ช่วยให้เห็นรอยสิ่วได้ชัด “มีสิ่งใดให้ข้าช่วยหยิบจับหรือไม่เจ้าคะ” ชายหนุ่มเงยหน้ามอง “เจ้าเองก็ทำอาหารให้คนทั้งเรือน ไปพักเถิด” “เจ้าค่ะ” นางรับคำทันทีจนเขาชะงักไปเล็กน้อย หวั่นถงย่อกายแล้วหมุนตัวกลับ ในเมื่อเขาอนุญาตให้พักจะยืนเถียงให้ปวดขาไปไย ครั้นเดินพ้นประตู ญาติผู้น้องสองคนก็ขยับลุกจากเสื่อ “พี่ใหญ่ ข้าช่วยขอรับ” คนหนึ่งรับท่อนไม้ไปประคอง อีกคนเก็บเศษไม้ให้พ้นทาง เสียงสิ่วจึงดังต่อเนื่องขึ้น ทว่าคนในมุมโถงอีกหลายคนกลับนอนนิ่ง บางคนถึงกับเริ่มกรนทั้งที่เมื่อครู่ยังพลิกตัวไปมา เสี่ยวจู่ซึ่งกำลังเก็บชามกระซิบถาม “เสียงดังเพียงนี้ยังหลับลงอีกหรือเจ้าคะ” หวั่นถงเหลือบมองปลายเท้าที่ขยับหนีแสงตะเกียง “อย่าทัก ประเดี๋ยวเขาต้องกรนให้ดังขึ้นอีก” เสี่ยวจู่รีบก้มหน้า ไหล่สั่นอยู่ครู่หนึ่งก่อนหอบชามออกไปหวั่นถงกลับมานั่งข้างบ

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 89 จัดการเอง

    ตอนที่ 89 จัดการเอง “ฮูหยิน ข้าฝากคุณชายสักครู่ได้หรือไม่เจ้าคะ” หลิ่วซูหยารับหลานมาอย่างระมัดระวัง หวั่นถงจึงเดินไปหากองของสด คนทั้งลานขยับหลีกทางให้ทันที หวั่นถงก้มมองมีดในมือแล้วเลิกคิ้วนิดหนึ่ง อยู่จวนมาหลายเดือนยังไม่เคยทำให้ผู้ใดหลีกทางได้พร้อมเพรียงถึงเพียงนี้ ที่แท้ขาดมีดอยู่เล่มเดียว นางนั่งลงบนม้าเตี้ย ทดสอบความคมของมีดก่อนให้เสี่ยวจู่ยกน้ำร้อนมา จัดการลวกไก่แล้วถอนขนอย่างคล่องแคล่ว เสี่ยวจู่ยืนมองตาไม่กะพริบ “มองข้าเช่นนั้นทำไม ข้าถอนขนไก่มิได้จะถอนผมเจ้า” สาวใช้หลุดหัวเราะก่อนรีบเม้มปาก “บ่าวเพียงไม่เคยเห็นท่านทำเจ้าค่ะ” “เช่นนั้นเข้ามาช่วย คราวหน้าจะได้ทำเป็น” เสี่ยวจู่รีบนั่งลงข้างกัน ชิงยวนหุงข้าวเสร็จก็มารับปลาที่นางขอดเกล็ดแล้วไปล้าง หวั่นถงสับไก่เป็นชิ้นพอดีคำ แบ่งปลาสำหรับต้มน้ำแกง ยามเงยหน้าขึ้นยังเห็นคนหลายคนยืนมองอยู่ที่เดิม ที่แท้ถอนขนไก่ไม่ต้องร่ายคาถาก็ทำให้คนตะลึงได้ นางอดยกมุมปากไม่ได้ “ช่วยยกชามออกมาเถิดเจ้าค่ะ น้ำแกงใกล้ได้ที่แล้ว” คราวนี้ทุกคนขยับทันที กลิ่นไก่ผัดขิงลอยคลุ้งจากกระทะ น้ำแกงปลาเดือดอ

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 88 ปล่อยไป

    ตอนที่ 88 ปล่อยไป หลังรับร่างแม่ทัพเสิ่นคืนมา คนในตระกูลก็จัดพิธีศพให้อย่างเรียบง่าย โลงไม้ธรรมดาตั้งอยู่หลังเรือน โต๊ะเก่าตัวหนึ่งใช้วางกระถางธูปกับเครื่องเซ่นเพียงเล็กน้อย ญาติที่เหลือสวมผ้าป่านไว้ทุกข์ผลัดกันเข้าคำนับ หลิ่วซูหยาร้องไห้จนแทบไม่มีแรง ฮูหยินผู้เฒ่านั่งอยู่ข้างโลง ลูบฝาไม้ช้า ๆ ราวกับยังมีถ้อยคำที่มิทันได้กล่าวกับบุตรชาย เสิ่นเยี่ยนเหิงคุกเข่าอยู่ตรงนั้นจนธูปหมดดอก หวั่นถงอุ้มรุ่ยเอ๋อร์เข้าคำนับ ชิงยวนช่วยประคองแขนนางไว้ เสี่ยวจู่พาเด็กหญิงทั้งสองเข้ามากราบท่านปู่เป็นครั้งสุดท้าย เมื่อโลงถูกนำไปฝังที่เชิงเขา มีเพียงคนในครอบครัวกับบ่าวที่เหลือเดินตามไปส่ง เสิ่นเยี่ยนเหิงมองดินที่กลบลงบนโลงจนหลุมเต็มก่อนก้มศีรษะคำนับอีกครั้ง ภายในโถงตำหนักบูรพา แสงแดดลอดม่านแพรปักดิ้นทองทอดลงบนพื้นหินขัด กระถางสำริดพ่นควันกำยานบางเบา รัชทายาทประทับอยู่บนตั่งไม้จันทน์แกะลายโดยมีองครักษ์คุกเข่ารออยู่เบื้องล่าง “จะทรงปล่อยเสิ่นเยี่ยนเหิงไปเช่นนี้หรือพ่ะย่ะค่ะ” รัชทายาททรงวางจอกหยกลง “เสด็จพ่อเพิ่งแสดงพระเมตตา เจ้าจะให้ข้าขัดพระประสงค์หรือ” องครัก

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 38 เมฆาเร้นลับ

    ตอนที่ 38 เมฆาเร้นลับหวั่นถงขยับกายพิงพนักเตียงด้วยท่าทีที่ดูผ่อนคลายลงมากนางปรายตามองตลับชาดที่เหลืออยู่บนโต๊ะก่อนจะสั่งการชิงยวนต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย“เจ้าไปซื้อชาดจากร้านเดิมมาเพิ่ม จากนั้นก็หาตลับใหม่บรรจุลงไป... แล้วนำไปให้เหอซาง”ชิงยวนน้อมรับคำสั่งด้วยความเข้าใจแจ้ง นางรู้ดีว่าชาดเหล่า

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 36 ประทินโฉม

    ตอนที่ 36 ประทินโฉมหวั่นถงพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะซื้อของไปด้วยอีกหลายชิ้นจากนั้นนางก็เดินทอดน่องไปตามย่านการค้าที่คลาคล่ำไปด้วยสตรีสูงศักดิ์และหญิงสาวแรกรุ่น นางหยุดแวะที่ร้านประทินโฉมร้านแรกซึ่งเป็นร้านเล็กๆ ที่ตั้งอยู่หัวมุมถนน หลังจากพิจารณาเนื้อชาดในตลับไม้เรียบง่ายอยู่นาน นางก็หันไปสั่งเสี่ยว

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 35 อนุห้า อนุหก

    ตอนที่ 35 อนุห้า อนุหก หวั่นถงปรายตามองหญิงสาวทั้งสองที่ยกถาดน้ำชาเข้ามาคารวะหัวใจนางสะดุดเหตุใด…พวกนางจึงดูคล้ายตนเองถึงเพียงนี้อนุห้าชื่อ เชี่ยซูสวมอาภรณ์สีอ่อนเรียบตา ใบหน้าอ่อนหวาน ดวงตาเรียวสงบท่าทางสำรวม นิ่งเงียบให้ความรู้สึกคล้ายสตรีที่ไม่แย่งชิงส่วนอนุหกชื่อ เฉินอวี้หลันร

  • ชะตาใหม่ของวันทองในจวนแม่ทัพ   ตอนที่ 28 เพิ่มพลัง

    ตอนที่ 28 เพิ่มพลัง เหอซางแทบจะล้มพับลงกับอาสนะทันทีที่ลับตาคน ท่าทางที่เคยดูสง่างามประดุจเทพเซียนหายวับไปในพริบตา เขารีบคลำคอและบ่าของตัวเองด้วยความหวาดเสียว“ลูกพ่อ! เจ้าเห็นไหม ดาบฟันข้าไม่เข้าจริงๆ!” เขาหันไปบอกเหอฉีด้วยเสียงกระซิบที่สั่นพร่า “นายท่านผู้นั้นเป็นใครกันแน่ ยาที่นาง...

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status