Masukแล้วเหตุการณ์เดิม ๆ ก็ยังคงหมุนเวียนซ้ำไปมา ราวกับกงล้อเกวียนที่ถูกผลักให้เดินหน้าอย่างไม่รู้จบ ไม่ว่าจะผ่านไปกี่วัน กี่เดือน หรือกี่ฤดูกาล สิ่งที่เกิดขึ้นก็ยังคงเหมือนเดิม ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง
หลินม่านเถียนขยับกาย ก้าวเข้าไปภายในเรือนฟ่งหวงด้วยท่วงท่าที่สงบเรียบร้อย มือเล็กประสานกันไว้ด้านหน้าอย่างแนบแน่น กิริยาทุกอย่างถูกควบคุมอย่างแม่นยำจนแทบไร้ที่ติ เสี่ยวลิ่วเดินตามอยู่ด้านหลังในระยะห่างพอเหมาะ ภาพที่ปรากฏช่างดูเหมือนนางกำนัลผู้หนึ่ง หาใช่พระชายาเอกแห่งตำหนักอี้หวางแม้แต่น้อย
“มาขัดหลังให้ข้า”
เสียงทุ้มต่ำดังลอดออกมาจากด้านในห้องอาบน้ำ บอกตำแหน่งของบุรุษผู้เป็นเจ้าของเรือนได้อย่างชัดเจน
หลินม่านเถียนยกมือขึ้นเล็กน้อย ส่งสัญญาณให้เสี่ยวลิ่วไปจัดการเก็บกวาดภายในห้องนอนให้เรียบร้อย จากนั้นจึงก้าวเข้าไปด้านในอย่างไม่รีรอ
“เร็ว!”
เสียงเร่งรัดดังขึ้นอีกครั้ง แฝงความไม่พอใจอย่างไม่คิดปิดบัง เท้าเรียวจึงเร่งฝีเท้าขึ้นอีกเล็กน้อย
ภาพของบุรุษร่างสูงเปลือยกายอยู่ในบ่อน้ำขนาดใหญ่ปรากฏต่อสายตา น้ำในบ่อขุ่นมัวด้วยไอน้ำอุ่น ละอองบางลอยคลุ้งไปทั่วห้อง ทว่าแม้ภาพตรงหน้าจะชวนให้ผู้คนสะดุ้งหรือเสียกิริยาเพียงใด หลินม่านเถียนกลับมิแสดงอาการใดออกมา
นางก้าวเข้าไปทรุดตัวลงยังตำแหน่งเดิมที่คุ้นเคย มือเล็กเอื้อมออกไปหยิบผ้าสะอาด ก่อนจะเริ่มทำหน้าที่ของตนอย่างเงียบงัน
สิ่งนี้นางทำมานานกว่าสิบสี่เดือนแล้ว ความเคยชินจึงกลายเป็นเกราะกำบังที่แข็งแรงที่สุด
ดวงตาเรียวรีดุจดวงตาหงส์ของบุรุษในบ่อเปิดขึ้นเพียงชั่ววูบ แววตาเย็นเฉียบกวาดมองนางผ่าน ๆ ก่อนจะปิดลงอีกครั้ง ราวกับไม่ต้องการเสียเวลาแม้แต่น้อยกับการมอง
หลินม่านเถียนเข้าใจดี สำหรับเขา ใบหน้าของนางไม่ต่างจากภาพสะท้อนของ “หลินม่านถิง” สตรีที่เขาเคยต้องการ แต่กลับมิอาจครอบครองได้ ความรังเกียจที่เขามีต่อนางนั้น มิใช่เรื่องที่ต้องคาดเดา นางรับรู้ได้ชัดเจนตั้งแต่แรกพบ
แต่นางก็ไม่คิดจะโต้แย้ง เพราะความสงสาร นางไม่มีให้เขา ตลอดหนึ่งปีเศษที่ผ่านมา สิ่งที่นางได้รับจากบุรุษผู้นี้ มีเพียงความเย็นชา คำสั่ง และการกดขี่ ดังนั้น หากจะให้เข้าใจหัวใจของเขา นางย่อมทำได้ แต่จะให้เห็นใจ นางทำไม่ได้
“สำรับอาหารค่ำของข้าพร้อมแล้วหรือไม่”
เสียงทุ้มดังขึ้นอีกครั้ง ทั้งที่เจ้าของเสียงยังคงหลับตาอยู่ หลินม่านเถียนหยุดมือเล็กน้อย ก่อนจะเอียงศีรษะมองออกไปด้านนอก เงาร่างที่สะท้อนผ่านม่านบางบอกให้นางรู้ว่าคนจากเรือนครัวมาถึงแล้ว
“พร้อมแล้วเพคะ อี้หวาง”
น้ำเสียงตอบเรียบสนิท เพียงสิ้นคำ ร่างสูงก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง หยดน้ำไหลลงตามกล้ามเนื้อแน่นชัด แผ่นหลังที่ควรเรียบเนียนกลับเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นทั้งเก่าและใหม่มากมาย เป็นร่องรอยของการต่อสู้ที่มิอาจลบเลือนได้
ในครั้งแรกที่นางเห็นภาพนี้ นางตกใจจนเสียหลักล้ม หัวใจเต้นแรงจนควบคุมไม่อยู่ แต่ในวันนี้ ความรู้สึกเหล่านั้นได้เลือนหายไป เหลือเพียงความนิ่งและการควบคุมตนเอง
แม้ใบหน้าและใบหูจะยังร้อนผ่าวอยู่บ้าง แต่นางก็ไม่แสดงออก มือเล็กหยิบผ้าเช็ดกายขึ้นมาซับน้ำอย่างเป็นระเบียบ ก่อนจะช่วยจัดแต่งอาภรณ์ให้เขาอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
“เชิญอี้หวางเพคะ”
เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย นางถอยหลังหนึ่งก้าว ประสานมือและโค้งกายลงต่ำ กิริยานั้นเรียบร้อย แต่ไร้ชีวิต
สายตาคมของเซี่ยเฟิ่งฉีตวัดมองนางเพียงครู่หนึ่ง ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด จากนั้นก็สะบัดแขน ก้าวเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามอง
เสียงฝีเท้าหนักแน่นกระแทกพื้นดังชัด หลินม่านเถียนก้มหน้าลงเล็กน้อย ความคิดเย็นชาผุดขึ้นในใจ
กระแทกพื้นยังดีกว่าเขาหันมากระแทกใส่นาง แต่นางยังคงก้าวตามไปอย่างเงียบงัน เพราะหน้าที่ของนางยังไม่สิ้นสุด
“ข้าเคยสั่งเจ้าแล้วว่า ไม่ชอบสตรีที่พูดมาก”
เสียงของอี้หวางดังขึ้นทันทีที่นั่งลง
“แล้วเหตุใด วันนี้จึงมีคนเช่นนั้นมาให้ข้ารำคาญใจ” เขาเอ่ยช้า ๆ แต่ทุกคำหนักแน่น
“หากครั้งหน้าในเดือนถัดไปยังเป็นเช่นนี้…” เสียงหยุดลงเพียงชั่วครู่ ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
“คนที่ต้องมารองรับอารมณ์ของข้า จะเป็นเจ้า” บรรยากาศรอบด้านพลันเย็นลง หลินม่านเถียนก้มศีรษะลง
“หม่อมฉันขออภัยเพคะ ครั้งหน้าจะตรวจสอบให้รอบคอบยิ่งขึ้น”
คำตอบสุภาพ ไร้ข้อโต้แย้ง แต่ภายในใจกลับเต็มไปด้วยคำด่าทอ อยากได้แบบใด เหตุใดไม่ไปเลือกเอง
ให้ข้าเลือก แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าต้องการสตรีแบบใด ยามคัดเลือก ทุกคนล้วนเรียบร้อย ใครจะไปรู้สันดานภายใน ความคิดไหลผ่านอย่างรวดเร็ว แต่ใบหน้ายังคงนิ่ง
ทันใดนั้น
ซ่า!
น้ำชาอุ่นถูกสาดลงบนศีรษะของนาง
“อ๊ะ…”
ร่างเล็กสะดุ้งเล็กน้อย กลิ่นหอมของใบชาลอยขึ้นทันที หลินม่านเถียนยกมือขึ้นลูบน้ำออกจากใบหน้า ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองผู้กระทำ สายตานิ่ง ลึก และไม่สั่นไหว
“ชาดี ต้องดื่มตอนร้อน” เสียงของอี้หวางเย็นเฉียบ
“แต่นี่กลับเย็นชืดราวน้ำค้างแข็ง ฝีมือคนของเจ้าชักจะไร้ค่าขึ้นทุกวัน” ถ้วยชาถูกวางลงอย่างแรง
“ใครเป็นคนรับผิดชอบน้ำชาในกาใบนี้ ออกมา”
นางกำนัลผู้หนึ่งก้าวออกมา ตัวสั่นเทา
“เหวินซาง”
เสียงเรียกดังขึ้น
“พานางไป ตัดมือทิ้ง”
คำสั่งสั้น แต่โหดเหี้ยม
“อี้หวางเมตตาด้วยเพคะ! อี้หวางเฟยช่วยด้วย!”
นางกำนัลทรุดลงกับพื้น น้ำตาไหลพราก หลินม่านเถียนเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะก้าวออกไปหนึ่งก้าว
“น้ำชาในกานี้ เดิมทีควรเป็นหม่อมฉันที่ต้องตรวจสอบ หากเกิดความผิดพลาด ย่อมเป็นเพราะหม่อมฉันมิได้ถี่ถ้วน ผู้ที่สมควรรับโทษ ควรเป็นหม่อมฉันเพียงผู้เดียวเพคะ”
“ดี!”
คำตอบสั้นกระแทกลงมาอย่างหนักหน่วง แต่สิ่งที่ตามมา กลับมิใช่คำพูด
กายสูงลุกขึ้นฉับพลัน สำรับอาหารที่ยังแทบมิได้แตะต้อง ถูกปัดกระจายออกจากโต๊ะในชั่วพริบตา จานชามที่เคยจัดวางอย่างงดงาม กลับแหลกสลายพร้อมอาหารที่กระเด็นลงมาทั้งหมด
และทั้งหมดนั้น ตกลงบนศีรษะของหลินม่านเถียน เศษอาหารร้อนระอุ ไหลผ่านเส้นผม ลาดลงสู่ใบหน้าและอาภรณ์ กลิ่นคาวหวานปะปนกันจนชวนอึดอัด
ทว่านาง… มิไหวติง
เพราะตั้งแต่นางเอ่ยปากแทนนางกำนัลผู้นั้น นางก็เตรียมใจรับไว้แล้ว หลินม่านเถียนเพียงนั่งนิ่ง ปล่อยให้เขาระบายอารมณ์จนพอใจ มิหลบ มิป้องกัน มิแม้แต่จะยกมือขึ้นเช็ดสิ่งสกปรกบนร่าง
จะให้ทำเช่นไรได้ ในโลกใบนี้ ในร่างนี้ นางไร้ทางเลือกโดยสิ้นเชิง จะหลบหนีไปที่ใดได้ หากยังไม่มีกำลังพอจะยืนหยัด สุดท้าย นางก็ทำได้เพียงก้มหน้า เป็น “ทาส” ในคราบพระชายาเช่นนี้ต่อไป จนกว่าวันหนึ่ง นางจะมีทางออกของตนเอง
“โธ่โว้ย!”
เสียงสบถดังขึ้นอย่างอดกลั้นไม่อยู่
เพล้ง!
ถ้วยชาถูกฟาดลงกับพื้น แตกกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อย
“เหวินซาง! พานางออกไป คุกเข่าหน้าเรือนฟ่งหวง คืนนี้หากไม่มีคำสั่งของข้า ห้ามลุกแม้เพียงครึ่งก้าว!”
คำสั่งเย็นเยียบ ราวกับมิใช่ชีวิตคนที่ถูกลงโทษ หลินม่านเถียนยังคงก้มหน้า เศษอาหารยังเกาะอยู่ทั่วกาย แต่แววตากลับนิ่งสงบอย่างน่าประหลาด
เขาชิงชังนางนัก ชิงชังความนิ่งเฉยที่มิสะทกสะท้านต่อสิ่งใด ชิงชังใบหน้าที่ไร้อารมณ์ ไม่ว่าเขาจะกดขี่เพียงใด ก็ไม่เคยเห็นความพังทลาย ราวกับนาง ไม่มีหัวใจ
และนั่นเอง
คือสิ่งที่เขาเกลียดที่สุด เกลียดทุกอย่างที่ประกอบขึ้นเป็น หลินม่านเถียน เกลียดสตรีผู้เย็นชา และไร้ความรู้สึกผู้นี้อย่างถึงที่สุด
ตอนพิเศษขบวนรถม้าขนาดกลางกำลังเคลื่อนออกจากเมืองหลวงในช่วงปลายยามอิ๋น หลินม่านเถียนนางขยับเปิดผ้าม่านออกไปมองภาพของตำหนักใหญ่โตที่มีทั้งสุขและทุกข์ปนเปมาตลอดร่วมสองหนาวด้วยสายตาสงบนิ่ง "ท่านจะไม่เสียใจในภายหลังใช่หรือไม่เจ้าค่ะท่านพี่" สุดท้ายคำถามนี้ก็หลุดออกไปอีกจนได้ ก็บัดนี้จากบุรุษผู้เป็นจอมทัพเกรียงไกรต้องถูกถอดยศเรียกคืนอำนาจทุกสิ่งในมือออกไปขนาดการเดินทางนี้รถม้าก็ยังเป็นรถม้าขนาดกลางที่อดีตนางย่อมรู้ เซี่ยเฟิ่งฉีเฉียดใกล้ย่อมไม่เคย แต่วันนี้เขากลับทิ้งทุกสิ่งเพื่อนางและลูกน้อยเท่านั้น "มีอันใดต้องเสียใจกันมีเพียงเจ้า เจ้าหงส์ขาวตัวน้อย กับท่านแม่ ชีวิตนี้ข้าก็เพียงพอแล้วชื่อเสียงลาภยศสำหรับข้าล้วนจอมปลอมครอบครองเอาไว้ก็เป็นทุกข์เท่านั้นไปใช้ชีวิตอยู่นอกเมืองล้วนสุขใจ" เพราะหลังจากฮ่องเต้ยื่นคำขาดเช่นในวันที่บีบบังคับให้เขาต้องยินยอมตบแต่งรับเอาหลินม่านเถียนมาแทนหลินม่านถิง อีกครั้ง เขาก็ได้เลือกแล้ว...เลือกที่จะถอดวางทุกสิ่งคืนไปยังฮ่องเต้ วันนี้เขาจึงเป็นเพียงเถ้าแก่เซี่ยเจ้าของสำนักคุ้มภัยแห่งหนึ่งเท่านั้น ไม่มีอี้หวางหรืออี้หวางเฟยอีกแล้ว มีแต่ชาวเมืองหนานซ่งครอบครัวห
ตอนที่ 41 (ตอนจบ)ในที่สุดผ่านไปอีกหนึ่งเดือนเท่านั้นแผนการกำจัดคลื่นใต้น้ำเช่นสกุลเพ่ยและสกุลเผิงของอี้หวางและฮ่องเต้ก็สำเร็จ กวาดล้างต้นตอของเหล่ากบฏที่มักจะไปเกิดยังต่างเมืองอยู่บ่อยครั้งจนเรียบร้อยถึงมันจะไม่ขาวสะอาดไปจนทั่วหนานซ่งทว่าภายในรัชสมัยของฮ่องเต้พระนาม'เซี่ยเฟิ่งเหริน'ก็คงยากจะเกิดความยุ่งยากหรือเหล่ากบฏขึ้นอีกเป็นแน่ ทว่าภายใต้ข่าวดีก็ยังมีข่าวร้ายแทรกมา เมื่อขบวนส่งเสด็จจ่างกงจู่เซี่ยจิ่นเหยาถูกเหล่ากบฏเข้าปล้นเพราะคาดว่าจะจับเอานางมาเป็นองค์ประกันต่อรองกับฮ่องเต้แต่นางกลับใจเด็ดสังหารตนเองมิยิมให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือ นามของนางจึงถูกจารึกเอาไว้ว่าเป็นสตรีผู้องอาจหาญกล้าผู้หนึ่งในราชวงศ์ หากแต่ที่รู้แจ้งดีกว่าผู้ใดคงหนีไม่พ้นเซี่ยเฟิ่งฉี แต่จะให้เขาทำเช่นไรได้ก็ในเมื่อนางเล่นกัดเขาไม่ปล่อย หากเพียงชีวิตตนเองเขาคงปล่อยนางไปได้ แต่นี่นางคิดเอาชีวิตมารดาเขาเอาชีวิตลูกของเขา หากใจอ่อนเห็นแก่สายเลือดเดียวกัน เช่นอดีตคงไม่ได้ เขาจึงยินยอมเป็นคนชั่วสังหารน้องสาวเสียอีกเอง แต่ถึงแผ่นดินจะกลับมาผาสุกแล้ว เซี่ยเฟิ่งฉีก็ยังต้องรั้งอยู่เมืองหลวงต่ออีกหลายเดือนยังไม่อาจเดินทางไป
ตอนที่ 40เพ่ยสวีหรานมาหยุดยืนก่อนที่จะถึงตรงด้านหน้าของตัวเรือนไป่เหอแล้วก็ให้พลันรู้สึกได้ถึงความ'แตกต่าง'โดยสิ้นเชิงกับเรือนของตนเองนี่นะหรือเรือนของพระชายาเอกที่เป็นเพียงบุตรีของอนุนางหนึ่ง ...หึ!...มันช่างน่าขบขันยิ่งนักเพราะมันงดงามเกินหน้ากว่าเรือนของตนเองอย่างยิ่งพลันนั้นเพลิงริษยาก็พวยพุ่งก็ในใจของนางไม่เคยเจียมตนว่านางคือผู้มาทีหลัง แล้วยังมีตำแหน่งเป็นเพียงพระชายารองแต่นางเอาส่วนที่ตนเองเป็นลูกที่เกิดจากภรรยาเอก เอาฐานะของบิดาตนเอง พี่ชายและพี่สาวของตนเองมาเทียบเทียมกับหลินม่านเถียน ว่าตนเองอยู่เหนือกว่าสูงส่งกว่าโดยลืมสิ้นว่า ในตำหนักอี้หวางนี้ยกความสำคัญให้แก่พระชายาเอก เช่นจวนอื่นไม่เปลี่ยน เซี่ยเฟิ่งฉีท่านช่างเหยียบย้ำความรักของนางผู้เดียวยังพอทนทว่านี่เขาช่างหยามหมิ่นเกียรติไปถึงวงศ์ตระกูลเพ่ยของนางเห็นทีจะเกินอภัยเสียแล้ว ...ได้ในเมื่อนางดีด้วยแต่เขาเมินเฉยนางก็จะร้ายกาจไปจนเขาจดจำฝังใจจะได้เจียมตนให้มาก... "พระชายารองทรงสงบพระทัยก่อนเถิดเพคะ" ภาพที่ปรากฏต่อหน้าพวกนางนั่นก็คือความ'หวานชื่น'ที่เพ่ยเหม่ยเจียวนางคิดเอาเองว่างานนี้พี่สาวผู้เอาแต่ใจตนเองเป็นใหญ่มาเสมอ
ตอนที่ 39หลังจากนั้นอีกเจ็ดวันเกี้ยวเจ้าสาวหลังโตก็มาส่งถึงตำหนักอี้หวาง ทว่าสิ่งที่รอคอยเจ้าสาวกลับมิใช่บุรุษผู้เป็นเจ้า มีเพียงไก่อ้วนตัวหนึ่งเท่านั้น ส่วนเหตุผลนั้นก็คืออี้หวางทรงประชวร แต่คนเช่นเพ่ยสวีหรานหาใช่สตรีโง่งมจึงโมโหจนแทบกระอักที่ทราบว่า ที่เจ้าบ่าวแม้แต่เงายังไม่เคยเฉียดใกล้มาให้พบเห็นถึงสามวันนั้นเขามัวไปเอาอกเอาใจอี้หวางเฟยที่กำลังตั้งครรภ์ "กรี๊ด!!! ..." โครม! ... เพล้ง! "พระชายารองทรงระงับโทสะก่อนนะเพคะ หากคนด้านนอกมาได้ยินได้ฟังท่านจะเสียภาพลักษณ์ที่สร้างมานานนะเพคะระงับความโกรธลงก่อนเถิด ใจเย็นลงสักนิด" เหม่ยเจียวที่พยายามห้ามปรามผู้เปรียบเสมือนนายของตนเอามากกว่าจะเป็นน้องสาวผู้หนึ่งของเพ่ยสวีหรานไว้ด้วยนางนั้นถึงนางเองจะเป็นบุตรที่เกิดจากอนุภรรยาแต่ก็นางก็คือบุตรสาวของเช่นเดียวท่านเจ้ากรมกลาโหมนางหนึ่งเช่นกัน แต่จะเป็นอันใดหากนางไม่ถูกบิดาส่งเสริมย่อมถูกพี่สาวที่เกิดจากภรรยาเอกกดขี่เสียยิ่งกว่านางทาสแม้แต่คำแทนตนเองระหว่างกันยังมิอาจเรียกอีกฝ่ายเป็นพี่สาวไปได้ "ใจเย็นเช่นนั้นหรือ...นังโง่! ...สวามีของข้านั้นมัวแต่ไปกกกอดอยู่กับนังปีศาจร่านสวาทม่านเถียนทั้ง
"มันจะดีหรือฮองเฮา เจ้าต้องรู้เอาไว้เสียก่อนว่าวิวาห์นี้น้องสาวของเจ้าจะมิใช่พระชายาเอกทว่านางตบแต่งเข้าไปในตำหนักอี้หวางนั้นเป็นได้ก็เพียงพระชายารองเท่านั้น" เซี่ยเฟิ่งฉีเขาเพียงรอดูชมฝีไม้ลายมือของไทเฮาและฮ่องเต้ตลบหลังเพ่ยสวีจีที่นางยังไม่ระแวงเลยว่าตนเองก็คงถูก'ต้อน'เข้าหลุมใหญ่รอเวลาฝังกลบไปพร้อมพวกพ้องเลยสักนิด "ถึงออกจะไม่สมควรไปสักหน่อยทว่าหากมันจะช่วยบ้านเมืองช่วยฝ่าบาทได้หม่อมฉันและท่านพ่อล้วนยินดีและเต็มใจและคิดว่าน้องหกเองนางก็ย่อมไม่ขัดขืนเป็นแน่เพคะ" ...หึ!...แมลงย่อมระเริงไฟเช่นไรคนสกุลเพ่ยเหล่านี้ก็ถูกล่อลวงโดยง่ายเพียงถูกอำนาจมาเป็นเหยื่อ... "ดี!....ฮองเฮาช่างกล่าวได้ดี เช่นนั้นในอีกเจ็ดวันก็ให้กรมพิธีการจัดเตรียมเกี้ยวสมรสให้สมฐานะคุณหนูหกตบแต่งเข้าตำหนักอี้หวางอย่าได้รอช้า" หึ! ‘ล้วนเตรียมตัวมาดียิ่ง’ เซี่ยเฟิ่งคิดอย่างแค้นใจตนเองในครั้งนี้ก็มิอาจรักษาความตั้งใจแต่เดิมของตนเองไปได้ที่จะไม่ตบแต่งสตรีใดไปร่วมตำหนักอีกยิ่งคิดใบหน้าหล่อเหล่ากลับยิ่งบึ้งตึง จวบจนเขากลับมาถึงตำหนักแล้วความรู้สึกผิดต่อหลินม่านเถียนมันก็ยิ่งมีมากล้นหัวใจ ดังนั้นเมื่อเขาได้อยู่เพียงใน
ตอนที่ 38"อย่าได้เกรงใจเลยฮองเฮา" นางสิงห์เฒ่ากับลูกเสือซ่อนลายคู่นี้กำลังเตะถ่วงเวลาให้กดดันนางอยู่สินะนับวันพวกนางจะถูกฮ่องเต้และไทเฮาร่วมมือกันลิดรอนอำนาจจนแทบไร้ที่ยืนมากขึ้นและมากขึ้นทุกวัน เพ่ยสวีจีนางมองไปที่'เป้าหมาย'ที่นางต้องทำตนเองเป็นสตรีหน้าทนไม่รู้มารยาทมาแทรกกลางอยู่ครู่หนึ่ง ส่วนเซี่ยเฟิ่งฉีเขาไม่พูดมากแต่พยายามประเมินสถานการณ์ตรงหน้าด้วยกิริยาสุขุม เพราะวันนี้มันอยู่ในแผนที่เขาวางเอาไว้กับเซี่ยเฟิ่งเหรินผู้เป็นฮ่องเต้แล้ว ออกจะทึ่งไม่น้อยที่เพ่ยสวีจีผู้นี้นางขวัญกล้าไม่น้อยจึงลงมือจริงตามที่สายลับของเขารายงานมา "จริงสิอี้หวาง พบเจอกันก็คงต้องสอบถามสักหน่อยเปิ่นกงได้ฟังข่าวลือมาหลายวันว่าอี้หวางหย่าขาดจากอี้หวางเฟยที่แท้จริงเท็จประการใดเล่า?" เซี่ยเฟิ่งฉีแสร้งนิ่งถึงอยากจะหันไปทางฮ่องเต้เหลือกำลังเมื่อได้ฟังคำถามเดียวกับที่ไท่เฮาและฮ่องเต้แสร้งปั้นแต่งถามออกมาให้คนของสกุลเพ่ยที่วางเอาไว้ หึ!...นางช่างตื้นเขินเกินไปแล้ว... "กระหม่อมมิทราบมาก่อนเลยว่าเดี๋ยวนี้ฮองเฮาจะสนใจข่าวลือไร้แก่นสารกับผู้อื่นเช่นกัน” กล่าวเนิบช้าใบหน้าสงบนิ่ง “โอ๋ว...อี้หวางช่างมีอารมณ์ขบขั
ตอนที่ 37หลินม่านเถียนนั้นมาอยู่ตำหนักอี้หวางได้เป็นวันที่สามนางก็คิดเป็นห่วงร้านกับมีเรื่องในใจให้คิดมากอยู่พอสมควร ก็นางนั้นหย่าขาดกับอี้หวางไปแล้ว ถึงเขาจะทำตน'คลั่งรัก'จนบางคราวนางยังรำคาญแต่ข้อกำหนดที่ว่าหากหย่าขาดกันแล้วสิทธิ์ของบุตรที่จะเกิดย่อมเป็นคนของฝ่ายบิดา ก็รบกวนจิตใจของหลินม่านเถียน
ตอนที่ 36ซึ่งทุกการกระทำของที่นอ๋องหนุ่มผู้เป็นพระสวามีมันกินหัวใจคนท้องที่กำลังมีอารมณ์อ่อนไหวอย่างยิ่ง จากอดีตหลินม่านเถียนคิดว่าตนเองมีหัวใจเป็นเพียงศิลาหนึ่งก้อนทว่าบัดนี้นางคิดว่าหัวใจศิลาของตนเองนั้นกลายเป็นเพียงก้อนหิมะหนึ่งก้อนที่กำลังถูกกิเลนเพลิงละลายเหลวเป็นน้ำไปหมดแล้ว "อื้อ..." เมื่
ตอนที่ 34“ข้า…ต้องการเจ้า” เขากล่าวแล้วก็หยุดนิ่ง หวังเพียงแต่ว่าหากนางเต็มใจก็ให้นางเป็นผู้เริ่ม เขามิต้องการบังคับข่มเหงนางอีกแล้ว ดวงตาที่มีเพียงแสงที่ยังมิได้ดับลงยังกลางห้องส่องประกายแวววาว ซึ่งหลินม่านเถียนรู้สึกว่าตนเองนั้นคล้ายกับกำลังถูกดูดกลืนให้นางค่อยดิ่งลึกจมลงไปในความวาววามคู่นั้นช้
ตอนที่ 33"อี้หวาง...ไม่เป็นไรเพคะ...หม่อมฉันมิเป็นไร...ไม่เป็นไรนะเพคะ..." น้ำเสียงนุ่มนวลกับฝ่ามือเรียวเล็กอ่อนนุ่มลูบแผ่นหลังแกร่งแช่มช้า เป็นครั้งแรกที่หัวใจของหลินม่านเถียนมองว่าคนตรงหน้าเขาช่างน่าสงสารเกินไปแล้ว "ข้า...กลัว...ข้าเพียงกลัวว่าเจ้ากับก้อนแป้งน้อยของเขาจะติดโรคร้ายจากข้าจึงพลั้







