แชร์

ตอนที่ 3

last update วันที่เผยแพร่: 2026-04-16 08:39:42

ตอนที่ 3

พอเข้าสู่ต้นยามจื่อ สายลมที่เคยพัดรวยรินในช่วงบ่ายกลับแปรเปลี่ยนเป็นกระโชกแรง ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นฉุดกระชากฟ้าดินให้แปรปรวน ความเย็นในอากาศกดต่ำลงอย่างรวดเร็ว บอกชัดว่าอีกไม่นาน สายฝนแรกแห่งวสันตฤดูจะมาเยือนมหานครเฉิงเล่อแห่งนี้

ทว่าในความเปลี่ยนแปลงนั้น มีเพียงร่างหนึ่งที่ยังคงนิ่งงัน

หลินม่านเถียนยังคงคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเรือนฟ่งหวง แผ่นหลังเหยียดตรง มิเอนเอียง ราวกับถูกหล่อขึ้นจากศิลา ต่อให้สายลมแรงเพียงใด ก็ไม่อาจทำให้นางสั่นคลอนได้แม้แต่น้อย

เดิมที อารียา ในภพก่อนก็เป็นหญิงที่ถึกทนอยู่แล้ว แต่ร่างนี้ ร่างของหลินม่านเถียนที่เติบโตภายใต้การดูแลของ ท่านแม่สาม กลับยิ่งทนทานยิ่งกว่าเดิมหลายส่วน ความบอบบางภายนอกเป็นเพียงภาพลวงตา ภายในนั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าหินผา

ดังนั้น ต่อให้สายลมแปรเปลี่ยนเป็นพายุ หรือหิมะโปรยปราย นางก็ยังคงนิ่งงัน มิสะทกสะท้าน ยิ่งเมื่อผสานเข้ากับหัวใจที่ผ่านความตายมาแล้วหนึ่งครั้ง หลินม่านเถียนในวันนี้จึงเย็นชาต่อทุกสิ่ง ไม่ว่าจะเป็นลมฝน พายุ หรือแม้แต่ความเจ็บปวดจากโทษทัณฑ์

เวลาผ่านไปทีละน้อย กระทั่งปลายยามอิ๋น ท้องฟ้าก็เปิดออก สายฝนกระหน่ำเทลงมาอย่างหนัก ราวกับฟ้าดินกำลังระบายความอัดอั้น เม็ดฝนซัดกระแทกพื้นหินดังไม่ขาดสาย ลมพัดแรงจนชายคาเรือนสั่นไหว

องครักษ์สองนายที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านหน้า ต่างรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เพียงแค่ต้องยืนมองสตรีผู้หนึ่งคุกเข่าอยู่นานถึงสามชั่วยาม ก็ปวดร้าวในใจมากพอแล้ว แต่บัดนี้ นางกลับต้องทนรับสายฝนที่สาดซัดอย่างไม่ปรานี ภาพนั้นยิ่งทำให้ยากจะทนมอง

“อี้หวางเฟยเพคะ…”

เสียงสั่นเครือดังขึ้น อาจิ้งเร่งถือร่มวิ่งฝ่าสายฝนเข้ามา ยกขึ้นบังเหนือศีรษะของผู้เป็นนาย ใบหน้าซีดขาวเต็มไปด้วยความปวดร้าว

“หลบไป” เสียงเรียบสนิทกล่าวกับนางกำนัลส่วนตัว “ข้าถูกฝนเช่นนี้ย่อมดี กำลังเหนียวตัวอยู่พอดี เจ้าอย่าเอาร่มมาบัง”

เหิงจิ้งได้ฟังคำพูดนั้น น้ำตาแทบไหลลงมาในทันที นางรู้ดี ผู้เป็นนายมิได้ต้องการสายฝน แต่กำลังปกป้องนางต่างหาก หากอี้หวางออกมาเห็นว่านางกำนัลกล้าฝ่าฝืนคำสั่ง ย่อมต้องมีคนถูกลงโทษเพิ่ม

“กลับไปที่เรือนเสีย อาจิ้ง”

น้ำเสียงไม่หนักไม่เบา แต่เด็ดขาด หลินม่านเถียนมิแม้แต่จะหันมอง นางทนได้ เพียงใช้สายฝนล้างคราบเศษอาหารที่ยังติดอยู่บนกาย ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว อย่างน้อยก็สะอาดขึ้นกว่าก่อนหน้า

สิ่งเดียวที่นางไม่ต้องการ คือการดึงคนของตนให้ตกอยู่ในอันตราย เพราะนางรู้ดี อี้หวางมีแค้นเพียงต่อนางเท่านั้น เพียงเพราะใบหน้าที่คล้ายกับหลินม่านถิง

“อี้หวาง…”

เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างลังเล ฉู่หานตงเป็นผู้ก้าวออกมา เขากล้าฝืนระเบียบ เข้าไปคุกเข่าขอร้องแทน เพราะเขารู้จักหลินม่านเถียนมาตั้งแต่นางยังเยาว์วัย ในสายตาเขา นางไม่ต่างจากน้องสาวคนหนึ่ง ต่างจากความรู้สึกที่เขามีต่อหลินม่านถิงที่ลึกซึ้งกว่านั้น

แม้ใบหน้าของสองพี่น้องจะคล้ายกันราวกับแกะ แต่สำหรับผู้ที่รู้จักดี ย่อมแยกออกได้โดยง่าย หลินม่านถิงงดงาม สดใส ดั่งบุปผาแรกแย้ม เพียงยิ้มก็ราวกับใต้หล้าอยู่ในกำมือ

แต่หลินม่านเถียนกลับตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิง ความเย็นชาของนาง เพียงเดินผ่านก็ทำให้ผู้คนหนาวเย็นไปครึ่งกาย ราวกับธารน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย

“หากนางอยากให้เปิ่นหวางอภัย” เสียงเย็นเฉียบดังขึ้นจากภายใน

“ก็เพียงก้มศีรษะมาขอร้อง”

ถ้อยคำหยุดลงเล็กน้อย “ส่วนเจ้า หากยังกล้าพูดอีก ข้าจะส่งเจ้าไปชายแดน ตามสหายรักของเจ้าไปเสีย”

ฉู่หานตงขบริมฝีปากแน่น แต่ไม่อาจเอ่ยสิ่งใดต่อ เพราะเขารู้ดี อี้หวางคือจอมทัพผู้ไร้ความปรานี ใจแข็งยิ่งกว่าศิลา

“ลองไปบอกอี้หวางเฟยดู”

อวี่เหวินซางกระซิบข้างหู

“หากนางยอมคลานเข้าไปขอร้อง อี้หวางคงยอมผ่อนปรน”

เขามองสถานการณ์ออกอย่างชัดเจน อี้หวางมิได้ต้องการลงโทษเพียงอย่างเดียว แต่ต้องการให้นาง ยอมอ่อนข้อ

ทว่าปัญหาก็คือ อี้หวางเฟยผู้นี้ เย็นชาเกินไป เย็นชาจนน่าหวาดหวั่น ฉู่หานตงจึงรีบก้าวออกไป ฝ่าสายฝนที่ซัดกระหน่ำ

“อี้หวางเฟย!”

เขาตะโกนแข่งกับเสียงลม

“โปรดเข้าไปขอร้องอี้หวางเถิดพ่ะย่ะค่ะ หากทรงยอมอ่อนข้อ โทษนี้ย่อมผ่อนลงได้!”

สายฝนกระหน่ำลงมาไม่ขาดสาย ลมพัดแรงจนเขาต้องจับเสาเรือนเอาไว้ ทว่าหลินม่านเถียน เพียงหันมามองเขาแวบหนึ่ง สายตานิ่งสงบ จากนั้นก็หันกลับไป ยกมือขึ้นรองรับสายฝน ราวกับกำลังเล่นกับมัน

ไม่มีความทุกข์ ไม่มีความลังเล ไม่มีแม้แต่ความคิดจะลุกขึ้น ฉู่หานตงได้แต่ยืนนิ่ง ก่อนจะถอนหายใจยาว

“ผู้หนึ่งก็ทิฐิสูงล้ำ อีกผู้ก็ดื้อดึงไม่ยอมอ่อนข้อ…” เขาส่ายหน้าอย่างอ่อนแรง “เช่นนี้แล้ว จะลงเอยเช่นไรได้…”

ฉู่หานตงถอนหายใจยาว ก่อนจะพึมพำออกมาเบา ๆ สีหน้าฉายแววหงุดหงิดโดยไม่คิดปิดบัง ทว่าผู้ใดเล่าจะรู้เหตุผลของสตรีที่กำลังคุกเข่ารับสายฝนอยู่เบื้องหน้าเรือนนั้น ว่าเหตุใดนางจึงไม่ยอมเอ่ยปากขอความเมตตา

สายฝนซัดกระแทกลงบนร่างบางไม่ขาดสาย เม็ดฝนเย็นเฉียบราวเข็มทิ่มแทงผิวเนื้อ ใบหน้าซีดขาวเริ่มชื้นเย็นจนไร้ความรู้สึก แต่หลินม่านเถียนยังคงนิ่งงัน ไม่แม้แต่จะขยับ

เพราะนางรู้ดี ยิ่งนางแสดงความอ่อนแอ ยิ่งร้องขอความสงสาร บุรุษผู้นั้น เซี่ยเฟิ่งฉี จะยิ่งลงมือหนักขึ้น เขาไม่ใช่คนที่จะหยุดเพราะเห็นใจ แต่เป็นคนที่จะยิ่งสนุก เมื่อเห็นผู้อื่นทุกข์ทรมาน

เช่นนั้น นางจึงเลือกนิ่ง เลือกทน เลือกให้โทษนี้ผ่านไปโดยเร็ว

ตลอดหนึ่งปีเศษที่ผ่านมา นางผ่านความเจ็บปวดมามากพอแล้ว จนแทบไม่รู้สึกถึงมันอีก สิ่งเดียวที่นางต้องการมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือมีชีวิตรอด และรอวัน ที่จะหลุดพ้น

โครม!

เสียงบางสิ่งถูกฟาดลงกับพื้นดังสนั่น

“สตรีน่าชัง! สมควรหนาวตายไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด!”

เสียงคำรามดังออกมาจากภายใน เซี่ยเฟิ่งฉีฟาดตำราที่ถืออยู่ลงบนโต๊ะ ก่อนจะหมุนกายกลับ เดินตรงเข้าสู่ห้องนอนอีกฝั่งหนึ่ง มิใช่ห้องเดิมที่ใช้ในยามค่ำก่อนหน้า

เขาทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างแรง สีหน้าขุ่นมัวเต็มไปด้วยความอึดอัด เขาโกรธ โกรธจนแทบระเบิด โกรธสตรีที่ไม่เคยแสดงความรู้สึกใดออกมา

หลินม่านเถียน…

เหตุใดนางจึงไม่เหมือนสตรีอื่น เหตุใดนางจึงไม่รู้จักออดอ้อน ไม่รู้จักอ่อนหวาน หรือแท้จริงแล้ว ในใจของนาง ยังมี คนผู้นั้น อยู่เสมอ ต่อให้เวลาผ่านไปนานเพียงใด ก็ไม่เคยเลือนหาย

ความคิดนั้นทำให้เขากัดฟันแน่ “สตรีสมควรตาย…” เขาพึมพำเสียงต่ำ “สุดท้าย เจ้าก็ยังเลือกมัน มิใช่ข้า…”

โครม!

เพล้ง!

เชิงเทียนถูกกวาดตกลงพื้น แตกกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อย แสงไฟดับวูบ ความมืดเข้าครอบคลุมห้องนอนในพริบตา

แต่ความเดือดพล่านในอกของเซี่ยเฟิ่งฉีกลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น ปลายยามเหมา ในที่สุดเขาก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ พ่ายแพ้ให้แก่ความเงียบงันของสตรีผู้หนึ่ง พ่ายแพ้ให้แก่ความแข็งแกร่งที่ซ่อนอยู่ใต้ใบหน้าอ่อนหวานนั้น

“มาเถิดพ่ะย่ะค่ะ อี้หวางเฟย ให้กระหม่อมช่วย”

ฉู่หานตงเอ่ยขึ้น เมื่อได้รับคำสั่งให้มารับตัว เขาก้าวเข้าไปใกล้ ยื่นมือออกไปหมายจะพยุงนาง แม้เขาจะเป็นบุรุษ แต่เพียงคุกเข่านานเช่นนี้ยังยากจะลุกขึ้นได้โดยง่าย นับประสาอะไรกับสตรีร่างบาง

หลินม่านเถียนลังเลเพียงครู่ ก่อนจะยื่นมือไปหาเขา เป็นครั้งแรก ที่นางยอมขอความช่วยเหลือ

เพราะเข่าทั้งสองข้างของนางนั้น ชาจนไร้ความรู้สึก ราวกับไม่ใช่ของตนเองอีกต่อไป ความหนาวเย็นจากสายฝนกัดกินลึกถึงกระดูก ต่อให้ใจแข็งเพียงใด ร่างกายก็ยังคงเป็นเพียงสตรีบอบบางคนหนึ่งเท่านั้น

ปึ๊ก!

โครม!

“อึก…”

เสียงกระแทกดังขึ้นฉับพลัน มือของฉู่หานตงถูกแรงบางอย่างฟาดจนสะบัด ทำให้เขาปล่อยมือในทันที

ร่างของหลินม่านเถียนที่เพิ่งยืนขึ้นได้เพียงครึ่ง กลับเสียหลักล้มลงอย่างแรง ใบหน้ากระแทกพื้นหินโดยตรง

“ฉู่หานตง เปิ่นหวางเพียงใช้เจ้ามาถ่ายทอดคำสั่ง ไยจึงทำเกินหน้าที่!”

เสียงเย็นเฉียบดังขึ้น หลินม่านเถียนนอนนิ่งอยู่ชั่วขณะ ความเจ็บแล่นวาบผ่านทั่วร่าง ก่อนที่นางจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น โลหิตสีเข้มไหลออกจากจมูกอย่างไม่หยุด

ฉู่หานตงถึงกับหน้าถอดสี

“อี้หวางเฟย!”

เขารีบก้าวเข้าไปหา แต่ภาพตรงหน้ากลับพร่าเลือนลงเรื่อย ๆ หลินม่านเถียนรู้สึกว่าศีรษะหนักอึ้ง เสียงรอบกายเริ่มห่างไกล ได้ยินเพียงเสียงแหลมยาวในหู

“รีบไปตามหมอ!”

เสียงใครบางคนตะโกนขึ้น นางขมวดคิ้วเล็กน้อย ตามหมอ ทำไมกัน นั่นคือความคิดรองสุดท้าย ก่อนที่ความมืดจะค่อย ๆ กลืนกินทุกสิ่ง

เมื่อครู่ยังสว่างอยู่แท้ ๆ เหตุใดจึงมืดลงอีกแล้ว หรือว่าวันนี้จะมีสุริยุปราคา นั่นคือความคิดสุดท้ายของหลินม่านเถียน ก่อนที่สติจะดับวูบลงโดยสมบูรณ์

เรือนไป่เหอ

หลายวันต่อมา สตรีผู้เคยคิดว่าตนเองแข็งแกร่งยิ่งนัก กลับต้องนอนซมอยู่บนเตียงนานถึงเจ็ดวันเต็ม กระทั่งเช้าวันแรกที่สามารถลุกขึ้นนั่งได้ หลินม่านเถียนจึงค่อย ๆ ขยับกาย

“อี้หวางเฟย  ทรงดีขึ้นแล้วหรือเพคะ”

เหิงจิ้งเปิดประตูเข้ามา พร้อมถ้วยยาสมุนไพรที่มีควันลอยกรุ่น เพียงได้กลิ่น หลินม่านเถียนก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

กลิ่นขมฉุนชวนให้รู้สึกต่อต้าน แม้จะอยู่กับสิ่งเหล่านี้มานาน  แต่นางก็ไม่เคยชิน กับการต้องดื่มมันด้วยตนเอง นางอดคิดไม่ได้ ตนเองก็ไม่ต่างจากหมอผู้ชำนาญการผ่าตัด ที่กลับหวาดกลัวคมมีดเสียเอง…

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชังเจ้า   ตอนที่28

    ตอนที่ 28กายงดงามสะบัดอาภรณ์ลุกขึ้นทันที "องค์หญิงจะทรงไปที่ใดเพคะ" เป็นอาสิ่วผู้ซึ่งลูกกำชับอย่างดีว่าจะต้องทำทุกทางมิให้ผู้เป็นนายย้อนคืนกลับไปยุ่งวุ่นวายกับหลินม่านเถียนเร่งเข้าไปกอดขาเรียวสวยภายใต้อาภรณ์ไหมเนื้อดีแน่น "ปล่อย...ข้า..." มิใช่เพียงน้ำเสียงเหี้ยมโหดเท่านั้นทว่าดวงตาสวยบัดนี้ขุ่นเขียวนั้นบอกได้ชัดเจนว่านางมิพอใจเพียงใดที่ตนเองถูกขัดใจครั้งแล้วครั้งเล่า "ข้ากล่าวนี้เจ้ามิเคารพกันแล้วใช่หรือไม่" น้ำเสียงเยือกเย็นเอ่ยถามอีกเป็นครั้งสุดท้าย ทว่าบ่าวผู้จงรักภักดีเพียงนายก็ส่ายศีรษะหนักแน่นเช่นกัน "ดี! " ...ขวับ! ... ...ตุ๊บ! ... จุดจบหนึ่งชีวิตผู้คิดหาญกล้าบังอาจมาต่อกรกับผู้มากอำนาจซึ่งยึดติดความเอาแต่ใจของตนเองเป็นใหญ่มิใช่จะดีเช่นเดียวกับอาสิ่วนางกำนัลผู้เลี้ยงดูองค์หญิงน้อยเซี่ยจิ่นเหยามากว่ายี่สิบเอ็ดหนาว กายที่ไร้ศีรษะนั้นกระตุกตามจังหวะของโลหิตที่พุ่งสาดกระจายออกมาจากลำคอซึ่งแยกจากส่วนศีรษะ ทำเอาแม้แต่องครักษ์เงาเช่นหลิ่วหลานจูที่นางพบพานมาทุกสภาพของศพยังต้องเบือนหน้าหนี "จัดการให้เรียบร้อยก่อนข้าจะกลับมาจากด้านนอกและ...พวกเจ้าคงรู้แจ้งใช่หรือไม่ว่าสมควรจ

  • ชังเจ้า   ตอนที่ 27

    ตอนที่ 27...พ้นปลายยามเวย... หนังสือหย่าขาดที่หลินม่านเถียนรอคอยก็มาวางอยู่ตรงหน้าโดยฝีมือของแม่นมจ้าวมาพร้อมกับจ้าวไท่เฟยที่ตลอดมานางเคยคิดว่าท่านนั้นเป็นมารดาสามีที่ค่อนไปทางไม่เป็นมิตรต่อลูกสะใภ้เช่นตนเอง หากแต่ในช่วงหลังมานี้กลับพบว่าบางที่ สตรีสูงวัยตรงหน้ากลับดีต่อนางมากกว่ามารดาเลี้ยงเสียอีก "ต่อให้เจ้าหาใช่คนของบุตรชายข้าแต่จงจำใจเจ้ายังเป็นคนที่ข้าเมตตา หากไปอยู่ภายนอกผู้ใดคิดรังแกเจ้าจงอย่าได้เงียบปากไม่คิดมีเสียงอีก จำที่ข้าเคยบอกได้หรือไม่...หากผู้ใดรังแกเจ้าทำเจ้าเจ็บจงอย่าหันคมดาบมาแทงตนเองทว่าจงแทงเจ้าคนคิดร้ายต่อเจ้า" หลินม่านเถียนคุกเข่าลงโขกศีรษะให้สตรีสูงศักดิ์ด้วยหัวใจเต็มไปด้วยความเคารพ "ลุกขึ้นเถิดเด็กโง่...มานี่เถิดขอข้ากอดเจ้าสักครั้ง" จ้าวไท่เฟยสูดจมูกฟึดฟัดคล้ายจะเก็บน้ำตาเอาไว้ต่อไปไม่ไหว ซึ่งก็เป็นจริงในยามที่กายเล็กสวมกอดนางก็ปล่อยให้น้ำตาไหลลงมาทันที ถึงรู้ว่าคนในอ้อมแขนนางมิได้จากไปที่ใดไกลห่าง แต่ก็มิใช่จะอยู่ใกล้ "ไปเถิดประเดี๋ยวจะมืดค่ำ ข้าขอส่งเจ้าเพียงตรงนี้เถิด มันทำใจเห็นเจ้าจากไปพร้อมข้าวของมิได้" หญิงสูงวัยเอ่ยบอกความในใจ ในยามที่นางก้าว

  • ชังเจ้า   ตอนที่ 26

    ตอนที่ 26นางผลักกายแกร่งให้ลงไปนอนหงายสิ้นลายก่อนจะกดริมฝีปากอวบอิ่มกัดแผ่วเบาลงไปตามลำคอทว่าทุกการกระทำนางลงมือเนิบช้าใจเย็นในขณะที่อีกฝ่ายร้อนจนแทบระเบิดออกมาทั้งกายแล้ว   “เถียน...เถียน……อ๊า…คนดี…อย่าทรมาน...กันสิเจ้า…อ๊า…ซี๊ด! ...โอ๊ว…”   นางเพียงเหลือบสายตาคมสวยซึ้งขึ้นมาสบประสานกับเขาแต่ทว่ากับมิหยุดทรมานกัน ริมฝีปากเล็กหากแต่ร้ายกาจเหลือหลายยามนี้กัดลงต่ำไล่ลงไปจนถึงหัวนมที่เป็นติ่งไตเล็กแต่ส่งสีชมพูยั่วยวนชวนให้นางลงมือทรมานคนที่กำลังมัวเมาไปด้วยฤทธิ์ราคะผสานอารมณ์รักใคร่คุกรุ่นไปด้วยกลิ่นอายกำหนัด และมิรั้งรอนางกัดชิมทันที!   “อ๊า…สะ…เสียว…เสี่ยวเถียน…อา…ซี๊ด”   ใบหน้าขาวเนียนบัดนี้ขึ้นสีจัดคล้ายกับโลหิตทั้งกายไหลเวียนมาขังยังใบหน้าคมเข้มดุดันเสียแล้วดวงตาคู่นั้นยามทอดมองทุกการกระทำของสตรีที่ตนให้นางไปจนสิ้นแล้วนั้นยิ่งเต็มไปด้วยความรัก ทว่าหลินม่านเถียนกลับมิอาจเข้าใจหรือมองเห็นทั้งสิ้น   ยิ่งลิ้นเล็กๆนั้นกระดกสะกิดตุ่มไตนั้นอย่างหยอกเอินกายสูงก็ยิ่งหายใจหอบสะท้าน คนถูกภรรยาทรมานจนแทบคลั่งกายแกร่งบิดส่ายมิแตกต่างจากงูใหญ่ดิ้นรนหาหนทางรอด   “เสี่ยวเถียน…ไม่ไหว…แล้ว...ข

  • ชังเจ้า   ตอนที่ 25

    ตอนที่ 25ในที่สุดวันที่หลินม่านเถียนนางรอคอยก็มาถึงดวงตาที่เพิ่งปิดลงไปได้มิเกินหนึ่งชั่วยามก็เปิดขึ้นช้าในยามเช้ามืดของวันที่เจ็ดตามนัดแนะตกลงว่าอี้หวางจะหมอบหนังสือหย่าให้นาง   หลินม่านเถียนนางขยับกายลุกขึ้นจากหมอน เตรียมวางเท้าแตะลงบนพื้นลงจากเตียงทั้งที่ท้องฟ้าด้านนอกนั้นยังคงมืดมิดคาดได้ว่าบัดนี้คงเพิ่งปลายอิ๋นหรือหากนางกะผิดพลาดคลาดเคลื่อนก็คงอยู่ในราวต้นยามเหม่ามิเกินไปกว่านั้น   …หมับ! …   …เฮือก! ...   มิคาดเพียงสอดปลายเท้าเรียวลงไปยังรองเท้าได้หนึ่งข้าง แขนแกร่งก็รวบรัดเอวคอดกิ่วเอาไว้แน่นเหนียว   “อี้หวาง…”   นางต้องการจะไปดูข้าวของที่ทยอยเก็บไว้ตั้งแต่เมื่อสามวันก่อนถึงจะพยายามวางเฉยเช่นไรทว่าความรู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์เป็นเช่นไรในยามนี้หลินม่านเถียนนางคาดว่าตนเองรู้แจ้งก็วันนี้   “เจ้าผิดสัญญา”   น้ำเสียงนั้นฟังดูยังง่วงงุน อยู่หลายส่วน   “ก็มิใช่เราตกลงกันไว้ว่ายามรุ่งอรุณมาเยือนมิว่าเจ้าหรือข้าเป็นผู้ตื่นก่อนคนผู้นั้นต้องปลุกอีกผู้ให้ตื่นพร้อมกันมิใช่หรอกหรือ”   ครั้งนี้คนตัวโตอย่างกับยักษ์ขยับลุกขึ้นมากอดนางเอาไว้ทั้งกายพร้อมกับวางคางเอาไว้บนหัวไหล่ของนางฝ

  • ชังเจ้า   ตอนที่ 24

    ตอนที่ 24เซี่ยเฟิ่งฉีรับมาพลิกไปมาเพื่อดูสิ่งที่ภรรยากล่าวถึงมูลค่าอันสูงล้ำของหญ้าเพียงหนึ่งกอนับได้คงไม่ถึงสิบห้าต้นด้วยซ้ำไป   “ไยจึงมีค่ามากมายถึงเพียงนั้น”   หลินม่านเถียนมิได้กล่าวตอบทันทีนางเอื้อมมือปลดปิ่นมาสะกิดยังปลายนิ้วตนเอง อี้หวางถึงกับเบิกตากว้างตกใจคาดว่านางจะทำร้ายตนเองอีกทว่านางยกมือห้ามให้เขานิ่งเอาไว้จากนั้นก็เด็ดเพียงปลายใบหญ้าเจ็ดไอเย็นใช้ปลายนิ้วชี้กับนิ้วหัวแม่มือขยี้แล้วกดลงยังแผลเล็กคลึงอยู่ครู่หนึ่ง แล้วทดลองบีบซ้ำกลับไร้โลหิตพุ่งตามออกมา   “นี่คือตัวสร้างมูลค่าของหญ้าเจ็ดไอเย็นเพคะ หลายวันก่อนอาจิ้งนางก็มอบหญ้านี้แก่ท่านหมอเฉาหม่อมฉันจึงรอดชีวิตมาได้จนถึงยามนี้เพคะ เช่นนี้อี้หวางทรงคิดดูเอาเถิดว่าคุณค่าเจ้าหญ้าจิ๋วเหล่านี้จะมีมากเพียงใดกันเล่าเพคะ”   ตลอดมาเขาเพียงทราบว่าหลินม่านเถียนคุณหนูสามในราชครูหลินนั้นกระทำตนไร้ค่าที่สุดในจวนแล้ว ทว่ายามนี้เขาจึงแจ้งแก่ใจความเย็นชาความไร้ความรู้สึกและมีแต่เพียงความเฉยเมยก็ใช่จะโง่งมไร้ความรอบรู้ติดกาย   “เจ้าดูชื่นชอบต้นไม้ชอบสมุนไพรอย่างยิ่งคาดว่าเจ้าคงได้ความรู้เหล่านี้มาจากท่านราชครูกระมัง”   ใบหน้านิ่งเฉยน

  • ชังเจ้า   ตอนที่ 23

    ตอนที่ 23ซึ่งครานี้เซี่ยเฟิ่งฉีเขากลับอ่านสายตาเช่นนั้นของอี้หวางเฟยออกอย่างทะลุปรุโปร่งถึงจะรู้สึกเสียใจที่นางมิเชื่อใจกันทว่าหากคิดในมุมของหลินม่านเถียนนับแต่นางตกแต่งเข้าตำหนักอี้หวางหากเป็นเขาก็คงมิอาจเชื่อใจบุรุษที่เพียงพูดจาด้วยดีมิกี่คำเป็นแน่   ริมฝีปากสีสดจึงกดลงยังเปลือกตาของนางเพื่อปกปิดแววตาอันไร้ความเชื่อถือนั้นไปเสีย ไต่ริมฝีปากปัดลงมาจุมพิตดูดดื่มเรียกร้องล่อลวงให้คนใต้ร่างของเขาหลุดลอยไปกับอารมณ์รักอารมณ์ใคร่ไขว่คว้าแตะเอาสายรุ้งมาครองร่วมกันในท้ายที่สุด   ยามในจังหวะใกล้สุดท้ายมาเยือนฝ่ามือแกร่งก็สอดประสานจับยึดตรึงสองฝ่ามือเล็กคลี่กางออกเกาะกุมเอาไว้แนบแน่น   เซี่ยเฟิ่งฉีมิได้เรียกร้องดุเดือดเช่นในสองครั้งก่อนเขาจบบทรักลงเพียงเท่านั้นจัดการดูแลคนที่ร่างกายยังอ่อนแอเพราะเสียเลือดไปมากในหลายวันก่อน เริ่มจากเรียกหาน้ำอุ่นมาเช็ดตัว   หาเสื้อผ้ามาสวมให้จบลงที่นอนทอดกายลงเคียงข้างมิได้กลับเรือนฟ่งหวงของตนเองเช่นปกติ   หลินม่านเถียนถึงระแวงระวังอี้หวางผู้เป็นสามีเพียงใดทว่าร่างกายนางยังอ่อนเพลียอยู่มากท้ายที่สุดก็หลับลงไปก่อนทั้งที่ตั้งใจเอาไว้ว่าจะรอให้เขาหลับไปก่อนจ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status