Share

ตอนที่ 6

last update Petsa ng paglalathala: 2026-04-18 18:55:08

ตอนที่ 6

“อี้หวาง!”

เสียงเรียกนั้นขาดห้วง สั่นพร่าอยู่ในลำคอราวถูกบีบรัด หลินม่านเถียนเคยจินตนาการไว้แล้วว่าหากวันหนึ่งนางถูกจับได้ก่อนจะเก็บเงินได้มากพอสำหรับหลบหนีไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ ชะตากรรมย่อมไม่อาจงดงาม แต่ไม่ว่าจินตนาการจะร้ายแรงเพียงใด ยามเผชิญจริงกลับยิ่งกว่านั้นร้อยเท่า ความหวาดกลัวกัดกินหัวใจจนแทบหยุดเต้น กลิ่นอายสังหารอันเย็นเยียบแผ่ซ่านรอบกายราวหมอกดำกดทับลมหายใจให้แคบลงทุกขณะ

นางถอยหลังทีละก้าวอย่างไร้สติ ฝ่าเท้าสั่นไหว หายใจหอบถี่ ร่างบางสั่นระริกดุจใบไม้ต้องลม หากเทียบกับครั้งที่ถูกพี่สาวกับคู่หมั้นหักหลังโยนลงแม่น้ำจนสิ้นใจ ความหวาดผวาครานั้นยังไม่อาจเทียบกับความกดดันในยามนี้ได้เลย

“ข้าให้โอกาสเจ้า ให้โอกาสคนสกุลหลินแล้วโดยแท้”

น้ำเสียงเย็นเยียบดังขึ้น“แต่เจ้ากลับไม่รู้คุณค่า ลักลอบออกไปพบชู้รักตามที่นัดหมาย หรือว่าความแพศยานั้นฝังอยู่ในสายเลือดของพวกเจ้าสองพี่น้อง ม่านเถียน เจ้าจึงกล้าสวมเขาให้ข้าโดยไม่ละอายต่อฟ้าดิน เช่นเดียวกับพี่สาวของเจ้า ใช่หรือไม่”

คำว่า “ชู้รัก” ดั่งสายฟ้าฟาดกลางอก

หลินม่านเถียนชะงักงัน ดวงตาเบิกกว้าง ความสงบที่พยายามรักษาไว้แตกสลายลงในพริบตา นางไม่เคยคิด ไม่เคยแม้แต่จะเฉียดใกล้คำคำนี้ สิ่งที่นางไปพบเป็นเพียงศพไร้วิญญาณ อีกทั้งยังเป็นสตรี จะให้เป็น ชู้รัก ได้อย่างไร หรือว่า…

ความคิดหนึ่งแล่นผ่านวูบหนึ่ง ก่อนจะถูกเสียงตวาดกลบกลืน

“ช้าก่อนเพคะท่านอ๋อง เรื่องชู้รัก หม่อมฉันมิเข้าใจ หม่อมฉันหาได้ออกไปพบองค์หญิงจิ่นเหยาไม่ หม่อมฉันมิได้ ”

“หุบปาก!”

เสียงตวาดของเซี่ยเฟิ่งฉีกระแทกกลางความเงียบงัน นกกาที่เกาะอยู่ตามกิ่งไม้ยามราตรีแตกตื่นบินหนีวุ่นวาย ท้องฟ้ามืดมิดยิ่งทวีความอึดอัด

หลินม่านเถียนกัดฟันแน่น ความโกรธปะทุขึ้นท่ามกลางความกลัว หากนางหุบปาก แล้วเขาจะกล่าวหาอย่างไรก็ได้โดยไร้ข้อโต้แย้ง เช่นนั้นหรือ

“ท่านอ๋อง หากหม่อมฉันไม่พูด แล้วท่านจะเข้าใจความจริงได้อย่างไรว้าย!”

ยังไม่ทันเอ่ยจบ ประโยคก็ขาดสะบั้น ร่างบางถูกมือแข็งแรงคว้ารวบเอว แล้วยกขึ้นพาดบ่าในคราเดียว ราวเป็นเพียงสิ่งของไร้น้ำหนัก โลกทั้งใบพลิกกลับด้านในชั่วพริบตา

เซี่ยเฟิ่งฉีไม่ฟัง ไม่ถาม ไม่แม้แต่จะเปิดโอกาสให้แก้ตัว เขาก้าวออกไปทันที ฝีเท้ามั่นคง หนักแน่น ราวไม่มีสิ่งใดบนโลกจะหยุดยั้งได้

“ท่านอ๋อง! ฟังก่อนเพคะ!” หลินม่านเถียนดิ้นรนสุดกำลัง เสียงสั่นแต่ไม่ยอมแพ้

“หากท่านส่งคนติดตามหม่อมฉันมาตลอด เหตุใดจึงไม่รู้ว่าหม่อมฉันไปที่ใด ปล่อยหม่อมฉันลง แล้วค่อยพูดคุยกันก่อนเถิด อย่ากล่าวหาโดยไร้หลักฐานเช่นนี้ ปล่อย!”

องครักษ์ที่ติดตามอยู่ด้านหลังต่างมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้ยินพระชายาหลินเอ่ยถ้อยคำยาวเหยียดเช่นนี้ ปกตินางเงียบขรึม เย็นชา แม้ถูกโยนลงคุกมืดก็ไม่เคยเอ่ยปากขอความเมตตาแม้ครึ่งคำ แต่ยามนี้ นางกลับดิ้นรน เอ่ยวาจาอย่างร้อนใจ ราวคนที่ถูกบีบจนสุดทาง

ทว่า ผู้ที่ถูกโทสะครอบงำจนดวงตาแดงก่ำกลับไม่แม้แต่จะเหลียวมอง เขากัดฟันแน่น แบกร่างที่ดิ้นรนไม่หยุด มุ่งหน้ากลับเรือนเฟิ่งหวงโดยไม่สนสิ่งใด

“อี้หวางเพคะ ได้โปรดปล่อยพระชายาเถิดเพคะ พระนางมิได้คบชู้ ทรงเข้าใจผิดแล้วเพคะ!”

เหิงจิ้งโถมกายเข้าไป กอดรัดต้นขาของบุรุษสูงใหญ่แน่น นางไม่สนชีวิตตนเอง ขอเพียงหยุดเขาได้แม้เพียงก้าวเดียวก็ยังดี

เสียงกระแทกดังขึ้น ร่างผอมบางของเหิงจิ้งถูกสะบัดออกอย่างไร้ความปรานี ล้มลงก้นกระแทกพื้นอย่างแรง

“อาจิ้ง!”

เสียงเรียกของหลินม่านเถียนแตกพร่า ความเจ็บปวดในอกพุ่งขึ้นอย่างรุนแรง นางไม่เคยคิดว่าเซี่ยเฟิ่งฉีจะไร้เหตุผลถึงเพียงนี้

“เอานังคนไม่กลัวตายนี่ไปโบยหนึ่งร้อยไม้” น้ำเสียงเย็นชาดังขึ้นอย่างไร้อารมณ์ “แล้วตัดลิ้น จากนั้นโยนออกไปนอกประตูเมือง หากนางกล้าก้าวเข้ามาอีกหนึ่งก้าว จงสังหารเสีย”

คำสั่งนั้นเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง แต่กลับโหดร้ายยิ่งกว่าคมดาบ น้ำตาไหลทะลักออกมาโดยไม่อาจยับยั้ง ความคับแค้นอัดแน่นในอกจนแทบแตกสลาย

“ไม่นะ อย่า...อย่าทำร้ายอาจิ้ง” หลินม่านเถียนดิ้นรนสุดแรง เสียงสะอื้นปนวิงวอน “นางไม่รู้สิ่งใดเลย ปล่อยนางไปเถิดเพคะ อี้หวาง”

ความผิดทั้งหมดนี้ เป็นของนาง

นางไม่ควรออกไปโดยลำพัง ไม่ควรทิ้งเหิงจิ้งไว้เบื้องหลัง นางประมาท นางโง่เขลา และต้องให้คนบริสุทธิ์มารับเคราะห์แทน

“คุณหนู! อย่าทำร้ายคุณหนูของข้า!” เหิงจิ้งกรีดร้อง เสียงแหบพร่า “คุณหนูมิได้ทำสิ่งใดผิด เซี่ยเฟิ่งฉี เจ้าคนสารเลว ต่อให้ข้าตายเป็นผี ก็จะไม่ปล่อยเจ้า! หากเจ้ากล้าแตะต้องคุณหนูของข้า ”

คำด่านั้นยังไม่ทันจบ ก็ถูกทหารลากตัวออกไปอย่างหยาบกระด้าง

“อี้หวาง”

หลินม่านเถียนมองตามร่างของเหิงจิ้งจนลับสายตา หัวใจเหมือนถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ นางไม่เคยโกรธตนเองมากเท่านี้มาก่อน นางคิดว่าการอดทนเงียบงัน ยอมรับความเกลียดชัง จะทำให้นางมีโอกาสรอวันหลบหนี แต่สุดท้าย ทุกย่างก้าวที่นางเลือก กลับพานางมาถึงทางตัน เสียงประตูเรือนเฟิ่งหวงถูกกระแทกเปิดอย่างแรง

…โครม!…

ร่างผอมเพรียวในอาภรณ์รัดกุมถูกเหวี่ยงลงบนเตียงอย่างแรงจนสั่นสะเทือน หลินม่านเถียนจุกแน่นไปทั้งตัว ลมหายใจสะดุด ร่างงอคุดโดยไม่อาจขยับได้ในชั่วขณะ และเพียงเสี้ยวนั้นเอง กลับกลายเป็นช่องว่างให้บุรุษเบื้องหน้าใช้ความโหดร้ายเข้าครอบงำทุกสิ่ง

“ข้าเคยได้ยินมาว่า สตรีที่ลุ่มหลงในสตรีด้วยกันเอง สิ่งที่พวกนางเกลียดชังที่สุดก็คือการร่วมหลับนอนกับบุรุษ” น้ำเสียงของเซี่ยเฟิ่งฉีเย็นเฉียบแฝงแววเหยียดหยัน

“หึ น่าสนใจนัก”

ถ้อยคำหยาบคายนั้นเสียดแทงเข้ามาในหูราวคมมีด หลินม่านเถียนรู้สึกเพียงความขยะแขยงแผ่ซ่านทั่วร่าง นางเคยคิดว่าการอดทนยอมรับความโกรธของเขา อาจทำให้วันหนึ่งเขาเห็นความจริงใจแล้วปล่อยนางไป แต่ภาพเหิงจิ้งที่ถูกลากตัวไปเมื่อครู่ยังติดตาโบยหนึ่งร้อยไม้ แม้บุรุษยังทนได้ยาก แล้วนางเล่าจะมีชีวิตรอดหรือไม่

…ม่านเถียน เจ้าช่างโง่เขลานัก…

“อย่า…ท่านอ๋อง…ท่านเสียสติไปแล้วหรือ อย่าทำเช่นนี้!”

เสียงของนางสั่นไหวอย่างไม่อาจควบคุม ขณะที่บุรุษสูงใหญ่สลัดเสื้อคลุมออกโดยไม่สนใจสิ่งใด การเคลื่อนไหวเพียงนั้นก็ทำให้ความเยือกเย็นที่นางยึดมั่นมาตลอดแตกสลายลงสิ้น นางมิใช่เด็กไร้เดียงสา ย่อมเข้าใจดีว่าเขากำลังคิดสิ่งใด

เสียงผ้าถูกกระชากขาดดังขึ้น

“ไม่! อย่าแตะต้องข้า ปล่อยข้า!” หลินม่านเถียนดิ้นรนสุดกำลัง น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าว

 “เซี่ยเฟิ่งฉี ปล่อย!”

นางต่อสู้สุดชีวิต ทว่ากำลังของสตรีหรือจะต้านทานบุรุษที่ถูกโทสะครอบงำได้ มือที่พยายามผลักดันกลับถูกจับยึดอย่างแน่นหนา ร่างทั้งร่างถูกตรึงไว้ราวเหยื่อในเงื้อมมือผู้ล่า

“ปล่อยเจ้า?” เขาหัวเราะเย็นชา “หรือว่าเจ้าติดใจรสสวาทขององค์หญิงจิ่นเหยาจนมิอาจลืม เจ้าแพศยา กล้าลบหลู่ศักดิ์ศรีของข้าเช่นนี้ ยังคิดจะมีชีวิตอยู่ต่อหรือ”

“จิ่นเหยาอันใดกัน!” หลินม่านเถียนตะโกนตอบ ดวงตาแดงก่ำ “อย่าใส่ความข้า”

เสียงฝ่ามือกระทบดังขึ้นอย่างกะทันหัน

เพี๊ยะ!

แรงสะบัดทำให้ใบหน้าหล่อเหลาหันไปด้านข้าง เสี้ยวเวลาแห่งความนิ่งงันแผ่ซ่าน ก่อนที่เขาจะหันกลับมา ดวงตาคู่นั้นกลับลุกโชนยิ่งกว่าเดิม ราวเปลวเพลิงที่ถูกสาดน้ำมัน

“เจ้าบังอาจตบหน้าข้า” น้ำเสียงกดต่ำจนชวนขนลุก “บังอาจตบสามีของตนเองดี…ดีนัก!”

หลินม่านเถียนชะงักงัน นางสั่นศีรษะโดยสัญชาตญาณ อยากเอ่ยว่าเป็นเพียงการพลั้งมือ แต่คนที่ถูกโทสะกลืนกินจนหมดสิ้นเช่นเขา ไหนเลยจะฟังเหตุผล

ในสายตาของเซี่ยเฟิ่งฉี ความโกรธเดิมที่แทบอยากบีบคอนางให้ตายกลับแปรเปลี่ยนเป็นความคิดที่มืดมนยิ่งกว่า เขามิคิดให้นางตายอย่างง่ายดายอีกต่อไป

“คนอย่างเจ้า หากตายเร็วเกินไป จะไปรู้ซึ้งถึงความต่ำช้าของตนได้อย่างไร” เขาเอ่ยช้า ๆ ทุกคำหนักแน่น

 “เดิมทีข้าไม่คิดแตะต้องร่างกายสกปรกของเจ้าแม้แต่น้อย แต่วันนี้ ข้าจะฝืนทนให้ได้ เพื่อให้เจ้ารู้ว่าการมีชีวิตอยู่ต่อไปนั้นเลวร้ายเพียงใด”

สิ้นเสียงนั้น ร่างสูงใหญ่ก็โถมลงมาอย่างไม่ปรานี หลินม่านเถียนดวงตาเหลือกลาน นางใช้แรงทั้งหมดที่มีถีบเขาออกไป ทว่าทันทีที่ปลายเท้าแตะถึงร่างเขา ข้อเท้ากลับถูกคว้าจับอย่างรวดเร็ว แรงกระชากทำให้ร่างนางเสียสมดุล ก่อนที่ฝ่ามือหนักจะกดลงมายังท้องน้อย

“อึก!”

ความเจ็บแล่นพล่านไปทั่วร่าง ลมหายใจถูกบีบออกจากอก ร่างบางงอคุด น้ำตาไหลรินโดยไม่อาจกลั้น เสียงผ้าถูกฉีกขาดดังต่อเนื่อง

“ไม่ ปล่อยข้า…” เสียงของนางแผ่วลง กลายเป็นเสียงสะอื้น “อย่า…”

ความหวาดกลัวที่เคยรู้สึกในยามถูกผลักตกสู่ก้นแม่น้ำ นางเคยคิดว่านั่นคือที่สุดของความสิ้นหวังแล้ว แต่บัดนี้ นางกลับรู้ว่ามันยังห่างไกล ต่อให้ดิ้นรนเพียงใด ก็ไม่อาจหลุดพ้น

ข้อมือทั้งสองถูกจับรวบไว้เหนือศีรษะ ก่อนจะถูกมัดด้วยเศษผ้าที่เขาฉีกทึ้งอย่างหยาบกระด้าง การเคลื่อนไหวของนางค่อย ๆ ถูกจำกัดลงทีละน้อย จนเหลือเพียงการดิ้นรนที่ไร้ประโยชน์

ในห้องกว้าง เสียงหายใจที่แตกกระจัดกระจายปะปนกับเสียงผ้าที่ขาดสะบั้น กลายเป็นบรรยากาศที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก

หลินม่านเถียนหลับตาแน่น น้ำตาไหลผ่านหางตาอย่างเงียบงัน หัวใจที่เคยดื้อรั้น แข็งแกร่ง และอดทน บัดนี้กลับถูกเหยียบย่ำจนแหลกสลาย ไม่เหลือแม้แต่เศษเสี้ยวให้ยึดเหนี่ยว

และในความมืดมิดนั้น นางได้แต่รับรู้ชัดเจน คืนนี้…คือคืนที่ทุกสิ่งของนางถูกทำลายจนสิ้น.

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • ชังเจ้า   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษขบวนรถม้าขนาดกลางกำลังเคลื่อนออกจากเมืองหลวงในช่วงปลายยามอิ๋น หลินม่านเถียนนางขยับเปิดผ้าม่านออกไปมองภาพของตำหนักใหญ่โตที่มีทั้งสุขและทุกข์ปนเปมาตลอดร่วมสองหนาวด้วยสายตาสงบนิ่ง "ท่านจะไม่เสียใจในภายหลังใช่หรือไม่เจ้าค่ะท่านพี่" สุดท้ายคำถามนี้ก็หลุดออกไปอีกจนได้ ก็บัดนี้จากบุรุษผู้เป็นจอมทัพเกรียงไกรต้องถูกถอดยศเรียกคืนอำนาจทุกสิ่งในมือออกไปขนาดการเดินทางนี้รถม้าก็ยังเป็นรถม้าขนาดกลางที่อดีตนางย่อมรู้ เซี่ยเฟิ่งฉีเฉียดใกล้ย่อมไม่เคย แต่วันนี้เขากลับทิ้งทุกสิ่งเพื่อนางและลูกน้อยเท่านั้น "มีอันใดต้องเสียใจกันมีเพียงเจ้า เจ้าหงส์ขาวตัวน้อย กับท่านแม่ ชีวิตนี้ข้าก็เพียงพอแล้วชื่อเสียงลาภยศสำหรับข้าล้วนจอมปลอมครอบครองเอาไว้ก็เป็นทุกข์เท่านั้นไปใช้ชีวิตอยู่นอกเมืองล้วนสุขใจ" เพราะหลังจากฮ่องเต้ยื่นคำขาดเช่นในวันที่บีบบังคับให้เขาต้องยินยอมตบแต่งรับเอาหลินม่านเถียนมาแทนหลินม่านถิง อีกครั้ง เขาก็ได้เลือกแล้ว...เลือกที่จะถอดวางทุกสิ่งคืนไปยังฮ่องเต้ วันนี้เขาจึงเป็นเพียงเถ้าแก่เซี่ยเจ้าของสำนักคุ้มภัยแห่งหนึ่งเท่านั้น ไม่มีอี้หวางหรืออี้หวางเฟยอีกแล้ว มีแต่ชาวเมืองหนานซ่งครอบครัวห

  • ชังเจ้า   ตอนที่ 41 (ตอนจบ)

    ตอนที่ 41 (ตอนจบ)ในที่สุดผ่านไปอีกหนึ่งเดือนเท่านั้นแผนการกำจัดคลื่นใต้น้ำเช่นสกุลเพ่ยและสกุลเผิงของอี้หวางและฮ่องเต้ก็สำเร็จ กวาดล้างต้นตอของเหล่ากบฏที่มักจะไปเกิดยังต่างเมืองอยู่บ่อยครั้งจนเรียบร้อยถึงมันจะไม่ขาวสะอาดไปจนทั่วหนานซ่งทว่าภายในรัชสมัยของฮ่องเต้พระนาม'เซี่ยเฟิ่งเหริน'ก็คงยากจะเกิดความยุ่งยากหรือเหล่ากบฏขึ้นอีกเป็นแน่ ทว่าภายใต้ข่าวดีก็ยังมีข่าวร้ายแทรกมา เมื่อขบวนส่งเสด็จจ่างกงจู่เซี่ยจิ่นเหยาถูกเหล่ากบฏเข้าปล้นเพราะคาดว่าจะจับเอานางมาเป็นองค์ประกันต่อรองกับฮ่องเต้แต่นางกลับใจเด็ดสังหารตนเองมิยิมให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือ นามของนางจึงถูกจารึกเอาไว้ว่าเป็นสตรีผู้องอาจหาญกล้าผู้หนึ่งในราชวงศ์ หากแต่ที่รู้แจ้งดีกว่าผู้ใดคงหนีไม่พ้นเซี่ยเฟิ่งฉี แต่จะให้เขาทำเช่นไรได้ก็ในเมื่อนางเล่นกัดเขาไม่ปล่อย หากเพียงชีวิตตนเองเขาคงปล่อยนางไปได้ แต่นี่นางคิดเอาชีวิตมารดาเขาเอาชีวิตลูกของเขา หากใจอ่อนเห็นแก่สายเลือดเดียวกัน เช่นอดีตคงไม่ได้ เขาจึงยินยอมเป็นคนชั่วสังหารน้องสาวเสียอีกเอง แต่ถึงแผ่นดินจะกลับมาผาสุกแล้ว เซี่ยเฟิ่งฉีก็ยังต้องรั้งอยู่เมืองหลวงต่ออีกหลายเดือนยังไม่อาจเดินทางไป

  • ชังเจ้า   ตอนที่ 40

    ตอนที่ 40เพ่ยสวีหรานมาหยุดยืนก่อนที่จะถึงตรงด้านหน้าของตัวเรือนไป่เหอแล้วก็ให้พลันรู้สึกได้ถึงความ'แตกต่าง'โดยสิ้นเชิงกับเรือนของตนเองนี่นะหรือเรือนของพระชายาเอกที่เป็นเพียงบุตรีของอนุนางหนึ่ง ...หึ!...มันช่างน่าขบขันยิ่งนักเพราะมันงดงามเกินหน้ากว่าเรือนของตนเองอย่างยิ่งพลันนั้นเพลิงริษยาก็พวยพุ่งก็ในใจของนางไม่เคยเจียมตนว่านางคือผู้มาทีหลัง แล้วยังมีตำแหน่งเป็นเพียงพระชายารองแต่นางเอาส่วนที่ตนเองเป็นลูกที่เกิดจากภรรยาเอก เอาฐานะของบิดาตนเอง พี่ชายและพี่สาวของตนเองมาเทียบเทียมกับหลินม่านเถียน ว่าตนเองอยู่เหนือกว่าสูงส่งกว่าโดยลืมสิ้นว่า ในตำหนักอี้หวางนี้ยกความสำคัญให้แก่พระชายาเอก เช่นจวนอื่นไม่เปลี่ยน เซี่ยเฟิ่งฉีท่านช่างเหยียบย้ำความรักของนางผู้เดียวยังพอทนทว่านี่เขาช่างหยามหมิ่นเกียรติไปถึงวงศ์ตระกูลเพ่ยของนางเห็นทีจะเกินอภัยเสียแล้ว ...ได้ในเมื่อนางดีด้วยแต่เขาเมินเฉยนางก็จะร้ายกาจไปจนเขาจดจำฝังใจจะได้เจียมตนให้มาก... "พระชายารองทรงสงบพระทัยก่อนเถิดเพคะ" ภาพที่ปรากฏต่อหน้าพวกนางนั่นก็คือความ'หวานชื่น'ที่เพ่ยเหม่ยเจียวนางคิดเอาเองว่างานนี้พี่สาวผู้เอาแต่ใจตนเองเป็นใหญ่มาเสมอ

  • ชังเจ้า   ตอนที่ 39

    ตอนที่ 39หลังจากนั้นอีกเจ็ดวันเกี้ยวเจ้าสาวหลังโตก็มาส่งถึงตำหนักอี้หวาง ทว่าสิ่งที่รอคอยเจ้าสาวกลับมิใช่บุรุษผู้เป็นเจ้า มีเพียงไก่อ้วนตัวหนึ่งเท่านั้น ส่วนเหตุผลนั้นก็คืออี้หวางทรงประชวร แต่คนเช่นเพ่ยสวีหรานหาใช่สตรีโง่งมจึงโมโหจนแทบกระอักที่ทราบว่า ที่เจ้าบ่าวแม้แต่เงายังไม่เคยเฉียดใกล้มาให้พบเห็นถึงสามวันนั้นเขามัวไปเอาอกเอาใจอี้หวางเฟยที่กำลังตั้งครรภ์ "กรี๊ด!!! ..." โครม! ... เพล้ง! "พระชายารองทรงระงับโทสะก่อนนะเพคะ หากคนด้านนอกมาได้ยินได้ฟังท่านจะเสียภาพลักษณ์ที่สร้างมานานนะเพคะระงับความโกรธลงก่อนเถิด ใจเย็นลงสักนิด" เหม่ยเจียวที่พยายามห้ามปรามผู้เปรียบเสมือนนายของตนเอามากกว่าจะเป็นน้องสาวผู้หนึ่งของเพ่ยสวีหรานไว้ด้วยนางนั้นถึงนางเองจะเป็นบุตรที่เกิดจากอนุภรรยาแต่ก็นางก็คือบุตรสาวของเช่นเดียวท่านเจ้ากรมกลาโหมนางหนึ่งเช่นกัน แต่จะเป็นอันใดหากนางไม่ถูกบิดาส่งเสริมย่อมถูกพี่สาวที่เกิดจากภรรยาเอกกดขี่เสียยิ่งกว่านางทาสแม้แต่คำแทนตนเองระหว่างกันยังมิอาจเรียกอีกฝ่ายเป็นพี่สาวไปได้ "ใจเย็นเช่นนั้นหรือ...นังโง่! ...สวามีของข้านั้นมัวแต่ไปกกกอดอยู่กับนังปีศาจร่านสวาทม่านเถียนทั้ง

  • ชังเจ้า   ตอนที่ 38 2/2

    "มันจะดีหรือฮองเฮา เจ้าต้องรู้เอาไว้เสียก่อนว่าวิวาห์นี้น้องสาวของเจ้าจะมิใช่พระชายาเอกทว่านางตบแต่งเข้าไปในตำหนักอี้หวางนั้นเป็นได้ก็เพียงพระชายารองเท่านั้น" เซี่ยเฟิ่งฉีเขาเพียงรอดูชมฝีไม้ลายมือของไทเฮาและฮ่องเต้ตลบหลังเพ่ยสวีจีที่นางยังไม่ระแวงเลยว่าตนเองก็คงถูก'ต้อน'เข้าหลุมใหญ่รอเวลาฝังกลบไปพร้อมพวกพ้องเลยสักนิด "ถึงออกจะไม่สมควรไปสักหน่อยทว่าหากมันจะช่วยบ้านเมืองช่วยฝ่าบาทได้หม่อมฉันและท่านพ่อล้วนยินดีและเต็มใจและคิดว่าน้องหกเองนางก็ย่อมไม่ขัดขืนเป็นแน่เพคะ" ...หึ!...แมลงย่อมระเริงไฟเช่นไรคนสกุลเพ่ยเหล่านี้ก็ถูกล่อลวงโดยง่ายเพียงถูกอำนาจมาเป็นเหยื่อ... "ดี!....ฮองเฮาช่างกล่าวได้ดี เช่นนั้นในอีกเจ็ดวันก็ให้กรมพิธีการจัดเตรียมเกี้ยวสมรสให้สมฐานะคุณหนูหกตบแต่งเข้าตำหนักอี้หวางอย่าได้รอช้า" หึ! ‘ล้วนเตรียมตัวมาดียิ่ง’ เซี่ยเฟิ่งคิดอย่างแค้นใจตนเองในครั้งนี้ก็มิอาจรักษาความตั้งใจแต่เดิมของตนเองไปได้ที่จะไม่ตบแต่งสตรีใดไปร่วมตำหนักอีกยิ่งคิดใบหน้าหล่อเหล่ากลับยิ่งบึ้งตึง จวบจนเขากลับมาถึงตำหนักแล้วความรู้สึกผิดต่อหลินม่านเถียนมันก็ยิ่งมีมากล้นหัวใจ ดังนั้นเมื่อเขาได้อยู่เพียงใน

  • ชังเจ้า   ตอนที่ 38 1/2

    ตอนที่ 38"อย่าได้เกรงใจเลยฮองเฮา" นางสิงห์เฒ่ากับลูกเสือซ่อนลายคู่นี้กำลังเตะถ่วงเวลาให้กดดันนางอยู่สินะนับวันพวกนางจะถูกฮ่องเต้และไทเฮาร่วมมือกันลิดรอนอำนาจจนแทบไร้ที่ยืนมากขึ้นและมากขึ้นทุกวัน เพ่ยสวีจีนางมองไปที่'เป้าหมาย'ที่นางต้องทำตนเองเป็นสตรีหน้าทนไม่รู้มารยาทมาแทรกกลางอยู่ครู่หนึ่ง ส่วนเซี่ยเฟิ่งฉีเขาไม่พูดมากแต่พยายามประเมินสถานการณ์ตรงหน้าด้วยกิริยาสุขุม เพราะวันนี้มันอยู่ในแผนที่เขาวางเอาไว้กับเซี่ยเฟิ่งเหรินผู้เป็นฮ่องเต้แล้ว ออกจะทึ่งไม่น้อยที่เพ่ยสวีจีผู้นี้นางขวัญกล้าไม่น้อยจึงลงมือจริงตามที่สายลับของเขารายงานมา "จริงสิอี้หวาง พบเจอกันก็คงต้องสอบถามสักหน่อยเปิ่นกงได้ฟังข่าวลือมาหลายวันว่าอี้หวางหย่าขาดจากอี้หวางเฟยที่แท้จริงเท็จประการใดเล่า?" เซี่ยเฟิ่งฉีแสร้งนิ่งถึงอยากจะหันไปทางฮ่องเต้เหลือกำลังเมื่อได้ฟังคำถามเดียวกับที่ไท่เฮาและฮ่องเต้แสร้งปั้นแต่งถามออกมาให้คนของสกุลเพ่ยที่วางเอาไว้ หึ!...นางช่างตื้นเขินเกินไปแล้ว... "กระหม่อมมิทราบมาก่อนเลยว่าเดี๋ยวนี้ฮองเฮาจะสนใจข่าวลือไร้แก่นสารกับผู้อื่นเช่นกัน” กล่าวเนิบช้าใบหน้าสงบนิ่ง “โอ๋ว...อี้หวางช่างมีอารมณ์ขบขั

  • ชังเจ้า   ตอนที่ 13

    ตอนที่ 13ต่อให้กล้าแกร่งกว่านี้นางก็หวาดกลัวคนตรงหน้าก็นี่คือห้องหับมิดชิดที่ยังมีแค่นางกับเขาเพียงสองคนดังนั้นจะให้นางวางใจ คงยากเย็นคนเลวเช่นไรก็ย่อมเป็นคนเลวเช่นนั้นจะเอาหนังกระต่ายมาห่มเซี่ยเฟิ่งฉีในสายตาของนางก็ยังเป็นพยัคฆ์ดุร้ายไม่เปลี่ยนไปสักนิดเดียว   “ได้…บอกกันด้วยดีเจ้าคงไม่ชอบ เช่นนั

  • ชังเจ้า   ตอนที่ 12

    ตอนที่ 12กายที่บาดเจ็บสาหัสของเหิงจิ้งถูกขันทีน้อยเช่นเสี่ยวลิ่วคอยช่วยดูแลทำความสะอาดทำแผลใส่ยาตามที่ท่านหมอหลวงเฉาเกอแจกแจงกำชับเขาหนักแน่นนางกำนัลสาวซึ้งน้ำใจเด็กหนุ่มอย่างยิ่งทว่านางเองก็มิอาจมีกำลังมากพอจะเอ่ยวาจาขอบใจออกไป   “พี่จิ้ง…ท่านดื่มยานี่สักนิดนะขอรับ”   นางกำนัลสาวรุ่นพี่มองเด็กห

  • ชังเจ้า   ตอนที่ 11

    ตอนที่ 11สามวันแล้วที่หลินม่านเถียนต้องตื่นมาบนเตียงที่นางแสนขยะแขยงแต่ด้วยสภาพร่างกายของนางมิอาจต่อต้านไปได้จึงจำต้องฝืนทนรักษาร่างกายให้หายดี  "เถียนเอ๋อร์ ดื่มยาเถิด"  ดวงตาเรียวรีอันหวานซึ้งสมกับนามของนางในยามที่จับจ้องผู้ประคองถ้วยบรรจุยาสีเข้มกลิ่นแรงเข้ามาใกล้นั้นหากเป็นคมดาบเนื้อหนังของเ

  • ชังเจ้า   ตอนที่ 10

    ตอนที่ 10ทุกสิ่งเขากระทำลงไปด้วยโทสะทั้งสิ้นโทสะที่มันอัดแน่นมานับตั้งแต่หลินม่านถิงนางทอดทิ้งเขาไป แล้วแทนที่พี่ชายเช่นองค์ฮ่องเต้จะเห็นใจเขาที่ถูกสตรีหยามหมิ่นแต่บุรุษผู้นั้นกลับเลือดเย็นอย่างยิ่งเห็นแก่ความสัมพันธ์ระหว่างอาณาจักรมิคิดก่อสงครามจึงประทานคู่หมั้นของเขาให้ตกแต่งออกไปกับศัตรูตลอดกาล

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status