Share

ตอนที่ 5

last update publish date: 2026-04-17 11:48:03

ตอนที่ 5

“เช่นนั้นข้าขอไปนอนพักเอาแรงสักหน่อย เจ้าช่วยตระเตรียมของในล่วมยาของข้าให้พร้อมด้วย”

ช่วงนี้นางยังถือว่าอยู่ในระยะพักฟื้น อาการบาดเจ็บแม้จะดีขึ้นแล้ว แต่ก็ยังพอใช้เป็นข้ออ้างได้อยู่บ้าง หากถูกอี้หวางผู้เป็นพระสวามีหรือจ้าวไท่เฟยเรียกไปปรนนิบัติ งานเช่นนี้มิใช่ว่ามีมาแล้วนางจะสามารถออกไปรับทำได้ทุกครั้ง ทุกก้าวย่างล้วนต้องเลือกจังหวะที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด

เพราะหากเรื่องนี้ถูกเปิดเผยออกไป เพียงคิดก็รู้ได้ทันทีว่าผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร บุรุษนามเซี่ยเฟิ่งฉีผู้นั้นไม่มีวันปล่อยนางไว้แน่ อย่างเบาก็อาจถูกลงโทษจนสิ้นสภาพ อย่างหนักก็อาจถูกตัดผมประจานจนหมดศีรษะ โทษฐานทำให้ตำหนักอี้หวางต้องเสื่อมเสียเกียรติ และมิใช่เพียงเขา แม้แต่บิดาของนางเองก็อาจตัดขาดนางจากตระกูลโดยไม่ลังเล

ดังนั้น งานนี้นางจึงต้องระมัดระวังยิ่งกว่าครั้งใด

เข้าสู่ต้นยามโหย่ว เหิงจิ้งออกไปสำรวจเส้นทางด้านหลังเรือนอีกครั้ง ทางนั้นเป็นเพียงช่องแคบที่เดิมทีสุนัขใช้ลอดผ่าน แต่สำหรับหลินม่านเถียนซึ่งมีร่างกายอรชรกลับสามารถผ่านไปได้โดยไม่ลำบาก เมื่อแน่ใจว่าเส้นทางปลอดภัย นางจึงส่งสัญญาณให้เสี่ยวลิ่วไปแจ้งแก่หลินม่านเถียน

ไม่นานนัก กายอรชรในอาภรณ์สีดำรัดกุมก็เคลื่อนไหวออกมาอย่างรวดเร็ว ล่วมยาถูกสะพายแนบกาย ผ้าปิดหน้าถูกดึงขึ้นปิดบังใบหน้าจนมิดชิด เมื่อมองจากภายนอก นางดูไม่ต่างจากเด็กหนุ่มผู้หนึ่ง มิใช่พระชายาเอกแห่งตำหนักอี้หวางแม้แต่น้อย

ดวงตาเรียวสวยกวาดมองโดยรอบอย่างระแวดระวัง ที่แห่งนี้มิใช่สถานที่ธรรมดา องครักษ์ของตำหนักอี้หวางล้วนมีหูตาไวราวกับสับปะรด เพียงพลาดเพียงก้าวเดียว ทุกสิ่งย่อมจบสิ้น

ทว่าแผ่นทองที่รออยู่เบื้องหน้าก็มีน้ำหนักมากพอจะให้เสี่ยง ผู้ใดจะยินยอมถูกกดขี่จนตายโดยไร้หนทางหลุดพ้น สตรีอื่นนางมิอาจรู้ แต่ตัวนาง หลินม่านเถียน ไม่มีวันยอม ไร้สามีนับเป็นเรื่องเล็ก แต่ไร้เงินทองนั่นต่างหากคือหายนะที่แท้จริง

ผ่านไปราวครึ่งชั่วยาม กายทะมัดทะแมงก็ปรากฏขึ้นยังอารามเหมี่ยวเหอซึ่งตั้งอยู่ริมแม่น้ำไห่ซาน สายน้ำสายหลักของอาณาจักรหนานซ่ง เสียงน้ำไหลกระทบฝั่งดังแผ่วเบา ลมยามค่ำพัดเย็น กลิ่นชื้นของน้ำและดินลอยคลุ้ง

หลินม่านเถียนเคลื่อนไหวลัดเลาะไปยังเรือนพักศพด้านหลังอารามอย่างชำนาญ ภายในนั้นมีชายชราวัยห้าสิบกว่าหนาวนั่งอยู่ มือหนึ่งยกไหสุราขึ้นดื่ม ใบหน้าอวบแดงก่ำราวกับเมาได้ที่

“เถ้าแก่เนี้ยหลินมาแล้ว!” เสียงเล็กใสดังขึ้น เด็กสาวใบหน้ามอมแมมวิ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว

“ข้าเบื่อจะนั่งทนให้แมลงกัดกับตาเฒ่าเหิงแทบตายแล้วเจ้าค่ะ!” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความหงุดหงิด

“เหม่ยลี่ อย่าเสียมารยาท”

ชายชราเอ่ยขึ้น น้ำเสียงนิ่ง ไร้แววมึนเมาแม้แต่น้อย หลินม่านเถียนมองเพียงแวบเดียวก็รู้ สุรานั้นเป็นเพียงฉากบังหน้า

“มาเถิด ข้าต้องเร่งมือ”

นางเอ่ยสั้น ๆ มิคิดเสียเวลา เพราะนางไม่อาจแน่ใจได้เลยว่าเมื่อใดอี้หวางจะเรียกหานาง ต่อให้เหิงจิ้งจะรายงานว่าจ้าวไท่เฟยถูกไท่เฮาเรียกตัวกลับวังหลวงไปแล้ว แต่บุรุษที่นางหวาดระแวงที่สุดยังคงเป็นเซี่ยเฟิ่งฉี

ผ้าดิบสีขาวหม่นถูกเปิดออกช้า ๆ ร่างของสตรีวัยปลายสามสิบหนาวปรากฏขึ้น ผิวซีดไร้เลือด ใบหน้าสงบนิ่งราวกับหลับใหล

เหม่ยลี่จุดธูปหนึ่งดอกยื่นส่งให้หลินม่านเถียน นางรับมาอย่างสงบ ประนมมือขึ้นจรดหน้าผาก มิใช่เพราะหวาดกลัว แต่เป็นเพราะให้เกียรติ

นางไม่กลัวผี

แต่เชื่อในความตาย เพราะอย่างน้อยนางเองก็เคยผ่านมันมาแล้ว

มือเรียวปักธูปลงในกระถางที่ตั้งอยู่เหนือศีรษะของศพ กลิ่นธูปลอยอ้อยอิ่งในอากาศ เด็กสาววัยสิบสามหนาวหยิบเครื่องมือแต่งหน้าขึ้นมาอย่างคล่องแคล่ว ส่งให้นางทีละชิ้นราวกับทำสิ่งนี้มาแล้วนับครั้งไม่ถ้วน

หลินม่านเถียนก้มมองใบหน้าของผู้ตาย แววตานิ่ง ไร้คลื่นอารมณ์ ก่อนจะเริ่มลงมืออย่างชำนาญ

ใช่แล้ว อาชีพแท้จริงของนางในภพนี้ มิใช่เพียงพระชายา แต่นางคือเถ้าแก่เนี้ยหลิน เจ้าของร้านโลงศพ และผู้แต่งหน้าให้คนตายเป็นครั้งสุดท้าย ในโลกที่คนเป็นยังต้องดิ้นรนเพื่อมีชีวิต นางกลับหาเลี้ยงชีพจากผู้ที่ไร้ลมหายใจ

และนั่นเอง คือหนทางเดียว ที่นางเลือก เพื่อซื้ออิสรภาพของตนเองคืนมาในวันข้างหน้า

มิใช่เพียงแต่งหน้าศพจากความชำนาญติดกายมาจากภพชาติเก่าที่อารียาเคยเป็นอาสาสมัคร ออกช่วยเหลือแต่งหน้าให้ผู้ล่วงลับมาตั้งแต่ยังศึกษาอยู่ปีหนึ่งเท่านั้น หากแต่หลังจากนางมาอยู่ในร่างของหลินม่านเถียนได้เพียงสามเดือน โชคชะตากลับนำพาให้นางได้พบกับท่านลุงเหิง ผู้เป็นลุงของเหิงจิ้ง และเป็นสัปเหร่อผู้ดูแลสุสานทางทิศใต้ของมหานครเฉิงเล่อ

ในวันนั้นมีศพถูกนำมาฝังมากกว่าห้าร่างในคราเดียว กลิ่นอับชื้นของความตายลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ จนแม้แต่สายลมก็เหมือนจะหนักอึ้งไปด้วยความหม่นหมอง แต่กลับไม่อาจจัดการฝังได้ในทันที เหตุผลกลับเรียบง่ายจนน่าขัน ในเมืองหลวงอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ มีร้านขายโลงศพเพียงแห่งเดียวเท่านั้น

มหานครเฉิงเล่อที่เต็มไปด้วยผู้คนและความรุ่งเรือง กลับหาโลงศพได้ยากเย็นยิ่งกว่าทองคำ

หลินม่านเถียนยืนมองภาพนั้นอย่างเงียบงัน สายตานิ่งลึก แต่ภายในกลับเต็มไปด้วยการคำนวณ นางมิใช่คนของโลกนี้โดยแท้ หากแต่เป็นคนจากอีกโลกหนึ่ง โลกที่แม้แต่ความตายก็สามารถกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจได้

เมื่อได้ฟังถึงความเชื่อของผู้คนในอาณาจักรแห่งนี้ นางยิ่งเข้าใจมากขึ้น ผู้คนหวาดกลัวกิจการเกี่ยวกับความตาย มองว่าเป็นลางอัปมงคล จึงไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้อง

แต่สำหรับนาง สิ่งที่คนอื่นหลีกเลี่ยง กลับเป็นช่องว่าง และช่องว่างนั้นคือเงินทอง หากจะลงทุนในสิ่งใดที่ไม่มีวันขาดทุน และไม่มีวันไร้ลูกค้า สิ่งนั้นย่อมหนีไม่พ้น ความตาย  นางจึงตัดสินใจโดยไม่ลังเล

ร้านขายโลงศพ เป่าอานผิง จึงถือกำเนิดขึ้น โดยมีท่านลุงเหิงเป็นผู้จัดการออกหน้าเป็นเถ้าแก่ ส่วนตัวนางอยู่เบื้องหลัง คอยวางแผนและควบคุมทุกอย่างอย่างเงียบงัน

ในระยะแรก ร้านเพียงขายโลงศพตามปกติ รายได้มั่นคงแต่ยังไม่โดดเด่น ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปเพียงสามเดือน หลินม่านเถียนกลับมองเห็นความต้องการที่ลึกซึ้งยิ่งกว่า

ญาติของผู้ตายจำนวนมาก มิได้ต้องการเพียงโลงศพ แต่ต้องการ คนจัดการทุกอย่าง ตั้งแต่ล้างร่าง แต่งหน้า เปลี่ยนอาภรณ์ จัดท่าทาง ไปจนถึงบรรจุลงโลง และส่งไปประกอบพิธี

ความคิดที่จะรวบทุกขั้นตอนเข้าด้วยกันจึงเกิดขึ้น และเมื่อข่าวนี้ถูกส่งออกไป ผลตอบรับกลับดีเกินคาด เพียงสามเดือนให้หลัง ร้านเป่าอานผิงรับงานมากกว่าสามสิบศพ

ชื่อเสียงของร้านเริ่มแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็ว กิจการเติบโตอย่างมั่นคง แต่เพราะตัวนางไม่อาจออกมาจัดการทุกงานได้ นางจึงจำเป็นต้องหาผู้ช่วย

ซูเหม่ยลี่ เด็กขอทานที่นางเคยช่วยฝังศพบิดาโดยไม่คิดเงิน จึงได้เข้ามาอยู่ข้างกาย เด็กสาวผู้นี้เฉลียวฉลาด เรียนรู้รวดเร็ว เพียงสองเดือนก็สามารถแต่งหน้าศพได้อย่างคล่องแคล่ว

ในบางครา หากหลินม่านเถียนไม่อาจออกมา ซูเหม่ยลี่ก็จะเป็นผู้รับหน้าที่แทน ส่วนงานด้านอื่น ๆ ในช่วงเจ็ดเดือนที่ผ่านมา ทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่น จำนวนคนงานเพิ่มขึ้นจากห้าคนเป็นสิบเก้าคน

ยังไม่นับรวมท่านลุงเหิงและซูเหม่ยลี่ ค่าตอบแทนที่นางมอบให้สูงพอจะผูกใจผู้คนไว้ได้อย่างมั่นคง ไม่มีผู้ใดคิดทรยศ

“เถ้าแก่เนี้ยหลินจะกลับเลยหรือเจ้าคะ”

เสียงของซูเหม่ยลี่ดังขึ้น หลังจากงานตรงหน้าเสร็จสิ้น หลินม่านเถียนกำลังล้างมืออย่างเป็นระเบียบ นางเช็ดเครื่องมือทีละชิ้นอย่างพิถีพิถัน ก่อนเก็บลงล่วมยาอย่างเรียบร้อย

“ใกล้ยามจื่อแล้ว”

คำตอบสั้น กระชับ เด็กสาวพยักหน้ารับทันที นางยกล่วมยาขึ้นพาดไหล่ให้ผู้เป็นนาย ก่อนจะถอยไปยืนมองอย่างเงียบงัน

สำหรับซูเหม่ยลี่แล้ว เถ้าแก่เนี้ยหลินคือผู้มีพระคุณสูงสุด นางอาจแข็งกร้าวกับผู้อื่น แต่กับคนผู้นี้ นางยอมก้มศีรษะโดยไม่โต้แย้ง

“หากมีปัญหาใด ก็แจ้งไปกับอาจิ้งตามเดิม”

หลินม่านเถียนเอ่ยขึ้น เหิงเตี้ยนพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ เขาคุ้นเคยกับสตรีตรงหน้ามานาน ใบหน้าเย็นชา คำพูดน้อย

แต่จิตใจกลับเปี่ยมเมตตา ผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนล้วนรู้ดี ว่านางไม่เคยทอดทิ้งผู้ใด

“ขอรับ เถ้าแก่เนี้ยหลิน”

หลินม่านเถียนโค้งศีรษะให้เล็กน้อย มิใช่เพราะหน้าที่ แต่เป็นความเคารพจากใจ จากนั้นนางจึงก้าวขึ้นอาชาสีดำตัวใหญ่ ควบหายไปในความมืด

สายลมยามค่ำพัดผ่าน กลืนร่างของนางให้เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว ก่อนถึงตำหนักอี้หวาง ม้าถูกส่งต่อให้คนของนางที่ซุ่มรออยู่ หลินม่านเถียนเคลื่อนไหวต่อเพียงลำพัง

ลัดเลาะไปตามเงามืดอย่างชำนาญ จนถึงกำแพงด้านหลัง เส้นทางลับที่นางใช้มาตลอดหลายเดือน นางไม่เคยใช้เส้นทางเดิมซ้ำ ทุกครั้งล้วนเปลี่ยน เพื่อหลีกเลี่ยงสายตาขององครักษ์

ทว่าคืนนี้ นางจำเป็นต้องใช้ช่องทางเดิม เพราะอีกด้านหนึ่งมีทหารลาดตระเวน ร่างอรชรหยุดลงเพียงครู่ สายตากวาดมองโดยรอบอย่างระแวดระวัง เมื่อแน่ใจว่าไร้ผู้คน

นางจึงก้มตัวลง เตรียมลอดผ่านช่องแคบ ลมหายใจนิ่ง ทุกการเคลื่อนไหวแม่นยำ ไร้เสียง ทว่าในชั่วขณะนั้น

“ในที่สุดก็เผยลวดลายออกมาจนได้สินะ นางหญิงแพศยา”

เสียงเย็นเยียบดังขึ้นจากความมืด ราวกับคมมีดกรีดผ่านอากาศ หัวใจของหลินม่านเถียนกระตุกวูบ ลมหายใจสะดุด ร่างกายแข็งค้างเพียงเสี้ยววินาที

ดวงตาเรียวสวยหรี่ลงเล็กน้อย ความเย็นเยียบแผ่ซ่านไปทั่วกาย นางรู้ในทันทีคืนนี้ ไม่ใช่คืนที่นางจะจากไปได้อย่างเงียบงัน และยิ่งไม่ใช่คืนที่นางจะควบคุมทุกอย่างได้ดั่งใจ

…เฮือก!…

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชังเจ้า   ตอนพิเศษ

    ตอนพิเศษขบวนรถม้าขนาดกลางกำลังเคลื่อนออกจากเมืองหลวงในช่วงปลายยามอิ๋น หลินม่านเถียนนางขยับเปิดผ้าม่านออกไปมองภาพของตำหนักใหญ่โตที่มีทั้งสุขและทุกข์ปนเปมาตลอดร่วมสองหนาวด้วยสายตาสงบนิ่ง "ท่านจะไม่เสียใจในภายหลังใช่หรือไม่เจ้าค่ะท่านพี่" สุดท้ายคำถามนี้ก็หลุดออกไปอีกจนได้ ก็บัดนี้จากบุรุษผู้เป็นจอมทัพเกรียงไกรต้องถูกถอดยศเรียกคืนอำนาจทุกสิ่งในมือออกไปขนาดการเดินทางนี้รถม้าก็ยังเป็นรถม้าขนาดกลางที่อดีตนางย่อมรู้ เซี่ยเฟิ่งฉีเฉียดใกล้ย่อมไม่เคย แต่วันนี้เขากลับทิ้งทุกสิ่งเพื่อนางและลูกน้อยเท่านั้น "มีอันใดต้องเสียใจกันมีเพียงเจ้า เจ้าหงส์ขาวตัวน้อย กับท่านแม่ ชีวิตนี้ข้าก็เพียงพอแล้วชื่อเสียงลาภยศสำหรับข้าล้วนจอมปลอมครอบครองเอาไว้ก็เป็นทุกข์เท่านั้นไปใช้ชีวิตอยู่นอกเมืองล้วนสุขใจ" เพราะหลังจากฮ่องเต้ยื่นคำขาดเช่นในวันที่บีบบังคับให้เขาต้องยินยอมตบแต่งรับเอาหลินม่านเถียนมาแทนหลินม่านถิง อีกครั้ง เขาก็ได้เลือกแล้ว...เลือกที่จะถอดวางทุกสิ่งคืนไปยังฮ่องเต้ วันนี้เขาจึงเป็นเพียงเถ้าแก่เซี่ยเจ้าของสำนักคุ้มภัยแห่งหนึ่งเท่านั้น ไม่มีอี้หวางหรืออี้หวางเฟยอีกแล้ว มีแต่ชาวเมืองหนานซ่งครอบครัวห

  • ชังเจ้า   ตอนที่ 41 (ตอนจบ)

    ตอนที่ 41 (ตอนจบ)ในที่สุดผ่านไปอีกหนึ่งเดือนเท่านั้นแผนการกำจัดคลื่นใต้น้ำเช่นสกุลเพ่ยและสกุลเผิงของอี้หวางและฮ่องเต้ก็สำเร็จ กวาดล้างต้นตอของเหล่ากบฏที่มักจะไปเกิดยังต่างเมืองอยู่บ่อยครั้งจนเรียบร้อยถึงมันจะไม่ขาวสะอาดไปจนทั่วหนานซ่งทว่าภายในรัชสมัยของฮ่องเต้พระนาม'เซี่ยเฟิ่งเหริน'ก็คงยากจะเกิดความยุ่งยากหรือเหล่ากบฏขึ้นอีกเป็นแน่ ทว่าภายใต้ข่าวดีก็ยังมีข่าวร้ายแทรกมา เมื่อขบวนส่งเสด็จจ่างกงจู่เซี่ยจิ่นเหยาถูกเหล่ากบฏเข้าปล้นเพราะคาดว่าจะจับเอานางมาเป็นองค์ประกันต่อรองกับฮ่องเต้แต่นางกลับใจเด็ดสังหารตนเองมิยิมให้ถูกใช้เป็นเครื่องมือ นามของนางจึงถูกจารึกเอาไว้ว่าเป็นสตรีผู้องอาจหาญกล้าผู้หนึ่งในราชวงศ์ หากแต่ที่รู้แจ้งดีกว่าผู้ใดคงหนีไม่พ้นเซี่ยเฟิ่งฉี แต่จะให้เขาทำเช่นไรได้ก็ในเมื่อนางเล่นกัดเขาไม่ปล่อย หากเพียงชีวิตตนเองเขาคงปล่อยนางไปได้ แต่นี่นางคิดเอาชีวิตมารดาเขาเอาชีวิตลูกของเขา หากใจอ่อนเห็นแก่สายเลือดเดียวกัน เช่นอดีตคงไม่ได้ เขาจึงยินยอมเป็นคนชั่วสังหารน้องสาวเสียอีกเอง แต่ถึงแผ่นดินจะกลับมาผาสุกแล้ว เซี่ยเฟิ่งฉีก็ยังต้องรั้งอยู่เมืองหลวงต่ออีกหลายเดือนยังไม่อาจเดินทางไป

  • ชังเจ้า   ตอนที่ 40

    ตอนที่ 40เพ่ยสวีหรานมาหยุดยืนก่อนที่จะถึงตรงด้านหน้าของตัวเรือนไป่เหอแล้วก็ให้พลันรู้สึกได้ถึงความ'แตกต่าง'โดยสิ้นเชิงกับเรือนของตนเองนี่นะหรือเรือนของพระชายาเอกที่เป็นเพียงบุตรีของอนุนางหนึ่ง ...หึ!...มันช่างน่าขบขันยิ่งนักเพราะมันงดงามเกินหน้ากว่าเรือนของตนเองอย่างยิ่งพลันนั้นเพลิงริษยาก็พวยพุ่งก็ในใจของนางไม่เคยเจียมตนว่านางคือผู้มาทีหลัง แล้วยังมีตำแหน่งเป็นเพียงพระชายารองแต่นางเอาส่วนที่ตนเองเป็นลูกที่เกิดจากภรรยาเอก เอาฐานะของบิดาตนเอง พี่ชายและพี่สาวของตนเองมาเทียบเทียมกับหลินม่านเถียน ว่าตนเองอยู่เหนือกว่าสูงส่งกว่าโดยลืมสิ้นว่า ในตำหนักอี้หวางนี้ยกความสำคัญให้แก่พระชายาเอก เช่นจวนอื่นไม่เปลี่ยน เซี่ยเฟิ่งฉีท่านช่างเหยียบย้ำความรักของนางผู้เดียวยังพอทนทว่านี่เขาช่างหยามหมิ่นเกียรติไปถึงวงศ์ตระกูลเพ่ยของนางเห็นทีจะเกินอภัยเสียแล้ว ...ได้ในเมื่อนางดีด้วยแต่เขาเมินเฉยนางก็จะร้ายกาจไปจนเขาจดจำฝังใจจะได้เจียมตนให้มาก... "พระชายารองทรงสงบพระทัยก่อนเถิดเพคะ" ภาพที่ปรากฏต่อหน้าพวกนางนั่นก็คือความ'หวานชื่น'ที่เพ่ยเหม่ยเจียวนางคิดเอาเองว่างานนี้พี่สาวผู้เอาแต่ใจตนเองเป็นใหญ่มาเสมอ

  • ชังเจ้า   ตอนที่ 39

    ตอนที่ 39หลังจากนั้นอีกเจ็ดวันเกี้ยวเจ้าสาวหลังโตก็มาส่งถึงตำหนักอี้หวาง ทว่าสิ่งที่รอคอยเจ้าสาวกลับมิใช่บุรุษผู้เป็นเจ้า มีเพียงไก่อ้วนตัวหนึ่งเท่านั้น ส่วนเหตุผลนั้นก็คืออี้หวางทรงประชวร แต่คนเช่นเพ่ยสวีหรานหาใช่สตรีโง่งมจึงโมโหจนแทบกระอักที่ทราบว่า ที่เจ้าบ่าวแม้แต่เงายังไม่เคยเฉียดใกล้มาให้พบเห็นถึงสามวันนั้นเขามัวไปเอาอกเอาใจอี้หวางเฟยที่กำลังตั้งครรภ์ "กรี๊ด!!! ..." โครม! ... เพล้ง! "พระชายารองทรงระงับโทสะก่อนนะเพคะ หากคนด้านนอกมาได้ยินได้ฟังท่านจะเสียภาพลักษณ์ที่สร้างมานานนะเพคะระงับความโกรธลงก่อนเถิด ใจเย็นลงสักนิด" เหม่ยเจียวที่พยายามห้ามปรามผู้เปรียบเสมือนนายของตนเอามากกว่าจะเป็นน้องสาวผู้หนึ่งของเพ่ยสวีหรานไว้ด้วยนางนั้นถึงนางเองจะเป็นบุตรที่เกิดจากอนุภรรยาแต่ก็นางก็คือบุตรสาวของเช่นเดียวท่านเจ้ากรมกลาโหมนางหนึ่งเช่นกัน แต่จะเป็นอันใดหากนางไม่ถูกบิดาส่งเสริมย่อมถูกพี่สาวที่เกิดจากภรรยาเอกกดขี่เสียยิ่งกว่านางทาสแม้แต่คำแทนตนเองระหว่างกันยังมิอาจเรียกอีกฝ่ายเป็นพี่สาวไปได้ "ใจเย็นเช่นนั้นหรือ...นังโง่! ...สวามีของข้านั้นมัวแต่ไปกกกอดอยู่กับนังปีศาจร่านสวาทม่านเถียนทั้ง

  • ชังเจ้า   ตอนที่ 38 2/2

    "มันจะดีหรือฮองเฮา เจ้าต้องรู้เอาไว้เสียก่อนว่าวิวาห์นี้น้องสาวของเจ้าจะมิใช่พระชายาเอกทว่านางตบแต่งเข้าไปในตำหนักอี้หวางนั้นเป็นได้ก็เพียงพระชายารองเท่านั้น" เซี่ยเฟิ่งฉีเขาเพียงรอดูชมฝีไม้ลายมือของไทเฮาและฮ่องเต้ตลบหลังเพ่ยสวีจีที่นางยังไม่ระแวงเลยว่าตนเองก็คงถูก'ต้อน'เข้าหลุมใหญ่รอเวลาฝังกลบไปพร้อมพวกพ้องเลยสักนิด "ถึงออกจะไม่สมควรไปสักหน่อยทว่าหากมันจะช่วยบ้านเมืองช่วยฝ่าบาทได้หม่อมฉันและท่านพ่อล้วนยินดีและเต็มใจและคิดว่าน้องหกเองนางก็ย่อมไม่ขัดขืนเป็นแน่เพคะ" ...หึ!...แมลงย่อมระเริงไฟเช่นไรคนสกุลเพ่ยเหล่านี้ก็ถูกล่อลวงโดยง่ายเพียงถูกอำนาจมาเป็นเหยื่อ... "ดี!....ฮองเฮาช่างกล่าวได้ดี เช่นนั้นในอีกเจ็ดวันก็ให้กรมพิธีการจัดเตรียมเกี้ยวสมรสให้สมฐานะคุณหนูหกตบแต่งเข้าตำหนักอี้หวางอย่าได้รอช้า" หึ! ‘ล้วนเตรียมตัวมาดียิ่ง’ เซี่ยเฟิ่งคิดอย่างแค้นใจตนเองในครั้งนี้ก็มิอาจรักษาความตั้งใจแต่เดิมของตนเองไปได้ที่จะไม่ตบแต่งสตรีใดไปร่วมตำหนักอีกยิ่งคิดใบหน้าหล่อเหล่ากลับยิ่งบึ้งตึง จวบจนเขากลับมาถึงตำหนักแล้วความรู้สึกผิดต่อหลินม่านเถียนมันก็ยิ่งมีมากล้นหัวใจ ดังนั้นเมื่อเขาได้อยู่เพียงใน

  • ชังเจ้า   ตอนที่ 38 1/2

    ตอนที่ 38"อย่าได้เกรงใจเลยฮองเฮา" นางสิงห์เฒ่ากับลูกเสือซ่อนลายคู่นี้กำลังเตะถ่วงเวลาให้กดดันนางอยู่สินะนับวันพวกนางจะถูกฮ่องเต้และไทเฮาร่วมมือกันลิดรอนอำนาจจนแทบไร้ที่ยืนมากขึ้นและมากขึ้นทุกวัน เพ่ยสวีจีนางมองไปที่'เป้าหมาย'ที่นางต้องทำตนเองเป็นสตรีหน้าทนไม่รู้มารยาทมาแทรกกลางอยู่ครู่หนึ่ง ส่วนเซี่ยเฟิ่งฉีเขาไม่พูดมากแต่พยายามประเมินสถานการณ์ตรงหน้าด้วยกิริยาสุขุม เพราะวันนี้มันอยู่ในแผนที่เขาวางเอาไว้กับเซี่ยเฟิ่งเหรินผู้เป็นฮ่องเต้แล้ว ออกจะทึ่งไม่น้อยที่เพ่ยสวีจีผู้นี้นางขวัญกล้าไม่น้อยจึงลงมือจริงตามที่สายลับของเขารายงานมา "จริงสิอี้หวาง พบเจอกันก็คงต้องสอบถามสักหน่อยเปิ่นกงได้ฟังข่าวลือมาหลายวันว่าอี้หวางหย่าขาดจากอี้หวางเฟยที่แท้จริงเท็จประการใดเล่า?" เซี่ยเฟิ่งฉีแสร้งนิ่งถึงอยากจะหันไปทางฮ่องเต้เหลือกำลังเมื่อได้ฟังคำถามเดียวกับที่ไท่เฮาและฮ่องเต้แสร้งปั้นแต่งถามออกมาให้คนของสกุลเพ่ยที่วางเอาไว้ หึ!...นางช่างตื้นเขินเกินไปแล้ว... "กระหม่อมมิทราบมาก่อนเลยว่าเดี๋ยวนี้ฮองเฮาจะสนใจข่าวลือไร้แก่นสารกับผู้อื่นเช่นกัน” กล่าวเนิบช้าใบหน้าสงบนิ่ง “โอ๋ว...อี้หวางช่างมีอารมณ์ขบขั

  • ชังเจ้า   ตอนที่ 37

    ตอนที่ 37หลินม่านเถียนนั้นมาอยู่ตำหนักอี้หวางได้เป็นวันที่สามนางก็คิดเป็นห่วงร้านกับมีเรื่องในใจให้คิดมากอยู่พอสมควร ก็นางนั้นหย่าขาดกับอี้หวางไปแล้ว ถึงเขาจะทำตน'คลั่งรัก'จนบางคราวนางยังรำคาญแต่ข้อกำหนดที่ว่าหากหย่าขาดกันแล้วสิทธิ์ของบุตรที่จะเกิดย่อมเป็นคนของฝ่ายบิดา ก็รบกวนจิตใจของหลินม่านเถียน

  • ชังเจ้า   ตอนที่ 36

    ตอนที่ 36ซึ่งทุกการกระทำของที่นอ๋องหนุ่มผู้เป็นพระสวามีมันกินหัวใจคนท้องที่กำลังมีอารมณ์อ่อนไหวอย่างยิ่ง จากอดีตหลินม่านเถียนคิดว่าตนเองมีหัวใจเป็นเพียงศิลาหนึ่งก้อนทว่าบัดนี้นางคิดว่าหัวใจศิลาของตนเองนั้นกลายเป็นเพียงก้อนหิมะหนึ่งก้อนที่กำลังถูกกิเลนเพลิงละลายเหลวเป็นน้ำไปหมดแล้ว "อื้อ..." เมื่

  • ชังเจ้า   ตอนที่ 34

    ตอนที่ 34“ข้า…ต้องการเจ้า” เขากล่าวแล้วก็หยุดนิ่ง หวังเพียงแต่ว่าหากนางเต็มใจก็ให้นางเป็นผู้เริ่ม เขามิต้องการบังคับข่มเหงนางอีกแล้ว ดวงตาที่มีเพียงแสงที่ยังมิได้ดับลงยังกลางห้องส่องประกายแวววาว ซึ่งหลินม่านเถียนรู้สึกว่าตนเองนั้นคล้ายกับกำลังถูกดูดกลืนให้นางค่อยดิ่งลึกจมลงไปในความวาววามคู่นั้นช้

  • ชังเจ้า   ตอนที่ 33

    ตอนที่ 33"อี้หวาง...ไม่เป็นไรเพคะ...หม่อมฉันมิเป็นไร...ไม่เป็นไรนะเพคะ..." น้ำเสียงนุ่มนวลกับฝ่ามือเรียวเล็กอ่อนนุ่มลูบแผ่นหลังแกร่งแช่มช้า เป็นครั้งแรกที่หัวใจของหลินม่านเถียนมองว่าคนตรงหน้าเขาช่างน่าสงสารเกินไปแล้ว "ข้า...กลัว...ข้าเพียงกลัวว่าเจ้ากับก้อนแป้งน้อยของเขาจะติดโรคร้ายจากข้าจึงพลั้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status