LOGINเหอหว่านซินสูดลมหายใจลึก ก่อนดึงปิ่นหยกที่ปักอยู่บนมวยผมออกมาอย่างเด็ดเดี่ยว ปลายปิ่นเย็นเฉียบกรีดลงบนต้นขา ความเจ็บปวดแล่นวาบราวสายฟ้า สติที่พร่าเลือนจึงหวนคืน ดวงตางามที่เคยสั่นไหวกลับแน่วแน่ขึ้นในบัดดล
นางกวาดสายตามองไปรอบห้องเงียบงัน พลันสายตาหยุดนิ่งที่แจกันลายครามที่ตั้งอยู่มุมห้อง เหอหว่านซิน ลุกขึ้น ก้าวเท้าไปอย่างมั่นคง มือขาวหยิบแจกันนั้นขึ้นมากำแน่น ดั่งกุมความเป็นความตายไว้ในฝ่ามือ นางหันกายกลับ ก้าวตรงไปยังสาวใช้ที่กำลังก้มหน้ารินชาโดยไม่ทันระวัง เปร้ง! เสียงแตกดังสะท้อนก้อง แจกันถูกฟาดลงบนศีรษะของสาวใช้ ร่างนั้นทรุดฮวบลงกับพื้นทันที เศษเคลือบกระจาย แตกเพียงเล็กน้อย เพราะเรี่ยวแรงของ เหอหว่านซิน ในยามนี้ยังอ่อนล้า นางไม่รอช้า รีบก้มเก็บเศษแจกันที่แตก ก่อนจะพยุงร่างสาวใช้ที่หมดสติขึ้นอย่างยากลำบาก ลากไปวางบนเตียงอย่างระมัดระวัง แล้วดึงม่านเตียงลงทันที จากนั้น เหอหว่านซินก้าวไปยังตะเกียงน้ำมัน ยกมือดับเปลวไฟในคราเดียว แสงสว่างดับสูญห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดสลัวมีเพียงแสงจันทร์ที่สาดเข้ามาทางบานหน้าต่าง นางหันกลับไปยังบานหน้าต่าง พลิกกายปีนออกไปอย่างอย่างทุลักทุเล ชายอาภรณ์เกี่ยวกรอบไม้ เสียงผ้าถูผ่านดังแผ่วเบา ก่อนร่างบางจะตกลงสู่พื้นเย็นชืดของยามราตรี ลมหนาวพัดต้องผิวกาย เหอหว่านซินฝืนประคองสติ ก้าวเท้าตรงไปยังประตูหลังของจวนด้วยเรี่ยวแรงที่เหลือเพียงน้อยนิด ครั้นถึงประตูเล็กท้ายจวน นางยื่นมือไปผลักอย่างสุดแรง ทว่าบานประตูกลับนิ่งสนิท กลอนด้านนอกล็อกแน่นหนา ไร้ช่องว่างให้หลบหนี นางถอนหายใจเบา ๆ เต็มไปด้วยความจนใจ ก้าวถอยหลังช้า ๆ แล้วกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ที่มืดสลัว เงามืดซ้อนทับกันดุจปีศาจเฝ้าทาง พลันสายตาก็สะดุดเข้ากับกองฟืนที่พิงซ้อนอยู่ข้างกำแพงจวน มุมปากของเหอหว่านซินยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจาง ๆ ประหนึ่งผู้จมน้ำเห็นฝั่ง ร่างบางรีบก้าวไปยังกองฟืนนั้น วางฝ่ามือลงบนท่อนไม้หยาบ ปีนไต่ขึ้นอย่างระมัดระวัง ……. เมืองหลวงยามราตรี แสงจันทร์สีอ่อนสาดลงมาอย่างเงียบงัน ทาบทับตรอกแคบในเมืองหลวงที่เงียบสงบ สายลมเย็นพัดแผ่วผ่านกระเบื้องหลังคา เกิดเสียดสีแผ่วเบา บนหลังคาเรือนที่เรียงรายกันนั้น เงาร่างบุรุษสองคนเคลื่อนไหวดุจเหยี่ยวร่อน ฉับไวและไร้เสียง ก่อนจะพลันเหินกายลงสู่ตรอกแคบด้านล่างพร้อมกัน ฝุ่นดินลอยขึ้นเพียงชั่วพริบตา “องค์ชาย!” บุรุษในชุดองครักษ์เอ่ยเสียงต่ำแฝงความร้อนรน เมื่อเห็นเจ้านายของตนเองกระอักเลือดออกมา เซียวเหยียนเฉิงเงยหน้าขึ้นช้า ๆ สีหน้ายังสงบนิ่ง เขาก้มมองต้นแขนซ้ายของตน เลือดยังคงไหลซึม มือใหญ่ยกขึ้นแตะบาดแผลเบา ๆ แล้วกล่าวเสียงเรียบ “ดาบนั้น… มีพิษ” องครักษ์มองตาม เห็นเลือดที่ไหลออกมาเป็นสีดำ ใจพลันร้อนรนขึ้นทันที เซียวเหยียนเฉิงหันมองไปข้างหน้า ก่อนเอ่ยขึ้นสั้น ๆ “ด้านหน้ามีศาลเจ้าเก่า ไปพักที่นั่นก่อน” “พ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์รีบรับคำ แล้วพยุงร่างของเซียวเหยียนเฉิง ก้าวไปตามตรอกแคบอย่างรวดเร็ว เงาร่างทั้งสองกลืนหายไปในความมืด ทั้งสองก้าวพ้นปากตรอก ก่อนจะหยุดลงหน้าศาลเจ้าเก่าที่ทรุดโทรม องครักษ์ผลักบานประตูเข้าไปอย่างระมัดระวัง เสียงไม้เก่าครูดกับพื้นดังแผ่ว ๆ ท่ามกลางความเงียบงันในยามราตรี กลิ่นอับชื้นผสมผสานกับกลิ่นธูปเก่าลอยออกมาแตะจมูก เซียวเหยียนเฉิงสูดลมหายใจลึก เขาค่อย ๆ ก้าวไปหลังแท่นบูชาก่อนจะไปหยุดอยู่ที่มุมหนึ่งของศาลเจ้า แล้วนั่งหลังตรง แม้สีหน้าจะเริ่มซีด แต่แววตายังคงนิ่งเย็น “ข้าสกัดจุดไว้ได้เพียงหนึ่งชั่วยาม” เขากล่าวชัดถ้อยชัดคำ “ไปเอายาแก้พิษที่เรือนหมอหลวงหวังฉืออู่ ห้ามให้ผู้ใดเห็น” องครักษ์รีบคุกเข่าลงคำนับทันทีพร้อมเอ่ยตอบรับ “พ่ะย่ะค่ะ” เซียวเหยียนเฉิง พยักหน้าเพียงเล็กน้อย มือขวายกขึ้นสองนิ้วชี้กับนิ้วกลางกดลงบนเส้นชีพจรต้นแขนซ้ายอย่างแม่นยำ ก่อนจะเลื่อนลงมากดจุดต่อเนื่องหลายตำแหน่งอย่างรวดเร็ว ทุกครั้งที่นิ้วกดลง ร่างกายเขาสะท้านเล็กน้อย เลือดสีดำที่ไหลซึมอยู่ก่อนหน้าเริ่มชะงัก ลมหายใจติดขัดเพียงชั่วขณะ เหงื่อเย็นผุดขึ้นที่ขมับ แต่เขาไม่เปล่งเสียงใดออกมา พิษถูกสกัดไว้ชั่วคราว เซียวเหยียนเฉิงหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนจะลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว ดวงตาคมจับจ้องไปยังองครักษ์ เซียวเหยียนเฉิงพยักหน้าเพียงเล็กน้อย มือยังคงกดจุดไว้ไม่คลาย องครักษ์กัดฟันแน่น ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเปิดประตูศาลเจ้าออกไป เงาร่างของเขาหายลับไปในความมืด ทิ้งไว้เพียงเซียวเหยียนเฉิงที่นั่งนิ่งอยู่ในมุมลึกของศาลเจ้าเก่าที่แม้แสงจันทร์ก็ส่องมาถึงเพียงเล็กน้อย ….3เทศกาลโคมไฟสามเดือนผ่านไป ค่ำคืนแห่งเทศกาลโคมไฟทั้งเมืองหลวง สว่างสไสวราวกับดวงดาวหล่นลงมาจากฟากฟ้าโคมหลากสีแขวนเรียงรายตลอดสองฝั่งถนน แสงไฟสีทองอาบทั่วตรอก บรรยากาศคึกคักไปด้วยเสียงหัวเราะของผู้คนผสานกับเสียงพ่อค้าแม่ค้าเร่ร้องขายขนมและของเล่นยามราตรีเหอหว่านซินยืนอยู่กลางฝูงชน ดวงตากลมใสทอดมองโคมรูปกระต่ายที่ลอยเหนือศีรษะอย่างตื่นตา“งดงามยิ่งนัก… ”เสียงพึมพำของนางแผ่วเบา“ชอบหรือ”เสียงทุ้มต่ำของเซียวเหยียนเฉิงดังขึ้นข้างหู เหอหว่านซินหันกลับมา ก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ ดวงตาเป็นประกายเซียวเหยียนเฉิงเผยรอยยิ้มออกมา ท่าทางของภรรยาเขายังคงน่ารัก น่าเอ็นดูราวกับเด็กน้อยในยามที่อยู่กับเขา มือใหญ่ยกขึ้นโบกเล็กน้อยเจ้าของร้านก็ยกโคมกระต่ายน้อยมาให้เหอหว่านซินอย่างนอบน้อมเหอหว่านซินรับมันมาด้วยรอยยิ้มกว้าง ดวงตาเป็นประกายร่าเริง“ขอบพระทัยเพค่ะ”เซียวเหยียนเฉิงไม่ได้เอ่ยสิ่งใด เพียงยิ้มตอบแล้วส่งเงินให้เจ้าของร้านทันที แล้วหันมาคว้ามือเล็กของนางอย่างเคยชิน ทั้งสองก้าวเดินอยู่ท่ามกลางผู้คนที่กำลังเดินสวนกันอย่างคึกคักไม่นานนัก ทั้งสองหยุดอยู่หน้าร้านขายขนมหวานเซียวเหยียนเฉิงปรายตามอง
ตอนพิเศษที่2 แต่งงานจวนตระกูลเหอภายในจวนตระกูลเหอถูกประดับประดาไปด้วยผ้าสีแดงสดอันเป็นมงคล เหล่าบ่าวไพร่วิ่งวุ่นช่วยกันยกสินเดิมและสินสอดที่มากมายภายในห้องหนึ่งที่เงียบสงบ กลิ่นหอมของดอกไม้หอมอบอวลไปทั่วห้อง เหอหว่านซินในชุดเจ้าสาวสีแดงสดนั่งอยู่เบื้องหน้ากระจกทองเหลือง ด้านหลังนางคือฮูหยินผู้เฒ่าเหอที่กำลังยกหวีงาช้างหวีผมให้นางอย่างแผ่วเบา ดวงตาเต็มไปด้วยความเอ็นดูและความสุขเต็มเปี่ยม ในที่สุดวันที่นางรอคอยก็พลันมาถึงวันที่หลานสาวตัวน้อยของนางได้ออกเรือน ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเต็มไปด้วยความสุขเหอหว่านซินมองเงาสะท้อนของตนเองในกระจก ดวงตาเอ่อคลอด้วยความรู้สึกที่มากมาย “เสร็จแล้ว ไปกันเถิด”น้ำเสียงอ่อนโยนของฮูหยินผู้เฒ่าเหอดังขึ้นเหอหว่านซินพยักหน้าแล้วลุกขึ้นยืน นางหันไปมองท่านย่าด้วยดวงตาคลอไปด้วยน้ำตา“เด็กดี อย่าร้องเลยนะ”น้ำเสียงปลอบโยนที่คุ้นเคยดังขึ้น พร้อมกับมือเหยี่ยวย่นที่ยื่นมากุมมือนางไว้แน่น เหอหว่านซินพยักหน้ารับแล้วเผยรอยยิ้มบางฮูหยินผู้เฒ่าเหอและเหอหว่านซินก้าวออกจากห้องเดินตรงไปยังห้องโถงใหญ่ด้วยท่าทางสงบนิ่ง“หว่านซิน”เสียงของเหอเยี่ยนเฟิงดังขึ้นเหอหว่านซินห
เมื่อนึกได้นางก็พลันก้าวถอยหลังสองสามก้าวแต่ไม่ได้เอ่ยคำใดได้แต่ยืนนิ่งมองบุคคลตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อแม่ทัพใหญ่ที่เก่งกาจในยามนี้ราวกับโครงกระดูกที่เดินได้ ช่างเหลือเชื่อจริง ๆ ไป๋หรูเฉิงมองนางด้วยสายตาแดงก่ำแล้วคุกเข่าลงเบื้องหน้านาง น้ำตาไหลรินออกมาอย่างน่าสงสาร เขาพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน“หว่านซิน เจ้าให้อภัยข้าได้หรือไม่ ข้า ข้ารักเจ้า รักเจ้าคนเดียว ชาตินี้จะแต่งกับเจ้าคนเดียวไม่ยุ่งเกี่ยวกับสตรีอื่นอีก ข้าสัญญา”น้ำเสียงของเขาสั่นเล็กน้อยเหอหว่านซินขมวดคิ้วเล็กน้อย นางจำได้ว่าชาติที่แล้วเขาพูดว่าไม่รักนาง ไม่มีทางรักนาง คำพูดนั้น เขาพูดมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนนับแทบไม่หมด เหอหว่านซินยิ้มบางแล้วเอ่ยขึ้น“คุณชายไป๋ ท่านคงเข้าใจผิดอะไรผิดแล้ว ข้ากับท่านแทบไม่เคยพบหน้ากัน ท่านจะรักข้าได้อย่างไร ท่านกลับไปเถิด”ไป๋หรูเฉิงเบิกตากว้าง เขาอ้าปากค้างราวกำลังจะพูดทว่ากลับพูดไม่ออก ได้แต่รีบคลานเข่าเข้าไปหานางอย่างรวดเร็ว ทว่าทันทีที่เข้าใกล้นางร่างของเขาก็ถูกฝ่าเท้าหนักถีบออกอย่างรุนแรง“บังอาจ นี่พระชายาองค์ชายใหญ่ เจ้าช่างกล้าเข้าใกล้นางอยากตายหรือ”เสียงเย็นเยียบของเฟิงหยางองครักษ์
ตอน พิเศษ 1 ความฝันที่ดี จวนตระกูลไป๋ภายในห้องที่เงียบงัน กลิ่นสุราคละคลุ้งไปทั่วห้องไป๋หรูเฉิงนั่งอยู่กับพื้นที่เย็นเฉียบ ใบหน้าเขาซูบซีดไร้ชีวิตชีวา ในมือยังคงถือขวดสุราไว้แน่น เขานั่งพิงโต๊ะไม้ยาวเอนกายเล็กน้อย ดวงตาคมปิดสนิทสุรานี้ช่างดีจริงทำให้เขาหลับฝันได้ตลอด ในฝันนั้นมักจะเป็นชาติที่แล้ว ที่เขาแต่งงานกับเหอหว่านซิน เหอหว่านซินในความฝัน นางนั้นนั่งรอเขากลับจากราชการทุกวันด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม นางปรนนิบัติเขาราวกับสาวใช้ทว่านางก็ไม่เคยบ่นแม้แต่น้อย นางดูแลเขาอย่างดี ทั้งยามป่วยก็เฝ้าอยู่ไม่ห่างทว่าความตาบอดของเขาเองที่มองไม่เห็นความดีของนาง ถึงได้ทำร้ายจิตใจนางครั้งแล้วครั้งเล่าจนนางบอบช้ำไปทั้งตัวและหัวใจ“หว่านซิน ขอโทษ ข้าสำนึกผิดแล้ว”เสียงพึมพำหลุดออกมาแผ่วเบาในความฝันเขาคุกเข่าขอโทษนางอย่างจริงใจ แล้วนางก็ให้อภัยเขา ทว่าทุกครั้งที่นางให้อภัย เขาก็ชักดาบฆ่านางเสมอ น้ำตาในความฝันนอกไหลรินออกมาจากดวงตาที่ปิดสนิทไม่ว่าเขาจะขอโทษอย่างไรสำนึกผิดอย่างไร นางก็ไม่มีวันหันกลับมาอีกเสียงพูดคุยของบ่าวรับใช้ ด้านนอกดังขึ้นปลุกให้ไป๋หรูเฉิงลืมตาตื่นจากความฝัน ในฝันที่มีนาง สายตาพร
ตอนที่ 48จวนตระกูลเหอยามเช้า แสงแดดสาดส่องเข้ามาในห้องที่เงียบสงบ ของเหอหว่านซิน แสงแดดอ่อนนั้นปลุกนางให้ตื่นขึ้น นางค่อย ๆ ลืมตา ความว่างเปล่าตรงหน้า ทำให้หัวใจของนางเจ็บปวดขึ้นมาทันทีเขาไปแล้ว ไปแล้วจริง ๆ น้ำตาไหลรินออกมาอย่างไม่อาจห้าม ร่างบางมองดูร่องรอยที่เขาทิ้งไว้บนตัวนางยังคงชัดเจน ทว่าคนนั้นหายไปแล้ว หัวใจของนางทนไม่ไหวอีกต่อไปร้องไห้ออกมาอย่างสะอึกสะอื้น สองแขนที่เมื่อคืนยังกอดเขาแน่นตอนนี้ได้แต่กอดตัวเองเท่านั้น นางรู้อยู่แล้วว่าต้องเจ็บ แต่ไม่คิดว่ามันจะเจ็บขนาดนี้“คุณหนู! คุณหนูเจ้าคะ”เสียงของสาวใช้ดังขึ้นนอกห้องอย่างร้อนรนเหอหว่านซินรีบเช็ดน้ำตา แล้วลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูให้ ลู่อันที่ยืนรออยู่ด้วยสีหน้าร้อนรนเอ่ยขึ้น“คุณหนูท่านรีบไปแต่งตัวเถิดเจ้าค่ะ ฮูหยินผู้เฒ่าเรียกท่านไปพบ เห็นขันทีในวังก็มาด้วยเจ้าค่ะ”เหอหว่านซินขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความสงสัย ทว่าลู่อันกลับเอ่ยขึ้นเสียก่อน“คุณหนู ท่านเป็นอะไรหรือ สีหน้าไม่ค่อยดีเลย”“ข้าไม่เป็นไร”เหอหว่านซินรีบตอบแล้วหันหลังก้าวตรงไปยังฉากกั้นห้องเพื่อล้างหน้าเปลี่ยนอาภรณ์ไม่นานนักสาวใช้ก็ช่วยกันปรนิบัตร เหอหว่านซินล้าง
เหอหว่านซินเลื่อนใบหน้าลงต่ำ มือเรียวยกขึ้นลูบไล้สิ่งที่กำลังแข็งขืนอยู่ใต้กางเกงของเขา นางล้วงมันออกมาอย่างไม่อาย ริมฝีปากนุ่มจูบลงบนแก่นกายร้อนผ่าวของเขา แล้วดูดกลืนอย่างช้า ๆ เซียวเหยียนเฉิงก้มลงมอง สตรีที่กำลังดูดกลืนแก่นกายของเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกระสันเสียว “อาส์… อืม… ”เสียงครางต่ำหลุดออกมาอย่างไม่อาจห้าม มือใหญ่กดศีรษะนางเบา ๆ พร้อมยกสะโพกขึ้นลงรับกับปากของนางพอดี ความเสียวซ่านแล่นพล่านจนเขาแทบทนไม่ไหวเพียงไม่นานเขากระถูกนางกลืนกินจนเกร็งกระตุก ปล่อยน้ำรักขาวขุ่นออกมา เหอหว่านซินกลืนกินจนหมดสิ้น เซียวเหยียนเฉิงไม่รีรอคว้าร่างบางของนางให้นอนลงทันที เขาเองก็หิวกระหายอยากจะกลืนกินนางเช่นเดียวกัน มือใหญ่รูดกางเกงขาวบางนั้นออกอย่างรวดเร็วแล้วแยกขาเรียวของนางออกกว้าง เขาจ้องมองกลีบเนื้อสีชมพูระเรื่อนั้นด้วยความหิวกระหาย ซุกใบหน้าลงกับกลีบเนื้อที่สั่นระริกนั้นทันที ปลายลิ้นเปียกชื้นของเขาลากขึ้นลงกลางกลีบเนื้อที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำรักเหอหว่านซินสะดุ้งด้วยความกระสัน มือนางกำผ้าปูแน่นครวญครางออกมาอย่างมีความสุข“อื้อ… อ๊า… อาเหยียน… ข้า ข้าชอบเหลือเกิน… ”เสียงครวญคราง
ตอนที่ 8งานเลี้ยงวังหลวงภายในตำหนักของวังหลัง จัดงานเลี้ยงวันคล้ายวันประสูติของไทเฮาอย่างยิ่งใหญ่เหล่าบรรดาขุนนางและเชื้อพระวงศ์ต่างมาร่วมงานกันอย่างคึกครื้น เสียงดนตรีแผ่วเบาประสานกับเสียงพูดคุยของผู้คนในงานเหอหว่านซินและเหอเยี่ยนเฟิงเองก็นั่งประจำตำแหน่งที่ถูกจัดเตรียมไว้เหอหว่านซินในอาภรณ์ส
จวนเหอเรือนหนิงฝู่ในยามสายเงียบสงบเป็นพิเศษ ภายในห้องโถงกว้าง สายลมอ่อนพัดผ่านม่านผ้าบางเบาจนพลิ้วไหวช้า ๆ แสงแดดอุ่นส่องลอดเข้ามา ทำให้บรรยากาศภายในห้องโถงดูอบอุ่นและสงบยิ่งนักฮูหยินผู้เฒ่าเหอนั่งอยู่ริมหน้าต่าง ด้านหน้ามีโต๊ะไม้ที่วางถ้วยชาและกาน้ำชาอุ่น ๆ ไว้ นางทอดสายตามองสระน้ำใสด้านนอก ปลาห
ตอนที่ 6เทียบเชิญจวนตระกูลเหอยามอรุณเพิ่งแย้ม แสงตะวันอ่อนค่อย ๆ ลูบไล้หลังคากระเบื้องของจวนเหอภายในห้องอันเงียบสงบของเหอหว่านซิน กลิ่นหอมจางจากเครื่องหอมลอยอ้อยอิ่ง นางนั่งสง่างามอยู่หน้ากระจกทองเหลือง เงาในกระจกสะท้อนใบหน้าผุดผ่องดุจหยก ลู่อันสาวใช้ประจำกายยืนอยู่ด้านหลัง มือเรียวจัดแต่งมวยผมอ
ตอนที่ 5บุคคลที่ไม่ควรยุ่งแสงจันทร์อ่อนคล้อยสาดส่องลงมา ร่างบางของเหอหว่านซินวิ่งฝ่าตรอกแคบด้วยลมหายใจร้อนผ่าว ก่อนจะหยุดยืนข้างกำแพงจวนเหอ ใบหน้านางขาวซีด ริมฝีปากเม้มแน่น หายใจหอบถี่ นางเหลียวซ้ายแลขวาอย่างระแวดระวัง ครั้นแน่ใจว่าไร้ผู้คน จึงเร่งก้าวไปยังกระถางต้นไม้ข้างกำแพงจวน มือบางยืดเกาะ ปี







