Se connecterซูอี้หานยืนจ้องสตรีตรงหน้า คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใบหน้าของนางนั้นซีดเผือด เขาถอนหายใจแล้วยกมือใหญ่ขึ้นหมายจะสัมผัสหน้าผากของนางว่าร้อนหรือไม่ทว่าลู่เยียนหรันกลับหลบฝ่ามือของเขาทันที
ซูอี้หานขมวดคิ้วแน่น พลันรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาในใจเมื่อก่อนนางไม่ใช่หรือที่อยากจะออดอ้อนเขา ไม่สบายเมื่อไหร่ก็พลันหาโอกาสเข้าใกล้เขา ให้เขาป้อนยาให้ มุกเดิม ๆ เช่นนี้เขาก็เริ่มชักเบื่อแล้ว เขาลดมือลงแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“อีกสองวันท่านย่าให้เจ้าไปวัดสือหมิงกับข้า ไปเตรียมตัวเสียให้พร้อม”
กล่าวจบ ดวงตาคมก็พลันกวาดมองอาภรณ์สีสันสดใสที่นางสวมในใจพลันรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา เป็นถึงคุณหนูสูงศักดิ์แต่กลับแต่งกายยั่วยวนเช่นนี้ราวกับสตรีในหอนางโลม
“ชุดนี้สีฉูดฉาดเกินไป แถมยังรัดรูปขนาดนี้เจ้าไปเปลี่ยนเถิดไม่เหมาะกับเจ้า”
เขากล่าวขึ้นแล้วจ้องมองลู่เยียนหรันที่ยังคงนั่งนิ่งเงียบอยู่ที่เดิม ใบหน้านางเรียบนิ่งเกินไป เขารู้ว่านางกำลังงอนเขาอยู่จึงได้ทำท่าทีเย็นชาเช่นนี้ใส่เขาเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา
ซูอี้หานถอนหายใจอย่างจนใจก่อนจะพูดต่ออย่างใส่ใจ
“เยียนหรันเจ้ายังโกรธที่ข้าพาอาเยว่มาหรือ อย่างไรนางก็กำลังตั้งครรภ์อยู่ เรื่องที่จะให้นางมาเป็นภรรยาเสมอภาคกับเจ้าก็เพียงเพื่อปลอบประโลมนางให้นางได้คลอดบุตรออกมาอย่างปลอดภัยเท่านั้น ส่วนภรรยาเอกที่ข้าใส่ใจที่สุดก็ยังคงเป็นเจ้า เจ้าก็ใจกว้างหน่อยเถิด”
ดวงตาคมทอดมองสตรีที่ยังคงมีท่าทางเย็นชากับเขาอยู่ นางรักเขามากถึงเพียงนี้ก็ต้องโกรธเขาเป็นธรรมดาทว่านางนั้นถูกท่านย่าเลี้ยงดูตามใจมาดั้งแต่เด็กจนนิสัยเย่อหยิ่งเอาแต่ใจ
ไม่เหมืนกับอาเยว่ที่หัวอ่อนและมีฐานะต่ำต้อย เขาต้องปกป้องอาเยว่เพราะน่าช่างน่าสงสารยิ่งนักหากเขาไม่ปกป้องนางแล้วในเมืองหลวงที่ใหญ่โตเช่นนี้นางจะอยู่ได้อย่างไร แม้เขาจะลำเอียงไปบ้างทว่าคนเดียวที่เขารักจริง ๆ ก็คือเยียนหรันจริง ๆ
ดวงตาคมยังคงจ้องมองใบหน้างดงามตรงหน้าที่มีสีหน้าเย็นชานั้น ในหัวใจก็พลันรู้สึกเหมือนมีก้อนหินหนึ่งกดทับจนเจ็บปวดร้าวไปหมด
เขายกมือใหญ่ขึ้นหมายจะสัมผัสใบหน้างดงามนั้นเพื่อปลอบโยนนางทว่าลู่เยียนกลับหันหนีแล้วลุกขึ้นยืนก่อนจะก้าวถอยหลังไปสองก้าวออกห่างจากเขาไปทันทีแล้วยกมือประสานคารวะเล็กน้อยอย่างห่างเหิน
“คุณชาย ชายหญิงอยู่ตามลำพังหากใครมาพบเข้าก็คงเป็นเรื่องไม่งาม ได้ปรดออกไปด้วยเจ้าค่ะ”
น้ำเสียงเย็นชานั้นทำให้ซูอี้หานพลันรู้สึกหงุดหงิดในใจขึ้นมาทันที คิ้วเข้มของเขาขมวดแน่น ดวงตาคมนั้นพลันมืดมนลง
ร่างสูงใหญ่นั้นกลับไม่ได้ก้าวจากไปอย่างที่นางคาดไหว้ทว่าเขากลับก้าวฉับ ๆ เข้ามาหานางทันที ลู่เยียนหรันไม่ทันได้ตั้งตัว นางก้าวถอยหลังตามสัญชาตญาณของตนทว่าร่างบอบบางนั้นกลับถูกมือใหญ่ของเขาคว้าเอาไว้แล้วดึงเข้าอ้อมกอดทันที
ลู่เยียนหรันชะงักไปชั่วครู่ สองมือเรียวเล็กยกขึ้นดันอกกว้างของเขาเอาไว้ ใบหน้างดงามเงยขึ้นเล็กน้อยดวงตาคู่งามนั้นเริ่มแดงระเรื่อทว่ากลับยังคงเด็ดเดี่ยว
“ท่านจะทำอะไรปล่อยข้า!”
ลู่เยียนหรันพูดขึ้นพร้อมกับกำมือแน่นแล้วทุบลงบนอกแกร่งของเขาอย่างแรง
ซูอี้หานถอนหายใจอย่างจนใจ มือใหญ่อีกข้างยกขึ้นรวบข้อมือเล็ก ๆ ทั้งสองข้างของนางไว้แน่น ดวงตาคมจ้องมองนางอย่างอ่อนโยนและใส่ใจ
“อาหรัน… นางก็เป็นเพียงสตรีน่าสงสารคนหนึ่งเท่านั้น หัวใจของข้ามีเพียงเจ้า”
น้ำเสียงของเขาอ่อนลงทันที เขารู้ว่านางเสียใจและโกรธเขามากแต่เขาก็ได้แต่ขอให้นางเข้าใจเขาบ้าง บุรุษที่ใดก็มีภรรยาหลายคนเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่านางจะอยู่ในสถานะไหน หัวใจของเขาก็ยังคงรักเพียงเยียนหรันเท่านั้น
“อย่าโกรธอีกเลยนะ”
ดวงตาคมของเขาจดจ้องนางด้วยแววตาที่อ่อนลง มือใหญ่ที่กำลังโอบกอดนางอยู่ก็พลันรัดแน่นขึ้น กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของนางลอยแตะปลายจมูกของเขาพลันทำให้หัวใจของเขาเต้นรัวไม่เป็นจังหวะจนเขาไม่อาจควบคุมมันได้เลย
ลู่เยียนหรันหันหน้าหนีดวงตาคมนั้น คิ้วเรียวงามของนางขมวดแน่น คำหวานเหล่านี้ในชาติที่แล้วเขาก็ใช้หลอกนางจนนางถึงกับเชื่อสนิทใจจนทำให้ตนเองต้องตายไปพร้อมกัลลูกที่ยังไม่เกิด ชาตินี้คำหวานเหล่านี้เขาเก็บเอาไว้หลอกเด็กเถิด
ซูอี้หานมองใบหน้างดงามที่เอาแต่หันหนีสายตาเขา เขาถอนหายใจแผ่วกำลังจะพูดอธิบายกับนางต่อทว่าเสียงร้อนรนเสียงหนึ่งก็พลันดังขึ้นเสียก่อน
“ท่านแม่ทัพ! ท่านแม่ทัพ! ได้โปรดช่วยคนหนูของบ่าวด้วยเจ้าค่ะ”
เสี่ยวซุนสาวใช้คนสนิทของไป๋อิงเยว่คุกเข่าแล้วก้มหน้าลงเล็กน้อยร้องให้สะอึกสะอื้นพลันเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือปนเสียงสะอื้นให้
ซูอี้หานเมื่อเห็นท่าทางร้อนรนของสาวใช้ของไป๋อิงเยว่เขาก็พลันคลายมือออกทันทีแล้วเอ่ยถามขึ้น
“นางเป็นอะไร!”
เสี่ยวซุนเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ใบหน้านางเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาจนดูน่าสงสารยิ่งนัก
“คุณหนูปวดท้องเจ้าค่ะ ท่านแม่ทัพช่วยคุณหนูด้วยนะเจ้าคะ”
น้ำเสียงอ้อนวอนปนเสียงสะอื้นให้จนคนฟังพลันรู้สึกใจหายทันที
ซูอี้หานขมวดติ้วแน่นดวงตาคมฉายแววสับสนเล็กน้อย ใบหน้าคมนั้นหันกลับมาจ้องสตรีตรงหน้าที่เขานั้นปล่อยนางออกจากอ้อมแขนไปตอนไหน เขาเองก็ไม่สามารถตอบได้
ลู่เยียนหรันก้าวถอยหลังออกห่างเขาไปสองก้าวทันที แล้วยกมือขึ้นประสานย่อกายอย่างนอบน้อม ใบหน้างดงามก้มลงเล็กน้อยหลบสายตาของเขา พร้อมเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“เชิญท่านแม่ทัพเจ้าค่ะ”
ซูอี้หานพลันยกมือขึ้นอยากจะจับมือนางทว่ากลับชะงักอยู่กลางอากาศ ก่อนจะดึงมือกลับแล้วสะบัดแขนเสื้ออย่างไม่สบอารมณ์ ก่อนจะก้าวเท้ายาว ๆ ออกไปจากห้องทันที
เมื่อเสียงฝีเท้าหนักแน่นนั้นไกลออกไปแล้วลู่เยียนหรันจึงเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาคู่สวยของนางทอดมองออกไปยังนอกประตูด้วยสายตาเย็นชา
….
ตอนที่8 งานเลี้ยงจวนตระกูลซูยามค่ำสายลมเย็นพัดโชยแผ่วเบาในลานบ้านนั้นกำลังคึกคักไปด้วยเสียงดนตรีและเสียงพูดคุยหัวเราะบรรยากาศในวันเลี้ยงฉลองการเลื่อนตำแหน่งของซูอี้หานขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่โดยราชโองการของฮ่องเต้เต็มไปด้วยความคึกครื้น ต่างจากเรือนเล็กทางทิศตะวันตกที่เงียบสงบลู่เยียนหรันนิ่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ใบหน้างดงามทอดมองเงาสะท้อนของตนเองนิ่ง ๆ“คุณหนู ฮูหยินผู้เฒ่าให้คนมาตามท่านเจ้าคะ”รั่วเจียงเอ่ยขึ้นเสียงแผ่วเบาเมื่อนางก้าวมาหยุดอยู่เบื้องหน้าลู่เยียนหรันผู้เป็นนายลู่เยียนหรันถอนหายใจแผ่วเบา แล้วลุกขึ้นยืน มือเรียวยกขึ้นจัดอาภรณ์เล็กน้อยก่อนจะเอ่ยขึ้น“ไปเถิด”กล่าวจบ ทั้งสองคนก็ก้าวออกจากห้องไปไม่นานทั้งสองก็เห็นแสงโคมไฟสว่างไสวอยู่เบื้องหน้า เสียงพูดคุย และเสียงดนตรี ช่างครื้นเครงยิ่งนักลู่เลียนหรันในอาภรณ์เรียบง่ายก็ก้าวขึ้นไปยังเรือนด้านใน ห้องโถงกว้างเต็มไปด้วยเหล่าฮูหยินและคุณหนูสูงศักดิ์มากมายนั่งประจำที่กันอย่างคึกครื้น โดยมีฮูหยินผู้เฒ่าซูนั่งประจำตำแหน่งสูงสุดขณะเดียวกันนั้น ซูอี้หานก็ก้าวเข้ามาด้วยเคียงข้างเขาคือไป๋อิงเยว่ในอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ ใบหน้าง
ตอนที่7 ข้าจะทวงคืนจวนตระกูลซูเรือนเล็กทิศใต้ภายในเรือนที่เงียบสงบ ไป๋อิงเยว่นั่งอยู่บนเตียง มือเรียวเล็กยกขึ้นลูบหน้าท้องที่นูนขึ้นเล็กน้อยของตนเองแผ่วเบา ดวงตาคู่สวยเป็นประกาย ริมฝีปากอวบอิ่มเผยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความเก่งกาจดวงตาคู่สวยของนางทอดมองออกไปยังประตูห้องที่กำลังเปิดแง้มอยู่ราวกับกำลังรอคนผู้หนึ่งอยู่“ลู่เยียนหรันชาตินี้ข้าจะทวงทุกสิ่งที่เป็นของข้าคืนมา เจ้าอย่าได้หวังว่าจะมีชีวิตที่ดีเลย ชาติที่แล้วเพราะเจ้าข้าถึงได้จมน้ำตายไปพร้อมกับลูก ชาตินี้ตำแหน่งฮูหยินเอกต้องเป็นของข้าเพียงผู้เดียว”น้ำเสียงแม้แผ่วเบาทว่าเต็มไปด้วยความเยียบเย็น ดวงตาคู่สวยพลันฉายแววสังหารขึ้นมาวูบหนึ่งทว่าเมื่อเสียงฝีเท้าหนักแน่นและเร่งรีบก้าวเข้ามาใกล้ ๆ สีหน้าของนางก็พลันเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนน้ำตาแดงระเรื่อจนน่าสงสารนางยกมือขึ้นเช็ดชาดบนริมฝีปากออกเล็กน้อยเผยใบหน้าที่ซีดเซียวลงพร้อมกับถอดอาภรณ์ชั้นนอกออกอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงอาภรณ์บางเบาที่แนบไปตามลำตัวร่างบอบบางของไป๋อิงเยว่ก็พลันนอนลงบนเตียงกว้างทันที ก่อนจะหลับตาลงช้า ๆ เมื่อเสียงฝีเท้านั้นก้าวมาหยุดอยู่หน้าห้องเงาร่างสูงโปร่งของซูอี้หา
ซูอี้หานยืนจ้องสตรีตรงหน้า คิ้วเข้มขมวดเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าใบหน้าของนางนั้นซีดเผือด เขาถอนหายใจแล้วยกมือใหญ่ขึ้นหมายจะสัมผัสหน้าผากของนางว่าร้อนหรือไม่ทว่าลู่เยียนหรันกลับหลบฝ่ามือของเขาทันทีซูอี้หานขมวดคิ้วแน่น พลันรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาในใจเมื่อก่อนนางไม่ใช่หรือที่อยากจะออดอ้อนเขา ไม่สบายเมื่อไหร่ก็พลันหาโอกาสเข้าใกล้เขา ให้เขาป้อนยาให้ มุกเดิม ๆ เช่นนี้เขาก็เริ่มชักเบื่อแล้ว เขาลดมือลงแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา“อีกสองวันท่านย่าให้เจ้าไปวัดสือหมิงกับข้า ไปเตรียมตัวเสียให้พร้อม”กล่าวจบ ดวงตาคมก็พลันกวาดมองอาภรณ์สีสันสดใสที่นางสวมในใจพลันรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา เป็นถึงคุณหนูสูงศักดิ์แต่กลับแต่งกายยั่วยวนเช่นนี้ราวกับสตรีในหอนางโลม“ชุดนี้สีฉูดฉาดเกินไป แถมยังรัดรูปขนาดนี้เจ้าไปเปลี่ยนเถิดไม่เหมาะกับเจ้า”เขากล่าวขึ้นแล้วจ้องมองลู่เยียนหรันที่ยังคงนั่งนิ่งเงียบอยู่ที่เดิม ใบหน้านางเรียบนิ่งเกินไป เขารู้ว่านางกำลังงอนเขาอยู่จึงได้ทำท่าทีเย็นชาเช่นนี้ใส่เขาเพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขาซูอี้หานถอนหายใจอย่างจนใจก่อนจะพูดต่ออย่างใส่ใจ“เยียนหรันเจ้ายังโกรธที่ข้าพาอาเยว่มาหรือ อย่างไรนางก็
ตอนที่5 ใจดำนักเรือนพักลู่เยียนหรันสายลมยามเช้าพัดต้องเข้ามาในห้องที่เงียบสงบ ร่างบอบบางของลู่เยียนหรันนอนอยู่บนเตียงกว้าง สีหน้านางเต็มไปด้วยความทุกทรมาน เหงื่อเย็นไหลเต็มใบหน้าภาพในวันที่นางต้องตายไปพร้อมลูกในท้องนั้นพลันตามหลอกหลอนในฝัน หยดน้ำตาแห่งความสิ้นหวังและเสียใจไหลรินออกมาจากหางตา“คุณหนู! คุณหนู!”เสียงเรียกของรั่วเจียงปลุกให้ลู่เยียนหรันสะดุ้งตื่นขึ้นจากความฝันที่น่ากลัวนั้น ดวงตาที่ชุ่มไปด้วยน้ำตาเบิกกว้างราวกับรอดพ้นจากนรกอีกครั้ง“คุณหนูท่านฝันร้ายหรือเจ้าคะ”รั่วเจียงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นนางทรุดกายนั่งอยู่ข้างเตียง สองมือกุมมือของลู่เยียนหรันไว้แน่นลู่เยียนหรันพยักหน้าเล็กน้อย แล้วค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นนั่งพิงหัวเตียงช้า ๆ นางยกมือขึ้นเช็ดหยาดน้ำตาบนใบหน้าของตนเองออก ก่อนจะเลื่อนมากุมที่หัวใจ ความเจ็บปวดใจที่นางได้รับนั้นยังคงอยู่มันช่างเจ็บปวดยิ่งนัก เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง เจ็บจนนางไม่อาจขยับตัวได้ นิ้วเรียวเล็กกุมหน้าอกเอาไว้แน่นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสบตากับรั่วเจียง“ฝันร้ายมันผ่านไปแล้ว”รั่วเจียงที่ขอบตาแดงระเรื่อและมีหยาดน้ำตาคลออยู่พลันพยักห
ลู่เยียนหรันหันไปทางฮูหยินผู้เฒ่าซูด้วยใบหน้าสงบนิ่ง แล้วยกมือขึ้นประสานพร้อมกับย่อกายคารวะอย่างนอบน้อมก่อนจะพูดขึ้น“ท่านย่า ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็ขอส่งเสริมให้คุณชายใหญ่กับแม่นางไป๋เจ้าค่ะ พวกเขาทั้งสองรักมั่นกันถึงเพียงนี้ ข้าก็ไม่อยากเข้าไปแทรกกลางระหว่างความรักของทั้งสอง”ฮูหยินผู้เฒ่าซูชะงักไปเล็กน้อย นางหันไปมองหลานชายของตนเองกับสตรีอ่อนแอที่ยังคงคุกเข่าร้องให้อยู่อย่างน่าสงสารแล้วก็หันกลับมาหาลู่เยียนหรันที่ยืนนิ่งอยู่“อาหรัน การหมั้นหมายของพวกเจ้าทั้งสองเป็นราชโองการจากฝ่าบาท อย่างไรเสีย เจ้าก็ต้องเป็นฮูหยินเอกของจวนส่วนนางก็ให้เป็นอนุดีหรือไม่ถึงอย่างไร นางก็เป็นผู้มีพระคุณของอี้หาน”“ท่านย่า! ให้อาเยว่เป็นอนุไม่ได้ขอรับ นางมีนิสัยอ่อนหวานและไร้เดียงสานัก หากเป็นอนุภรรยาเกรงว่านางจะถูกรังแก นางเป็นเพียงเด็กกำพร้าไร้ที่พึ่งหากถูกรังแกคงจะทนรับไม่ไหวขอรับ”น้ำเสียงไม่พอใจของซูอี้หานดังขึ้น เขาเองในยามนี้ก็คุกเข่าลงไปอยู่เคียงข้างกับไป๋อิงเยว่เพื่อขอร้องท่านย่าของตนเอง กล่าวจบเขาก็หันไปสบตากับไป๋อิงเยว่เพื่อปลอบโยนนางที่กำลังร่ำให้อย่างน้อยเนื้อต่ำใจเขาเพียงรู้สึกว่านางช่าง
“คุณชายกลับมาแล้วขอรับ!”สิ้นเสียงนั้นก็พลันมีเสียงฝีเท้าม้าดังกึกก้องเข้ามาหยุดอยู่หน้าประตูจวนร่างสูงโปร่งในชุดเกาะเหล็กของซูอี้หานกระโดดลงจากม้าอย่างคล่องแคล่ว เขาก้าวเข้ามาในจวนด้วยท่วงท่าสง่างามใบหน้าคมคายทันทีที่ลู่เยียนหรันมองเห็นใบหน้าของซูอี้หาน ดวงตาคู่สวยก็พลันเบิกตากว้างเล็กน้อย ดวงตาสั่นไหว มือเรียวเล็กกำแน่นใต้แขนเสื้อ นางพยายามข่มความรู้สึกที่ถาโถมเข้ามาในใจ ทั้งความเจ็บปวด ความคับแค้น ความหวาดกลัวเมื่อร่างสูงสง่างามนั้นก้าวผ่านนางไป ลู่เยียนหรันทำได้เพียงหลบสายตาลง มือเรียวเล็กกำแน่นจนสั่นอยู่ใต้แขนเสื้อบัดนี้รอบข้างนางเต็มไปด้วยเสียงถามไถ่พูดคุย หัวเราะ ยินดีทว่าในหัวใจนางกลับอยากออกไปให้ไกลจากที่นี่ให้เร็วที่สุด“เยียนหรัน”น้ำเสียงของซูอี้หานดังขึ้นเบื้องหน้าลู่เยียนหรันชะงักเล็กน้อย แล้วเงยหน้าขึ้นด้วยใบหน้าที่เรียบสงบที่สุด ดวงตาคู่สวยของนางทอดมองใบหน้าของเขานิ่ง ๆ ทว่ามือเรียวใต้แขนเสื้อนั้นกลับสั่นเล็กน้อยซูอี้หานกระตุกยิ้ม ดวงตาคมของเขาเบิกกว้างเล็กน้อยพลันกวาดสายตามองลู่เยียนหรันในอาภรณ์ที่งดงามนั้นในใจรู้สึกหงุดหงิดยิ่งนักกับการแต่งตัวของนาง เขาจากไปไม







