LOGINจวนตระกูลลู่
ช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิ อากาศค่อนข้างแจ่มใสเป็นอย่างมาก ต้นไม้ใหญ่เริ่มมีใบไม้สีเขียวขจีแตกยอดอ่อนหลายใบ มองดูแล้วให้ความรู้สึกที่สดชื่นมีชีวิตชีวาไม่น้อย ผู้คนต่างเปลี่ยนมาสวมเสื้อผ้าที่เบาสบายมากขึ้น หลังจากที่ต้องทนเหน็บหนาวกับสภาพอากาศที่เย็นยะเยือกมาร่วมหลายเดือน
"อาซี คุณหนูตื่นหรือยัง ข้าซื้อขนมดอกท้อจากร้านหลินเยี่ยนโหลวมาให้คุณหนูด้วย"
"ยังเลยพี่อาหลิง วันนี้คุณหนูบ่นว่าปวดหัว อยากจะนอนพักนานหน่อย ท่านก็ฝากขนมนี่เอาไว้กับข้าเถิด รอคุณหนูตื่นเมื่อใด ข้าจะเอาไปให้คุณหนูเอง"
"เช่นนั้นก็รบกวนเจ้าแล้ว"
"รบกวนอะไรกันเล่า"
อาซีท้วงอย่างไม่เห็นเป็นจริงเป็นจัง อาหลิงยิ้มออกมาเล็กน้อย เมื่อส่งห่อขนมให้อาซีแล้วก็ไปจัดการงานของตนเองต่อ
พวกนางสองคนคือสาวใช้คนสนิทของคุณหนูจินซิน ซึ่งติดตามมาจากบ้านเดิม
สายลมโบกโบยพัดพริ้วเข้ามาในห้องนอน ทำให้หญิงสาวที่กำลังนอนอยู่บนเตียงมีอาการกระสับกระส่าย นางรู้สึกเย็นวาบไปทั้งใบหน้าจนต้องลืมตาตื่นขึ้นมา คล้ายว่าทุกสิ่งรอบกายหยุดนิ่ง สายลมเมื่อครู่ก็หยุดพัดไหวไปชั่วขณะ จินซินกวาดสายตาไปรอบๆ ก่อนจะดีดกายลุกขึ้นมาจากเตียงนอน
นี่มันเรื่องอันใดกัน ก่อนหน้านี้นางปลิดชีพตนไปแล้วมิใช่หรือ แล้วเหตุใดจึงมานอนอยู่บนเตียงในจวนตระกูลลู่ได้อีกเล่า
หรือว่านี่จะเป็นชีวิตหลังความตาย!
เมื่อคิดได้ดังนั้นหญิงสาวจึงยิ้มเย้ยหยันตนเองเพราะชาติที่แล้วนางทำบาปมามากมายอย่างนั้นหรือ หลังจากตายแล้วจึงถูกกักขังวิญญาณเอาไว้ในจวนตระกูลลู่จนไม่ได้ไปผุดไปเกิดสินะ
จะต้องเป็นเช่นนี้แน่ๆ
"คุณหนูท่านตื่นแล้วหรือเจ้าคะ หิวหรือไม่ เมื่อครู่อาหลิงเพิ่งจะนำขนมดอกท้อจากร้านขนมหลินเยี่ยนโหลวมาให้ ท่านจะรับเลยหรือไม่เจ้าคะ"
ร้านขนมหลินเยี่ยนโหลว!
จินซินหันขวับมาทันที เจอกับอาซีสาวใช้น้อยของตน นางจำได้ว่าก่อนหน้านี้อาซีถูกนางสั่งโบยจนตายไปแล้วเพราะขัดคำสั่งของนาง ส่วนอาหลิงก็ถูกนางจับแขวนคอตายเพราะไม่เชื่อฟัง แล้วเหตุใดยามนี้สาวใช้ทั้งสองของนางจึงยังมีชีวิตอยู่อีกเล่า?
หญิงสาวรู้สึกสับสนมึนงงจนลืมตอบคำถามของอาซีไปชั่วขณะ อยู่ๆ นางก็รู้สึกเวียนหัวจนต้องทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง นางหลับตาลงภาพทุกอย่างก็ประเดประดังเข้ามาราวกับสายน้ำหลาก
เป็นเรื่องชั่วช้าทั้งหมดที่นางเคยทำเอาไว้
"คุณหนู"
เสียงของอาซีทำให้จินซินพลันได้สติ นางลืมตาขึ้นมาแล้วหันมาจ้องมองอาซี ทำเอาอาซีขนลุกวาบ ทุกครั้งที่คุณหนูของนางจ้องมองบ่าวไพร่เช่นนี้ ล้วนไม่ใช่เรื่องดีทำให้อาซีตัวสั่นน้อยๆ รีบก้มหน้าลงทันที
"บ่าวไม่รู้ความ มารบกวนเวลานอนของคุณหนู ช่างสมควรตายยิ่งนัก ขอคุณหนูโปรดลงโทษ!"
"อาซี"
"จะ.. เจ้าคะ"
"ปีนี้คือรัชศกที่เท่าใด"
อาซีชะงักไปเล็กน้อย นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดอยู่ๆ คุณหนูจึงถามนางเช่นนี้
"เอ่อ รัชศกหงเยี่ยนปีที่สองเจ้าค่ะ"
รัชศกหงเยีี่ยนปีที่สองอย่างนั้นหรือ?
เท่ากับว่าในยามนี้นางมีอายุเพียงสิบสี่ปี และเพิ่งจะย้ายเข้ามาอยู่ในจวนตระกูลลู่ ตระกูลจินและตระกูลลู่เป็นสหายสนิทกัน หลังจากที่บิดานางตายจากไปพวกเขาก็รับนางมาอยู่ที่จวนตระกูลลู่ตามที่ได้สัญญากับบิดานางเอาไว้ ตระกูลลู่ดูแลเลี้ยงดูนางประดุจบุตรสาวคนหนึ่ง โหวฮูหยินก็ดีกับนางมาก สองสามีภรรยาบอกกับนางว่า รอนางผ่านพิธีปักปิ่นเมื่อใด จะให้นางแต่งงานกับลู่จื่อเซวีียน ซื่อจื่อจวนโหว บุตรชายเพียงคนเดียวของพวกเขา
ทว่าทุกอย่างกลับผิดพลาดไปเสียหมด นางไม่ได้แต่งงานกับลู่จื่อเซวียน และยังทำให้ตระกูลลู่พินาสย่อยยับทั้งตระกูล
ทุกคนตายเพื่อปกป้องช่วยเหลือนาง แล้วนางเล่าเคยทำสิ่งใดเพื่อใครบ้าง
ไม่มีเลย นางเห็นแก่ตัวจนสลักเข้าไปถึงในกระดูก!
จินซินรู้สึกเหมือนมีก้อนบางอย่างติดอยู่ในลำคอจนนางเอ่ยวาจาใดออกมาไม่ได้ มีเพียงน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าที่ไหลลงมาไม่ขาดสาย ทำเอาอาซีที่ได้เห็นมือไม้ลนลานทำสิ่งใดไม่ถูก
"คุณหนู เหตุใดจึงร้องไห้เช่นนี้เล่าเจ้าคะ คุณหนู!"
จินซินไม่ตอบ นางลุกขึ้นมานั่งพร้อมกับยกมือขึ้นมาปิดหน้าร้องไห้โฮอย่างสุดกลั้น สวรรค์! นี่นางย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่ในร่างของตนเองตอนที่มีอายุเพียงสิบสี่ปี ยามนี้นางยังไม่ได้ทำเรื่องชั่วร้ายอะไรที่ทำให้คนรอบข้างต้องตายโดยไร้ที่ฝัง นางยังไม่ได้พบเจอกับฉินหงเย่คนชั่วช้าที่หลอกใช้นาง และยังไม่ได้แต่งเข้าวังหลวงไปเป็นพระสนมคนโปรดของฉินหงเยี่ยน
นางทั้งดีใจและเสียใจมันเป็นความรู้สึกที่ตีกันในหัวจนนางสับสนไปหมด อาซีเดินเข้ามาหาเจ้านายอย่างกล้าๆ กลัวๆ เลยถูกจินซินคว้าตัวไปกอดเอาไว้ อาซีตกใจมาก แต่ไหนแต่ไรนางไม่เคยเห็นคุณหนูของตนเองเป็นเช่นนี้มาก่อน
"คุณหนู!"
"ข้าขอโทษ ข้าขอโทษพวกเจ้า ฮือ"
นางพูดคำว่าขอโทษซ้ำไปซ้ำมาอยู่เช่นนั้นจนอาซีอดที่จะร้องไห้ตามไม่ได้ ต้องใช้เวลาอยู่นานกว่าจินซินจะสงบใจลงได้
เมื่อได้สติกลับมาแล้ว จินซินก็จัดการล้างหน้าล้างตาจนสะอาด อาซีนำขนมดอกท้อมาให้แต่นางกลับกินไปเพียงไม่กี่ชิ้น ก่อนจะบอกให้อาซีเอาไปแบ่งให้อาหลิงกิน อาซีถึงกับงงเป็นตาแตกที่อยู่ๆ เจ้านายของตนก็ใจดีขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุเช่นนี้
"คุณหนู ให้บ่าวอยู่เป็นเพื่อนดีไหมเจ้าคะ"
"ไม่ต้องหรอก ข้าอยู่คนเดียวได้ ข้าไม่เป็นอะไร"
“เจ้าค่ะ หากมีสิ่งใดเรียกบ่าวได้เลยนะเจ้าคะ บ่าวยืนเฝ้าหน้าประตูไม่ไปไหน”
“อืม”
กล่าวจบอาซีก็เดินออกไป เมื่อจินซินได้ใช้เวลาอยู่เพียงลำพังก็คิดทบทวนเรื่องราวต่างๆ ในหัวก่อนจะถอนหายใจออกมายาวๆ ดวงตาของหญิงสาวพลันเปล่งประกายแน่วแน่ขึ้นมา
ในเมื่อนางได้โอกาสกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ต่อไปนี้นางจะขีดเขียนโชคชะตาของตนเองใหม่ พาตนเองเดินบนเส้นทางที่ถูกที่ควร ไม่ทำเรื่องชั่วช้า ไม่ทำร้ายใครอีก และนางจะตอบแทนบุญคุณของคนตระกูลลู่อย่างดีที่สุด
หยางซานเมื่อได้ยินว่าจินซินเกิดเรื่องเขาก็รีบวิ่งเข้าไปด้านในทันทีโดยไม่รอลู่จื่อเซวียน ชาติก่อนเขาไม่เคยมาที่นี่ จึงไม่รู้ว่าเรือนปัญญาหยกอยู่ที่ใด ทำได้เพียงถามคนในนั้น จนกระทั่งได้ทราบว่าจินซินถูกพาไปรักษาตัวยังเรือนรับรองของสำนักศึกษาเรียบร้อยแล้วแม้เขาจะร้อนใจมากเพียงใด แต่ก็ยังไม่ลืมว่าอย่างไรยามนี้ตนเองยังคงมีสถานะเป็นเพียงบ่าวย่อมไม่อาจเข้าไปหานางได้โดยพละการ อีกทั้งยามนี้องค์หญิงฉินอันหนิงก็อยู่ด้วย หากเขาทำเกินหน้าที่อาจจะยิ่งทำให้สถาณการณ์ยุ่งยากมากกว่าเดิมกับฉินอันหนิงนั้นเขาเคยเจอนางในชาติก่อนอยู่บ่อยครั้ง เรียกได้ว่านางคือศัตรูตัวฉกาจของจินซินเลยก็ว่าได้ชาตินี้มีเรื่องราวมากมายที่ต่างจากชาติก่อน จินซินได้เข้าเรียนและได้พบกับฉินอันหนิงที่นี่ซ้ำยังช่วยชีวิตฉินอันหนิงเอาไว้ ซึ่งเหตุการณ์นี้อยู่เหนือความคาดหมายของเขาไปมากลู่จื่อเซวียนเดินตามมาถึงเรือนรับรองพร้อมกับเจียงหว่านหรง ตลอดทางเจี่ยงหว่านหรงลอบสังเกตท่าทางของลู่จื่อเซวียนมาตลอดว่าห่วงใยจินซินมากเพียงใด และนางก็ต้องรู้สึกผิดหวังอยู่ในใจเพราะลู่จื่อเซวียนดูห่วงใยจินซินมากจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ไม่คิดจะกล่าวโทษจิ
จินซินยังไม่ทันเอ่ยจบประโยค อยู่ๆ ฉินอันหนิงก็ฟาดฝ่ามือตบเข้ามาที่ใบหน้าของนางอย่างแรง จนคนถูกตบเจ็บร้าวไปทั้งแก้มซีกขวา"มาเดินชมดอกไม้กับข้า แต่ทำหน้าตาเหมือนไม่เต็มใจ เป็นแค่บุตรสาวคหบดีแต่ทำตัวไม่รู้จักกฎระเบียบ เจ้าไปเอาความกล้ามาจากที่ใดกัน อยากถูกลงโทษหรือ!"เจิ้งหลานที่เห็นเช่นนั้นก็อยากจะหัวเราะออกมาดังๆ แต่ต้องเก็บอาการเอาไว้ เจี่ยงหว่านหรงปรายตามองเจิ้งหลานแวบหนึ่ง ก่อนจะหันมาพูดกับฉินอันหนิง"ทูลองค์หญิง วันนี้พวกเรามาชมดอกไม้เพื่อความสุนกสนาน ขอองค์หญิงโปรดละเว้นนางสักครั้ง อย่าทรงกริ้วเลยเพคะ"ฉินอันหนิงหันมามองเจี่ยงหว่านหรง จำได้ว่านางคือบุตรตรีของราชครูเจี่ยง ฐานะสูงส่งไม่ธรรมดา"คุณหนูเจี่ยงช่างมีเมตตายิ่งนัก ถึงขนาดออกรับแทนนางเช่นนี้ แต่นางไม่รู้มรรยาท ข้าควรจะต้องสั่งสอนนางสักหน่อย"ฉินอันหนิงตอบเจี่ยงหว่านหรงอย่างไม่ใส่ใจ เจี่ยงหว่านหรงคิดจะออกหน้าอีกครั้ง แต่จินซินกลับส่ายหน้าให้นางเป็นเชิงห้ามปรามเพราะไม่อยากให้เจี่ยงหว่านหรงต้องพลอยฟ้าพลอยฝนเดือดร้อนไปด้วย เจี่ยงหว่านหรงกำมือแน่นพลางตวัดสายตาคมมองเจิ้งหลาน นางคิดในใจว่าเจิ้งหลานน่าจะพูดเป่าหูอะไรองค์หญิงเพราะเ
ด้านจินซินนั้นเมื่อออกจากจวนตระกูลลู่มาแล้วก็รีบมุ่งหน้าไปยังสำนักศึกษาไป๋กวนฮวาทันที ก่อนไปนางยังกำชับอาซีและอาหลิงว่าให้ดูแลหยางซานให้ดีๆเมื่อมาถึงสำนักศึกษาไป๋กวนฮวาแล้ว จินซินก็นั่งเรียนด้วยจิตใจที่ไม่ปกติเท่าใดนัก เพราะนางเป็นห่วงหยางซาน ด้านเจิ้งหลานก็ลอบชำเลืองมองจินซินเป็นระยะก่อนจะยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ด้านเจี่ยงหว่านหรงก็มองจินซินอยู่ห่างๆ ระยะนี้นางเริ่มจะรู้สึกดีกับจินซินอยู่บ้างวันนี้ที่สำนักศึกษาไป๋กวนฮวาคึกคักกว่าทุกวัน เพราะองค์หญิงฉินอันหนิงเสด็จมาร่วมเรียนด้วยทุกคนต่างรีบลุกขึ้นถวายพระพรองค์หญิง จินซินลอบมองฉินอันหนิงเล็กน้อย เพราะชาติที่แล้วนางไม่ได้เข้าเรียนที่สำนักศึกษาจึงไม่ได้พบเจอฉินอันหนิงที่นี่ แต่ได้พบกันหลังจากที่นางเข้าวังหลวงไปเป็นพระสนมแล้วเมื่อมีองค์หญิงมาร่วมเรียนด้วย แน่นอนว่าการเรียนวันนี้จึงค่อนข้างพิเศษมาก เหล่าคุณหนูคนอื่นๆ ต่างพากันกระตือรือร้น บางคนถึงขนาดพยายามประจบประแจงทำดีกับฉินอันหนิงเพราะอยากจะได้รับเลือกให้เข้าไปร่วมเรียนในวังเป็นพระสหาย แต่จินซินกลับไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยในสมองของนางตอนนี้มีแต่เรื่องของหยางซานไม่นานก็หมดเวลาเรียน
เมื่อกินมื้อเย็นอิ่มแล้ว จินซินก็แวะมาดูหยางซานต่อทันที เมื่อเห็นว่าเขากำลังนอนหลับอยู่นางจึงไม่อยากจะรบกวน เพียงกำชับให้คนดูแลเขาให้ดี จากนั้นหญิงสาวก็กลับมายังเรือนพักของตน หลังจากจัดการผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าอาภรณ์เรียบร้อยแล้ว นางก็สั่งให้อาซีและอาหลิงไปช่วยกันยกหีบสมบัติออกมาที่กลางห้องอาซีและอาหลิงแม้จะสงสัยแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยถามอะไรให้มากความ เพียงขมีขมันทำตามที่เจ้านายสั่ง เมื่อสาวใช้ทั้งสองนำหีบสมบัติมาวางเอาไว้แล้ว หญิงสาวจึงเปิดหีบสำรวจดูสมบัติแต่ละชิ้นอย่างพิจารณาสมบัติที่เก็บไว้มีอยู่มาก ต่อให้นางไม่ทำงานทำการก็ยังมีกินมีใช้ตลอดชาติ น่าเสียดายที่ชาติก่อนนางไม่รู้จักคุณค่าของทรัพย์สินเงินทองเหล่านี้นางจัดการรื้อค้นข้าวของทุกอย่างออกมาดูทีละชิ้น นอกจากตั๋วเงินและก้อนเงินแล้วยังมีเครื่องประดับราคาแพงอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีเครื่องประดับจำพวกปิ่นเงินรวมอยู่ด้วย นางคิดว่าจะมอบปิ่นเงินเหล่านี้ให้สาวใช้เพราะตนเองก็ไม่ได้ใช้จึงไม่อยากเก็บเอาไว้ให้ฝุ่นจับจินซินจัดการข้าวของอยู่เป็นนาน ในที่สุดนางก็เจอของที่ต้องการเสียที หญิงสาวยื่นมือไปหยิบกล่องใบหนึ่งขึ้นมาเปิดออก ในนั้นมีพู่หยกชิ้น
เมื่อคิดได้เช่นนั้นชายหนุ่มก็อดที่จะยิ้มออกมามิได้ ความจริงหยางซานก็ไม่เลว ถึงจะเป็นบ่าวแต่ก็มีความสามารถอยู่ไม่น้อยเลย มิสู้รอให้หยางซานหายดีแล้วเขาค่อยเอ่ยปากขอตัวคนผู้นี้มาจากจินซินให้เข้ามาฝึกในค่ายทหารดีหรือไม่ หากเขาทำความดีความชอบจนได้เลื่อนขั้น เช่นนี้ยามที่ตกลงปลงใจกับจินซินจะได้เหมาะสมกันมากขึ้นเยี่ยมไปเลย เช่นนี้นับว่าดี!ด้านจินซินเมื่อพาหยางซานมานอนที่เรือนแล้ว นางก็อยู่เฝ้าเขา คอยดูชายหนุ่มกินอาหารและยาอย่างเคร่งครัด หยางซานดีใจมาก เพียงแค่นางใส่ใจเขาเช่นนี้ก็ทำให้เขามีแรงจะต่อสู้กับอาการบาดเจ็บแล้วแม้เบื้องหน้าจะยิ้มให้นางอย่างอ่อนโยน แต่ภายในใจของเขากลับครุ่นคิดถึงเรื่องต่างๆ มากมาย นักฆ่าที่ปรากฏตัววันนี้ไม่ธรรมดา เป็นไปได้ถึงสิบส่วนว่าจะเป็นฝีมือของฉินหงเย่ ทว่าท่วงท่าการต่อสู้กลับเหมือนพวกทหารในวังหลวง ชาติก่อนตอนที่เขาเป็นขันทีก็ได้เห็นมาบ้างว่ายามทหารพวกนั้นฝึกฝนเป็นเช่นไร เขายังแอบลอบจดจำท่าทางมาฝึกฝนในยามว่างด้วยซ้ำไม่คิดว่าฉินหงเย่จะชิงลงมือรวดเร็วเช่นนี้ ชาติก่อนนั้นเขาไม่ได้กระทำการอย่างโจ่งแจ้งเช่นนี้มิใช่หรือยิ่งคิดเขาก็ยิ่งเกิดความสงสัย เรื่องนักฆ่าก็อ
เมื่อรถม้ามาจอดที่ด้านหน้าจวนตระกูลลู่ จินซินก็กระโดดลงมาจากรถม้าโดยไม่ต้องรอให้ผู้ใดมาช่วยประคอง หญิงสาววิ่งเข้ามาในจวนอย่างรวดเร็ว เมื่อมาถึงก็พบกับอาซีและอาหลิงที่กำลังยืนรอนางอยู่ยามนี้สาวใช้ทั้งสองดวงตาแดงก่ำคล้ายกับเพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก"คุณหนู!"“เกิดเรื่องอะไรขึ้น"นางส่งห่อเครื่องเขียนและห่อขนมให้กับสาวใช้พลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน อาซียกมือขึ้นเช็ดน้ำตาแล้วจึงตอบด้วยน้ำเสียงเจือสะอื้น"พี่อาซานเจ้าค่ะ พี่อาซานตายแล้ว""เจ้าว่าอะไรนะ!"จินซินที่ได้ยินก็รู้สึกราวกับว่าเลือดในกายวูบวาบจนยืนไม่อยู่ อาซีกับอาหลิงที่เห็นจึงรีบเข้ามาประคองนางเอาไว้"พาข้าไปหาอาซานเดี๋ยวนี้ พาข้าไปสิ!"นางบอกด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ในลำคอแห้งผากไปหมด อาซีและอาหลิงรีบพาเจ้านายไปที่ห้องของหยางซานทันที เมื่อมาถึงก็พบลู่จื่อเซวียนที่กำลังเดินวนไปวนมาอยู่ที่หน้าห้องของหยางซาน บนศีรษะของเขามีผ้าสีขาวพันเอาไว้อีกทั้งยังมีโลหิตไหลซึมออกมาอีกด้วย"ลูกพี่ลู่!"ลู่จื่อเซวียนหันขวับมาทันที เมื่อเห็นว่าเป็นจินซินแววตาของเขาก็ฉายแววรู้สึกผิดขึ้นมา ชายหนุ่มยังไม่ทันได้กล่าวสิ่งใด หญิงสาวก็พุ่งเข้ามาจับแข







