Se connecterไท่หลงคิดว่ามารดาจะลงโทษสามพี่น้อง ก็หัวเราะตาม แต่เทวีซีไห่กลับเดินมาหาฉีลู่ นางลูบเกล็ดสีรุ้งที่งดงามเบา ๆ
"เกล็ดเจ้าช่างงามนัก"
ฉีลู่ผงกหัวคำนับนาง
"พระเทวี...ข้าขออภัยเพคะ"
"ข้าเข้าใจ...เจ้าทำเพราะความกตัญญูต่อมารดา ข้าไม่ตำหนิเจ้าหรอก เพียงแต่...ต่อไปจะกระทำสิ่งใด ก็ต้องให้รอบคอบกว่านี้นะ เพียงบอกกล่าวสักคำก็ยังดี"
"ขอบพระทัยพระเทวีที่สอนสั่งเพคะ"
ฉีลู่ผงกศีรษะคำนับเทวีซีไห่
"พวกเจ้าก็อย่าได้กังวลเลยนะ นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิดกันเพียงเล็กน้อย จะลงโทษพวกเจ้าได้อย่างไร พวกเจ้ากลับไปเถิด ข้าจะถือว่าเรื่องนี้ไม่เคยเกิดขึ้น"
เสด็จแม่...ไม่ได้นะ"
"ไท่เอ๋อร์...พอแล้ว อย่าก่อเรื่องให้ยืดยาวอีกเลย"
"ข้าก่อเรื่องหรือ...เป็นพวกมันต่างหากที่ก่อเรื่อง"
ไท่หลงกล่าวเสียงดัง
"ไท่เอ๋อร์...แม่เห็นทุกอย่าง ใช่จะกล่าวหาเจ้าเพียงลอย ๆ หากเจ้าไม่พอใจ...เราก็ไปเล่าให้บิดาเจ้าฟัง ให้เขาเป็นผู้ตัดสิน...ดีหรือไม่"
"เสด็จแม่..."
ไท่หลงพ่นลมร้อนออกมา แสดงความไม่พอใจ เขาเกรงบิดาเพียงผู้เดียว เพราะบิดาไม่ค่อยโปรดเขาเท่าน้องชาย จึงไมอยากทำให้บิดาไม่พอใจ
"พระเทวี...ท่านช่างใจดีนัก ท่านยอมปล่อยเรากลับไปจริง ๆ หรือเพคะ"
เทวีซีไห่พยักหน้า และยิ้มปราณีให้มังกรสามพี่น้อง
"พวกเจ้าช่างเป็นพี่น้องที่รักใคร่กันนัก จงรักกันเช่นนี้ตลอดไปนะ"
"ขอบคุณพระเทวี"
มังกรสามพี่น้องผงกหัวคำนับนาง นางยิ้มโบกมือให้
"ไปได้แล้ว"
เทวีแห่งซีไห่ยกแขนขึ้นโบกเบา ๆ บังเกิดเป็นลม...ช่วยพัดสามพี่น้องและบริวารให้ลอยกลับไปได้เร็วขึ้น
ไท่หลงเห็นเช่นนี้ก็ขัดใจนัก ไม่คิดว่ามารดาจะปล่อยสามพี่น้องไปง่าย ๆ เขาแสดงท่าทีไม่พอใจ และถามมารดาเสียงดัง
"เสด็จแม่...ไยท่านจึงหักหน้าข้าเช่นนี้ ไยจึงปล่อยพวกมันไปโดยง่าย"
"ไท่เอ๋อร์...แล้วเจ้าจะให้แม่ทำอย่างไร"
"เสด็จแม่ควรลงโทษพวกมันให้หนักสิ...ไม่ใช่ไปใจดีปล่อยพวกมันไปเช่นนี้ พวกมันบังอาจรุกล้ำถิ่นของเรา ข้าก็จะสอนสั่งให้พวกมันได้รู้ว่าข้ายิ่งใหญ่เพียงใด"
"ยิ่งใหญ่หรือ...จริงอยู่ในซีไห่ไม่มีผู้ใดกล้าต่อกรกับเจ้า แต่นอกซีไห่หาเป็นเช่นนั้นไม่ พวกเขาเป็นถึงองค์ชายและองค์หญิงแห่งหนันไห่ เจ้าคิดก่อศัตรูกับสี่คาบสมุทรหรือ"
"เสด็จแม่...ข้าเพียงต้องการสอนสั่งพวกโอหังนั่นเท่านั้น...ไยกลายเป็นข้าก่อสงครามเล่า"
เทวีซีไห่ส่ายหัวระอา
"เจ้าดื้อรั้นไม่เคยเปลี่ยน รู้หรือไม่ว่าเจ้ามังกรแห่งตงไห่ เป่ยไห่และหนันไห่ล้วนเป็นญาติสนิทกันไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง พวกเขาสนิทสนมกันมานานนักแล้ว หากเจ้าล่วงเกินสามทายาทแห่งหนันไห่ เจ้ามังกรตงไห่ เป่ยไห่และหนันไห่ต้องไม่ยอมแน่ เช่นนี้มิใช่เจ้าคิดก่อสงครามหรอกหรือ"
ไท่หลงฮึดฮัด แม้จะรู้ว่ามารดากล่าวถูกต้อง แต่เขาไม่พอใจเสียแล้ว...จึงไม่คิดฟังคำมารดา
"ไท่เอ๋อร์...ในใต้หล้ามีคนเก่งอีกมากมาย แม่ไม่อยากให้เจ้าทะนงตนเกินไปนัก เจ้าดูองค์ชายใหญ่เวยหลงสิ เขาสุขุมเยือกเย็น ซ้ำยังรักและออกมาปกป้องน้อง ๆ"
"อย่าเอาเจ้าคนไม่เอาไหนนั่นมาเปรียบกับข้า ใจอ่อนเยี่ยงสตรีปานนั้น คูควรมาเทียบเคียงกับข้าหรือ เพราะมันขลาดเขลาจึงทำเป็นนอบน้อม ฝีมือยังเทียบข้าไม่ได้เลย"
"ไท่เอ๋อร์..."
"พอแล้ว...ข้าไม่อยากฟัง"
มังกรดำไท่หลงสบัดหน้าจากไป เทวีซีไห่ถอนใจส่ายหัว นางรู้นิสัยลูกชายคนโตดี เขาถือตัวว่าเป็นองค์ชายใหญ่ มีฤทธิ์มากกว่าน่อง ๆ จึงมักจะอวดศักดากับผู้อื่น
แม้นางกับเจ้าสมุทรซีไห่จะตักเตือนยังไง เขาก็ไม่เคยเชื่อฟัง เทวีซีไห่คืนร่างเป็นมังกร ลอยไปทางที่ตั้งพระราชวัง เพื่อนำเรื่องนี้ไปบอกกล่าวแก่สวามี เจ้าปูยักษ์เห็นทุกคนไปหมดแล้ว ก็หลบกลับเข้าไปนอนในถ้ำของตน
ตำหนักขนาดเล็กอันเป็นที่พักชั่วคราว ถูกตกแต่งอย่างงดงาม มีสระบัวอยู่ตรงกลาง ฉีลู่ยิ้มดีใจ นางหาที่พักให้เสี่ยวเซี่ยได้แล้ว อาเถามาช่วยดูแลความเรียบร้อยให้"องค์หญิง...อยากเสวยอันใดไหมเพคะ ทางวังจัดเตรียมขนมหลายอย่างมาถวาย""จริงหรือ...เอามาสิ ข้าอยากกิน""เพคะ"อาเถาคำนับแล้วเดินออกไป ฉีลู่เปิดกระบอกไม้ไผ่ให้เสี่ยวเซี่ยออกมา"องค์หญิง..."เสี่ยวเซี่ยยิ้มร่าเริง มองไปรอบ ๆ ตำหนักเล็ก"ที่นี่น่าอยู่ไม่น้อยนะเพคะ แต่เล็กกว่าวังมรกตมาก""นี่เป็นเพียงที่พักชั่วคราว"ฉีลู่ร่ายเวทย์เปลี่ยนเสื้อผ้าให้เสี่ยวเซี่ย นางหมุนตัวยิ้มดีใจ"นับจากนี้...เจ้าก็มาเป็นคนรับใช้ข้าเช่นเดิม ด้านหลังนี้มีสระบัว...เจ้าใช้พักพิงยามค่ำคืนได้"เสี่ยวเซี่ยย่อตัวคารวะนาง"ขอบพระทัยองค์หญิงเพคะ แต่พวกนางจะไม่สงสัยหรือ""วางใจเถิด...นี่เป็นชุดนางกำนัลของแคว้นฮุยหวง หากพวกฮุยหวงถาม...เจ้าก็บอกว่าเป็นนางกำนัลจากฝานหรง และหากคนฝานหรงถาม เจ้าก็บอกว่าเป็นนางกำนัลของที่นี่ เห็นหรือไม่...ง่ายจะตาย""องค์หญิงฉลาดจริง ๆ""เดี๋ยวอาเถาจะเอาขนมมาให้ข้า เจ้าก็อยู่กินขนมกับข้านะ""เพคะ..."พูดยังไม่ทันขาดคำ อาเถากับนางกำนัลก็ยกขนม
ตำหนักขนาดกลางที่แวดล้อมด้วยสวนงาม เหวินซินเดินหน้าบึ้งเข้าไปในตำหนัก เหล่านางกำนัลและขันทีหลบกันเป็นทาง"เสด็จแม่...เสด็จแม่"เหวินซินตะโกนด้วยโทสะ สตรีหน้าตางดงามแหวกม่านออกมา และยิ้มหวานให้เขา"เสด็จพี่...มาหาเสด็จแม่หรือเพคะ เสด็จแม่กำลังพักผ่อน..."สตรีนางนี้คือชายาของเหวินซิน นางเป็นธิดาของเสนาบดีเฉิงปิน...ชื่อ เฉิงฉิน (程琴)"ไยเจ้ามาอยู่ที่นี่"เหวินซินนั่งลงที่เก้าอี้ เฉิงฉินยิ้มเข้ามานั่งข้าง ๆ"เสด็จแม่รับสั่งเรียกข้ามาพูดคุย ท่านเล่า...ไยจึงหน้าบึ้งตึงเช่นนี้ มีอันใดทำให้ขุ่นเคืองหรือเพคะ"เหวินซินเหลือบมองชายาที่เขาเคยคิดว่างามกว่่าสตรีใด แต่ครั้นได้มาพบฉีลู่ เขากลับรู่สึกว่าชายาของเขาก็แค่หน้าตาดี ไม่ได้งามอะไรนัก"เจ้ากลับไปก่อนเถิด ข้ามีเรื่องจะคุยกับเสด็จแม่""ข้าอยู่ฟังด้วยไม่ได้หรือ"เฉิงฉินจับมือเขาทำท่าอ้อน แต่กลับทำให้เหวินซินโมโห"เจ้าอย่าได้ดื้อดึง...ข้าบอกให้กลับก็กลับไปสิ"เฉิงฉินตกตะลึง นางไม่เคยถูกสวามีตวาดเช่นนี้มาก่อน จึงนึกน้อยใจ"เสด็จพี่...ไยจึงเสิอกไสข้าเช่นนี้"เหวินซินสะบัดหน้าเมิน มารดาของเขาที่เป็นถึงพระสนมเอก กุ้ยเฟย (贵妃) เดิมนางแซ่จิน (金) ทุกคนจึง
เหวินเชียนจูงฉีลู่มายืนตรงหน้าฮ่องเต้และฮองเฮา ฉีลู่คุกเข่าประสานมือคารวะอย่างอ่อนหวาน"ฉีลู่แห่งฝานหรง ขอถวายบังคมฮ่องเต้และฮองเฮา ขอให้ทั้งสองพระองค์ทรงพระเจริญเพคะ""ลุกขึ้นเถิดหลานสาว ไม่พบเจ้านานปี...เจ้าเติบใหญ่งดงามปานนี้ พ่อแม่เจ้าสบายดีหรือ"อาเถาพยุงฉีลู่ลุกขึ้น"เสด็จพ่อเสด็จแม่สบายดีเพคะ"ฮ่องเต้ยิ้มพอพระทัย แนะนำรัชทายาทให้นางรู้จัก"ผู้นี้คือโอรสองค์โตของข้า เป็นรัชทายาทแห่งแคว้น...ชื่อเหวินเชียน พวกเจ้าจงทำความคุ้นเคยกันเสีย"ฉีลู่หันไปสบตากับเหวินเชียน ใบหน้าร้อนวูบวาบด้วยความเขินอาย แต่ก็ประสานมือคารวะเขา"คารวะองค์รัชทายาทเพคะ""องค์หญิงฉีลู่...ยินดีต้อนรับสู่แคว้นเรา""ขอบพระทัย...""องค์หญิง...ข้าชื่อเหวินซิน เป็นองค์ชายรอง ยินดีที่ได้รู้จัก"เหวินซินรีบมาแนะนำตัว เขามองฉีลู่ไม่วางตา ฉีลู่ไม่ชอบสายตาที่เขามอง แต่จำต้องรักษามารยาท นางเพียงค้อมหัวให้เขา"คารวะองค์ชายรอง""ข้าคือองค์ชายสาม ชื่อเหวินซู (文舒) ยินดีต้อนรับนะ"องค์ชายสามเป็นคนร่าเริง เขายิ้มแย้มบอกนาง"ขอบพระทัยองค์ชายสามเพคะ""เอาล่ะจ้ะ...องค์หญิงเดินทางมาไกล ให้นางได้พักผ่อนก่อนเถิด"ฮองเฮาบอกแก่เหล่าองค
รุ่งเช้า...ขบวนเจ้าสาวก็เก็บข้าวของและออกเดินทางต่อ ฉีลู่ตัดกระบอกไม้ไผ่ ให้เสี่ยวเซี่ยแปลงเป็นปลาน้อยอยู่ในนั้น นางคิดว่ารอให้ถึงแคว้นฮุยหวงค่อยนำเสี่ยวเซี่ยออกมาการเดินทางรอนแรมข้ามแคว้นไม่ง่ายเลย ต้องผ่านป่า ข้ามเขา แต่ทุกอย่างก็ราบรื่นดี เพราะชิงวาได้ป่าวประกาศไปสู่หมู่ปีศาจที่เฝ้าทางด้วยกัน ให้ช่วยอารักขาธิดามังกรไปจนถึงแคว้นฮุยหวงอย่างปลอดภัยขบวนเจ้าสาวเดินทางอยู่ 2 เดือนกว่า ก็ได้เห็นกำแพงเมืองอยู่ไกล ๆ แล้ว ยิ่งใกล้จะเข้าสู่แคว้นฮุยหวง ฉีลู่ก็ยิ่งไม่สบายใจ"องค์หญิง...วันนี้เป็นอันใดหรือเพคะ ไยจึงไม่พูดคุยกับข้า"เสี่ยวเซี่ยถามจากในกระบอก"ใกล้ถึงแคว้นฮุยหวงแล้วนะสิ""ไม่ทรงดีพระทัยหรือเพคะ""มีอันใดน่าดีใจ...""ข้าอยากเห็นคู่วิวาห์ของท่านนัก ไม่รู้ว่าจะรูปงามปานใด"ฉีลู่สะบัดหน้าค้อนเสี่ยวเซี่ย ใจจริงนางก็อยากเห็นรัชทายาทคู่หมั้นเช่นกัน และไม่รู้ควรทำตัวอย่างไรกับเขา ฉีลู่นึกหนักใจอยู่คนเดียวตอนสายของวันนั้น...ขบวนเจ้าสาวก็มาถึงประตูเมืองแคว้นฮุยหวง ฉีลู่แง้มม่านมองประตูเมืองและกำแพงเมืองที่ทั้งใหญ่และดูสูงแข็งแกร่ง ที่หน้าประตูมีคนกลุ่มหนึ่งยืนอยู่ ชายวัยกลางคนแต่งกายด้วย
ขบวนมาหยุดลงที่ริมฝั่งลำธารอันเงียบสงบ บรรยากาศร่มรื่นน่าพัก หัวหน้าองครักษ์จำต้องหยุดพักที่นี่ตามคำสั่งของฉีลู่ กระโจมชั่วคราวถูกกางขึ้นเป็นที่พักให้ฉีลู่และนางกำนัล ทุกคนล้วนเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง ได้มาพักในที่ร่มรื่นงดงามเช่นนี้ ก็ยินดีจนลืมความน่ากลัวที่เล่าลือไปองครักษ์ช่วยกันก่อกองไฟเพื่อหุงหาอาหาร และขับไล่สัตว์ร้าย หัวหน้าองครักษ์เดินตรวจดูความเรียบร้อยโดยรอบ...ทุกอย่างสงบเงียบดี"ท่านหัวหน้า...เราพักค้างแรมที่นี่จะดีหรือขอรับ ท่านไม่เคยได้ยินเรื่องเล่าลือหรือไร"ลูกน้องคนหนึ่งถามเขา"องค์หญิงประสงค์จะพักที่นี่ ข้าไม่อาจขัดพระทัยได้ เท่าที่ดู...ที่นี่สงบเงียบ ซ้ำทิวทัศน์ยังงดงามนัก คำเล่าลืออาจไม่เป็นจริงก็ได้ เจ้าก็อย่าพูดมากไป""ขอรับ...ข้าก็เห็นจริงอย่างท่านว่า ที่นี่งดงามร่มรื่นน่าพักนัก""อื้ม...คืนนี้จัดเวรยามให้ดี เราต้องดูแลทุกสิ่งให้เรียบร้อย""ขอรับ...ท่านหัวหน้า"หัวหน้าองครักษ์และลูกน้องดูจนแน่ใจแล้วว่าปลอดภัย ก็กลับมานั่งพักและกินอาหารเย็นกับทุกคน อาเถานำอาหารไปให้ฉีลู่ในกระโจม เมื่อกินอาหารกันเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็แยกย้ายกันพักผ่อนและเฝ้าเวรดึกแล้ว...ฉีลู่ออก
กองขบวนเจ้าสาวพร้อมของขวัญถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อย...พร้อมออกเดินทางแล้ว ฮ่องเต้ ฮองเฮา เหล่าเสนาอำมาตย์และเชื้อพระวงศ์ตามมาส่งที่หน้าวัง ฉีลู่แต่งกายงดงามมากราบลาฮ่องเต้และฮองเฮา"ลูกแม่...เดินทางปลอดภัยนะลูก"ฮองเฮากลั้นน้ำพระเนตรกอดลาฉีลู่"เสด็จแม่ก็ถนอมพระวรกายด้วยนะเพคะ ข้าจะหาโอกาสกลับมาเยี่ยมพวกท่าน""จ้ะ..."ฮ่องเต้เองก็อาลัยพระธิดา แต่ต้องแสร้งเป็นเข้มเข็งดุฮองเฮา"ลูกเราจะไปอภิเษกนะ...เจ้าต้องยินดีจึงจะถูก จะร้องไห้ไปไยกัน...หาเป็นมงคลไม่""เพคะ..."ฮองเฮาแอบซับน้ำพระเนตร ฮ่องเต้จับไหล่ปลอบนาง"พี่ใหญ่..."องค์ชายฉีเป่า (祺寶) น้องชายผู้เป็นรัชทายาทของแคว้นฝานหรงวิ่งมากอดฉีลู่"พี่ใหญ่...ท่านจะไปนานหรือไม่ เดือนหน้าเป็นวันเกิดของข้านะ ข้าอยากให้ท่านมาร่วมงานของข้า..."ฉีลู่จับแก้มน้องชาย นางมีพี่ชายสองคน...ไม่เคยมีน้อง จึงเอ็นดูองค์ชายน้อยมาก"เป่าเอ๋อร์...พี่ต้องเดินทางไกล ไม่อาจกลับมาร่วมงานวันเกิดของเจ้าได้ แต่พี่จะส่งของขวัญมาให้นะ เจ้าเติบใหญ่แล้ว...ต่อไปเมื่อพี่ไม่อยู่ เจ้าต้องเข้มแข็ง...ดูแลเสด็จพ่อเสด็จแม่ ดูแลปวงประชาแทนพี่...เข้าใจหรือไม่"องค์ชายน้อยน้ำตานองหน้า เอ







