Beranda / โรแมนติก / ชายาชนบทของอ๋องทรราช / บทที่ 3 หมั่นโถวของข้า 2/3

Share

บทที่ 3 หมั่นโถวของข้า 2/3

last update Tanggal publikasi: 2026-10-18 18:47:23

เซิ่งอี้หว่านช้อนดวงตากลมโตสุกใสที่ฉ่ำน้ำขึ้นมองเขา แววตาคู่นั้นบริสุทธิ์สะอาด ปราศจากความเสแสร้งหรือการดูแคลน นางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวานแผ่วเบาที่เจือความสุภาพอ่อนน้อมอย่างที่สุด

“ท่านปู่เจ้าคะ... ขออภัยที่รบกวนเจ้าค่ะ หากข้าอยากหาอาหารกิน ข้าต้องไปทางไหนหรือเจ้าคะ หรือที่ไหนมีที่ให้ขุดหัวมันหรือเก็บผักป่าบ้างหรือไม่”

ชายชราขอทานชะงักไปเล็กน้อย ดวงตาฝ้าฟางที่เคยมองโลกด้วยความเคียดแค้นกวาดมองเด็กสาวตรงหน้าอย่างพิจารณา ตั้งแต่หัวจรดเท้า

นางมีสภาพไม่ต่างจากลูกหมาถูกแม่ทิ้ง เสื้อผ้าเปรอะเปื้อนฝุ่นดิน ใบหน้าซูบตอบจนเห็นโหนกแก้ม แต่สิ่งที่สะดุดใจเขากลับเป็นแววตาที่ใสซื่อราวกับธารน้ำบนภูเขา และปิ่นเงินรูปดอกเหมยเล่มเก่าที่ปักอยู่บนมวยผมที่รวบไว้ไม่เรียบร้อยนัก หากแต่ใบหน้าและผิวพรรณราวกับไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ

ขอทานเฒ่าแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะแหบแห้งคล้ายมีเศษทรายครูดอยู่ในลำคอ

“หาอาหารกินงั้นรึ? นังหนูเอ๊ย เจ้าเพิ่งหลุดมาจากป่าเขารึอย่างไร ถึงได้คิดว่าเมืองหลวงแห่งนี้จะมีอาหารตกถึงท้องคนจนได้ง่าย ๆ หากไม่มีตำลึง ก็มีแต่ต้องก้มหัวขอเศษทานเหมือนหมาข้างถนนเท่านั้นแหละ!”

คำตอบนั้นทำให้อี้หว่านสะดุ้งเล็กน้อย ดวงหน้าน้อยสลดวูบลง นางไม่ได้คิดจะขอทาน นางเพียงอยากรู้ว่ามีที่ใดที่พอจะรับจ้างล้างจาน ผ่าฟืน หรือมีเศษผักทิ้งขว้างที่นางพอจะขอมาประทังชีวิตได้บ้าง หรือตรงที่ใดมีป่าให้หายอดผักกินประทังหิว

“ข้า... ข้าทำงานแลกได้เจ้าค่ะ ผ่าฟืน หาบน้ำ ข้าทำได้หมดเลยเจ้าค่ะท่านปู่” นางรีบเอ่ยบอกอย่างกระตือรือร้น

ขอทานเฒ่ามองท่าทางร้อนรนและไร้เดียงสานั้นแล้วพลันถอนหายใจยาว แววตาแข็งกร้าวอ่อนแสงลงกลายเป็นความเวทนา ชายชรายกมือที่ดำกระด้างชี้ข้ามถนนสายใหญ่ มุ่งตรงไปยังอาคารไม้สักสามชั้นหลังงามที่มีโคมไฟสีแดงแขวนเรียงรายอยู่เบื้องหน้า

“เห็นเหลาอาหารหลังใหญ่นั่นหรือไม่ นั่นคือเหลาอาหารจุ้ยเซียนโหลว เหลาอาหารที่หรูหราที่สุดในย่านนี้ พวกขุนนางและพ่อค้าหน้าเลือดในนั้นกินทิ้งกินขว้างกันเป็นว่าเล่น อาหารเหลือบนโต๊ะพวกมันแต่ละมื้อ เลี้ยงคนอย่างพวกเราได้ทั้งเดือน หากเจ้าหิวนัก ก็ลองเดินไปด้อม ๆ มอง ๆ แถวนั้นดู บางทีอาจจะมีพวกคุณชายใจบุญ หรือพวกบ่าวที่ยกของออกมาทิ้ง โยนเศษกระดูกติดเนื้อหรือหมั่นโถวเย็นชืดออกมาให้เจ้าแทะแก้หิวบ้าง!”

ขอทานเฒ่าโบกมือไล่อย่างรำคาญใจ แต่ดวงตายังคงมองตามร่างเล็กที่ค่อย ๆ ยันกายลุกขึ้นอย่างยากลำบาก

“ขอบคุณท่านปู่มากเจ้าค่ะ”

อี้หว่านย่อตัวคำนับเขาอย่างนอบน้อม ดวงตากลมโตกลับมาทอประกายความหวังอีกครั้ง นางกอดห่อผ้าเก่าไว้แนบอก แล้วเริ่มลากสังขารที่เจ็บระบม มุ่งหน้าตรงไปยังหน้าเหลาอาหารจุ้ยเซียนโหลว

เมื่อเดินมาถึงร่างของเซิ่งอี้หว่านแหงนจนคอเคล็ดกลับพบว่าเหลาอาหารแห่งนี้สูงตระหง่านจนนางเหลือตัวเล็กจ้อยราวกับมดตัวน้อยไม่มีผิด

“เมืองหลวงมีเหลาอาหารใหญ่ปานนี้เชียวหรือ นี่สินะเขาถึงบอกว่าเมืองหลวงเป็นเมืองศิวิไล ดั่งสวรรค์บนดิน” นางพึมพำกับตัวเองยืนอยู่กลางถนนหน้าทางขึ้นเหล่าอาหาร เมื่อนางยืนตรงนั้นครู่หนึ่งรู้สึกถึงสายตารังเกียจที่สาดมองมาไม่หยุด จนกระทั่งคุณชายผู้หนึ่งสบถคำบ่นพ่นออกมา

“แป้งแข็งเช่นนี้นึ่งเอาไว้ชาติที่แล้วหรือ” คุณชายที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะชั้นสอง เป็นโต๊ะที่ยื่นออกมาเพื่อชมวิวของคนเดินผ่านไป พลางบ่นกับเสี่ยวเอ้อที่ยกอาหารมา

“ขะ...ขอโทษขอรับคุณชาย ข้าน้อยจะรีบไปยกหมั่นโถวร้อน ๆ มาใหม่”

คุณชายท่านนั้นที่หงุดหงิดเพราะความหิวกลับระบายอารมณ์ด้วยการเทหมั่นโถวที่ยกมาลงเบื้องล่าง

“เหอะ...ช่างสะเพร่า!”

        ก้อนหมั่นโถวก้อนใหญ่ร่วงลงตรงหน้าของเซิ่งอี้หว่าน นางดวงตาเปล่งประกายเพราะตรงหน้านั้นคือหมั่นโถวแป้งขาวที่ในชีวิตของนางนั้นหากจะลิ้มรสก็ต่อเมื่อแย่งชิงในวันปีใหม่ของหมู่บ้าน ซึ่งมีน้อยมาก

        “คนเมืองหลวงช่างกินทิ้งกินขว้างเสียจริง นี่เท่ากับเสบียงของนางได้ถึงสามวันเชียวนะ ก้อนใหญ่มาก” เซิ่งอี้หว่านบ่นก่อนจะหยิบมันขึ้นมาพลางปัดฝุ่นเล็กน้อย แล้วยิ้มเปล่งประกายกับความโชคดีที่ตนเองมาอยู่ตรงหน้าเหลาจุ้ยเซียนโหลวและพบมันเป็นคนแรก

        เสียงท้องของนางดังโครกครากทันที ดวงตาคู่สวยมองแป้งหมั่นโถวสีขาวบริสุทธิ์นั้น หากแต่ยังไม่กล้ากิน นางมองซ้ายขวาหาที่นั่งอยากจะลิ้มรสหมั่นโถวแป้งขาวดี ๆ สักหน่อยจนพบเข้ากับร่มไม้ของต้นไหวที่อยู่ถัดไปอีกไม่กี่ก้าว นางจึงหันหน้าเดินไป

นางประคองหมั่นโถวสีขาวนวลไว้ในอุ้งมือราวกับถือหยกเนื้อดี ก้มลงสูดดมกลิ่นแป้งสาลีชั้นเลิศที่ยังหลงเหลือไออุ่นจาง ๆ แม้จะตกกระทบพื้นหินจนเปื้อนเศษฝุ่นไปบ้าง ทว่าในสายตาของเด็กสาวบ้านป่าที่เคยกล้ำกลืนแต่รำข้าวและแป้งหยาบสีคล้ำ นี่คือของขวัญล้ำค่าที่สุดนับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าเมืองหลวง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชายาชนบทของอ๋องทรราช   ตอนพิเศษ จอมมารน้อยจวนโจวอ๋อง 2/2

    “ของพวกนั้นเป็นของท่าน แต่ท่านแม่เป็นของข้า!” เสี่ยวเฉินแผดเสียงสู้ “หากท่านกล้าใช้กำลัง ข้าจะสั่งกองทัพของข้ามาปิดล้อมจวน!”“กองทัพ? เจ้ามีกองทัพด้วยรึ” จ้าวฉางอันแค่นหัวเราะยังไม่ทันที่ท่านอ๋องจะกล่าวจบ เสียงคำรามกึกก้องปานฟ้าผ่าก็ดังแว่วมาจากสวนหลังจวนโฮก!เงาร่างสีขาวขนาดยักษ์พุ่งทะยานข้ามกำแพงหินเข้ามาอย่างรวดเร็ว นั่นคือ หมาป่าหิมะยักษ์แดนเหนือ ร่างมหึมาราวกับลูกม้า ขนสีขาวบริสุทธิ์ แววตาดุร้ายกระหายเลือด สัตว์ร้ายที่แม้แต่องครักษ์หลวงยังไม่กล้าเข้าใกล้ ทว่าทันทีที่มันวิ่งมาถึงศาลา เจ้าหมาป่ายักษ์กลับหมอบกายลงแนบพื้น กระดิกหางรัว ๆ พลางยื่นหัวโต ๆ เข้ามาให้เสี่ยวเฉินลูบอย่างว่าง่าย!“ต้าไป๋! ดีมาก!” เสี่ยวเฉินปีนขึ้นไปนั่งบนหลังหมาป่ายักษ์อย่างคุ้นเคย กอดอกเชิดหน้ามองบิดา “นี่คือรองแม่ทัพของข้า! แล้วยังมีกองทัพพยัคฆ์น้อยแห่งเมืองหลวงอีกสิบสองคน คอยส่งของบรรณาการให้ข้าทุกวัน หากท่านยังคิดผลาญเงิน ข้าจะให้ต้าไป๋ไปคาบรองเท้าของท่านไปทิ้งบ่อปลาให้หมด!”พูดจบ กงจื่อตัวน้อยก็ตบสะโพกหมาป่าเบา ๆ “ต้าไป๋ ไป! เราไปเก็บส่วยที่เรือนท่านยายกับท่านยายทวดกัน!”หมาป่ายักษ์ลุกขึ้นก้าวย่างอย่าง

  • ชายาชนบทของอ๋องทรราช   ตอนพิเศษ จอมมารน้อยจวนโจวอ๋อง 1/2

    ยามสายของฤดูใบไม้ร่วง แสงแดดอุ่นส่องกระทบผืนกระเบื้องเคลือบสีมรกตของจวนโจวอ๋อง บรรยากาศที่ควรจะเงียบสงบสมฐานะตำหนักอ๋องผู้ทรงอำนาจบัดนี้กลับอบอวลไปด้วยความกดดันแปลกประหลาดณ ศาลาแปดเหลี่ยมกลางสระบัว ร่างกลมป้อมของเด็กชายวัยสามขวบในชุดคลุมผ้าไหมสีครามเข้ม ปักลายพยัคฆ์เหยียบเมฆาอย่างประณีต กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนตั่งไม้แกะสลัก ใบหน้าเล็กอิ่มเอิบขาวเนียนดั่งก้อนแป้ง ทว่าคิ้วดาบคมเข้มกลับขมวดมุ่นริมฝีปากหยักจิ้มลิ้มเหยียดตรงเป็นเส้นขนาน นัยน์ตาดำขลับวาวโรจน์ฉายประกายเย็นชาดุร้าย... ช่างถอดแบบมาจากโจวอ๋องจ้าวฉางอันราวกับเคาะออกมาจากพิมพ์เดียวกันไม่มีผิดเพี้ยน!นั่นคือ จ้าวอี้เฉิน หรือ ‘เสี่ยวเฉิน’ กงจื่อตัวน้อยแห่งจวนโจวอ๋องมือป้อมสั้นกุมพู่กันด้ามโต ลากเส้นหมึกสีชาดขีดฆ่าลงบนสมุดบัญชีเล่มหนาดัง ฟึ่บ! ก่อนจะตวัดสายตาคมกริบมองบุรุษร่างยักษ์ที่กำลังคุกเข่าเหงื่อตกอยู่เบื้องหน้า“อู่โม่...”สุรเสียงเล็กแหลมทว่าเยียบเย็นดังก้อง “เจ้าเห็นข้าเป็นเด็กสามขวบหลอกง่ายหรืออย่างไร”อู่โม่ลอบกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก ชายหนุ่มผู้เคยกรำศึกมานับร้อยสมรภูมิ บัดนี้กลับสั่นสะท้านต่อสายตาของกงจื่อน้อย[1] “ขะ.

  • ชายาชนบทของอ๋องทรราช   บทที่ 25 บทส่งท้าย 2/2

    ใบหน้านวลเปลี่ยนเป็นสีขาวซีดในชั่วพริบตา นางยกมือขึ้นปิดปาก ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความพะอืดพะอมอย่างรุนแรง“หว่านเอ๋อร์ เป็นอะไรไป?” จ้าวฉางอันที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ขมวดคิ้วแน่น รีบวางตะเกียบลงทันที“ข้า...ฮึก...แหวะ!”เซิ่งอี้หว่านไม่ทันได้ตอบ นางหันขวับคว้ากระโถนข้างตั่งแล้วโก่งคออาเจียนออกมาอย่างรุนแรงจนตัวโยน กลิ่นหมูหันที่เคยชอบกินกลายเป็นกลิ่นเหม็นคาวชวนคลื่นเหียนจนทนไม่ไหว หยวนเป่าหน้าตาตื่นรีบวิ่งเข้ามาลูบหลังให้ ส่วนโจวอ๋องผู้เยือกเย็นบัดนี้ลนลานจนทำถ้วยน้ำชาหกเลอะเทอะ“ตามหมอหลวง! อู่โม่! ไปลากตัวหมอหลวงมาเดี๋ยวนี้!” สุรเสียงทรงอำนาจแผดก้องลั่นจวนจนนกที่เกาะบนกิ่งไม้บินแตกฮือไม่ถึงหนึ่งเค่อ หมอหลวงเฒ่าก็ถูกหิ้วปีกเหาะข้ามกำแพงจวนเข้ามาในสภาพผมเผ้ากระเซิง เขารีบคุกเข่าวางผ้าไหมบางทาบลงบนข้อมือของพระชายาอย่างสั่นเทา ท่ามกลางสายตาดุร้ายจ้าวฉางอันที่ยืนจ้องเขม็งราวกับว่าหากตรวจไม่พบสาเหตุจะสั่งตัดหัวเขาทันทีปลายนิ้วของหมอหลวงแตะชีพจรอยู่ครู่หนึ่ง สีหน้าที่ตื่นตระหนกก็ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นความยินดี ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นเต้น“ทะ... ท่านอ๋อง! พระชายามิได้ทรงประชวร พ่ะย่

  • ชายาชนบทของอ๋องทรราช   บทที่ 25 บทส่งท้าย 1/2

    คลื่นลมพายุใหญ่ที่เคยโหมกระหน่ำราชสำนักเมืองหลวงมานานนับสิบแปดปี ในที่สุดก็สงบลงอย่างราบคาบซั่วอ๋องขึ้นครองราชย์เป็นฮ่องเต้องค์ใหม่อย่างชอบธรรม นำพาความสงบร่มเย็นกลับคืนสู่แผ่นดิน ทันทีที่ขึ้นครองบัลลังก์ พระองค์ก็มีพระประสงค์จะปูนบำเหน็จมอบตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีและคุมกองทัพหลวงให้แก่หลานชายอย่างจ้าวฉางอันทว่าโจวอ๋องกลับปฏิเสธ เขาไม่คิดจะเอาชีวิตอันมีค่าไปผูกติดกับเก้าอี้ขุนนางหรือการเมืองในวังหลวงให้ปวดหัว สิ่งเดียวที่เขาขอพระราชทานเป็นการตอบแทน คือส่วนแบ่งจากการค้าทางทะเลและสัมปทานเหมืองเกลือเพียงเล็กน้อย... ซึ่งคำว่า ‘เล็กน้อย’ ของเขากับจินซื่อหยวนนั้น เพียงพอจะทำให้จวนโจวอ๋องสุขสบายไปอีกหลายชั่วอายุคน!ส่วนผู้ที่เคยก่อกรรมทำชั่วล้วนได้รับผลกรรมอย่างสาสม อดีตฮ่องเต้จ้าวจิ้งชวนถูกถอดพระยศเป็นสามัญชน เนรเทศไปใช้แรงงานหนักที่ชายแดนจนสิ้นพระชนม์อย่างอนาถ หลินไท่เฟยถูกประทานผ้าขาว สิ้นชีพตามกฎมณเฑียรบาลแห่งวังหลัง ไทเฮาขอไปอยู่อารามหลวงไม่เกี่ยวข้องกับวังหลวงตลอดชีวิต จวนแม่ทัพหลี่สายหลักล่มสลาย หลี่เจิ้นหรงและมู่หรงเหยียนถูกประหารชีวิตเพื่อชดใช้ความผิดฐานกบฏปลงพระชนม์อดีตฮ่องเต้ ฉุยซี

  • ชายาชนบทของอ๋องทรราช   บทที่ 24 ข้ารักเจ้า 2/2

    ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องบรรทมในบัดดลหยดน้ำอุ่นที่รินรดลงบนแก้มทำให้เซิ่งอี้หว่านชาวาบไปทั้งร่าง นางนอนนิ่ง สบสายตากับบุรุษที่อยู่เหนือร่างอย่างไม่อยากเชื่อสายตาโจวอ๋องผู้เยือกเย็น...ยามนี้ดวงตาของเขากลับแดงก่ำและเต็มไปด้วยความเจ็บปวดร้าวราน ราวกับเด็กหนุ่มที่กำลังหวาดกลัวการสูญเสียสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิต‘ข้ารักเจ้าจนแทบบ้าตายอยู่แล้ว...’ประโยคนั้นดังก้องซ้ำไปซ้ำมาในหัวของนางแท้จริงแล้ว... เงินหนึ่งพันตำลึงที่เขาให้ทุกค่ำคืน มิใช่ข้อแลกเปลี่ยนอันเย็นชา มิใช่ความใคร่ชั่วครู่ชั่วยาม และมิใช่การซื้อขายร่างกาย... แต่มันคือสิ่งเดียวที่เขารู้ว่านางให้ความสำคัญ เขาเพียงใช้มันเป็นข้ออ้าง เป็นสายใยบาง ๆ เพื่อเหนี่ยวรั้งให้นางยอมอยู่เคียงข้างเขา ยอมให้นางมองเห็นเขา และไม่คิดหนีจากเขาไป“ท่านอ๋อง...”เสียงเรียกของนางสั่นเครือ หยาดน้ำตาเม็ดโตไหลรินอาบสองแก้มอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้อีกต่อไปเมื่อเห็นน้ำตาของนาง จ้าวฉางอันที่กำลังคลั่งก็พลันได้สติ มือหนาที่เคยกดตรึงข้อมือนางไว้ค่อย ๆ คลายออกอย่างแผ่วเบา แววตาดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความตระหนกและปวดร้าว ชายหนุ่มรีบยกมือขึ้นเกลี่ยเช็ดน้ำตาให้นางอย่าง

  • ชายาชนบทของอ๋องทรราช   บทที่ 24 ข้ารักเจ้า 1/2

    เสียงหอบหายใจหนักหน่วงดังก้องอยู่ในความมืดสลัว ริมฝีปากที่ถูกบดขยี้อย่างรุนแรงเพิ่งได้รับอิสระ เซิ่งอี้หว่านยังไม่ทันได้สูดอากาศเข้าปอด ร่างทั้งร่างก็ลอยวืดขึ้นจากพื้น จ้าวฉางอันอุ้มนางก้าวฉับ ๆ ไปยังเตียงนอนหลังใหญ่ ก่อนจะเหวี่ยงร่างเล็กลงบนฟูกนุ่มอย่างไม่คิดจะถนอมแรงตุบ!ร่างบางจมลงบนฟูกหนา นางผวาจะยันกายลุกขึ้น ทว่าเงาดำทะมึนของร่างสูงใหญ่ก็ทาบทับลงมาปิดกั้นทุกทิศทางทันควันสองแขนแกร่งดั่งยันต์ขนาบข้างลำตัวนางไว้ นัยน์ตาดำขลับคู่นั้นวาวโรจน์ไปด้วยโทสะและความหึงหวงที่เดือดพล่าน คุกคามราวกับพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมจะฉีกเหยื่อตรงหน้าเป็นชิ้น ๆ เส้นเลือดข้างขมับปูดโปน ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดพวงแก้มจนแสบร้อนเซิ่งอี้หว่านมองสีหน้าดุดันนั้นด้วยความงุนงง ดวงตากลมโตกะพริบปริบ ๆ นางคิดเพียงว่าเขากำลังหาเรื่องกลั่นแกล้งและอยากอุ่นเตียงเหมือนเช่นทุกวัน มือเรียวเล็กจึงรีบยกขึ้นมาตรงหน้า แบมือข้างขวาออกพร้อมเอ่ยทวงอย่างเคยชิน“คืนนี้ท่านอ๋องต้องจ่ายข้าพันห้าร้อยตำลึงนะ เพคะ!”จ้าวฉางอันชะงัก สายตาที่จ้องมองนางพลันเยียบเย็นลงอีกหลายส่วน “อะไรนะ?”“พันห้าร้อยตำลึงเพคะ” อี้หว่านพยักหน้าสำทับ เม้มปาก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status