Compartir

ชายาพิษหวนทวงแค้น
ชายาพิษหวนทวงแค้น
Autor: คุณหนูซินอวี้

บทที่ 1

Autor: คุณหนูซินอวี้
“ซูสือจิ่น ข้าเคยรับปากเจ้าแล้วว่า ต่อให้เยว่เอ๋อร์จะแต่งเข้ามาพร้อมกับเจ้า ตำแหน่งพระชายารัชทายาทก็จะเป็นของเจ้าเพียงผู้เดียว เท่านี้ก็น่าจะพอใจได้แล้ว เหตุใดต้องมาอาละวาดก่อเรื่องเช่นนี้อีก?”

เหนือหน้าผาอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา ต้นไม้โบราณพันปีต้นหนึ่งหยัดยืนอย่างโดดเดี่ยวท่ามกลางสายลมและหิมะ

ข้างต้นไม้โบราณ ซูสือจิ่นมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉย นั่นคือองค์รัชทายาทแห่งแคว้นหนาน และยังเป็นคู่หมั้นคู่หมายของนางอีกด้วย

“ท่านก็คิดว่าข้ากำลังอาละวาดก่อเรื่องงั้นหรือ?”

ฉู่มู่เฉินมีสีหน้าไม่สบอารมณ์ “นับตั้งแต่ข้าเอ่ยปากว่าจะแต่งเยว่เอ๋อร์เข้ามา เจ้าก็คอยวางแผนร้ายเล่นงานเยว่เอ๋อร์ ทั้งยังเรียกร้องความสนใจด้วยการทำร้ายตัวเอง มาบัดนี้จวนจะถึงกำหนดวันวิวาห์ เจ้ากลับยังคิดจะวิ่งมากระโดดหน้าผาถึงที่นี่ นานขนาดนี้แล้ว เจ้ายังก่อเรื่องไม่พออีกหรือ?”

ซูสือจิ่นยิ้มขื่น “ข้าเรียกร้องความสนใจด้วยการทำร้ายตัวเองหรือ? บาดแผลเหล่านั้นตามตัวข้า...”

“พอที! เจ้าอยากจะบอกอีกแล้วใช่หรือไม่ว่า ทั้งหมดนั้นเป็นฝีมือของเยว่เอ๋อร์? เยว่เอ๋อร์ไร้เดียงสาและจิตใจดีงาม นางไม่เคยแม้แต่จะกล่าววาจาให้ร้ายถึงเจ้าต่อหน้าข้าเลยสักครั้ง แต่เจ้ากลับสาดโคลนใส่นางครั้งแล้วครั้งเล่า เจ้ายังมีความเป็นพี่สาวสายตรงอยู่บ้างหรือไม่?”

ฉู่มู่เฉินเอ่ยขัดขึ้นอย่างหงุดหงิด พลางชี้ไปยังกลุ่มองครักษ์ที่อยู่ด้านหลัง “เดิมทีถึงเวลาที่ข้าต้องเข้าประชุมเช้า แต่ข้ากลับต้องพากำลังคนมากมายขนาดนี้มาตามง้อเจ้า ความอดทนที่ข้ามีให้เจ้ามันมากพอแล้ว! หากเจ้ายังดึงดันจะก่อเรื่องไร้สาระไม่เลิก ต่อให้เจ้ากระโดดลงไปจากที่นี่จริงๆ ข้าก็จะไม่สนใจเจ้าอีก!”

ซูสือจิ่นปวดใจอย่างที่สุด “ท่านเคยกล่าวไว้ว่า ชาตินี้ท่านจะรักข้าเพียงคนเดียว...”

ฉู่มู่เฉินหงุดหงิดมากขึ้น “ตัวข้าในยามนั้นไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าความรักที่แท้จริงคือสิ่งใด! จนกระทั่งเยว่เอ๋อร์กลับมา ข้าจึงได้กระจ่างว่าสิ่งใดคือการรักกันด้วยใจจริง! ระหว่างข้ากับเจ้า มันคือความผิดพลาดตั้งแต่แรก!”

เมื่อกล่าวถึงตรงนี้ สายตาของเขาเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาทีละน้อย “อีกอย่าง ทั้งหมดนี้เจ้าเป็นหนี้เยว่เอ๋อร์ หากสามปีก่อนเจ้าไม่ได้ทำนางหายไป ผู้ที่ควรจะหมั้นหมายกับข้าแต่แรกก็คือนาง! มาบัดนี้เจ้าก็นับว่าแย่งตำแหน่งพระชายารัชทายาทของนางไปแล้ว ก็แค่ให้พวกเจ้าแต่งเข้ามาในวันเดียวกัน เจ้ายังมีสิ่งใดไม่พอใจอีก?”

“แต่งเข้ามาในวันเดียวกัน? หึๆ ช่างพูดได้ง่ายดายเหลือเกิน ที่แท้ในสายตาของท่าน การให้พระชายาเอกและพระชายารองเดินเข้าประตูใหญ่พร้อมกัน มันเป็นเรื่องเล็กน้อยจนไม่คู่ควรจะเอ่ยถึงขนาดนั้นเชียวหรือ? ปากก็พร่ำบอกว่าข้าเป็นเอกนางเป็นรอง ทว่าความจริงกลับไม่ต่างอะไรกับการแต่งภรรยาเสมอภาค! ยังไม่ทันแต่งเข้ามาก็ข่มเหงรังแกข้าถึงเพียงนี้ ท่านเอาเกียรติยศศักดิ์ศรีของข้าไปไว้ที่ใดแล้ว?”

ซูสือจิ่นเริ่มอารมณ์พลุ่งพล่านขึ้นเรื่อยๆ “ยังจะบอกว่าข้าทำนางหายไปอีก หึๆ ๆ...”

นางเอ่ยพลางก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่ง หากถอยไปมากกว่านี้ก็คือหน้าผาลึกหมื่นจั้ง!

“ท่านลืมไปแล้วใช่หรือไม่ว่า สามปีก่อนท่านยังไม่ได้เป็นองค์รัชทายาท กระทั่งเกือบจะกลายเป็นคนพิการไปแล้วด้วยซ้ำ? เป็นข้าที่ยึดมั่นไม่ทอดทิ้ง เป็นข้าที่ออกวิ่งเต้นหาหมอไปทั่ว เฝ้าหวังให้ข้าทั้งสองข้างของท่านหายดีอยู่ทุกค่ำคืน! มาบัดนี้ ท่านกลับมาหยัดยืนได้อีกครั้ง ซูลั่วเยว่ก็กลับมาแล้ว ท่านรู้หรือไม่ว่าปีนั้นนาง...”

“มีแต่คำพูดเหลวไหลพวกนี้อีกแล้ว! ซูสือจิ่น เจ้าจิตใจอำมหิตถึงเพียงใดกันแน่ ถึงได้คอยใส่ร้ายป้ายสีน้องสาวสายตรงของตนเองครั้งแล้วครั้งเล่า? ปีที่นางพลัดหลงไป เพิ่งจะอายุสิบสาม นางจะไปเข้าใจอะไร? และในปีนั้น ตัวข้าและเจ้าก็เพิ่งจะอายุราวๆ สิบสี่ปี จะไปเข้าใจเรื่องรักๆ ใคร่ๆ ได้อย่างไรกัน? ทุกสิ่งล้วนเป็นความผิดพลาด เหตุใดเจ้าถึงไม่ยอมรับความจริงข้อนี้เสียที?”

เมื่อเห็นซูสือจิ่นที่น้ำตารินไหลเป็นทางอยู่ตรงหน้า ในแววตาของฉู่มู่เฉินก็เริ่มมีความรู้สึกผิดปรากฏขึ้นมานิดหนึ่งในที่สุด

“ข้ารู้ว่าเจ้าทุ่มเทเพื่อข้า และรู้ดีว่าสตรีที่ถูกถอนหมั้น เส้นทางในภายภาคหน้าจะยากลำบากเพียงใด ก็เพราะเห็นแก่หน้าเจ้า ข้าจึงไม่เคยคิดที่จะทอดทิ้งเจ้าเลย แม้ว่ายามนี้เยว่เอ๋อร์จะกลับมาแล้ว ข้าก็ให้ตำแหน่งนางเพียงแค่พระชายารอง ทั้งนางเองก็ไม่เคยคิดจะแย่งชิงกับเจ้า เหตุใดเจ้าต้องคอยยึดติดอยู่กับเรื่องเล็กน้อยแค่นั้นไม่รู้จักจบสิ้น?”

ยามที่เอ่ยถึงซูลั่วเยว่ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความปวดใจอยู่เสมอ

“เจ้าเอาแต่รู้สึกว่าตนเองน่าสงสารอยู่ฝ่ายเดียว เจ้าไม่เคยคิดบ้างเลยว่าหลังจากยกตำแหน่งพระชายาเอกให้เจ้าแล้ว เยว่เอ๋อร์ต้องกล้ำกลืนฝืนทนเพียงใด? ทว่าต่อให้ในใจจะมีความทุกข์ระทมหมื่นแสน นางก็ไม่เคยเอาแต่ใจและอาละวาดก่อเรื่องไร้สาระเหมือนอย่างเจ้า นางเป็นเด็กดีและรู้ความถึงเพียงนั้น ยามนี้นางมีความปรารถนาเพียงน้อยนิดเท่านี้ เจ้าจะยอมหลีกทางให้นางสักหน่อยมิได้เชียวหรือ?”

“ที่ข้ายอมหลีกทางให้ มันยังไม่พออีกอย่างนั้นหรือ?”

ซูสือจิ่นอารมณ์พลุ่งพล่าน “ตั้งแต่เล็กท่านแม่ก็คอยบอกข้าว่า ข้าต้องยอมหลีกทางให้น้องหญิง ดังนั้นยามที่นางอยากได้เรือนของข้า ท่านพ่อก็เกลี้ยกล่อมให้ข้าย้ายไปอยู่เรือนข้าง ยามนางคิดหนีการแต่งงานกับคู่หมั้นที่พิการ พี่ใหญ่ก็เกลี้ยกล่อมให้ข้าแต่งแทนนาง มาบัดนี้นางกลับมาแล้ว นึกเสียใจภายหลัง ทว่าทุกคนกลับพากันโทษว่าข้าแย่งบุรุษของนาง! ทุกคนต่างคิดว่าข้าเป็นฝ่ายผิดต่อนาง ข้า...”

“วาจาสาดโคลนใส่นางเจ้าก็พูดมามากพอแล้ว! เจ้าจะยอมไม่ได้...”

“ไม่ได้!”

ซูสือจิ่นแผดเสียงตะโกนลั่น น้ำตารินไหลราวกับทำนบพังทลาย!

อาจเป็นเพราะเห็นว่าอารมณ์ของนางพลุ่งพล่านเกินไป ฉู่มู่เฉินจึงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เฮือกหนึ่ง ในที่สุดก็ยอมผ่อนน้ำเสียงลง

“เลิกอาละวาดเสียที หากเจ้าขัดเคืองใจถึงเพียงนั้น วันนั้นข้าอนุญาตให้เจ้าแต่งเข้าประตูก่อน ส่วนเยว่เอ๋อร์ค่อยตามหลังเจ้ามา เช่นนี้ก็ใช้ได้แล้วกระมัง?”

เมื่อเห็นท่าทางที่ราวกับจำใจไร้หนทางของเขา ซูสือจิ่นก็ปวดใจราวมีคมมีดมากรีดเฉือน!

“สิ่งที่ข้าต้องการมาโดยตลอดไม่ใช่...”

“พอที! ตัวข้าที่เป็นองค์รัชทายาทยอมถอยให้แล้ว เจ้ายังคิดจะเอาอย่างไรอีกกันแน่? หรือต้องบังคับให้ข้าทอดทิ้งเยว่เอ๋อร์ถึงจะพอใจ? เจ้ามีความสุขมากพอแล้ว เหตุใดต้องคอยหาเรื่องเล่นงานนางเสียให้ได้?”

ฉู่มู่เฉินยิ่งหมดความอดทน หลุดปากตวาดเสียงด่าออกมาอย่างลืมตัว!

ทว่ากลับเห็นซูสือจิ่นหลั่งน้ำตาอาบแก้มเนิ่นนานแล้ว!

ในแววตานั้น คล้ายยังฉายแววแห่งความสิ้นหวัง...

เมื่อเห็นเช่นนั้น ฉู่มู่เฉินจึงกดน้ำเสียงลงอีกครา พลางเอ่ยง้อด้วยความรำคาญใจว่า “เลิกเอาแต่ใจได้แล้ว เดินมานี่เถอะ”

ตั้งแต่ต้นจนจบ ในแววตาของเขาไม่มีความกระวนกระวายหรือความห่วงใยเลยแม้แต่น้อย

คล้ายกับว่าปักใจเชื่อไปแล้วว่า ซูสือจิ่นไม่มีทางกระโดดลงไปด้านล่าง

เขากล่าวว่า “ข้าจะพูดเป็นครั้งสุดท้าย เดินมานี่!”

ซูสือจิ่นน้ำตานองหน้า ราวกับไม่ได้ยินเสียงของเขา ทว่ากลับหัวเราะเยาะหยันตนเองออกมาเสียงดัง

“ข้ามีความสุขงั้นหรือ? หึๆ ๆ...”

นางยิ้มขื่น น้ำตาแต่ละหยดร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย!

“ข้าเพียงแค่ขัดขืนเล็กน้อย ท่านก็พร่ำบอกอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่าข้าอาละวาดก่อเรื่อง ทุกคนต่างก็บอกว่าข้าไม่รู้ความ คนที่ได้ชื่อว่าเป็นครอบครัวยิ่งคอยหาว่าข้าทำร้ายรังแกนางอยู่ทุกค่ำคืน แต่ท่านกลับบอกว่าข้ามีความสุขงั้นหรือ? หึๆ...”

“ไม่ว่าข้าจะทำสิ่งใดล้วนกลายเป็นข้าเอาแต่ใจ ไม่ว่าข้าจะพูดสิ่งใดก็ไม่มีผู้ใดเชื่อเลยตลอดกาล! ข้ามีความสุขงั้นหรือ? ฮ่าๆ ๆ”

ช่างน่าขัน!

ช่างน่าขันสิ้นดี!

น่าขันที่นางตัวคนเดียวอ้างว้างไร้ผู้ใดเคียงข้าง!

ไร้ซึ่งผู้หนุนหลังใดๆ ทั้งสิ้น!

น่าขันที่การทุ่มเทใจเคียงคู่เนิ่นนานสองสามปีนั้น กลับพ่ายแพ้ให้แก่รอยยิ้มบางเบายามอีกฝ่ายหวนคืนมา!

น่าขันที่วันมงคลสมรสซึ่งเป็นของนาง ทว่ากลับต้องแต่งให้สามีคนเดียวกันร่วมกับสตรีที่ข่มเหงรังแกนางมาสิบกว่าปี!

พอนึกถึงว่าในอีกหลายสิบปีข้างหน้ายังต้องใช้ชีวิตอยู่ใต้เงามืดของคนผู้นั้นต่อไป ซูสือจิ่นก็เจ็บปวดเจียนตาย!

“นางชนะแล้ว ท่านเองก็ชนะแล้ว! ฉู่มู่เฉิน ข้ายอมหลีกทางให้พวกท่านได้สมปรารถนาก็คงจะใช้ได้แล้วกระมัง?”

นางกำสองหมัดแน่น แววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชังแค้นเคือง!

“เพียงหวังว่าหลังจากข้าตายไป จะมีผีร้ายสักตนมาทวงวิญญาณแทนข้า! นำสิ่งทั้งหมดที่ข้าได้ประสบพบเจอมา ทดแทนคืนแก่นางเป็นพันเท่าทวีคูณ! ข้าก็ตายตาหลับแล้ว!”

พูดจบ นางก็กระโจนร่างวูบเดียว!

แววตาที่แน่วแน่นั้น กลับไม่มีความลังเลใจเลยแม้แต่น้อย!

ราวกับว่าเหนื่อยหน่ายต่อโลกใบนี้อย่างแท้จริง...

ขณะที่เงาร่างของนางเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว ฉู่มู่เฉินก็เบิกตากว้างในทันใด!

“ซูสือจิ่น เจ้ามันบ้าไปแล้ว!”

หัวใจคล้ายจะกระดอนออกมาจากทรวงอก เต้นระรัวไม่หยุดหย่อน!

เขาโผทะยานไปข้างหน้า ทว่ากลับไม่อาจคว้าได้แม้เพียงเศษเสี้ยวชายแขนเสื้อ...

“ไม่!!”

เป็นไปไม่ได้!

นางก็แค่กำลังอาละวาดก่อเรื่องเท่านั้น นางจะกระโดดลงไปจริงๆ ได้อย่างไรกัน?

ฉับพลันนั้น ทรวงอกราวกับมีสิ่งใดขาดหายไป เนิ่นนานครู่ใหญ่ ฉู่มู่เฉินถึงค่อยได้สติคืนมา เขาถลึงตาจ้องมองกลุ่มคนที่ตื่นตระหนกตกใจอยู่เบื้องหลังเช่นกัน พลางแผดเสียงคำรามลั่นว่า “มัวยืนบื้อทำอะไรกันอยู่? ยังไม่รีบลงไปตามหาอีก!”

“เป็นต้องเห็นตัว ตายต้องเห็นศพ!”

“…”

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 30

    ซูสือจิ่นยิ่งฟังก็ยิ่งหงุดหงิดใจดูท่าไม่เพียงแต่เจ้าของร่างเดิมจะมีนิสัยอ่อนแอขลาดเขลา แม้กระทั่งสาวใช้ของนางก็ยังขี้ขลาดตาขาวและกลัวความเดือดร้อนเช่นนี้เหมือนกัน...ทั้งที่คนที่ต้องทนรับความอัปยศอดสูคือตัวนาง ทว่าผลลัพธ์คือเอ่ยปากคำไหนก็เอาแต่เกลี้ยกล่อมให้นางยอมอดทน นี่มันจะยอมคนง่ายเกินไปหรือไม่?“คำพูดประเภทนี้วันหน้าอย่าได้เอ่ยออกมาอีก” ซูสือจิ่นรู้สึกระอาใจอยู่บ้างตงเอ๋อร์ทอดถอนหายใจออกมาเบาๆ “บ่าวเข้าใจความหมายของคุณหนูเจ้าค่ะ เรื่องที่องค์รัชทายาททรงให้ท่านแต่งเข้าจวนพร้อมกับคุณหนูสามนั้น สำหรับท่านแล้ว ถือเป็นการเหยียดหยามอย่างรุนแรงจริงๆ การที่ท่านจะรู้สึกเจ็บปวดทุกข์ทรมานใจมันก็เป็นเรื่องธรรมดา ทว่าเรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว ขนาดท่านถึงขั้นกระโดดหน้าผาก็ยังไม่อาจเปลี่ยนพระทัยขององค์รัชทายาทได้ แล้วยังจะทำสิ่งใดได้อีกเล่า...”ซูสือจิ่นเหลือบตาค้อนใส่นางอย่างระอาใจ เจ้าของร่างเดิมต้องยอมอ่อนข้อให้นางมากมายขนาดไหนกันแน่?เหตุใดคำพูดคำจาของนางถึงได้เยอะแยะมากมายขนาดนี้?เมื่อคิดถึงตงเอ๋อร์ ในสมองก็ผุดภาพเหตุการณ์ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับนางตลอดเวลาตั้งแต่เช้าจรดเย็นขึ้นม

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 29

    ซ้ำร้ายยังจะรุนแรงยิ่งกว่าแต่ก่อนเสียอีกตัวเขาในอดีตแม้ขาทั้งสองข้างจะพิการ ทว่ากลับยังคงหลงเหลือความรู้สึกอยู่ ก็ยังสามารถรักษาเยียวยาได้หากว่าต้องกลับมาพิการอีกครั้ง ย่อมสิ้นหวังจนยากจะเยียวยารักษาอย่างแน่นอน...เพียงแค่คิดถึงเรื่องนี้ ซูสือจิ่นก็ไม่รู้สึกโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อยในเมื่อองค์รัชทายาทสารเลวนั่นรักซูลั่วเยว่มากขนาดนั้น ก็ปล่อยให้พวกเขารีบลงเอยกันไปเสียเถอะทว่าไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ แล้ว พวกเขายังจะสามารถพร่ำคำสาบานรักกันต่อไปได้อีกหรือไม่...“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู...”น้ำเสียงที่ดังขึ้นข้างหูช่วยดึงสติของนางให้กลับคืนมา พอหันหน้าไปมองก็เห็นตงเอ๋อร์ที่ใบหน้าเล็กๆ ขึ้นสีแดงก่ำ“เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”เห็นเพียงตงเอ๋อร์ที่มีสีหน้าท่าทางร้อนรน “พอได้ยินว่าคุณหนูกลับมา บ่าวก็รีบมาหาคุณหนูทันทีเจ้าค่ะ เพียงแต่เมื่อครู่สถานการณ์ชุลมุนวุ่นวาย บ่าวจึงไม่กล้าเสนอหน้าเข้าไป ทำได้เพียงเดินตามหลังคุณหนูมาตลอด คุณหนูอย่าเดินเร็วเพียงนั้นสิเจ้าคะ บ่าวเกือบจะตามไม่ทันแล้ว...”ซูสือจิ่นผ่อนฝีเท้าให้ช้าลง “เจ้าไม่พักผ่อนอยู่ในเรือนให้ดีๆ ออกมาตามหาข้าทำไมกั

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 28

    ซูหลี่หรานก็กำหมัดแน่นด้วยความโกรธจัดเช่นกัน “นับวันนางยิ่งทำเกินกว่าเหตุจริงๆ! ขนาดอยู่ต่อหน้าต่อตาพวกเรายังกล้าลงมือกับเจ้า วันหน้าเจ้าอย่าได้ไปสนิทชิดเชื้อกับนางอีกเลย อยู่ให้ห่างจากนางมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ย่อมดีที่สุด”ซูลั่วเยว่สะอื้นไห้จนชวนให้ผู้คนเวทนาจับใจ “พี่ชายรัชทายาท ข้าอยากจะทราบว่า พวกท่านได้ถอนหมั้นกันไปจริงๆ แล้วหรือเพคะ?”ฉู่มู่เฉินโกรธจนหน้ามืดตามัว “ย่อมเป็นเช่นนั้น! หนังสือถอนหมั้นฉบับนั้นนางเป็นคนลงแรงเขียนด้วยน้ำมือตนเอง ในเมื่อนางสามหาวไร้ขื่อแปถึงเพียงนี้ ข้าย่อมต้องเติมเต็มความปรารถนาของนางอยู่แล้ว!”ในดวงตาของซูลั่วเยว่ฉายแววคิดคำนวณพาดผ่านวูบหนึ่ง ทว่าปากกลับเอ่ยว่า “พี่ชายรัชทายาทจะสามารถถอนรับสั่งคืนได้หรือไม่เพคะ? ยามนี้ที่นางมีนิสัยแปรเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ก็เพราะพี่ชายรัชทายาทลงนามในหนังสือถอนหมั้นฉบับนั้น เห็นได้ชัดว่าในใจนางมิได้อยากถอนหมั้นกับพี่ชายรัชทายาทเลย และก็เพราะเหตุนี้ นางถึงได้...”เอ่ยไปพลาง นางก็ลูบใบหน้าตนเองด้วยท่าทางน่าเวทนาจับใจ กิริยาอาการนั้นราวกับกำลังบอกว่า หากมีการถอนหมั้นกันจริงๆ ซูสือจิ่นจะต้องยิ่งรังแกนางหนักกว่าเดิ

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 27

    ซูสือจิ่นถึงกับหลุดขำออกมาด้วยความโมโห คนพวกนี้สมองมีปัญหาไปหมดแล้วกระมัง?“หากมิใช่เพราะเข็มไม่กี่เล่มนั้นของข้า ป่านนี้เขาคงตายไปนานแล้ว พวกท่านลองย้อนดูตัวเองหน่อยดีหรือไม่ว่ากำลังพูดเรื่องบ้าอะไรอยู่?”ซูหลี่หรานเอ่ยด้วยความโกรธระคนผิดหวังที่อีกฝ่ายไม่ได้ดั่งใจ “วันๆ เจ้าอยู่แต่ในห้องหอ จะไปเข้าใจวิชาแพทย์ได้อย่างไรกัน? น้องหญิงสามนางเป็นถึงศิษย์ของหมอเทวดา เห็นได้ชัดว่าองค์รัชทายาทได้นางช่วยชีวิตเอาไว้ หากมิใช่เพราะโอสถของนาง ป่านนี้เจ้าจะหาทางลงอย่างไร รู้ตัวบ้างหรือไม่? ยังจะมีหน้ามาโวยวายอยู่อีก! เหตุใดเจ้าต้องคอยจะแย่งชิงความดีความชอบกับน้องหญิงสามให้ได้?”แววตาของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวัง “เดิมทีข้าไม่อยากบอกเรื่องนี้กับเจ้า เพราะกลัวว่าเจ้าจะอิจฉาริษยาน้องหญิงสาม เจ้าทราบบ้างหรือไม่ว่าน้องหญิงสามนางถึงกับเข้าตาท่านผู้เฒ่าหยางแห่งสำนักเชียนมิ่งแล้ว? วิชาแพทย์ของนางได้รับการยอมรับ ถึงขนาดที่คนของสำนักเชียนมิ่งอุตส่าห์มาเชิญน้องหญิงสามให้ไปช่วยชีวิตคนด้วยตนเอง เจ้ามีสิ่งใดไปเทียบกับน้องหญิงสามได้งั้นหรือ?”คำพูดพรั่งพรูยาวเหยียดของซูหลี่หรานทำเอาซูสือจิ่นโกรธจนหน้าเขียว “คนข

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 26

    นับตั้งแต่องค์รัชทายาททรงหมดสติไป ทุกคนในจวนอัครเสนาบดีต่างก็ตกอยู่ท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวายบางคนรีบร้อนวิ่งออกไปตามหมอหลวง บ้างก็ตื่นตระหนกลนลานฉุดลากตัวท่านหมอเข้ามาทุกคนล้วนมือไม้ปั่นป่วนวุ่นวาย และต่างก็รู้สึกตื่นตระหนกขวัญเสียมาจากก้นบึ้งของหัวใจ!อย่างไรเสีย ความปลอดภัยขององค์รัชทายาท ก็เกี่ยวพันถึงชีวิตของพวกเขาทุกคน...เนิ่นนานผ่านไปโดยไม่รู้ตัว รอบบาดแผลของฉู่มู่เฉินก็ถูกปักจนเต็มไปด้วยเข็มเงินแล้ว และก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะคิดไปเองหรือไม่ ซูหลี่หรานที่ยืนอยู่ด้านข้าง กลับรู้สึกว่าร่างขององค์รัชทายาทดูเหมือนจะไม่แข็งทื่อถึงเพียงนั้นแล้วกระทั่งบาดแผลที่เคยดำสนิท ก็คล้ายจะซีดจางลงไปไม่น้อย...ขณะนั้นเอง ซูลั่วเยว่ก็ถือกล่องใบเล็กวิ่งลนลานเข้ามา “พี่ใหญ่ ข้านำยาถอนพิษมาแล้วเจ้าค่ะ!”เมื่อซูหลี่หรานได้ยินเช่นนั้น ก็รีบถลาเข้าไปหาทันที “เจ้ารู้จักยาถอนพิษงั้นหรือ?”ซูลั่วเยว่พยักหน้าด้วยท่าทีเคร่งขรึมจริงจัง “ข้ามีโอสถเงินดารา เจ้าสิ่งนี้สามารถสลายพิษร้ายได้นับสิบชนิด แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่แน่ชัดว่าพี่ชายรัชทายาทต้องพิษใดกันแน่ แต่โอสถชนิดนี้กินเข้าไปแล้วถึงอย่างไรก็

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 25

    ซูสือจิ่นโกรธจนกำหมัดแน่น นางหันขวับกลับไปในทันที สาวเท้าตรงเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าของซูลั่วเยว่ สะบัดมือตบฉาดลงไปเต็มแรง!เสียง “เพียะ” ดังสนั่น ซูลั่วเยว่ถึงกับแข็งค้างไปทั้งตัวส่วนซูสือจิ่นสะบัดข้อมือเบาๆ “ในที่สุดก็รู้สึกสบายเนื้อสบายตัวขึ้นตั้งเยอะ”นางคิดอยากจะลงมือตั้งนานแล้ว!ทว่าเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น ข้างหูก็มีเสียงกรีดร้องแหลมสูงด้วยความตื่นตระหนกตกใจกลัวของซูลั่วเยว่ดังลอยมาทันที “กรี๊ด! พี่หญิง ท่านตบข้าได้อย่างไรกัน?”ซูสือจิ่นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เมื่อก่อนข้าไม่เคยทุบตีเจ้า แต่เจ้ากลับพูดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่าข้าตีเจ้า ตอนนี้ข้าลงมือตีเจ้าจริงๆ แล้ว เจ้าจะร้องตะโกนเสียงดังขนาดนี้ไปทำไมกัน?”หลังจากพูดจบแล้ว นางก็สะบัดมือตบลงไปอีกฉาด เสียง “เพียะ” ดังสนั่น ทำเอาทุกคนที่เฝ้ามองอยู่ถึงกับปากอ้าตาค้างด้วยความตกตะลึง!ซูลั่วเยว่ล้มกระแทกลงกับพื้นตรงนั้นทันที “พี่หญิง ท่านทำได้อย่างไรกัน...”“เจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นพี่หญิง ในเมื่อยามนี้ท่านพ่อไม่อยู่ พี่สาวสั่งสอนตักเตือนน้องสาวสักหน่อยแล้วมันทำไมหรือ? เวลาที่พี่ใหญ่สั่งสอนข้า พวกเจ้าทุกคนล้วนแต่รู้สึกว่ามันสม

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 7

    เมื่อเห็นซูลั่วเยว่ที่รู้ความอย่างยิ่งตรงหน้า ซูหลี่หรานก็รู้สึกตื้นตันระคนทอดถอนใจอีกครา “ไม่ต้องไปสนใจนางหรอก นางเห็นแก่ตัวจนเคยชินแล้ว ย่อมไม่มีทางยอมให้ตัวเองเสียเปรียบแน่”ซูลั่วเยว่ลอบทอดถอนใจ “เมื่อวานนางก่อเรื่องใหญ่โตขนาดนั้น ไม่รู้ว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหนบ้างหรือไม่ วันนี้ยังออกไปข้างนอกคนเ

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 6

    คำพูดเพียงประโยคเดียว ทำเอาซูหลี่หรานโกรธจนหอบหายใจสะท้าน “เจ้าช่างไม่รู้ความเอาเสียเลย!”เขามองซูสือจิ่นด้วยสายตาแค้นใจที่เหล็กไม่กลายเป็นเหล็กกล้า“องค์รัชทายาททรงห่วงใยเจ้า พอได้ยินว่าเจ้าจะกระโดดหน้าผา ก็รีบนำคนไปช่วยเจ้าในทันที ต่อให้เจ้าไม่ได้กระโดดลงไป พระองค์ก็ยังทรงอุ้มเจ้ากลับมาด้วยพระอง

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 5

    “เป็นเรื่องของคุณหนูรองจวนอัครเสนาบดีกับองค์รัชทายาทขอรับ ต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้ คงต้องย้อนไปเมื่อสามปีก่อน”ชิงม่อเอ่ยปากรายงาน ครั้นเห็นว่าฉู่จวินเช่อมิได้เอ่ยขัดเขา จึงกล่าวต่อไปว่า “ปีนั้นองค์รัชทายาทขาได้รับบาดเจ็บ คุณหนูสามที่มีกำหนดต้องหมั้นหมายกับเขากลับหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย เพื่อป

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 4

    คล้อยหลังฉู่มู่เฉิน ในที่สุดตงเอ๋อร์ก็เรียกสติกลับคืนมาได้ “คุณหนู! ท่านทำสิ่งใดลงไปเจ้าคะ? กว่าองค์รัชทายาทจะมาเยี่ยมท่านได้นั้นแสนยากเย็น เหตุใดท่านยังทำให้พระองค์ทรงกริ้วจนเดินหนีไปแล้วอีก? แล้วยังมีจะ เจ้าสิ่งนี้ รีบฉีกทิ้งเร็วเข้าเจ้าค่ะ โชคดีที่มีเพียงพวกเราสามคนที่รู้เรื่อง ตราบใดที่ฉีกทิ้งก็

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status