Share

บทที่ 4

Penulis: คุณหนูซินอวี้
คล้อยหลังฉู่มู่เฉิน ในที่สุดตงเอ๋อร์ก็เรียกสติกลับคืนมาได้ “คุณหนู! ท่านทำสิ่งใดลงไปเจ้าคะ? กว่าองค์รัชทายาทจะมาเยี่ยมท่านได้นั้นแสนยากเย็น เหตุใดท่านยังทำให้พระองค์ทรงกริ้วจนเดินหนีไปแล้วอีก? แล้วยังมีจะ เจ้าสิ่งนี้ รีบฉีกทิ้งเร็วเข้าเจ้าค่ะ โชคดีที่มีเพียงพวกเราสามคนที่รู้เรื่อง ตราบใดที่ฉีกทิ้งก็นับว่าไม่เป็นผลแล้ว...”

ตงเอ๋อร์ลนลานหมายจะคว้าหนังสือถอนหมั้น

ทว่าซูสือจิ่นกลับพับมันเก็บไว้อย่างเบามือ “เหตุใดจึงต้องไม่นับด้วย? นี่คืออิสรภาพของข้าเชียวนะ”

ตงเอ๋อร์ร้อนรน “คุณหนู ท่าน...”

ซูสือจิ่นปรายตามองนางแวบหนึ่ง “เจ้าช่างหนวกหูนัก”

ตงเอ๋อร์ชะงักไป สุดท้ายแล้วก็ไม่กล้าพูดมากอีกได้แต่ถอยออกไป...

นางรู้สึกเพียงว่าคุณหนูในวันนี้ดูแปลกพิกล

เป็นเพราะโศกเศร้าเกินไปงั้นหรือ?

ทว่าเพิ่งจะถอยออกไป หญิงวัยกลางคนท่าทางเหมือนแม่บ้านผู้หนึ่งก็เดินเข้ามาโดยไม่เคาะประตูด้วยซ้ำ

“คุณหนูรอง ท่านเห็นแก่ความปรารถนาส่วนตน ทั้งร้องไห้ฟูมฟายอาละวาดคิดสั้นผูกคอตาย จนทำให้ทุกคนในจวนต้องพลอยตื่นตระหนกตกใจไปกับท่าน ไม่เพียงแต่ผลาญเวลาขององค์รัชทายาทไปทั้งวัน แต่ยังทำเอาคุณหนูสามผู้จิตใจดีงามตกใจแทบแย่ ด้วยเหตุนี้คุณชายใหญ่จึงมีคำสั่ง นับตั้งแต่ท่านฟื้นขึ้นมา จะต้องไปคุกเข่าที่ศาลบรรพชนและถูกกักบริเวณเป็นเวลาหนึ่งวัน รอจนถึงพรุ่งนี้ค่อยไปอธิบายกับคุณชายใหญ่อย่างละเอียดอีกครั้งเจ้าค่ะ”

กล่าวจบ นางก็ถอยไปข้างประตูด้วยท่าทีโอหัง

“จริงสิ เมื่อครู่องค์รัชทายาททรงพิโรธและเสด็จกลับไปแล้ว หามีผู้ใดคอยขอความเมตตาแทนท่านได้อีก เชิญเจ้าค่ะ...”

“แม่บ้านหลิน วันนี้คุณหนูตกหน้าผามา ร่างกายเต็มไปด้วยบาดแผล รบกวนท่านช่วยเรียนคุณชายใหญ่สักคำ ให้คุณหนูได้พักผ่อนสักคืนเถิดเจ้าค่ะ...”

ตงเอ๋อร์ก้าวเข้าไปข้างหน้าอย่างขลาดกลัว

แม่บ้านหลินพลันโกรธขึ้ง ตวัดฝ่ามือตบหน้านางฉาดใหญ่ทันที “เวลาที่ข้าพูด ถึงคราวให้เจ้าสอดปากด้วยหรือ? ไร้สัมมาคารวะสิ้นดี!”

กล่าวจบ นางก็ปรายตามองซูสือจิ่นพลางกล่าวเสียงเยียบเย็นว่า “องค์รัชทายาททรงบอกคุณชายใหญ่หมดแล้ว คุณหนูรองมิได้ตกหน้าผาไปเลยสักนิด ตอนกำลังจะกระโดดลงไปก็ถูกพระองค์ช่วยชีวิตกลับมาได้ทัน ไร้รอยขีดข่วนเห็นๆ อย่ามาแสร้งทำเป็นน่าเวทนาอยู่ที่นี่เลย กลเม็ดร้องไห้ฟูมฟายอาละวาดผูกคอตายก็ใช่ว่าจะเพิ่งทำเป็นครั้งแรก ดัดจริตทั้งเพ”

ถ้อยคำของแม่บ้านหลินไม่เพียงทำเอาตงเอ๋อร์ขวัญเสีย แต่ยังทำให้ซูสือจิ่นชะงักงันไปเช่นกัน

มิได้ตกหน้าผางั้นหรือ?

คุกเข่าที่ศาลบรรพชน?

ไหนจะให้ไปอธิบายอีก?

หากมิใช่เพราะมีความทรงจำที่อยู่ในห้วงสมองล่ะก็ ซูสือจิ่นคงเกือบคิดว่าตนเองทะลุมิติมาอยู่ในร่างบ่าวรับใช้เสียแล้ว!

นี่คือสิ่งที่คนเป็นพี่ใหญ่พึงกระทำกับน้องสาวร่วมสายโลหิตของตนจริงหรือ?

แล้วยังมีองค์รัชทายาทเศษสวะผู้นั้นอีก มันเกรงว่าเรื่องที่ตนเกือบตายจะกระทบถึงชื่อเสียงของมันหรืออย่างไรกัน?

ถึงขั้นกล้ากุเรื่องโกหกคำโตปานนี้...

ชั่วแล่นนั้น นางถึงกับเลือกไม่ถูกเลยว่าตนเองควรจะโมโหเรื่องใดก่อนดี!

ทว่ามีอยู่เรื่องหนึ่งที่นางทนรอต่อไปไม่ไหว!

ซูสือจิ่นสูดหายใจเข้าลึกๆ หลังจากนั้นก็สาวเท้าทีละก้าวไปเบื้องหน้าแม่บ้านหลิน เงื้อมือตบหน้านางฉาดใหญ่สุดแรงเกิด!

แม่บ้านหลินถึงกับตกตะลึงอยู่กับที่!

“ท่านตบข้าหรือ?”

เสียง “เพียะ” ดังสนั่น ตามมาด้วยตบอีกฉาดใหญ่!

“ประการแรก ข้าเป็นนายของเจ้า อยู่ต่อหน้าข้า เจ้าไม่มีสิทธิ์มาเชิดหน้าชูคออวดดี!”

กล่าวจบ ซูสือจิ่นสะบัดมือตบซ้ำไปอีกฉาด!

“ประการต่อมา ตงเอ๋อร์เป็นคนของข้า ก่อนจะตบตีนาง เจ้าถามข้าแล้วหรือไม่?”

แม่บ้านหลินตกใจเสียจนหน้าถอดสี ชี้หน้านางอยู่นานสองนานทว่ากลับพ่นวาจาไม่ออกแม้แต่คำเดียว...

ซูสือจิ่นปัดมือนางออกอย่างดูถูกดูแคลน

“ประการสุดท้าย ข้ามิได้ทำสิ่งใดผิด เหตุใดต้องไปคุกเข่าที่ศาลบรรพชน? กลับไปบอกคุณชายใหญ่เถอะว่าอยากคุกเข่านักก็ไปคุกเข่าเอง ส่วนเรื่องที่จะให้อธิบาย มิสู้ให้ซูลั่วเยว่มาอธิบายกับข้าจะดีกว่าว่า เหตุใดข้าตกหน้าผา แต่นางกลับเป็นลมล้มพับ? ทำให้ทุกคนในจวนต้องมาพลอยเป็นกังวลเพราะนางโดยไร้เหตุผล ข้าเห็นว่านางต่างหากที่ควรไปคุกเข่าในศาลบรรพชน!”

ตงเอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆ ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก ส่วนแม่บ้านหลินยิ่งเดือดดาลอารมณ์พลุ่งพล่านจนดวงตาเบิกตากว้าง “ท่าน...”

“ไสหัวไป”

ซูสือจิ่นยกเท้าถีบนางออกไป “หากยังชี้หน้าอีกสักครั้ง ข้าจะตัดมือเจ้าทิ้งเสีย”

แม่บ้านหลินหดนิ้วกลับด้วยความหวาดกลัวลนลาน ไม่กล้าปริปากพูดอีกต่อไป!

“ตงเอ๋อร์ ส่งแขก”

ตงเอ๋อร์ตกใจจนยืนบื้อใบ้อยู่ที่เดิม “คะ คุณหนู เป็นเรื่องเข้าใจผิดเจ้าค่ะ องค์รัชทายาททรงกำชับเอาไว้ว่า ห้ามบอกเรื่องที่ท่านกระโดดลงหน้าผาไปจริงๆ ให้คุณชายใหญ่กับคุณหนูสามรู้เด็ดขาด ถึงอย่างไรคุณหนูสามเพียงแค่ได้ยินว่าท่านจะกระโดดหน้าผา ก็ร้องไห้จนเป็นลมหมดสติไปแล้ว องค์รัชทายาททรงหวาดกลัวว่าหากนางรู้ว่าท่านได้กระโดดลงไปแล้วจริงๆ จะยิ่งตำหนิตนเองมากขึ้น พระองค์ตรัสว่าถึงอย่างไรท่านก็มิได้เป็นอันใดมาก การไม่ป่าวประกาศจนเกินงามย่อมเป็นผลดีต่อทุกคน ดังนั้นถึงได้ทรงเลือกที่จะปกปิดเอาไว้ พระองค์ทรงกำชับบ่าวไว้แล้ว เป็นบ่าวเองที่ลืมบอกกับท่านเจ้าค่ะ...”

กล่าวพลาง นางก็หันไปมองแม่บ้านหลินอย่างหวาดกลัวลนลาน “แม่บ้านหลิน คุณหนูของข้าตกหน้าผาไปจริงๆ นะเจ้าคะ ร่างกายของนางเต็มไปด้วยบาดแผลจริงๆ คุณชายใหญ่ไม่รู้ความจริงถึงได้ลงทัณฑ์นาง หากคุณชายใหญ่ทราบ เรื่องย่อมไม่ลงเอยเช่นนี้แน่ ดังนั้นรบกวนท่านช่วยไปพูดจาดีๆ กับคุณชายใหญ่เถิดเจ้าค่ะ...”

“พอที!”

ซูสือจิ่นเอ่ยขัดด้วยสีหน้าสุดระอา ก่อนจะกล่าวเสียงเยียบเย็น “เจ้าก็ไสหัวไปเหมือนกัน!”

กล่าวจบ ซูสือจิ่นก็สะบัดปิดประตูห้องเสียงดังปัง

กระทั่งภายในห้องเหลือเพียงนางผู้เดียว รอบกายจึงได้สงบเงียบลงบ้างในที่สุด

ช่างเหนื่อยสายตัวแทบขาดนัก

หากมิใช่เพราะทะลุมิติมาอยู่ในร่างใหม่ นางคงใช้เข็มเงินในมิติแทงคนพวกนั้นจนเป็นใบ้ไปตั้งนานแล้ว...

แต่ละคน ช่างสรรหาเรื่องมาให้โมโหยิ่งนัก!

ยามคิดถึงมิติส่วนตัว เสียง “ติ๊ง” พลันดังขึ้นในสมอง จากนั้นสติรับรู้ของนางก็เข้าสู่ดินแดนลี้ลับอันกว้างใหญ่โดยสมบูรณ์!

นี่มัน...

มิติของนางถึงกับข้ามมิติตามมาด้วย!

ซูสือจิ่นปรีดาเป็นล้นพ้น รีบตรวจสอบเสบียงกรังที่อยู่ภายในมิติทันที

เนื่องจากเพิ่งวิจัยและพัฒนาออกมาได้ไม่นาน สิ่งของด้านในจึงยังไม่เยอะ ทว่าพิษและยาที่นางวิจัยและพัฒนาด้วยตนเองยังคงจัดเก็บอยู่ภายในนั้นเป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมีอาวุธสำหรับใช้ป้องกันตัวอยู่บ้างประปราย...

แม้สิ่งของจะมีไม่มาก แต่ในยุคโบราณเห็นได้ชัดว่าเพียงพอใช้งานแล้ว!

ประกอบกับมิตินี้ใหญ่โตยิ่งนัก นอกจากสิ่งมีชีวิตแล้ว สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่น่าจะสามารถนำมาเก็บรักษาไว้ในนี้ได้ทั้งหมด...

เมื่อคิดได้ดังนั้น ซูสือจิ่นจึงรีบนำยาที่อยู่ในมิติออกมา ทายาซ้ำลงบนบาดแผลทุกแห่งของตนเองอีกรอบ

สุดท้ายก็ตรวจชีพจรของตัวเองดู

เดิมทีเพียงอยากตรวจดูว่ายังมีส่วนใดบาดเจ็บอีกบ้าง ทว่านึกไม่ถึงว่าเพิ่งจะตรวจชีพจรเสร็จ นางก็พบว่าตนเองต้องพิษร้ายแรง!

เมื่อมองมืออันอวบอูมและหน้าท้องอันกลมกลึงของตนเอง ในที่สุดนางก็เข้าใจแล้วว่า เหตุใดองค์รัชทายาทถึงได้ค่อนแคะว่าตนอ้วนพีเป็นสองเท่าของซูลั่วเยว่

หากต้องพิษเช่นนั้น ต่อให้ดื่มเพียงน้ำเปล่าทุกวัน ก็คงอ้วนพีเป็นลูกบอลอยู่ดี...

ซูสือจิ่นหรี่ตาลง ไม่ต้องเสียเวลาคิดก็รู้ว่าพิษนี้ต้องเป็นฝีมือของซูลั่วเยว่แน่!

ยังดีที่ในมิติของตนมียาถอนพิษชนิดนี้อยู่พอดี!

นางหลับตาลง นำยาเม็ดหนึ่งออกมาจากมิติ หลังจากกลืนลงไปก็เอนกายกลับไปนอนบนเตียงตามเดิม

ไม่แยแสต่อเสียงอึกทึกครึกโครมภายนอก ปล่อยหัวสมองให้ว่าง และพยายามข่มตาหลับให้สนิทที่สุดเท่าที่จะทำได้

ใช่ว่าไม่อยากคิดบัญชีกับคนด้านนอก

ทว่าร่างกายอ่อนล้าเกินทนจริงๆ

นางจำเป็นต้องพักผ่อนให้มากเข้าไว้

เพราะอย่างไรเสียในวันพรุ่งนี้ ยังมีศึกหนักรออยู่!

“…”

ในเวลาเดียวกัน ภายในจวนอ๋องหลี

เป็นค่ำคืนดึกสงัดแล้ว ทว่าภายในท้องพระโรงอันหรูหราอลังการกลับมีเสียงคร่ำครวญด้วยความเจ็บปวดแว่วมาเป็นระยะ

บนพื้นหน้าประตู บุรุษผู้หนึ่งเนื้อตัวชุ่มโชกไปด้วยโลหิตนอนหายใจรวยรินอยู่ตรงนั้น ส่วนข้างกายของบุรุษผู้นั้น มีชิงม่อคุกเข่าอยู่บนพื้นด้วยท่าทีนอบน้อมยำเกรง

“นายท่าน มือสังหารทั้งหมดถูกสอบสวนหมดแล้ว เหลือรอดชีวิตอยู่เพียงคนนี้คนเดียวขอรับ...”

“ลากตัวออกไป ไต่สวนต่อ”

บนที่นั่งประธาน ฉู่จวินเช่อสีหน้าไร้ซึ่งความรู้สึกใด

“ขอรับ!”

ชิงม่อลุกขึ้นยืนพลางโบกมือ บุรุษที่อยู่บนพื้นก็ถูกลากตัวออกไปทันที

แต่เขากลับยังมิได้จากไป เพียงแต่ก้มศีรษะลงแล้วรายงานว่า “เรื่องบนหน้าผา ผู้น้อยตรวจสอบจนชัดเจนแล้วขอรับ”

นัยน์ตาของฉู่จวินเช่อพลันเข้มขึ้น ในที่สุดใบหน้าอันคมคายก็ปรากฏร่องรอยความรู้สึกขึ้นมาบ้าง

“ว่ามา”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 30

    ซูสือจิ่นยิ่งฟังก็ยิ่งหงุดหงิดใจดูท่าไม่เพียงแต่เจ้าของร่างเดิมจะมีนิสัยอ่อนแอขลาดเขลา แม้กระทั่งสาวใช้ของนางก็ยังขี้ขลาดตาขาวและกลัวความเดือดร้อนเช่นนี้เหมือนกัน...ทั้งที่คนที่ต้องทนรับความอัปยศอดสูคือตัวนาง ทว่าผลลัพธ์คือเอ่ยปากคำไหนก็เอาแต่เกลี้ยกล่อมให้นางยอมอดทน นี่มันจะยอมคนง่ายเกินไปหรือไม่?“คำพูดประเภทนี้วันหน้าอย่าได้เอ่ยออกมาอีก” ซูสือจิ่นรู้สึกระอาใจอยู่บ้างตงเอ๋อร์ทอดถอนหายใจออกมาเบาๆ “บ่าวเข้าใจความหมายของคุณหนูเจ้าค่ะ เรื่องที่องค์รัชทายาททรงให้ท่านแต่งเข้าจวนพร้อมกับคุณหนูสามนั้น สำหรับท่านแล้ว ถือเป็นการเหยียดหยามอย่างรุนแรงจริงๆ การที่ท่านจะรู้สึกเจ็บปวดทุกข์ทรมานใจมันก็เป็นเรื่องธรรมดา ทว่าเรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว ขนาดท่านถึงขั้นกระโดดหน้าผาก็ยังไม่อาจเปลี่ยนพระทัยขององค์รัชทายาทได้ แล้วยังจะทำสิ่งใดได้อีกเล่า...”ซูสือจิ่นเหลือบตาค้อนใส่นางอย่างระอาใจ เจ้าของร่างเดิมต้องยอมอ่อนข้อให้นางมากมายขนาดไหนกันแน่?เหตุใดคำพูดคำจาของนางถึงได้เยอะแยะมากมายขนาดนี้?เมื่อคิดถึงตงเอ๋อร์ ในสมองก็ผุดภาพเหตุการณ์ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับนางตลอดเวลาตั้งแต่เช้าจรดเย็นขึ้นม

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 29

    ซ้ำร้ายยังจะรุนแรงยิ่งกว่าแต่ก่อนเสียอีกตัวเขาในอดีตแม้ขาทั้งสองข้างจะพิการ ทว่ากลับยังคงหลงเหลือความรู้สึกอยู่ ก็ยังสามารถรักษาเยียวยาได้หากว่าต้องกลับมาพิการอีกครั้ง ย่อมสิ้นหวังจนยากจะเยียวยารักษาอย่างแน่นอน...เพียงแค่คิดถึงเรื่องนี้ ซูสือจิ่นก็ไม่รู้สึกโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อยในเมื่อองค์รัชทายาทสารเลวนั่นรักซูลั่วเยว่มากขนาดนั้น ก็ปล่อยให้พวกเขารีบลงเอยกันไปเสียเถอะทว่าไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ แล้ว พวกเขายังจะสามารถพร่ำคำสาบานรักกันต่อไปได้อีกหรือไม่...“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู...”น้ำเสียงที่ดังขึ้นข้างหูช่วยดึงสติของนางให้กลับคืนมา พอหันหน้าไปมองก็เห็นตงเอ๋อร์ที่ใบหน้าเล็กๆ ขึ้นสีแดงก่ำ“เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”เห็นเพียงตงเอ๋อร์ที่มีสีหน้าท่าทางร้อนรน “พอได้ยินว่าคุณหนูกลับมา บ่าวก็รีบมาหาคุณหนูทันทีเจ้าค่ะ เพียงแต่เมื่อครู่สถานการณ์ชุลมุนวุ่นวาย บ่าวจึงไม่กล้าเสนอหน้าเข้าไป ทำได้เพียงเดินตามหลังคุณหนูมาตลอด คุณหนูอย่าเดินเร็วเพียงนั้นสิเจ้าคะ บ่าวเกือบจะตามไม่ทันแล้ว...”ซูสือจิ่นผ่อนฝีเท้าให้ช้าลง “เจ้าไม่พักผ่อนอยู่ในเรือนให้ดีๆ ออกมาตามหาข้าทำไมกั

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 28

    ซูหลี่หรานก็กำหมัดแน่นด้วยความโกรธจัดเช่นกัน “นับวันนางยิ่งทำเกินกว่าเหตุจริงๆ! ขนาดอยู่ต่อหน้าต่อตาพวกเรายังกล้าลงมือกับเจ้า วันหน้าเจ้าอย่าได้ไปสนิทชิดเชื้อกับนางอีกเลย อยู่ให้ห่างจากนางมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ย่อมดีที่สุด”ซูลั่วเยว่สะอื้นไห้จนชวนให้ผู้คนเวทนาจับใจ “พี่ชายรัชทายาท ข้าอยากจะทราบว่า พวกท่านได้ถอนหมั้นกันไปจริงๆ แล้วหรือเพคะ?”ฉู่มู่เฉินโกรธจนหน้ามืดตามัว “ย่อมเป็นเช่นนั้น! หนังสือถอนหมั้นฉบับนั้นนางเป็นคนลงแรงเขียนด้วยน้ำมือตนเอง ในเมื่อนางสามหาวไร้ขื่อแปถึงเพียงนี้ ข้าย่อมต้องเติมเต็มความปรารถนาของนางอยู่แล้ว!”ในดวงตาของซูลั่วเยว่ฉายแววคิดคำนวณพาดผ่านวูบหนึ่ง ทว่าปากกลับเอ่ยว่า “พี่ชายรัชทายาทจะสามารถถอนรับสั่งคืนได้หรือไม่เพคะ? ยามนี้ที่นางมีนิสัยแปรเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ก็เพราะพี่ชายรัชทายาทลงนามในหนังสือถอนหมั้นฉบับนั้น เห็นได้ชัดว่าในใจนางมิได้อยากถอนหมั้นกับพี่ชายรัชทายาทเลย และก็เพราะเหตุนี้ นางถึงได้...”เอ่ยไปพลาง นางก็ลูบใบหน้าตนเองด้วยท่าทางน่าเวทนาจับใจ กิริยาอาการนั้นราวกับกำลังบอกว่า หากมีการถอนหมั้นกันจริงๆ ซูสือจิ่นจะต้องยิ่งรังแกนางหนักกว่าเดิ

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 27

    ซูสือจิ่นถึงกับหลุดขำออกมาด้วยความโมโห คนพวกนี้สมองมีปัญหาไปหมดแล้วกระมัง?“หากมิใช่เพราะเข็มไม่กี่เล่มนั้นของข้า ป่านนี้เขาคงตายไปนานแล้ว พวกท่านลองย้อนดูตัวเองหน่อยดีหรือไม่ว่ากำลังพูดเรื่องบ้าอะไรอยู่?”ซูหลี่หรานเอ่ยด้วยความโกรธระคนผิดหวังที่อีกฝ่ายไม่ได้ดั่งใจ “วันๆ เจ้าอยู่แต่ในห้องหอ จะไปเข้าใจวิชาแพทย์ได้อย่างไรกัน? น้องหญิงสามนางเป็นถึงศิษย์ของหมอเทวดา เห็นได้ชัดว่าองค์รัชทายาทได้นางช่วยชีวิตเอาไว้ หากมิใช่เพราะโอสถของนาง ป่านนี้เจ้าจะหาทางลงอย่างไร รู้ตัวบ้างหรือไม่? ยังจะมีหน้ามาโวยวายอยู่อีก! เหตุใดเจ้าต้องคอยจะแย่งชิงความดีความชอบกับน้องหญิงสามให้ได้?”แววตาของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวัง “เดิมทีข้าไม่อยากบอกเรื่องนี้กับเจ้า เพราะกลัวว่าเจ้าจะอิจฉาริษยาน้องหญิงสาม เจ้าทราบบ้างหรือไม่ว่าน้องหญิงสามนางถึงกับเข้าตาท่านผู้เฒ่าหยางแห่งสำนักเชียนมิ่งแล้ว? วิชาแพทย์ของนางได้รับการยอมรับ ถึงขนาดที่คนของสำนักเชียนมิ่งอุตส่าห์มาเชิญน้องหญิงสามให้ไปช่วยชีวิตคนด้วยตนเอง เจ้ามีสิ่งใดไปเทียบกับน้องหญิงสามได้งั้นหรือ?”คำพูดพรั่งพรูยาวเหยียดของซูหลี่หรานทำเอาซูสือจิ่นโกรธจนหน้าเขียว “คนข

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 26

    นับตั้งแต่องค์รัชทายาททรงหมดสติไป ทุกคนในจวนอัครเสนาบดีต่างก็ตกอยู่ท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวายบางคนรีบร้อนวิ่งออกไปตามหมอหลวง บ้างก็ตื่นตระหนกลนลานฉุดลากตัวท่านหมอเข้ามาทุกคนล้วนมือไม้ปั่นป่วนวุ่นวาย และต่างก็รู้สึกตื่นตระหนกขวัญเสียมาจากก้นบึ้งของหัวใจ!อย่างไรเสีย ความปลอดภัยขององค์รัชทายาท ก็เกี่ยวพันถึงชีวิตของพวกเขาทุกคน...เนิ่นนานผ่านไปโดยไม่รู้ตัว รอบบาดแผลของฉู่มู่เฉินก็ถูกปักจนเต็มไปด้วยเข็มเงินแล้ว และก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะคิดไปเองหรือไม่ ซูหลี่หรานที่ยืนอยู่ด้านข้าง กลับรู้สึกว่าร่างขององค์รัชทายาทดูเหมือนจะไม่แข็งทื่อถึงเพียงนั้นแล้วกระทั่งบาดแผลที่เคยดำสนิท ก็คล้ายจะซีดจางลงไปไม่น้อย...ขณะนั้นเอง ซูลั่วเยว่ก็ถือกล่องใบเล็กวิ่งลนลานเข้ามา “พี่ใหญ่ ข้านำยาถอนพิษมาแล้วเจ้าค่ะ!”เมื่อซูหลี่หรานได้ยินเช่นนั้น ก็รีบถลาเข้าไปหาทันที “เจ้ารู้จักยาถอนพิษงั้นหรือ?”ซูลั่วเยว่พยักหน้าด้วยท่าทีเคร่งขรึมจริงจัง “ข้ามีโอสถเงินดารา เจ้าสิ่งนี้สามารถสลายพิษร้ายได้นับสิบชนิด แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่แน่ชัดว่าพี่ชายรัชทายาทต้องพิษใดกันแน่ แต่โอสถชนิดนี้กินเข้าไปแล้วถึงอย่างไรก็

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 25

    ซูสือจิ่นโกรธจนกำหมัดแน่น นางหันขวับกลับไปในทันที สาวเท้าตรงเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าของซูลั่วเยว่ สะบัดมือตบฉาดลงไปเต็มแรง!เสียง “เพียะ” ดังสนั่น ซูลั่วเยว่ถึงกับแข็งค้างไปทั้งตัวส่วนซูสือจิ่นสะบัดข้อมือเบาๆ “ในที่สุดก็รู้สึกสบายเนื้อสบายตัวขึ้นตั้งเยอะ”นางคิดอยากจะลงมือตั้งนานแล้ว!ทว่าเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น ข้างหูก็มีเสียงกรีดร้องแหลมสูงด้วยความตื่นตระหนกตกใจกลัวของซูลั่วเยว่ดังลอยมาทันที “กรี๊ด! พี่หญิง ท่านตบข้าได้อย่างไรกัน?”ซูสือจิ่นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เมื่อก่อนข้าไม่เคยทุบตีเจ้า แต่เจ้ากลับพูดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่าข้าตีเจ้า ตอนนี้ข้าลงมือตีเจ้าจริงๆ แล้ว เจ้าจะร้องตะโกนเสียงดังขนาดนี้ไปทำไมกัน?”หลังจากพูดจบแล้ว นางก็สะบัดมือตบลงไปอีกฉาด เสียง “เพียะ” ดังสนั่น ทำเอาทุกคนที่เฝ้ามองอยู่ถึงกับปากอ้าตาค้างด้วยความตกตะลึง!ซูลั่วเยว่ล้มกระแทกลงกับพื้นตรงนั้นทันที “พี่หญิง ท่านทำได้อย่างไรกัน...”“เจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นพี่หญิง ในเมื่อยามนี้ท่านพ่อไม่อยู่ พี่สาวสั่งสอนตักเตือนน้องสาวสักหน่อยแล้วมันทำไมหรือ? เวลาที่พี่ใหญ่สั่งสอนข้า พวกเจ้าทุกคนล้วนแต่รู้สึกว่ามันสม

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 8

    ซูสือจิ่นพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า “แม้ข้าจะรู้ไม่มาก แต่ก็รู้ดีว่าแขนของเด็กคนนี้ไม่จำเป็นต้องตัดทิ้งเลยแม้แต่น้อย การตัดแขนเด็กเป็นเพียงหนทางขับพิษที่ง่ายที่สุด ทว่าการรักษาแขนของเด็กเอาไว้ต่างหาก ถึงจะเป็นหนทางที่มีเมตตาธรรมที่สุด”ขณะพูด นางก็ทรุดตัวลงนั่งยองๆ ข้างกายเด็กน้อยคนนั้น จากนั้นก็ถอน

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 11

    ท่านหมอหลิวสีหน้าแข็งค้างไปทันที แทบจะโมโหจนกระอักเลือดออกมาแล้วทว่าอย่างไรเสียเขาก็เป็นหมอ เมื่อเห็นสตรีที่อยู่ข้างกายซึ่งร้องไห้แทบขาดใจ เขาก็ย่อตัวลงต่อหน้าเด็กอีกครั้ง...ในระหว่างที่เขาตรวจอาการให้เด็กอย่างละเอียดละออ บริเวณรอบข้างก็อื้ออึงเซ็งแซ่อยู่เนิ่นนานแล้ว“คราวนี้มีเรื่องสนุกให้ดูชม

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 10

    สิ้นเสียงของท่านหมอผู้นั้น รอบข้างก็มีเสียงด่าทอด้วยความโกรธเกรี้ยวลอยตามมาทันที“ท่านหมอหลิว ท่านกำลังพูดจาเลอะเทอะอันใดกัน? จะปล่อยให้เดินจากไปดื้อๆ แบบนี้ได้อย่างไรกัน?”ทันทีที่มีคนเป็นแกนนำ ฝูงชนรอบข้างก็เกิดความโกลาหลขึ้นมาในพริบตา“ถูกแล้ว ต่อให้เป็นคุณหนูใหญ่ผู้สูงศักดิ์ ก็ไม่มีสิทธิ์มาทร

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 9

    “ใช่ๆ ถึงว่าเหตุใดข้าจึงคุ้นตานัก? จุ๊ๆ คุณหนูในห้องหอผู้หนึ่ง ถึงขั้นวิ่งโร่มาทำเรื่องเหลวไหลกลางถนนหลวง นี่คงย่ามใจว่าตนเองฐานันดรสูงส่ง ชาวบ้านธรรมดาสามัญทำอันใดนางมิได้ล่ะสิ?”“ได้ยินมานานแล้วว่าคุณหนูรองแห่งจวนอัครเสนาบดีผู้นั้นอ้วนพีราวกับสุกร จิตใจเหี้ยมโหดอำมหิต วันนี้ได้พบเจอเป็นเช่นนั้นจร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status