Share

บทที่ 5

Author: คุณหนูซินอวี้
“เป็นเรื่องของคุณหนูรองจวนอัครเสนาบดีกับองค์รัชทายาทขอรับ ต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้ คงต้องย้อนไปเมื่อสามปีก่อน”

ชิงม่อเอ่ยปากรายงาน ครั้นเห็นว่าฉู่จวินเช่อมิได้เอ่ยขัดเขา จึงกล่าวต่อไปว่า “ปีนั้นองค์รัชทายาทขาได้รับบาดเจ็บ คุณหนูสามที่มีกำหนดต้องหมั้นหมายกับเขากลับหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย เพื่อปฏิบัติตามคำมั่นสัญญา จวนอัครเสนาบดีจึงได้ยกคุณหนูรองที่เป็นบุตรสาวสายตรงเช่นกันให้หมั้นหมายกับเขา หลังจากทั้งสองคนหมั้นหมายกัน คุณหนูรองผู้นั้นก็นับว่าได้อยู่เคียงข้างองค์รัชทายาทผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดมาได้ จนกระทั่ง...”

“จนกระทั่งขาทั้งสองข้างขององค์รัชทายาทหายดีเป็นปกติ คุณหนูสามซูลั่วเยว่ที่หายตัวไปผู้นั้น ก็ปรากฏตัวขึ้นมาอีกครั้ง...”

ฉู่จวินเช่อแค่นเสียงเย็นชา “หลงมัวเมาในเกียรติยศจอมปลอม”

“ขอรับ มีข่าวลือไม่น้อยจริงๆ ว่านางฝักใฝ่ลาภยศสรรเสริญ ทว่านางกลับอ้างว่าช่วงสองสามปีที่หายตัวไปนั้น ล้วนแต่เดินทางไปเสาะหาหมอมารักษาองค์รัชทายาท ทั้งยังอ้างว่าตนเองได้กราบหมอเทวดาผู้เร้นกายเป็นอาจารย์นานแล้ว ยามนี้กลับมาพร้อมวิชาแพทย์ติดตัวอยู่บ้างจริงๆ ด้วยเหตุนี้ องค์รัชทายาทจึงซาบซึ้งใจยิ่งนัก คนส่วนใหญ่ก็กล่าวเช่นกันว่า เรื่องของนางพอจะเห็นใจและอภัยให้ได้...”

“โง่เง่า”

เมื่อสัมผัสได้ถึงโทสะของฉู่จวินเช่อ ชิงม่อก็รีบก้มศีรษะลงทันที “โง่เง่าจริงๆ ขอรับ องค์รัชทายาทผู้นั้นไม่เพียงแต่จะหลงเชื่อคำพูดของซูลั่วเยว่ ทว่ายังปักใจเชื่อมาตลอดว่าเป็นซูสือจิ่นที่ทำนางพลัดหลงหายไป หลังจากซูลั่วเยว่กลับมา ไม่เพียงแต่จะตำหนิซูสือจิ่นไม่เว้นแต่ละวัน กระทั่งยังคิดจะให้ซูลั่วเยว่ออกเรือนในวันเดียวกับที่อภิเษกสมรสกับนาง ทั้งยังให้ก้าวเข้าประตูใหญ่พร้อมกันอีกด้วย...”

เสียงของชิงม่อแผ่วลงเรื่อยๆ ในใจยิ่งทวีความหวาดกลัวเป็นล้นพ้น!

ไม่รู้ว่าเหตุใดท่านอ๋องถึงได้ใส่ใจเรื่องของซูสือจิ่นถึงเพียงนี้ หากจะบอกว่าซูสือจิ่นผู้นั้นสามารถถอนพิษกู่ให้ท่านอ๋องของพวกเขาได้ ต่อให้ต้องตายเขาก็มิกล้าที่จะเชื่อเด็ดขาด!

แต่เขาไม่มีความกล้าพอจะเอ่ยปากถามแม้แต่น้อย!

เทพสงครามอันดับหนึ่งแห่งแคว้นหนาน พระอนุชาองค์เล็กของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน อย่าว่าแต่จวนอัครเสนาบดีเลย ต่อให้เป็นเรื่องของจวนองค์รัชทายาท ก็ขึ้นอยู่กับวาจาเพียงประโยคเดียวของเขาเท่านั้น...

แล้วตนจะกล้าสอดรู้สอดเห็นให้มากความได้อย่างไรเล่า?

เขาได้แต่ก้มหน้าเงียบงันอยู่เช่นนั้น

เนิ่นนานผ่านไป จึงได้ยินฉู่จวินเช่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉยชาว่า “ยังไม่ทันแต่งพระชายาก็คิดจะชูชายารองข่มชายาเอกเสียแล้ว ดูหมือนว่า องค์รัชทายาทก็ไร้ซึ่งคุณธรรมความสามารถอันคู่ควรตำแหน่งเช่นกัน”

ชิงม่อรีบเออออรับคำทันที

“ขอรับ คุณหนูรองผู้นั้นรักลึกซึ้งผูกพันมั่นคงในคุณธรรมความถูกต้อง แต่กลับถูกกระทำเช่นนี้ ออกจะน่าเสียดายอยู่บ้าง...”

ที่น่าเสียดายยิ่งกว่าคือ สตรีผู้นั้นมีคู่หมั้นคู่หมายอยู่ก่อนแล้ว ทั้งยังเป็นสตรีเจ้าเนื้อที่มีรูปร่างหน้าตาธรรมดาๆ คนหนึ่ง

มิฉะนั้นแล้ว เขาก็คงพอจะคาดหวังได้บ้าง...

เพราะอย่างไรเสีย หลายปีที่ผ่านมา นี่เป็นครั้งแรกที่ตนได้เห็นท่านอ๋องให้ความสำคัญกับสตรีผู้หนึ่งถึงเพียงนี้

ขณะกำลังครุ่นคิด ฉู่จวินเช่อก็ยืนหยัดกายขึ้นมา

“พรุ่งนี้ ข้าต้องการพบนางที่หอเซียนเซียง”

“ขอรับ”

“…”

วันรุ่งขึ้น ซูสือจิ่นถูกปลุกให้ตื่นด้วยเสียงพูดคุย

“ตกจากที่สูงชันปานนั้น นางยังปลอดภัยไร้รอยขีดข่วน ช่างน่าเหลือเชื่อแท้ๆ”

“ช่วงนี้ลมและหิมะกำลังแรง ไม่แน่อาจเป็นเพราะหิมะที่ทับถมหนาเกินไป ถึงได้...”

“เกี่ยวอะไรกับหิมะเล่า? ไม่แน่ว่าพวกคนอ้วน อาจจะทนทานต่อการตกลงมากระแทกมากกว่าหน่อยกระมัง? คิกๆ ๆ”

“…”

คล้ายกับเป็นสาวใช้ไม่กี่คนที่จงใจเยาะหยัน ซูสือจิ่นที่ตื่นขึ้นมาแล้วย่อมได้ยินทุกถ้อยคำอย่างแจ่มชัด

ทว่านางกลับหาได้บันดาลโทสะ เพียงแต่ลุกจากเตียง ไปล้างหน้าบ้วนปากตามลำพัง จากนั้นก็เดินไปนั่งลงตรงหน้ากระจกทองเหลืองริมหน้าต่าง พินิจพิจารณาเงาสะท้อนของตนเองในกระจกด้วยสายตาเรียบเฉย

เครื่องหน้าหมดจดงดงาม ผิวพรรณขาวผุดผ่อง เส้นผมสีดำขลับยาวสยายถึงบั้นเอว...

ยามอวบอัดยังน่ามองถึงเพียงนี้ หากสามารถลดน้ำหนักลงสักยี่สิบสามสิบชั่ง โครงสร้างเดิมนี้ ย่อมต้องงดงามชวนตะลึงเป็นอย่างยิ่ง

นางตรวจชีพจรของตนเองอีกครั้ง พิษในร่างกายถูกขจัดออกหมดแล้ว จากนี้ไปร่างกายก็จะหยุดอ้วนขึ้น ขอเพียงกินอาหารที่เป็นประโยชน์ คาดว่าไม่ถึงสองเดือน ก็คงจะผอมลงจนกลับคืนสู่รูปลักษณ์ปกติได้

“คุณหนู ท่านตื่นหรือยังเจ้าคะ?”

เสียงของตงเอ๋อร์ดังมาจากนอกประตู

“เข้ามาเถอะ”

ซูสือจิ่นเอ่ยปากช้าๆ ทว่าสายตายังคงจับจ้องเงาสะท้อนของตนเองในกระจกไม่วางตา

จำได้ว่าตอนที่ร่างกายยังโตไม่เต็มที่ เครื่องหน้าของตนก็งดงามยิ่งนัก มิน่าเล่าซูลั่วเยว่ถึงได้ลงมือกับรูปลักษณ์ภายนอกของนาง...

หึ

เพิ่งมาถึงโลกใบนี้ก็ได้รับของขวัญชิ้นใหญ่ถึงเพียงนี้ ดูท่าตนเองคงต้องหาเวลา ตอบแทนน้ำใจให้สาสมเสียแล้ว

“คุณหนู วันนี้ท่านรู้สึกดีขึ้นบ้างหรือไม่เจ้าคะ?”

น้ำเสียงของตงเอ๋อร์แฝงความหวาดกลัวอยู่บ้าง “คุณชายใหญ่สั่งไว้ว่าหากท่านตื่นแล้ว ให้ไปพบเขาที่ห้องตำราเจ้าค่ะ...”

“ไม่ไป”

น้ำเสียงของซูสือจิ่นราบเรียบยิ่งนัก ก่อนจะเอ่ยต่อว่า “แล้วก็พวกที่อยู่หน้าประตูนั่นด้วย เจ้าไล่พวกนางออกไปเสีย ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ที่นี่ต้องการให้เจ้าปรนนิบัติเพียงคนเดียวก็พอ”

ตงเอ๋อร์ชะงักไปครู่หนึ่ง ขณะกำลังคิดจะอ้าปากพูด นอกประตูก็มีน้ำเสียงแฝงแววประสงค์ร้ายดังแทรกเข้ามา

“เจ้าช่างเอาแต่ใจตัวเองมากขึ้นทุกทีจริงๆ นอนกินบ้านกินเมืองจนตะวันโด่งถึงเพิ่งตื่น ฟื้นขึ้นมาสิ่งแรกที่คิดจะทำก็คือขับไล่บ่าวไพร่ในเรือน พวกนางปรนนิบัติรับใช้อย่างเจียมเนื้อเจียมตัวและเอาใจใส่เยี่ยงนี้ แล้วไปทำสิ่งใดให้เจ้าไม่พอใจอีกเล่า?”

แพขนตาของซูสือจิ่นสั่นไหวคราหนึ่ง เมื่อหันไปมองก็เห็นชายหนุ่มผู้มีท่วงท่าสง่างามผู้หนึ่งยืนอยู่ที่หน้าประตูแล้ว “เมื่อวานก่อเรื่องงามหน้าใหญ่โตถึงเพียงนั้น ปฏิเสธไม่ยอมรับทัณฑ์ลงโทษก็ช่างเถอะ วันนี้ยังปฏิเสธไม่ยอมมาพบข้าอีก ในสายตาของเจ้ายังเห็นข้าเป็นพี่ใหญ่อยู่หรือไม่?”

เป็นชายหนุ่มที่รูปงามหมดจดผู้หนึ่งจริงๆ ทว่าซูสือจิ่นเพียงแค่ปรายตามองแวบหนึ่งก็ละสายตากลับมาแล้ว

“ไม่เห็น”

ซูหลี่หรานสีหน้าแข็งค้างไปวูบหนึ่ง ไม่ได้คาดคิดเลยสักนิดว่านางจะมีปฏิกิริยาตอบกลับเช่นนี้ “เจ้า...”

“ในสายตาของท่านไม่เคยมีข้าคนนี้เป็นน้องสาวอยู่แล้ว เหตุใดข้ายังต้องนับถือท่านเป็นพี่ใหญ่อีกเล่า?”

ซูสือจิ่นไม่เกรงใจเลยแม้แต่น้อย

แววตาของซูหลี่หรานไหวระริกด้วยความประหลาดใจ เหตุใดจึงรู้สึกว่านางในวันนี้ดูแปลกไปราวกับเป็นคนละคน?

เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาจึงขมวดคิ้วมุ่น “ได้ยินมาว่าเมื่อวานเจ้าลงมือทุบตีแม่บ้านหลิน?”

“ถูกต้อง”

“เจ้ายังกล้ายอมรับออกมาอีกหรือ! นางเห็นพวกเราพี่น้องเติบโตมาตั้งแต่เด็ก ต่อให้เป็นบ่าวรับใช้ แต่ถึงอย่างนั้นก็...”

“นางบังอาจลงมือกับคนของข้า เหตุใดข้าจะตีนางไม่ได้?”

ซูหลี่หรานพูดอย่างฉุนเฉียว “เหตุใดเจ้าจึงกลายเป็นคนไม่มีเหตุผลถึงเพียงนี้...”

“ข้าไม่มีเหตุผลอย่างนั้นหรือ?”

ซูสือจิ่นแค่นหัวเราะคราหนึ่ง ในที่สุดก็ยอมหันมาสบตาเขาอย่างจริงจัง “เอาตามตรงนะ! เดิมทีข้าไม่อยากจะเห็นหน้าท่านด้วยซ้ำ แต่ในเมื่อท่านมาถึงนี่แล้ว ข้าก็จะพูดให้ชัดเจนไปเลย ประการแรก เมื่อวานข้าคิดสั้นกระโดดหน้าผาจริงๆ ทั้งยังบาดเจ็บสาหัส ที่องค์รัชทายาทบอกว่าข้ามิได้กระโดดลงไปนั้นเป็นเรื่องหลอกลวงพวกท่านทั้งเพ”

“ประการที่สอง ต่อให้ข้ามิได้กระโดดลงไป ข้าก็ไม่มีวันไปคุกเข่าที่ศาลบรรพชนเด็ดขาด ข้าหาได้ทำสิ่งใดผิดไม่ เหตุใดต้องรับโทษเล่า?”

“ประการที่สาม ขนาดสาวใช้ในจวนยังรู้ว่าเรื่องไหนจริงเรื่องไหนเท็จ พี่ใหญ่จะไม่รู้เรื่องจริงๆ หรือ? เกรงว่าคงแกล้งทำเป็นหูหนวกตาบอดเสียมากกว่า!”

“ประการที่สี่ เมื่อก่อนข้าโง่เขลาเบาปัญญาเหลือเกิน ที่ดึงดันจะเอาการยอมรับและความเอาใจใส่ห่วงใยจากท่านกับท่านพ่อให้ได้ นั่นเป็นความผิดมหันต์ของข้าเอง ยามนี้ข้าตระหนักดีแล้วว่าซูลั่วเยว่ถึงจะเป็นแก้วตาดวงใจของพวกท่าน ดังนั้นข้าหวังว่านับจากนี้ไป ท่านอยู่เรือนป่าเฟิงของท่าน ข้าอยู่เรือนกุหลาบของข้า จากนี้ต่างคนต่างอยู่ ไม่ก้าวก่ายกัน ผู้ใดก็อย่าได้เสนอหน้าไปสร้างความรำคาญใจให้ใครก่อน”

หลังจากเอ่ยรวดเดียวจบ ซูสือจิ่นก็ลุกขึ้นยืน พลันสาวเท้าเดินเข้าไปหาซูหลี่หรานทีละก้าว

“สุดท้าย สาวใช้ตัวเล็กๆ ไม่กี่คนหน้าประตูนั่น หากพี่ใหญ่รู้สึกเวทนาสงสารนัก ก็นำไปไว้ที่เรือนของท่านให้หมดเสียเลยสิ! พูดมาถึงขั้นนี้แล้ว พี่ใหญ่ เชิญกลับไปเสียเถิด!”

พูดจบ นางก็ชี้นิ้วไปที่นอกประตู แววตาฉายชัดถึงความแข็งกร้าวและนึกรังเกียจอย่างปิดไม่มิด!

เมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันทรงพลังที่แผ่ออกมาจากตัวนาง ซูหลี่หรานก็ตระหนกตกใจเกินกว่าจะสรรหาคำพูดมาอธิบายได้

ผู้ที่อยู่ตรงหน้านี้ ยังใช่น้องหญิงรองผู้แสนอ่อนแอเสมอมาของเขาจริงๆ หรือ?

“จะ เจ้าบังอาจพูดจาสามหาวไร้ยางอายถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?”

แววตาของซูสือจิ่นทอประกายเจิดจ้า “เช่นนั้นขอเรียนถามพี่ใหญ่ ในสายตาของพี่ใหญ่แล้ว ข้าควรทำอย่างไร พวกท่านทุกคนถึงจะพึงพอใจกันเล่า?”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 30

    ซูสือจิ่นยิ่งฟังก็ยิ่งหงุดหงิดใจดูท่าไม่เพียงแต่เจ้าของร่างเดิมจะมีนิสัยอ่อนแอขลาดเขลา แม้กระทั่งสาวใช้ของนางก็ยังขี้ขลาดตาขาวและกลัวความเดือดร้อนเช่นนี้เหมือนกัน...ทั้งที่คนที่ต้องทนรับความอัปยศอดสูคือตัวนาง ทว่าผลลัพธ์คือเอ่ยปากคำไหนก็เอาแต่เกลี้ยกล่อมให้นางยอมอดทน นี่มันจะยอมคนง่ายเกินไปหรือไม่?“คำพูดประเภทนี้วันหน้าอย่าได้เอ่ยออกมาอีก” ซูสือจิ่นรู้สึกระอาใจอยู่บ้างตงเอ๋อร์ทอดถอนหายใจออกมาเบาๆ “บ่าวเข้าใจความหมายของคุณหนูเจ้าค่ะ เรื่องที่องค์รัชทายาททรงให้ท่านแต่งเข้าจวนพร้อมกับคุณหนูสามนั้น สำหรับท่านแล้ว ถือเป็นการเหยียดหยามอย่างรุนแรงจริงๆ การที่ท่านจะรู้สึกเจ็บปวดทุกข์ทรมานใจมันก็เป็นเรื่องธรรมดา ทว่าเรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว ขนาดท่านถึงขั้นกระโดดหน้าผาก็ยังไม่อาจเปลี่ยนพระทัยขององค์รัชทายาทได้ แล้วยังจะทำสิ่งใดได้อีกเล่า...”ซูสือจิ่นเหลือบตาค้อนใส่นางอย่างระอาใจ เจ้าของร่างเดิมต้องยอมอ่อนข้อให้นางมากมายขนาดไหนกันแน่?เหตุใดคำพูดคำจาของนางถึงได้เยอะแยะมากมายขนาดนี้?เมื่อคิดถึงตงเอ๋อร์ ในสมองก็ผุดภาพเหตุการณ์ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับนางตลอดเวลาตั้งแต่เช้าจรดเย็นขึ้นม

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 29

    ซ้ำร้ายยังจะรุนแรงยิ่งกว่าแต่ก่อนเสียอีกตัวเขาในอดีตแม้ขาทั้งสองข้างจะพิการ ทว่ากลับยังคงหลงเหลือความรู้สึกอยู่ ก็ยังสามารถรักษาเยียวยาได้หากว่าต้องกลับมาพิการอีกครั้ง ย่อมสิ้นหวังจนยากจะเยียวยารักษาอย่างแน่นอน...เพียงแค่คิดถึงเรื่องนี้ ซูสือจิ่นก็ไม่รู้สึกโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อยในเมื่อองค์รัชทายาทสารเลวนั่นรักซูลั่วเยว่มากขนาดนั้น ก็ปล่อยให้พวกเขารีบลงเอยกันไปเสียเถอะทว่าไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ แล้ว พวกเขายังจะสามารถพร่ำคำสาบานรักกันต่อไปได้อีกหรือไม่...“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู...”น้ำเสียงที่ดังขึ้นข้างหูช่วยดึงสติของนางให้กลับคืนมา พอหันหน้าไปมองก็เห็นตงเอ๋อร์ที่ใบหน้าเล็กๆ ขึ้นสีแดงก่ำ“เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”เห็นเพียงตงเอ๋อร์ที่มีสีหน้าท่าทางร้อนรน “พอได้ยินว่าคุณหนูกลับมา บ่าวก็รีบมาหาคุณหนูทันทีเจ้าค่ะ เพียงแต่เมื่อครู่สถานการณ์ชุลมุนวุ่นวาย บ่าวจึงไม่กล้าเสนอหน้าเข้าไป ทำได้เพียงเดินตามหลังคุณหนูมาตลอด คุณหนูอย่าเดินเร็วเพียงนั้นสิเจ้าคะ บ่าวเกือบจะตามไม่ทันแล้ว...”ซูสือจิ่นผ่อนฝีเท้าให้ช้าลง “เจ้าไม่พักผ่อนอยู่ในเรือนให้ดีๆ ออกมาตามหาข้าทำไมกั

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 28

    ซูหลี่หรานก็กำหมัดแน่นด้วยความโกรธจัดเช่นกัน “นับวันนางยิ่งทำเกินกว่าเหตุจริงๆ! ขนาดอยู่ต่อหน้าต่อตาพวกเรายังกล้าลงมือกับเจ้า วันหน้าเจ้าอย่าได้ไปสนิทชิดเชื้อกับนางอีกเลย อยู่ให้ห่างจากนางมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ย่อมดีที่สุด”ซูลั่วเยว่สะอื้นไห้จนชวนให้ผู้คนเวทนาจับใจ “พี่ชายรัชทายาท ข้าอยากจะทราบว่า พวกท่านได้ถอนหมั้นกันไปจริงๆ แล้วหรือเพคะ?”ฉู่มู่เฉินโกรธจนหน้ามืดตามัว “ย่อมเป็นเช่นนั้น! หนังสือถอนหมั้นฉบับนั้นนางเป็นคนลงแรงเขียนด้วยน้ำมือตนเอง ในเมื่อนางสามหาวไร้ขื่อแปถึงเพียงนี้ ข้าย่อมต้องเติมเต็มความปรารถนาของนางอยู่แล้ว!”ในดวงตาของซูลั่วเยว่ฉายแววคิดคำนวณพาดผ่านวูบหนึ่ง ทว่าปากกลับเอ่ยว่า “พี่ชายรัชทายาทจะสามารถถอนรับสั่งคืนได้หรือไม่เพคะ? ยามนี้ที่นางมีนิสัยแปรเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ก็เพราะพี่ชายรัชทายาทลงนามในหนังสือถอนหมั้นฉบับนั้น เห็นได้ชัดว่าในใจนางมิได้อยากถอนหมั้นกับพี่ชายรัชทายาทเลย และก็เพราะเหตุนี้ นางถึงได้...”เอ่ยไปพลาง นางก็ลูบใบหน้าตนเองด้วยท่าทางน่าเวทนาจับใจ กิริยาอาการนั้นราวกับกำลังบอกว่า หากมีการถอนหมั้นกันจริงๆ ซูสือจิ่นจะต้องยิ่งรังแกนางหนักกว่าเดิ

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 27

    ซูสือจิ่นถึงกับหลุดขำออกมาด้วยความโมโห คนพวกนี้สมองมีปัญหาไปหมดแล้วกระมัง?“หากมิใช่เพราะเข็มไม่กี่เล่มนั้นของข้า ป่านนี้เขาคงตายไปนานแล้ว พวกท่านลองย้อนดูตัวเองหน่อยดีหรือไม่ว่ากำลังพูดเรื่องบ้าอะไรอยู่?”ซูหลี่หรานเอ่ยด้วยความโกรธระคนผิดหวังที่อีกฝ่ายไม่ได้ดั่งใจ “วันๆ เจ้าอยู่แต่ในห้องหอ จะไปเข้าใจวิชาแพทย์ได้อย่างไรกัน? น้องหญิงสามนางเป็นถึงศิษย์ของหมอเทวดา เห็นได้ชัดว่าองค์รัชทายาทได้นางช่วยชีวิตเอาไว้ หากมิใช่เพราะโอสถของนาง ป่านนี้เจ้าจะหาทางลงอย่างไร รู้ตัวบ้างหรือไม่? ยังจะมีหน้ามาโวยวายอยู่อีก! เหตุใดเจ้าต้องคอยจะแย่งชิงความดีความชอบกับน้องหญิงสามให้ได้?”แววตาของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวัง “เดิมทีข้าไม่อยากบอกเรื่องนี้กับเจ้า เพราะกลัวว่าเจ้าจะอิจฉาริษยาน้องหญิงสาม เจ้าทราบบ้างหรือไม่ว่าน้องหญิงสามนางถึงกับเข้าตาท่านผู้เฒ่าหยางแห่งสำนักเชียนมิ่งแล้ว? วิชาแพทย์ของนางได้รับการยอมรับ ถึงขนาดที่คนของสำนักเชียนมิ่งอุตส่าห์มาเชิญน้องหญิงสามให้ไปช่วยชีวิตคนด้วยตนเอง เจ้ามีสิ่งใดไปเทียบกับน้องหญิงสามได้งั้นหรือ?”คำพูดพรั่งพรูยาวเหยียดของซูหลี่หรานทำเอาซูสือจิ่นโกรธจนหน้าเขียว “คนข

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 26

    นับตั้งแต่องค์รัชทายาททรงหมดสติไป ทุกคนในจวนอัครเสนาบดีต่างก็ตกอยู่ท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวายบางคนรีบร้อนวิ่งออกไปตามหมอหลวง บ้างก็ตื่นตระหนกลนลานฉุดลากตัวท่านหมอเข้ามาทุกคนล้วนมือไม้ปั่นป่วนวุ่นวาย และต่างก็รู้สึกตื่นตระหนกขวัญเสียมาจากก้นบึ้งของหัวใจ!อย่างไรเสีย ความปลอดภัยขององค์รัชทายาท ก็เกี่ยวพันถึงชีวิตของพวกเขาทุกคน...เนิ่นนานผ่านไปโดยไม่รู้ตัว รอบบาดแผลของฉู่มู่เฉินก็ถูกปักจนเต็มไปด้วยเข็มเงินแล้ว และก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะคิดไปเองหรือไม่ ซูหลี่หรานที่ยืนอยู่ด้านข้าง กลับรู้สึกว่าร่างขององค์รัชทายาทดูเหมือนจะไม่แข็งทื่อถึงเพียงนั้นแล้วกระทั่งบาดแผลที่เคยดำสนิท ก็คล้ายจะซีดจางลงไปไม่น้อย...ขณะนั้นเอง ซูลั่วเยว่ก็ถือกล่องใบเล็กวิ่งลนลานเข้ามา “พี่ใหญ่ ข้านำยาถอนพิษมาแล้วเจ้าค่ะ!”เมื่อซูหลี่หรานได้ยินเช่นนั้น ก็รีบถลาเข้าไปหาทันที “เจ้ารู้จักยาถอนพิษงั้นหรือ?”ซูลั่วเยว่พยักหน้าด้วยท่าทีเคร่งขรึมจริงจัง “ข้ามีโอสถเงินดารา เจ้าสิ่งนี้สามารถสลายพิษร้ายได้นับสิบชนิด แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่แน่ชัดว่าพี่ชายรัชทายาทต้องพิษใดกันแน่ แต่โอสถชนิดนี้กินเข้าไปแล้วถึงอย่างไรก็

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 25

    ซูสือจิ่นโกรธจนกำหมัดแน่น นางหันขวับกลับไปในทันที สาวเท้าตรงเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าของซูลั่วเยว่ สะบัดมือตบฉาดลงไปเต็มแรง!เสียง “เพียะ” ดังสนั่น ซูลั่วเยว่ถึงกับแข็งค้างไปทั้งตัวส่วนซูสือจิ่นสะบัดข้อมือเบาๆ “ในที่สุดก็รู้สึกสบายเนื้อสบายตัวขึ้นตั้งเยอะ”นางคิดอยากจะลงมือตั้งนานแล้ว!ทว่าเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น ข้างหูก็มีเสียงกรีดร้องแหลมสูงด้วยความตื่นตระหนกตกใจกลัวของซูลั่วเยว่ดังลอยมาทันที “กรี๊ด! พี่หญิง ท่านตบข้าได้อย่างไรกัน?”ซูสือจิ่นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เมื่อก่อนข้าไม่เคยทุบตีเจ้า แต่เจ้ากลับพูดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่าข้าตีเจ้า ตอนนี้ข้าลงมือตีเจ้าจริงๆ แล้ว เจ้าจะร้องตะโกนเสียงดังขนาดนี้ไปทำไมกัน?”หลังจากพูดจบแล้ว นางก็สะบัดมือตบลงไปอีกฉาด เสียง “เพียะ” ดังสนั่น ทำเอาทุกคนที่เฝ้ามองอยู่ถึงกับปากอ้าตาค้างด้วยความตกตะลึง!ซูลั่วเยว่ล้มกระแทกลงกับพื้นตรงนั้นทันที “พี่หญิง ท่านทำได้อย่างไรกัน...”“เจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นพี่หญิง ในเมื่อยามนี้ท่านพ่อไม่อยู่ พี่สาวสั่งสอนตักเตือนน้องสาวสักหน่อยแล้วมันทำไมหรือ? เวลาที่พี่ใหญ่สั่งสอนข้า พวกเจ้าทุกคนล้วนแต่รู้สึกว่ามันสม

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 10

    สิ้นเสียงของท่านหมอผู้นั้น รอบข้างก็มีเสียงด่าทอด้วยความโกรธเกรี้ยวลอยตามมาทันที“ท่านหมอหลิว ท่านกำลังพูดจาเลอะเทอะอันใดกัน? จะปล่อยให้เดินจากไปดื้อๆ แบบนี้ได้อย่างไรกัน?”ทันทีที่มีคนเป็นแกนนำ ฝูงชนรอบข้างก็เกิดความโกลาหลขึ้นมาในพริบตา“ถูกแล้ว ต่อให้เป็นคุณหนูใหญ่ผู้สูงศักดิ์ ก็ไม่มีสิทธิ์มาทร

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 12

    “ท่านเองก็รู้ว่าพวกเขาพูดจาร้ายกาจหยาบคาย แต่กลับยังจะมาโน้มน้าวมิให้ข้าเก็บไปใส่ใจ แล้วข้าจะไปกล้าเก็บมาใส่ใจได้อย่างไรกันเล่า?”ซูสือจิ่นกวาดสายตามองดูฝูงชน ยามที่สายตาจับจ้องไปถึง คนส่วนใหญ่ต่างก็พากันก้มศีรษะลงต่ำด้วยความรู้สึกละอายใจ...เมื่อเห็นเป็นเช่นนี้ นางก็ไม่ได้เอ่ยปากพูดจาสิ่งใดให้มาก

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 11

    ท่านหมอหลิวสีหน้าแข็งค้างไปทันที แทบจะโมโหจนกระอักเลือดออกมาแล้วทว่าอย่างไรเสียเขาก็เป็นหมอ เมื่อเห็นสตรีที่อยู่ข้างกายซึ่งร้องไห้แทบขาดใจ เขาก็ย่อตัวลงต่อหน้าเด็กอีกครั้ง...ในระหว่างที่เขาตรวจอาการให้เด็กอย่างละเอียดละออ บริเวณรอบข้างก็อื้ออึงเซ็งแซ่อยู่เนิ่นนานแล้ว“คราวนี้มีเรื่องสนุกให้ดูชม

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 9

    “ใช่ๆ ถึงว่าเหตุใดข้าจึงคุ้นตานัก? จุ๊ๆ คุณหนูในห้องหอผู้หนึ่ง ถึงขั้นวิ่งโร่มาทำเรื่องเหลวไหลกลางถนนหลวง นี่คงย่ามใจว่าตนเองฐานันดรสูงส่ง ชาวบ้านธรรมดาสามัญทำอันใดนางมิได้ล่ะสิ?”“ได้ยินมานานแล้วว่าคุณหนูรองแห่งจวนอัครเสนาบดีผู้นั้นอ้วนพีราวกับสุกร จิตใจเหี้ยมโหดอำมหิต วันนี้ได้พบเจอเป็นเช่นนั้นจร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status