LOGINปิดทองหลังพระมาตลอดชีวิต หวังเพียงจะได้แต่งงานกับชายคนรัก แต่เขากลับสังหารเธอด้วยมือของเขาเองและคว้าเอาเพื่อนสนิทมาเย้ยหยันในช่วงเวลาสุดท้าย ชีวิตใหม่ เธอจะไม่ยอมเฉิ่มเชย และจะช่วงชิงเอาทุกโอกาสมา!!
View Moreเข็มนาฬิกาบนผนังห้องทำงานก้าวเดินไปอย่างเชื่องช้า บรรยากาศภายในสถานีโทรทัศน์มังกรทองยามดึกสงัดเงียบเชียบจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่พ่นความเย็นเยียบออกมา โม่หย่าถิงในวัยยี่สิบแปดปีนั่งทอดอาลัยอยู่หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ แผ่นหลังของเธอโค้งงอด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมาอย่างยาวนาน กองเอกสารสัญญา แฟ้มสรุปงบประมาณ และแผนงานรายการโทรทัศน์วางกองพะเนินเทินทึกราวกับภูเขาขนาดย่อมที่จ้องมองมาเพื่อสูบเอาพลังชีวิตของเธอไปจนหมดสิ้น หญิงสาวยกมือขึ้นนวดขมับที่เต้นตุบด้วยความปวดร้าว ดวงตาที่เคยสุกใสในวัยเยาว์บัดนี้หมองคล้ำและเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยจากการอดหลับอดนอนติดต่อกันหลายสัปดาห์ สิบปีเต็มที่เธอทุ่มเทหยาดเหงื่อและสติปัญญา หยาดน้ำตาและแรงกายแรงใจทั้งหมด เพื่อสร้างความสำเร็จให้กับบริษัทแห่งนี้ จากสถานีโทรทัศน์เล็กๆ ที่ไม่มีใครรู้จัก เธอใช้ความสามารถในการวิเคราะห์การตลาดและการวางแผนกลยุทธ์ที่เฉียบแหลม ผลักดันจนมังกรทองผงาดขึ้นมาเป็นสถานีโทรทัศน์อันดับต้นๆ ของประเทศ เธอละทิ้งชีวิตวัยรุ่น ละทิ้งความสุขส่วนตัว และยอมทำงานอยู่เบื้องหลังอย่างเงียบเชียบ เพียงเพราะคำสัญญาและรอยยิ้มแสนหวานของผู้ชายที่ชื่อถงฮั่นสยง ชายผู้เป็นทายาทของสถานีโทรทัศน์แห่งนี้ ชายที่เธอรักสุดหัวใจและหวังจะฝากฝังชีวิตที่เหลือไว้ในอ้อมกอดของเขา โม่หย่าถิงมองดูตัวเลขผลกำไรในไตรมาสล่าสุดด้วยความภาคภูมิใจ ความเหน็ดเหนื่อยแทบจะมลายหายไปเมื่อคิดว่าความสำเร็จนี้คือรากฐานที่มั่นคงสำหรับครอบครัวที่เธอกำลังจะสร้างร่วมกับเขาในอนาคตอันใกล้
เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะดังขึ้นทำลายความเงียบ โม่หย่าถิงสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบอุปกรณ์สื่อสารเครื่องนั้นขึ้นมา หน้าจอปรากฏข้อความสั้นๆ จากถงฮั่นสยงระบุสถานที่นัดหมายซึ่งเป็นห้องอาหารฝรั่งเศสสุดหรูแบบเป็นส่วนตัวใจกลางเมืองหลวง พร้อมกับข้อความอวยพรวันเกิดอายุครบยี่สิบแปดปีของเธอ หัวใจที่เคยแห้งผากและอ่อนล้ากลับมาเต้นระรัวและพองโตด้วยความหวัง หญิงสาวรีบเก็บเอกสารบนโต๊ะให้เข้าที่ รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนใบหน้าที่ซีดเซียว เธอเดินไปที่กระจกเงาบานใหญ่ในห้องน้ำของสถานี มองดูภาพสะท้อนของหญิงสาววัยทำงานที่ไม่ได้แต่งหน้าทาปาก สวมเพียงชุดสูทสีเข้มที่ดูจืดชืดไร้ชีวิตชีวา โม่หย่าถิงล้วงกระเป๋าหยิบลิปสติกสีชมพูอ่อนที่แทบจะไม่เคยได้ใช้งานออกมาเติมสีสันลงบนริมฝีปาก พยายามจัดแต่งทรงผมที่ยุ่งเหยิงให้ดูเข้าทรงมากที่สุด ค่ำคืนนี้คือค่ำคืนที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเธอ เธอวาดฝันถึงบรรยากาศโรแมนติกใต้แสงเทียน เสียงดนตรีคลาสสิกที่บรรเลงแผ่วเบา และภาพของถงฮั่นสยงที่คุกเข่าลงตรงหน้าพร้อมกับแหวนเพชรเม็ดงามเพื่อขอเธอแต่งงาน ความคาดหวังเหล่านั้นทำให้ก้าวเดินของเธอเบาหวิวราวกับล่องลอยอยู่บนปุยเมฆ เธอรีบก้าวออกจากอาคารสถานีโทรทัศน์ เรียกรถโดยสารมุ่งหน้าสู่สถานที่นัดหมายด้วยความตื่นเต้นที่อัดแน่นอยู่เต็มอก โดยไม่รู้เลยว่าปลายทางที่รออยู่ไม่ใช่ดินแดนแห่งความฝัน แต่เป็นขุมนรกที่มืดมิดและหนาวเหน็บที่สุด
รถโดยสารจอดเทียบหน้าภัตตาคารหรู โม่หย่าถิงก้าวลงมาด้วยความประหม่า พนักงานต้อนรับในชุดสูทเรียบร้อยโค้งคำนับและนำทางเธอเดินผ่านโถงทางเดินที่ปูด้วยพรมสีแดงเนื้อหนา แสงไฟสีทองสลัวสร้างบรรยากาศที่หรูหราและเป็นส่วนตัว เสียงดนตรีแว่วมาตามทางเดินยิ่งทำให้หัวใจของเธอเต้นแรงจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เมื่อมาถึงหน้าประตูห้องอาหารส่วนตัวระดับวีไอพี พนักงานก็ถอยฉากออกไป ปล่อยให้เธอเป็นผู้ผลักบานประตูไม้สลักลายนั้นเข้าไปด้วยตนเอง โม่หย่าถิงสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าและผลักประตูเข้าไปช้าๆ ทว่าภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับเปรียบเสมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางกระหม่อมของเธออย่างจัง รอยยิ้มที่เตรียมไว้แข็งค้างอยู่บนใบหน้า ร่างกายของเธอชาวาบตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เบื้องหน้าของเธอคือโต๊ะอาหารที่จัดเตรียมไว้อย่างงดงาม แต่บุคคลที่อยู่ในห้องกลับไม่ได้มีเพียงถงฮั่นสยง ชายคนรักของเธอกำลังยืนตระกองกอดหญิงสาวเรือนร่างอรชรในชุดเดรสสีแดงสดแนบเนื้อ หญิงสาวคนนั้นคือฉินโหรวหลัน ดาราสาวดาวรุ่งอันดับหนึ่งของสถานี และที่สำคัญที่สุดคือเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวที่โม่หย่าถิงไว้ใจมาตลอด ริมฝีปากของคนทั้งสองเพิ่งจะผละออกจากกัน มือของถงฮั่นสยงยังคงโอบรัดเอวคอดกิ่วของฉินโหรวหลันไว้อย่างหวงแหน กลิ่นน้ำหอมราคาแพงที่คุ้นเคยลอยมาเตะจมูกตอกย้ำความจริงอันโหดร้าย โม่หย่าถิงเบิกตากว้าง สมองขาวโพลนไม่อาจประมวลผลภาพตรงหน้าได้ กระเป๋าสะพายในมือร่วงหล่นลงกระทบพื้นพรมอย่างไร้เรี่ยวแรง ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาจุกที่ลำคอจนไม่อาจเปล่งเสียงใดออกมาได้
ถงฮั่นสยงหันมามองโม่หย่าถิงที่ยืนนิ่งค้างอยู่หน้าประตู แววตาของเขาไม่มีความตกใจ ไม่มีความรู้สึกผิด หรือแม้แต่ความละอายใจแม้แต่น้อย มันมีเพียงความเย็นชาและเย่อหยิ่งราวกับมองดูสิ่งของที่หมดประโยชน์แล้ว ชายหนุ่มกระชับอ้อมกอดรอบเอวของฉินโหรวหลันให้แน่นขึ้น ก่อนจะประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่กรีดลึกลงไปในวิญญาณของคนฟังว่าเขาและฉินโหรวหลันกำลังจะแต่งงานกันในเดือนหน้า โม่หย่าถิงรู้สึกราวกับพื้นดินใต้ฝ่าเท้ากำลังทรุดตัวลง เธอพยายามเค้นเสียงเพื่อถามหาเหตุผล ถามถึงความรักและคำสัญญาตลอดสิบปีที่ผ่านมา แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือเสียงหัวเราะกังวานใสที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันจากเพื่อนสนิท ฉินโหรวหลันเอนศีรษะซบลงบนไหล่กว้างของชายหนุ่ม ปรายตามองโม่หย่าถิงตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสมเพชและรังเกียจ
"เธอมันก็แค่ผู้หญิงโง่ที่พวกเราหลอกใช้ให้ทำงานให้ก็เท่านั้นแหละ"
ประโยคนั้นเปรียบเสมือนมีดแหลมคมนับพันเล่มที่พุ่งเข้าทิ่มแทงหัวใจของโม่หย่าถิงจนแหลกละเอียด ฉินโหรวหลันเหยียดยิ้มร้ายกาจ เปิดโปงความจริงอันเน่าเฟะว่าทุกความสำเร็จที่โม่หย่าถิงสร้างมา ทุกหยาดเหงื่อที่เธอเสียไป ล้วนเป็นเพียงการปูทางให้ถงฮั่นสยงได้ขึ้นเป็นประธานสถานีอย่างมั่นคง และเพื่อเป็นเงินทุนมหาศาลในการปั้นฉินโหรวหลันให้กลายเป็นดาวประดับวงการ ความรักที่เธอเชื่อมั่นมาตลอดสิบปีเป็นเพียงละครฉากใหญ่ที่พวกเขาสร้างขึ้นเพื่อหลอกใช้แรงงานจากหญิงสาวที่โง่งม โม่หย่าถิงกำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ เลือดสีสดซึมออกมาแต่เธอกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดทางกายเลยแม้แต่น้อย ความโง่เขลาของตนเองตอกหน้าเธออย่างจัง ความภักดีที่มอบให้คนทรยศกลายเป็นโซ่ตรวนที่รัดคอเธอจนหายใจไม่ออก
เมื่อความจริงอันน่ารังเกียจถูกเปิดเผย โม่หย่าถิงไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายหรือคุกเข่าอ้อนวอน แววตาที่เคยอ่อนโยนและยอมจำนนบัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความแข็งกร้าวและเย็นเยียบจนน่าขนลุก เธอสูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมสติปัญญาอันเฉียบแหลมที่เคยใช้บริหารธุรกิจมาเป็นเกราะกำบัง หญิงสาวก้าวเข้าไปข้างหน้าหนึ่งก้าว จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของถงฮั่นสยง เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคงและทรงพลังว่าเธอรู้ความลับทุกอย่างของสถานีมังกรทอง รู้ถึงบัญชีผีที่เขาสร้างขึ้นเพื่อยักยอกเงิน รู้ถึงการติดสินบนและการฉ้อโกงที่ซุกซ่อนอยู่ใต้พรม เธอข่มขู่ว่าหากเธอพินาศ พวกเขาก็ต้องพินาศและสูญเสียทุกอย่างไปพร้อมกับเธอ ถงฮั่นสยงชะงักไปชั่วครู่ แววตาที่เคยเย่อหยิ่งพลันเปลี่ยนเป็นความหวาดระแวงและตื่นตระหนก เขารู้ดีว่าผู้หญิงตรงหน้าฉลาดหลักแหลมเพียงใดและกุมหลักฐานสำคัญไว้มากแค่ไหน รังสีความอำมหิตปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา ชายหนุ่มตระหนักได้ในวินาทีนั้นว่าโม่หย่าถิงเป็นตัวอันตรายที่ปล่อยไว้ไม่ได้อีกต่อไป เขาพุ่งตัวเข้าไปหาเธอด้วยความรวดเร็ว สองมือหนาและแข็งแรงคว้าเข้าที่ลำคอบอบบางของหญิงสาวอย่างรุนแรง โม่หย่าถิงพยายามดิ้นรนต่อสู้ สองมือเล็กจิกข่วนลงบนท่อนแขนของชายที่เธอเคยรักสุดหัวใจ แต่พละกำลังของสตรีไม่อาจสู้แรงของบุรุษที่บ้าคลั่ง ถงฮั่นสยงเพิ่มแรงบีบที่ลำคอจนเส้นเลือดปูดโปน ดวงตาของเขาแดงก่ำและเต็มไปด้วยความเลือดเย็น ฉินโหรวหลันยืนมองภาพการฆาตกรรมตรงหน้าด้วยรอยยิ้มพึงพอใจโดยไม่มีทีท่าว่าจะห้ามปราม อากาศในปอดของโม่หย่าถิงค่อยๆ หมดลง ความเจ็บปวดแสนสาหัสลุกลามไปทั่วสรรพางค์กาย สติสัมปชัญญะเริ่มพร่าเลือน ทว่าในห้วงสุดท้ายของลมหายใจ ความแค้นที่สลักลึกถึงกระดูกดำกลับลุกโชนขึ้นราวกับเปลวเพลิงในนรก เธอจ้องมองใบหน้าของคนทรยศทั้งสองด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง สาบานในใจด้วยหยาดเลือดและวิญญาณ ว่าหากสวรรค์มีตา เธอจะกลับมาทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างและลากพวกมันทั้งสองลงสู่ขุมนรกที่ลึกที่สุด ร่างบอบบางของโม่หย่าถิงกระตุกเกร็งเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่แขนทั้งสองข้างจะตกลงแนบข้างลำตัว สิ้นลมหายใจลงอย่างโดดเดี่ยวและอนาถท่ามกลางความเลือดเย็นของคนที่เธอเคยรักและไว้ใจที่สุดในชีวิต
ภายในห้องส่งหลักของสถานีเครือข่ายซิงเฉินที่ถูกเนรมิตขึ้นด้วยเทคโนโลยีล่าสุดของปี 1996 บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความสำเร็จที่กำลังจะมาถึง แสงไฟสปอตไลท์หลากสีสันนับร้อยดวงสาดส่องลงมาบนเวทีขนาดใหญ่ยักษ์ เกิดเป็นภาพที่งดงามตระการตาและชวนตะลึงงัน เสียงดนตรีบรรเลงนำเปิดงานดังกระหึ่มขึ้นอย่างทรงพลัง พร้อมกับสัญญาณไฟสีสันสดใสที่ค่อยๆ สว่างไสวขึ้นทีละดวง ราวกับแสงดาวที่กำลังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นจากความมืดมิด ท่ามกลางความตื่นเต้นที่พุ่งพล่านอยู่ในใจของทีมงานและผู้ชมในห้องส่ง พิธีกรหนุ่มสาวชื่อดังระดับประเทศก้าวเดินออกมายังกึ่งกลางเวทีด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและมืออาชีพ พวกเขาเริ่มกล่าวเปิดงานเปิดตัวรายการวาไรตี้โชว์ของซิงเฉินเอนเตอร์เทนเมนต์อย่างเป็นทางการ ด้วยน้ำเสียงที่กังวานแจ่มใส สะกดทุกสายตาให้หยุดนิ่งอยู่ ณ จุดเดียวการถ่ายทอดสดเริ่มต้นขึ้นอย่างไม่มีสะดุดแม้แต่วินาทีเดียว ทีมงานฝ่ายเทคนิคที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างเข้มงวดทำหน้าที่ของตนด้วยความแม่นยำดุจเครื่องจักร ภาพและเสียงอันคมชัดระดับพรีเมียมถูกส่งผ่านสัญญาณดาวเทียมออกไปยังบ้านเรือนทั่วประเทศอย่างไม่มีสัญญาณรบกวนใดๆ ผ
ท่ามกลางความมืดมิดที่ปกคลุมพื้นที่ด้านหลังอาคารจัดงานอันโอ่อ่าของสถานีเครือข่ายซิงเฉิน เสียงลมพัดผ่านช่องแคบระหว่างตึกดังหวีดหวิวสลับกับเสียงรถยนต์ที่วิ่งผ่านไปมาบนถนนใหญ่สายหลัก แสงไฟสลัวจากเสาไฟริมถนนที่อยู่ห่างออกไปช่วยเผยให้เห็นเงาร่างของกลุ่มชายฉกรรจ์ห้าหกคนในชุดเสื้อแจ็กเก็ตสีมอซอและกางเกงยีนส์ขาดรุ่งริ่ง กลุ่มวัยรุ่นและพวกอันธพาลรับจ้างเหล่านี้ต่างกำลังซุ่มตัวอยู่ในมุมอับสายตา บริเวณกองขยะข้างถังเหล็กขนาดใหญ่ พวกมันพยายามทำตัวให้กลมกลืนไปกับเงามืด ทว่าท่าทางที่กระวนกระวายใจสลับกับอาการชะเง้อมองดูความคึกคักภายในงานผ่านรอยแยกของกำแพง ทำให้เห็นได้ชัดว่าพวกมันไม่ใช่คนที่มีความอดทนหรือระเบียบวินัยนัก"เฮ้ย! ไอ้ก้อง มึงดูนาฬิกาดูซิว่ามันกี่โมงแล้ว" หัวหน้าแก๊งที่มีรอยแผลเป็นพาดผ่านคิ้วขวาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกระซิบที่แหบพร่า มันขยับกายไปมาด้วยความหงุดหงิด ใบหน้าของมันเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่ผุดพรายออกมาตามไรผม ความกดดันจากการรอคอยและความกลัวที่จะถูกจับได้กำลังกัดกินจิตใจของมันทีละน้อย มือสั่นเทาของมันหยิบไฟแช็กออกมาจุดบุหรี่สูบเพื่อพยายามสงบสติอารมณ์ ทว่าควันสีเทาที่พ่นออกมากลับ
แสงอาทิตย์ของเช้าวันใหม่ไม่ได้สาดส่องลงมาด้วยความอบอุ่นทว่ากลับทาบทาลงบนโครงสร้างตึกระฟ้าของบริษัทเฟยเทียนมีเดียด้วยความเย็นเยียบที่บาดลึกถึงกระดูก โจวฟาง ประธานบริหารผู้กำลังเต็มไปด้วยความกระหายในชัยชนะ ก้าวเท้าลงจากรถลีมูซีนคันยาวด้วยท่าทางที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจเกินร้อย เขาคาดหวังว่าเมื่อก้าวเข้าสู่ประตูตึกในเช้านี้ เขาจะได้รับรายงานข่าวการล่มสลายของซิงเฉินเอนเตอร์เทนเมนต์ และได้เห็นภาพโม่หย่าถิงในสภาพที่หมดสิ้นหนทางไปต่อ ใบหน้าของเขายังคงประดับด้วยรอยยิ้มเหี้ยมเกรียมที่ยังคงค้างคามาจากค่ำคืนที่แฝงไปด้วยแผนการชั่วร้าย เขาปรับเนกไทให้เข้าที่และเดินตรงไปยังลิฟต์ส่วนตัวด้วยความรู้สึกว่าวันนี้คือวันของเขา วันที่เขาจะกอบกู้ทุกอย่างกลับคืนมาและเหยียบย่ำผู้หญิงที่กล้าท้าทายอำนาจของเขาให้จมลงสู่ความอัปยศทว่า ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกสู่ชั้นบนสุดที่เป็นพื้นที่ห้องทำงานส่วนตัว ความผิดปรกติก็เข้าจู่โจมประสาทสัมผัสของเขาทันที บรรยากาศเงียบสงัดจนน่ากลัวไม่มีพนักงานเดินพลุกพล่าน ไม่มีเสียงโทรศัพท์ดังระงมเหมือนทุกวันที่ผ่านมา มีเพียงความว่างเปล่าที่หนักอึ้งกดทับลงมาในทุกย่างก้าว โจวฟางข
แสงอาทิตย์ของเช้าวันใหม่ยังไม่ทันที่จะลับขอบฟ้าไปสู่ยามสาย บรรยากาศภายในห้องโถงจัดเลี้ยงขนาดมหึมาของโรงแรมระดับห้าดาวใจกลางมหานครปักกิ่งก็ถูกเติมเต็มด้วยคลื่นความเคลื่อนไหวของผู้คนนับร้อยชีวิต แขกผู้มีเกียรติระดับแนวหน้าของประเทศ นักธุรกิจที่กุมอำนาจการเงินในหลายอุตสาหกรรม รวมถึงเหล่ากองทัพสื่อมวลชนชั้นนำของจีน ต่างพากันทยอยเดินทางเข้าสู่พื้นที่จัดงานเปิดตัวสถานีเครือข่ายและรายการวาไรตี้โชว์ฟอร์มยักษ์ของซิงเฉินเอนเตอร์เทนเมนต์อย่างไม่ขาดสาย แสงสีตระการตาที่สาดส่องลงมาจากโคมไฟระย้าแก้วเจียระไนบนเพดานสูง ส่องกระทบกับเครื่องเพชรราคาแพงและชุดราตรีที่สั่งตัดเย็บพิเศษของเหล่าเลดี้ในงาน เกิดเป็นภาพความหรูหราที่เตะตาจนน่าเวียนหัวกลิ่นอายของความคาดหวังที่เข้มข้นอบอวลไปทั่วบริเวณ เสียงสนทนาพาทีอันจอแจผสมกับเสียงดนตรีคลาสสิกที่บรรเลงแผ่วเบาเพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความรื่นรมย์ แขกเหรื่อหลายคนต่างหยิบจับแก้วแชมเปญขึ้นมาถือไว้ในมือ พลางชี้ชวนกันดูความสวยงามของการจัดแต่งสถานที่ที่เน้นธีมความทันสมัยและวิสัยทัศน์แห่งอนาคต สื่อมวลชนจำนวนมากกำลังวุ่นวายอยู่กับการติดตั้งอุปกรณ์บันทึกภาพและเสียง ช่า
แสงแดดยามสายสาดส่องลอดผ่านบานหน้าต่างกระจกที่เต็มไปด้วยคราบฝุ่นละอองและรอยขีดข่วนของกาลเวลา ลำแสงสีทองทอดตัวลงมากระทบกับพื้นไม้กระดานที่ถูกขัดจนขึ้นเงาด้วยน้ำมันก๊าด บรรยากาศภายในห้องเรียนชั้นมัธยมปลายปีสุดท้ายยังคงอบอวลไปด้วยความอึกทึกครึกโครมตามประสาวัยรุ่นที่กำลังมีพละกำลังล้นเหลือ ทว่าท่ามกลางเ
ป้ายอักษรสีแดงขนาดใหญ่ที่ถูกเขียนด้วยพู่กันจีนตัวบรรจงตระหง่านอยู่เหนือประตูรั้วเหล็กดัดที่เต็มไปด้วยคราบสนิมสีน้ำตาลเข้ม ข้อความบนป้ายกระตุ้นเตือนถึงการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า บรรยากาศหน้าโรงเรียนมัธยมปลายประจำเมืองในยามเช้าตรู่ของยุคเก้าศูนย์เต็มไปด้วยความมีชีวิต
แสงแดดอุ่นจางของยามเช้าตรู่สาดส่องลงมาอาบไล้ถนนดินลูกรังที่ทอดยาวเข้าสู่ตัวเมือง บรรยากาศสองข้างทางเต็มไปด้วยความคึกคักและจอแจตามวิถีชีวิตของชาวบ้านในยุคแห่งการพัฒนา เสียงกระดิ่งจากรถจักรยานนับร้อยคันดังกังวานประสานกันเป็นจังหวะแห่งชีวิต ผสมผสานกับเสียงตะโกนเรียกลูกค้าของพ่อค้าแม่ค้าหาบเร่ที่ตั้งแผ
แสงแดดสีทองอ่อนจางของยามเช้าตรู่เพิ่งจะสาดส่องทะลุผ่านม่านหมอกและฝุ่นควันของเมืองเข้ามาทางหน้าต่างไม้บานเก่า โม่หย่าถิงยังคงนั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะหนังสือ หลังจากที่เธอได้ขีดเขียนและวางแผนผังชีวิตใหม่บนหน้ากระดาษจนเสร็จสิ้น จิตใจที่เคยเดือดพล่านด้วยไฟแค้นค่อยๆ ตกตะกอนลงกลายเป็นความเยือกเย็นและหนักแน่น





