Masukอ่านนิยายอยู่ดี ๆ ดันตื่นมาในร่าง “ลูกสาวบุญธรรมของราชครู”! ในมือมีแอปช้อปปิงออนไลน์ แต่บนร่างกายกลับมี อันกั๋วป๋อ ผู้เกลียดนางจนถึงกระดูกทว่าขณะเดียวกัน…เขากำลัง โขลกสับเอว อย่างเอาเป็นเอาตาย!
Lihat lebih banyakเรือนชิงอู่…สถานที่ที่ขึ้นชื่อว่าเคร่งครัด แข็งกร้าว และเย็นเฉียบประหนึ่งอาวุธเหล็กที่กลางหิมะในฤดูหนาวไร้ความอบอุ่น กำแพงสูงตระหง่านเคยเงียบสงัด ไร้ร่องรอยสตรีแม้แต่ปลายเส้นผม ยามนี้กลับเต็มไปด้วยไอร้อนพวยพุ่งราวกับเพลิงสุมใต้เตาหลอมเหล็ก!
กลิ่นกำยานปลุกปราณปรารถนาให้ลอยคลุ้ง บดบังกลิ่นสนหอมเย็นสดชื่นที่เคยเป็นเอกลักษณ์ของเรือนจนหมดสิ้น ประตูไม้แดงที่ครั้งหนึ่งปิดตายเป็นเกราะกำแพงบดบังสายตาจากคนภายนอก กลับกลายเป็นประจักษ์พยานที่สั่นสะท้านไปกับแรงสั่นบนเตียงนุ่มและเสียงแผ่วต่ำของบุรุษรวมทั้งเสียงครางสลับหอบหายใจของสตรี
ม่านแพรสีเข้มพลิ้วสะบัดตามแรงลม ราวกับต้องการปิดบังความลับต้องห้ามที่เกิดขึ้นบนเตียงแกะสลักงดงามกลางห้องโถง…
เรือนชิงอู่ที่เคยต้องห้ามเข้าใกล้เหมือนคมดาบยามนี้กำลังถูกแผดเผาด้วยเพลิงสวาทของเจ้าของเรือนผู้เย็นชา แต่กำลังปลดปล่อยไฟราคะอย่างไร้ความปรานี
กลิ่นกำยานหอมคละคลุ้งไปทั่ว ห้องสลัวมีเพียงเงาใหญ่โตโน้มกดทาบอยู่เหนือร่างอรชรอันนุ่มนิ่ม นัยน์ตาคมดุฉายแววเกลียดชังปะปนแรงปรารถนาที่น่าหวาดหวั่น…
อวิ๋นเฟยหง ลืมตาขึ้นช้า ๆ ด้วยความมึนงง หัวสมองยังสับสนว่าเกิดอะไรขึ้น เพียงรู้สึกว่าร่างกายถูกกักขังแนบแน่นกับเตียงนุ่ม ทุกสัมผัสร้อนแรงเกินกว่าจะปฏิเสธได้และเสียงหอบหายใจต่ำลึกที่กระซิบชิดหู ก็ทำให้หัวใจเธอสะดุ้งวาบราวกับตื่นขึ้นมาในฝันอันวาบหวามและอันตรายในเวลาเดี๋ยวกัน
“อ๊า!”
เสียงกรีดร้องพร้อมกับแรงที่ตอกตรึงเข้าหาร่างกายตนเอง ทำให้ทั้งเสียวและเจ็บกลางกายในเวลาเดียวกัน สองมือที่ขยำหน้าอกอุ่นออกแรงบีบเคล้นเสียจนใบหน้าของเธอบิดเบ้
‘ให้ตายสิ...นี่ฝันงั้นเหรอ...ทำไมฉันฝันประหลาด’
อวิ๋นเฟยหงคิดในใจ ทั้งพยายามหลุดจากฝันที่คล้ายกับว่ากำลังถูกผีอำก็ไม่ปาน เธอจำได้ว่าตัวเองอ่านนิยายที่มีสิบเล่มในเรื่องเดียว และอ่านจนไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาสามวันสามคืนเต็ม เพราะมันเป็นเรื่องที่ชวนติดตามจนไม่สามารถวางได้ จึงกลั้นใจอ่านไปเรื่อยไม่รู้ว่าตนเองหลับไปตอนไหน
แต่ในฝันนี่สิ...ทำไมมันมาพร้อมกับความทรงจำประหลาด ๆ ที่บ่งบอกว่าเจ้าของร่างนี้มีชื่อว่า ซิ่วอิง เป็นลูกบุญธรรมของท่านราชครูล่ะ
‘ตื่น...ตื่นสักทีเถอะ...ขอร้อง’
แม้อยากให้ตัวเองตื่น แต่ทว่าปากกลับกรีดร้องครวญคราง เพราะสาเหตุหลักคือเจ้าของร่างใหญ่โตที่ในความทรงจำของร่างนี้ กำลังไหลเวียนเข้ามาบอกว่า เขาคือ
‘อันกั๋วป๋อ หลี่เสวี่ยหาน’ บุตรชายคนเดียวของราชครูหลี่อวี้หมิงที่ปรึกษาของฮ่องเต้แคว้นซีฉิน ที่ได้รับบรรดาศักดิ์ป๋อเนื่องด้วยความดีความชอบจากปราบกบฏของราชสำนักได้สำเร็จ
แต่นางไม่เห็นจำได้เลยว่าเคยอ่านในนิยายเรื่องไหน จนเก็บเอามาฝันอย่างนี้
ปกติก็ชอบเอาเรื่องที่อ่านไปฝันอยู่แล้ว บวกกับช่วงนี้เป็นช่วงหยุดวันชาติ ดังนั้นเธอที่เป็นพนักงานออกแบบของบริษัทตัดเย็บเสื้อผ้าแบรนด์สินค้าที่ขายได้ทั่วโลกได้มีวันหยุดกับเขา และสิ่งที่เธอเลือกทำก็คืออ่านนิยายจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน
ตับ ตับ ตับ!
เสียงเนื้อที่กระทบเนื้อยังคงดังสนั่น แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไม่ชัดเจนเท่ากับความรู้สึกที่เธอได้รับรู้ว่าเสียวซ่านและใกล้จะถึงฝั่งฝันอีกครั้งแล้ว
เรียวขาเหยียดตรงจนถึงปลายเท้าเกร็งเกือบเป็นตะคริว พร้อมกับสะโพกที่หยัดตัวขึ้นทำให้เธอรู้ว่ากำลังจะเสียวจนขาดใจอีกรอบแล้ว จากที่จะตื่นจนถึงตอนนี้ที่ยังไม่หายมึนเบลอนับรวมแล้วเธอเสร็จไปถึงสามหน
นอกจากฝันที่ไม่ยอมตื่นเสียที ก็มีอีกคนที่อึดถึกทนปลดปล่อยถึงสามหนแล้วแท่งหยกยังไม่ยอมลดลง คล้ายกับยิ่งตำ ยิ่งมัน ยิ่งทำให้แท่งใหญ่นั้นแข็งแรง ราวกับกำลังออกกำลังกายให้ส่วนนั้นเพื่อให้ขึ้นกล้ามเป็นมัด ๆ
ความเสียวแปลบวิ่งแล่นไปจนถึงกลางอก เมื่ออีกคนโน้มลงมาดูดปลายยอดถันก่อนจะบดขบด้วยริมฝีปากอย่างไม่เบาแรงเลยสักนิด
“นี่...เบาหน่อย...มันเสียวนะ”
นอกจากเสียงครางแล้วนี่เป็นคำพูดแรกที่ออกจากปากของเธอและไม่เข้าใจว่าตัวเองฝันอยู่ ทำไมความรู้สึกกลับเด่นชัดนัก
“ให้ข้าเบารึ...ไม่ใช่ว่าเจ้าก็วิ่งมานอนแผ่หลาอ้าขารอท่าข้าอยู่หรอกหรือ”
นั่นปากแน่นะ ทำไมเขาช่างพูดจาสุนัขไม่รับประทานอย่างนี้ล่ะ หากไม่ติดว่าใบหน้าหล่อเหลาล่ะก็อยากจะลองชกคนในฝันสักหมัดสองหมัด
แต่ทว่าเมื่อโดนอีกคนที่เอาแต่บดขยี้ตนเองหนักเข้ารู้สึกเหมือนกับว่านี่จะไม่ใช่ฝันแล้วสิ...จนกระทั่งอีกคนปลดปล่อยน้ำที่สี่พร้อมกับเสียงกรีดร้องของเจ้าของร่างที่เป็นตัวเองมากขึ้น เพราะรู้สึกถึงน้ำอุ่น ๆ ที่ฉีดเข้ามาชัดเจนนัก
ไม่ใช่ฝันเหรอ?
“พอแล้ว...ครางจนเจ็บคอไปหมดแล้ว”
เธอบอกให้คนด้านบนพอ และเมื่อสมองรับรู้บางอย่างเข้าพลันตกใจอยู่ไม่น้อย ที่ตนเองตื่นขึ้นในร่างของซิ่วอิง บุตรบุญธรรมที่เป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งกับอันกั๋วป๋อ พี่ชายบุญธรรมของตน
แต่ทำไมนางถึงได้กำลังอุ่นเตียงกับเขา?
อีกร่างเมื่อปลดปล่อยเสร็จสิ้นคล้ายกับพอใจแล้วก็รีบลุกออกจากเตียง ทิ้งให้ร่างอรชรนอนไร้เรี่ยวแรงพร้อมกับหอบหายใจที่หน้าอกใหญ่กระเพื่อมขึ้นลงอยู่เช่นนั้น
“ใส่เสื้อผ้าซะ...ข้าไม่อยากเห็นร่างกายสกปรกของเจ้า”
“....”!
ซิ่วอิงเสียวจนไหล่หด ทั้งเกร็งจนจิกปลายเท้า แต่ทว่าก็ไม่อาจต้านทานความกระหายอยากจากอีกคนได้ จึงทำได้แค่กัดริมฝีปากทั้งจื่อปากซี๊ดกับความเสียวที่กัดกินร่างกาย ชวนให้รู้สึกปั่นป่วนมวนในท้อง และสองมือกดเข้ากับแผ่นหลังเพื่อระบายความรู้สึกออกมา เขาช่างรู้ว่าจุดไหนของร่างกายนางที่เป็นจุดอ่อนไหวเสียจริง แต่เมื่อเขาที่กลืนกินร่างกายของนางจนพอใจ นางที่หวังให้เขาได้ให้นางพักหายใจสักครู่ แต่นางก็รู้แล้วว่าตนเองคิดผิด เมื่อสองมือใหญ่รวบเอวบางของนางขึ้นจากนั้นจับคร่อมกับกายของเขา ส่วนด้านของล่างของนางถูกเปิดโล่ง แม้ว่าเสื้อผ้าจะยังอยู่ครบบนร่างกาย เพียงแค่มันไม่ได้เรียบร้อย เขาจูบแผ่ว ๆ ที่ยอดอกงามของนางสองข้าง แล้วผละออกทำซ้ำ ๆ จนนางเริ่มสั่นจนต้องมองหน้าเขา แต่ทว่ามือของเขาก็เริ่มจับตรงสะโพกนุ่มเด้งของนางเข้าหาให้สัมผัสกับส่วนที่แข็งขืนของเขา “ซิ่วอิง...วันนี้ข้าไม่ได้ทำอะไรเจ้า แต่เป็นเจ้าที่วิ่งเข้าหาข้า” กล่าวจบคนตัวโตมองหน้านางสบตานิ่ง มีเพียงมือที่ขยับให้นางและเขาแนบสนิทจนประสานกันเป็นหนึ่งเดียวแล้วขยับออกจนสุดทำให้หัวใจสตรีตัวน้อย
ซิ่วอิงนั่งกินอาหารโดยที่อีกคนใช้ตะเกียบคีบให้นางกิน นางมีหน้าที่เคี้ยวอย่างเดียว อาหารทั้งหมดพร่องไปแล้ว แต่มีผัดถั่วงอกที่หมดเป็นอย่างแรก แม้แต่นางเองก็ไม่คาดคิดเช่นกัน “อันกั๋วป๋อ ข้าชอบกินผัดถั่วงอกยิ่งนัก ต่อไปให้พ่อครัวเพิ่มจานนี้ทุกวันได้หรือไม่” ถั่วงอกจานนี้ทั้งหวานและมัน เคี้ยวเพลินเกินจะห้ามใจไหว ข้าวอบเผือกที่นางชื่นชอบกลับพร่องเพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น “เจ้าอิ่มหรือยัง” “อิ่มแล้วเจ้าค่ะ” “เช่นนั้นก็เดินย่อยกันหน่อยเถอะ” เขารินน้ำชาให้นางหนึ่งจอกดื่มหลังอาหาร กับนำน้ำสำหรับป้วนปากป้อนให้ ทั้งยังมีกานพลูที่ใช้ดับกลิ่นปากอีกด้วย เรียกได้ว่าดูแลสตรีละเอียดอ่อนเสียจริง แต่เขาก็เต็มใจทำให้นาง ซิ่วอิงที่คิดว่าเดินชมสวนก็ดีเหมือนกัน เดินวนรอบสระน้ำนี้สักรอบก็จะทำให้นางไม่อึดอัด แม้จะกินเยอะไม่น้อย แต่ทว่าเมื่อเดินไปถึงต้นสาลี่ต้นใหญ่ที่ลำต้นบดบังร่างกายทั้งสองจนมิด เรียกได้ว่าหากไม่ได้เดินมาจนถึงต้นนี้ ไม่สามารถเห็นได้ว่าตรงนี้มีคนอยู่ด้วย บวกกับบรรยากาศรอบ ๆ ที่ลมพัดเย็นสบายกับมีที่นั่งที่เป
“แหม ๆ...ทีแบบนี้ล่ะทำเป็นไม่รู้จักข้า ข้าคือน้องสาวร่วมบิดาของท่าน น้องสาวที่น่ารักบริสุทธิ์สดใสอย่างไรเล่าเพคะ” ฉินอ๋องส่ายหน้าระอา ทั้งมองไปยังเบื้อหลังเป็นอันกั๋วป๋อที่อมยิ้มขบขันเขา เจ้าน้องเขยเวรนี่อยากแก้แค้นเขาแน่ ๆ เมื่อก่อนเขากวนประสาทเอาไว้ไม่น้อย “มีอะไรก็รีบ ๆ พูดมาข้าง่วง ยังไม่ได้นอนทั้งคืน” “เมื่อวานเสด็จพี่ฝ่าบาทให้สินเดิมข้าร้อยหีบ เสด็จพ่ออีกร้อยหีบ ท่านเป็นอ๋องกินเมืองที่ร่ำรวยที่สุดในแคว้น ข้าขอเพียงสองร้อยหีบก็พอ แล้วข้าจะรีบกลับทันที” ٩(ఠ益ఠ)۶ “ข้าไม่มีพี่ไม่มีน้อง ลูกคนเดียว...ออกไปจากตำหนักข้า~~~~” ซิ่วอิงหูแทบแตก แต่ว่านางหรือจะกลับจนกว่าจะเสด็จพี่ฉินอ๋องจะรับปาก ส่วนอันกั๋วป๋อนั้นรู้สึกว่าความแค้นทั้งหมดของเขา ภรรยาคนงามได้แก้แค้นให้เขาแล้ว ดังนั้นหลังจากนี้เขาและฉินอ๋องหายกัน ไร้เรื่องบาดหมาง ช่วงบ่ายของวันอันกั๋วป๋อที่ได้รับวันหยุดสองวัน เนื่องจากผลงานปราบกบฏได้ จึงคิดจะพานางไปนั่งเล่นที่สวนบุปผาของท่านแม่ เขาให้ตงเยี่ยนไปจัดเตรียมสถานที่เอาไว้แล้ว และอยากให้เห็นว่าตอนกลางวันนั้นงดงามเพีย
ซิ่วอิงคุยกับเสี่ยวลี่จนดวงตาปรือสุดท้ายก็หลับลงไป เสี่ยวลี่ที่จัดการเอามุ้งลงให้นายสาวอยู่นั้น เมื่อเห็นว่าอันกั๋วป๋อเดินเข้ามา นางจึงหลีกทางให้ “เจ้าไปนอนที่เรือนข้าง ข้าให้คนจัดเตรียมเครื่องนอนเอาไว้ให้เจ้าแล้ว” เสี่ยวลี่อมยิ้มกรุ้มกริ่ม ให้นางไปนอนที่เรือนข้างมิเท่ากับ... แล้วใครจะอยู่เป็นมารขวางความสุขเล่า นางรีบวิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่รอให้ท่านป๋อสั่งซ้ำ อันกั๋วป๋อคุยกับบิดาเรื่องในราชสำนักจนเสร็จแล้ว เขาจึงขอตัวกลับมานอน และแน่นอนว่าเป็นเรือนไป๋เหลียน ยามนี้เรือนชิงอู่เหมือนเรือนร้างไปแล้ว ตั้งแต่เขาได้อุ่นเตียงกับนาง ร่างกายใหญ่แทรกตัวลงบนเตียง แต่ทว่าอีกคนก็พลิกตัวกลับมากอดทันทีเหมือนรออยู่เช่นกัน อันกั๋วป๋อสูดกลิ่นกายหอม ๆ ของนางเข้าลึกเต็มปอดพยายามข่มใจให้ไม่รังแกนางนอกจากกอดอย่างเดียว จนกว่าฤกษ์แต่งงานจะเรียบร้อย ไม่ใช่เรื่องนี้เป็นเขาที่ไม่อยากทำ แต่เพราะบิดาต่างหาก... เช้ารุ่งขึ้นซิ่วอิงตื่นขึ้นมาและพบว่าตัวเองดันมานอนเล่นอยู่บนร่างใหญ่ที่ถอดเสื้อออก จนเห็นกล้ามเนื้อเรียงกันสวย แต่ทว่า...นาง
“เจ้าคิดจะหอบผ้าหอบผ่อนหนีตามบุรุษไปเสียแต่วันนี้เลยหรือไง” ไม่พูดเปล่าเขายังกัดฟันกรอดอย่างที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าโกรธแค่ไหนที่เห็นหีบผ้าของนางหากเขาไม่มาวันนี้ นางคงย้ายไปอยู่จวนซ่งแล้วสินะน่าอับอาย...น่าอับอายจริง ๆแค่นั้นยังไม่พอ กระทั่งตงเยี่ยนก็ไม่เว้น นี่นางอยากออกเรือนใจจะขาดเช่นนั้นเชียวร
“เอ่อ...ขออภัยเจ้าค่ะ ข้าแค่จะสะกิดสหายเท่านั้น” นางยิ้มแหะ ๆ ไม่คิดว่าที่ออกแรงจนเหงื่อตกขนาดนั้นกลายเป็นว่าตนเองกระทืบอันกั๋วป๋อเสียเต็ม ๆ เท้า นางจะเลอะเลือนตอนไหนก็ได้ แต่ไม่ใช่ตอนนี้ที่แยกซ้ายขวาไม่เป็น เหมือนโชคชะตานำพาให้นางพบกับความตายเร็วขึ้นอย่างไรอย่างนั้น “เจ้าใช้เท้
‘เอาเวลาไปคิดถึงภรรยาในอนาคตเถอะ...ข้าจะไม่ยุ่งกับวาสนาของท่านทั้งสอง’ เพ่ยเอินที่กำลังจะพูดคุยเรื่องงานแข่งขันการปักผ้า แต่กลับกลายเป็นนางต้องมานั่งบิดตัวเขินอายอยู่ต่อหน้าท่านป๋อเสียนี่ ซิ่วอิงที่เห็นจังหวะดีนางจึงลุกขึ้นก่อนจะเอ่ยลาอย่างมีมารยาท “ท่านอันกั๋วป๋อ...ซิ่วอิงขอตัว
ซิ่วอิงรู้ทันทีที่ได้ยินเสียงที่ดังนุ่มนวลอ่อนหวานในแบบที่ไม่ใช่เสียงปกติของนางตามความทรงจำ พลันผินหน้าเบ้ปากเป็นพระจันทร์คว่ำทันที แม้อยากกอดอกเชิดหน้าอีกนิด แต่ทว่าหากทำแบบนั้น นางจะถูกเปรียบเทียบกับเพ่ยเอินมากเกินไปในเรื่องมารยาท ไม่ได้ ๆ ข้าต้องดึงหน้าตึง ๆ ยิ้มยาก ๆ ทำประหนึ่งเป็นสตร












Ulasan-ulasan