แชร์

บทที่ 2

ผู้เขียน: คุณหนูซินอวี้
สายลมหนาวหวีดหวิว หิมะโปรยปรายลอยล่อง

หน้าผาอันสูงชันขาวโพลนดั่งหิมะทั่วบริเวณหนึ่ง แม้กระทั่งใต้ก้นหน้าผา ก็ยังทับถมเต็มไปด้วยเกล็ดหิมะอันหนาทึบ ในขณะเดียวกันก็ทำให้เสื้อผ้าของเด็กหนุ่มผู้หนึ่งเปียกชื้น

คล้ายกับได้ยินเสียงบางอย่าง เด็กหนุ่มก้าวเดินไปข้างหน้าทีละก้าวๆ พอเงยหน้าขึ้น ก็พลันเหลือบไปเห็นสีแดงอันบาดตา

“นายท่าน เป็นศพขอรับ”

เด็กหนุ่มค่อยๆ เอ่ยปาก พลางมองดูสตรีที่ไร้ซึ่งพลังชีวิตซึ่งพาดเกี่ยวอยู่บนต้นไม้ แล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาว่า “ดูเหมือนจะตกลงมาจากด้านบนขอรับ...”

สิ้นคำกล่าว ท่ามกลางหิมะก็ปรากฏบุรุษชุดขาวขึ้นอีกผู้หนึ่ง บุรุษผู้นั้นในมือถือกระบี่ยาว เส้นผมยาวสีดำขลับรวบผูกขึ้นสูง แม้พายุหิมะจะรุนแรงเพียงใด ก็ไม่อาจปกปิดกลิ่นอายอันตรายบนร่างได้เลย

“มิต้องใส่ใจ เดินทางต่อ!”

“นายท่าน ท่านได้รับบาดเจ็บแล้ว กระนั้นก็พักผ่อนที่นี่สักครู่ก่อนเถิดขอรับ คนพวกนั้นคงไล่ตามมาไม่ทันในเวลาอันสั้นนี้ ยามนี้พายุหิมะรุนแรงยิ่งนัก ผู้น้อยจะไปลองหาดูว่าแถวนี้พอมีสถานที่สำหรับพักแรมระหว่างทางหรือไม่ รอให้หิมะซาลงบ้าง พวกเราค่อยออกเดินทางตามหาดินแดนสุญญตาแห่งนั้นกันต่อ”

ชิงม่อกล่าวจบด้วยความนอบน้อมนับถือเป็นล้นพ้น พลันหันกายออกค้นหาในบริเวณใกล้เคียงทันที

ฉู่จวินเช่อหาได้เอ่ยวาจา ความเจ็บปวดทางร่างกายทำให้เขาหยุดฝีเท้าไม่ก้าวหน้า ในที่สุดก็ยังคงฝืนทนเอนกายพิงไปบนต้นไม้แห้งตายที่อยู่ด้านข้าง

“ซี๊ด เจ็บเหลือเกิน...”

ความเคลื่อนไหวที่แว่วมาจากข้างหูทำให้ฉู่จวินเช่อตื่นตัวระวังตนขึ้นมาในฉับพลัน เขาเบนสายตามองไปยังบนต้นไม้อย่างรวดเร็ว

เกิดอะไรขึ้น?

เมื่อครู่ชัดแจ้งว่าสัมผัสไม่ได้ถึงกลิ่นอายใดๆ เลยแม้แต่น้อย...

ศพผู้นั้น ฟื้นคืนชีพแล้วหรือ?

บนต้นไม้ ร่างไร้วิญญาณของหญิงสาวยังคงพาดเกี่ยวอยู่ตรงนั้นอย่างสงบนิ่ง

สีแดงสดหนึ่งแถบที่อยู่ใต้ต้นไม้นั้น คล้ายดั่งกุหลาบที่ผลิบานในลานหิมะ ทั้งงดงามตระการตาและบาดตาบาดใจยิ่งนัก...

ฉู่จวินเช่อถึงกับคิดว่าตนเองเกิดอาการหูแว่วไปเสียแล้ว

ทว่าครู่ต่อมา “ร่างไร้วิญญาณ” บนต้นไม้ กลับพลันพลิกกายกระโดดลงมา

ร่อนลงสู่เบื้องหน้าของเขาอย่างมั่นคง!

ทว่าอีกฝ่ายราวกับมองไม่เห็นเขาเลยแม้แต่น้อย เอาแต่จัดการทำแผลให้ตนเองตามลำพัง

เสื้อผ้าของนางฉีกขาดรุ่งริ่งไม่เป็นชิ้นดี อีกทั้งผิวพรรณทุกตารางนิ้วที่โผล่พ้นออกมาภายนอก ยังอาบชุ่มไปด้วยโลหิตสดๆ...

“ทะลุมิติมาจริงๆ ด้วย...”

เห็นๆ อยู่ว่าวินาทีก่อนตนเองยังคงวิจัยพื้นที่มิติเก็บของอยู่ในห้องทดลอง เพิ่งจะฝังชิปที่วิจัยเสร็จสิ้นลงในสมองไปหยกๆ วินาทีต่อมา กลับมาปรากฏตัวอยู่ในดินแดนอันหนาวเหน็บที่มีแต่น้ำแข็งและหิมะแห่งนี้...

ช่างน่าเหลือเชื่อเกินบรรยายจริงๆ

ศีรษะยังคงปวดร้าวระบมอยู่เนืองๆ และความทรงจำในสมองก็กำลังแปรเปลี่ยนไปไม่หยุดหย่อน...

ซูสือจิ่น บุตรสาวสายตรงของจวนมหาเสนาบดี ส่วนซูลั่วเยว่คนที่บีบคั้นจนนางต้องตายผู้นั้น ก็คือบุตรสาวคนรองสายตรงของจวนอัครเสนาบดี

สามปีก่อน องค์ชายใหญ่พลาดท่าบาดเจ็บที่ขาระหว่างปราบโจร นอกวังลือสะพัดว่าเขาต้องพิการไปตลอดชีวิต ซูลั่วเยว่ซึ่งเดิมทีมีกำหนดหมั้นหมายกับเขาพอได้ยินเข้า กลับอาศัยจังหวะที่ออกไปชมบุปผากับตน แอบลักลอบหนีออกจากเมืองหลวงจนไร้ร่องรอยข่าวคราว

เพียงเพราะก่อนหายสาบสูญ นางอยู่ร่วมกับตนเอง นับแต่นั้นมา คนรอบกายทุกคนต่างพากันรุมปรักปรำว่าตนเป็นคนทำนางหายไป

เดิมทีคิดว่าอย่างน้อยฉู่มู่เฉินคงไม่คิดเช่นนั้น

ดังนั้นในช่วงสองปีนั้นที่เขาพิการ แม้ต้องทดสอบยาด้วยตนเองเพื่อเขา ซูสือจิ่นก็ไร้ซึ่งคำตัดพ้อต่อว่าใดๆ!

ครึ่งปีก่อน ในที่สุดฉู่มู่เฉินก็หยัดยืนขึ้นได้อีกครั้ง ฮ่องเต้ซึ่งเดิมทีทรงตั้งความหวังไว้สูงกับเขาอยู่แล้ว ก็ทรงสถาปนาเขาเป็นองค์รัชทายาทอย่างรวดเร็ว

เดิมควรเป็นคราวหมดเคราะห์หมดโศก

ไม่เคยคิดเลยว่า เพียงแค่สองเดือน ซูลั่วเยว่ก็พลันหวนคืนมาอีกครา...

ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเกิดขึ้นหลังจากนางกลับมา

การลอบวางแผนและใส่ร้ายป้ายสีครั้งแล้วครั้งเล่า

การทรยศหักหลังและรุมตำหนิจากญาติมิตรเพื่อนพ้อง

ท้ายที่สุดบีบคั้นจนเจ้าของร่างเดิมสิ้นหวังท้อแท้ใจ กระโจนดิ่งลงสู่หน้าผา

ส่วนเรื่องที่องค์รัชทายาทเศษสวะจะแต่งซูลั่วเยว่เข้ามา ก็เป็นเพียงฟางเส้นสุดท้ายที่กดทับจนนางไม่อาจแบกรับไหวเท่านั้นเอง...

ความทรงจำหวนมาถึงตรงนี้ ซูสือจิ่นก็ลอบทอดถอนใจยาวออกมาเฮือกหนึ่ง

คิดไม่ถึงว่าเธอผู้เป็นถึงหมอพิษหัตถ์เทวะแห่งยุค ทันทีที่ทะลุมิติ กลับต้องเข้ามาอยู่ในร่างของคุณหนูยุคโบราณที่อ่อนแอไร้ความสามารถปานนี้...

ช่างน่าสมเพชเวทนายิ่งนัก

เอาเถอะ ในเมื่อได้มาเกิดใหม่ ณ ที่แห่งนี้แล้ว เช่นนั้นความแค้นเหล่านั้นในก้นบึ้งของหัวใจ ก็ให้ตนเป็นผู้ชำระแค้นเองก็แล้วกัน!

เธอคิดไปพลาง จัดการทำแผลอย่างง่ายให้กับบาดแผลทุกแห่งเท่าที่สายตามองเห็นไปพลาง

เนื่องจากเสื้อตัวนอกถูกเกี่ยวจนขาดรุ่งริ่งไปโดยสิ้นเชิง เธอจึงถอดเศษผ้าขาดๆ ชิ้นนั้นออกทันที

“ล้วนกล่าวกันว่าสิ่งไม่บังควรห้ามมอง คุณชายยังมองไม่เต็มตาอีกหรือ?”

ฉู่จวินเช่อที่อยู่ด้านข้างขมวดคิ้วมุ่น ในที่สุดก็เบนสายตาไปทางอื่น

ขณะที่กำลังจะหันกายจากไป เบื้องหลังกลับแว่วเสียงของสตรีผู้นั้นขึ้นมาอีกครา

“เจ้าสิ่งที่เรียกว่าพิษกู่เนี่ย หากทอดเวลาเนิ่นนานไป สถานเบาจะเจ็บปวดเจียนตาย สถานหนักย่อมถึงขั้นถูกทำลายวรยุทธ์จนหมดสิ้น...”

“เจ้ารู้จักพิษกู่งั้นหรือ?”

ยังไม่ทันที่เธอจะกล่าวจบ ฉู่จวินเช่อก็หันขวับมามองนางด้วยความตื่นเต้นระคนตระหนกแล้ว

เธอพูดอย่างเฉยชาว่า “หากท่านสามารถนำสิ่งตอบแทนออกมามอบให้ได้ล่ะก็นะ”

“เจ้าต้องการสิ่งตอบแทนอันใด?”

ฉู่จวินเช่อจ้องมองนางตาไม่กระพริบ สายตาประหนึ่งจะมองทะลุทะลวงร่างของนางให้จงได้

“บาดแผลเหล่านั้นบนตัวข้า ท่านเองก็คงเห็นแล้ว ในดินแดนที่เต็มไปด้วยน้ำแข็งและหิมะเช่นนี้ แม้แต่จะพันแผลอย่างง่ายๆ เลย ก็ล้วนทำได้ยากยิ่ง เพราะฉะนั้น...”

“ข้ามียา มีผ้าพันแผล”

ฉู่จวินเช่อเอ่ยแทรกเรียบๆ พลันล้วงผ้าพันแผลและยาทั้งหมดในอกเสื้อโยนใส่ใจกลางอ้อมอกซูสือจิ่น

ซูสือจิ่นรับมาอย่างแผ่วเบา ในไม่ช้าก็จัดการพันแผลทีละแผลจนเสร็จสิ้น

ฉู่จวินเช่อถามขึ้นอีกว่า “ยังมีสิ่งใดอีก?”

“หนาวอยู่บ้าง”

ขณะที่กล่าวนั้น ซูสือจิ่นยังกวาดสายตามองสำรวจเขาตั้งแต่หัวจรดเท้าแวบหนึ่ง

ฉู่จวินเช่อขมวดคิ้วมุ่น ย่อมเข้าใจความหมายของนางโดยปริยาย จึงถอดเสื้อตัวนอกโยนให้นางอีกครา

“เจ้าจงบอกข้อเรียกร้องของตัวเองออกมาให้หมดในคราวเดียวจะดีที่สุด!”

สตรีสมควรตายผู้นี้ หากว่าถอนพิษกู่ให้เขามิได้ล่ะก็ ที่แห่งนี้ย่อมต้องกลายเป็นหลุมฝังศพของนางอย่างแน่แท้!

เดิมทีคิดว่านางจะยังเรียกร้องสิ่งใดมากกว่านี้ ไม่คาดว่าหลังจากคลุมเสื้อของเขาแล้ว ซูสือจิ่นกลับผงกศีรษะเบาๆ “ไม่เลว เช่นนั้นก็เริ่มกันเถิด”

เพียงเท่านี้...ก็หมดข้อเรียกร้องแล้วหรือ?

ฉู่จวินเช่อไม่ค่อยอยากจะเชื่อเท่าไหร่นัก ยามปกติพิษกู่บนร่างกายของเขา แม้แต่หมอหลวงในวังก็ล้วนแต่ถอนพิษมิได้!

ทว่าสตรีผู้นี้ไม่เพียงบอกว่าตนเองสามารถถอนพิษได้ อีกทั้งยังต้องการสิ่งตอบแทนน้อยนิดเพียงนี้...

นางคงมิได้ล้อเล่นกระมัง?

หรือจะบอกว่า นางไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตนเป็นผู้ใด?

หากว่ารู้เข้าล่ะก็ คงได้เปิดปากเรียกร้องสิ่งตอบแทนอย่างมหาศาลตั้งนานแล้ว...

ระหว่างที่กำลังจมสู่ห้วงความคิด ซูสือจิ่นก็ก้าวเท้าเดินเข้ามาใกล้เขาทีละก้าว “อ้าปาก”

“อะไรน่ะ?”

ฉู่จวินเช่อยังไม่ทันตั้งตัวได้ทันเลยด้วยซ้ำ

กลับเห็นซูสือจิ่นกรีดนิ้วมือเรียบร้อยแล้ว พลางเค้นโลหิตสดๆ ออกมาสายหนึ่ง หลังจากนั้นก็ยกมือขึ้นทันที พร้อมนำเอานิ้วมือแตะลงบนริมฝีปากของเขาอย่างแผ่วเบา...

ฉู่จวินเช่อปัดมือของนางออกในฉับพลัน แววตาเปี่ยมด้วยไอสังหารคุกรุ่น “เจ้าทำอันใดกัน?”

ซูสือจิ่นกล่าวอย่างอ่อนใจว่า “ถอนพิษกู่ให้ท่านอย่างไรเล่า! ท่านถูกพิษหนอนกู่โลหิต เพียงแค่ได้ลิ้มรสโลหิตหญิงพรหมจรรย์ หนอนกู่โลหิตก็จะรีบหนีออกมาในทันที วิธีถอนพิษกู่อันแสนง่ายดายปานนี้ ท่านกลับไม่รู้เชียวหรือ?”

ฉู่จวินเช่อ “…”

หนอนกู่โลหิต เขาย่อมทราบดีอยู่แล้ว

มันทรมานเขามาเนิ่นนานถึงหนึ่งปีเต็ม ภายในเมืองหลวงกลับหามีผู้ใดสามารถถอนพิษได้เลยแม้แต่คนเดียว!

หากมิใช่เพราะเหตุนี้ เขาเองก็คงไม่ถ่อมายังภูเขาหิมะแห่งนี้เพื่อตามหาหมอเทวดาผู้เร้นกายหรอก

ยิ่งไม่มีทางถูกลอบสังหารระหว่างทางเป็นแน่...

ทว่าท้ายที่สุด สตรีผู้นี้กลับบอกเขาว่า การถอนพิษกู่เพียงแค่ดื่มโลหิตของนางสักเล็กน้อยก็พอแล้ว...

กลับมีวิธีถอนพิษที่แปลกประหลาดถึงเพียงนี้เชียวหรือ?

เขาอดมิได้ที่จะเลียหยดโลหิตสดๆ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่บนริมฝีปากสักหน่อย

ไร้ซึ่งการตอบสนองใดๆ...

ความรู้สึกราวกับถูกปั่นหัวเอ่อล้นขึ้นมาในใจ ฉู่จวินเช่อสีหน้าแปรเปลี่ยนเป็นบึ้งตึง ไอสังหารในดวงตายิ่งมายิ่งทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ!

ขณะที่กำลังจะเอ่ยปากพูด แผ่นอกพลันเกิดอาการปวดร้าวระบมรุนแรงขึ้นมาพักหนึ่ง จากนั้นเขาก็ไม่อาจสะกดกลั้นได้อีกต่อไป กระอักโลหิตสดๆ ออกมาคำหนึ่งในทันที!

โลหิตนั้นดำมืดดั่งน้ำหมึก หากพินิจดูอย่างละเอียด ราวกับยังมีบางสิ่งกำลังชอนไชอยู่ในนั้น...

ในเวลาเดียวกัน ร่างกายที่เดิมทียังคงปวดร้าวระบมอยู่ลึกๆ กลับหยุดเจ็บปวดลงราวกับปาฏิหาริย์ กระทั่งทั่วทั้งสรรพางค์กายล้วนแปรเปลี่ยนเป็นเบาสบายอย่างยิ่งในยามนี้ ประหนึ่งเรี่ยวแรงทั้งหมดได้หวนคืนมาอย่างไรอย่างนั้น...

พิษกู่ กลับถอนได้แล้วจริงๆ หรือ?

ฉู่จวินเช่อเบิกตากว้างอย่างไม่กล้าเชื่อสายตนเอง!

ยามเงยหน้าขึ้นจึงได้เห็น ซูสือจิ่นหันหลังเดินจากไปตั้งนานแล้ว...

“ขอบคุณสำหรับเสื้อของท่าน มันอบอุ่นยิ่งนัก แยกย้ายกันตรงนี้เถอะ”

เงาร่างของนางทั้งโดดเดี่ยวและอ้างว้าง ย่ำเหยียบลงบนหิมะขาว ค่อยๆ ห่างไกลออกไปทีละก้าวๆ...

ทันใดนั้น นางกลับเสียหลักซวนเซล้มพับลงไปในกองหิมะ

หลังจากนั้นเนิ่นนาน ก็มิได้หยัดกายขึ้นมาอีกเลย...

ฉู่จวินเช่อที่ยังไม่ทันสลัดความตื่นตะลึง ก็ถลาตัวไปตามสัญชาตญาณ ทว่าเวลานั้นเอง เบื้องหน้ากลับมีคนกลุ่มใหญ่ทะลักหลั่งไหลเข้ามา

“เป็นคุณหนูรอง! คุณหนูรองนางยังไม่ตาย!”

“รีบไปรายงานองค์รัชทายาทเร็วๆ เข้า ซูสือจิ่นยังมีชีวิตอยู่!”

“เหลือเชื่อเกินไปแล้ว ตกลงมาจากที่สูงชันปานนั้น นางกลับ...”

“หุบปากกันให้หมด!”

“"แบกคนกลับไปก่อน เร็วเข้า!”

“…”

กลุ่มคนปรากฏตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว ยามจากไปก็รวดเร็วเช่นเดียวกัน

ทว่าชั่วครู่สั้นๆ รอบด้านกลับหลงเหลือเพียงเงาร่างสีขาวสายนั้นอีกครา

ฉู่จวินเช่อทอดสายตามองคราบโลหิตบนพื้นหิมะปราดหนึ่งอย่างมีนัยลึกซึ้ง ภายในใจยังคงตื่นตะลึงไม่หาย

สตรีผู้นี้ แท้จริงแล้วคือผู้ใดกันแน่?

“นายท่าน เบื้องหน้ามีถ้ำอยู่แห่งหนึ่ง เข้าไปพักผ่อนสักครู่เถิดขอรับ!”

ชิงม่อกลับมาในที่สุด ทันทีที่กลับมาก็ถูกภาพเหตุการณ์ตรงหน้าทำเอาตกใจแทบแย่

เกิดเรื่องอันใดขึ้น?

เหตุใดตนเองเพิ่งจากไปประเดี๋ยวเดียว เสื้อผ้าของผู้เป็นนายก็ถูกคนถอดออกไปเสียแล้ว...

“ไปสืบดูสักหน่อยว่า บนหน้าผาเกิดเรื่องอันใดขึ้น”

ฉู่จวินเช่อเอ่ยเสียงเรียบ

“ขอรับ”

ชิงม่อผงกศีรษะ เมื่อนึกขึ้นได้ว่ายังตามหาหมอเทวดาผู้เร้นกายไม่พบ ก็อดมิได้ที่จะกล่าวอีกว่า “เช่นนั้นดินแดนสุญญตา...”

“ถอนพิษกู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องหาอีก”

อันใดนะ?

ถอนแล้ว!!

“…”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 30

    ซูสือจิ่นยิ่งฟังก็ยิ่งหงุดหงิดใจดูท่าไม่เพียงแต่เจ้าของร่างเดิมจะมีนิสัยอ่อนแอขลาดเขลา แม้กระทั่งสาวใช้ของนางก็ยังขี้ขลาดตาขาวและกลัวความเดือดร้อนเช่นนี้เหมือนกัน...ทั้งที่คนที่ต้องทนรับความอัปยศอดสูคือตัวนาง ทว่าผลลัพธ์คือเอ่ยปากคำไหนก็เอาแต่เกลี้ยกล่อมให้นางยอมอดทน นี่มันจะยอมคนง่ายเกินไปหรือไม่?“คำพูดประเภทนี้วันหน้าอย่าได้เอ่ยออกมาอีก” ซูสือจิ่นรู้สึกระอาใจอยู่บ้างตงเอ๋อร์ทอดถอนหายใจออกมาเบาๆ “บ่าวเข้าใจความหมายของคุณหนูเจ้าค่ะ เรื่องที่องค์รัชทายาททรงให้ท่านแต่งเข้าจวนพร้อมกับคุณหนูสามนั้น สำหรับท่านแล้ว ถือเป็นการเหยียดหยามอย่างรุนแรงจริงๆ การที่ท่านจะรู้สึกเจ็บปวดทุกข์ทรมานใจมันก็เป็นเรื่องธรรมดา ทว่าเรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว ขนาดท่านถึงขั้นกระโดดหน้าผาก็ยังไม่อาจเปลี่ยนพระทัยขององค์รัชทายาทได้ แล้วยังจะทำสิ่งใดได้อีกเล่า...”ซูสือจิ่นเหลือบตาค้อนใส่นางอย่างระอาใจ เจ้าของร่างเดิมต้องยอมอ่อนข้อให้นางมากมายขนาดไหนกันแน่?เหตุใดคำพูดคำจาของนางถึงได้เยอะแยะมากมายขนาดนี้?เมื่อคิดถึงตงเอ๋อร์ ในสมองก็ผุดภาพเหตุการณ์ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับนางตลอดเวลาตั้งแต่เช้าจรดเย็นขึ้นม

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 29

    ซ้ำร้ายยังจะรุนแรงยิ่งกว่าแต่ก่อนเสียอีกตัวเขาในอดีตแม้ขาทั้งสองข้างจะพิการ ทว่ากลับยังคงหลงเหลือความรู้สึกอยู่ ก็ยังสามารถรักษาเยียวยาได้หากว่าต้องกลับมาพิการอีกครั้ง ย่อมสิ้นหวังจนยากจะเยียวยารักษาอย่างแน่นอน...เพียงแค่คิดถึงเรื่องนี้ ซูสือจิ่นก็ไม่รู้สึกโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อยในเมื่อองค์รัชทายาทสารเลวนั่นรักซูลั่วเยว่มากขนาดนั้น ก็ปล่อยให้พวกเขารีบลงเอยกันไปเสียเถอะทว่าไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ แล้ว พวกเขายังจะสามารถพร่ำคำสาบานรักกันต่อไปได้อีกหรือไม่...“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู...”น้ำเสียงที่ดังขึ้นข้างหูช่วยดึงสติของนางให้กลับคืนมา พอหันหน้าไปมองก็เห็นตงเอ๋อร์ที่ใบหน้าเล็กๆ ขึ้นสีแดงก่ำ“เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”เห็นเพียงตงเอ๋อร์ที่มีสีหน้าท่าทางร้อนรน “พอได้ยินว่าคุณหนูกลับมา บ่าวก็รีบมาหาคุณหนูทันทีเจ้าค่ะ เพียงแต่เมื่อครู่สถานการณ์ชุลมุนวุ่นวาย บ่าวจึงไม่กล้าเสนอหน้าเข้าไป ทำได้เพียงเดินตามหลังคุณหนูมาตลอด คุณหนูอย่าเดินเร็วเพียงนั้นสิเจ้าคะ บ่าวเกือบจะตามไม่ทันแล้ว...”ซูสือจิ่นผ่อนฝีเท้าให้ช้าลง “เจ้าไม่พักผ่อนอยู่ในเรือนให้ดีๆ ออกมาตามหาข้าทำไมกั

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 28

    ซูหลี่หรานก็กำหมัดแน่นด้วยความโกรธจัดเช่นกัน “นับวันนางยิ่งทำเกินกว่าเหตุจริงๆ! ขนาดอยู่ต่อหน้าต่อตาพวกเรายังกล้าลงมือกับเจ้า วันหน้าเจ้าอย่าได้ไปสนิทชิดเชื้อกับนางอีกเลย อยู่ให้ห่างจากนางมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ย่อมดีที่สุด”ซูลั่วเยว่สะอื้นไห้จนชวนให้ผู้คนเวทนาจับใจ “พี่ชายรัชทายาท ข้าอยากจะทราบว่า พวกท่านได้ถอนหมั้นกันไปจริงๆ แล้วหรือเพคะ?”ฉู่มู่เฉินโกรธจนหน้ามืดตามัว “ย่อมเป็นเช่นนั้น! หนังสือถอนหมั้นฉบับนั้นนางเป็นคนลงแรงเขียนด้วยน้ำมือตนเอง ในเมื่อนางสามหาวไร้ขื่อแปถึงเพียงนี้ ข้าย่อมต้องเติมเต็มความปรารถนาของนางอยู่แล้ว!”ในดวงตาของซูลั่วเยว่ฉายแววคิดคำนวณพาดผ่านวูบหนึ่ง ทว่าปากกลับเอ่ยว่า “พี่ชายรัชทายาทจะสามารถถอนรับสั่งคืนได้หรือไม่เพคะ? ยามนี้ที่นางมีนิสัยแปรเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ก็เพราะพี่ชายรัชทายาทลงนามในหนังสือถอนหมั้นฉบับนั้น เห็นได้ชัดว่าในใจนางมิได้อยากถอนหมั้นกับพี่ชายรัชทายาทเลย และก็เพราะเหตุนี้ นางถึงได้...”เอ่ยไปพลาง นางก็ลูบใบหน้าตนเองด้วยท่าทางน่าเวทนาจับใจ กิริยาอาการนั้นราวกับกำลังบอกว่า หากมีการถอนหมั้นกันจริงๆ ซูสือจิ่นจะต้องยิ่งรังแกนางหนักกว่าเดิ

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 27

    ซูสือจิ่นถึงกับหลุดขำออกมาด้วยความโมโห คนพวกนี้สมองมีปัญหาไปหมดแล้วกระมัง?“หากมิใช่เพราะเข็มไม่กี่เล่มนั้นของข้า ป่านนี้เขาคงตายไปนานแล้ว พวกท่านลองย้อนดูตัวเองหน่อยดีหรือไม่ว่ากำลังพูดเรื่องบ้าอะไรอยู่?”ซูหลี่หรานเอ่ยด้วยความโกรธระคนผิดหวังที่อีกฝ่ายไม่ได้ดั่งใจ “วันๆ เจ้าอยู่แต่ในห้องหอ จะไปเข้าใจวิชาแพทย์ได้อย่างไรกัน? น้องหญิงสามนางเป็นถึงศิษย์ของหมอเทวดา เห็นได้ชัดว่าองค์รัชทายาทได้นางช่วยชีวิตเอาไว้ หากมิใช่เพราะโอสถของนาง ป่านนี้เจ้าจะหาทางลงอย่างไร รู้ตัวบ้างหรือไม่? ยังจะมีหน้ามาโวยวายอยู่อีก! เหตุใดเจ้าต้องคอยจะแย่งชิงความดีความชอบกับน้องหญิงสามให้ได้?”แววตาของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวัง “เดิมทีข้าไม่อยากบอกเรื่องนี้กับเจ้า เพราะกลัวว่าเจ้าจะอิจฉาริษยาน้องหญิงสาม เจ้าทราบบ้างหรือไม่ว่าน้องหญิงสามนางถึงกับเข้าตาท่านผู้เฒ่าหยางแห่งสำนักเชียนมิ่งแล้ว? วิชาแพทย์ของนางได้รับการยอมรับ ถึงขนาดที่คนของสำนักเชียนมิ่งอุตส่าห์มาเชิญน้องหญิงสามให้ไปช่วยชีวิตคนด้วยตนเอง เจ้ามีสิ่งใดไปเทียบกับน้องหญิงสามได้งั้นหรือ?”คำพูดพรั่งพรูยาวเหยียดของซูหลี่หรานทำเอาซูสือจิ่นโกรธจนหน้าเขียว “คนข

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 26

    นับตั้งแต่องค์รัชทายาททรงหมดสติไป ทุกคนในจวนอัครเสนาบดีต่างก็ตกอยู่ท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวายบางคนรีบร้อนวิ่งออกไปตามหมอหลวง บ้างก็ตื่นตระหนกลนลานฉุดลากตัวท่านหมอเข้ามาทุกคนล้วนมือไม้ปั่นป่วนวุ่นวาย และต่างก็รู้สึกตื่นตระหนกขวัญเสียมาจากก้นบึ้งของหัวใจ!อย่างไรเสีย ความปลอดภัยขององค์รัชทายาท ก็เกี่ยวพันถึงชีวิตของพวกเขาทุกคน...เนิ่นนานผ่านไปโดยไม่รู้ตัว รอบบาดแผลของฉู่มู่เฉินก็ถูกปักจนเต็มไปด้วยเข็มเงินแล้ว และก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะคิดไปเองหรือไม่ ซูหลี่หรานที่ยืนอยู่ด้านข้าง กลับรู้สึกว่าร่างขององค์รัชทายาทดูเหมือนจะไม่แข็งทื่อถึงเพียงนั้นแล้วกระทั่งบาดแผลที่เคยดำสนิท ก็คล้ายจะซีดจางลงไปไม่น้อย...ขณะนั้นเอง ซูลั่วเยว่ก็ถือกล่องใบเล็กวิ่งลนลานเข้ามา “พี่ใหญ่ ข้านำยาถอนพิษมาแล้วเจ้าค่ะ!”เมื่อซูหลี่หรานได้ยินเช่นนั้น ก็รีบถลาเข้าไปหาทันที “เจ้ารู้จักยาถอนพิษงั้นหรือ?”ซูลั่วเยว่พยักหน้าด้วยท่าทีเคร่งขรึมจริงจัง “ข้ามีโอสถเงินดารา เจ้าสิ่งนี้สามารถสลายพิษร้ายได้นับสิบชนิด แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่แน่ชัดว่าพี่ชายรัชทายาทต้องพิษใดกันแน่ แต่โอสถชนิดนี้กินเข้าไปแล้วถึงอย่างไรก็

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 25

    ซูสือจิ่นโกรธจนกำหมัดแน่น นางหันขวับกลับไปในทันที สาวเท้าตรงเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าของซูลั่วเยว่ สะบัดมือตบฉาดลงไปเต็มแรง!เสียง “เพียะ” ดังสนั่น ซูลั่วเยว่ถึงกับแข็งค้างไปทั้งตัวส่วนซูสือจิ่นสะบัดข้อมือเบาๆ “ในที่สุดก็รู้สึกสบายเนื้อสบายตัวขึ้นตั้งเยอะ”นางคิดอยากจะลงมือตั้งนานแล้ว!ทว่าเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น ข้างหูก็มีเสียงกรีดร้องแหลมสูงด้วยความตื่นตระหนกตกใจกลัวของซูลั่วเยว่ดังลอยมาทันที “กรี๊ด! พี่หญิง ท่านตบข้าได้อย่างไรกัน?”ซูสือจิ่นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เมื่อก่อนข้าไม่เคยทุบตีเจ้า แต่เจ้ากลับพูดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่าข้าตีเจ้า ตอนนี้ข้าลงมือตีเจ้าจริงๆ แล้ว เจ้าจะร้องตะโกนเสียงดังขนาดนี้ไปทำไมกัน?”หลังจากพูดจบแล้ว นางก็สะบัดมือตบลงไปอีกฉาด เสียง “เพียะ” ดังสนั่น ทำเอาทุกคนที่เฝ้ามองอยู่ถึงกับปากอ้าตาค้างด้วยความตกตะลึง!ซูลั่วเยว่ล้มกระแทกลงกับพื้นตรงนั้นทันที “พี่หญิง ท่านทำได้อย่างไรกัน...”“เจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นพี่หญิง ในเมื่อยามนี้ท่านพ่อไม่อยู่ พี่สาวสั่งสอนตักเตือนน้องสาวสักหน่อยแล้วมันทำไมหรือ? เวลาที่พี่ใหญ่สั่งสอนข้า พวกเจ้าทุกคนล้วนแต่รู้สึกว่ามันสม

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 12

    “ท่านเองก็รู้ว่าพวกเขาพูดจาร้ายกาจหยาบคาย แต่กลับยังจะมาโน้มน้าวมิให้ข้าเก็บไปใส่ใจ แล้วข้าจะไปกล้าเก็บมาใส่ใจได้อย่างไรกันเล่า?”ซูสือจิ่นกวาดสายตามองดูฝูงชน ยามที่สายตาจับจ้องไปถึง คนส่วนใหญ่ต่างก็พากันก้มศีรษะลงต่ำด้วยความรู้สึกละอายใจ...เมื่อเห็นเป็นเช่นนี้ นางก็ไม่ได้เอ่ยปากพูดจาสิ่งใดให้มาก

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 11

    ท่านหมอหลิวสีหน้าแข็งค้างไปทันที แทบจะโมโหจนกระอักเลือดออกมาแล้วทว่าอย่างไรเสียเขาก็เป็นหมอ เมื่อเห็นสตรีที่อยู่ข้างกายซึ่งร้องไห้แทบขาดใจ เขาก็ย่อตัวลงต่อหน้าเด็กอีกครั้ง...ในระหว่างที่เขาตรวจอาการให้เด็กอย่างละเอียดละออ บริเวณรอบข้างก็อื้ออึงเซ็งแซ่อยู่เนิ่นนานแล้ว“คราวนี้มีเรื่องสนุกให้ดูชม

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 10

    สิ้นเสียงของท่านหมอผู้นั้น รอบข้างก็มีเสียงด่าทอด้วยความโกรธเกรี้ยวลอยตามมาทันที“ท่านหมอหลิว ท่านกำลังพูดจาเลอะเทอะอันใดกัน? จะปล่อยให้เดินจากไปดื้อๆ แบบนี้ได้อย่างไรกัน?”ทันทีที่มีคนเป็นแกนนำ ฝูงชนรอบข้างก็เกิดความโกลาหลขึ้นมาในพริบตา“ถูกแล้ว ต่อให้เป็นคุณหนูใหญ่ผู้สูงศักดิ์ ก็ไม่มีสิทธิ์มาทร

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 9

    “ใช่ๆ ถึงว่าเหตุใดข้าจึงคุ้นตานัก? จุ๊ๆ คุณหนูในห้องหอผู้หนึ่ง ถึงขั้นวิ่งโร่มาทำเรื่องเหลวไหลกลางถนนหลวง นี่คงย่ามใจว่าตนเองฐานันดรสูงส่ง ชาวบ้านธรรมดาสามัญทำอันใดนางมิได้ล่ะสิ?”“ได้ยินมานานแล้วว่าคุณหนูรองแห่งจวนอัครเสนาบดีผู้นั้นอ้วนพีราวกับสุกร จิตใจเหี้ยมโหดอำมหิต วันนี้ได้พบเจอเป็นเช่นนั้นจร

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status