แชร์

บทที่ 6

ผู้เขียน: คุณหนูซินอวี้
คำพูดเพียงประโยคเดียว ทำเอาซูหลี่หรานโกรธจนหอบหายใจสะท้าน “เจ้าช่างไม่รู้ความเอาเสียเลย!”

เขามองซูสือจิ่นด้วยสายตาแค้นใจที่เหล็กไม่กลายเป็นเหล็กกล้า

“องค์รัชทายาททรงห่วงใยเจ้า พอได้ยินว่าเจ้าจะกระโดดหน้าผา ก็รีบนำคนไปช่วยเจ้าในทันที ต่อให้เจ้าไม่ได้กระโดดลงไป พระองค์ก็ยังทรงอุ้มเจ้ากลับมาด้วยพระองค์เอง กระทั่งยังทรงเก็บตำแหน่งพระชายาเอกไว้ให้เจ้ามาโดยตลอด ทว่าเจ้ากลับไร้เดียงสาถึงเพียงนี้ คำพูดเพียงประโยคเดียว ก็ลบเลือนความดีงามทั้งหมดที่พระองค์มีต่อเจ้าจนสิ้น!”

“ยังมีน้องหญิงสามอีก นางต้องเผชิญความยากลำบากอยุติธรรมอยู่ข้างนอกมาสารพัด กว่าจะกลับมาได้อย่างยากเย็นแสนเข็ญ แต่เจ้ากลับคอยแต่จะเปรียบเทียบกับนางไปเสียทุกเรื่อง แล้วนางเคยคิดร้ายต่อเจ้าตอนไหนกัน? นางรู้ว่าเจ้าชอบกินขนมกุ้ยฮวา ก็สั่งคนทำให้เจ้ากินทุกวัน นางกลัวว่าบ่าวไพร่ในเรือนของเจ้าจะน้อยเกินไป ยัง...”

“พูดไร้สาระพอหรือยัง?”

ซูสือจิ่นขัดจังหวะขึ้นมาอย่างนึกรำคาญใจ “ไม่ยอมไปใช่หรือไม่? ดึงดันจะเสวนากับข้าให้ได้ใช่ไหม? เช่นนั้นเราก็นำทุกสิ่งทุกอย่างมาพูดให้กระจ่างชัดในคราวเดียวเลยแล้วกัน!”

ซูสือจิ่นถลึงตาจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็ง “ท่านเอาแต่พร่ำบอกว่าเขาห่วงใยข้ามาตลอด เช่นนั้นแล้วเหตุใดเขายังดึงดันจะแต่งซูลั่วเยว่เข้าจวนอีกเล่า? ท่านไม่รู้สึกว่ามันขัดแย้งกันเองบ้างเลยหรือไร? ให้ข้าเป็นคนบอกความจริงแก่ท่านเองดีกว่าว่ามันคืออะไร!”

“ความจริงก็คือองค์รัชทายาทไม่เคยห่วงใยข้าเลยแม้แต่น้อย! ที่เขาหวาดกลัวว่าข้าจะกระโดดหน้าผา ก็เพียงเพราะกลัวว่าซูลั่วเยว่จะเสียใจเพราะเรื่องนี้ เขาทำเพื่อซูลั่วเยว่ถึงได้มาช่วยข้า! มิฉะนั้นแล้ว เหตุใดเขายังต้องร่วมมือกับพวกท่านปิดบังความจริงที่ข้าได้พลัดตกหน้าผาไปแล้วด้วยเล่า?”

เห็นซูหลี่หรานจะอ้าปาก ซูสือจิ่นก็ถลกแขนเสื้อสองข้างขึ้นทันที พริบตาที่แขนเสื้อเลิกขึ้น รอยแผลเป็นเต็มสายตาพลันปรากฏสู่สายตา ทำเอาซูหลี่หรานตกตะลึงตาค้างไปชั่วขณะ

ซูสือจิ่นเอ่ยอีกว่า “หากมิใช่เพราะบุรุษสตรีไม่ควรใกล้ชิด ข้าก็อยากจะให้พี่ใหญ่ดูบาดแผลส่วนอื่นๆ บนร่างกายข้านัก! แน่นอนว่าข้ารู้ดี ไม่ว่าข้าจะพูดอะไรพี่ใหญ่ก็ไม่มีวันเชื่อ แต่พี่ใหญ่หาใช่คนไร้สมอง ความจริงที่ทุกคนในจวนต่างรู้ดี ขอเพียงพี่ใหญ่ตั้งใจถามสักนิด ขอเพียงพี่ใหญ่ยอมเชื่อข้าสักครั้งหนึ่ง!” เมื่อมองซูหลี่หรานที่มีสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ ซูสือจิ่นก็เอ่ยต่อไปว่า “ยังมีพวกสาวใช้ไม่กี่คนในเรือนนั้นอีก ข้ารู้ว่าข้าเคยสั่งสอนพวกนางต่อหน้าพี่ใหญ่ตั้งหลายครั้ง แต่ท่านรู้แค่ว่าข้าสั่งสอนพวกนาง แล้วท่านเคยได้ยินไหมว่าลับหลังพวกนางนินทาและเยาะหยันข้าอย่างไรบ้าง? เป็นเพราะพวกนางคือคนที่ซูลั่วเยว่ส่งมา พวกนางถึงได้มั่นใจว่าข้าไม่กล้าสังหารพวกนาง!”

“เมื่อก่อนข้าโง่เง่าราวกับสุกร ต่อให้ในใจจะนึกไม่พอใจเพียงใด ก็ไม่เคยลุกขึ้นมาขัดขืน ทว่ายามนี้ในที่สุดข้าก็คิดได้ การถอยหนึ่งก้าวไม่ได้ช่วยให้เรื่องราวคลี่คลายอย่างสงบ คนที่ทำร้ายข้า มีแต่จะยิ่งได้คืบจะเอาศอก!”

ซูหลี่หรานนิ่วหน้าขมวดคิ้ว “เพื่อที่จะใส่ร้ายน้องหญิงสาม เจ้าถึงกับยอมทำร้ายตัวเองจนมีสภาพเช่นนี้เชียวหรือ...”

ซูสือจิ่นแค่นหัวเราะคราหนึ่ง

รู้อยู่ตั้งนานแล้วว่า เขาไม่มีวันเชื่อคำพูดของตน ช่างเสียเวลาสีซอให้ควายฟังอยู่ตั้งนาน น่าสมเพชเหลือเกิน

ต้องใช้ชีวิตอยู่ในครอบครัวเช่นนี้ มิน่าเล่าเจ้าของร่างเดิมถึงได้อยากกระโดดหน้าผาตาย

ช่างน่าอึดอัดจนหายใจไม่ออกจริงๆ...

พลันได้ยินซูหลี่หรานยอมผ่อนน้ำเสียงให้อ่อนลงในที่สุด “พี่ใหญ่รู้ว่าที่เจ้าพูดมามากมายขนาดนี้ ก็เพียงเพื่ออยากให้พี่ใหญ่ปวดใจ ยามนี้ท่านพ่อไม่อยู่ พี่ชายคนโตเปรียบเสมือนบิดา ดังนั้นพี่ใหญ่จะตามใจเจ้าจนเสียคนมิได้ ส่วนเรื่องศาลบรรพชนที่เมื่อวานเจ้ายังไม่ได้ไปคุกเข่า...”

“ไม่จำเป็น”

ซูสือจิ่นเอ่ยด้วยความนึกรังเกียจขยะแขยง “ที่ท่านจงใจหาเรื่องไม่ยอมปล่อยข้าไป ก็แค่คิดว่าข้ากำลังแย่งองค์รัชทายาทกับซูลั่วเยว่ใช่หรือไม่? เมื่อวานข้าได้ลงนามในหนังสือถอนหมั้นกับองค์รัชทายาทเรียบร้อยแล้ว เดือนหน้าคนที่จะแต่งให้องค์รัชทายาทมีเพียงนางคนเดียว นับจากนี้ไปก็อย่าได้มาปรักปรำว่าข้าแย่งตำแหน่งพระชายาเอกของนางอีก เรื่องราวของพวกเขาทั้งสองคน ข้าขอถอนตัว”

พูดจบ ซูสือจิ่นก็เดินกลับเข้าไปในห้องเพื่อนำหนังสือถอนหมั้นออกมา พลางโยนใส่มือของซูหลี่หรานทันที

ซูหลี่หรานเหลือบมองเพียงปราดเดียว ก็พลันเบิกตากว้าง!

นี่มันลายพระหัตถ์ขององค์รัชทายาทจริงๆ...

“พวกเจ้าถอนหมั้นกันแล้วจริงๆ หรือ?”

ซูหลี่หรานหันไปมองนางอย่างยากที่จะเชื่อได้

นางกล่าวว่า “ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ตอนนี้พี่ใหญ่พอใจหรือไม่? ถ้าพอใจแล้วก็เชิญไปได้”

“เป็นไปไม่ได้ เจ้าฝังใจกับเขาขนาดนั้น จะตัดใจลงได้อย่างไร?”

“จะตัดใจลงหรือไม่ก็ถอนหมั้นไปแล้ว พูดว่าเป็นความฝังใจก็ออกจะเกินไปหน่อย ถึงแม้ว่าเมื่อก่อนข้าจะตาถั่วไปชอบเขาจริงๆ แต่ตอนนี้ข้าก็ตาสว่างแล้วว่าเขาหาได้มีใจให้ข้าไม่ ในเมื่อพวกท่านทุกคนต่างบอกข้าว่า พวกสองคนรักกันด้วยใจจริง แล้วข้าจะดันทุรังไปแทรกกลางระหว่างพวกเขาให้โดนโขกสับซ้ำๆ อีกทำไม?”

ทว่าซูหลี่หรานกลับรีบคว้าข้อมือนางไว้ด้วยความร้อนรน “เจ้ารู้หรือไม่ว่าหนังสือถอนหมั้นฉบับนี้มีผลบังคับใช้จริง? อย่าเหลวไหล รีบบอกมาว่าเรื่องนี้มีกี่คนที่รู้เรื่องแล้วบ้าง?”

ซูสือจิ่นสะบัดมือเขาออก “ถ้ามันไม่มีผลบังคับใช้จริง ข้าจะลงนามไปเพื่ออะไรเล่า?”

“สตรีที่ถูกถอนหมั้นจะต้องกลายเป็นขี้ปากชาวบ้าน! ยิ่งถูกองค์รัชทายาทถอนหมั้น ชาตินี้ก็ไม่มีผู้ใดกล้าแต่งกับเจ้าแล้ว!”

ซูสือจิ่นแค่นหัวเราะ “หึ ไม่มีผู้ใดกล้าแต่งแล้วอย่างไร มิใช่ว่าข้าจะได้อยู่สุขสบายหรอกหรือ? อีกอย่าง นี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกท่านหวังไว้หรอกหรือ? ในเมื่อข้ายอมถอยออกมาแล้ว เหตุใดท่านกลับดูไม่ค่อยพอใจขึ้นมาเสียเล่า?”

ซูหลี่หรานกำหมัดแน่น “ข้าเป็นพี่ใหญ่ของเจ้านะ! ข้าจะยอมปล่อยให้เจ้ากลายเป็นตัวตลกของคนอื่นได้อย่างไรกัน?”

“ตัวข้าในยามนี้กลายเป็นตัวตลกที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงตั้งนานแล้ว!”

แววตาของซูสือจิ่นเย็นชาไร้ความรู้สึก “และคนที่ทำให้เป็นเช่นนี้ ก็หาได้มีแค่พวกเขาสองคน แต่ยังมีผู้สมรู้ร่วมคิดอย่างท่านด้วย!”

กล่าวจบ ซูสือจิ่นก็สะบัดแขนเสื้อเดินจากไป

“ในเมื่อท่านไม่ยอมไป ข้าไปเอง!”

นางไม่อยากจะเอ่ยปากพูดจาไร้สาระกับคนประเภทนี้เลยสักนิด!

แทนที่จะทนรองรับอารมณ์อยู่ที่นี่ มิสู้ออกไปสูดอากาศสดชื่นข้างนอกสักหน่อยยังจะดีเสียกว่า!

ทว่าหลังจากที่นางเดินจากไปแล้ว ซูหลี่หรานที่รั้งอยู่ ณ ที่เดิม กลับนิ่งค้างอยู่อย่างนั้นเป็นเวลานาน

เขายืนจ้องหนังสือถอนหมั้นในมือตาค้าง ในหัวพลันแว่วเสียงคำพูดเหล่านั้นของซูสือจิ่นเมื่อครู่ซ้ำไปซ้ำมา...

หากจะบอกว่า สิ่งที่นางทำลงไปทั้งหมดก่อนหน้านี้ ก็เพื่อต้องการแต่งเข้าจวนรัชทายาท

หากจะบอกว่า ที่นางคอยหาเรื่องซูลั่วเยว่มาตลอด เป็นเพราะนางต้องการครอบครององค์รัชทายาทไว้เพียงผู้เดียว

เช่นนั้นแล้วยามนี้ นางกลับเป็นฝ่ายขอถอนหมั้นกับองค์รัชทายาทด้วยตัวเอง แล้วสิ่งที่นางทำไปพวกนั้นจะมีประโยชน์อันใดเล่า?

หรือว่าสิ่งที่นางพูดมา จะเป็นเรื่องจริง?

ซูหลี่หรานตกใจกับความคิดของตัวเอง พลางส่ายหน้าทันควัน เป็นไปไม่ได้

องค์รัชทายาททรงกำหนดแน่ชัดให้นางเป็นพระชายา ความรักความเอ็นดูที่มีต่อนางย่อมเป็นเรื่องจริงแท้แน่นอน

ส่วนซูลั่วเยว่ก็นิสัยซื่อบริสุทธิ์จิตใจดีงาม ไม่มีทางเป็นเหมือนอย่างที่นางพูดออกมาแน่...

ทั้งที่ทุกคนต่างก็คอยปฏิบัติต่อนางอย่างดียิ่ง มีแต่นางเองนั่นแหละที่ไม่รู้จักพอ

นางโชคดีมีความสุขมากพออยู่แล้ว...

พอคิดได้เช่นนี้ ซูหลี่หรานถึงจะรู้สึกว่าทุกอย่างล้วนมีเหตุผลรองรับขึ้นมา

แต่พอมองหนังสือถอนหมั้นที่อยู่ในมือ จิตใจของเขาก็ยังคงปั่นป่วนไม่สงบลงเสียที...

“พี่ใหญ่”

สุ้มเสียงที่ดังมาจากนอกประตูดึงสติของเขากลับมาในที่สุด

เมื่อหันหลังกลับไปมอง ก็เห็นซูลั่วเยว่เดินมาถึงประตูแล้วจริงๆ นางสวมชุดกระโปรงยาวสีชมพู ขับผิวพรรณให้ดูผุดผ่องละมุนละไม เรือนผมดำขลับรวบเกล้าขึ้นสูง ใบหน้าแต่งแต้มเครื่องประทินโฉมอย่างประณีตงดงามยิ่ง

“ได้ยินว่าท่านมาหาพี่หญิงรอง ข้าก็เลยตามมาเจ้าค่ะ”

นางพูดไปพลาง ก้าวเท้าเดินมาหยุดอยู่ข้างกายซูหลี่หรานทีละก้าว

ซูหลี่หรานที่เมื่อครู่ยังหงุดหงิดงุ่นง่านอย่างยิ่งลอบถอนหายใจ “อยากขอความเห็นใจให้นางอีกกระมัง? วางใจเถอะ พี่ใหญ่หาได้ลงโทษนางไม่”

ถึงแม้จะเป็นเพราะนางไม่ยอมรับโทษเองก็เถอะ...

คิดไปพลาง เขาก็ทอดสายตามองซูลั่วเยว่ด้วยความสงสารจับใจพลางเอ่ยว่า “นางมุ่งเป้าเล่นงานเจ้าถึงเพียงนั้น เจ้าก็ยังคิดเผื่อนางอยู่ตลอด ช่างน่าเสียดายที่นางไม่เคยรับรู้ถึงความหวังดีของเจ้าเลยสักนิด”

ซูลั่วเยว่เพียงแย้มยิ้มบางๆ “พวกเราเป็นพี่น้องคลานตามกันมา คิดเผื่อนางมิใช่เรื่องที่ควรทำหรอกหรือเจ้าคะ? ก็เหมือนกับพี่ใหญ่ที่มักจะคอยคิดเผื่อพวกเราเสมอ...”

กล่าวจบ นางก็เหลียวซ้ายแลขวา “พี่หญิงรองเล่าเจ้าคะ? นางยังโกรธข้าอยู่หรือไม่?”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 30

    ซูสือจิ่นยิ่งฟังก็ยิ่งหงุดหงิดใจดูท่าไม่เพียงแต่เจ้าของร่างเดิมจะมีนิสัยอ่อนแอขลาดเขลา แม้กระทั่งสาวใช้ของนางก็ยังขี้ขลาดตาขาวและกลัวความเดือดร้อนเช่นนี้เหมือนกัน...ทั้งที่คนที่ต้องทนรับความอัปยศอดสูคือตัวนาง ทว่าผลลัพธ์คือเอ่ยปากคำไหนก็เอาแต่เกลี้ยกล่อมให้นางยอมอดทน นี่มันจะยอมคนง่ายเกินไปหรือไม่?“คำพูดประเภทนี้วันหน้าอย่าได้เอ่ยออกมาอีก” ซูสือจิ่นรู้สึกระอาใจอยู่บ้างตงเอ๋อร์ทอดถอนหายใจออกมาเบาๆ “บ่าวเข้าใจความหมายของคุณหนูเจ้าค่ะ เรื่องที่องค์รัชทายาททรงให้ท่านแต่งเข้าจวนพร้อมกับคุณหนูสามนั้น สำหรับท่านแล้ว ถือเป็นการเหยียดหยามอย่างรุนแรงจริงๆ การที่ท่านจะรู้สึกเจ็บปวดทุกข์ทรมานใจมันก็เป็นเรื่องธรรมดา ทว่าเรื่องราวมาถึงขั้นนี้แล้ว ขนาดท่านถึงขั้นกระโดดหน้าผาก็ยังไม่อาจเปลี่ยนพระทัยขององค์รัชทายาทได้ แล้วยังจะทำสิ่งใดได้อีกเล่า...”ซูสือจิ่นเหลือบตาค้อนใส่นางอย่างระอาใจ เจ้าของร่างเดิมต้องยอมอ่อนข้อให้นางมากมายขนาดไหนกันแน่?เหตุใดคำพูดคำจาของนางถึงได้เยอะแยะมากมายขนาดนี้?เมื่อคิดถึงตงเอ๋อร์ ในสมองก็ผุดภาพเหตุการณ์ที่เคยใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับนางตลอดเวลาตั้งแต่เช้าจรดเย็นขึ้นม

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 29

    ซ้ำร้ายยังจะรุนแรงยิ่งกว่าแต่ก่อนเสียอีกตัวเขาในอดีตแม้ขาทั้งสองข้างจะพิการ ทว่ากลับยังคงหลงเหลือความรู้สึกอยู่ ก็ยังสามารถรักษาเยียวยาได้หากว่าต้องกลับมาพิการอีกครั้ง ย่อมสิ้นหวังจนยากจะเยียวยารักษาอย่างแน่นอน...เพียงแค่คิดถึงเรื่องนี้ ซูสือจิ่นก็ไม่รู้สึกโกรธเคืองเลยแม้แต่น้อยในเมื่อองค์รัชทายาทสารเลวนั่นรักซูลั่วเยว่มากขนาดนั้น ก็ปล่อยให้พวกเขารีบลงเอยกันไปเสียเถอะทว่าไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อถึงเวลานั้นจริงๆ แล้ว พวกเขายังจะสามารถพร่ำคำสาบานรักกันต่อไปได้อีกหรือไม่...“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนู...”น้ำเสียงที่ดังขึ้นข้างหูช่วยดึงสติของนางให้กลับคืนมา พอหันหน้าไปมองก็เห็นตงเอ๋อร์ที่ใบหน้าเล็กๆ ขึ้นสีแดงก่ำ“เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”เห็นเพียงตงเอ๋อร์ที่มีสีหน้าท่าทางร้อนรน “พอได้ยินว่าคุณหนูกลับมา บ่าวก็รีบมาหาคุณหนูทันทีเจ้าค่ะ เพียงแต่เมื่อครู่สถานการณ์ชุลมุนวุ่นวาย บ่าวจึงไม่กล้าเสนอหน้าเข้าไป ทำได้เพียงเดินตามหลังคุณหนูมาตลอด คุณหนูอย่าเดินเร็วเพียงนั้นสิเจ้าคะ บ่าวเกือบจะตามไม่ทันแล้ว...”ซูสือจิ่นผ่อนฝีเท้าให้ช้าลง “เจ้าไม่พักผ่อนอยู่ในเรือนให้ดีๆ ออกมาตามหาข้าทำไมกั

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 28

    ซูหลี่หรานก็กำหมัดแน่นด้วยความโกรธจัดเช่นกัน “นับวันนางยิ่งทำเกินกว่าเหตุจริงๆ! ขนาดอยู่ต่อหน้าต่อตาพวกเรายังกล้าลงมือกับเจ้า วันหน้าเจ้าอย่าได้ไปสนิทชิดเชื้อกับนางอีกเลย อยู่ให้ห่างจากนางมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ย่อมดีที่สุด”ซูลั่วเยว่สะอื้นไห้จนชวนให้ผู้คนเวทนาจับใจ “พี่ชายรัชทายาท ข้าอยากจะทราบว่า พวกท่านได้ถอนหมั้นกันไปจริงๆ แล้วหรือเพคะ?”ฉู่มู่เฉินโกรธจนหน้ามืดตามัว “ย่อมเป็นเช่นนั้น! หนังสือถอนหมั้นฉบับนั้นนางเป็นคนลงแรงเขียนด้วยน้ำมือตนเอง ในเมื่อนางสามหาวไร้ขื่อแปถึงเพียงนี้ ข้าย่อมต้องเติมเต็มความปรารถนาของนางอยู่แล้ว!”ในดวงตาของซูลั่วเยว่ฉายแววคิดคำนวณพาดผ่านวูบหนึ่ง ทว่าปากกลับเอ่ยว่า “พี่ชายรัชทายาทจะสามารถถอนรับสั่งคืนได้หรือไม่เพคะ? ยามนี้ที่นางมีนิสัยแปรเปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ก็เพราะพี่ชายรัชทายาทลงนามในหนังสือถอนหมั้นฉบับนั้น เห็นได้ชัดว่าในใจนางมิได้อยากถอนหมั้นกับพี่ชายรัชทายาทเลย และก็เพราะเหตุนี้ นางถึงได้...”เอ่ยไปพลาง นางก็ลูบใบหน้าตนเองด้วยท่าทางน่าเวทนาจับใจ กิริยาอาการนั้นราวกับกำลังบอกว่า หากมีการถอนหมั้นกันจริงๆ ซูสือจิ่นจะต้องยิ่งรังแกนางหนักกว่าเดิ

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 27

    ซูสือจิ่นถึงกับหลุดขำออกมาด้วยความโมโห คนพวกนี้สมองมีปัญหาไปหมดแล้วกระมัง?“หากมิใช่เพราะเข็มไม่กี่เล่มนั้นของข้า ป่านนี้เขาคงตายไปนานแล้ว พวกท่านลองย้อนดูตัวเองหน่อยดีหรือไม่ว่ากำลังพูดเรื่องบ้าอะไรอยู่?”ซูหลี่หรานเอ่ยด้วยความโกรธระคนผิดหวังที่อีกฝ่ายไม่ได้ดั่งใจ “วันๆ เจ้าอยู่แต่ในห้องหอ จะไปเข้าใจวิชาแพทย์ได้อย่างไรกัน? น้องหญิงสามนางเป็นถึงศิษย์ของหมอเทวดา เห็นได้ชัดว่าองค์รัชทายาทได้นางช่วยชีวิตเอาไว้ หากมิใช่เพราะโอสถของนาง ป่านนี้เจ้าจะหาทางลงอย่างไร รู้ตัวบ้างหรือไม่? ยังจะมีหน้ามาโวยวายอยู่อีก! เหตุใดเจ้าต้องคอยจะแย่งชิงความดีความชอบกับน้องหญิงสามให้ได้?”แววตาของเขาเต็มไปด้วยความผิดหวัง “เดิมทีข้าไม่อยากบอกเรื่องนี้กับเจ้า เพราะกลัวว่าเจ้าจะอิจฉาริษยาน้องหญิงสาม เจ้าทราบบ้างหรือไม่ว่าน้องหญิงสามนางถึงกับเข้าตาท่านผู้เฒ่าหยางแห่งสำนักเชียนมิ่งแล้ว? วิชาแพทย์ของนางได้รับการยอมรับ ถึงขนาดที่คนของสำนักเชียนมิ่งอุตส่าห์มาเชิญน้องหญิงสามให้ไปช่วยชีวิตคนด้วยตนเอง เจ้ามีสิ่งใดไปเทียบกับน้องหญิงสามได้งั้นหรือ?”คำพูดพรั่งพรูยาวเหยียดของซูหลี่หรานทำเอาซูสือจิ่นโกรธจนหน้าเขียว “คนข

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 26

    นับตั้งแต่องค์รัชทายาททรงหมดสติไป ทุกคนในจวนอัครเสนาบดีต่างก็ตกอยู่ท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวายบางคนรีบร้อนวิ่งออกไปตามหมอหลวง บ้างก็ตื่นตระหนกลนลานฉุดลากตัวท่านหมอเข้ามาทุกคนล้วนมือไม้ปั่นป่วนวุ่นวาย และต่างก็รู้สึกตื่นตระหนกขวัญเสียมาจากก้นบึ้งของหัวใจ!อย่างไรเสีย ความปลอดภัยขององค์รัชทายาท ก็เกี่ยวพันถึงชีวิตของพวกเขาทุกคน...เนิ่นนานผ่านไปโดยไม่รู้ตัว รอบบาดแผลของฉู่มู่เฉินก็ถูกปักจนเต็มไปด้วยเข็มเงินแล้ว และก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะคิดไปเองหรือไม่ ซูหลี่หรานที่ยืนอยู่ด้านข้าง กลับรู้สึกว่าร่างขององค์รัชทายาทดูเหมือนจะไม่แข็งทื่อถึงเพียงนั้นแล้วกระทั่งบาดแผลที่เคยดำสนิท ก็คล้ายจะซีดจางลงไปไม่น้อย...ขณะนั้นเอง ซูลั่วเยว่ก็ถือกล่องใบเล็กวิ่งลนลานเข้ามา “พี่ใหญ่ ข้านำยาถอนพิษมาแล้วเจ้าค่ะ!”เมื่อซูหลี่หรานได้ยินเช่นนั้น ก็รีบถลาเข้าไปหาทันที “เจ้ารู้จักยาถอนพิษงั้นหรือ?”ซูลั่วเยว่พยักหน้าด้วยท่าทีเคร่งขรึมจริงจัง “ข้ามีโอสถเงินดารา เจ้าสิ่งนี้สามารถสลายพิษร้ายได้นับสิบชนิด แม้ว่าตอนนี้จะยังไม่แน่ชัดว่าพี่ชายรัชทายาทต้องพิษใดกันแน่ แต่โอสถชนิดนี้กินเข้าไปแล้วถึงอย่างไรก็

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 25

    ซูสือจิ่นโกรธจนกำหมัดแน่น นางหันขวับกลับไปในทันที สาวเท้าตรงเข้าไปหยุดอยู่เบื้องหน้าของซูลั่วเยว่ สะบัดมือตบฉาดลงไปเต็มแรง!เสียง “เพียะ” ดังสนั่น ซูลั่วเยว่ถึงกับแข็งค้างไปทั้งตัวส่วนซูสือจิ่นสะบัดข้อมือเบาๆ “ในที่สุดก็รู้สึกสบายเนื้อสบายตัวขึ้นตั้งเยอะ”นางคิดอยากจะลงมือตั้งนานแล้ว!ทว่าเพียงแค่ชั่วพริบตาเดียวเท่านั้น ข้างหูก็มีเสียงกรีดร้องแหลมสูงด้วยความตื่นตระหนกตกใจกลัวของซูลั่วเยว่ดังลอยมาทันที “กรี๊ด! พี่หญิง ท่านตบข้าได้อย่างไรกัน?”ซูสือจิ่นเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เมื่อก่อนข้าไม่เคยทุบตีเจ้า แต่เจ้ากลับพูดอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันว่าข้าตีเจ้า ตอนนี้ข้าลงมือตีเจ้าจริงๆ แล้ว เจ้าจะร้องตะโกนเสียงดังขนาดนี้ไปทำไมกัน?”หลังจากพูดจบแล้ว นางก็สะบัดมือตบลงไปอีกฉาด เสียง “เพียะ” ดังสนั่น ทำเอาทุกคนที่เฝ้ามองอยู่ถึงกับปากอ้าตาค้างด้วยความตกตะลึง!ซูลั่วเยว่ล้มกระแทกลงกับพื้นตรงนั้นทันที “พี่หญิง ท่านทำได้อย่างไรกัน...”“เจ้าก็รู้ว่าข้าเป็นพี่หญิง ในเมื่อยามนี้ท่านพ่อไม่อยู่ พี่สาวสั่งสอนตักเตือนน้องสาวสักหน่อยแล้วมันทำไมหรือ? เวลาที่พี่ใหญ่สั่งสอนข้า พวกเจ้าทุกคนล้วนแต่รู้สึกว่ามันสม

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 8

    ซูสือจิ่นพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ว่า “แม้ข้าจะรู้ไม่มาก แต่ก็รู้ดีว่าแขนของเด็กคนนี้ไม่จำเป็นต้องตัดทิ้งเลยแม้แต่น้อย การตัดแขนเด็กเป็นเพียงหนทางขับพิษที่ง่ายที่สุด ทว่าการรักษาแขนของเด็กเอาไว้ต่างหาก ถึงจะเป็นหนทางที่มีเมตตาธรรมที่สุด”ขณะพูด นางก็ทรุดตัวลงนั่งยองๆ ข้างกายเด็กน้อยคนนั้น จากนั้นก็ถอน

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 7

    เมื่อเห็นซูลั่วเยว่ที่รู้ความอย่างยิ่งตรงหน้า ซูหลี่หรานก็รู้สึกตื้นตันระคนทอดถอนใจอีกครา “ไม่ต้องไปสนใจนางหรอก นางเห็นแก่ตัวจนเคยชินแล้ว ย่อมไม่มีทางยอมให้ตัวเองเสียเปรียบแน่”ซูลั่วเยว่ลอบทอดถอนใจ “เมื่อวานนางก่อเรื่องใหญ่โตขนาดนั้น ไม่รู้ว่าได้รับบาดเจ็บตรงไหนบ้างหรือไม่ วันนี้ยังออกไปข้างนอกคนเ

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 5

    “เป็นเรื่องของคุณหนูรองจวนอัครเสนาบดีกับองค์รัชทายาทขอรับ ต้นสายปลายเหตุของเรื่องนี้ คงต้องย้อนไปเมื่อสามปีก่อน”ชิงม่อเอ่ยปากรายงาน ครั้นเห็นว่าฉู่จวินเช่อมิได้เอ่ยขัดเขา จึงกล่าวต่อไปว่า “ปีนั้นองค์รัชทายาทขาได้รับบาดเจ็บ คุณหนูสามที่มีกำหนดต้องหมั้นหมายกับเขากลับหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอย เพื่อป

  • ชายาพิษหวนทวงแค้น   บทที่ 4

    คล้อยหลังฉู่มู่เฉิน ในที่สุดตงเอ๋อร์ก็เรียกสติกลับคืนมาได้ “คุณหนู! ท่านทำสิ่งใดลงไปเจ้าคะ? กว่าองค์รัชทายาทจะมาเยี่ยมท่านได้นั้นแสนยากเย็น เหตุใดท่านยังทำให้พระองค์ทรงกริ้วจนเดินหนีไปแล้วอีก? แล้วยังมีจะ เจ้าสิ่งนี้ รีบฉีกทิ้งเร็วเข้าเจ้าค่ะ โชคดีที่มีเพียงพวกเราสามคนที่รู้เรื่อง ตราบใดที่ฉีกทิ้งก็

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status