Masuk“เขาไม่เคยขอให้ข้าทรยศบ้านเกิด แต่พระบิดาของข้ากลับขอให้ข้าทรยศความถูกต้อง”ทูตลับถอนหายใจ “องค์หญิง โปรดไตร่ตรองให้ดี”“ข้าไตร่ตรองมานานแล้ว”ชายผู้นั้นหยิบกล่องไม้เล็ก ๆ ออกมา “นี่เป็นของฝากจากพระราชวังฉี”เมื่อเปิดออก ภายในเป็นปิ่นหยกที่พระมารดาของฉีเยว่หนิงเคยมอบให้นางในวัยเยาว์ นางมองปิ่นนั้นด้วยดวงตาสั่นไหว“พระองค์ตรัสว่า หากองค์หญิงยังเห็นคุณค่าของสิ่งนี้ ก็จงอย่าลืมสายเลือดของตน”ฉีเยว่หนิงยื่นมือรับปิ่นมาอย่างแผ่วเบา ความทรงจำในวัยเด็กหลั่งไหลกลับมา มารดาเคยลูบศีรษะนางพร้อมกล่าวว่า“ไม่ว่าเจ้าจะอยู่ที่ใด จงเป็นคนดี”มารดาไม่เคยสอนให้นางทรยศผู้ใด ไม่เคยสอนให้นางหลอกลวงและไม่เคยสอนให้นางตอบแทนความจริงใจด้วยการหักหลัง นางค่อย ๆ วางปิ่นหยกลงบนโต๊ะจากนั้นพับพระราชสาส์นอย่างเรียบร้อย ทูตลับมองนางด้วยสายตาคาดหวัง“องค์หญิงจะให้ข้านำคำตอบใดกลับไป”ฉีเยว่หนิงไม่ตอบทว่าเดินไปยังเตาอั้งโล่ที่กำลังมีถ่านแดงลุกอยู่ เปลวไฟเล็ก ๆ เต้นไห
เว่ยเซวียนเฉินค่อย ๆ วางกระดาษลง หัวใจของเขาหนักอึ้งกว่าครั้งใด หากรายชื่อเหล่านี้เป็นความจริงนั่นหมายความว่าตลอดสิบปีที่ผ่านมา ราชสำนักเว่ยถูกเครือข่ายเดียวกันแทรกซึมแทบทุกหน่วยงาน ไม่ใช่เพียงการลอบปลงพระชนม์อดีตเว่ยอ๋อง แต่เป็นการวางรากฐานเพื่อยึดอำนาจทั้งแผ่นดิน เว่ยเซวียนเฉินถือรายชื่อในมือ ดวงตาคมเข้มเย็นเยียบราวน้ำแข็ง พระองค์อ่านชื่อสุดท้ายบนกระดาษช้า ๆ จากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไปในทันที หานเฟิงรีบถามด้วยความตกใจ“ฝ่าบาท มีอะไรหรือพ่ะย่ะค่ะ”เว่ยเซวียนเฉินเงยหน้าขึ้นช้า ๆ “รายชื่อขุนนางกบฏมีทั้งหมดห้าสิบสามคน”พระองค์หยุดไปครู่หนึ่งก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงหนักอึ้ง “และหนึ่งในนั้น...คือผู้ที่ยังเข้าเฝ้าข้าทุกวัน”ห้องทรงงานตกอยู่ในความเงียบงัน เพราะศัตรูไม่ได้ซ่อนตัวอยู่ไกลอีกต่อไป แต่กำลังยืนอยู่ในราชสำนักเดียวกับเว่ยอ๋องทุกเช้าทางเลือกของพระชายาสายลมปลายฤดูใบไม้ร่วงพัดผ่านตำหนักท้ายวังอย่างแผ่วเบา ใบไม้สีเหลืองร่วงหล่นลงบนลานหินจนดูเงียบเหงากว่าทุกวันหลังเหตุเพลิงไหม้หอเก็บเ
“วันที่ยี่สิบเอ็ด ข้าเห็นแม่ทัพลู่เฉิงพบหานกั๋วกงเป็นครั้งที่สาม ทั้งสองสนทนากันเรื่องการเปลี่ยนกำลังรักษาวัง”“วันที่ยี่สิบสาม มีการเปลี่ยนเวรทหารก่อนกำหนดตามคำสั่งหานกั๋วกง”“วันที่ยี่สิบสี่ อดีตเว่ยอ๋องพระอาการทรุดลงอย่างรวดเร็ว”เว่ยเซวียนเฉินหลับตาลงความทรงจำเมื่อสิบปีก่อนค่อย ๆ ผุดขึ้นทีละภาพ เขาจำได้ว่าพระบิดาแข็งแรงมาตลอด แม้จะทรงประชวรอยู่บ้าง แต่ไม่เคยถึงขั้นหมดเรี่ยวแรงภายในเวลาเพียงไม่กี่วันตอนนั้นทุกคนเชื่อว่าเป็นโรคเก่ากำเริบ แต่หากสิ่งที่หมอหลวงหลัวบันทึกไว้เป็นความจริง ก็แปลว่ามีคนเตรียมทุกอย่างไว้ล่วงหน้า เว่ยเซวียนเฉินลืมตาขึ้นช้า ๆ“ลู่เฉิงอยู่ที่ใด”หานเฟิงก้มหน้า“หลังลาออกจากราชการ มีรายงานว่าเขาเดินทางไปทางเหนือ แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีผู้ใดพบตัวอีก”“คนทั้งคนจะหายไปโดยไร้ร่องรอยไม่ได้”“กระหม่อมจะส่งคนออกตามหาอีกครั้งพ่ะย่ะค่ะ”เว่ยเซวียนเฉินพยักหน้า ก่อนรับสมุดกลับมาอ่านเอง หน้าถัดไปมีข้อความที่เขียนด
“อันตรายเกินไป”“แต่หากมีหลักฐานเกี่ยวกับอดีตเว่ยอ๋องอยู่ที่นั่น”พระองค์ชะงัก ก่อนจะหันไปสั่งหานเฟิง “ข้าจะเข้าไป”หานเฟิงรีบคุกเข่า “ไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ”ฉีเยว่หนิงกล่าวทันที “หม่อมฉันเข้าไปเอง”เว่ยเซวียนเฉินหันกลับมามองนาง “เจ้าเสียสติไปแล้วหรือ”“หม่อมฉันตัวเล็กกว่า ผ่านช่องหน้าต่างได้ง่ายกว่า”“ข้าไม่อนุญาต”ฉีเยว่หนิงสบพระเนตรเขา“หากหม่อมฉันช่วยนำหลักฐานออกมาได้ พระองค์จะยอมเชื่อหรือไม่ว่าหม่อมฉันไม่ได้ทรยศ”คำถามนั้นทำให้เว่ยเซวียนเฉินนิ่งเงียบ นางไม่รอคำตอบ รีบวิ่งอ้อมไปด้านหลังอาคารทันที“เยว่หนิง!”เว่ยเซวียนเฉินรีบตามไปพร้อมหานเฟิง ด้านหลังหอเก็บเอกสารยังถูกไฟลามไม่มาก ฉีเยว่หนิงปีนขึ้นไปบนกองหินแล้วมุดผ่านหน้าต่างบานเล็กเข้าไปภายใน กลิ่นควันทำให้นางไออย่างรุนแรง ชั้นหนังสือหลายชั้นเริ่มไหม้ เสียงไม้แตกร้าวดังเป็นระยะ เศษถ่านร้อนตกลงมาจากเพดานไม่หยุดนางใช้ชายแ
เพลิงไหม้กลางเมืองหลวงเสียงระฆังเตือนภัยดังก้องไปทั่วเมืองหลวงของแคว้นเว่ย เปลวไฟสีแดงฉานพวยพุ่งขึ้นจากหอเก็บเอกสารหลวงจนมองเห็นได้จากทุกมุมของพระราชวัง ขุนนาง ขันที นางกำนัล และทหารต่างวิ่งวุ่นเข้าหาต้นเพลิง เสียงตะโกนสั่งการดังระงมปะปนกับเสียงไม้เก่าแตกหักเพราะความร้อนเว่ยเซวียนเฉินเสด็จมาถึงเป็นคนแรก ๆ แม้บาดแผลที่สีข้างจะยังไม่หายดี แต่พระองค์ไม่ทรงลังเลที่จะก้าวเข้าไปยังพื้นที่อันตรายหานเฟิงรีบเข้ามาขวาง“ฝ่าบาท พระองค์เข้าไปไม่ได้พ่ะย่ะค่ะ หลังคาอาจถล่มได้ทุกเมื่อ”เว่ยเซวียนเฉินทอดพระเนตรเปลวเพลิงที่กำลังกลืนกินอาคารทั้งหลัง ก่อนตรัสเสียงหนักแน่น“บันทึกของอดีตเว่ยอ๋องอยู่ข้างใน”“กระหม่อมจะเข้าไปเอง”“ไม่”เว่ยเซวียนเฉินส่ายพระพักตร์“หากเอกสารเหล่านั้นหายไป ความจริงก็จะหายไปด้วย”หานเฟิงรู้ดีว่าไม่อาจทัดทานได้ จึงรีบหันไปสั่งทหาร“ตั้งแนวดับเพลิงทุกด้าน นำถังน้ำเพิ่มจากคลองหลวง และช่วยคนในอาคารออกมาให้หมด&r
หลังหานเฟิงจากไป เว่ยเซวียนเฉินหยิบรายงานการสวรรคตของพระบิดาขึ้นมาอีกครั้ง ตัวอักษรบนกระดาษเก่าจางลงตามกาลเวลา แต่กลับหนักหนาจนกดทับหัวใจเขาอย่างรุนแรง เขานึกถึงคืนที่ตนยังเป็นองค์ชายวัยเยาว์ ยืนอยู่หน้าตำหนักหลวงและถูกทหารกันไว้ไม่ให้เข้าไปพบพระบิดา เสียงไอแห้ง ๆ ของอดีตเว่ยอ๋องดังออกมาจากด้านใน เสียงหมอหลวงเร่งร้อน เสียงไทเฮาร้องไห้ และสุดท้ายคือเสียงประตูปิดลงพร้อมข่าวการสวรรคตตอนนั้นเขาเชื่อทุกอย่างที่ผู้ใหญ่บอกบัดนี้เขาเริ่มไม่แน่ใจอีกต่อไปด้านตำหนักท้ายวัง ฉีเยว่หนิงได้รับข่าวจากแม่นมหลินว่าหานกั๋วกงกำลังเคลื่อนไหว นางยังคงถูกควบคุม แต่หลังเหตุลอบสังหาร เว่ยเซวียนเฉินมิได้เข้มงวดกับนางเท่าเดิม ทหารหน้าตำหนักยังอยู่ แต่แววตาของพวกเขาไม่เต็มไปด้วยความระแวงเหมือนก่อนแม่นมหลินนั่งอยู่ตรงข้ามฉีเยว่หนิง พลางลดเสียงลง“หานกั๋วกงไม่ใช่คนธรรมดา เขาเป็นเสาหลักของฝ่ายไทเฮามาหลายสิบปี หากเขาถูกสืบถึง เรื่องนี้จะสะเทือนทั้งวัง”ฉีเยว่หนิงขมวดคิ้ว“เขาเกี่ยวข้องกับการสวรรคตของอดีตเว่ยอ๋องจริงหรือ”“ข้า
“ทั้งที่อ๋องแคว้นฉีสั่งฆ่าพี่ชายตัวเองกระนั้นหรือ”“นั่นนับเป็นโอกาสอันดี อย่าลืมว่าความแค้นนั้นเป็นของหวาน เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วองค์ชายย่อมเก็บความเดือดแค้นไว้ รอวันสะสาง และเมื่อฉีหวนกงเสนอยกธิดาให้เพื่อกระชับสัมพันธ์ระหว่างแคว้นเจ้าคิดหรือว่ามันจะช่วยผ่อนเบาสิ่งที่เคยทำไว้กับหลานตัวเองได้ องค์ชาย
ฮุยอินเป็นผู้เอ่ยขึ้น น้ำเสียงของนางนั้นระรื่นหูและก้องกังวานใสดุจระฆังหากสายตากลับคมวาววับยามจับจ้องไปยังพระธิดาโฉมงามผู้มาเป็นองค์ชายาปาอ๋องแห่งแคว้นหลู่ จางลี่มัวแต่มองไปรอบ ๆ ตำหนักใหญ่โตกว้างขวางและโดดเด่นด้วยการตกแต่งอันวิจิตร วั่งซูยังคงมีรอยยิ้มอ่อนโยนเช่นเดิม“พระธิดา...ตำหนักนี้ต่อไปข้างห
จางลี่ค่อย ๆ ก้าวลงเบื้องล่าง นับเป็นการเหยียบพื้นแผ่นดินแคว้นหลู่ครั้งแรก หากทว่านางก็ต้องพบความประหลาดใจอีกครั้งเมื่อเห็นว่ามิได้มีเหล่าข้าราชบริพารมาต้อนรับอุนหนาฝาคั่งดั่งที่คิดหมาย มิมีเสียงแซ่ซ้องต่อการเดินทางมาของว่าที่องค์ชายาผู้เป็นถึงพระธิดาแห่งอ๋องผู้เป็นใหญ่จากแดนไกลอย่างแคว้นฉี หากมินั
“หลินเจิน...เจ้าคิดว่าข้าใจเร็วไปหรือไม่เล่า?”คำถามถูกตั้งขึ้นโดยหญิงสาวเรือนร่างบอบบางในชุดเสื้อคลุมผ้าไหมบ่งบอกฐานะของผู้สวมใส่ว่ามิใช่ปุถุชนธรรมดาทั่วไปขณะนั่งในรถม้าและมีหญิงสาวอีกนางนั่งอยู่เคียงข้างแต่การแต่งกายนั้นบอกสถานะต่ำกว่า หลินเจินเลื่อนผ้าม่านในรถเทียมม้าเพื่อมองภาพเบื้องน


![พิศวาสรักลูกหนี้ (NC20+) [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




