Home / รักโบราณ / ชายาเคียงบัลลังก์ / แค่หมากตัวหนึ่งจริงๆหรือ

Share

แค่หมากตัวหนึ่งจริงๆหรือ

Author: Selena
last update publish date: 2026-10-01 13:06:34

เฉินจื่อหลานถูกคนขององค์ชายสามพาส่งกลับมายังโรงน้ำชาหลิวหยุนอย่างปลอดภัย ไร้ร่องรอยการรังแกหรือคุมขัง ยามนี้เขานั่งอยู่ภายในห้องนอนส่วนตัวบนชั้นสอง ซึ่งมี ชูเจา องครักษ์คนสนิทลอบใช้วิชาตัวเบาเร้นกายเข้ามาอย่างเงียบเชียบในยามที่อาซาออกไปจัดการความเรียบร้อยด้านนอก

ดวงตาคมกริบขององค์ชายใหญ่ฉายแววพึงพอใจเมื่อนึกถึงท่าทีกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของมู่หลิงเชียว บุรุษผู้กุมอำนาจเกือบทั้งหมดในเมืองหลวง ทว่ากลับต้องยอมถอยทัพกลับไปอย่างชอกช้ำเพียงเพราะคำขู่เด็ดขาดของคุณหนูสาม

ทว่า... เหนือสิ่งอื่นใดที่แล่นเข้ามาในหัวใจของจื่อหลาน ยามนี้กลับมิใช่ชัยชนะทางการเมือง แต่นึกย้อนไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับผิงอันภายในถ้ำหินเมื่อคืนนี้ สัมผัสอ่อนนุ่ม นัยน์ตาไหววูบสับสน และรสจูบอันแสนหวานที่นางยินยอมมอบให้แต่โดยดี...

รอยยิ้มละมุนที่หาได้ยากยิ่ง ค่อยๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าคมคายทีละน้อยอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ

ชูเจาที่นั่งชันเข่าเฝ้าระวังอยู่ริมหน้าต่าง เมื่อเหลือบไปเห็นรอยยิ้มอารมณ์ดีอันผ่อนคลายของผู้เป็นนาย ก็พลันเข้าใจไปเองทันทีว่า องค์ชายใหญ่กำลังปิติยินดีที่สามารถปั่นหัวและเอาคืนองค์ชายสามได้อย่างเหนือชั้น

"องค์ชายใหญ่ทรงปรีชาสามารถยิ่งนักพะยะค่ะ"

ชูเจาเอ่ยชมออกมาด้วยน้ำเสียงทึ่งและเลื่อมใสจากใจจริง

"กระหม่อมฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว ช่างเป็นหมากที่แยบยวนเหลือเกิน การใช้คุณหนูสามมาเป็นเกราะคุ้มกัน ต้อนให้องค์ชายสามจนมุมจนไม่กล้าแตะต้องพระองค์แม้แต่ปลายเล็บ... แผนการของพระองค์ล้ำลึกสะใจกระหม่อมยิ่งนักพะยะค่ะ"

คำพูดชื่นชมอย่างจงรักภักดีขององครักษ์ ดึงสติของเฉินจื่อหลานให้กลับคืนสู่ความจริง

องค์ชายใหญ่ชะงักกึก รอยยิ้มหวานบนใบหน้าพลันหายวับไป เขารีบยกมือขึ้นแตะริมฝีปาก แกล้งแสร้งกระแอมไอเบาๆ สองสามทีเพื่อปิดบังความรู้สึกและอาการเก้อเขินที่หลุดเผยให้อีกฝ่ายเห็น

"อะแฮ่ม!"

จื่อหลานปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย เยือกเย็น และลึกล้ำดั่งเดิม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจและราบเรียบ

"เจ้าพูดถูกแล้ว ชูเจา..."

จื่อหลานคลี่ยิ้มเย็นชาฉาบทับไว้บนใบหน้า

"ข้าเพียงแต่ยินดีที่แผนการยั่วยุและปั่นหัวมู่หลิงเชียวในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี... การเห็นเขาต้องข่มโทสะไว้ในอก ไม่กล้าลงมือทำร้ายข้าต่อหน้าสตรีที่รักนั่น คือผลลัพธ์ที่ข้าต้องการ"

ชูเจาพยักหน้ารับคำอย่างเลื่อมใส โดยไม่ทันได้สังเกตเห็นเลยสักนิดว่า นัยน์ตาขององค์ชายใหญ่ในยามที่เอ่ยถึงคุณหนูสามแห่งจวนตระกูลเชี่ยนั้น... บัดนี้ได้มีกระแสความอบอุ่นและซับซ้อนบางอย่าง พาดผ่านลึกอยู่ภายในอย่างไม่อาจถอนตัว

จวนตระกูลเชี่ย

ทางด้านของคุณหนูสาม ผิงอันถูกมู่หลิงเชียวโอบอุ้มกลับมาถึงจวนตระกูลเชี่ยอย่างทะนุถนอม สภาพของนางแลดูสุขสบายและได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ทว่าทันทีที่ย่างก้าวเข้าสู่เขตเรือนใหญ่ สายตาของคุณหนูสามพลันเหลือบไปเห็น พี่หญิงใหญ่ ยืนกอดอกจ้องมองมาด้วยสายตาเขม็งเกรี้ยวกราด นัยน์ตาวาวโรจน์ไปด้วยความโกรธแค้นและจับผิด

ผิงอันรู้ดีว่าหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ นางต้องโดนตั้งคำถามซักไซ้เจาะลึกจนความแตกเรื่องโรงน้ำชาและเสี่ยวถังเป็นแน่ ด้วยความเฉียบแหลม ผิงอันจึงไม่รอช้า แสร้งทำเป็นพรูลมหายใจอ่อนแรง พล่อยมือที่กุมสาบเสื้อขององค์ชายสามออก แล้วหลับตาลงพับหัวแกล้งเป็นลมหมดสติไปในอ้อมแขนของเขาอย่างแนบเนียน

มู่หลิงเชียวมองกิริยาแสร้งสลบของคุณหนูสามออกในทันที นัยน์ตาหงส์ฉายแววเอ็นดูผสมขมขื่นชั่วครู่ ก่อนจะปรับสีหน้าให้กลับมานิ่งเรียบและดุดัน เขายกมือขึ้นห้ามปราบความวุ่นวายของคนในจวน แล้วหันไปประสานสายตากับใต้เท้าเชี่ยบิดาของคุณหนูสาม

"ใต้เท้าเชี่ย... ยามนี้ผิงอันอ่อนล้าและตื่นตกใจจากเหตุการณ์โจรป่าซุ่มโจมตีมากเกินไปจนหมดสติ ข้าขออนุญาตอุ้มนางไปส่งที่เรือนนอนด้วยตนเอง"

น้ำเสียงขององค์ชายสามก้องกังวาน ทรงอำนาจจนไม่มีใครในจวนกล้าเอ่ยปากคัดค้าน

มู่หลิงเชียวอุ้มร่างบางของผิงอันเดินตรงไปยังเรือนพักของนางท่ามกลางสายตาของเหล่าขุนนาง คนรับใช้ และสตรีในจวนตระกูลเชี่ย การกระทำอันเปิดเผยและเกียรติยศที่มอบให้นั้น เป็นการประกาศชัดเจนเพื่อปกป้องไม่ให้ชื่อเสียงของคุณหนูสามต้องด่างพร้อยหรือเสียหายแม้แต่น้อย

เมื่อวางผิงอันลงบนเตียงหนานุ่มและให้แพทย์หลวงตรวจอาการเป็นที่เรียบร้อย มู่หลิงเชียวก็เดินกลับออกมายังห้องโถงใหญ่ เขาเป็นผู้ออกหน้ารับแทน ยืนยันความบริสุทธิ์ผุดผ่องของคุณหนูสามต่อหน้าใต้เท้าเชี่ยและคนในตระกูลอย่างบริสุทธิ์ใจ

"พวกท่านอย่าได้ระแวงไปเลย คุณหนูสามปลอดภัยดีและไม่ได้ถูกพวกโจรป่าแตะต้องแม้เพียงปลายเล็บ ข้าไปพบตัวนางหลบภัยอยู่ในถ้ำหินได้อย่างทันท่วงที"

องค์ชายสามกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเป็นทางการ

ใต้เท้าเชี่ยถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก รีบก้มศีรษะโค้งคำนับ

"เป็นพระมหากรุณาธิคุณของตระกูลเชี่ยยิ่งนักพะยะค่ะ ที่ทรงออกตามหาและช่วยชีวิตลูกสาวคนซุ่มซ่ามของกระหม่อมไว้"

มู่หลิงเชียวพยักหน้ารับคำ ก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ใต้เท้าเชี่ย รังสีอำนาจกดดันอันย่ำแย่แผ่ออกมาจากร่างสูงใหญ่ เขาเอียงกายลงไปกระซิบข้างหูบิดาของคุณหนูสามด้วยน้ำเสียงเรียบต่ำและจริงจัง... ชนิดที่มีเพียงพวกเขาสองคนเท่านั้นที่ได้ยินชัดเจน

"ใต้เท้าเชี่ย... หลังจากนี้ จงสั่งการให้คนเฝ้าเรือนของคุณหนูสามไว้ให้แน่นหนา ห้ามให้นางก้าวขาออกจากจวนตระกูลเชี่ยแม้แต่ก้าวเดียว... จนกว่าข้าจะเป็นผู้อนุญาตด้วยตนเอง"

ใต้เท้าเชี่ยชะงักกึก สัมผัสได้ถึงกระแสความเกรี้ยวกราดและจริงจังในน้ำเสียงขององค์ชายสาม จึงรีบประสานมือรับคำสั่งอย่างเคร่งครัด

"กระหม่อม... รับด้วยเกล้าพะยะค่ะ"

มู่หลิงเชียวทอดสายตากลับไปมองทางเรือนพักของคุณหนูสามเป็นครั้งสุดท้ายด้วยความรู้สึกซับซ้อน ก่อนจะหมุนตัวก้าวฉับๆ ออกจากจวนตระกูลเชี่ยไป ฝากไว้เพียงขอบเขตคำสั่งเหล็กที่กักขังผิงอันไว้ภายในจวนอย่างเด็ดขาด

จวนองค์ชายสาม

ยามเมื่อย่างก้าวกลับมาถึงจวน... มู่หลิงเชียวสลัดคราบบุรุษผู้อ่อนโยน อดทน และแสนดีต่อหน้าผิงอันทิ้งไปจนหมดสิ้น

ใบหน้าคมคายบิดเบี้ยวด้วยความเกรี้ยวกราด นัยน์ตาหงส์ทอประกายวาวโรจน์ดุจไฟแผดเผา มือหนาตวัดปัดข้าวของบนโต๊ะ ทั้งแจกันโบราณ ถ้วยชาเคลือบกระเบื้อง และชุดเครื่องเขียนจนตกลงมากระแทกพื้นแตกกระจายเสียงดัง เพล้ง! เพื่อระบายโทสะอันลึกล้ำที่ข่มซ่อนไว้มาตลอดทาง

โครม! เพล้ง!

เหล่าข้ารับใช้ต่างสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว องครักษ์ส่วนตัวรีบวิ่งเข้ามาคุกเข่าลงบนเศษกระเบื้องแหลมคม ก้มหน้าชิดพื้นแล้วร้องขอชีวิตด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"องค์ชายโปรดระงับโทสะด้วยพะยะค่ะ! เป็นความผิดพลาดของกระหม่อมเองที่ทำงานสะเพร่า ปล่อยให้องค์ชายใหญ่รอดชีวิตมาได้และเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในเมืองหลวง... โปรดประทานอภัยด้วยพะยะค่ะ!"

มู่หลิงเชียวขบฟันแน่นจนเส้นเลือดบนขมับปูดโปน มือที่กำแน่นสั่นสะท้าน เขายกเท้าขึ้นทำท่าจะเตะซ้ำไปที่องครักษ์เบื้องหน้าด้วยความโมโหขั้นสุด ทว่าเมื่อภาพใบหน้าหวานและคำขู่ของผิงอันผุดขึ้นมาในหัว... ร่างสูงใหญ่ก็ชะงักกึก ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตั่งอย่างหมดแรง

ความจริงที่แสนสาหัสกำลังกัดกินหัวใจของเขา... เขาไม่อาจโทษความผิดพลาดขององครักษ์ หรือโทษใครได้เลย เพราะคนที่คอยยื่นมือช่วยเหลือ ปกป้อง และซ่อนตัว 'กบฏ' ผู้นั้นไว้... คือสตรีที่เขารักสุดหัวใจ

เพราะความรัก ความหลงใหล และความเชื่อใจที่เขามีต่อผิงอัน ทำให้เขายอมอ่อนข้อและทำตามคำขอของนางทุกอย่าง โดยไม่รู้เลยว่าการทำเช่นนั้น กลับเป็นการเปิดโอกาสให้นางได้ชุบเลี้ยง 'จิ้งจอกเฒ่าเก้าหาง' ผู้ไร้เทียมทานและฆ่าอย่างไรก็ไม่ตายไว้ใกล้ตัว!

"ลุกขึ้นซะ..."

มู่หลิงเชียวเอ่ยเสียงเรียบต่ำ แต่แฝงรังสีฆ่าฟันอันน่าพรั่นพรึง

"ขอบพระทัยพะยะค่ะองค์ชาย" องครักษ์ก้มกราบอีกครั้งก่อนจะค่อยๆ ยันกายขึ้นคุกเข่าอย่างสำรวม

องค์ชายสามพยายามข่มอารมณ์และใช้ความคิดหาทางกำจัดเฉินจื่อหลานให้พ้นทาง ทว่ายามนี้สถานการณ์กลับซับซ้อนและตึงเครียดยิ่งกว่าเดิม เมื่อเขานึกถึงรายงานข่าวลับที่เพิ่งส่งมาจากชายแดนไม่กี่วันก่อน...

'องค์รัชทายาทแห่งแคว้นฉี่' พี่ชายผู้แสนดีและเป็นที่พึ่งพิงของเฉินจื่อหลาน ได้มีคำสั่งเคลื่อนกำลังพลทางทหารเข้ามาประชิดชายแดนอย่างเอิกเกริก มู่หลิงเชียวรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มันคือ คำข่มขวัญและหมากขู่ จากแคว้นฉี่ หากเขาพรวดพราดสั่งทหารบุกเข้าสังหารเฉินจื่อหลานในโรงน้ำชาโดยไร้หลักฐาน ข่าวร้ายนี้อาจหลุดไปถึงพระกรรณขององค์ฮ่องเต้ และอาจเปิดฉากสงครามระหว่างแคว้น ซึ่งจะทำให้ตำแหน่งและฐานอำนาจของเขาในราชสำนักตกอยู่ในสภาวะสั่นคลอนและลำบากขั้นสุด

ซ้ำร้าย... สิ่งที่ทำให้มู่หลิงเชียวเจ็บปวดและแค้นเคืองที่สุด คือการที่เขาดูออกอย่างแจ่มแจ้งแล้วว่า พี่ชายต่างมารดาผู้นี้ไม่เพียงแต่จะกลับมาแย่งชิงบัลลังก์... แต่ยังวางแผนใช้ผิงอัน สตรีผู้เป็นดวงใจของเขา มาเป็นเครื่องมือทางการเมืองเพื่อทำลายล้างเขาให้ย่อยยับอีกด้วย

"เฉินจื่อหลาน..."

มู่หลิงเชียวเค้นเสียงผ่านไรฟัน นัยน์ตาทอประกายอำมหิต

"เจ้าคิดจะใช้ผิงอันมาเป็นหมากในการทำลายข้าอย่างนั้นหรือ เจ้าคิดว่าการมีนางคอยคุ้มกะลาหัว จะทำให้เจ้าปลอดภัยไปได้ตลอดรอดฝั่งงั้นสิ..."

เขายันกายลุกขึ้นยืน กวาดสายตามององครักษ์ด้วยความเหี้ยมเกรียม

"ฟังคำสั่งข้าให้ดี..."

มู่หลิงเชียวสั่งการเสียงเข้ม "ส่งคนของพวกเราไปเฝ้าระวังรอบโรงน้ำชาหลิวหยุนไว้เงียบๆ ห้ามลงมือทำร้ายมันเด็ดขาดตามคำสั่งของคุณหนูสาม... แต่จงจับตาดูทุกก้าวเดินของมัน หากมันติดต่อนัดพบกับใคร หรือคิดจะใช้ผิงอันทำสิ่งใด ให้รีบกลับมารายงานข้าทันที “

"กระหม่อม รับพระบัญชา"

องครักษ์ประสานมือรับคำสั่งอย่างแข็งขัน

มู่หลิงเชียวเดินไปหยุดอยู่หน้าหน้าต่าง ทอดสายตามองออกไปท่ามกลางสายลมหนาว รอยยิ้มเย็นชาผุดขึ้นที่มุมปาก

"ในเมื่อเจ้าชอบเล่นบทเสี่ยวเอ้อจำศีลอยู่ในดงศัตรู... ข้าก็จะจัดละครฉากใหญ่รอรับเจ้า ยี่สิบวันที่ขบวนเรือนเดินทางมาถึง... ข้าจะทำให้เจ้าได้รู้ว่า แคว้นแห่งนี้ ใครกันแน่คือผู้กุมชัยชนะที่แท้จริง"

จวนตะกลูเชี่ย

เมื่อเห็นว่าบรรยากาศอันยุ่งเหยิงเริ่มคลี่คลายลง องค์ชายสามและเหล่าผู้ใหญ่ในตระกูลต่างก็แยกย้ายกันกลับไปยังเรือนของตน ผิงอันที่แกล้งนอนเป็นลมอยู่บนเตียงก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา นางสลัดความล้าทิ้งไปแล้วรีบยันกายลุกขึ้นจากเตียงทันที

ในใจของคุณหนูสามยามนี้รุ่มร้อนด้วยความห่วงใย นางตั้งใจจะแอบเล็ดลอดออกจากจวนมุ่งตรงไปยังโรงน้ำชาหลิวหยุน เพื่อตรวจดูให้แน่ใจด้วยตาตนเองว่ามู่หลิงเชียวได้ส่งตัว 'เสี่ยวถัง' กลับไปอย่างปลอดภัยโดยไร้รอยขีดข่วนตามที่รับปากไว้หรือไม่ แม้ลึกๆ นางจะรู้อยู่เต็มอกว่ามู่หลิงเชียวรักและไม่เคยโกหกนางเลยก็ตาม... แต่นางก็อดที่จะไปให้เห็นกับตาตัวเองไม่ได้จริงๆ

ผิงอันลุกลี้ลุกลนเร่งมือแต่งกายเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรีบร้อน ทว่ายังไม่ทันที่เท้าคู่สวยจะได้ก้าวพ้นประตูห้องนอน ถางถาง สาวใช้คนสนิทที่เพิ่งตั้งสติได้จากเหตุการณ์เมื่อคืน ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาขวางหน้าไว้เสียก่อน

"คุณหนูสามเจ้าคะ คุณหนูจะไปไหนไม่ได้นะเจ้าคะ"

ถางถางเอ่ยเสียงสั่น หน้าตาตื่นตระหนก

"นายท่านใหญ่มีคำสั่งเด็ดขาด ห้ามคุณหนูก้าวขาออกจากจวนโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นอันขาด นายท่านบอกว่าให้คุณหนูสำเหนียกถึงความวุ่นวายและอันตรายที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไว้บ้าง... ฮือ เมื่อคืนนี้มันน่ากลัวมากเลยนะเจ้าคะคุณหนู หากคุณหนูเป็นอะไรไป ถางถางคง..."

ผิงอันไม่ได้สนใจจะฟังคำตัดพ้อหรือความหวาดกลัวเรื่องเมื่อคืนของสาวใช้เลยสักนิด นางเอ่ยตัดบทอย่างไม่ใส่ใจ "ถางถาง เจ้าหลบไปก่อน ข้ามีเรื่องสำคัญต้องออกไปทำ"

แต่งตัวเสร็จสรรพ ผิงอันก็รีบตั้งท่าก้าวฉับๆ หมายจะตัดผ่านสวนเพื่อหาทางหลบหนีออกจากเรือน ทว่าโชคกลับไม่เข้าข้าง... ยังไม่ทันจะพ้นเขตประตูเรือนพัก นางก็ต้องชะงักกึก เมื่อประจันหน้ากับ พี่หญิงใหญ่ ที่ยืนกอดอก คอยดักรอและจ้องมองมาด้วยสายตาเกรียดชังและโกรธเคืองอย่างปิดไม่มิด

"จะรีบไปไหนหรือ... น้องสาม"

พี่หญิงใหญ่เอ่ยเสียงสูง นัยน์ตาหยามหยัน

"เพิ่งจะรอดตายกลับมาจากดงโจรป่า แต่กลับไม่รู้จักยางอาย ยังคิดจะแอบสวมรอยออกจากจวนไปหาผู้ชายอีกหรืออย่างไร"

ผิงอันขมวดคิ้วแน่น เอ่ยตอบกลับอย่างเผ็ดร้อนไม่ยอมคน

"พี่หญิงใหญ่ พูดจาให้มันดีๆ หน่อยนะเจ้าคะ ข้าจะไปไหนทำอะไร มันก็เรื่องของข้า ไม่เกี่ยวกับท่าน!"

"เหอะ! ไม่เกี่ยวกับข้างั้นหรือ"

พี่หญิงใหญ่ก้าวเข้ามาหา แผดเสียงใส่หน้าอย่างมารยา

"สิ่งที่เจ้าทำมันเสื่อมเสียชื่อเสียงไปถึงคนทั้งตระกูลเชี่ย! เมื่อเช้าเจ้ายังกล้าทำมารยาแกล้งเป็นลม ทิ้งตัวลงซบออดอ่อยองค์ชายสามต่อหน้าธารกำนัล... เจ้ามันหน้าไม่อาย! คิดใช้จริตมารยาไร้ยางอายมาหว่านเสน่ห์ยั่วยวนองค์ชายสามเพื่อให้เขาหลงใหลเจ้าคนเดียวล่ะสิ!"

"พี่หญิง!"

ผิงอันตวาดกลับ ใบหน้าหวานตึงเครียด "ข้าไม่ได้อ่อยใครทั้งนั้น! องค์ชายสามช่วยชีวิตข้าไว้ และข้าก็เจ็บขาจริงๆ ท่านอย่ามาใส่ร้ายข้าด้วยจิตใจที่อิจฉาริษยาของตนเองนะ"

"เจ้า!"

พี่หญิงใหญ่แผดเสียงก้อง ชี้หน้าผิงอันด้วยความโทสะ

ทั้งสองคนทะเลาะถกเถียงกันเสียงดังลั่นโถงทางเดินจนส่งเสียงเอะอะไปทั่วบริเวณ ทันใดนั้นเอง น้ำเสียงอันทรงพลังและเปี่ยมด้วยบารมีของ ท่านย่า ก็ดังขัดขึ้นมาจากเบื้องหลัง

"หยุดเดี๋ยวนี้!! เอะอะโวยวายอะไรกัน!"

หญิงชราสูงศักดิ์เดินถือไม้เท้าก้าวออกมาพร้อมสีหน้าเรียบตึงและเข้มงวด สายตาอันคมกริบของท่านย่ากวาดมองหลานสาวทั้งสอง ก่อนจะหยุดลงที่ผิงอันด้วยความไม่พอใจอย่างยิ่ง

"ผิงอัน! เจ้าเพิ่งก่อเรื่องยุ่งยากให้องค์ชายสามต้องลำบากออกตามหาจนคนทั้งเมืองแตกตื่น ยามนี้กลับมาถึงจวนแทนที่จะสงบเจียมเนื้อเจียมตัวอยู่ในห้อง กลับออกมาส่งเสียงแปดหลอดทะเลาะกับพี่สาว และคิดจะแอบหนีออกจากจวนอีกงั้นหรือ?!"

ท่านย่าตวาดดุอย่างไม่ไว้หน้า

"หลานสาวตระกูลขุนนางเหตุใดจึงไร้กิริยามารยาทถึงเพียงนี้! กลับเข้าหอนอนของเจ้าไปซะ! หากไม่มีคำสั่งจากข้า หรือไม่มีอนุญาตจากนายท่านใหญ่... ห้ามก้าวขาออกจากเรือนแม้แต่ก้าวเดียว!"

ผิงอันเม้มริมฝีปากแน่นด้วยความอัดอั้นและขัดใจ แม้ในอกอยากจะโต้เถียงเพียงใด แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าท่านย่าผู้ถืออำนาจใหญ่สุดในเรือนหลัง นางก็ไม่อาจขัดขืนได้ ทำได้เพียงจำใจก้มหน้า เดินคอตก ถอยหลังกลับเข้าห้องนอนของตนเองไปแต่โดยดี

พี่หญิงใหญ่ที่ยืนมองอยู่ข้างๆ คลี่ยิ้มเหยียดหยามพลางหัวเราะร่าในลำคอด้วยความสะใจ

"หึๆ ..."

นัยน์ตาทอประกายพึงพอใจอย่างยิ่งที่เห็นผิงอันโดนตักเตือนและถูกกักบริเวณ หมดโอกาสออกไปชูคอข้างนอกได้อีกต่อไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชายาเคียงบัลลังก์   คนที่ฉุดนาง…คือข้าเอง

    ยามตระเวนผ่านพ้นกลางดึกคืนหนึ่ง รถม้าของตระกูลเชี่ยที่พาผิงอันเดินทางกลับจวนกำลังวิ่งเอื่อยๆ ไปตามถนนสายเงียบสงบ คืนนี้มีลูกค้านักเดินทางต่างถิ่นแวะเวียนเข้ามาอุดหนุนแน่นขนัด ส่งผลให้นางต้องอยู่จัดการร้านจนดึกดื่นกว่าทุกวันกระนั้น การกลับจวนยามวิกาลก็มิใช่เรื่องตื่นตระหนกอีกต่อไป ในเมื่อกิจการโรงน้ำชาได้รับอนุญาตอย่างผ่าเผย ทั้งคนในตระกูลเชี่ยตั้งแต่ใต้เท้าเชี่ยจนถึงพี่หญิงทั้งสองก็ไม่มีใครกล้าเสนอหน้ามาคอยจับผิดหรือหาเรื่องดุด่านางเหมือนแต่ก่อนทว่าความเงียบสงบของยามค่ำคืนพลันถูกทำลายลงเอี๊ยด!รถม้าหยุดกึกอย่างกะทันหันจนร่างของคุณหนูสามไถลไปข้างหน้า ก่อนที่เสียงร้องตื่นตระหนกของคนขับรถม้าจะดังแผดขึ้นเมื่อถูก 'ชูเจา' องครักษ์ประจำตัวองค์ชายใหญ่ ดึงกระชากตัวร่วงลงไปกองกับพื้นถนนผิงอันขมวดคิ้วแน่น หัวใจตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มด้วยความตกใจ ทว่ายังไม่ทันที่นางหรือสาวใช้จะได้เอ่ยปากสอบถามสิ่งใด บานประตูรถม้าก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงร่างสูงสง่าของ องค์ชายใหญ่ โผล่แทรกตัวเข้ามา มือแกร่งยื่นเข้ามารวบร่างบอบบางของคุณหนูสามดึงเข้าไปไว้ในอ้อมกอดอันอบอุ่นแน่นหนาโดยไม่ทันให้ตั้งตัว นัยน์ตาคู่คมวูบไห

  • ชายาเคียงบัลลังก์   สงครามขนาดเล็กขององค์ชาย

    ตลอดหลายวันที่ผิงอันต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ภายในจวน บาดแผลถูกโบยที่แผ่นหลังบอบบางค่อยๆ ทุเลาลงจนหายดี สิ่งที่แปลกไปคือบรรยากาศภายในจวนตระกูลเชี่ยที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ... ไม่ว่าจะเป็นใต้เท้าเชี่ย พี่หญิงใหญ่ หรือ พี่หญิงรอง ต่างก็ไม่มีใครกล้าเสนอหน้าเข้ามาเค้นคอถามความจริงหรือวุ่นวายกับนางอีกเลย ทุกคนในจวนปฏิบัติต่อนางด้วยความเกรงอกเกรงใจและระมัดระวังเป็นพิเศษ ซึ่งผิงอันเองก็รู้สึกยินดีและผ่อนคลายอย่างยิ่งที่ไม่ได้ยินเสียงจิกหัวด่าทอหรือเรื่องกวนใจเหล่านั้นยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ทำให้นางแปลกใจที่สุดคือ บิดายินยอมให้เปิดกิจการโรงน้ำชาหลิวหยุนต่อได้อย่างเปิดเผย โดยไม่ต้องคอยแอบปีนกำแพงหรือปิดบังซ่อนเร้นอีกต่อไป...ทว่านางกลับไม่เคยรู้เลยว่า เบื้องหลังความอารีและคำอนุญาตอันง่ายดายนี้ แท้จริงแล้วเป็นคำสั่งเด็ดขาดจากองค์ชายใหญ่ที่ข่มขู่ใต้เท้าเชี่ยไว้ และกำชับหนักหนาว่าห้ามแพร่งพรายให้ผิงอันรู้อย่างเด็ดขาดวันนี้ เมื่อร่างกายหายดีแล้ว ผิงอันจึงเดินทางกลับมาเปิดโรงน้ำชาอีกครั้งด้วยหัวใจที่ตั้งมั่น แต่... บรรยากาศของโรงน้ำชาที่เคยคึกคักและเต็มไปด้วยผู้คน กลับเงียบเหงาและเย็นเยือกจน

  • ชายาเคียงบัลลังก์   เขาก็แค่คนหลอกลวง

    เพียะ! เพียะ!เสียงไม้หวายเส้นหนากระแทกฟาดลงบนแผ่นหลังบอบบางของคุณหนูสามติดต่อกันอีกสองสามที ความเจ็บปวดแล่นปราดเข้าสู่ขั้วหัวใจจนผิงอันทนทานไม่ไหว ร่างบางฟุบล้มลงไปนอนกองกับพื้นหินอันเย็นเชียบ รอยเลือดสีแดงสดเริ่มซึมผ่านเนื้อผ้าสีอ่อน หยดลงบนพื้นหิมะสีขาวโพลนอย่างน่าเวทนาทว่า... ก่อนที่ไม้ฟาดที่สี่จะทันได้ตลบแหวกอากาศลงมากลางหลังโครม!บานประตูใหญ่หน้าจวนตระกูลเชี่ยพลันถูกถีบออกอย่างรุนแรงเสียงดังสนั่นหวั่นไหวเรือนกายสูงสง่าของ องค์ชายใหญ่ ในชุดผ้าไหมทรงสบายๆ ทว่าแฝงความหรูหราสูงศักดิ์ ก้าวฉับๆ ตรงเข้ามาภายในลานลงอาญาด้วยท่วงท่าทรงบารมี โดยมีองครักษ์คนสนิทอีกสองนายเดินตามหลังมาติดๆคนในจวนตระกูลเชี่ยต่างตกตะลึงจนตาค้าง ยังไม่ทันที่ใครจะได้ทันตั้งตัวหรือถวายบังคม ร่างสูงของเฉินจื่อหลานก็ตรงเข้ามาทรุดกายลง ประคองอุ้มร่างอันสั่นเทาของคุณหนูสามขึ้นมาไว้แนบกายในอ้อมแขนอันอบอุ่นแน่นดั่งทรัพย์สินอันประเมินค่าไม่ได้ผิงอันที่บอบช้ำและกำลังจะสูญเสียสติ ใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่พยายามเอียงใบหน้าซบลงกับอกแกร่ง พลางปรือตาเงยหน้ามองบุรุษที่กำลังโอบอุ้มนางไว้... นัยน์ตาหวานสั่นระริกด้

  • ชายาเคียงบัลลังก์   องค์ชายใหญ่เสด็จแล้ว

    กลางดึกของคืนเดียวกันนั้นเอง... ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วบริเวณโรงน้ำชาหลิวหยุนอย่างสมบูรณ์ เฉินจื่อหลานที่ล้ามาจากเหตุการณ์ในป่าไผ่ เคลิ้มหลับใหลลงบนเตียงนอนหนานุ่มภายในห้องส่วนตัวอย่างผ่อนคลาย โดยไร้ความกังวลใจใดๆ ด้วยคิดว่าตนเองปลอดภัยดีแล้วภายใต้เงาคุ้มครองของคุณหนูสามทว่า ท่ามกลางความเงียบ นั้น... บานหน้าต่างไม้ถูกเปิดอย่างเบามือแท่งหลอดไม้เรียวยาวดุจเข็มพลันถูกสอดลอดผ่านช่องรอยต่อของประตูห้องเข้ามาอย่างเงียบเชียบและไร้เสียงฟู่...ควันละอองสีขาวเจือกลิ่นหอมบางเบาใถูกเป่าฟุ้งกระจายออกมาจากปลายหลอด กระจายตัวแทรกซึมไปในอากาศยามราตรี ละอองยานอนหลับชั้นเลิศลอยเข้าสู่โสตประสาทการรับรู้ขององค์ชายใหญ่ ส่งผลให้ร่างสูงใหญ่ที่หลับใหลอยู่แล้ว พลันดิ่งจมลงสู่ความหลับใหลที่ลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม ร่างกายอ่อนระทวย ไร้ซึ่งสติและการรับรู้โดยสิ้นเชิงเพียงครู่เดียว ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบา ชายชุดดำสองนายเร้นกายเข้ามาในเงามืดดั่งภูตผี พวกเขาไม่รอช้า เข้าประคองอุ้มร่างขององค์ชายใหญ่ขึ้นจากเตียงนอนอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว แล้วใช้วิชาตัวเบาทะยานออกทางหน้าต่าง ทะยานหายลับไปในความมืดมิดของยา

  • ชายาเคียงบัลลังก์   การแสดงที่สมจริง

    ยามค่ำคืนอันเงียบสงัด คืนหนึ่งหลังจากที่ผิงอันถูกกักบริเวณไว้ภายในจวนตระกูลเชี่ย อาซาที่ไม่รู้เรื่องราวตื้นลึกหนาบางอันใดเลย ก็ได้ใช้วานให้ เสี่ยวถังนำชาไปส่งยังจุดหมายปลายทางกลางป่าทางทิศตะวันตกตามที่มีลูกค้านัดหมายจองไว้ล่วงหน้าทว่า อาซากลับไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่า การส่งชาในป่าลึกยามวิกาลครั้งนี้ ไม่ใช่การค้าขายตามปกติ... หากแต่เป็น กับดักอันแยบยวน ที่มู่หลิงเชียว วางไว้เพื่อล่อเสี่ยวถังให้ออกมาจากเกราะคุ้มกันของโรงน้ำชาและสายตาของคุณหนูสามเมื่อก้าวเท้าลึกเข้ามาถึงใจกลางป่าไผ่อันมืดมิดและเงียบสงัด บรรยากาศรอบกายพลันเย็นเยียบลงอย่างน่าประหลาด เสียงสายลมพัดใบไผ่สีกระทบกันดังหวีดหวิว และในวินาทีนั้นเอง... เงาร่างของชายฉกรรจ์ชุดดำนับสิบคนก็โผล่ออกมาจากเงามืด ชักดาบคู่กายออกมากระชับแน่น ปิดล้อมองค์ชายใหญ่ไว้ทุกทิศทางทว่า เฉินจื่อหลานกลับหยุดนิ่ง ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกแม้แต่น้อยทันใดนั้น เสียงฝีเท้าซ้ายม้าศึกก็ดังขึ้นช้าๆ บุรุษผู้สง่างามในชุดสีดำสนิทควบม้าฝ่าเงามืดออกมา เขาไม่ได้ปิดบังใบหน้าหรือนัยน์ตาแม้แต่น้อย เผยให้เห็นใบหน้าคมคายและดวงตาหงส์อันทรงอำนาจของ มู่หลิงเชียว อย่างเปิดเผยม

  • ชายาเคียงบัลลังก์   แค่หมากตัวหนึ่งจริงๆหรือ

    เฉินจื่อหลานถูกคนขององค์ชายสามพาส่งกลับมายังโรงน้ำชาหลิวหยุนอย่างปลอดภัย ไร้ร่องรอยการรังแกหรือคุมขัง ยามนี้เขานั่งอยู่ภายในห้องนอนส่วนตัวบนชั้นสอง ซึ่งมี ชูเจา องครักษ์คนสนิทลอบใช้วิชาตัวเบาเร้นกายเข้ามาอย่างเงียบเชียบในยามที่อาซาออกไปจัดการความเรียบร้อยด้านนอกดวงตาคมกริบขององค์ชายใหญ่ฉายแววพึงพอใจเมื่อนึกถึงท่าทีกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของมู่หลิงเชียว บุรุษผู้กุมอำนาจเกือบทั้งหมดในเมืองหลวง ทว่ากลับต้องยอมถอยทัพกลับไปอย่างชอกช้ำเพียงเพราะคำขู่เด็ดขาดของคุณหนูสามทว่า... เหนือสิ่งอื่นใดที่แล่นเข้ามาในหัวใจของจื่อหลาน ยามนี้กลับมิใช่ชัยชนะทางการเมือง แต่นึกย้อนไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับผิงอันภายในถ้ำหินเมื่อคืนนี้ สัมผัสอ่อนนุ่ม นัยน์ตาไหววูบสับสน และรสจูบอันแสนหวานที่นางยินยอมมอบให้แต่โดยดี...รอยยิ้มละมุนที่หาได้ยากยิ่ง ค่อยๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าคมคายทีละน้อยอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำชูเจาที่นั่งชันเข่าเฝ้าระวังอยู่ริมหน้าต่าง เมื่อเหลือบไปเห็นรอยยิ้มอารมณ์ดีอันผ่อนคลายของผู้เป็นนาย ก็พลันเข้าใจไปเองทันทีว่า องค์ชายใหญ่กำลังปิติยินดีที่สามารถปั่นหัวและเอาคืนองค์ชายสามได้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status