Home / รักโบราณ / ชายาเคียงบัลลังก์ / ค่ำคืนที่แสนยาวนาน

Share

ค่ำคืนที่แสนยาวนาน

Author: Selena
last update publish date: 2026-10-01 13:05:44

"รถม้าของผิงอันถูกโจรปล้นอย่างนั้นหรือ"

น้ำเสียงทุ้มอันทรงพลังบัดนี้แฝงไปด้วยความตื่นตระหนกและสั่นเครืออย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ใบหน้าคมคายของ องค์ชายสาม ถอดสีฉายแวววิตกกังวลขั้นสุด นัยน์ตาหงส์ทอประกายวูบไหวด้วยความหวาดหวั่น หัวใจของเขาแทบจะแตกสลายลงไปกองกับพื้นในวินาทีที่ได้รับรายงานว่า สตรีอันเป็นที่รักและหมายปองตกอยู่ในอันตรายร้ายแรง

องครักษ์ผู้มารายงานข่าวรีบทิ้งตัวลงคุกเข่า ก้มหน้าชิดพื้นด้วยความเกรงกลัวความผิด

"เรียนองค์ชาย! รถม้าของจวนตระกูลเชี่ยถูกกลุ่มโจรป่าไม่ทราบฝ่ายซุ่มโจมตีตรงบริเวณป่าไผ่ทางฝั่งตะวันตกพะยะค่ะ! ยามนี้คนของเราพบเพียงรถม้าที่ถูกทิ้งไว้ และถางถางสาวใช้ที่กำลังตื่นตกใจสุดขีด ส่วนคุณหนูสาม... ไร้ร่องรอยพะยะค่ะ แต่คนของเรากำลังกระจายกำลังค้นหาอย่างสุดความสามารถแล้ว "

"บัดซบ!"

มู่หลิงเชียวตบโต๊ะเสียงดังสนั่นจนแก้วชาสั่นคลอน เขาขบฟันแน่นด้วยความโทสะและความห่วงใยที่ตีรวนขึ้นมาจนอกแทบระเบิด

"ป่าไผ่ฝั่งตะวันออกเป็นเขตรับผิดชอบของทหารตรวจตรา เหตุใดจึงปล่อยให้มีโจรป่าซุ่มโจมตีได้ “

"พะยะค่ะ... เพราะมีคำสั่งให้ถอนกำลังทหารและหน่วยข่าวกรองออกจากบริเวณใกล้เคียงโรงน้ำชาตามพระบัญชาก่อนหน้านี้ จึงทำให้เกิดช่องโหว่พะยะค่ะ"

คำตอบขององครักษ์เหมือนเข็มพันเล่มแทงลงกลางอก มู่หลิงเชียวเจ็บปวดจนกำหมัดแน่น...

เป็นเขาเอง คำสั่งคุ้มครองความปลอดภัยและปกปิดโรงน้ำชาของเขากลับกลายเป็นสิ่งที่ทำร้ายผิงอันในคืนนี้

"ข้าจะนั่งรอข่าวเฉยๆ อยู่ที่นี่ไม่ได้เด็ดขาด!"

องค์ชายสามคว้าเสื้อคลุมกันหนาวขึ้นมาสวมอย่างเร่งรีบ นัยน์ตาเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและบ้าคลั่ง

"สั่งการลงไป! กองกำลังองครักษ์ทั้งหมด รวมถึงทหารตรวจตราเมืองหลวง ให้กระจายกำลังปูพรมค้นหาผิงอันในป่าไผ่และพื้นที่รอบๆ ทันที! ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหรือลุยพายุหิมะทั้งคืน ก็ต้องหาตัวนางให้พบ!"

"แล้ว... พระองค์จะเสด็จไปที่ใดพะยะค่ะ? ข้างนอกพายุหิมะตกหนักมากนะพะยะค่ะ!"

องครักษ์รีบเอ่ยทัดทานด้วยความห่วงใย

"ข้าจะออกไปหานางด้วยตัวเอง!"

มู่หลิงเชียวตวาดเสียงเข้ม สายตามุ่งมั่นไม่ยอมถอย

"หากผิงอันเป็นอะไรไปแม้เพียงปลายเล็บ... ข้าจะส่งพวกโจรป่าพวกนั้น รวมถึงผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกคนไปลงนรกทั้งหมด!"

เอ่ยจบ ร่างสูงใหญ่ขององค์ชายสามก็ก้าวฉับๆ ออกจากจวน ควบม้าศึกฝ่าสายลมหนาวและพายุหิมะอันมืดมิด มุ่งตรงไปยังป่าไผ่ตะวันตกด้วยหัวใจที่ร้อนรุ่มดั่งไฟแผดเผา โดยไม่รู้เลยว่าทั้งหมดนี้คือกับดักและบทละครที่พี่ชายต่างมารดาของตนได้ตระเตรียมไว้แล้วอย่างแยบยวน

ภายในถ้ำอันมืดมิด ท่ามกลางความเงียบสงัดและสายลมหนาวที่พัดกระหน่ำอยู่ภายนอก มีเพียง ผิงอันประคองกอดร่างสูงใหญ่ไว้ในอ้อมแขนแน่นขึ้น กระชับวงแขนเล็กๆ ของนางด้วยความหวังอย่างสุดหัวใจว่าความอบอุ่นจากเรือนกายของตน จะช่วยบรรเทาความหนาวสั่นฉับพลันของบุรุษผู้มีพระคุณตรงหน้าได้บ้าง

องค์ชายใหญ่ผู้เตรียมการวางหมากทุกอย่างไว้อย่างแยบยวน แสร้งทำเป็นอ่อนแอและน่าสงสารขั้นสุด เขาครางพึมพำเสียงแหบพร่าข้างหูของนางไม่หยุดหย่อน

"หนาว... ข้าหนาวเหลือเกินขอรับคุณหนู..."

ผิงอันผู้ไร้เดียงสาและไม่เคยผ่านเรื่องราวเช่นนี้มาก่อนรู้สึกทำตัวไม่ถูก ความกังวลบวกกับอาการตัวสั่นเทาของเขาทำให้นางตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว นางเอนกายลงนอนบนกองฟางแห้งเบาๆ แล้วดึงร่างของเสี่ยวถังลงมากอดประคองเอาไว้ เพื่อใช้ร่างกายของตนมอบความอบอุ่นให้แก่เขาอย่างแนบแน่นยิ่งขึ้น

ทันทีที่นอนลง อ้อมแขนแกร่งขององค์ชายใหญ่ก็รวบโอบร่างบางของคุณหนูสามเข้ามาแนบชิดกับอกกว้างของเขาทันที ระยะห่างที่ลดลงจนเหลือเพียงศูนย์ ทำให้ผิงอันสัมผัสได้ถึงไออุ่นผ่าว และได้ยินเสียงหัวใจดวงใหญ่ใต้แผงอกของเขาที่กำลัง เต้นรัวเร็วและหนักแน่น ราวกับจะทะลุออกมานอกอก

ผิงอันชะงักไปเล็กน้อย นางช้อนสายตาขึ้นหมายจะเอ่ยปากถามออกไปว่า เหตุใดเขาจึงได้กอดนางไว้แน่นถึงเพียงนี้...

"เสี่ยวถัง ท่าน..."

ทว่าทันทีที่ ดวงตาของนางสบประสานเข้ากับดวงตาคู่สวยคมกริบที่บัดนี้ทอประกายลึกล้ำอ่อนหวาน คำถามทั้งมวลพลันกลืนหายไปในลำคอ ใบหน้าคมคายหล่อเหลาที่อยู่ใกล้เพียงลมหายใจกั้น และกลิ่นอายความเป็นบุรุษเพศที่แผ่ซ่านออกมา ทำให้นางผวาเกร็งจนไม่อาจควบคุมจิตใจของตนเองได้เลย

เฉินจื่อหลานเห็นชัดแจ้งว่าหญิงสาวตรงหน้ากำลังตกหลุมพรางและติดอยู่ในกับดักเสน่หา เขาไม่รอช้า ค่อยๆ เอียงใบหน้ายื่นเข้าไปใกล้ นัยน์ตาจ้องมองริมฝีปากบางจิ้มลิ้ม ก่อนจะบรรจงมอบจูบอันนุ่มนวลและแสนหวานลงบนริมฝีปากของผิงอันอย่างเบามือ

สัมผัสที่หวานซาบซ่านและนุ่มนวลทำเอาผิงอันสติพร่ามัวไปชั่วขณะ แทนที่จะผลักไสหรือปฏิเสธตามจริตคุณหนูในตระกูลขุนนาง นางกลับเผลอไผล ยินยอมให้เขาครอบครองและมอบจูบอันดูดดืมให้อย่างง่ายดาย ถึงแม้ในหัวส่วนลึกจะร้องเตือนและสั่งให้หยุดการกระทำอันรวบรัดนี้ แต่หัวใจกลับไม่อาจต้านทานความปรารถนาและเสน่ห์อันลึกล้ำของเขาได้เลย...

อาจเป็นเพราะไอเย็นของพายุหิมะภายนอก ความว้าเหว่ในถ้ำ หรือบรรยากาศพาไป ชั่วขณะนั้น ผิงอันได้หลงลืมพันธะ ความถูกต้อง และองค์ชายสามผู้กำลังควบม้าตามหานางอย่างบ้าคลั่งภายนอกไปจนสิ้น เหลือไว้เพียงสัมผัสอันเร่าร้อนที่แปรเปลี่ยนความเหน็บหนาวให้กลายเป็นความหวานฉ่ำกลางถ้ำหินแห่งนี้

จุมพิตอันแสนหวานเนิ่นนานทอดผ่านไปยามกาลเวลาภายในถ้ำคล้ายหยุดหมุน...

ความงดงามหมดจดและผิวกายนุ่มเนียนของคุณหนูสาม ทำให้องค์ชายใหญ่ผู้เคยสุขุมลึกล้ำถึงกับเคลิบเคลิ้มหลงใหลจนเผลอตัวเผลอใจ เขาค่อยๆ ทิ้งน้ำหนักตัวเคลื่อนกายขึ้นมานอนทาบทับร่างบางของคุณหนูสามเอาไว้โดยไม่รู้ตัว มอบจูบอันลึกซึ้งและเร่าร้อนยิ่งขึ้นเพื่อตักตักความหวานจากริมฝีปากจิ้มลิ้มอย่างไม่รู้อิ่ม

ทว่า ในที่สุด... คนที่ดึงสติตนเองกลับมาได้ก่อนก็คือผิงอัน

เมื่อรู้สึกถึงสัมผัสหนักแน่นและแผงอกกว้างที่ทาบทับลงมา หัวใจของนางก็เต้นระทึกจนแทบระเบิด ผิงอันค่อยๆ เบี่ยงหน้าหลบจุมพิตของเขาอย่างเหนียมอาย ก่อนจะหมุนใบหน้ากลับมาสบสายตากับบุรุษรูปงามที่กำลังนอนอยู่เบื้องบน นัยน์ตาคู่สวยฉายแววตัดพ้อแฝงความเขินอายพลางเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

"เสี่ยวถัง... บาดแผลที่ไหล่ของท่าน... หายเจ็บแล้ว"

คำถามเรียบง่ายทว่าตรงประเด็นทำให้เฉินจื่อหลานชะงักกึก! องค์ชายใหญ่ได้สติคืนกลับมา เขาเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองเผลอปล่อยตัวไปตามอารมณ์จนเกือบเสียแผนการใหญ่ และเผลอลืมบทบาท 'ผู้ป่วยอ่อนแอที่มีไข้สูง' ไปเสียสนิท

บุรุษเจ้าเล่ห์ไม่รอช้า รีบขมวดคิ้วทำสีหน้าเจ็บปวดขึ้นมาทันควัน พร้อมกับร้อง

"โอ้ย"

ออกมาในลำคอเบาๆ แสร้งทำเป็นปวดบาดแผลที่แขนอย่างแสนสาหัส ก่อนจะค่อยๆ พลิกตัวเบี่ยงลงจากร่างของคุณหนูสาม กลิ้งลงไปนอนข้างๆ แล้วรีบหันหน้าหนีไปอีกทางเพื่อซ่อนรอยยิ้มและอาการทำตัวไม่ถูก

ผิงอันไม่ได้เอ่ยต่อว่าหรือโกรธเคืองการกระทำอันรวบรัดของเขาเลยแม้แต่น้อย นางค่อยๆ ยันกายลุกขึ้นนั่งบนกองฟาง ท่าทางเต็มไปด้วยความเหนียมอายจนแก้มสองข้างขึ้นสีแดงระเรื่อดั่งผลอิงถาว มือเรียวเล็กเอื้อมขึ้นมาลูบแตะริมฝีปากของตนเองเบาๆ พยายามอย่างยิ่งที่จะข่มพฤกษาแห่งความสุขและความหวั่นไหวที่กำลังผลิบานในอกเอาไว้ ก่อนจะแกล้งหันหน้าไปอีกทาง ทอดสายตามองออกไปนอกปากถ้ำแก้เขิน...

ทอดทิ้งให้ความเงียบอันอบอวลไปด้วยกลิ่นอายแห่งความหวาน ค่อยๆ สลายความเหน็บหนาวของพายุหิมะเบื้องนอกจนหมดสิ้น

กาลเวลาหมุนผ่านไปเนิ่นนานจนกระทั่งแสงอรุณย่ำรุ่งเริ่มจับขอบฟ้า ทหารตรวจตรานายหนึ่งก็วิ่งกระหืดกระหอบมารายงานว่า พบร่องรอยของคุณหนูสามหลบซ่อนตัวอยู่ในถ้ำหินกลางป่าไผ่แล้ว!

มู่หลิงเชียว ไม่รอช้าแม้แต่วินาทีเดียว เขารีบกระชากสายบังเหียน ควบม้าศึกฝ่ากองหิมะตรงไปยังถ้ำหินตามคำบอกเล่าทันที หัวใจที่ร้อนรุ่มมาตลอดทั้งคืนตื่นเต้นและเต็มไปด้วยความหวัง

ทว่า เมื่อเดินทางมาถึงและก้าวเข้ามาภายในถ้ำ ภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับทำให้ร่างขององค์ชายสามแข็งค้างไป

เชี่ยผิงอันกำลังนอนหลับใหลอย่างนิ่งสงบ ใบหน้าหวานซบลงบนลาดไหล่หนาของชายหนุ่มแปลกหน้าผู้หนึ่ง ทั้งสองตระกองกอดกันอยู่ข้างกองไฟที่มอดดับ ชายผู้นั้นแม้จะสวมใส่เพียงเสื้อผ้าปานหยาบกร้านของเสี่ยวเอ้อ แต่ท่วงท่าและโครงหน้าอันคมคายสง่างามนั้น ดูอย่างไรก็รู้ว่ามิใช่บุรุษธรรมดาแน่นอน แวบหนึ่งในหัวของมู่หลิงเชียวพลันกระตุกวูบ... รังสีแห่งอำนาจเช่นนี้ หรือว่าบุรุษผู้นี้คือ เฉินจื่อหลาน พี่ชายต่างมารดาที่เขากำลังพลิกแผ่นดินตามล่า

ยังไม่ทันที่องค์ชายสามจะได้ครุ่นคิดต่อ เสียงเอะอะตึงตังของฝูงทหารที่ตามหลังมาก็ส่งเสียงดังจนทำให้ผิงอันและเสี่ยวถังรู้สึกตัวและลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกัน

เฉินจื่อหลานค่อยๆ เงยหน้าขึ้น นัยน์ตาคมกริบดั่งพญาอินทรีย์สบประสานเข้ากับดวงตาหงส์ของมู่หลิงเชียวโดยตรงแววตาคู่ลึกขององค์ชายใหญ่ฉายรังสีแห่งความน่าเกรงขาม ความสูงศักดิ์ และความทรงอำนาจอันแท้จริงออกมาอย่างไร้การปิดบัง... เป็นแววตาที่ย้ำเตือนว่าเขาคือ 'องค์ชายใหญ่' ผู้เป็นเลิศ

แรงกดดันอันมหาศาลนั้นทำให้มู่หลิงเชียวรู้สึกกังวลและกดดันขึ้นมาชั่วครู่ ทว่าเพียงแวบเดียวเท่านั้น สีหน้าขององค์ชายสามก็กลับมาเชิดตั้ง สายตาทอประกายหยิ่งพยองและถือดี จ้องมองตอบกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว เพื่อประกาศให้อีกฝ่ายรู้ว่า ยามนี้แคว้นแห่งนี้ตกอยู่ภายใต้การปกครองของเขาแล้ว

สงครามประสาททางสายตาดำเนินไปได้เพียงชั่วครู่ เสียงของผิงอันที่กำลังจะยันกายยืนขึ้นก็ดึงความสนใจของบุรุษทั้งสองไปจนสิ้น

"โอ้ย!"

เนื่องจากนั่งกอดกันมาตลอดทั้งคืน ขาของผิงอันจึงเหน็บชาจนเสียหลักล้มลง

"คุณหนูสาม!"

เฉินจื่อหลานรีบยื่นอ้อมแขนแกร่งเข้าไปพยุงประคองร่างบางของคุณหนูสามให้ลุกขึ้นยืนอย่างนุ่มนวลและใกล้ชิด ขณะเดียวกัน มู่หลิงเชียวก็กระโจนลงจากหลังม้า ก้าวฉับๆ เข้ามาหมุนตัวผิงอันออกจากอกของอีกฝ่าย แล้วจับเรียวแขนของนางตรวจดูตามร่างกายด้วยความตระหนกและห่วงใยขั้นสุด

"ผิงอัน เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง"

มู่หลิงเชียวเอ่ยถามเสียงสั่นเครือ ใบหน้าเต็มไปด้วยความวิตก

"ได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ พวกโจรทำอะไรเจ้าหรือเปล่า"

ผิงอันส่ายหน้าเบาๆ นัยน์ตาฉายแววอ่อนล้า

"ข้า... ข้าไม่เป็นไร โชคดีได้เสี่ยวถังช่วยชีวิตและพาข้ามาหลบภัยในถ้ำแห่งนี้ไว้เสียก่อน"

มู่หลียวเบนสายตาคมกริบกลับไปมอง 'เสี่ยวถัง' ที่ยืนสงบนิ่งอยู่ข้างหลังผิงอัน นัยน์ตาทอประกายลึกล้ำยากคาดเดา "เสี่ยวถังงั้นหรือ..."

"ขอรับ องค์ชายสาม"

มาเฉินจื่อหลานก้มหน้าลงต่ำ น้อมกายคารวะด้วยท่วงท่าของเสี่ยวเอ้ออย่างแนบเนียน น้ำเสียงนอบน้อมทว่ามั่นคง

"ข้าน้อยเพียงทำตามหน้าที่ของคนที่เคยได้รับการช่วยชีวิตจากคุณหนูสามเท่านั้นครับ"

มู่หลิงเชียวจดจ้องใบหน้าของพี่ชายต่างมารดาเขม็ง สัญชาตญาณร้องเตือนว่าบุรุษผู้นี้อันตรายยิ่งนัก ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าผิงอัน เขากลับทำได้เพียงเก็บข่มความสงสัยไว้ในอก

"ช่วยชีวิตอย่างนั้นหรือ"

มู่หลิงเชียวทวนคำเสียงเรียบต่ำ นัยน์ตาหงส์เบนกลับมาสบประสานกับผิงอัน สายตาที่ทอดมองมาเต็มไปด้วยความกังขาและตั้งคำถามอันหนักอึ้งโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมา... ‘กบฏผู้นั้น... บุรุษที่ข้าพลิกแผ่นดินตามล่ามาตลอด แท้จริงแล้วคือคนที่เจ้าช่วยชีวิตไว้ และซ่อนตัวอยู่ใต้จมูกข้าที่โรงน้ำชาตลอดมาอย่างนั้นหรือ ‘

ผิงอันที่อ่านสายตาและความหมายนั้นออกในทันที พลันรู้สึกเย็นวาบไปทั่วแผ่นหลัง นางรู้ดีว่ายามนี้ตนเองกำลังตกอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก หากถูกซักไซ้ต่อหน้าทหาร ความแตกเรื่องที่นางช่วยซ่อนตัว 'เสี่ยวถัง' คงได้กลายเป็นเรื่องใหญ่แน่

ด้วยความเฉียบแหลม ผิงอันจึงตัดสินใจแสร้งร้อง

"อ๊ะ!"

ออกมาเบาๆ ทำเป็นขาทรุดปวดบวมจนยืนไม่อยู่ แล้วทิ้งตัวซบใบหน้าลงกับแผงอกกว้างขององค์ชายสามทันที เพื่อหลีกเลี่ยงการสบสายตาอันคาดคั้นของเขา

"หลิงเชียว... ข้าเจ็บขาเหลือเกิน"

นางส่งเสียงพึมพำออดอ้อนอยู่กับอกเขา

สัมผัสอ่อนนุ่มและเรือนกายที่สั่นเทาของสตรีในอ้อมกอด ทำให้นัยน์ตาของมู่หลิงเชียววูบไหว...

ความจริงอันน่าตระหนกแจ่มแจ้งในอกทันที รอยแผล ร่างกายที่รอดพ้นความตาย ทั้งหมดนี้เพราะสตรีผู้เป็นดวงใจของเขาเป็นคนยื่นมือเข้าไปช่วยศัตรูหัวใจและศัตรูทางการเมืองไว้ทั้งหมด

เขาพลิกแผ่นดินหาจนเมืองหลวงลุกเป็นไฟ แต่พี่ชายต่างมารดาผู้นี้กลับเสพสุขอยู่อย่างปลอดภัยใต้เงาของผิงอัน...

ทว่า ถึงกระนั้น... ความรักอันลึกซึ้งที่เขามีต่อผิงอันก็ทำให้อำนาจโทสะไม่อาจเอื้อมไปถึงนางได้ เขาไม่อาจเอ่ยปากโทษหรือทำร้ายนางได้ลงคอ มู่หลิงเชียวถอนหายใจยาว ช้อนอ้อมแขนเข้าใต้ข้อพับขาและแผ่นหลัง อุ้มร่างบางของคุณหนูสามขึ้นมาไว้ในอ้อมอกอย่างทะนุถนอม

พาผิงอันออกจากที่นี่ไปก่อน... แล้วค่อยย้อนกลับมาจัดการเชือดพี่ชายผู้นี้ทิ้งเสียก็ยังไม่สาย

คิดได้ดังนั้น องค์ชายสามก็เตรียมจะหมุนตัวพานางเดินออกจากถ้ำไป ทว่าคำพูดถัดมาของผิงอันกลับหยุดเท้าของเขาไว้ราวกับถูกสลักติดกับพื้น

ผิงอันซบหน้าอยู่กับคอเสื้อของเขา มือเล็กกำสาบเสื้อเขาไว้แน่น ก่อนจะช้อนสายตาขึ้นจ้องมองมู่หลิงเชียวด้วยแววตาจริงจัง เด็ดเดี่ยว และแน่วแน่อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

"หลิงเชียว..."

ผิงอันเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

"เสี่ยวถังคือคนของข้า... เขาช่วยชีวิตข้าไว้ในคืนนี้ หากท่านคิดจะกลั่นแกล้ง ทำร้ายเขา หรือจับตัวเขาส่งให้ทางการแม้นเพียงปลายเล็บ..."

นางเว้นจังหวะ นัยน์ตาฉายแววเฉียบขาดที่ทำให้หัวใจขององค์ชายสามกระตุกวูบ

"...ชาตินี้ทั้งชาติ ข้าจะไม่มีวันอภัยให้ท่าน และจะไม่ขอเจอกับท่านอีกเลยตลอดชีวิต"

คำขู่เฉียบขาดและน้ำเสียงที่ไม่หยวนยอมแม้แต่น้อย ทำให้มู่หลิงเชียวชะงักกึก ใบหน้าคมคายฉายแววตกตะลึงและเจ็บปวดขึ้นมาวูบหนึ่ง... คำพูดเพียงไม่กี่คำของคุณหนูสาม ราวกับเป็นพันธนาการเหล็กที่บีบบังคับให้เขาไม่อาจลงมือสังหารหรือจับกุมเฉินจื่อหลานได้ตรงๆ ในยามนี้

องค์ชายสามขบฟันแน่น ตวัดสายตาไปมอง 'เสี่ยวถัง' ที่ยืนก้มหน้านอบน้อมอยู่ในเงามืด...

เบื้องหลังแววตาซื่อๆ ของเสี่ยวถัง คือรอยยิ้มผู้ชนะขององค์ชายใหญ่ที่ฉายออกมาอย่างเยียบเย็น

"ได้... ข้ารับปากเจ้า"

มู่หลิงเชียวเค้นเสียงตอบผิงอันผ่านไรฟัน ด้วยน้ำเสียงที่พยายามเก็บข่มความขมขื่นและความแค้นแน่นอก

"ข้าจะไม่ทำอะไรคนของเจ้า... เรากลับกันเถิด"

เอ่ยจบ องค์ชายสามก็กระชับอ้อมกอด อุ้มผิงอันเดินฝ่าสายลมหนาวออกจากถ้ำหินไปอย่างรวดเร็ว โดยมีสายตาคมกริบของเฉินจื่อหลานทอดมองตามหลังไปอย่างถือดี

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชายาเคียงบัลลังก์   คนที่ฉุดนาง…คือข้าเอง

    ยามตระเวนผ่านพ้นกลางดึกคืนหนึ่ง รถม้าของตระกูลเชี่ยที่พาผิงอันเดินทางกลับจวนกำลังวิ่งเอื่อยๆ ไปตามถนนสายเงียบสงบ คืนนี้มีลูกค้านักเดินทางต่างถิ่นแวะเวียนเข้ามาอุดหนุนแน่นขนัด ส่งผลให้นางต้องอยู่จัดการร้านจนดึกดื่นกว่าทุกวันกระนั้น การกลับจวนยามวิกาลก็มิใช่เรื่องตื่นตระหนกอีกต่อไป ในเมื่อกิจการโรงน้ำชาได้รับอนุญาตอย่างผ่าเผย ทั้งคนในตระกูลเชี่ยตั้งแต่ใต้เท้าเชี่ยจนถึงพี่หญิงทั้งสองก็ไม่มีใครกล้าเสนอหน้ามาคอยจับผิดหรือหาเรื่องดุด่านางเหมือนแต่ก่อนทว่าความเงียบสงบของยามค่ำคืนพลันถูกทำลายลงเอี๊ยด!รถม้าหยุดกึกอย่างกะทันหันจนร่างของคุณหนูสามไถลไปข้างหน้า ก่อนที่เสียงร้องตื่นตระหนกของคนขับรถม้าจะดังแผดขึ้นเมื่อถูก 'ชูเจา' องครักษ์ประจำตัวองค์ชายใหญ่ ดึงกระชากตัวร่วงลงไปกองกับพื้นถนนผิงอันขมวดคิ้วแน่น หัวใจตกลงไปอยู่ที่ตาตุ่มด้วยความตกใจ ทว่ายังไม่ทันที่นางหรือสาวใช้จะได้เอ่ยปากสอบถามสิ่งใด บานประตูรถม้าก็ถูกผลักเปิดออกอย่างแรงร่างสูงสง่าของ องค์ชายใหญ่ โผล่แทรกตัวเข้ามา มือแกร่งยื่นเข้ามารวบร่างบอบบางของคุณหนูสามดึงเข้าไปไว้ในอ้อมกอดอันอบอุ่นแน่นหนาโดยไม่ทันให้ตั้งตัว นัยน์ตาคู่คมวูบไห

  • ชายาเคียงบัลลังก์   สงครามขนาดเล็กขององค์ชาย

    ตลอดหลายวันที่ผิงอันต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ภายในจวน บาดแผลถูกโบยที่แผ่นหลังบอบบางค่อยๆ ทุเลาลงจนหายดี สิ่งที่แปลกไปคือบรรยากาศภายในจวนตระกูลเชี่ยที่เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ... ไม่ว่าจะเป็นใต้เท้าเชี่ย พี่หญิงใหญ่ หรือ พี่หญิงรอง ต่างก็ไม่มีใครกล้าเสนอหน้าเข้ามาเค้นคอถามความจริงหรือวุ่นวายกับนางอีกเลย ทุกคนในจวนปฏิบัติต่อนางด้วยความเกรงอกเกรงใจและระมัดระวังเป็นพิเศษ ซึ่งผิงอันเองก็รู้สึกยินดีและผ่อนคลายอย่างยิ่งที่ไม่ได้ยินเสียงจิกหัวด่าทอหรือเรื่องกวนใจเหล่านั้นยิ่งไปกว่านั้น สิ่งที่ทำให้นางแปลกใจที่สุดคือ บิดายินยอมให้เปิดกิจการโรงน้ำชาหลิวหยุนต่อได้อย่างเปิดเผย โดยไม่ต้องคอยแอบปีนกำแพงหรือปิดบังซ่อนเร้นอีกต่อไป...ทว่านางกลับไม่เคยรู้เลยว่า เบื้องหลังความอารีและคำอนุญาตอันง่ายดายนี้ แท้จริงแล้วเป็นคำสั่งเด็ดขาดจากองค์ชายใหญ่ที่ข่มขู่ใต้เท้าเชี่ยไว้ และกำชับหนักหนาว่าห้ามแพร่งพรายให้ผิงอันรู้อย่างเด็ดขาดวันนี้ เมื่อร่างกายหายดีแล้ว ผิงอันจึงเดินทางกลับมาเปิดโรงน้ำชาอีกครั้งด้วยหัวใจที่ตั้งมั่น แต่... บรรยากาศของโรงน้ำชาที่เคยคึกคักและเต็มไปด้วยผู้คน กลับเงียบเหงาและเย็นเยือกจน

  • ชายาเคียงบัลลังก์   เขาก็แค่คนหลอกลวง

    เพียะ! เพียะ!เสียงไม้หวายเส้นหนากระแทกฟาดลงบนแผ่นหลังบอบบางของคุณหนูสามติดต่อกันอีกสองสามที ความเจ็บปวดแล่นปราดเข้าสู่ขั้วหัวใจจนผิงอันทนทานไม่ไหว ร่างบางฟุบล้มลงไปนอนกองกับพื้นหินอันเย็นเชียบ รอยเลือดสีแดงสดเริ่มซึมผ่านเนื้อผ้าสีอ่อน หยดลงบนพื้นหิมะสีขาวโพลนอย่างน่าเวทนาทว่า... ก่อนที่ไม้ฟาดที่สี่จะทันได้ตลบแหวกอากาศลงมากลางหลังโครม!บานประตูใหญ่หน้าจวนตระกูลเชี่ยพลันถูกถีบออกอย่างรุนแรงเสียงดังสนั่นหวั่นไหวเรือนกายสูงสง่าของ องค์ชายใหญ่ ในชุดผ้าไหมทรงสบายๆ ทว่าแฝงความหรูหราสูงศักดิ์ ก้าวฉับๆ ตรงเข้ามาภายในลานลงอาญาด้วยท่วงท่าทรงบารมี โดยมีองครักษ์คนสนิทอีกสองนายเดินตามหลังมาติดๆคนในจวนตระกูลเชี่ยต่างตกตะลึงจนตาค้าง ยังไม่ทันที่ใครจะได้ทันตั้งตัวหรือถวายบังคม ร่างสูงของเฉินจื่อหลานก็ตรงเข้ามาทรุดกายลง ประคองอุ้มร่างอันสั่นเทาของคุณหนูสามขึ้นมาไว้แนบกายในอ้อมแขนอันอบอุ่นแน่นดั่งทรัพย์สินอันประเมินค่าไม่ได้ผิงอันที่บอบช้ำและกำลังจะสูญเสียสติ ใช้เรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่พยายามเอียงใบหน้าซบลงกับอกแกร่ง พลางปรือตาเงยหน้ามองบุรุษที่กำลังโอบอุ้มนางไว้... นัยน์ตาหวานสั่นระริกด้

  • ชายาเคียงบัลลังก์   องค์ชายใหญ่เสด็จแล้ว

    กลางดึกของคืนเดียวกันนั้นเอง... ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมทั่วบริเวณโรงน้ำชาหลิวหยุนอย่างสมบูรณ์ เฉินจื่อหลานที่ล้ามาจากเหตุการณ์ในป่าไผ่ เคลิ้มหลับใหลลงบนเตียงนอนหนานุ่มภายในห้องส่วนตัวอย่างผ่อนคลาย โดยไร้ความกังวลใจใดๆ ด้วยคิดว่าตนเองปลอดภัยดีแล้วภายใต้เงาคุ้มครองของคุณหนูสามทว่า ท่ามกลางความเงียบ นั้น... บานหน้าต่างไม้ถูกเปิดอย่างเบามือแท่งหลอดไม้เรียวยาวดุจเข็มพลันถูกสอดลอดผ่านช่องรอยต่อของประตูห้องเข้ามาอย่างเงียบเชียบและไร้เสียงฟู่...ควันละอองสีขาวเจือกลิ่นหอมบางเบาใถูกเป่าฟุ้งกระจายออกมาจากปลายหลอด กระจายตัวแทรกซึมไปในอากาศยามราตรี ละอองยานอนหลับชั้นเลิศลอยเข้าสู่โสตประสาทการรับรู้ขององค์ชายใหญ่ ส่งผลให้ร่างสูงใหญ่ที่หลับใหลอยู่แล้ว พลันดิ่งจมลงสู่ความหลับใหลที่ลึกล้ำยิ่งกว่าเดิม ร่างกายอ่อนระทวย ไร้ซึ่งสติและการรับรู้โดยสิ้นเชิงเพียงครู่เดียว ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบา ชายชุดดำสองนายเร้นกายเข้ามาในเงามืดดั่งภูตผี พวกเขาไม่รอช้า เข้าประคองอุ้มร่างขององค์ชายใหญ่ขึ้นจากเตียงนอนอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่ว แล้วใช้วิชาตัวเบาทะยานออกทางหน้าต่าง ทะยานหายลับไปในความมืดมิดของยา

  • ชายาเคียงบัลลังก์   การแสดงที่สมจริง

    ยามค่ำคืนอันเงียบสงัด คืนหนึ่งหลังจากที่ผิงอันถูกกักบริเวณไว้ภายในจวนตระกูลเชี่ย อาซาที่ไม่รู้เรื่องราวตื้นลึกหนาบางอันใดเลย ก็ได้ใช้วานให้ เสี่ยวถังนำชาไปส่งยังจุดหมายปลายทางกลางป่าทางทิศตะวันตกตามที่มีลูกค้านัดหมายจองไว้ล่วงหน้าทว่า อาซากลับไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่า การส่งชาในป่าลึกยามวิกาลครั้งนี้ ไม่ใช่การค้าขายตามปกติ... หากแต่เป็น กับดักอันแยบยวน ที่มู่หลิงเชียว วางไว้เพื่อล่อเสี่ยวถังให้ออกมาจากเกราะคุ้มกันของโรงน้ำชาและสายตาของคุณหนูสามเมื่อก้าวเท้าลึกเข้ามาถึงใจกลางป่าไผ่อันมืดมิดและเงียบสงัด บรรยากาศรอบกายพลันเย็นเยียบลงอย่างน่าประหลาด เสียงสายลมพัดใบไผ่สีกระทบกันดังหวีดหวิว และในวินาทีนั้นเอง... เงาร่างของชายฉกรรจ์ชุดดำนับสิบคนก็โผล่ออกมาจากเงามืด ชักดาบคู่กายออกมากระชับแน่น ปิดล้อมองค์ชายใหญ่ไว้ทุกทิศทางทว่า เฉินจื่อหลานกลับหยุดนิ่ง ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกแม้แต่น้อยทันใดนั้น เสียงฝีเท้าซ้ายม้าศึกก็ดังขึ้นช้าๆ บุรุษผู้สง่างามในชุดสีดำสนิทควบม้าฝ่าเงามืดออกมา เขาไม่ได้ปิดบังใบหน้าหรือนัยน์ตาแม้แต่น้อย เผยให้เห็นใบหน้าคมคายและดวงตาหงส์อันทรงอำนาจของ มู่หลิงเชียว อย่างเปิดเผยม

  • ชายาเคียงบัลลังก์   แค่หมากตัวหนึ่งจริงๆหรือ

    เฉินจื่อหลานถูกคนขององค์ชายสามพาส่งกลับมายังโรงน้ำชาหลิวหยุนอย่างปลอดภัย ไร้ร่องรอยการรังแกหรือคุมขัง ยามนี้เขานั่งอยู่ภายในห้องนอนส่วนตัวบนชั้นสอง ซึ่งมี ชูเจา องครักษ์คนสนิทลอบใช้วิชาตัวเบาเร้นกายเข้ามาอย่างเงียบเชียบในยามที่อาซาออกไปจัดการความเรียบร้อยด้านนอกดวงตาคมกริบขององค์ชายใหญ่ฉายแววพึงพอใจเมื่อนึกถึงท่าทีกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของมู่หลิงเชียว บุรุษผู้กุมอำนาจเกือบทั้งหมดในเมืองหลวง ทว่ากลับต้องยอมถอยทัพกลับไปอย่างชอกช้ำเพียงเพราะคำขู่เด็ดขาดของคุณหนูสามทว่า... เหนือสิ่งอื่นใดที่แล่นเข้ามาในหัวใจของจื่อหลาน ยามนี้กลับมิใช่ชัยชนะทางการเมือง แต่นึกย้อนไปถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับผิงอันภายในถ้ำหินเมื่อคืนนี้ สัมผัสอ่อนนุ่ม นัยน์ตาไหววูบสับสน และรสจูบอันแสนหวานที่นางยินยอมมอบให้แต่โดยดี...รอยยิ้มละมุนที่หาได้ยากยิ่ง ค่อยๆ ผุดขึ้นบนใบหน้าคมคายทีละน้อยอย่างที่เจ้าตัวก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำชูเจาที่นั่งชันเข่าเฝ้าระวังอยู่ริมหน้าต่าง เมื่อเหลือบไปเห็นรอยยิ้มอารมณ์ดีอันผ่อนคลายของผู้เป็นนาย ก็พลันเข้าใจไปเองทันทีว่า องค์ชายใหญ่กำลังปิติยินดีที่สามารถปั่นหัวและเอาคืนองค์ชายสามได้

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status