Share

บทที่ 5

last update Tanggal publikasi: 2026-01-04 12:08:27

สองมือของรั่วหลิงเฟยกำแน่นดวงตาหลับปี๋ เจ้าตัวเล็กคิดว่าตัวเองต้องตกต้นไม้แล้ววันนี้ แต่เมื่อกำลังรอร่างตัวเองที่ตกลงกระแทกพื้นเนิ่นนานแล้วแต่ก็ยังไม่ถึงสักที จึงลืมตาขึ้น

“ฮึก...ท่าน” รั่วหลิงเฟยตกใจในตอนแรกที่ตนอยู่ในอ้อมกอดของบุรุษท่าทางองอาจคล้ายกับบุรุษอีกคน แต่ทว่าดวงตาเปล่งประกายดุจดวงดาวบนท้องฟ้าเสียมากกว่าสีดำมืดทมิฬจนหน้ากลัวพาให้เขาตกลงมาจากต้นท้อ

“ว่าอย่างไรเจ้าก้อนซาลาเปา ดื้อเสียจนจะตกต้นไม้แล้ว” รั่วเทียนเฉิงวางหลานรักของตัวเองลง แล้วก็ยกมือขึ้นบิดแก้มของเจ้าตัวแสบด้วยความมันเขี้ยว

ตลอดเวลาที่ไม่ได้พบหน้า เขารับรู้ความลำบากของนางและลูกชาย ทั้งยังแอบช่วยเหลืออย่างลับ ๆ จนวันนี้วันที่เขาจะได้กลับเมืองหลวง และอยากเห็นหน้าเจ้าก้อนซาลาเปาก้อนนี้เสียที แต่ว่าแสบมากทีเดียว

“ชู่ว์...อย่าเอ็ดไป เดี๋ยวข้ากับหนิวหนิวโดนทำโทษ”

“เมี้ยว!!!”

สิ้นเสียงเจ้าหลานตัวน้อย ก็ได้ยินเสียงเจ้าแมวอ้วนร้องราวกับรู้ความว่าเจ้านายของมันพูดเรื่องอะไร

“หนิวหนิว?” รั่วเทียนเฉิงขมวดคิ้วสงสัย ว่าหนิว

หนิว คือชื่อเจ้าแมวใช่หรือไม่ แล้วก็ได้คำตอบเมื่อหลานรักของเขามองไปทางแมวตัวกลมไม่ต่างจากเจ้าของ แล้วคว้าขึ้นมาทั้งแนะนำตัวเขาเสร็จสรรพ

“หนิวหนิว นี่ท่านลุงผู้มีพระคุณ เจ้าอย่าแกล้งเขาเด็ดขาดรู้หรือไม่” เด็กน้อยแนะนำโดยยังไม่รู้ว่าเขามีศักดิ์เป็นอาสินะ

“ท่านอาต่างหาก” เขาแก้ลำดับญาติให้ถูกต้อง หลิงเฟยตัวแสบจะได้ไม่เรียกผิด

“ท่านอายุน้อยกว่าท่านพ่อหรือ” หลิงเฟยเคยฟังที่ท่านแม่สั่งสอนว่า หากเป็นคนที่อายุน้อยกว่าบิดาให้เรียกว่าท่านอา

“ใช่”

“ช่างเถอะ ท่านอาก็ท่านอา อย่างไรข้าก็ไม่เคยมีบิดาอยู่แล้ว” ถ้อยคำตัดพ้อนี้มันทำให้รั่วเทียนเฉิงกำหมัดแน่น เขารักกับนางมาก่อน หากไม่เพราะสัญญาบ้า ๆ จนต้องมีการแต่งงานโดยไม่เต็มใจของพี่ชายกับสตรีที่เขารัก ก็คงไม่เกิดเรื่องจนหลานเขาต้องอาภัพเช่นนี้

“มีสิเหตุใดไม่มี” เขาเถียง

“ไม่มีหรอก ข้าเกิดมาก็ไม่มีใคร มีท่านแม่กับพี่ซูเม่ยเท่านั้น ญาติคนอื่นก็ไม่มี ข้าจึงเลี้ยงหนิวหนิวไว้เป็นเพื่อน แล้วประตูนั่นข้าก็ออกไปไม่ได้” เด็กน้อยพูดอย่างน้อยอกน้อยใจ เขาไม่มีเพื่อนเลย มีแต่ท่านแม่กับพี่ซูเม่ย จนมีเพื่อนอีกคนเป็นเจ้าแมวอ้วนตัวน้อย เขาย่อมดีใจเป็นอย่างมาก

“โถ...หลานรักของอา” เขาฉวยเอาหลานตัวเองขึ้นอุ้มทั้งยกหลังมือเช็ดน้ำตา แต่เศร้าได้เพียงชั่วครู่ เสียงตึงตังหน้าประตูก็ดังขึ้น

“ออกไป...เอาออกไปให้หมด ใครกันขังพี่สะใภ้กับหลานชายข้า” ฟังจากเสียงแล้วคงไม่พ้นพี่รองแน่ ๆ ที่โวยวาย แล้วก็เป็นจริงดังที่คิดไว้ พี่รองพาคนมาทั้งพังประตูเมื่อรู้ว่าพี่สะใภ้ต้องคลอดลูกเพียงลำพังอยู่เรือนท้ายจวน เขาก็โกรธหนักถึงกับอาละวาดกับท่านแม่

“คุณชายรอง...”

“เจ้าจะขวางรึ” ดวงตาแข็งกร้าวกราดมองไปยังคนรับใช้แล้วก็หลบตาลง เมื่อคุณชายรองคิดเอาจริง แม้ยามปกติพวกเขาจะไม่เคยประสบกับอารมณ์ขุ่นมัวของคุณชายรองนัก เพราะเป็นคนใจเย็น มีเพียงคุณชายสามเท่านั้นที่อารมณ์ฉุนเฉียว บัดนี้ทั้งคุณชายสาม กับคุณชายรองอยู่ตรงหน้าเขาจึงอึดอัดใจนัก จำต้องหลีกเลี่ยง

“พี่รองเอะอะอะไร พี่สะใภ้ก็ตกใจหมด” รั่วเทียนเฉิงปรามพี่ชายคนรอง ตอนแต่งงานเขาไปคุมกองทัพอยู่ชายแดน และยังเข้าไปเป็นไส้ศึกจึงไม่ได้มาร่วมงานแต่งของพี่ใหญ่ แต่ไม่นึกว่าพี่ใหญ่กับท่านแม่จะใจร้ายกับพี่สะใภ้เยี่ยงนี้ ไม่สู้เขาเอาพี่สะใภ้กับหลานชายไปเลี้ยงเองไม่ดีกว่าหรือ ให้อยู่เรือนหลังลำบากแสนเข็ญทำไมกัน

“นั่นหลานข้ารึ” รั่วเทียนหยุนเห็นเจ้าหนูน้อยที่อุ้มแมวตัวอวบอยู่ด้วยก็นึกอยากเข้าไปเล่นด้วยทันที เขาเพิ่งรู้เมื่อตอนมาถึงว่าพี่สะใภ้ท้องและคลอดลูกเรือนท้ายจวน เพราะความเชื่อบ้า ๆ ของท่านแม่ ถึงกับทรมานพี่สะใภ้เพียงนี้เขาโกรธนัก ยิ่งเห็นพี่ใหญ่เมินเฉยไม่กล่าวอะไรสักคำ ยิ่งพาลโกรธพี่ใหญ่เลยด้วย ถือว่าเห็นดีเห็นงามให้ท่านแม่รังแก

“ใช่แล้ว หลิงเฟย”

“ท่านอา...ข้ายังไม่ได้บอกท่านเลยว่าชื่ออะไรท่านรู้ได้อย่างไร” แต่คำถามของเขายังไม่ทันได้คำตอบ ก็ได้ยินเสียงท่านแม่ของเขาออกมาจากในเรือนพร้อมกับสีหน้าตกใจ

“เฟยเอ๋อร์...คุณชายสาม!” นางเรียกเสียงแผ่วเบา ไม่ได้เห็นเขามานานแล้วพลันน้ำตาที่เคยกักเก็บไว้เอ่อล้นออกมา รักแรกพลัดพราก เมื่อพบกันอีกครั้งกับสถานะที่ไม่อาจมีความสัมพันธ์ใดร่วมกันได้อีก นอกจากสถานะญาติทางสามีก็ยิ่งเจ็บปวดใจ

“หลิงชิง” เสียงแหบเครือเปล่งออกมาเมื่อพบนางอีกครั้ง สองสายตาสอดประสานความรู้สึกอึดอัดเกิดขึ้นแน่นอกจนแทบหายใจไม่ออก

รั่วเทียนหยางเมื่อรับรู้ว่าน้องรองกับน้องสามมุ่งหน้าไปยังเรือนท้ายจวนที่มีชายาและลูกของเขาอาศัยอยู่มาตลอดก็รีบตามไป ยิ่งเมื่อเห็นนางสอดประสานสายตากับน้องสามของตน อารมณ์ฉุนเฉียวผุดขึ้นในอก แม้รู้สึกขัดหูขัดตา แต่ก็ยังรักษากิริยาสุขุมไว้ดังเดิม

เขาหนีไปอยู่ชายแดนสองปีกว่า ไม่รับรู้เรื่องราวทางบ้าน คิดว่าเดี๋ยวก็ลืมนาง แต่เมื่อกลับบ้านจึงรับรู้ได้ว่าเขายังไม่เคยลืมนางได้เลย แต่ที่สำคัญเพิ่งรู้ตัวว่ามีบุตรชาย ทั้งที่เขาเข้าหอเพียงคืนเดียวเท่านั้น ความหนักอึ้งในอกยิ่งทวีคูณเมื่อเห็นเจ้าลูกชายที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายกับเขาราวกับย่อส่วนของตนเองมาอยู่ในร่างเด็ก

‘ไม่ผิดแน่...นี่บุตรชายของเขาไม่ผิด’

“ฮึก...ข้า...ข้ากลัวท่านอา” หลิงเฟยเห็นชายผู้นี้ที่เป็นต้นเหตุให้ตนตกลงมาจากต้นไม้ ก็รีบหลบด้านหลังท่านอาของเขา

หลี่หลิงชิงเห็นดังนั้นจึงเข้าไปอุ้มบุตรชายมาไว้กับตน สีหน้าท่าทางของเขายามนี้ทำให้นางหวาดกลัวว่าเขาจะมาพรากบุตรชายสุดที่รักของนางไป

“ท่านแม่...ข้า...ข้าไม่อยากเห็นเขา คนใจร้าย” เด็กน้อยกระซิบข้างหูด้วยความหวาดกลัวเล็กน้อย จนคนเป็นแม่ต้องลูบหลังปลอบเขาให้ใจเย็น

“นั่นคือบิดาเจ้า รีบไปคารวะเร็วเข้า” แม้นางจะไม่อยากให้บุตรชายรู้กระทั่งใบหน้าของคนเป็นบิดา แต่ที่นางอาศัยอยู่ย่อมหลีกเลี่ยงได้ยาก นางคิดว่าเขาจะไม่กลับเมืองหลวงแล้วเสียอีก กว่าสองปีที่นางอยู่ลำพังกับบุตรชาย นอกจากไม่ได้รับข่าวคราวจากเขา นางยังรู้สึกว่าคนผู้นี้เงียบหายเหมือนตายจากไปแล้วด้วยซ้ำ

“ไม่...” เฟยเอ๋อร์เด็กน้อยของนางดื้อรั้นเป็นครั้งแรก ยิ่งนางมองใบหน้าเขาที่เรียบนิ่งไม่คล้ายอยากมีเราสองแม่ลูกในชีวิตก็ยิ่งโล่งใจ

‘ข้าอยากได้หนังสือหย่าภรรยา’ นางคิดในใจแต่ไม่กล่าวสิ่งใดออกมา เมื่อเขามาแล้วนางจะพูดเรื่องนี้กับเขาก็แล้วกัน

“ข้าเป็นอารองของเจ้านะ มานี่มาเจ้าก้อนแป้งอ้วน” รั่วเทียนหยุนเห็นความอึดอัดระหว่างพ่อแม่ลูก จึงแก้สถานการณ์ให้เพื่อที่จะไม่ให้หลานชายของตนเองต้องหวาดกลัว ต่อให้กลัวบิดาแต่กับท่านอาเช่นเขาก็ไม่ควรกลัว

“คารวะท่านอารอง คารวะท่านอาสาม” เมื่อได้ยินเสียงท่านแม่กระซิบข้างใบหู เขาจึงเข้าไปคำนับท่านอาทั้งสอง แต่เมื่อมองไปบุรุษที่ท่านแม่บอกว่าเป็นบิดา เขาก็เข้าไปยืนหลบด้านหลังท่านแม่

“หึ!”

เสียงเยาะในคอนั้นทำให้นางมองเขาอย่างต้องการหาคำตอบ เรื่องบุตรชายเพราะมารดาของเขาที่ต้องการปิดบังแล้วมาโทษนางได้อย่างไร ไม่ใช่เขาหรือที่เห็นดีเห็นงามด้วย

“พี่สะใภ้ลำบากเพียงนี้ทำไมไม่บอกพวกเรา ครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น ท่านแม่นะท่านแม่” เป็นรั่วเทียนหยุนที่เอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจขึ้นมา แต่นั่นนางรับรู้แล้วว่าทั้งสามคงไม่รับรู้การกระทำของท่านหญิง แต่แล้วยังไงเขาก็แม่ลูกกัน แต่ก็เอาเถอะอย่างไรคนเป็นสามีก็ไม่เคยเห็นนางเป็นภรรยา ต่อให้นางเป็นชายาเอกแล้วอย่างไร เขาเคยส่งข่าวมาบ้างหรือไม่เล่า ความเป็นห่วงสักคำก็ไม่มี

“มิใช่เป็นรั่วอ๋องสั่งหรอกหรือ” นางเชิดหน้าขึ้นไม่สบตาเขา บุรุษไร้หัวใจทรมานได้กระทั้งสตรีและคนท้อง ตอนนี้ยังมาวุ่นวายอีก จะทำอะไรกันแน่

“ไปเก็บของพระชายาจะไปอยู่จวนข้า” รั่วเทียนหยุนเมื่อฟังพี่สะใภ้ก็สั่งการทันที ไม่สนว่าหักหน้าพี่ใหญ่หรือไม่ ต่อไปหากให้หลานเขาอยู่ที่เรือนท้ายจวนอีกคงได้แตกหัก และยังรับรู้ว่าท่านแม่วางแผนสิ่งใดไว้ด้วย

“นี่จวนอ๋อง เจ้าอย่ามาก้าวก่าย”

ในที่สุดคนที่เงียบมาตลอดก็ปริปากออกมาเสียที ปล่อยให้นางนิ่งฟังพี่น้องของพวกเขาปกป้องอยู่เสียนานแล้ว ไม่เห็นเขาจะมีแก่ใจปกป้องนางและลูกสักนิด ก็ดีหากเป็นเช่นนั้นสิ่งที่นางคิดไว้จะไม่ลังเลอีกต่อไป

“จวนท่านแล้วท่านทำกับชายาท่านแบบนี้หรือ อยากให้คนประณามกันทั้งใต้หล้าหรืออย่างไร หากท่านไม่ให้พี่สะใภ้กับหลานชายข้าไปอยู่จวนที่ดีกว่านี้ ข้านี่แหละจะแตกหักกับท่าน” รั่วเทียนหยุนไม่ยอมแล้วเช่นกัน นี่มันอะไรกัน สตรีตัวเล็ก ๆ กับเด็กต้องมาอาศัยอยู่ที่คับแคบ ใจอำมหิตเกินไปหรือไม่

“ท่านอารอง ข้าออกไปได้จริงหรือ” หลิงเฟยถาม อย่างไร้เดียงสาแต่คำพูดนั้นกลับเสียดแทงใจท่านอาทั้งสองของเขายิ่งนัก

“ได้...ใครขวางมาสู้ตายกับข้า” คราวนี้เป็นรั่วเทียนเฉิงที่ออกโรงปกป้อง ในเมื่อพี่ใหญ่ได้นางไปไม่รู้จักดูแล ต่อให้เขาโดนประณามเพียงใด เขาก็จะยื่นมือออกมาช่วย

“เสน่ห์แรงเสียจริง ทั้งน้องรองน้องสามข้าต่างหลงเสน่ห์เจ้ากันหมด นี่เจ้าใช้มารยาไปกี่เล่มเกวียนกันเล่า” พูดจบเขาแสยะยิ้มมุมปาก ดูว่านางจะตอบโต้เช่นไรอีก

“ขออภัยที่ต้องตอบท่านอ๋องว่า เสน่ห์ข้าไม่จำเป็นต้องใช้กระมัง หากข้าใช้เห็นทีว่าเป็นท่านอ๋องก็หลงรักข้า แต่นี่สภาพชีวิตข้าสองแม่ลูกต่างอะไรกับบ่าวไพร่ในเรือนหรือ หากท่านอ๋องไม่ต้องการข้าเพียงแค่ส่งหนังสือหย่ามาก็สิ้นเรื่อง ไม่เห็นต้องเก็บข้าสองแม่ลูก ที่เป็นชายาที่ท่านไม่ต้องการ กับบุตรชายที่ท่านไม่ไยดีไว้ข้างกายเลยนี่ รกหูรกตาเปล่า ๆ”

ฮึก...แง...แง...แง!!!

หลิงเฟยได้ฟังมารดาพูดว่าบิดาไม่ต้องการเขาก็เสียใจนัก เปล่งเสียงร้องออกมาดังจนทุกคนเริ่มทนไม่ได้

“โอ๋...เฟยเอ๋อร์ของแม่...ไม่เป็นไรนะลูก” นางฉวยเอาร่างของบุตรชายขึ้นแล้วกล่อมให้เขาเงียบเสียง เดิมก็ไม่ได้ตั้งใจให้เขาเสียใจ แต่ว่าหากนางไม่พูดวันนี้ วันหน้าบุตรชายของนางจะมีชีวิตที่ดีได้อย่างไร

“เจ้าพูดอะไรเห็นหรือไม่เขาร้องไห้” คราวนี้กลายเป็นเขาที่โกรธเป็นฟืนเป็นไฟแทน

“พูดเรื่องจริง”

เสียงขบฟันกรามดังกรอดจนเรียวหน้าขึ้นเป็นสัน ดวงตาสีนิลมองมาอย่างต้องการเอาเรื่อง มือของเขากำหมัดแน่น ‘นางฝีปากกล้ายั่วโมโหเขาได้จริง ๆ’

“ข้าไม่มีท่านพ่อ...ท่านพ่อไม่ต้องการข้า...ฮึก...ฮื้อ ๆ”

เสียงเจ้าหนูน้อยนี่ทำไมมันทำให้หัวใจของเขาคันยุบยิบเสียจริง เขาบอกเมื่อไหร่ว่าไม่ต้องการ เจ้าเด็กฟุ้งซ่านเหมือนมารดากระมัง

“ไม่ต้องพูดมากแล้ว เด็ก ๆ ขนของไปอยู่จวนข้า ใครขวางฆ่า!” รั่วเทียนหยุนไม่รู้ว่าระหว่างพี่สะใภ้กับน้องสามมีอะไรกัน เขาเห็นสายตาที่สบประสานกันอย่างไม่ธรรมดา แต่พี่ใหญ่ก็ใจร้ายเกินไปเขารับไม่ได้ ดังนั้นเป็นจวนเขาย่อมดีที่สุด

“นางเป็นชายาข้าต้องอยู่ที่นี่” เสียงประกาศกร้าวทำให้ความตึงเครียดระหว่างพี่น้องดังขึ้น แต่แล้วเสียงของมารดาก็ดังขึ้นทำให้ทุกคนมองเขาราวกับตัวประหลาด

“ให้นางไปอยู่กับเจ้ารองก็ดี เจ้าก็แต่งชายาเอกใหม่ ส่วนลูกนางก็คงกาลกิณีไม่ต่างจากนางนัก ก็ให้ย้ายไปด้วยกันเสียเลย”

“ท่านแม่!!!” รั่วเทียนหยุนกับรั่วเทียนเฉิงประสานเสียงกัน เขาไม่คิดว่ามารดาจะจิตใจอำมหิตเพียงนี้

“ข้าไม่แต่ง!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชายาเอกอ๋องไร้ใจข้าไม่อยากได้   บทที่ 58

    “เช่นนั้นเราควรเตรียมจัดงานแต่งหรือไม่” คราวนี้กลายเป็นสามคนที่ตั้งวงร่วมกันพูดถึงน้องสามกันอย่างสนุกปาก ทำให้คนที่กำลังโดนพูดถึง ต้องพูดให้พวกเขาหยุดเสีย “พวกท่านไม่กินข้าวกันรึ อาหารเย็นหมดแล้ว” หลิงชิงมองหน้าสามียิ้ม ๆ บางทีก็เพิ่งเคยเห็นนิสัยเอาแต่ใจของเขาเหมือนกัน คนอ

  • ชายาเอกอ๋องไร้ใจข้าไม่อยากได้   บทที่ 57

    เวลาผ่านมาห้าเดือนหลังจากหลิงชิงคลอดลูกสาว และนางก็ได้รับข่าวดีว่าท่านพ่อก็มีน้องเพิ่มจากอนุที่อยู่ในจวนกำลังตั้งครรภ์ นางก็ยินดีกับท่านพ่อด้วย ส่วนอนุที่ท่านพ่อเลือกให้ชูหน้าชูตาขึ้นเป็นผู้หญิงที่กิริยามารยาทเรียบร้อยนัก จนนางคิดว่าท่านพ่อดูคนไม่ผิดแล้ว ยามนี้นางวุ่นวายกับการเลี้ยงลูก และสามีก็ต้อง

  • ชายาเอกอ๋องไร้ใจข้าไม่อยากได้   บทที่ 56

    “พี่ใหญ่ ท่านก็มีลูกน่าจะเข้าใจว่าท่านแม่ก็รักลูกทุกคนเหมือน ๆ กันแต่จะแสดงออกเช่นไรนั้นมันก็แตกต่างกัน เพียงพี่ใหญ่เปิดใจพูดคุยกับท่านแม่ดี ๆ ข้าเชื่อว่าความสัมพันธ์จะต้องกลับมาดีแน่” รั่วเทียนหยางเหตุใดจะไม่อยากดีกับท่านแม่เล่า แต่ว่าท่านแม่นั้นไม่ชอบหลิงชิงที่เป็นภรรยาของเขา หากเขา

  • ชายาเอกอ๋องไร้ใจข้าไม่อยากได้   บทที่ 55

    เรือนรั่วอ๋องต่างมีแขกมามากมายไม่ขาดสาย เมื่อรับรู้ว่ารั่วอ๋องและคุณชายหลิงเฟยเป็นที่โปรดปราน ก็อยากให้บุตรหลานได้เป็นเพื่อนเล่นด้วย เพื่อหวังจะมีช่องทางในการรับราชการในอนาคต แต่รั่วอ๋องไม่ค่อยปลื้มใจนัก เพราะเขามีเวลาส่วนตัวกับภรรยาน้อยเหลือเกิน ทั้งยังต้องแบ่งเวลาต้อนรับแขกอีก จึงสั่งให้พ

  • ชายาเอกอ๋องไร้ใจข้าไม่อยากได้   บทที่ 54

    “คงไม่มีวันนั้นกระมัง ที่เชิญมาวันนี้ก็เพราะคิดว่าคนอย่างฮูหยินหลี่จะสำนึกความผิดที่เคยทำไว้บ้าง แต่ข้าคิดผิดแท้ ๆ” รั่วอ๋องรู้สึกผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง ไม่คิดว่าเจียงจิวฝูไม่รู้จักความดีเลยหรือไง ต้องถูกเลี้ยงมาแบบใดกัน “หึ...มารดาท่านดีนักรึ” เพียะ!! หลี่จิ้งเหลือทนแล้วกับ

  • ชายาเอกอ๋องไร้ใจข้าไม่อยากได้   บทที่ 53

    ในเช้าตรู่สองวันถัดมารั่วอ๋องก็เปิดจวนต้อนรับตระกูลหลี่เป็นครั้งแรก หลังจากออกปากเคยไม่ให้เข้ามาเหยียบในเรือนของตัวเอง แต่เมื่อภรรยาเขาต้องการจะกลับคำเล็กน้อยก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร วันนี้หลี่จิ้งมาพร้อมกับภรรยาแต่เช้าทั้งนั่งรอในรถม้าจนกว่าจะถึงเวลานัดโดยไม่อีดออดนอกจากภรรยาที่ไม่พอใจแต่อยา

  • ชายาเอกอ๋องไร้ใจข้าไม่อยากได้   บทที่ 4

    เวลาผ่านไปสองเดือน เป็นสองเดือนที่แสนเงียบสงบสำหรับหลิงชิงกับสาวใช้อย่างยิ่ง ท่านหญิงซีหวินกลั่นแกล้งสารพัด ให้บ่าวในจวนรั่วอ๋องห้ามมาช่วยเหลือไม่พอ ยังไม่ส่งอาหารมาให้ แต่ไม่รู้ว่ารั่วอ๋องไปอยู่ที่ใด ปล่อยให้ชายาที่อยู่ท้ายจวนลำบากเช่นนี้ จนกระทั่งเช้าวันหนึ่งที่นายหญิงของตนเองไม่สบาย “ฮึก

  • ชายาเอกอ๋องไร้ใจข้าไม่อยากได้   บทที่ 3

    เรียวปากยกยิ้ม นัยน์ตาแข็งกร้าวก้มลงมาชิดใบหน้าจิ้มลิ้มของนาง จมูกโด่งเป็นสันกดเฉียดเข้าที่แก้มนวล ริมฝีปากของนางที่แต่งแต้มด้วยชาดแดงสั่นระริกหวาดกลัวคนตรงหน้าที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสามี ‘ไม่ใช่ เขาไม่ได้อยากมีลูกกับนางงั้นรึ’ พิธีวันนี้ก็บ่งชัดแล้วหรือมิใช่ เขามิเต็มใจแต่งเหตุใดถึงคิดร่วมหอ

  • ชายาเอกอ๋องไร้ใจข้าไม่อยากได้   บทที่ 2

    เสียงครืนครืนของท้องฟ้า ราวกับร่วมสะอื้นไปกับโชคชะตาของนาง เมฆาทมิฬดำราวกับล่วงรู้ว่าในใจของนางนั้นทุกข์โศกเพียงใด หยาดพิรุณที่ร่วงหล่นเป็นเพื่อนร่ำไห้ไปกับนางด้วยความเสียใจ ฟ้าที่เคยสดใสเหมือนหัวใจของนางยามนี้เป็นเหมือนอากาศที่อยู่ ๆ ก็แปรปรวนโดยไร้สาเหตุ ทั้งเมฆฝน พายุ และลมที่โหมกระหน่ำนั่นเหมือน

  • ชายาเอกอ๋องไร้ใจข้าไม่อยากได้   บทที่ 1

    อาณาจักรยงโจว แบ่งการปกครองเป็นสี่แคว้น มี โยว่โจว จี้โจว ชิงโจวและต้าตง มีอ๋องแต่ละแคว้นที่เป็นเชื้อพระวงศ์ปกครองโดยมีโยว่โจวเป็นเมืองหลวงมีฮ่องเต้เป็นประมุขใหญ่ของทุกแคว้น หลี่หลิงชิง สตรีในห้องหอจวนอดีตเสนาบดีหลี่จิ้ง ผู้ที่มารดาไม่มอบความรัก นางได้รับการเลี้ยงดูจากอนุจากสกุลว่านนามว่า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status