LOGIN“ครั้งหน้าข้ายังไม่รู้ว่าจะนำยามาขายให้ท่านได้อีกเมื่อไร เพราะตอนนี้ท่านอาจารย์ของข้าต้องช่วยรักษาคนก่อน แต่เขาสัญญาว่าจะขายยาให้เพียงโรงหมอจินฮงเท่านั้น” “ขอบคุณ แม่นางกลับไปบอกท่านอาจารย์ของเจ้าเถิดว่านานแค่ไหนโรงหมอของเราก็รอได้” “ขอบคุณท่านเช่นกันเจ้าค่ะที่เข้าใจ” เว่ยซินเหยียนรับตั๋วเงินมาแล้วจึงเดินออกมาหาซิ่วอิง นางเลือกสมุนไพรที่จะนำไปทำถุงหอมและขี้ผึ้งเสร็จแล้วจึงไปเดินซื้อของกินที่ตลาดต่อ จากนั้นจึงกลับจวนด้วยความสบายใจ ทางฝั่งของเจิ้นเสิ่นอ๋องเมื่อได้รับรายงานจากองครักษ์ว่าพระชายาออกไปซื้อสมุนไพรกับซื้อของในตลาดเท่านั้นก็รู้สึกพึงพอใจเป็นอย่างยิ่ง และไม่รู้สึกกังขากับการกระทำของนางแต่อย่างใด สามวันต่อมาเว่ยซินเหยียนปักเสื้อคลุมให้เขาเสร็จอีกสองตัว ถุงมืออีกสี่คู่ จึงเริ่มทำถุงหอมและขี้ผึ้งทามือ นางรู้สึกมีความสุขมากที่ไม่ต้องนั่งอยู่ว่าง ๆ แต่จะออกไปเที่ยวตามใจชอบเหมือนตอนอยู่ที่บ้านตนเองก็คงไม่ได้ “สมุนไพรที่พระชายาซื้อมาทำถุงหอมไม่ใช่กลิ่นที่พระชายาเคยใช้นี่เจ้าคะ” ซิ่วอิงสงสัย “ข้าจะทำให้
เว่ยซินเหยียนแหงนหน้ามองเขา ดวงตาแวววาวของทั้งคู่จึงสานสบกันพอดี เขาจ้องใบหน้านางอย่างไม่ละสายตา วันที่คล้องแขนดื่มสุรามงคลเขายังไม่ได้มองนางเต็มตาขนาดนี้ มือที่วางอยู่ข้างกายยกขึ้นมาโอบเอวนางตั้งแต่เมื่อไรเขายังไม่รู้ตัว อีกทั้งยังเผลอรั้งเข้ามาใกล้จนเกือบชิดกายตน ทั้งสองคล้ายตกอยู่ในภวังค์ กระทั่งเจิ้นเสิ่นอ๋องโน้มใบหน้าลงมาถามนางอีกครั้ง “ตกลงจะบอกข้าได้หรือยังว่ากลิ่นหอมจากกายเจ้าเป็นกลิ่นของอะไร” เว่ยซินเหยียนจึงได้สติกลับมา รีบก้มหน้าลงต่ำหลบสายตาคมกล้าคู่นั้นทันที นางตอบเขาเสียงอ้อมแอ้มว่า “เป็นกลิ่นของสมุนไพรที่ข้าใช้ทำถุงหอมเจ้าค่ะ” “ข้าไม่เคยมีถุงหอม เช่นนั้นเจ้าช่วยทำให้ข้าได้หรือไม่” “ท่านอ๋องชอบกลิ่นแบบไหนหรือเจ้าคะ” “ตามแต่ใจเจ้าอยากทำให้ข้า” “เจ้าค่ะ” นางเงยหน้าขึ้นมองเขาอีกครั้ง พูดออกว่า “มือ” “หืม?” เขาเอียงหน้าทำท่าไม่ค่อยเข้าใจ เว่ยซินเหยียนจึงพูดให้เขากระจ่าง “มือของท่านจะเอาออกจากเอวข้าได้หรือยังเจ้าคะ” ถามพร้อมกับทำตาดุใส่เขา เจิ้นเสิ่นอ๋องทำหน้าเหลอหลา ก
ยาตัวใหม่นางใช้เวลาหลอมนานถึงสองชั่วยาม และซ่อมแซมพลังปราณอีกสองชั่วยาม อีกทั้งตอนฟื้นขึ้นมายังรู้สึกมึนศีรษะอยู่บ้าง เพราะยาตัวนี้ใช้พลังงานมากจริง ๆ แต่มันก็มีราคาสูงถึงห้าหมื่นตำลึงเลยทีเดียว สำคัญกว่านั้นนางสามารถหลอมได้ปีละสี่ครั้งเท่านั้น เช่นนั้นนางจึงต้องเว้นระยะห่างนานถึงสามเดือน ยังดีที่การหลอมยาทั้งสองชนิดไม่ข้องเกี่ยวต่อกัน หลังจากหลอมยาตัวใหม่เสร็จ หากในวันถัดไปนางอยากหลอมยาพิษครอบจักรวาลก็สามารถทำได้เลย สี่วันต่อมายามเซิน เว่ยซินเหยียนยกเสื้อคลุมผ้าไหมสีน้ำเงินปักลายมังกรทองห้าเล็บ และถุงมือผ้าขนแกะสีดำสองคู่สีน้ำเงินอีกสองคู่ ที่พับใส่กล่องไว้ออกมาจากห้องนอนด้วย พลางบอกจางหมัวมัวว่า “ข้าวานเจ้าช่วยเอาชุดนี้ไปให้ท่านอ๋องที และฝากบอกท่านอ๋องด้วยว่าอีกสองวันข้าจะเข้าไปซื้อของที่ตลาด” “เจ้าค่ะ” จางหมัวมัวรับคำพลางยิ้มอ่อน รู้สึกปลื้มใจแทนเจิ้นเสิ่นอ๋องที่พระชายาเย็บเสื้อให้เป็นครั้งแรก รับเสื้อมาแล้วจางหมัวมัวก็ไม่รอช้า รีบสาวเท้าไปที่ห้องหนังสือทันที เมื่อท่านอ๋องเอ่ยปากอนุญาตแล้วนางจึงเดินเข้าไป นางยอบกายพลางเอ่ย
ให้หลังผู้เป็นนายเฉาหยวนจึงพูดกับสหายว่า “เจ้าคิดเหมือนข้าหรือไม่” “เหมือน” เฉาหยวนมองค้อนถามว่า “ข้าคิดอะไร” เขายังไม่ได้พูดออกมาสักคำว่าคิดอะไร “นั่นสิ เจ้าคิดอะไรอยู่รึ” “เจ้านี่มัน…” เฉาหยวนขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน “ข้ากำลังคิดว่าท่านอ๋องกำลังแอบสนใจพระชายาเข้าแล้วน่ะสิ” เฟิ่งหนิงหลงรีบแย้ง “ฮื้อ จะเป็นไปได้ยังไง ตั้งแต่เจ้ารับใช้ท่านอ๋องมา ท่านอ๋องเคยสนใจสตรีคนใดหรือ เจ้าคิดมากไปแล้ว” “ถ้าสิ่งที่ข้าคิดเป็นความจริงขึ้นมาเล่า” “ข้าจะยอมเลี้ยงหูฉลามน้ำแดงเจ้าหนึ่งมื้อ” “ได้ เจ้าพูดแล้วห้ามคืนคำ” “ข้าพูดคำไหนคำนั้น” เพราะมั่นใจว่าเจิ้นเสิ่นอ๋องไม่มีทางมีความรู้สึกเช่นนั้นกับสตรีคนใด เฟิ่งหนิงหลงจึงยืนยันออกไปเช่นนั้น แม้ว่าหูฉลามน้ำแดงจะมีราคาแพงถึงชามละหนึ่งร้อยตำลึงก็ตาม ภายในห้องหนังสือ เจิ้นเสิ่นอ๋องถอดถุงมือข้างขวาออกเขียนอักษรบนกระดาษหลายคำแล้วเรียกซ่งฉือเข้ามา เลื่อนซองเอกสารให้เขา กล่าวว่า “ส่งจดหมายนี้ไปที่จวนจิ้งอันโหวโดยม้าเร็ว” “ขอรับ”เว่ยซินเหยี
เว่ยซินเหยียนไม่พูดพร่ำทำเพลงอีก ฉวยเม็ดยาจากมือเขา มืออีกข้างบีบคางเขาให้อ้าปาก แล้วหย่อนยาลงในปากเจิ้นเสิ่นอ๋องกำลังตะลึงตาค้างที่นางกล้าบีบคางเขาจนเจ็บแปลบเช่นนี้ แต่นางกลับขึ้นมานั่งอยู่ด้านหลังเขาแล้ว ฝ่ามือน้อยทาบลงบนแผ่นหลังกว้าง สั่งเขาว่า “หลับตาแล้วเดินลมปราณเสีย”เจิ้นเสิ่นอ๋องรู้สึกว่าพลังปราณของตนเริ่มปั่นป่วนจึงหลับตาลงและเดินลมปราณให้สม่ำเสมอทั้งนางและเขาต่างนิ่วหน้า พลังปราณของเจิ้นเสิ่นอ๋องเริ่มตีรวนขึ้นด้านบน ไม่ถึงหนึ่งถ้วยชาเขาลืมตาโพลงพร้อมกับโก่งคอพ่นเลือดออกมาสองคำ โชคดีที่เขานั่งอยู่ขอบเตียง เลือดที่พุ่งออกมาจึงไม่เลอะบนเตียงนอนเจิ้นเสิ่นอ๋องรู้สึกโล่งไปทั้งตัวอย่างน่าประหลาด จากนั้นสายตาเลื่อนลงมองมือของตน มือสั่นเทาค่อย ๆ เลิกแขนเสื้อขึ้นด้วยความแปลกใจเจือตื่นเต้น จากนั้นยกขาของตนขึ้นดู ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปที่หน้าคันฉ่องทองเหลือง มือสองข้างลูบแก้มตนเบา ๆ ตอนนี้ติ่งเนื้อที่เคยปูดนูนตามตัวได้มีขนาดเล็กลงมากแล้ว เจิ้นเสิ่นอ๋องรู้สึกยินดีกับผลลัพธ์ที่ได้เป็นอย่างยิ่งเว่ยซินเหยียนถามเขาว่า “ท่านพอใจกับการรักษาของข้าหรือไม่” เมื่อเขาเอาแต่ยืนเหม่อนางจึงถามขึ้นอี
เจิ้นเสิ่นอ๋องถามขึ้นอีกว่า “แล้วอาการที่ข้าเป็นอยู่ทุกวันนี้ล่ะ” “ท่านได้รับพิษจากสมุนไพรชนิดหนึ่ง ที่มีฤทธิ์กระตุ้นประสาทใช้น้อยเป็นยา ทำให้มีความสุข สนุกสนาน และมีกำลังวังชา แต่หากใช้มากเกินไป หรือได้รับสารติดต่อกันเป็นเวลานาน จะมีพฤติกรรมก้าวร้าว หงุดหงิดง่าย มีอาการทางจิต หวาดระแวง ประสาทหลอน คลุ้มคลั่ง และอาจมีอารมณ์ซึมเศร้าสามารถฆ่าตัวตายได้ เช่นนั้นพอพิษสะสมมากเกินไป ร่างกายของท่านจำเป็นต้องขับพิษออกมา เพียงแต่ท่านทำได้เพียงแค่ใช้ปราณกับวรยุทธ์ข่มมันไว้เท่านั้น ร่างกายของท่านจึงรู้สึกปวดแสบปวดร้อนคล้ายธาตุไฟจะแตกจนต้องลงไปแช่ในน้ำแข็ง แต่มันไม่สามารถขับพิษนั้นออกมาจากร่างกายท่านได้ แต่ก็นับว่ายังโชคดีที่ท่านมีพลังปราณ และคิดฝึกวรยุทธ์ตั้งแต่แรก” เจิ้นเสิ่นอ๋องนึกย้อนไปถึงตอนที่เขามาอยู่ที่จวนแห่งนี้ในช่วงแรก เขาเอาแต่ร้องไห้กอดจางหมัวมัว ปากก็พูดตลอดว่าข้าคิดถึงเสด็จแม่ กระทั่งเวลาผ่านไปเป็นเดือนเขาก็ยังไม่หายเศร้า หมอหลิวเป็นหมอหลวงที่ติดตามมาด้วยจึงนำยามาให้เขาดื่ม บอกว่าดื่มแล้วเขาจะรู้สึกดีขึ้น และเขาก็ดีขึ้นจริง ๆ แต่ไม่คิดว่าผ่านมาสิบกว่าปีเขาจะกล







![จอมนางคู่บัลลังก์ [NC30+]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)