Masuk“ปกติเสื้อผ้าก็แล้วแต่คุณหญิงจะจัดให้ นี่อะไรเธอช้อปจนเต็มสองมือแล้ว ยังไม่พออีกเหรอ?” น้ำค้างยังคงเรียกแม่ของเนยว่า ‘คุณหญิง’ ด้วยความเคยชินและสะดวกใจ
เธอกวาดตามองร้านเสื้อผ้าที่ชั่วชีวิตก็ไม่คิดว่าจะซื้อ ‘ไม่ซื้อตอนนี้แล้วจะซื้อตอนไหน เสื้อตัวละสองสามพัน มีแบล็กการ์ดต้องกวาดให้เต็มที่’
“ก็ตอนนี้หนูมีคู่หมั้นแล้ว ต้องแสดงตัวให้เต็มที่ยังไงล่ะ?”
จะเอาให้จริงเธออยากจะบอกว่า ‘ไหนๆ ก็กลับบ้านไม่ได้แล้ว ก็ใช้ชีวิตเศรษฐีให้เต็มที่ก่อนล่ะกัน ไม่งั้นได้บ้าตายแน่ๆ’
เธอยิ้มกริ่ม เสื้อผ้าชุดใหม่และของใช้ที่เคยอยากได้เต็มท้ายรถ คราวนี้ก็มีใจจะไปสืบความลับกันแล้ว!
แยมอ่านข่าวซ้ำไปซ้ำมาแทบจะไม่เชื่อสายตาตัวเอง
‘เนยทำพลาด ดันพลาดไปเข้าห้องพี่ใหญ่ โชคดีจริง...คืนนั้นฉันก็เกือบเข้าห้องคุณใหญ่ไปแล้ว ถ้ายายเนยไม่ถีบออกมาซะก่อน’
ประตูห้องสีไม้โอ๊คบานใหญ่ที่เธอแย่งกันเปิดกับเนยในคืนนั้น กลายเป็นห้องของคุณใหญ่ไปซะได้
‘ทีแรกคิดว่าห้องคุณสองซะที อุตส่าห์ออกแรงแย่งกันแทบตาย’
เธอยังคิดว่าตัวเองทำผิดครั้งใหญ่ คุณพ่อคงจะด่าเธอป่นปี้ที่ปล่อยให้เนยคว้าเอาคุณสองไปได้ ที่ไหนกัน? ฮ่าๆ เธออยากจะหัวเราะออกมาดังๆ
“แยม ทำอะไร ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว” เธอวางแท็บเล็ตขนาดแปดนิ้วลงบนโต๊ะทำงาน เมื่อชายหนุ่มผลักประตูกระจกเข้ามา
“กำลังอ่านข่าวคุณใหญ่น่ะพี่โอ”
โอภาสยิ้มให้ลูกพี่ลูกน้อง “โชคดีนะ เนยเข้าห้องผิดไปจนได้ คราวนี้โอกาสยังเป็นของเรา เธอต้องวางแผนใหม่อีกรอบ”
“คงต้องรองานเลี้ยงรอบหน้าค่ะ นี่ไงคะ?” เธอยื่นบัตรเชิญสีทองให้พี่ชาย
“แอมมี่ล่ะ เตรียมตัวหรือยัง?”
“ป่านนี้ พี่แอมมี่คงไปหาชุดเตรียมไปงานแล้วล่ะค่ะ ตั้งแต่กลับมาเธอก็พร่ำเพ้อถึงคุณใหญ่แทบจะทุกนาทีอยู่แล้ว”
โอกาสส่ายหน้า “โรคคลั่งคุณใหญ่กำเริบเอาจริงๆ แต่ก็ช่วยไม่ได้ รายนั้นทำตัวเป็นเทพบุตรสุดเอื้อมถึงนี่นา สาวๆ เลยเพ้อกันทั่วหน้า”
“คุณใหญ่ขี้เก๊กจะตาย หน้าตาก็ไม่ค่อยจะยิ้ม แถมยังเก็บตัวอยู่ที่หลังปราสาทอีก”
แยมนึกถึงปราสาทของมังกรกรุปที่ยิ่งใหญ่และซับซ้อน สร้างบนเนินเขาชานเมือง แถมยังมีลำคลองรอบล้อม เธอเคยไปสองสามครั้ง ด้านหลังปราสาทมีทางเดินเล็กๆ ซ่อนประตูไม้โอ๊คบานใหญ่ใต้ซุ้มปูนสูง แม่บ้านที่นั่นบอกเธอว่า ‘ห้องคุณใหญ่’ ผู้ซึ่งชอบความเป็นส่วนตัว และไม่ชอบให้ใครมาป้วนเปี้ยนแถวห้องพัก
งานเลี้ยงคืนนั้น เธอโดนฤทธิ์ไวน์ทำพิษ ไม่รู้ใครแอบเพิ่มอะไรลงไป ทำให้เธอรู้สึกมึนเมาผิดปกติ เดินโซเซตามหาห้องคุณสองจนไปชนกับเนยที่กำลังมึนเช่นกัน
“เอ๊ะ! เธอจะมาทางเดียวกันกับฉันทำไม?” เนย ยายคุณหนูอันธพาลคนนั้นเริ่มหาเรื่องเธอก่อน
“ฉันมาหาห้องคุณสอง” เธอยืนยันความตั้งใจ
“ฉันก็มาหาห้องคุณสอง”
เนยยังคงดันทุรังเหมือนเคย ‘แน่ล่ะ! พวกตัวร้ายก็แบบนี้ ทำตัวเหมือนในละครหลังข่าวไม่มีผิด’
“นี่ไง? แม่บ้านบอกว่า ประตูไม้ใหญ่เป็นห้องคุณสอง” เธอเห็นแล้วรีบชี้ แต่คาดไม่ถึงว่า ยายเนยจะถลาเข้าใส่ประตูก่อน เธอไม่ปล่อยให้เนยได้เปิด พยายามผลักเนยออก แต่แรงที่คาดผิดกลับทำให้เธอถลาเข้าไปเกาะประตูแทนที่จะเกาะเนยไว้ ทำให้เนยเปิดประตูสองข้างออกอย่างแรงจะเธอเซตามแรงประตูไปปะทะผนัง
ปึง!
แล้วประตูก็เด้งปิด ดันเอาเนยกระเด้งกระดอนเข้าไปในห้อง ส่วนเธอโดนอัดที่ประตูจนทรุดลงกับพื้น
“ตายแล้ว คุณแยม มาๆ เดี๋ยวดิฉันพาไปพักห้องรับแขกนะคะ” เธอได้ยินเสียงเมดประจำปราสาทดังที่ข้างหู แล้วก็มีเสียงเรียกคนจ้าละหวั่นให้มาช่วยอุ้มเธอไปห้องรับรอง เธออ้าปากจะบอกเรื่องเนยที่พุ่งเข้าห้องคุณใหญ่ไปแล้ว แต่ก็หมดสติลงเสียก่อน
“พี่แอมมี่รู้เรื่องเจ้าสาวของคุณใหญ่หรือยังคะ?”
“ก็ยังน่ะสิ แยมช่วยบอกแทนพี่ที พี่กลัวแอมมี่โวยวาย”
ใครๆ ก็รู้ว่า พี่แอมมี่ลูกสาวคนเล็กของลุงของเธอนั้น เป็นพวกคุณหนูร้อยเปอร์เซ็นต์ เธอโดนเลี้ยงดูแบบสุดโต่งมาตั้งแต่เด็ก เรียกได้ว่า เดินมาในทุ่งลาเวนเดอร์เลยทีเดียว หากสิ่งใดที่อยากได้ไม่เป็นดังหวัง หากไม่ดราม่ากันบ่อน้ำตาแตกก็โวยวายจนบ้านแทบพัง
ส่วนเธอในฐานะลูกสาวคนเดียว นับว่าเป็นทายาทรุ่นเล็กของหยกฟ้ากรุป หลังเรียนจบในวัยเพียงยี่สิบปีก็ก้าวเข้ามาเป็นเลขานุการพี่โอภาส ช่วยเหลืองานครอบครัวคุณลุงอย่างเต็มกำลัง รวมทั้งข้อตกลงที่คุณลุงกับคุณพ่อ ต้องการส่งเธอให้เป็นสะใภ้คนรองของมังกรกรุป
“งานนี้มันไม่โปร่งใสอยู่แล้ว ไม่แน่หรอกค่ะว่า คุณใหญ่จะเต็มใจแต่งงาน เราจะขัดขวางพี่แอมมี่ทำไมล่ะค่ะ?”
“ก็แค่อย่าออกนอกหน้าให้มันมากนัก ทำเงียบๆ ก็ได้” โอภาสยิ้มน้อยๆ เขารู้ดีกว่า การจะทำให้แอมมี่เลิกชอบคุณใหญ่ยากกว่าการบอกเธอให้เลิกช้อปปิ้งเสียอีก
“ถ้าแยมทำสำเร็จ แล้วพี่แอมมี่กลายเป็นสะใภ้ใหญ่แทนเนยก็ยิ่งดีไม่ใช่เหรอคะ?”
โอภาสหย่อนตัวลงบนโซฟา “ก็ขอแค่คุณใหญ่ยินยอมก็แล้วกัน ทำอะไรต้องสังเกตสีหน้าด้วย เพราะคนอย่างคุณใหญ่ไม่เหมาะที่จะทำให้เคืองใจสักนิด พี่กลัวแอมมี่จะโดนเขารังเกียจเอาน่ะสิ”
แยมรู้สึกหมั่นไส้ใบหน้ายโสโอหังของผู้ชายคนนั้นเหลือเกิน เธอเห็นเขายืนห่างๆ ในงานเลี้ยงครั้งที่แล้ว รูปร่างสูงสง่าที่พิงหลังอยู่กับเสาโรมันริมระเบียง ยืนจิบไวน์เงียบๆ มองดูหนุ่มสาวในงานที่แต่งตัวสวยงามพูดคุยกันเริงร่า แม้จะมีสาวๆ แวะเวียนไปคุยกับเขาอยู่ไม่ขาด เขาก็เพียงรักษามารยาท ที่จะยอมคุยบ้างก็ล้วนเป็นเพื่อนในวัยเด็กที่มีไม่กี่คน ‘กลัวดอกพิกุลจะร่วงหรือยังไงกัน?’
“คุณใหญ่ก็คุยกับพี่แอมมี่ดีนี่คะ”
“เขาเคยควงกันออกงานครั้งสองครั้งตามมารยาท”
“คุณใหญ่เขาไม่ควงคนอื่นบ้างหรือไง?”
“มีหลายคน แต่ไม่มีใครขึ้นอันดับแฟนได้เลย มีรายหนึ่งที่ดูจะมีความหวัง”
“ใครคะ?”
“เจนนิส”
“อ้อ!” เธอนึกถึงรูปร่างเปรียวโปร่ง ผมสีทองสยาย ใบหน้าสวยโฉบเฉี่ยวสไตล์ลูกครึ่งของทายาทอินทรีกรุป “รายนั้นอยู่เมืองนอกนี่นา”
“กลับมาแล้ว คนนี้ล่ะ เคยขึ้นชื่อว่า เป็นคู่ควงที่คุณใหญ่พาไปไหนด้วยบ่อยสุด”
“แต่ก็ยังไม่ใช่แฟน”
“ใช่ ไม่รู้ว่า แอบมีเมียเก็บไว้ในปราสาทหรือเปล่า? เมดที่ปราสาทหน้าตาสวย รูปร่างเป๊ะทั้งนั้น น่าสงสัยอยู่นะ”
แยมนึกถึงบรรดาแม่บ้านวัยรุ่นในปราสาทมังกรกรุป จริงอย่างพี่ชายเธอพูด สาวๆ เหล่านั้นหุ่นสวย หน้าสวย ราวกับดาราวัยรุ่น ก็รายได้ดีขนาดนั้น จะคัดหน้าตาได้ก็ไม่แปลก แถมถ้าหากทำให้หนึ่งในสี่ทายาทรับเป็นภรรยาได้ ชาตินี้ทั้งชาติก็ไม่ต้องคิดทำมาหากินให้ลำบาก
“มันก็เป็นไปได้ว่า ถ้าไม่มีเมียเก็บ ก็อาจจะมีความรักที่เปิดเผยไม่ได้” แยมทำหน้าครุ่นคิด “จะว่าไป คุณใหญ่ก็จวนจะสามสิบแล้วไม่ใช่เหรอคะ?”
โอภาสพยักหน้า ขนาดเขาเพิ่งจะยี่สิบห้าปีนี้แม้จะมีสาวสวยมาให้ชมให้ชิมมากหน้าหลายตา แต่ก็ยังไม่มีใครที่ทำให้ติดใจถึงขนาดอยากจะตีตราจองสักคน
“หรือไม่ก็เป็นแบบพี่ไง? มีมาเยอะ แต่ไม่มีคนไหนที่ติดใจสักคน ไม่แน่นะ อาจจะเป็นเนยก็ได้”
****************
คุณสองมองพี่ชายด้วยสายตาบ่งบอกว่าเหลือเชื่อ พี่ชายที่แสนจะเย็นชากับสาวๆ ที่เข้ามารุมล้อมของเขา แค่เห็นเด็กสาวมหาลัยที่แต่งตัวธรรมดาคนหนึ่งถึงกับรำพันออกมาแบบนี้...ดูน่าเป็นห่วง.... คุณใหญ่ไม่กล้าเอ่ยความรู้สึกทั้งหมดออกมา เขารู้สึกอยากพุ่งเข้าไปกอด อยากจูบ อยากจะอุ้มเธอขึ้นเตียงไปเสียตอนนั้น แต่สติส่วนหนึ่งก็เตือนว่า.....นี่เป็นการพบกันครั้งแรกและเธอกับเขาก็เพิ่งรู้จักกัน คุณหนิงเลขาสาวสวยเดินเอาแฟ้มเข้ามาส่ง “คุณใหญ่รู้จักลูกสาวคุณวรรณที่เป็นนักเขียนด้วยเหรอคะ? หรือว่าได้อ่านนิยายที่คุณใหญ่เป็นพระเอกแล้ว?” คุณใหญ่ลืมตาขึ้นมองเลขาหนิง “คุณว่ายังไงนะ? ใครเป็นพระเอกนิยาย?” “ก็เรื่องชิงรักไฮโซไงคะ? เห็นคุณวรรณบอกว่าลูกสาวเขาประทับใจในตัวคุณใหญ่มากก็เลยยืมเอาไปเขียนเป็นพระเอกนิยายค่ะ ในนั้นมีคุณสองด้วยนะคะ” คุณสองหัวเราะร่า “ผมนี่นะ ไปอยู่ในละครด้วย ไหนๆ ลองอ่านดูสิ อยู่เว็บไหนล่ะคุณหนิง” คุณหนิงบอกปุ๊บคุณสองก็ค้นหาในระบบอินเตอร์เน็ตบนหน้าจอมือถือปั๊บ ก้มลงอ่านไปสักพัก คุณสองก็หัวเราะเสียงดังล
“เอางี้ เดี๋ยวฉันเล่าเรื่องให้แกฟังก่อน แล้วแกค่อยคิดว่าจะเขียนตามที่ฉันบอกไหม?”พอเห็นแยมสนใจ เนยจึงเริ่มเล่าเรื่องที่เธอประสบมาไล่ไปตามลำดับ แยมนั่งฟังด้วยความสนใจ นิยายของเธอถูกเนยเล่าถึงตัวละครแต่ละตัวราวกับไปอยู่ในนั้น “แกคิดไว้ขนาดนี้ แทบจะเป็นคนเขียนแทนฉันได้แล้ว” “มันเป็นเรื่องที่แกคิด ถ้าแกตกลงก็รีบเขียนเถอะ” เนยกลับมาก็ตรวจดูแล้วว่าในเว็บไซต์นิยายเนื้อเรื่องยังเหลือเท่าเดิมเหมือนตอนก่อนที่เธอจะพลัดหลงเข้าไป “แกไม่อยากจะเขียนจบแล้วตีพิมพ์หรือไง? แฟนคลับแกมาคอมเม้นต์บ่นกันเยอะแยะแล้วนะ แกไม่อ่านบ้างเลยเหรอ?” “ฉันอ่านแล้ว แต่ทำไงได้ ตันก็คือตัน...แกก็รู้นี่?” “ตอนนี้ไม่ตันแล้ว แกเขียนต่อเถอะ” แยมแปลกใจที่เพื่อนไม่เคยสนิทคนนี้จู่ๆ ก็มารบเร้าเธอเขียนนิยายที่ดองไว้ ให้จบ “พูดตามตรงสิ แกมาเร่งฉันเพื่ออะไรกันแน่?” เนยถอนหายใจ เห็นทีเรื่องนี้คงต้องบอกไปตามความจริง“ถ้าฉันบอกว่าเรื่องทั้งหมดฉันไปเจอมาเองล่ะ แกจะเชื่อไหม?” “เฮ้ย!” “ไม่เฮ้ยล่ะ...ตอนนี้ไม่รู้ว่าพี่ใหญ่เป็นไงบ้าง? ถ้าแกไม่ยอ
“พวกแกพูดเรื่องอะไรกัน?” เจนนิสโมโหที่เนยกับแยมพูดคุยกันเหมือนจะเยาะเย้ยเธอ“อันที่จริง ถ้าแกไม่เป็นแบบนี้เรื่องมันจะจบได้ยังไง? จริงไหมแยม?” เนย หันไปเพื่อนรัก แล้วหันกลับมองเจนนิส “พวกเรากำลังรอแกอยู่พอดี รีบมาก็ดีฉันจะได้กลับบ้านซะที” เจนนิสอ้าปากค้าง ไม่รู้ว่าเนยพูดถึงอะไร?“แกคิดว่าฉันจะไม่กล้ายิงล่ะสินะ” “ถ้าคุณทำอย่าหาว่าผมโหดร้ายก็แล้วกัน” คุณใหญ่ตวาดออกมา “พี่ใหญ่ก็โหดร้ายกับเจนอยู่แล้วนี่คะ? มีอะไรต้องคิดมากอีก?” เจนนิสหันไปโต้ตอบด้วยความน้อยใจ สายตาของเธอเจ็บปวดเหลือประมาณ ความหวังที่จะได้กลับไปยืนอยู่ข้างเขาไม่เหลืออีกแล้ว จริงอย่างที่เนยพูดต่อให้เธอฆ่าเนยได้ พี่ใหญ่ก็ไม่มีวันจะหันมามองเธอเหมือนเดิมอีก เนยงอเข่ายกเท้าขึ้นด้านหลังถอดรองเท้าออกมา“ฉันว่าแกกล้า แต่แกยังไม่รู้ว่าฉันก็บ้าต่างหาก”เนยขว้างรองเท้าตรงเข้าที่ใบหน้าของเจนนิสอย่างจัง “โอ๊ย!” ส้นรองเท้ากระแทกตาของเจนนิสพอดี เธอเผลอยกมือขึ้นกุมตา ปัง! ปืนที่เตรียมเหนี่ยวไกอยู่นั่นพลันลั่นขึ้น เฉียดศีรษะเนยไปกว่าฟุต หญิงสาวสะบัดจากการเกาะกุมของสา
เมื่อแขกทยอยออกไปจนหมด คุณใหญ่หันกลับมาเห็นเนยท่าทางเหนื่อยอ่อนจึงนึกได้ว่าเธอยังหิวอยู่ เขาหันไปส่งพ่อบ้านให้ทำข้าวผัดกุ้งออกมาให้เนยกับแยมคนละจาน “เนยกินข้าวก่อนเถอะ เดี๋ยวก็เป็นลมไปซะก่อน” แยมที่มองเห็นข้าวผัดอเมริกันจานใหญ่ที่เมดถือเข้ามาก็ตาโต “ว้าว! น่าอร่อยจังค่ะ แยมกินด้วยได้ไหมคะ?” “พี่สั่งให้ทั้งสองคนนั้นล่ะ” คุณใหญ่หันไปยิ้มให้แยมที่ยืนกลืนน้ำลายหลายอึก คุณสองอมยิ้ม “ยายโก๊ะ ทำตัวตะกละแบบนี้เสียมารยาทแย่!” “พูดแบบนี้คิดจะเป็นพ่อบ้านใจกล้าหรือไง?” คุณสองหน้าเจื่อนเมื่อเห็นแยมทำตาขวาง“ใช่ค่ะพี่ใหญ่ คุณสองเขามีห้องนอนส่วนตัวใหญ่โตไงคะ?” “ไม่นะ...ผมชอบอาศัยห้องนอนของคนอื่น” ประธานบริษัทมังกรกรุปคนใหม่รีบเอ่ยประจบเจ้าของคอนโดมิเนียม “คืนนี้นอนนอกห้องแน่เจ้าสอง ตอนนี้ไม่ได้อยู่คนเดียวแล้ว จะพูดจะจาอะไรคิดให้เยอะ” พี่ชายคนโตหันมากระซิบด้วยรอยยิ้มเยาะหยัน คุณสองรีบหันไปรินน้ำเปล่ามาวางตรงหน้าพี่สะใภ้กับแฟน พร้อมนั่งลงประกบแยมด้วยท่าทีเจี๋ยมเจี้ยม “อร่อ
“ตำรวจต้องมาตอนจบด้วยไหม? อย่าทำเชียว เดี๋ยวโดนล้อแย่” เนยหันไปเตือน เธอนึกถึงกระทู้ที่เหล่านักเขียนวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่พระเอกเก่งมากจนจัดการคนร้ายได้สำเร็จ ส่วนผู้พิทักษ์สันติราษฎร์มักจะมาในตอนท้าย“ฉันเขียนนิยายสืบสวนสอบสวนนี่ปวดหัวกว่านิยายรักของแกน่าดู ต้องคิดเรื่องให้แตกต่างกว่าที่คนเคยอ่าน ยิ่งหักมุมได้ยิ่งดี”“งั้นแกก็ออกแบบฉากนี้ช่วยฉันหน่อยสิ ให้นึกตอนนี้ก็นึกไม่ออกหรอกว่าจะให้ตำรวจมาช่วยตอนไหนดี? แกอย่าลืมว่าส่วนใหญ่ตำรวจมาช้า”เนยพยักหน้า“จริงของแก! อันดับแรกการเผชิญหน้ากับอันตรายก็ต้องหวังพึ่งตัวเองก่อน ว่าแต่งานนี้แอมมี่หรือเจนนิสที่พกปืน?”เนยเดาความคิดเพื่อนทันที หากแยมเขียนฉากนี้เป็นฉากจบ ตัวร้ายต้องมีความกดดันที่จะล้างแค้นให้จบ การตามฆ่าศัตรูหัวใจย่อมต้องเกิดขึ้นแน่!“พกมาทั้งคู่”“บ้าเอ๊ย! แล้วฉันจะหลบกระสุนทีละสองคนทันได้ไง? แล้วแกคิดว่าใครจะช่วยฉันได้ล่ะนี่?”“ก็ต้องสามีแกสิ คุณใหญ่เป็นพระเอกของแกอยู่แล้วนี่?”“สองคนนั่นเดินมาแล้ว!”“ถ้าเกิดพวกนั้นควักปืนออกมายิงตอนนี้ล่ะ”“แกคิดจะสู้หรือหนีล่ะ?”“แกเขียนให้ฉันตายหรือเปล่า?”“ไม่นี่! ฉันไม่เคยคิดจะเขียนให้แกตาย
คุณสี่มองพี่ชายทั้งสามแล้วแววตาสลดลง“เหลือผมคนเดียวแล้วสินะ! ผมยังไม่เจอคนถูกใจเลย” คุณใหญ่ถอนหายใจนึกอยากจะปลอบน้องชายคนเล็กว่าอีกไม่นานเขาเองก็ต้องกลายเป็นพ่อม่ายเมียหาย ยิ่งจะแย่กว่าเจ้าสี่มากมายนัก คนไม่เคยมีอาจจะแค่ปรารถนาแต่คนที่เคยครอบครองมาก่อนแล้วสูญเสีย ยากนักจะทำใจ! “ที่พี่เรียกมาวันนี้เพราะพี่อยากจัดงานเลี้ยงผู้ถือหุ้นใหญ่ทั้งหลาย” คุณสองขมวดคิ้ว ทุกครั้งที่จัดงานเลี้ยงเช่นนี้ล้วนแล้วแต่เป็นการประกาศเรื่องสำคัญ “พี่ใหญ่คิดจะทำอะไรเหรอครับ?” “พี่จะยกตำแหน่งประธานบริษัทให้เจ้าสอง” “หา!” น้องชายทั้งสามอุทานออกมาพร้อมกัน “เพราะอะไรพี่ใหญ่?” คุณสองโน้มร่างมาข้างหน้า มองพี่ชายอย่างไม่เชื่อสายตาตนเอง “พี่ขอพักงานสักพัก บางทีอาจจะเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศหลายเดือนหน่อย” สีหน้าของคุณใหญ่ดูเคร่งเครียดขึ้น เขายังประเมินไม่ถูกว่าหลังจากที่เนยหายตัวไปแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง? แต่เพื่อไม่ให้ทุกคนผิดสังเกตก็คงต้องบอกออกไปว่าพาภรรยาไปเที่ยวต่างประเทศ คุณสองทำหน้าแตกตื่น แต่เดิมพี่ชาย







