Masukตอนที่ 13: กล้องวงจรปิด
ความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลพ่นไอเย็นจัดจนอุณหภูมิลดต่ำลงแตะสิบแปดองศาเซลเซียส เสียงครางหึ่งๆ ของเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ดังสะท้อนไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่เต็มไปด้วยแผงหน้าจอมอนิเตอร์นับร้อยจอ แสงสีฟ้าจากจอภาพสาดกระทบโครงหน้าคมคายของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ทรวงอกที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้อง ภัทรล้วงมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋ากางเกงสแลก นัยน์ตาสีดำสนิทภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมจดจ่ออยู่กับภาพวิดีโอขาวดำบนหน้าจอหลัก สันกรามคมขบเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดนูน แผ่รังสีอำมหิตกดทับจนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่นั่งควบคุมเมาส์อยู่ถึงกับเหงื่อตกทั้งที่อากาศหนาวเหน็บ ชลธรยืนกอดอกอยู่เคียงข้าง ไหล่บางห่อเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อกักเก็บความอบอุ่น นัยน์ตาสีอ่อนจับจ้องภาพบนจอไม่กะพริบ ทว่ากล้ามเนื้อทุกส่วนกลับตึงเครียดจากเหตุการณ์จดหมายขู่สีเลือดเมื่อเช้า จู่ๆ ความอบอุ่นก็ทาบทับลงบนลาดไหล่ เสื้อกาวน์สีขาวตัวหนาที่มีกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ของภัทรถูกนำมาคลุมทับร่างของเขาอย่างเงียบเชียบ ชลธรช้อนตาขึ้นมองเสี้ยวหน้าหล่อเหลา ภัทรไม่ได้หันมามอง เขาเพียงแค่ขยับตัวเข้ามาใกล้จนแผ่นหลังบางแทบจะแนบชิดกับแผงอกกว้าง เป็นการประกาศอาณาเขตและปกป้องไปในตัว “กรอภาพกลับไปช่วงตีสามสิบห้านาที” น้ำเสียงทุ้มต่ำและเด็ดขาดเอ่ยสั่ง “ครับหมอ” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรีบขยับเมาส์ ตัวเลขเวลาบนมุมขวาล่างของจอวิ่งย้อนกลับอย่างรวดเร็ว ภาพบริเวณโถงทางเดินหน้าห้องทำงานส่วนตัวของภัทรปรากฏขึ้น แสงสลัวในยามวิกาลทำให้ภาพแตกเป็นเม็ดพิกเซล แต่ยังพอมองเห็นการเคลื่อนไหวได้ชัดเจน “หยุด... เล่นภาพด้วยความเร็วปกติ” เข็มวินาทีในจอขยับเดิน เงาดำสายหนึ่งปรากฏขึ้นตรงมุมกล้องฝั่งบันไดหนีไฟ ชายรูปร่างสูงโปร่งสวมชุดสครับสีเขียวเข้มไซซ์ใหญ่กว่าตัว หมวกคลุมผมห้องผ่าตัดดึงลงมาปิดทับหน้าผาก หน้ากากอนามัยสีขาวปิดบังใบหน้ามิดชิดเหลือเพียงดวงตา ท่วงท่าการเดินราบเรียบไร้พิรุธราวกับเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่กำลังเดินตรวจเวรดึกตามปกติ ทว่าชายคนนั้นกลับหยุดยืนอยู่หน้าประตูห้องทำงานของภัทร ล้วงซองกระดาษสีดำสนิทออกมาจากกระเป๋าเสื้อสครับ สอดมันเข้าไปใต้ช่องว่างใต้บานประตูอย่างใจเย็น ก่อนจะหมุนตัวเดินกลับออกไปทางเดิม ใช้เวลาเบ็ดเสร็จไม่ถึงสามสิบวินาที ชลธรเบิกตากว้าง มือเรียวที่ซุกอยู่ใต้เสื้อกาวน์กำแน่นจนเล็บจิกฝังลงไปในฝ่ามือ ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อตระหนักว่าภัยร้ายได้คืบคลานเข้ามาใกล้จนถึงพื้นที่ส่วนตัวของผู้ชายข้างกาย “หยุดภาพตรงนี้” ภัทรโน้มตัวลงไปใกล้หน้าจอ เท้าแขนข้างหนึ่งลงกับพนักเก้าอี้ของเจ้าหน้าที่ “ซูมเข้าไปที่มือซ้ายของมัน จังหวะที่มันผลักประตูหนีไฟ” หน้าจอถูกขยายจนภาพแตกพร่า ทว่าแสงไฟนีออนตรงหน้าบันไดหนีไฟกลับสะท้อนให้เห็นวัตถุบางอย่างบนนิ้วชี้ข้างซ้ายของชายปริศนาอย่างชัดเจน แหวนหินสีดำสนิท ตัวเรือนแหวนไร้ลวดลาย เรียบกริบและดูดกลืนแสงไฟราวกับหลุมดำ ขนาดของมันใหญ่พอจะสังเกตเห็นได้แม้ภาพจะเบลอ “แหวนหินสีดำ...” ชลธรพึมพำเสียงแผ่ว คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน พยายามค้นหาความทรงจำในหัว แต่มันกลับว่างเปล่า “ผมไม่เคยเห็นใครในวอร์ดใส่แหวนแบบนี้” “ในโรงพยาบาลมีกฎห้ามแพทย์ศัลยกรรมและอายุรกรรมสวมเครื่องประดับที่มือขณะปฏิบัติงาน” ภัทรเอ่ยเสียงเรียบ ทว่าดวงตาวาวโรจน์ไปด้วยจิตสังหาร “แต่มันจงใจใส่มา หรือไม่ก็... มันไม่คิดจะถอดอยู่แล้ว” “ก๊อบปี้ไฟล์วิดีโอนี้ลงแฟลชไดร์ฟให้ผมด้วย” ภัทรยืดตัวขึ้นเต็มความสูง สั่งการด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด ก่อนจะหันมาคว้าข้อมือของชลธร “ไปกันเถอะ” ตลอดทางเดินกลับจากห้องระบบรักษาความปลอดภัย บรรยากาศรอบตัวหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ทรวงอกเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ภัทรไม่ได้เดินนำหน้าหรือเดินขนาบข้างเหมือนปกติ ทว่าร่างสูงใหญ่กลับขยับมาซ้อนอยู่ด้านหลัง แผงอกกว้างแทบจะแนบชิดกับแผ่นหลังบาง ฝ่ามือหนาวางทาบลงบนช่วงเอวคอดของชลธร ออกแรงรั้งเบาๆ เพื่อบังคับทิศทางและจังหวะการเดิน ทุกครั้งที่มีบุคลากรทางการแพทย์ชายเดินสวนทางมา นัยน์ตาคมกริบของภัทรจะตวัดไปจับจ้องที่ฝ่ามือและนิ้วมือของคนเหล่านั้นราวกับเครื่องสแกนวัตถุระเบิด รังสีคุกคามแผ่กระจายออกมาจนแพทย์ประจำบ้านและพยาบาลหลายคนต้องรีบก้มหน้าหลบตา เดินเบียดชิดกำแพงเพื่อเปิดทางให้ “ภัทร...” ชลธรเอี้ยวหน้าไปกระซิบ มือเรียวพยายามแกะฝ่ามือร้อนผ่าวที่เกาะกุมเอวตนเองออก “คนมองเต็มไปหมดแล้ว คุณปล่อยมือเถอะ ผมเดินเองได้” “อย่าดื้อ ชลธร” ภัทรกดเสียงต่ำ ลมหายใจร้อนเป่ารดใบหูจนร่างโปร่งสะดุ้ง ฝ่ามือหนาไม่เพียงแต่ไม่ปล่อย แต่กลับออกแรงบีบกระชับแน่นขึ้นจนเนื้อผ้าแนบสนิทกับผิวหนัง “ไอ้เวรนั่นมันปะปนอยู่ในโรงพยาบาลนี้ มันอาจจะเดินสวนกับเราเมื่อกี้ หรืออาจจะยืนมองเราอยู่ตรงมุมไหนสักมุม ผมไม่มีวันปล่อยคุณห่างตัวเด็ดขาด” “แต่คุณกำลังทำตัวผิดสังเกต ถ้ามันรู้ว่าเรารู้ตัว มันอาจจะหนี...” “ก็ให้มันรู้ไปเลย” ภัทรแทรกขึ้นทันควัน สันกรามขบแน่น “ให้มันรู้ว่าคุณเป็นคนของผม และถ้ามันกล้าเข้าใกล้คุณในรัศมีหนึ่งเมตร มันจะได้เห็นว่านรกบนดินเป็นยังไง” คำประกาศกร้าวนั้นทำให้ชลธรลอบกลืนน้ำลาย ความบ้าคลั่งและหวงแหนที่สะท้อนผ่านน้ำเสียงของศัลยแพทย์หนุ่มไม่ใช่เรื่องล้อเล่น ภัทรในโหมดนี้อันตรายเสียยิ่งกว่าศัตรูในเงามืดเสียอีก ติ๊ง... เสียงสัญญาณลิฟต์โดยสารดังขึ้นเมื่อมาถึงชั้นแผนกศัลยกรรมและอายุรกรรมหัวใจ บานประตูเหล็กเปิดออก ภัทรดันแผ่นหลังชลธรให้ก้าวออกไปด้านนอก ทว่าทันทีที่ปลายเท้าแตะลงบนพื้นกระเบื้อง เสียงทักทายที่คุ้นเคยก็ดังก้องขึ้น “อ้าว พี่ภัทร หมอชล ไปไหนกันมาครับ ผมตามหาตัวตั้งนาน” หมอก้อง ศัลยแพทย์หนุ่มรุ่นน้องก้าวเข้ามาหาด้วยรอยยิ้มกว้างขวาง ในมือถือแฟ้มประวัติคนไข้สองสามแฟ้ม ชุดเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตาสวมทับเสื้อเชิ้ตสีอ่อนดูเป็นมิตรและอบอุ่นเช่นเคย “พอดีเคสเตียงแปดมีปัญหาเรื่องผลเลือดนิดหน่อย ผมเลยกะจะเอามาปรึกษาหมอชลพอดีเลยครับ” หมอก้องอธิบาย ขยับก้าวเข้ามาใกล้ชลธร ยกแฟ้มในมือขึ้นเตรียมจะส่งให้ ระยะห่างระหว่างหมอก้องและชลธรลดลงเหลือเพียงไม่ถึงช่วงแขน ขวับ! ภัทรกระชากต้นแขนของชลธรอย่างแรง ร่างโปร่งปลิวหวือกลับไปกระแทกกับแผงอกกว้างด้านหลัง ฝ่ามือหนาของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ปัดแฟ้มในมือหมอก้องออกไปให้พ้นทางอย่างรุนแรงจนแฟ้มเกือบจะร่วงหล่นลงพื้น “ถอยไป ก้อง” น้ำเสียงของภัทรเย็นเยียบทะลุจุดเยือกแข็ง นัยน์ตาสีดำสนิทวาวโรจน์ไปด้วยเพลิงโทสะและความหวงแหนที่ระเบิดออกมาราวกับพายุ ร่างสูงใหญ่ยืนตระหง่านขวางหน้าชลธรเอาไว้มิดชิดราวกับกำแพงเหล็กกล้า แผ่รังสีฆ่าฟันจนอากาศบริเวณหน้าลิฟต์คล้ายจะถูกสูบออกไปจนหมด หมอก้องชะงักค้าง รอยยิ้มบนใบหน้าเจื่อนลงทันตา นัยน์ตาของศัลยแพทย์รุ่นน้องเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจปนสับสน “พี่ภัทร... เป็นอะไรหรือเปล่าครับ ผมแค่จะส่งแฟ้มให้หมอชล...” “ฉันบอกให้ถอยออกไป” ภัทรเค้นเสียงลอดไรฟัน สันกรามคมขบเข้าหากันจนเกิดเสียงดังกึก นัยน์ตาดุดันกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้าของรุ่นน้อง “ตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป ห้ามใครหน้าไหนเข้าใกล้หมอชลธรในรัศมีหนึ่งเมตร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว ถ้ามีเอกสารอะไรต้องส่ง ให้วางไว้บนเคาน์เตอร์พยาบาล หรือไม่ก็ส่งผ่านมือฉันเท่านั้น!” คำสั่งประกาศิตนั้นดังก้องไปทั่วโถงทางเดิน พยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่อยู่บริเวณนั้นต่างหยุดชะงักและหันมามองเป็นตาเดียว ความเงียบงันโรยตัวลงมาทบทับจนน่าอึดอัด ชลธรเบิกตากว้าง หน้าผากมนร้อนผ่าวด้วยความอับอายและตกใจ มือเรียวเอื้อมไปดึงชายเสื้อกาวน์ของภัทรด้านหลัง ออกแรงกระตุกเบาๆ “ภัทร... คุณทำบ้าอะไร หมอก้องเขาแค่มาคุยเรื่องงาน” “ผมไม่ได้พูดเล่น” ภัทรปัดมือชลธรออก แต่เปลี่ยนมากุมฝ่ามือเรียวนั้นไว้แน่นจนกระดูกแทบแหลก สอดประสานนิ้วทั้งห้าเข้าหากันเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของอย่างโจ่งแจ้งต่อหน้าทุกคน “ใครที่มันกล้าล้ำเส้นเข้ามา มันจะได้รู้ว่ากำลังเล่นอยู่กับใคร... เข้าใจที่ฉันพูดไหม ก้อง” หมอก้องยืนนิ่งอยู่กับที่ สายตาหลุบมองฝ่ามือที่สอดประสานกันของคนทั้งสอง ก่อนจะช้อนตาขึ้นสบกับหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ รอยยิ้มบางๆ ที่อ่านความหมายไม่ออกปรากฏขึ้นที่มุมปาก “เข้าใจครับ พี่ภัทร” หมอก้องค้อมศีรษะลงเล็กน้อย สองมือล้วงลึกลงไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์ ซ่อนปลายนิ้วและฝ่ามือเอาไว้อย่างมิดชิด “ผมจะรักษาระยะห่าง... ตามที่พี่ต้องการครับ” คำพูดราบเรียบนั้นไม่ได้ช่วยให้ความตึงเครียดลดลง ภัทรจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของรุ่นน้องราวกับต้องการค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ ก่อนจะดึงรั้งร่างของชลธรให้ก้าวเดินตามเขาไปอย่างรวดเร็ว มุ่งหน้าตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวโดยไม่สนใจสายตาหลายสิบคู่ที่มองตามหลัง ปัง! บานประตูไม้โอ๊กถูกกระชากปิดและสับล็อกอย่างแน่นหนา ภัทรปล่อยมือจากชลธร หมุนตัวเดินไปคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะทำงานขว้างอัดใส่กำแพงเสียงดังสนั่น แผ่นกระดาษปลิวว่อนกระจัดกระจายเต็มพื้นพรม “ภัทร! คุณบ้าไปแล้วหรือไง!” ชลธรตวาดลั่น ความอดทนที่เก็บกดไว้ขาดสะบั้น “คุณไปทำพาลใส่หมอก้องทำไม เขาไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลยนะ! การที่คุณประสาทแดกจับผิดคนไปทั่วแบบนี้ มันทำให้เรายิ่งดูน่าสงสัย!” “คุณปกป้องมันงั้นเหรอ” ภัทรหันขวับกลับมา นัยน์ตาแดงก่ำไปด้วยแรงอารมณ์ “ไอ้เวรนั่นมันเอาแต่ตามป้วนเปี้ยนใกล้คุณ หาเรื่องเข้าหาคุณตลอดเวลา แล้วคุณก็ยังจะไปส่งยิ้มหวานให้มันอีก คุณคิดว่าผมจะทนดูมันเข้าใกล้คุณได้งั้นสิ!” “ผมไม่ได้ปกป้องใครทั้งนั้น แต่คุณกำลังไร้เหตุผล!” ชลธรเถียงกลับสุดเสียง ก้าวเข้าไปเผชิญหน้ากับร่างสูงใหญ่ “เรากำลังตามหาคนที่มีแหวนหินสีดำ หมอก้องเขาไม่ได้ใส่แหวนอะไรเลยด้วยซ้ำ คุณจะไปหึงหวงบ้าบออะไรไม่เข้าเรื่อง!” “ผมหวง!” ภัทรตะโกนสวนกลับ เสียงทุ้มดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องทำงาน “ผมหวงทุกอย่างที่เป็นคุณ! หวงรอยยิ้มของคุณ หวงสายตาของคุณ หวงแม้กระทั่งลมหายใจของคุณ! ผมไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนเฉียดเข้าใกล้คุณทั้งนั้น ไม่ว่ามันจะมีแหวนบ้าบอนั่นหรือไม่ก็ตาม!” คำสารภาพที่เต็มไปด้วยความคลั่งรักและบ้าอำนาจทำเอาชลธรชะงักงัน ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น หยาดน้ำใสเอ่อคลอขึ้นมาที่หางตา ความเหนื่อยล้าจากความหวาดกลัวผสมปนเปกับความน้อยใจที่อีกฝ่ายเอาแต่ใช้อำนาจเผด็จการ “คุณมันเห็นแก่ตัว...” ชลธรเค้นเสียงลอดไรฟัน น้ำตากลิ้งหล่นลงมาตามพวงแก้ม “คุณทำเหมือนผมเป็นสิ่งของ เป็นตุ๊กตาที่คุณจะจับขังไว้ตรงไหนก็ได้ คุณไม่เคยถามผมสักคำว่าผมรู้สึกยังไง... คุณแค่อยากเอาชนะ อยากครอบครองผมไว้คนเดียว” ร่างโปร่งหมุนตัวกลับ เอื้อมมือไปจับลูกบิดประตูเตรียมจะหนีออกไปจากความอึดอัดนี้ ทว่ายังไม่ทันที่ปลายนิ้วจะได้หมุนเปิด ท่อนแขนแกร่งก็พุ่งเข้ามากระแทกบานประตูให้ปิดสนิทดังเดิม ร่างของชลธรถูกดันให้ถอยร่นจนแผ่นหลังแนบชิดกับบานไม้เนื้อแข็ง ภัทรใช้แขนทั้งสองข้างยันประตูขนาบข้างลำตัวของชลธร กักขังอดีตคนรักไว้ในอาณาเขตของตนเองอย่างสมบูรณ์แบบ แผงอกกว้างบดเบียดเข้าหาจนสัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่หนักหน่วงและรุนแรง “ใช่... ผมมันเห็นแก่ตัว” ภัทรกระซิบเสียงพร่าชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มที่ชื้นไปด้วยหยาดน้ำตา “ผมอยากครอบครองคุณไว้คนเดียว อยากจับคุณขังไว้ในห้องนี้ไม่ให้ออกไปเจอใคร... เพราะผมทนไม่ได้ ชล ผมทนไม่ได้ที่ต้องเห็นคุณตกอยู่ในอันตราย ทนไม่ได้ที่จะต้องเสียคุณไปอีกเป็นครั้งที่สอง” นัยน์ตาคมกริบที่มักจะดุดันและเย่อหยิ่ง บัดนี้สั่นไหวและเต็มไปด้วยความเว้าวอนที่ลึกล้ำ ภัทรโน้มใบหน้าลงมา ซุกซบหน้าผากของตนเองลงกับหน้าผากมนของคนในอ้อมกอด สูดดมกลิ่นหอมสะอาดที่คุ้นเคยเพื่อปลอบประโลมจิตใจที่ว้าวุ่นของตนเอง “เจ็ดปีที่ไม่มีคุณ... มันเหมือนตกนรกทั้งเป็น” น้ำเสียงของศัลยแพทย์หนุ่มสั่นเครือ ฝ่ามือหนาเลื่อนขึ้นมาประคองใบหน้าหวานอย่างทะนุถนอม ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยเช็ดคราบน้ำตาให้อย่างแผ่วเบา “ให้ผมเป็นคนเห็นแก่ตัวเถอะนะชล... ให้ผมได้ปกป้องคุณในแบบของผม ต่อให้คุณจะเกลียดผม จะด่าว่าผมบ้าอำนาจยังไง... ผมก็ยอม” กำแพงความดื้อรั้นและทิฐิที่ชลธรเพียรสร้างถูกหลอมละลายลงด้วยสัมผัสที่อ่อนโยนและคำสารภาพที่กลั่นออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ร่างกายที่เคยต่อต้านเริ่มโอนอ่อนตามแรงดึงดูด สองมือเรียวที่เคยกั้นขวางแผงอกกว้าง ค่อยๆ ขยับขึ้นไปขยุ้มเสื้อเชิ้ตสีเข้มของภัทรไว้แน่น “คุณมันบ้า...” ชลธรสะอื้นเบาๆ ซบใบหน้าลงกับลาดไหล่แกร่ง “บ้าเพราะคุณไง” ภัทรกระซิบตอบ กดจูบหนักแน่นลงบนขมับชื้นเหงื่อ ริมฝีปากหยักเลื่อนต่ำลงมา ครอบครองกลีบปากบางที่เผยอออกอย่างนุ่มนวลและลึกซึ้ง ไม่มีความป่าเถื่อนหรือการลงทัณฑ์เหมือนทุกครั้ง มีเพียงความรัก ความโหยหา และการปลอบประโลมที่ถ่ายทอดผ่านปลายลิ้นร้อน สอดแทรกเข้าไปกวาดต้อนความหวานละมุนอย่างเชื่องช้าทว่าหนักแน่น ชลธรหลับตาพริ้ม ตอบรับสัมผัสนั้นด้วยความเต็มใจ เสียงครางอู้อี้หลุดลอดออกมาจากลำคอเมื่อฝ่ามือหนาเลื่อนลงไปลูบไล้บีบเค้นที่สะเอวคอด ร่างกายบดเบียดเข้าหากันจนไร้ช่องว่าง อุณหภูมิความร้อนในห้องทำงานพุ่งสูงขึ้นแผดเผาความหวาดกลัวจนหมดสิ้น ท่ามกลางเกมประสาทของศัตรูในเงามืดและการตามล่าที่มองไม่เห็น ภัทรได้สร้างป้อมปราการแห่งความคลั่งรักขึ้นมาโอบล้อมชลธรเอาไว้อย่างสมบูรณ์แบบ... ป้อมปราการที่จะไม่มีใครหน้าไหนสามารถทะลวงผ่านเข้ามาได้ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต เขาก็จะไม่มีวันปล่อยให้ใครพรากหัวใจดวงนี้ไปจากเขาได้อีกเป็นอันขาดตอนที่ 15: สัญชาตญาณในเงามืด [20+++]ปัง!เสียงบานประตูเหล็กสองชั้นถูกกระชากปิดจากด้านนอกดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องเก็บเวชระเบียน เสียงโลหะหนักอึ้งกระแทกเข้ากับวงกบสั่นสะเทือนไปถึงพื้นคอนกรีต ตามด้วยเสียงกุกกักของแม่กุญแจที่ถูกคล้องและสับล็อกอย่างแน่นหนาพรึ่บ!หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ที่เคยกะพริบติดดับตรงโถงทางเดินด้านนอกดับพรึบลงกะทันหัน แสงสว่างเส้นสุดท้ายที่ลอดผ่านช่องใต้ประตูหายวับไป โลกทั้งใบถูกกลืนกินด้วยความมืดมิดสนิทในเสี้ยววินาที ไร้ซึ่งแสงใดๆ เล็ดลอดเข้ามาแม้แต่แสงจันทร์ชลธรเบิกตากว้างในความมืด อากาศเย็นเยียบและกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เสียงฝีเท้าปริศนาด้านนอกย่ำห่างออกไปเรื่อยๆ จนกลืนหายไปกับความเงียบงันของชั้นใต้ดิน“ภัทร...” น้ำเสียงหวานสั่นสะท้าน มือเรียวปัดป่ายไปในอากาศอย่างไร้ทิศทาง ความหวาดกลัวต่อพื้นที่แคบและความมืดมิดพุ่งทะยานบีบรัดก้อนเนื้อในอกซ้ายจนหายใจไม่ออกขวับ!ท่อนแขนแกร่งตวัดรวบเอวคอดในความมืด ดึงกระชากร่างโปร่งให้ถลาเข้ามาปะทะแผงอกกว้างอย่างรุนแรง ภัทรก้าวถอยหลัง ดันแผ่นหลังบางของชลธรให้กระแทกชิดกับชั้นเหล็กเก็บเอกสาร แขนอีกข้างยกขึ้นกั
ตอนที่ 14: ทางเชื่อมใต้ดินตัวเลขดิจิทัลสีแดงบนหน้าปัดเหนือประตูลิฟต์โดยสารค่อยๆ เปลี่ยนแปลงอย่างเชื่องช้า จากชั้น 1 เลื่อนลงสู่ B1... B2... และหยุดลงที่ B3ติ๊ง...เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นพร้อมกับบานประตูเหล็กเคลือบสีเทาที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก ไอความเย็นยะเยือกที่แฝงไปด้วยกลิ่นอับชื้นของพื้นปูนและสนิมเหล็กลอยปะทะเข้ากับใบหน้าทันทีที่ช่องว่างเปิดกว้าง ทางเดินทอดยาวเบื้องหน้าถูกฉาบด้วยแสงสลัวจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์เก่าๆ ที่กะพริบติดดับเป็นจังหวะส่งเสียงครางหึ่งน่ารำคาญ หยากไย่เกาะเกี่ยวย้อยลงมาจากฝ้าเพดานที่เต็มไปด้วยคราบน้ำฝนรั่วซึม ที่นี่คือชั้นใต้ดินส่วนลึกที่สุดของโรงพยาบาล พื้นที่หวงห้ามที่ถูกปิดตายและใช้เป็นเพียงสถานที่เก็บเวชระเบียนเก่าและเศษซากอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เสื่อมสภาพชลธรยืนนิ่งอยู่หน้าประตูลิฟต์ ปลายเท้าที่สวมรองเท้าหนังชะงักค้าง นัยน์ตาสีอ่อนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อจ้องมองลึกเข้าไปในความมืดมิดของโถงทางเดิน ก้อนเนื้อในอกซ้ายกระตุกเต้นผิดจังหวะ ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อสมองดึงเอาภาพความทรงจำสีเลือดในคืนที่ฝนตกหนักและถนนที่มืดสนิทเมื่อเจ็ดปีก่อนขึ้นมาฉายซ้ำ ภาพซากรถที่บิดเบ
ตอนที่ 13: กล้องวงจรปิดความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลพ่นไอเย็นจัดจนอุณหภูมิลดต่ำลงแตะสิบแปดองศาเซลเซียส เสียงครางหึ่งๆ ของเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ดังสะท้อนไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่เต็มไปด้วยแผงหน้าจอมอนิเตอร์นับร้อยจอ แสงสีฟ้าจากจอภาพสาดกระทบโครงหน้าคมคายของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ทรวงอกที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้องภัทรล้วงมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋ากางเกงสแลก นัยน์ตาสีดำสนิทภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมจดจ่ออยู่กับภาพวิดีโอขาวดำบนหน้าจอหลัก สันกรามคมขบเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดนูน แผ่รังสีอำมหิตกดทับจนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่นั่งควบคุมเมาส์อยู่ถึงกับเหงื่อตกทั้งที่อากาศหนาวเหน็บชลธรยืนกอดอกอยู่เคียงข้าง ไหล่บางห่อเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อกักเก็บความอบอุ่น นัยน์ตาสีอ่อนจับจ้องภาพบนจอไม่กะพริบ ทว่ากล้ามเนื้อทุกส่วนกลับตึงเครียดจากเหตุการณ์จดหมายขู่สีเลือดเมื่อเช้า จู่ๆ ความอบอุ่นก็ทาบทับลงบนลาดไหล่ เสื้อกาวน์สีขาวตัวหนาที่มีกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ของภัทรถูกนำมาคลุมทับร่างของเขาอย่างเงียบเชียบชลธรช้อนตาขึ้นมองเสี้ยวหน้าหล่อเหล
ตอนที่ 12: เกมประสาทของ P.K.กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ลอยปะปนกับไอเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศ ไม่ได้ช่วยให้ความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นตลอดทางเดินของแผนกศัลยกรรมทรวงอกลดลงเลยแม้แต่น้อยชลธรก้าวเท้าไปตามพื้นกระเบื้องยางสีสว่างด้วยจังหวะที่เร็วกว่าปกติ สองมือล้วงลึกเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา พยายามเว้นระยะห่างจากร่างสูงใหญ่ที่เดินขนาบข้าง ทว่าไม่ว่าจะเบี่ยงตัวหลบไปทางซ้ายหรือขวา ท่อนแขนแกร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มก็คอยขยับตามมาต้อนให้อยู่ในรัศมีไม่เกินหนึ่งช่วงแขนเสมอ“เดินช้าๆ” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังก้องอยู่เหนือศีรษะ“ผมมีเคสต้องไปรีวิวต่อ กรุณาอย่าเดินเบียดได้ไหมครับ หัวหน้า” ชลธรเชิดหน้าขึ้น ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเย็นชา สรรพนามห่างเหินถูกงัดขึ้นมาใช้อีกครั้งเพื่อสร้างกำแพงกั้นกลางระหว่างพวกเขา หลังจากเหตุการณ์บุกรุกคอนโดมิเนียมเมื่อเช้าตรู่ ภัทรก็ทำตามคำพูดอย่างเคร่งครัด ศัลยแพทย์หนุ่มตามติดชีวิตเขาทุกฝีก้าวราวกับเงาตามตัว จัดการลากเขาให้ย้ายโต๊ะทำงานจากฝั่งอายุรกรรมมาสิงสู่อยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์อย่างหน้าตาเฉย“ผมสั่งให้คุณย้ายมานั่งทำงานในห้องผม ไม่ได้สั
ตอนที่ 11: ร่องรอยบนผิวเนื้อความเย็นเยียบจากช่องปรับอากาศที่พ่นไอเย็นออกมาตลอดทั้งคืน ปะทะเข้ากับผิวเนื้อเปลือยเปล่าจนร่างกายโปร่งสะดุ้งตื่นชลธรปรือตาขึ้นอย่างเชื่องช้า แพขนตางอนยาวกะพริบถี่เพื่อปรับโฟกัสรับแสงสลัวของลานจอดรถชั้นใต้ดินที่สาดลอดผ่านฟิล์มกรองแสงสีดำสนิทเข้ามาภายในห้องโดยสาร กลิ่นอับชื้นของเครื่องปรับอากาศผสมปนเปกับกลิ่นคาวโลกีย์และกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูที่คุ้นเคย ลอยอวลตอกย้ำเหตุการณ์ป่าเถื่อนที่เพิ่งจบลงไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนความปวดร้าวแล่นริ้วจากสะโพกขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลังทันทีที่ขยับตัว ชลธรนิ่วหน้า กัดริมฝีปากล่างที่บวมเจ่อเพื่อสกัดกั้นเสียงคราง นัยน์ตาสีอ่อนหลุบมองสภาพของตนเองแล้วก็ต้องขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดนูน เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่เคยเนี้ยบกริบ บัดนี้ยับยู่ยี่และขาดวิ่น กระดุมพลาสติกหลุดหายไปเกินครึ่ง เผยให้เห็นผิวอกขาวเนียนที่เต็มไปด้วยรอยจ้ำสีแดงอมม่วงและรอยขบกัดที่สลักลึกราวกับต้องการตีตราจอง แพนตี้และกางเกงสแลกถูกโยนทิ้งระเกะระกะอยู่ตรงที่วางเท้าท่อนแขนแกร่งที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อยังคงพาดทับอยู่บนเอวคอด ร่างสูงใหญ่ของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์นอนหลับสนิท
ตอนที่ 10: เบาะหลังที่ร้อนระอุ [20+++]ปัง!เสียงบานประตูรถยุโรปคันหรูถูกกระชากปิดสนิท ตัดขาดเสียงสายฝนที่สาดกระหน่ำอยู่ภายนอกลานจอดรถชั้นใต้ดินให้เหลือเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงที่ดังก้องอยู่ในห้องโดยสารแคบๆ ความมืดสลัวถูกสลักด้วยแสงไฟกะพริบจากลานจอดรถที่สาดลอดผ่านฟิล์มกรองแสงสีดำสนิท สะท้อนให้เห็นนัยน์ตาคมกริบของศัลยแพทย์หนุ่มที่วาวโรจน์ไปด้วยเพลิงโทสะและไฟปรารถนาที่ลุกโชนชลธรแผ่นหลังแนบชิดกับเบาะหนังแท้สีเข้ม ความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานปะทะเข้ากับผิวเนื้อ ทว่ามันกลับสู้ไม่ได้กับความร้อนระอุจากร่างกายกำยำที่คร่อมทับอยู่เบื้องหน้า ภัทรต้อนร่างโปร่งจนมุม สองแขนแกร่งยันพนักพิงกักขังอดีตคนรักไว้ในอาณาเขตของตนเองอย่างสมบูรณ์แบบ“เก่งนักไม่ใช่หรือไง” น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มที่กำลังซีดเผือด “เก่งนักเรื่องไล่ผมไปหาคนอื่น เก่งนักเรื่องสร้างกำแพงใส่ผม!”“ถอยไปนะภัทร...” ชลธรเค้นเสียงผ่านลำคอที่แห้งผาก สองมือเรียวยกขึ้นดันแผงอกกว้างสุดแรง ทว่ากล้ามเนื้อแน่นตึงนั้นกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว “คุณมันบ้าไปแล้ว ปล่อยผม!”“ใช่ ผม






![Boylove the Serise|ดื่มด่ำค่ำคืนอันเร่าร้อน [YAOI] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)
