Beranda / LGBTQ+ / ชีพจรซ่อนรัก / ตอนที่ 14: ทางเชื่อมใต้ดิน

Share

ตอนที่ 14: ทางเชื่อมใต้ดิน

last update Tanggal publikasi: 2026-10-09 18:10:54

ตอนที่ 14: ทางเชื่อมใต้ดิน

ตัวเลขดิจิทัลสีแดงบนหน้าปัดเหนือประตูลิฟต์โดยสารค่อยๆ เปลี่ยนแปลงอย่างเชื่องช้า จากชั้น 1 เลื่อนลงสู่ B1... B2... และหยุดลงที่ B3

ติ๊ง...

เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นพร้อมกับบานประตูเหล็กเคลือบสีเทาที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก ไอความเย็นยะเยือกที่แฝงไปด้วยกลิ่นอับชื้นของพื้นปูนและสนิมเหล็กลอยปะทะเข้ากับใบหน้าทันทีที่ช่องว่างเปิดกว้าง ทางเดินทอดยาวเบื้องหน้าถูกฉาบด้วยแสงสลัวจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์เก่าๆ ที่กะพริบติดดับเป็นจังหวะส่งเสียงครางหึ่งน่ารำคาญ หยากไย่เกาะเกี่ยวย้อยลงมาจากฝ้าเพดานที่เต็มไปด้วยคราบน้ำฝนรั่วซึม ที่นี่คือชั้นใต้ดินส่วนลึกที่สุดของโรงพยาบาล พื้นที่หวงห้ามที่ถูกปิดตายและใช้เป็นเพียงสถานที่เก็บเวชระเบียนเก่าและเศษซากอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เสื่อมสภาพ

ชลธรยืนนิ่งอยู่หน้าประตูลิฟต์ ปลายเท้าที่สวมรองเท้าหนังชะงักค้าง นัยน์ตาสีอ่อนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อจ้องมองลึกเข้าไปในความมืดมิดของโถงทางเดิน ก้อนเนื้อในอกซ้ายกระตุกเต้นผิดจังหวะ ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อสมองดึงเอาภาพความทรงจำสีเลือดในคืนที่ฝนตกหนักและถนนที่มืดสนิทเมื่อเจ็ดปีก่อนขึ้นมาฉายซ้ำ ภาพซากรถที่บิดเบี้ยวและกลิ่นคาวเลือดตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ

ฝ่ามือเรียวที่ทิ้งตัวอยู่ข้างลำตัวเย็นเฉียบและเริ่มสั่นเทา

ทว่าก่อนที่ความหวาดกลัวจะกลืนกินสติสัมปชัญญะ ฝ่ามือหนาและร้อนผ่าวของใครบางคนก็สอดประสานเข้ามา กอบกุมฝ่ามือที่เย็นเฉียบของเขาเอาไว้จนมิด

ชลธรสะดุ้งเล็กน้อย ช้อนตาขึ้นมองเจ้าของฝ่ามือนั้น

ภัทรยืนอยู่เคียงข้าง ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนถึงข้อศอกดูตระหง่านและมั่นคงราวกับปราการหินผา นัยน์ตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมไม่ได้มองไปที่โถงทางเดินมืดมิดด้านหน้า แต่มันกำลังจดจ้องลงมาที่ใบหน้าซีดเผือดของชลธร ปลายนิ้วโป้งหยาบกร้านจากการจับมีดผ่าตัดขยับเกลี่ยหลังมือเนียนอย่างแผ่วเบาและเชื่องช้า สัมผัสที่เต็มไปด้วยการปกป้องและปลอบประโลม

“กลัวเหรอ” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยถาม ทำลายความเงียบงันของชั้นใต้ดิน

ชลธรเม้มริมฝีปากล่างแน่น ส่ายหน้าปฏิเสธแม้ว่าร่างกายจะแสดงออกตรงกันข้าม “เปล่าครับ... แค่มันอับ”

ภัทรไม่ได้คาดคั้น เขาเพียงแค่กระชับฝ่ามือที่สอดประสานกันอยู่ให้แน่นขึ้น ออกแรงดึงรั้งเบาๆ ให้ร่างโปร่งก้าวเดินตามออกมาจากตัวลิฟต์

“จับมือผมไว้” ภัทรกระซิบชิดใบหู ขณะที่เดินเคียงคู่กันเข้าสู่โถงทางเดินที่แสงสว่างส่องไปไม่ถึง “ห้ามปล่อยเด็ดขาด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น... เข้าใจไหม ชล”

“อืม...” ชลธรตอบรับในลำคอ ขยับตัวเข้าไปเบียดชิดกับลาดไหล่กว้างโดยสัญชาตญาณ

ตึก... ตึก... ตึก...

เสียงรองเท้ากระทบพื้นปูนดังก้องสะท้อนไปตามแนวกำแพง ยิ่งเดินลึกเข้าไป อากาศก็ยิ่งเย็นเยียบและเบาบางลง แสงไฟที่เคยกะพริบอยู่ห่างๆ เริ่มทิ้งระยะห่างกันมากขึ้นจนบางช่วงของทางเดินตกอยู่ในความมืดสนิท เงาดำของตู้เอกสารเก่าและเตียงผู้ป่วยที่ชำรุดทอดตัวยาวบิดเบี้ยวดูน่าสะพรึงกลัว

ชลธรหอบหายใจทางปากเร็วขึ้น ฝ่ามือเรียวที่ถูกเกาะกุมไว้ชื้นไปด้วยเหงื่อเย็นๆ อาการกลัวที่แคบและความมืดเริ่มเล่นงานจนหน้าอกสะท้อนขึ้นลงรุนแรง เขารู้สึกเหมือนกำแพงสองฝั่งกำลังบีบอัดเข้ามาหา ทุกครั้งที่ก้าวเดินผ่านมุมมืด ภาพเงาของชายปริศนาพร้อมแหวนหินสีดำที่ยืนอยู่หน้าห้องทำงานของภัทรก็แวบเข้ามาในหัว

ร่างโปร่งสะดุดรอยแตกของพื้นปูนจนเซถลา

“อ๊ะ!”

ภัทรตวัดวงแขนแกร่งรวบเอวคอดไว้ได้ทันท่วงที รั้งร่างทั้งร่างให้ถลาเข้ามาปะทะกับแผงอกกว้าง กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ลอยมากระทบจมูก ชลธรซุกใบหน้าลงกับเสื้อเชิ้ตของภัทรทันที สองมือเรียวกำสาบเสื้อของคนตรงหน้าไว้แน่นจนยับย่น ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่

“ชล... ชลธร มองหน้าผม”

ภัทรหยุดฝีเท้า หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้ากับคนในอ้อมกอด สองมือหนาประคองใบหน้าหวานที่ก้มงุดให้เงยขึ้น นัยน์ตาสีอ่อนที่สบมองมาเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและหวาดผวา แพขนตาเปียกชื้นไปด้วยหยาดน้ำใส

“ผม... ภัทร... ผมหายใจไม่ออก...” ชลธรละล่ำละลัก เสียงสั่นเครือ “มันมืด... เหมือนตอนนั้น... ตอนที่รถชน...”

คำสารภาพนั้นกรีดลึกลงไปในก้อนเนื้อด้านซ้ายของศัลยแพทย์หนุ่ม ภัทรขบกรามแน่นจนเส้นเลือดบริเวณขมับปูดนูน ความรู้สึกผิดและความโกรธแค้นต่อคนที่ทำให้อดีตคนรักของเขาต้องมีบาดแผลฝังลึกขนาดนี้พุ่งทะยานจนแทบระเบิด

เขาไม่ได้พูดคำปลอบโยนสวยหรู ภัทรเลือกที่จะดึงร่างโปร่งเข้ามากอดจมอก กดศีรษะทุยให้แนบลงกับตำแหน่งหัวใจของตนเอง มือหนาลูบกลุ่มผมสีเข้มสลับกับแผ่นหลังบางอย่างหนักแน่น

“ฟังเสียงหัวใจผม ชล... ฟังจังหวะของมัน” ภัทรกระซิบชิดขมับชื้นเหงื่อ “คุณไม่ได้อยู่ในรถคันนั้นแล้ว คุณอยู่กับผม... ผมอยู่ตรงนี้ ไม่มีใครทำอะไรคุณได้ทั้งนั้น”

เสียงหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะหนักแน่นและสม่ำเสมอใต้แผงอกกว้าง ประกอบกับอุณหภูมิความร้อนที่ถ่ายเทผ่านเนื้อผ้า ค่อยๆ ดึงสติสัมปชัญญะของชลธรให้กลับมา ลมหายใจที่เคยหอบถี่เริ่มผ่อนลงช้าๆ ความอบอุ่นจากวงแขนแกร่งที่ตระกองกอดรัดแน่นราวกับกำแพงปราการ ช่วยปัดเป่าความมืดมิดในหัวใจออกไปทีละน้อย

ชลธรพยักหน้าช้าๆ กับแผงอกนั้น คลายมือที่กำเสื้อของภัทรออก เปลี่ยนเป็นสอดประสานนิ้วมือเข้ากับมือหนาของอีกฝ่ายอีกครั้ง คราวนี้เป็นฝ่ายบีบกระชับแน่นเสียเอง

“ผมโอเคแล้ว... ไปต่อเถอะ”

ภัทรหลุบตามองฝ่ามือที่สอดประสานกัน มุมปากหยักกระตุกขึ้นเป็นรอยยิ้มลึกล้ำที่ไม่มีใครได้เห็น เขาไม่ปล่อยมือ เปลี่ยนมากุมกระชับจนแนบสนิทไร้ช่องว่าง รั้งร่างโปร่งให้เดินเคียงข้างกันต่อไป ทว่าคราวนี้ แผ่นหลังกว้างของภัทรขยับเยื้องมาด้านหน้าเล็กน้อย ทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังอันตรายทั้งหมดในความมืด

สุดทางเดิน ปรากฏบานประตูเหล็กสองชั้นสีเขียวขี้ม้าที่เต็มไปด้วยรอยถลอกและสนิมเกรอะกรัง ป้ายอะคริลิกสีซีดจางเหนือประตูเขียนคำว่า ‘ห้องเก็บเวชระเบียนและเอกสารเก่า - ห้ามบุคคลภายนอกเข้าก่อนได้รับอนุญาต’

แม่กุญแจทองเหลืองขนาดใหญ่คล้องทับสายยูเหล็กเอาไว้แน่นหนา

ภัทรล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบพวงกุญแจมาสเตอร์คีย์ที่เขาแอบยึดมาจากพนักงานรักษาความปลอดภัยเมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนออกมา ปลายนิ้วหยาบกร้านเลือกกุญแจดอกที่ดูเก่าที่สุด เสียบเข้าไปในรูกุญแจและออกแรงบิด

แกรก... คลิก!

แม่กุญแจปลดล็อก ภัทรดึงมันออก ดันบานประตูเหล็กหนักอึ้งให้เปิดกว้าง เสียงบานพับฝืดเคืองดังเสียดสีกันลั่นโถงทางเดิน ฝุ่นละอองฟุ้งกระจายออกมาปะทะใบหน้าพร้อมกับกลิ่นเหม็นอับของกระดาษเก่า เชื้อรา และแมลงสามง่ามที่กัดกินเอกสาร

ภายในห้องมืดสนิทไร้แสงสว่างใดๆ

ภัทรหยิบสมาร์ตโฟนขึ้นมา เปิดโหมดไฟฉาย แสงสีขาวสาดส่องทะลุความมืด เผยให้เห็นชั้นเหล็กเรียงรายนับสิบแถว สูงจรดเพดาน แต่ละชั้นอัดแน่นไปด้วยแฟ้มเอกสารและกล่องกระดาษสีน้ำตาลที่เต็มไปด้วยคราบฝุ่นหนาเตอะ

“แฟ้มของเจ็ดปีก่อน น่าจะอยู่โซนด้านในสุด” ภัทรเอ่ยเสียงเรียบ ก้าวเท้าเข้าไปในห้องโดยไม่ลืมที่จะดึงร่างของชลธรให้เดินตามเข้ามาติดๆ

ทางเดินระหว่างชั้นเหล็กแคบมากจนไหล่ของทั้งคู่แทบจะเบียดกัน ภัทรจงใจให้เป็นแบบนั้น เขาไม่ยอมให้ชลธรห่างตัวเกินหนึ่งคืบ แสงไฟฉายจากโทรศัพท์กวาดไปตามสันแฟ้มที่ระบุปี พ.ศ. เอาไว้

ชลธรพยายามเพ่งมองตัวเลขบนสันแฟ้มเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจจากความมืดรอบกาย กลิ่นฝุ่นทำให้เขาคันจมูก แต่ความตึงเครียดที่ต้องแข่งกับเวลามีมากกว่า ถ้าหมอปกรณ์หรือไอ้คนที่มีแหวนหินสีดำรู้ว่าพวกเขาลงมาที่นี่ ทุกอย่างอาจพังทลาย

“ปี... สองห้าหกสอง... อยู่ตรงนี้ครับ” ชลธรกระตุกมือภัทรเบาๆ ชี้ไปยังชั้นเหล็กแถวที่เจ็ด แถวรองสุดท้ายที่ซุกซ่อนอยู่ในมุมอับที่สุดของห้อง

ภัทรหันไฟฉายไปตามทิศทางนั้น ส่องกราดไปตามสันกล่องกระดาษที่เรียงราย “แฟ้มอุบัติเหตุฉุกเฉินและเวชระเบียนผู้ป่วยใน... เราต้องหาชื่อน้องสาวคุณ หรือไม่ก็บันทึกการส่งเวรของหมอปกรณ์ในคืนนั้น”

ทั้งสองคนเริ่มลงมือค้นหา ภัทรปล่อยมือชลธรเพียงชั่วคราวเพื่อใช้สองมือดึงกล่องกระดาษหนักอึ้งลงมาวางบนพื้น ทว่าแม้จะปล่อยมือ ศัลยแพทย์หนุ่มก็ยังคงยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง ขยับกายเข้าประชิดจนแผ่นหลังของชลธรสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากแผงอกกว้าง ทุกครั้งที่ชลธรขยับตัวเพื่อพลิกแฟ้มเอกสาร ลาดไหล่ก็จะเสียดสีกับท่อนแขนแกร่ง เป็นการตอกย้ำว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียวในความมืดมิดนี้

“เจอไหม” ภัทรกระซิบถามชิดใบหู ขณะชะโงกหน้าข้ามไหล่บางมาส่องไฟฉายให้

“ยังครับ... รหัสผู้ป่วยเรียงตามตัวอักษร... ก.ไก่...” ชลธรไล่นิ้วไปตามแฟ้ม ปลายนิ้วเรียวเปื้อนฝุ่นดำคล้ำ “กิตติภัทร... ไม่มีครับ... ข้ามไปเป็น ข.ไข่ เลย”

ชลธรขมวดคิ้ว เงยหน้าขึ้นมองภัทร “แฟ้มประวัติการรักษาของครอบครัวคุณในคืนนั้นหายไป แฟ้มของน้องสาวผมก็ไม่มี เหมือนมีคนจงใจดึงมันออกไปจากระบบ”

“ถ้ามันดึงออกไป แสดงว่าต้องมีบันทึกการขอเบิกแฟ้ม” ภัทรวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว สายตาคมกริบกวาดมองไปที่ชั้นล่างสุด “หากล่องสมุดบันทึกการเข้าออกเวชระเบียนปีนั้น”

พวกเขาช่วยกันค้นหาอย่างบ้าคลั่ง ท่ามกลางความกดดันที่เพิ่มสูงขึ้นทุกวินาที อากาศในห้องอับชื้นจนเหงื่อเริ่มซึม แผ่นหลังของชลธรชื้นไปด้วยเหงื่อ ภัทรเองก็ปลดกระดุมคอเสื้อเชิ้ตออกเพื่อระบายความร้อน ทว่าสายตายังคงระแวดระวังภัยรอบด้าน

กุกกัก...

เสียงวัตถุบางอย่างตกกระทบพื้นดังมาจากอีกฟากของชั้นเหล็ก

ชลธรสะดุ้งเฮือก ร่างกายแข็งทื่อ สมุดบันทึกในมือร่วงหล่นลงพื้น

ฟึบ!

ภัทรตอบสนองไวกว่าความคิด มือหนากดปิดไฟฉายจากสมาร์ตโฟนทันที ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิดสนิทในเสี้ยววินาที ร่างสูงใหญ่ตวัดวงแขนรวบเอวชลธร กระชากร่างโปร่งให้ถลาเข้ามาปะทะแผงอกกว้าง พลิกตัวดันแผ่นหลังบางให้ชิดกับชั้นเหล็ก โดยมีร่างกายกำยำของตนเองทาบทับบดบังเอาไว้มิดชิด

ชลธรเบิกตากว้างในความมืด หัวใจเต้นระรัวจนแทบระเบิด มือเรียวคว้าขยุ้มเสื้อเชิ้ตของภัทรไว้แน่น ลมหายใจหอบสะท้าน

“ชู่ว...” ภัทรกระซิบเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน ริมฝีปากหยักกดจูบลงบนขมับของชลธรเพื่อเรียกสติ มือหนายกขึ้นปิดริมฝีปากบางเอาไว้เพื่อสกัดกั้นเสียงหายใจที่ดังเกินไป

เสียงฝีเท้าเบาหวิว... สวบ... สวบ... ดังขึ้นจากทางเดินอีกฝั่ง ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาใกล้แถวที่พวกเขาหลบซ่อนอยู่

ภัทรขบกรามแน่น นัยน์ตาสีดำสนิทพยายามเพ่งมองฝ่าความมืด สัญชาตญาณสัตว์ป่าตื่นตัวเต็มที่ มือข้างที่ว่างล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง กำกุญแจมาสเตอร์คีย์โลหะไว้แน่นพร้อมเป็นอาวุธ

เสียงฝีเท้านั้นหยุดลงที่ต้นแถวของชั้นเหล็กที่เจ็ด

อากาศในห้องคล้ายถูกแช่แข็ง ชลธรหลับตาแน่น ซุกใบหน้าลงกับฝ่ามือหนาที่ปิดปากตนเองไว้ สัมผัสได้ถึงจังหวะการเต้นของหัวใจที่ดุดันและรุนแรงจากแผงอกของภัทร

กริ๊ก...

เสียงคล้ายโลหะกระทบชั้นเหล็กดังขึ้นเบาๆ

ภัทรเกร็งกล้ามเนื้อทุกสัดส่วน เตรียมพร้อมที่จะพุ่งเข้าชาร์จทันทีหากเงาดำนั้นขยับเข้ามาใกล้อีกเพียงก้าวเดียว ทว่า...

“เมี๊ยว...”

เสียงแมวร้องเบาๆ ดังก้องขึ้น ตามด้วยเสียงกระโดดตุบลงบนพื้น และเสียงฝีเท้าเล็กๆ ที่วิ่งเตลิดหนีออกไปทางช่องระบายอากาศด้านหลังห้อง

ความเงียบงันโรยตัวลงมาอีกครั้ง

ภัทรพรูลมหายใจออกมายาวๆ กล้ามเนื้อที่ตึงเครียดค่อยๆ คลายลง เขาลดมือที่ปิดปากชลธรออก เปลี่ยนมาประคองใบหน้าหวานที่กำลังสั่นเทาในความมืด

“แค่แมว... ไม่มีอะไร” ภัทรกระซิบปลอบโยน ลูบปลายนิ้วไปตามพวงแก้มเนียน “ผมอยู่นี่... ไม่ต้องกลัว”

ทว่าความมืดมิดที่โอบล้อมกอปรกับความตกใจเมื่อครู่ ทำให้กำแพงความกลัวของชลธรพังทลายลงจนหมดสิ้น ร่างโปร่งโผเข้ากอดรอบคอของภัทรแน่น ซุกใบหน้าลงกับซอกคอแกร่ง หอบหายใจสะท้านจนตัวโยน

“ภัทร... ผมกลัว...” เสียงหวานสั่นเครือและเว้าวอน

สัมผัสแนบชิดที่เต็มไปด้วยความต้องการที่พึ่งพิง กระตุ้นความรู้สึกบางอย่างในตัวของศัลยแพทย์หนุ่มให้ลุกโชนขึ้นมาท่ามกลางความมืด ภัทรสอดท่อนแขนรัดรอบเอวบางจนร่างสองร่างแนบสนิทไร้ช่องว่าง ไอความร้อนจากร่างกายบดเบียดกันจนแทบจะหลอมละลาย

“ไม่ต้องกลัว...” ภัทรกระซิบเสียงพร่าชิดใบหู ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวเนื้ออ่อน ริมฝีปากหยักกดจูบลงบนลาดไหล่บางผ่านเนื้อผ้าเสื้อกาวน์ “บอกแล้วไง... ว่าตราบใดที่คุณอยู่ในอ้อมกอดผม... จะไม่มีใคร หรือความมืดมิดไหน ทำอันตรายคุณได้ทั้งนั้น”

แสงสว่างถูกปิดตาย โลกทั้งใบถูกย่อส่วนเหลือเพียงพื้นที่แคบๆ ระหว่างชั้นเหล็ก แต่สำหรับชลธร... อ้อมกอดที่รัดแน่นและอุณหภูมิร่างกายที่กำลังแผดเผาเขาอยู่ในขณะนี้ กลับสว่างไสวและปลอดภัยยิ่งกว่าที่ใดบนโลกใบนี้เสียอีก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 15: สัญชาตญาณในเงามืด [20+++]

    ตอนที่ 15: สัญชาตญาณในเงามืด [20+++]ปัง!เสียงบานประตูเหล็กสองชั้นถูกกระชากปิดจากด้านนอกดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องเก็บเวชระเบียน เสียงโลหะหนักอึ้งกระแทกเข้ากับวงกบสั่นสะเทือนไปถึงพื้นคอนกรีต ตามด้วยเสียงกุกกักของแม่กุญแจที่ถูกคล้องและสับล็อกอย่างแน่นหนาพรึ่บ!หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ที่เคยกะพริบติดดับตรงโถงทางเดินด้านนอกดับพรึบลงกะทันหัน แสงสว่างเส้นสุดท้ายที่ลอดผ่านช่องใต้ประตูหายวับไป โลกทั้งใบถูกกลืนกินด้วยความมืดมิดสนิทในเสี้ยววินาที ไร้ซึ่งแสงใดๆ เล็ดลอดเข้ามาแม้แต่แสงจันทร์ชลธรเบิกตากว้างในความมืด อากาศเย็นเยียบและกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เสียงฝีเท้าปริศนาด้านนอกย่ำห่างออกไปเรื่อยๆ จนกลืนหายไปกับความเงียบงันของชั้นใต้ดิน“ภัทร...” น้ำเสียงหวานสั่นสะท้าน มือเรียวปัดป่ายไปในอากาศอย่างไร้ทิศทาง ความหวาดกลัวต่อพื้นที่แคบและความมืดมิดพุ่งทะยานบีบรัดก้อนเนื้อในอกซ้ายจนหายใจไม่ออกขวับ!ท่อนแขนแกร่งตวัดรวบเอวคอดในความมืด ดึงกระชากร่างโปร่งให้ถลาเข้ามาปะทะแผงอกกว้างอย่างรุนแรง ภัทรก้าวถอยหลัง ดันแผ่นหลังบางของชลธรให้กระแทกชิดกับชั้นเหล็กเก็บเอกสาร แขนอีกข้างยกขึ้นกั

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 14: ทางเชื่อมใต้ดิน

    ตอนที่ 14: ทางเชื่อมใต้ดินตัวเลขดิจิทัลสีแดงบนหน้าปัดเหนือประตูลิฟต์โดยสารค่อยๆ เปลี่ยนแปลงอย่างเชื่องช้า จากชั้น 1 เลื่อนลงสู่ B1... B2... และหยุดลงที่ B3ติ๊ง...เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นพร้อมกับบานประตูเหล็กเคลือบสีเทาที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก ไอความเย็นยะเยือกที่แฝงไปด้วยกลิ่นอับชื้นของพื้นปูนและสนิมเหล็กลอยปะทะเข้ากับใบหน้าทันทีที่ช่องว่างเปิดกว้าง ทางเดินทอดยาวเบื้องหน้าถูกฉาบด้วยแสงสลัวจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์เก่าๆ ที่กะพริบติดดับเป็นจังหวะส่งเสียงครางหึ่งน่ารำคาญ หยากไย่เกาะเกี่ยวย้อยลงมาจากฝ้าเพดานที่เต็มไปด้วยคราบน้ำฝนรั่วซึม ที่นี่คือชั้นใต้ดินส่วนลึกที่สุดของโรงพยาบาล พื้นที่หวงห้ามที่ถูกปิดตายและใช้เป็นเพียงสถานที่เก็บเวชระเบียนเก่าและเศษซากอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เสื่อมสภาพชลธรยืนนิ่งอยู่หน้าประตูลิฟต์ ปลายเท้าที่สวมรองเท้าหนังชะงักค้าง นัยน์ตาสีอ่อนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อจ้องมองลึกเข้าไปในความมืดมิดของโถงทางเดิน ก้อนเนื้อในอกซ้ายกระตุกเต้นผิดจังหวะ ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อสมองดึงเอาภาพความทรงจำสีเลือดในคืนที่ฝนตกหนักและถนนที่มืดสนิทเมื่อเจ็ดปีก่อนขึ้นมาฉายซ้ำ ภาพซากรถที่บิดเบ

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 13: กล้องวงจรปิด

    ตอนที่ 13: กล้องวงจรปิดความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลพ่นไอเย็นจัดจนอุณหภูมิลดต่ำลงแตะสิบแปดองศาเซลเซียส เสียงครางหึ่งๆ ของเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ดังสะท้อนไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่เต็มไปด้วยแผงหน้าจอมอนิเตอร์นับร้อยจอ แสงสีฟ้าจากจอภาพสาดกระทบโครงหน้าคมคายของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ทรวงอกที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้องภัทรล้วงมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋ากางเกงสแลก นัยน์ตาสีดำสนิทภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมจดจ่ออยู่กับภาพวิดีโอขาวดำบนหน้าจอหลัก สันกรามคมขบเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดนูน แผ่รังสีอำมหิตกดทับจนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่นั่งควบคุมเมาส์อยู่ถึงกับเหงื่อตกทั้งที่อากาศหนาวเหน็บชลธรยืนกอดอกอยู่เคียงข้าง ไหล่บางห่อเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อกักเก็บความอบอุ่น นัยน์ตาสีอ่อนจับจ้องภาพบนจอไม่กะพริบ ทว่ากล้ามเนื้อทุกส่วนกลับตึงเครียดจากเหตุการณ์จดหมายขู่สีเลือดเมื่อเช้า จู่ๆ ความอบอุ่นก็ทาบทับลงบนลาดไหล่ เสื้อกาวน์สีขาวตัวหนาที่มีกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ของภัทรถูกนำมาคลุมทับร่างของเขาอย่างเงียบเชียบชลธรช้อนตาขึ้นมองเสี้ยวหน้าหล่อเหล

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 12: เกมประสาทของ P.K.

    ตอนที่ 12: เกมประสาทของ P.K.กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ลอยปะปนกับไอเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศ ไม่ได้ช่วยให้ความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นตลอดทางเดินของแผนกศัลยกรรมทรวงอกลดลงเลยแม้แต่น้อยชลธรก้าวเท้าไปตามพื้นกระเบื้องยางสีสว่างด้วยจังหวะที่เร็วกว่าปกติ สองมือล้วงลึกเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา พยายามเว้นระยะห่างจากร่างสูงใหญ่ที่เดินขนาบข้าง ทว่าไม่ว่าจะเบี่ยงตัวหลบไปทางซ้ายหรือขวา ท่อนแขนแกร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มก็คอยขยับตามมาต้อนให้อยู่ในรัศมีไม่เกินหนึ่งช่วงแขนเสมอ“เดินช้าๆ” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังก้องอยู่เหนือศีรษะ“ผมมีเคสต้องไปรีวิวต่อ กรุณาอย่าเดินเบียดได้ไหมครับ หัวหน้า” ชลธรเชิดหน้าขึ้น ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเย็นชา สรรพนามห่างเหินถูกงัดขึ้นมาใช้อีกครั้งเพื่อสร้างกำแพงกั้นกลางระหว่างพวกเขา หลังจากเหตุการณ์บุกรุกคอนโดมิเนียมเมื่อเช้าตรู่ ภัทรก็ทำตามคำพูดอย่างเคร่งครัด ศัลยแพทย์หนุ่มตามติดชีวิตเขาทุกฝีก้าวราวกับเงาตามตัว จัดการลากเขาให้ย้ายโต๊ะทำงานจากฝั่งอายุรกรรมมาสิงสู่อยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์อย่างหน้าตาเฉย“ผมสั่งให้คุณย้ายมานั่งทำงานในห้องผม ไม่ได้สั

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 11: ร่องรอยบนผิวเนื้อ

    ตอนที่ 11: ร่องรอยบนผิวเนื้อความเย็นเยียบจากช่องปรับอากาศที่พ่นไอเย็นออกมาตลอดทั้งคืน ปะทะเข้ากับผิวเนื้อเปลือยเปล่าจนร่างกายโปร่งสะดุ้งตื่นชลธรปรือตาขึ้นอย่างเชื่องช้า แพขนตางอนยาวกะพริบถี่เพื่อปรับโฟกัสรับแสงสลัวของลานจอดรถชั้นใต้ดินที่สาดลอดผ่านฟิล์มกรองแสงสีดำสนิทเข้ามาภายในห้องโดยสาร กลิ่นอับชื้นของเครื่องปรับอากาศผสมปนเปกับกลิ่นคาวโลกีย์และกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูที่คุ้นเคย ลอยอวลตอกย้ำเหตุการณ์ป่าเถื่อนที่เพิ่งจบลงไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนความปวดร้าวแล่นริ้วจากสะโพกขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลังทันทีที่ขยับตัว ชลธรนิ่วหน้า กัดริมฝีปากล่างที่บวมเจ่อเพื่อสกัดกั้นเสียงคราง นัยน์ตาสีอ่อนหลุบมองสภาพของตนเองแล้วก็ต้องขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดนูน เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่เคยเนี้ยบกริบ บัดนี้ยับยู่ยี่และขาดวิ่น กระดุมพลาสติกหลุดหายไปเกินครึ่ง เผยให้เห็นผิวอกขาวเนียนที่เต็มไปด้วยรอยจ้ำสีแดงอมม่วงและรอยขบกัดที่สลักลึกราวกับต้องการตีตราจอง แพนตี้และกางเกงสแลกถูกโยนทิ้งระเกะระกะอยู่ตรงที่วางเท้าท่อนแขนแกร่งที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อยังคงพาดทับอยู่บนเอวคอด ร่างสูงใหญ่ของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์นอนหลับสนิท

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 10: เบาะหลังที่ร้อนระอุ [20+++]

    ตอนที่ 10: เบาะหลังที่ร้อนระอุ [20+++]ปัง!เสียงบานประตูรถยุโรปคันหรูถูกกระชากปิดสนิท ตัดขาดเสียงสายฝนที่สาดกระหน่ำอยู่ภายนอกลานจอดรถชั้นใต้ดินให้เหลือเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงที่ดังก้องอยู่ในห้องโดยสารแคบๆ ความมืดสลัวถูกสลักด้วยแสงไฟกะพริบจากลานจอดรถที่สาดลอดผ่านฟิล์มกรองแสงสีดำสนิท สะท้อนให้เห็นนัยน์ตาคมกริบของศัลยแพทย์หนุ่มที่วาวโรจน์ไปด้วยเพลิงโทสะและไฟปรารถนาที่ลุกโชนชลธรแผ่นหลังแนบชิดกับเบาะหนังแท้สีเข้ม ความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานปะทะเข้ากับผิวเนื้อ ทว่ามันกลับสู้ไม่ได้กับความร้อนระอุจากร่างกายกำยำที่คร่อมทับอยู่เบื้องหน้า ภัทรต้อนร่างโปร่งจนมุม สองแขนแกร่งยันพนักพิงกักขังอดีตคนรักไว้ในอาณาเขตของตนเองอย่างสมบูรณ์แบบ“เก่งนักไม่ใช่หรือไง” น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มที่กำลังซีดเผือด “เก่งนักเรื่องไล่ผมไปหาคนอื่น เก่งนักเรื่องสร้างกำแพงใส่ผม!”“ถอยไปนะภัทร...” ชลธรเค้นเสียงผ่านลำคอที่แห้งผาก สองมือเรียวยกขึ้นดันแผงอกกว้างสุดแรง ทว่ากล้ามเนื้อแน่นตึงนั้นกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว “คุณมันบ้าไปแล้ว ปล่อยผม!”“ใช่ ผม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status