Beranda / LGBTQ+ / ชีพจรซ่อนรัก / ตอนที่ 12: เกมประสาทของ P.K.

Share

ตอนที่ 12: เกมประสาทของ P.K.

last update Tanggal publikasi: 2026-10-09 18:10:05

ตอนที่ 12: เกมประสาทของ P.K.

กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ลอยปะปนกับไอเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศ ไม่ได้ช่วยให้ความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นตลอดทางเดินของแผนกศัลยกรรมทรวงอกลดลงเลยแม้แต่น้อย

ชลธรก้าวเท้าไปตามพื้นกระเบื้องยางสีสว่างด้วยจังหวะที่เร็วกว่าปกติ สองมือล้วงลึกเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา พยายามเว้นระยะห่างจากร่างสูงใหญ่ที่เดินขนาบข้าง ทว่าไม่ว่าจะเบี่ยงตัวหลบไปทางซ้ายหรือขวา ท่อนแขนแกร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มก็คอยขยับตามมาต้อนให้อยู่ในรัศมีไม่เกินหนึ่งช่วงแขนเสมอ

“เดินช้าๆ” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังก้องอยู่เหนือศีรษะ

“ผมมีเคสต้องไปรีวิวต่อ กรุณาอย่าเดินเบียดได้ไหมครับ หัวหน้า” ชลธรเชิดหน้าขึ้น ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเย็นชา สรรพนามห่างเหินถูกงัดขึ้นมาใช้อีกครั้งเพื่อสร้างกำแพงกั้นกลางระหว่างพวกเขา หลังจากเหตุการณ์บุกรุกคอนโดมิเนียมเมื่อเช้าตรู่ ภัทรก็ทำตามคำพูดอย่างเคร่งครัด ศัลยแพทย์หนุ่มตามติดชีวิตเขาทุกฝีก้าวราวกับเงาตามตัว จัดการลากเขาให้ย้ายโต๊ะทำงานจากฝั่งอายุรกรรมมาสิงสู่อยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์อย่างหน้าตาเฉย

“ผมสั่งให้คุณย้ายมานั่งทำงานในห้องผม ไม่ได้สั่งให้คุณไปวิ่งแข่งกับใคร” ภัทรปรายตาลงมอง นัยน์ตาสีดำสนิทภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมวาวโรจน์ขึ้นเล็กน้อย ฝ่ามือหนาเอื้อมมาคว้าหมับเข้าที่ข้อศอกบาง ออกแรงรั้งเพียงนิดเดียว ร่างโปร่งก็ปลิวเข้ามาปะทะกับแผงอกกว้าง

“อ๊ะ! ปล่อยนะภัทร คนมองเต็มไปหมดแล้ว” ชลธรกัดฟันกระซิบลอดไรฟัน พยายามสะบัดแขนออก แต่แรงบีบกลับเพิ่มขึ้นจนรู้สึกร้าวไปถึงกระดูก

“ใครจะมองก็ช่าง” ภัทรตอบหน้าตาย สันกรามคมขบเข้าหากัน “จำข้อตกลงของเราไม่ได้หรือไง ชลธร คุณอยู่ในสายตาผม ผมปกป้องคุณ แลกกับการที่คุณห้ามคลาดสายตาผมแม้วินาทีเดียว... หรืออยากให้ผมทบทวนความจำให้ด้วยวิธีอื่น”

สายตาคมกริบที่หลุบมองริมฝีปากบางซึ่งยังมีรอยช้ำจางๆ ทำให้ชลธรหน้าผากร้อนผ่าว ก้อนความโกรธและความน้อยใจตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เขาเกลียดการถูกบังคับ เกลียดที่ตัวเองไม่อาจขัดขืนอำนาจมืดของผู้ชายคนนี้ได้เลย

ร่างโปร่งสะบัดหน้าหนี ยอมหยุดฝีเท้าลงและเดินเคียงข้างร่างสูงใหญ่ไปอย่างเสียไม่ได้

บานประตูไม้โอ๊กบานใหญ่ที่สลักป้ายชื่อ ‘นพ.ภัทร กิตติภัทร - หัวหน้าแผนกศัลยกรรมทรวงอก’ ปรากฏอยู่เบื้องหน้า ภัทรผลักประตูเปิดออก ดันแผ่นหลังของชลธรให้ก้าวเข้าไปด้านในก่อน ก่อนจะเดินตามเข้ามาและกดล็อกประตูเสียงดังคลิก

บรรยากาศภายในห้องทำงานเงียบสงบ กลิ่นกาแฟคั่วบดลอยอวลเตะจมูก แสงแดดช่วงสายสาดส่องผ่านมู่ลี่หน้าต่างเข้ามากระทบโต๊ะทำงานกระจกตัวใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางห้อง ภัทรเป็นคนเจ้าระเบียบ ข้าวของทุกชิ้นบนโต๊ะถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย แฟ้มเอกสารวางซ้อนกันตรงมุมขวา ปากกาวางอยู่ในถาดหนังอย่างเป็นระเบียบ

ทว่าวันนี้... มีบางอย่างผิดปกติไป

ภัทรชะงักฝีเท้า นัยน์ตาคมกริบหรี่แคบลงเมื่อกวาดสายตาไปปะทะเข้ากับสิ่งแปลกปลอมที่วางเด่นหลาอยู่กึ่งกลางโต๊ะทำงานกระจกใส

ซองกระดาษสีดำสนิท

อากาศรอบตัวคล้ายถูกสูบออกไปจนหมดสิ้น อุณหภูมิในห้องทำงานลดฮวบลงกะทันหัน รังสีคุกคามแผ่กระจายออกมาจากร่างสูงใหญ่จนชลธรที่ยืนอยู่ห่างออกไปสองก้าวสัมผัสได้ แพทย์หนุ่มหันขวับไปมองตามสายตาของภัทร

วินาทีที่ดวงตาสีอ่อนปะทะเข้ากับซองสีดำไร้จ่าหน้าซอง... ลมหายใจของชลธรก็สะดุดกึก

ซองแบบเดียวกัน สีเดียวกัน ผิวสัมผัสกระดาษสากด้านแบบเดียวกันกับที่เขาพบในตู้ล็อกเกอร์เมื่อวานไม่มีผิดเพี้ยน!

ตึก... ตึก... ตึก...

เสียงหัวใจของชลธรเต้นระรัวอย่างบ้าคลั่งจนปวดหนึบไปทั้งแผ่นอก เลือดในกายเย็นเฉียบราวกับถูกแช่แข็ง มือเรียวที่ล้วงอยู่ในกระเป๋าเสื้อกาวน์สั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่อยู่

ภัทรก้าวอาดๆ ตรงไปยังโต๊ะทำงาน สันกรามขบเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดนูน มือหนาคว้าซองกระดาษสีดำนั้นขึ้นมาพิจารณา ไม่มีรอยงัดแงะที่ประตู ไม่มีใครเข้าออกห้องนี้นอกจากเขาและแม่บ้านที่ไว้ใจได้ แต่ไอ้สารเลวนี่กลับเอาของชิ้นนี้มาวางเยาะเย้ยเขาได้ถึงโต๊ะทำงานส่วนตัว

แคว่ก!

ภัทรฉีกซองกระดาษออกอย่างกระด้าง ล้วงเอาสิ่งที่ซ่อนอยู่ด้านในออกมา

กระดาษแข็งแผ่นเล็กๆ ... รูปถ่ายโพลารอยด์

แสงสว่างจากหน้าต่างสาดกระทบแผ่นฟิล์มมันปลาบ ภาพที่ปรากฏไม่ใช่ซากรถยนต์อาบเลือดเหมือนครั้งก่อน แต่มันคือภาพถ่ายของลานจอดรถชั้นใต้ดิน มุมกล้องถูกถ่ายจากที่ซ่อนตัวในมุมมืด จับภาพรถยุโรปคันหรูของภัทรที่จอดเทียบอยู่

และที่น่าขนลุกที่สุด... คือภาพซูมเจาะจงไปที่กระจกหน้าต่างฝั่งผู้โดยสาร เงาสะท้อนสลัวๆ เผยให้เห็นโครงหน้าของชลธรที่กำลังนั่งเหม่อลอยอยู่ด้านใน ตรงกึ่งกลางใบหน้าของชลธรในรูปถ่าย ถูกกากบาททับด้วยปากกาเมจิกสีแดงสด สีแดงข้นคล้ายหยดเลือดที่ถูกขีดลากอย่างจงใจและเคียดแค้น

ด้านล่างของรูปถ่าย มีข้อความที่ถูกเขียนด้วยลายมือขยุกขยิก

‘คิดว่าจะซ่อนของเล่นชิ้นโปรดไว้ใต้ปีกได้ตลอดไปเหรอ หมอภัทร... ระวังมันจะพังคามือเหมือนเมื่อเจ็ดปีก่อนนะ - P.K.’

แกร็บ!

รูปถ่ายโพลารอยด์ถูกบีบขยำจนยับย่นคามือหนา ภัทรขบกรามแน่นจนเกิดเสียงดังกึก นัยน์ตาสีดำสนิทวาวโรจน์ไปด้วยพายุหมุนแห่งความบ้าคลั่งและจิตสังหารที่รุนแรงที่สุดในชีวิต ไอ้เวรนี่มันกำลังเล่นสงครามประสาท มันตามดูพวกเขาทุกฝีก้าว มันรู้ความเคลื่อนไหวทั้งหมด และมันกล้าท้าทายอำนาจของเขาอย่างโจ่งแจ้ง

“ภัทร...”

เสียงเรียกสั่นเครือดังก้องขึ้นทำลายความเงียบ

ภัทรหันขวับกลับไปมอง ชลธรยืนตัวสั่นเทาอยู่กลางห้อง ใบหน้าเนียนละเอียดที่เคยมีสีเลือดฝาดบัดนี้ซีดเผือดราวกับกระดาษ นัยน์ตาสีอ่อนเบิกกว้างจดจ้องมาที่ซองสีดำที่หล่นอยู่บนพื้นพรม แพขนตางอนยาวสั่นระริก หยาดเหงื่อเย็นเฉียบผุดซึมตามไรผมและกรอบหน้า

“ชล...” ภัทรทิ้งก้อนกระดาษในมือลงบนโต๊ะ รีบก้าวเข้าไปหา

“มัน... มันส่งอะไรมาอีก...” ชลธรเค้นเสียงถามผ่านลำคอที่ตีบตัน สองขาค่อยๆ ก้าวถอยหลังโดยสัญชาตญาณเมื่อเห็นแววตาดุดันของภัทร แผ่นหลังบางชนเข้ากับชั้นหนังสือไม้สักจนเกิดเสียงดังทึบ “มันตามเรามาใช่ไหม... มันรู้ใช่ไหมว่าผมอยู่ที่นี่...”

ภาพความทรงจำสีเลือดเมื่อเจ็ดปีก่อนตีรวนขึ้นมาบีบรัดสมอง เสียงเบรกดังก้อง เสียงกระจกแตกละเอียด และข้อความข่มขู่ในล็อกเกอร์ หลอมรวมกันกลายเป็นปีศาจร้ายที่กัดกินสติสัมปชัญญะ ชลธรหอบหายใจถี่รัว อากาศรอบตัวคล้ายถูกสูบออกไปจนหมด มือเรียวยกขึ้นกุมหน้าอกซ้ายของตนเอง เสื้อกาวน์สีขาวสั่นไหวตามจังหวะการหอบสะท้าน

“ชล! มองหน้าผม ชลธร!”

ภัทรพุ่งตัวเข้าไปประชิด รวบข้อมือบางที่กำลังจิกทึ้งเสื้อของตนเองออก สองมือหนาประคองใบหน้าหวานที่กำลังส่ายไปมาอย่างคนเสียสติ บังคับให้ดวงตาสีอ่อนที่เต็มไปด้วยความหวาดผวาสบเข้ากับดวงตาของเขา

“ฮึก... แฮ่ก... ภัทร... ผมหายใจไม่ออก...” ชลธรสะอื้น น้ำตาแห่งความหวาดกลัวไหลรินลงมาตามพวงแก้ม เรี่ยวแรงที่เคยมีสูญสลายไปจนเข่าทรุด ร่างโปร่งรูดไถลลงไปตามบานตู้หนังสือ

ภัทรทรุดตัวลงคุกเข่าตามทันที ท่อนแขนแกร่งสอดเข้าโอบรัดแผ่นหลังบางและข้อพับเข่า ช้อนร่างที่อ่อนปวกเปียกขึ้นมานั่งเกยอยู่บนตักกว้างของตนเองกลางพื้นพรม มือหนากดศีรษะทุยให้ซบลงกับลาดไหล่แกร่ง ซุกใบหน้าหวานเข้ากับซอกคอที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำหอมประจำตัว

“ชู่ว... หายใจเข้าลึกๆ ชล ฟังเสียงหัวใจผม...” ภัทรกระซิบชิดขมับชื้นเหงื่อ น้ำเสียงที่เคยวางอำนาจดุดันแปรเปลี่ยนเป็นความนุ่มนวลและหนักแน่นที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้

มือหนาลูบแผ่นหลังบางที่สั่นสะท้านขึ้นลงช้าๆ จังหวะการลูบไล้สม่ำเสมอเพื่อดึงสติของคนในอ้อมกอด ชลธรซุกหน้าลงกับเสื้อเชิ้ตของภัทร สองมือเรียวกำสาบเสื้อของคนร่างสูงไว้แน่นจนยับย่น เสียงสะอื้นดังอู้อี้สลับกับเสียงหอบหายใจที่ค่อยๆ ผ่อนจังหวะลงเมื่อได้รับความอบอุ่นและกลิ่นอายที่คุ้นเคย

“มันจะฆ่าเรา... ฮึก... มันจะทำเหมือนเมื่อเจ็ดปีก่อน...” ชลธรพึมพำเสียงเครือ ร่างกายยังคงสั่นไม่หยุด

“มันทำไม่ได้” ภัทรตอบกลับเสียงกร้าว สันกรามคมขบแน่นจนเส้นเลือดปูดนูน นัยน์ตาสีดำสนิทที่ทอดมองข้ามไหล่บางไปนั้นมืดมิดและเต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟัน “ไม่มีใครหน้าไหนทำอะไรคุณได้ทั้งนั้น ชลธร”

“แต่พวกมันรู้ความเคลื่อนไหวของเราทุกอย่าง! มันรู้ว่าผมอยู่ในรถคุณ มันรู้ว่าผมอยู่ที่ไหน!” ชลธรเงยหน้าขึ้น สบตากับภัทรด้วยหยาดน้ำตา “เราสู้มันไม่ได้หรอกภัทร... ปล่อยผมไปเถอะ ให้ผมออกไปจากชีวิตคุณ พวกมันต้องการตัวผม ไม่ใช่คุณ ถ้าคุณยังอยู่ใกล้ผม คุณจะ...”

“หุบปาก!”

ภัทรตวาดลั่นห้อง ฝ่ามือหนาเลื่อนขึ้นมาประคองใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบน้ำตา ปลายนิ้วโป้งเกลี่ยเช็ดหยาดน้ำใสให้อย่างแรงจนผิวเนียนขึ้นรอยแดง

“อย่าพูดคำว่าปล่อยผมไปให้ได้ยินอีก! อย่ากล้าผลักไสผมไปไหนอีก ชลธร!” ภัทรกดเสียงต่ำ ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มที่ซีดเผือด “เจ็ดปีที่แล้วผมอาจจะโง่ที่ปล่อยให้คุณแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวจนต้องหนีไป แต่ตอนนี้... วินาทีนี้ คุณคือคนของผม! ปัญหาของคุณคือปัญหาของผม!”

ชลธรสะอื้นฮัก นัยน์ตาสีอ่อนสั่นไหวอย่างรุนแรง “แต่พวกมันอันตราย...”

“ผมอันตรายกว่าพวกมันร้อยเท่า!” ภัทรแทรกขึ้นทันควัน นัยน์ตาคมกริบวาวโรจน์ไปด้วยความคลั่งแค้นและสัญชาตญาณการปกป้องที่ดิบเถื่อนที่สุด “ใครที่มันกล้าส่งจดหมายขยะพวกนี้มา ใครที่มันกล้าทำให้คุณต้องมานั่งร้องไห้ตัวสั่นอยู่ในอ้อมกอดผม... ผมจะลากคอพวกมันออกมาจากเงามืด แล้วฉีกกระชากพวกมันให้แหลกคามือ!”

ศัลยแพทย์หนุ่มกระชับอ้อมแขนรัดร่างบางไว้แน่นจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียว ริมฝีปากหยักกดจูบลงบนหน้าผากมนอย่างหนักแน่น ราวกับกำลังประทับตราคำสาบานที่แลกด้วยชีวิต

“ฟังผมให้ดี ชลธร...” ภัทรจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีอ่อน ถ่ายทอดความหนักแน่นและมั่นคงทั้งหมดที่มี “ไม่ว่าโลกนี้จะถล่มลงมาตรงหน้า หรือพวกมันจะมีอำนาจล้นฟ้าแค่ไหน... พื้นที่เดียวที่คุณจะปลอดภัยที่สุด คืออ้อมกอดของผู้ชายที่ชื่อภัทร”

หยาดน้ำตาร่วงหล่นลงมาอีกระลอก แต่คราวนี้ไม่ใช่เพราะความหวาดกลัว ทว่ากลับเป็นความรู้สึกอุ่นวาบที่ซึมลึกเข้าไปในขั้วหัวใจ ชลธรหลับตาลง ซบใบหน้าลงกับลาดไหล่กว้างอีกครั้ง ปล่อยให้ความเข้มแข็งของภัทรโอบอุ้มเศษซากความหวาดผวาของเขาเอาไว้

“ผมจะไม่ยอมให้คุณคลาดสายตาผมแม้แต่เสี้ยววินาทีเดียว” ภัทรกระซิบชิดใบหู ลูบกลุ่มผมสีเข้มอย่างทะนุถนอม สลับกับปรายตาไปมองก้อนกระดาษสีดำที่ถูกขยำทิ้งบนโต๊ะ “ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต... ผมก็จะปกป้องลมหายใจของคุณเอาไว้ให้ได้... ผมสัญญา”

ในห้องทำงานที่ถูกล็อกปิดตาย เสียงสายลมด้านนอกถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวใจสองดวงที่เต้นประสานกันเป็นจังหวะเดียว ความน้อยใจและความหวาดกลัวถูกหลอมละลายด้วยไฟรักที่ร้อนแรงและสัญชาตญาณการปกป้องที่ไม่มีวันดับมอด... เกมประสาทของศัตรูในเงามืดอาจเพิ่งเริ่มต้น แต่สำหรับนายแพทย์ภัทร... นี่คือคำประกาศสงครามที่จะจบลงด้วยความพินาศของใครก็ตามที่กล้าแตะต้องหัวใจของเขา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 15: สัญชาตญาณในเงามืด [20+++]

    ตอนที่ 15: สัญชาตญาณในเงามืด [20+++]ปัง!เสียงบานประตูเหล็กสองชั้นถูกกระชากปิดจากด้านนอกดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องเก็บเวชระเบียน เสียงโลหะหนักอึ้งกระแทกเข้ากับวงกบสั่นสะเทือนไปถึงพื้นคอนกรีต ตามด้วยเสียงกุกกักของแม่กุญแจที่ถูกคล้องและสับล็อกอย่างแน่นหนาพรึ่บ!หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ที่เคยกะพริบติดดับตรงโถงทางเดินด้านนอกดับพรึบลงกะทันหัน แสงสว่างเส้นสุดท้ายที่ลอดผ่านช่องใต้ประตูหายวับไป โลกทั้งใบถูกกลืนกินด้วยความมืดมิดสนิทในเสี้ยววินาที ไร้ซึ่งแสงใดๆ เล็ดลอดเข้ามาแม้แต่แสงจันทร์ชลธรเบิกตากว้างในความมืด อากาศเย็นเยียบและกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เสียงฝีเท้าปริศนาด้านนอกย่ำห่างออกไปเรื่อยๆ จนกลืนหายไปกับความเงียบงันของชั้นใต้ดิน“ภัทร...” น้ำเสียงหวานสั่นสะท้าน มือเรียวปัดป่ายไปในอากาศอย่างไร้ทิศทาง ความหวาดกลัวต่อพื้นที่แคบและความมืดมิดพุ่งทะยานบีบรัดก้อนเนื้อในอกซ้ายจนหายใจไม่ออกขวับ!ท่อนแขนแกร่งตวัดรวบเอวคอดในความมืด ดึงกระชากร่างโปร่งให้ถลาเข้ามาปะทะแผงอกกว้างอย่างรุนแรง ภัทรก้าวถอยหลัง ดันแผ่นหลังบางของชลธรให้กระแทกชิดกับชั้นเหล็กเก็บเอกสาร แขนอีกข้างยกขึ้นกั

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 14: ทางเชื่อมใต้ดิน

    ตอนที่ 14: ทางเชื่อมใต้ดินตัวเลขดิจิทัลสีแดงบนหน้าปัดเหนือประตูลิฟต์โดยสารค่อยๆ เปลี่ยนแปลงอย่างเชื่องช้า จากชั้น 1 เลื่อนลงสู่ B1... B2... และหยุดลงที่ B3ติ๊ง...เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นพร้อมกับบานประตูเหล็กเคลือบสีเทาที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก ไอความเย็นยะเยือกที่แฝงไปด้วยกลิ่นอับชื้นของพื้นปูนและสนิมเหล็กลอยปะทะเข้ากับใบหน้าทันทีที่ช่องว่างเปิดกว้าง ทางเดินทอดยาวเบื้องหน้าถูกฉาบด้วยแสงสลัวจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์เก่าๆ ที่กะพริบติดดับเป็นจังหวะส่งเสียงครางหึ่งน่ารำคาญ หยากไย่เกาะเกี่ยวย้อยลงมาจากฝ้าเพดานที่เต็มไปด้วยคราบน้ำฝนรั่วซึม ที่นี่คือชั้นใต้ดินส่วนลึกที่สุดของโรงพยาบาล พื้นที่หวงห้ามที่ถูกปิดตายและใช้เป็นเพียงสถานที่เก็บเวชระเบียนเก่าและเศษซากอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เสื่อมสภาพชลธรยืนนิ่งอยู่หน้าประตูลิฟต์ ปลายเท้าที่สวมรองเท้าหนังชะงักค้าง นัยน์ตาสีอ่อนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อจ้องมองลึกเข้าไปในความมืดมิดของโถงทางเดิน ก้อนเนื้อในอกซ้ายกระตุกเต้นผิดจังหวะ ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อสมองดึงเอาภาพความทรงจำสีเลือดในคืนที่ฝนตกหนักและถนนที่มืดสนิทเมื่อเจ็ดปีก่อนขึ้นมาฉายซ้ำ ภาพซากรถที่บิดเบ

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 13: กล้องวงจรปิด

    ตอนที่ 13: กล้องวงจรปิดความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลพ่นไอเย็นจัดจนอุณหภูมิลดต่ำลงแตะสิบแปดองศาเซลเซียส เสียงครางหึ่งๆ ของเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ดังสะท้อนไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่เต็มไปด้วยแผงหน้าจอมอนิเตอร์นับร้อยจอ แสงสีฟ้าจากจอภาพสาดกระทบโครงหน้าคมคายของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ทรวงอกที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้องภัทรล้วงมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋ากางเกงสแลก นัยน์ตาสีดำสนิทภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมจดจ่ออยู่กับภาพวิดีโอขาวดำบนหน้าจอหลัก สันกรามคมขบเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดนูน แผ่รังสีอำมหิตกดทับจนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่นั่งควบคุมเมาส์อยู่ถึงกับเหงื่อตกทั้งที่อากาศหนาวเหน็บชลธรยืนกอดอกอยู่เคียงข้าง ไหล่บางห่อเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อกักเก็บความอบอุ่น นัยน์ตาสีอ่อนจับจ้องภาพบนจอไม่กะพริบ ทว่ากล้ามเนื้อทุกส่วนกลับตึงเครียดจากเหตุการณ์จดหมายขู่สีเลือดเมื่อเช้า จู่ๆ ความอบอุ่นก็ทาบทับลงบนลาดไหล่ เสื้อกาวน์สีขาวตัวหนาที่มีกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ของภัทรถูกนำมาคลุมทับร่างของเขาอย่างเงียบเชียบชลธรช้อนตาขึ้นมองเสี้ยวหน้าหล่อเหล

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 12: เกมประสาทของ P.K.

    ตอนที่ 12: เกมประสาทของ P.K.กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ลอยปะปนกับไอเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศ ไม่ได้ช่วยให้ความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นตลอดทางเดินของแผนกศัลยกรรมทรวงอกลดลงเลยแม้แต่น้อยชลธรก้าวเท้าไปตามพื้นกระเบื้องยางสีสว่างด้วยจังหวะที่เร็วกว่าปกติ สองมือล้วงลึกเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา พยายามเว้นระยะห่างจากร่างสูงใหญ่ที่เดินขนาบข้าง ทว่าไม่ว่าจะเบี่ยงตัวหลบไปทางซ้ายหรือขวา ท่อนแขนแกร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มก็คอยขยับตามมาต้อนให้อยู่ในรัศมีไม่เกินหนึ่งช่วงแขนเสมอ“เดินช้าๆ” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังก้องอยู่เหนือศีรษะ“ผมมีเคสต้องไปรีวิวต่อ กรุณาอย่าเดินเบียดได้ไหมครับ หัวหน้า” ชลธรเชิดหน้าขึ้น ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเย็นชา สรรพนามห่างเหินถูกงัดขึ้นมาใช้อีกครั้งเพื่อสร้างกำแพงกั้นกลางระหว่างพวกเขา หลังจากเหตุการณ์บุกรุกคอนโดมิเนียมเมื่อเช้าตรู่ ภัทรก็ทำตามคำพูดอย่างเคร่งครัด ศัลยแพทย์หนุ่มตามติดชีวิตเขาทุกฝีก้าวราวกับเงาตามตัว จัดการลากเขาให้ย้ายโต๊ะทำงานจากฝั่งอายุรกรรมมาสิงสู่อยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์อย่างหน้าตาเฉย“ผมสั่งให้คุณย้ายมานั่งทำงานในห้องผม ไม่ได้สั

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 11: ร่องรอยบนผิวเนื้อ

    ตอนที่ 11: ร่องรอยบนผิวเนื้อความเย็นเยียบจากช่องปรับอากาศที่พ่นไอเย็นออกมาตลอดทั้งคืน ปะทะเข้ากับผิวเนื้อเปลือยเปล่าจนร่างกายโปร่งสะดุ้งตื่นชลธรปรือตาขึ้นอย่างเชื่องช้า แพขนตางอนยาวกะพริบถี่เพื่อปรับโฟกัสรับแสงสลัวของลานจอดรถชั้นใต้ดินที่สาดลอดผ่านฟิล์มกรองแสงสีดำสนิทเข้ามาภายในห้องโดยสาร กลิ่นอับชื้นของเครื่องปรับอากาศผสมปนเปกับกลิ่นคาวโลกีย์และกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูที่คุ้นเคย ลอยอวลตอกย้ำเหตุการณ์ป่าเถื่อนที่เพิ่งจบลงไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนความปวดร้าวแล่นริ้วจากสะโพกขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลังทันทีที่ขยับตัว ชลธรนิ่วหน้า กัดริมฝีปากล่างที่บวมเจ่อเพื่อสกัดกั้นเสียงคราง นัยน์ตาสีอ่อนหลุบมองสภาพของตนเองแล้วก็ต้องขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดนูน เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่เคยเนี้ยบกริบ บัดนี้ยับยู่ยี่และขาดวิ่น กระดุมพลาสติกหลุดหายไปเกินครึ่ง เผยให้เห็นผิวอกขาวเนียนที่เต็มไปด้วยรอยจ้ำสีแดงอมม่วงและรอยขบกัดที่สลักลึกราวกับต้องการตีตราจอง แพนตี้และกางเกงสแลกถูกโยนทิ้งระเกะระกะอยู่ตรงที่วางเท้าท่อนแขนแกร่งที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อยังคงพาดทับอยู่บนเอวคอด ร่างสูงใหญ่ของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์นอนหลับสนิท

  • ชีพจรซ่อนรัก   ตอนที่ 10: เบาะหลังที่ร้อนระอุ [20+++]

    ตอนที่ 10: เบาะหลังที่ร้อนระอุ [20+++]ปัง!เสียงบานประตูรถยุโรปคันหรูถูกกระชากปิดสนิท ตัดขาดเสียงสายฝนที่สาดกระหน่ำอยู่ภายนอกลานจอดรถชั้นใต้ดินให้เหลือเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงที่ดังก้องอยู่ในห้องโดยสารแคบๆ ความมืดสลัวถูกสลักด้วยแสงไฟกะพริบจากลานจอดรถที่สาดลอดผ่านฟิล์มกรองแสงสีดำสนิท สะท้อนให้เห็นนัยน์ตาคมกริบของศัลยแพทย์หนุ่มที่วาวโรจน์ไปด้วยเพลิงโทสะและไฟปรารถนาที่ลุกโชนชลธรแผ่นหลังแนบชิดกับเบาะหนังแท้สีเข้ม ความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานปะทะเข้ากับผิวเนื้อ ทว่ามันกลับสู้ไม่ได้กับความร้อนระอุจากร่างกายกำยำที่คร่อมทับอยู่เบื้องหน้า ภัทรต้อนร่างโปร่งจนมุม สองแขนแกร่งยันพนักพิงกักขังอดีตคนรักไว้ในอาณาเขตของตนเองอย่างสมบูรณ์แบบ“เก่งนักไม่ใช่หรือไง” น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มที่กำลังซีดเผือด “เก่งนักเรื่องไล่ผมไปหาคนอื่น เก่งนักเรื่องสร้างกำแพงใส่ผม!”“ถอยไปนะภัทร...” ชลธรเค้นเสียงผ่านลำคอที่แห้งผาก สองมือเรียวยกขึ้นดันแผงอกกว้างสุดแรง ทว่ากล้ามเนื้อแน่นตึงนั้นกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว “คุณมันบ้าไปแล้ว ปล่อยผม!”“ใช่ ผม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status