LOGINตอนที่ 10: เบาะหลังที่ร้อนระอุ [20+++]
ปัง! เสียงบานประตูรถยุโรปคันหรูถูกกระชากปิดสนิท ตัดขาดเสียงสายฝนที่สาดกระหน่ำอยู่ภายนอกลานจอดรถชั้นใต้ดินให้เหลือเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงที่ดังก้องอยู่ในห้องโดยสารแคบๆ ความมืดสลัวถูกสลักด้วยแสงไฟกะพริบจากลานจอดรถที่สาดลอดผ่านฟิล์มกรองแสงสีดำสนิท สะท้อนให้เห็นนัยน์ตาคมกริบของศัลยแพทย์หนุ่มที่วาวโรจน์ไปด้วยเพลิงโทสะและไฟปรารถนาที่ลุกโชน ชลธรแผ่นหลังแนบชิดกับเบาะหนังแท้สีเข้ม ความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานปะทะเข้ากับผิวเนื้อ ทว่ามันกลับสู้ไม่ได้กับความร้อนระอุจากร่างกายกำยำที่คร่อมทับอยู่เบื้องหน้า ภัทรต้อนร่างโปร่งจนมุม สองแขนแกร่งยันพนักพิงกักขังอดีตคนรักไว้ในอาณาเขตของตนเองอย่างสมบูรณ์แบบ “เก่งนักไม่ใช่หรือไง” น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มที่กำลังซีดเผือด “เก่งนักเรื่องไล่ผมไปหาคนอื่น เก่งนักเรื่องสร้างกำแพงใส่ผม!” “ถอยไปนะภัทร...” ชลธรเค้นเสียงผ่านลำคอที่แห้งผาก สองมือเรียวยกขึ้นดันแผงอกกว้างสุดแรง ทว่ากล้ามเนื้อแน่นตึงนั้นกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว “คุณมันบ้าไปแล้ว ปล่อยผม!” “ใช่ ผมมันบ้า!” ภัทรตวาดลั่น มือหนาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือทั้งสองข้างของชลธร รวบมันขึ้นไปกดตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียว แรงบีบมหาศาลทำให้ชลธรนิ่วหน้า “และคนที่ทำให้ผมบ้าก็คือคุณ! เจ็ดปีที่ทิ้งผมไป คุณคิดว่ากลับมาแล้วจะมาทำตัวเย็นชาใส่ผม สั่งให้ผมไปพ้นๆ หน้าคุณได้ง่ายๆ งั้นเหรอ ฝันไปเถอะ!” “อื้ออ!” คำประท้วงถูกกลืนหายไปในลำคอเมื่อริมฝีปากหยักบดขยี้ลงมาอย่างป่าเถื่อน ไร้ซึ่งความอ่อนโยนหรือความปรานีใดๆ มีเพียงการลงทัณฑ์คนปากแข็งที่เอาแต่ผลักไสเขา ฟันคมขบกัดกลีบปากล่างอย่างแรงจนชลธรสะดุ้ง รสชาติฝาดเฝื่อนของเลือดผสมผสานกับความเค็มปร่าของหยาดเหงื่อ ปลุกปั่นสัญชาตญาณดิบเถื่อนในตัวภัทรให้ลุกโชนยิ่งกว่าเดิม เรียวลิ้นร้อนสอดแทรกเข้าไปในโพรงปากที่เผยอออก กวาดต้อนความหวานที่โหยหามาเนิ่นนานอย่างหิวกระหาย ชลธรดิ้นรนส่ายหน้าหนี แต่ฝ่ามือหนาอีกข้างของภัทรก็เลื่อนมาสอดประสานที่ท้ายทอย ล็อกโคนผมสีเข้มไว้แน่น บังคับให้รับจูบที่ลึกซึ้งและดุดันนั้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ จังหวะการดูดดึงหนักหน่วง เรียกร้อง และตะกละตะกลาม ราวกับสัตว์ป่าที่กำลังกลืนกินเหยื่ออันโอชะ ลมหายใจของชลธรขาดห้วง สมองขาวโพลนไปหมด ร่างกายที่เคยต่อต้านเริ่มทรยศต่อความตั้งใจ เสียงครางอู้อี้หลุดลอดออกมาจากลำคอเมื่อภัทรยอมผละริมฝีปากออกเพียงเสี้ยววินาทีเพื่อกอบโกยอากาศ ก่อนจะประกบจูบลงมาใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนริมฝีปากบางบวมเจ่อและแดงช้ำ “แฮ่ก... ภัทร... หยุด...” ชลธรหอบหายใจตัวโยนเมื่อริมฝีปากเป็นอิสระ นัยน์ตาสีอ่อนฉ่ำปรือไปด้วยหยาดน้ำใส “หยุดงั้นเหรอ” ภัทรแค่นหัวเราะ ปลายนิ้วหยาบกร้านลากผ่านสันกรามของคนใต้ร่าง “คืนนี้ผมจะทำให้คุณไม่มีแรงแม้แต่จะคิดหนีผมไปไหนอีกเลย ชลธร” มือหนากระชากเสื้อแจ็กเกตสีดำของชลธรออก โยนทิ้งไปที่เบาะหน้าอย่างไม่ไยดี ปลายนิ้วรัวปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนทีละเม็ดด้วยความเร่งรีบ ทว่าเมื่อถึงเม็ดสุดท้าย ภัทรกลับหมดความอดทน เขาออกแรงกระชากจนเม็ดพลาสติกหลุดกระเด็น เผยให้เห็นผิวอกขาวเนียนที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหอบหายใจ แสงไฟสลัวจากด้านนอกสาดกระทบผิวเนื้อขาวผ่อง ตัดกับเบาะหนังสีเข้มราวกับงานศิลปะชิ้นเอก ภัทรกลืนน้ำลายลงคอดังอึก นัยน์ตาสีดำสนิททอประกายมืดมิด เขาโน้มใบหน้าลงต่ำ ซุกซบปลายจมูกโด่งลงบนลาดไหล่เนียน สูดดมกลิ่นกายหอมสะอาดที่คุ้นเคยเข้าเต็มปอด ก่อนที่ปลายลิ้นร้อนจัดจะตวัดเลียแอ่งชีพจรที่กำลังเต้นระรัว “อ๊ะ... ยะ... อย่า...” ชลธรเชิดหน้าขึ้น ร่างกายบิดเร่าเมื่อสัมผัสเปียกชื้นลากไล้จากลำคอลงมาถึงกระดูกไหปลาร้า ฟันคมขบเม้มผิวเนื้ออ่อนอย่างแรงจนเกิดรอยจ้ำสีแดงอมม่วง ภัทรจงใจฝากรอยรักประกาศความเป็นเจ้าของไว้ทุกตารางนิ้วที่ริมฝีปากลากผ่าน ฝ่ามือร้อนผ่าวลูบไล้ไปตามหน้าท้องแบนราบ ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาบีบเฟ้นยอดอกสีอ่อนที่เริ่มชูชันรับสัมผัส ปลายนิ้วโป้งและนิ้วชี้สะกิดหยอกล้อ บดคลึงความไวต่อความรู้สึกจนชลธรต้องแอ่นแผ่นหลังขึ้นจากเบาะหนัง “อ๊า... ภัทร...” เสียงครางหวานหูหลุดลอดออกมาอย่างไม่อาจกลั้น “เรียกชื่อผมอีก...” ภัทรกระซิบสั่งชิดแผ่นอก เลื่อนริมฝีปากมาครอบครองยอดอกอีกข้าง ดูดดึงและใช้ปลายลิ้นรัวตวัดจนมันเปียกชุ่ม ชลธรกัดริมฝีปากตัวเองแน่นเพื่อสะกดกั้นเสียงคราง สองมือเรียวที่ถูกปล่อยให้เป็นอิสระตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เลื่อนมาขยุ้มกลุ่มผมสีเข้มของศัลยแพทย์หนุ่ม ระบายความเสียวซ่านที่แล่นริ้วไปตามไขสันหลัง ความดื้อรั้นและกำแพงแห่งความน้อยใจกำลังถูกความรุ่มร้อนแผดเผาจนหลอมละลาย “ผมบอกให้เรียกชื่อผม!” ภัทรเงยหน้าขึ้นตวาดเสียงดุ เมื่อเห็นว่าคนใต้ร่างยังคงพยายามเก็บเสียง นัยน์ตาดุดันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีอ่อน “ประชดผมนักไม่ใช่เหรอเรื่องสถานะ... งั้นก็เรียกชื่อผัวคุณสิ ชลธร!” พูดจบ มือหนาก็จัดการปลดตะขอกางเกงสแลกของชลธร รูดรั้งปราการชิ้นสุดท้ายออกไปให้พ้นทางพร้อมกับชั้นในเนื้อนุ่ม ขาทั้งสองข้างของชลธรถูกจับแยกออกกว้าง เผยให้เห็นความงดงามที่ถูกซุกซ่อนมาตลอดเจ็ดปี ภัทรกลืนน้ำลายอีกครั้ง ความเป็นชายของเขาปวดหนึบจนแทบจะระเบิดออกมา เขาปลดเข็มขัดและรูดซิปกางเกงของตนเอง งัดตัวตนที่พองขยายจนเต็มสัดส่วนออกมาสัมผัสอากาศเย็นเยียบในรถ ภัทรบีบครีมหล่อลื่นที่พกติดกระเป๋าเสื้อกาวน์ออกมาลงบนปลายนิ้ว ผสมเข้ากับหยาดน้ำลายของตนเอง ก่อนจะส่งนิ้วยาวเข้าไปจดจ่อที่ช่องทางสีสดด้านหลังของคนใต้ร่าง “อ๊ะ! เจ็บ...” ชลธรสะดุ้งเฮือก นิ่วหน้าด้วยความอึดอัดเมื่อปลายนิ้วแปลกปลอมกดแทรกเข้ามาในความคับแคบที่ไม่ได้ถูกล่วงล้ำมานานแสนนาน “ผ่อนคลาย ชล... อย่าเกร็ง” ภัทรลดเสียงลง นุ่มนวลขึ้นแต่ยังแฝงความเอาแต่ใจ เขาโน้มตัวลงไปประกบจูบริมฝีปากบางอีกครั้งเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ สวนทางกับปลายนิ้วที่เริ่มขยับเข้าออกอย่างเชื่องช้า ค่อยๆ เพิ่มจากหนึ่งเป็นสอง และสามนิ้ว ควงหมุนหาจุดกระสันที่เขาจดจำได้ดีทุกตารางมิลลิเมตร “อื้ออ... ลึก... ลึกไป... อ๊า!” เมื่อปลายนิ้วยาวกดเน้นย้ำเข้าที่จุดอ่อนไหวภายใน ร่างกายของชลธรก็ตอดรัดนิ้วของภัทรแน่นโดยอัตโนมัติ ช่องทางคับแคบตอดตุบๆ เรียกร้องการเติมเต็มที่มากกว่าปลายนิ้ว ภัทรชักมือออก มองความพร้อมที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยเจลหล่อลื่น เขาจับเรียวขาทั้งสองข้างของชลธรขึ้นพาดบนลาดไหล่กว้าง ก่อนจะนำความแข็งขืนของตนเองไปจ่อที่ปากทาง “มองหน้าผม ชล” ภัทรสั่งเสียงพร่า ชลธรปรือตาที่ฉ่ำไปด้วยน้ำใสขึ้นมอง สบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความรัก ความหึงหวง และแรงปรารถนาที่มืดมิด ภัทรดันสะโพกสอบไปด้านหน้า ค่อยๆ กดแทรกตัวตนเข้าไปในช่องทางที่บีบรัดแน่น “อึก... อ๊าาา! ภัทร! เจ็บ... ผมเจ็บ... เอาออกไป!” ชลธรกรีดร้อง เสียงครางแหบพร่าดังก้องห้องโดยสาร ความอึดอัดและคับแน่นจุกอยู่ที่หน้าท้องจนแทบหายใจไม่ออก สองมือเรียวผลักหน้าท้องแกร่งของภัทรสุดแรง เล็บจิกขยุ้มลงบนผิวหนังจนเกิดรอยเลือดซิบ “ชู่ว... ทนหน่อยคนดี...” ภัทรขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดนูน เหงื่อกาฬแตกพลั่กไหลลงมาตามกรอบหน้า ความคับแน่นที่รัดรึงเขาไว้แทบจะทำให้เขาสติแตก เขาหยุดขยับตัว กัดฟันข่มความต้องการที่พุ่งทะยาน โน้มใบหน้าลงไปพรมจูบซับน้ำตาที่หางตาของชลธรอย่างทะนุถนอม “อ๊ะ... ฮึก... มันแน่น...” “ผมรู้... ผมรู้ว่าแน่น...” ภัทรกระซิบ ลากปลายลิ้นเลียใบหูที่แดงจัด กลิ่นฟีโรโมนของบุรุษเพศอบอวลไปทั่วรถ “บอกผมมา... ว่าคุณเป็นของใคร” “อื้อ... ภัทร... ขยับ... ได้โปรด...” ชลธรสะอื้น ความเจ็บปวดเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความซ่านสยิวที่จุกอยู่ที่ท้องน้อย ร่างกายต้องการการขยับเขยื้อนเพื่อระบายความอึดอัด “ตอบผมมาก่อน ชลธร!” ภัทรแกล้งขยับสะโพกถอยออกเล็กน้อย ก่อนจะกระแทกกลับเข้าไปจนสุดความยาว “อ๊า!! ของคุณ! ผมเป็นของคุณ! ภัทร... ผมเป็นของภัทรคนเดียว!” คำตอบที่ตะโกนลั่นออกมาพร้อมกับเสียงครางหวานหู เปรียบเสมือนสวิตช์ที่ปลดปล่อยสัญชาตญาณนักล่า ภัทรเริ่มขยับสะโพกสอบ ถอนตัวตนออกจนเกือบสุดก่อนจะกระแทกกระทั้นกลับเข้าไปอย่างหนักหน่วงและดุดัน ป้าบ! ป้าบ! ป้าบ! เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องหยาบโลนแข่งกับเสียงสายฝนที่สาดกระหน่ำอยู่ภายนอก รถยุโรปคันหรูสั่นโคลงตามจังหวะการขยับเขยื้อนที่บ้าคลั่ง เบาะหนังส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด กระจกหน้าต่างทุกบานถูกฉาบด้วยฝ้าขาวจากไอความร้อนของร่างกายสองร่างที่บดเบียดกัน ปกปิดพายุอารมณ์ที่กำลังแผดเผาอยู่ภายใน “อ๊า! อ๊ะ! ภัทร... แรง... แรงไป... อื้ออ!” ชลธรเชิดหน้าขึ้นสูดอากาศ สองมือจิกทึ้งเบาะหนังจนเล็บแทบหัก ร่างกายถูกกระแทกจนหัวสั่นหัวคลอน ทุกการสอดใส่ลึกล้ำและแม่นยำ กระแทกโดนจุดกระสันภายในซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนสมองขาวโพลน “เรียกชื่อผมอีก... ดังๆ ชล...” ภัทรครางต่ำในลำคอ สายตาจดจ้องภาพความงดงามเบื้องหน้าอย่างหลงใหล หน้าท้องแบนราบที่เกร็งสั่น ผิวขาวจัดที่ชื้นเหงื่อและเต็มไปด้วยรอยจูบ ทุกอย่างกระตุ้นอารมณ์ดิบให้พุ่งทะยาน “อ๊ะ... ภัทร! ภัทร! อ๊าาา!” ชลธรกรีดร้องเรียกชื่ออีกฝ่ายซ้ำๆ ตามคำบัญชา ทิฐิและความดื้อรั้นถูกพังทลายลงจนหมดสิ้น เหลือเพียงความโหยหาและการยอมจำนนต่อสัมผัสที่คุ้นเคย ภัทรโน้มตัวลงไปรวบร่างบางเข้ามากอดแน่น ฝ่ามือหนาสอดเข้าใต้ข้อพับเข่า ดึงรั้งให้สะโพกมนลอยเด่นรับแรงกระแทกที่รัวเร็วและหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ เขาก้มลงไปประกบจูบริมฝีปากบางอีกครั้ง แลกเปลี่ยนลมหายใจและเสียงครางที่กลืนหายไปในลำคอ ความเสียวซ่านไต่ระดับขึ้นสู่จุดสูงสุด ชลธรหายใจหอบถี่ ร่างกายกระตุกเกร็งอย่างรุนแรง “ภัทร... ผม... ไม่ไหว... อ๊ะ... จะ... อ๊าาา!!” ชลธรกรีดร้องเสียงหลง ปลดปล่อยหยาดน้ำรักสีขาวขุ่นออกมาเปรอะเปื้อนหน้าท้องของตนเองและแผงอกของภัทร ช่องทางคับแคบตอดรัดตัวตนของศัลยแพทย์หนุ่มอย่างบ้าคลั่ง “อึก... ชล... แม่งเอ๊ย...” ภัทรสบถคำหยาบ เร่งจังหวะกระแทกย้ำๆ อย่างหนักหน่วงอีกสามสี่ครั้ง ก่อนจะฝังตัวตนเข้าไปลึกสุดความยาว ปลดปล่อยสายธารความอบอุ่นฉีดพ่นเข้าไปในตัวของชลธรจนล้นทะลักออกมาตามง่ามขา ร่างสูงใหญ่ทิ้งตัวลงทาบทับร่างที่อ่อนปวกเปียก หอบหายใจสะท้านจนตัวโยน ซบใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อลงกับลาดไหล่เนียน สูดดมกลิ่นกายหอมหวานอย่างหวงแหน เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ดังก้องในห้องโดยสารที่เงียบสงัดลง มีเพียงเสียงฝนด้านนอกที่ยังคงตกกระทบหลังคารถ ภัทรจูบซับหยาดเหงื่อตรงขมับของชลธรอย่างแผ่วเบา วงแขนแกร่งตระกองกอดร่างบางไว้แน่นราวกับกลัวว่าอีกฝ่ายจะสลายหายไป “บอกแล้วไง... ว่าอย่าท้าทายผม” ภัทรกระซิบเสียงพร่าชิดใบหู ลากปลายลิ้นเลียคราบเหงื่อที่ซอกคอ “คุณเป็นของผม ชลธร... ต่อให้โลกนี้จะพังทลาย ผมก็ไม่มีวันปล่อยคุณไปไหนอีกแล้ว” ชลธรหลับตาพริ้ม สิ้นไร้เรี่ยวแรงจะขัดขืน สองแขนเรียวค่อยๆ ยกขึ้นโอบกอดแผ่นหลังกว้างของภัทรไว้หลวมๆ ซุกใบหน้าลงกับลาดไหล่แกร่ง ยอมจำนนต่อโชคชะตาและอ้อมกอดที่กักขังเขาไว้ด้วยความคลั่งรักที่ดุดันที่สุด... ในค่ำคืนที่สายฝนไม่อาจดับไฟปรารถนาที่ลุกโชนบนเบาะหลังรถคันนี้ได้เลยตอนที่ 15: สัญชาตญาณในเงามืด [20+++]ปัง!เสียงบานประตูเหล็กสองชั้นถูกกระชากปิดจากด้านนอกดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องเก็บเวชระเบียน เสียงโลหะหนักอึ้งกระแทกเข้ากับวงกบสั่นสะเทือนไปถึงพื้นคอนกรีต ตามด้วยเสียงกุกกักของแม่กุญแจที่ถูกคล้องและสับล็อกอย่างแน่นหนาพรึ่บ!หลอดไฟฟลูออเรสเซนต์ที่เคยกะพริบติดดับตรงโถงทางเดินด้านนอกดับพรึบลงกะทันหัน แสงสว่างเส้นสุดท้ายที่ลอดผ่านช่องใต้ประตูหายวับไป โลกทั้งใบถูกกลืนกินด้วยความมืดมิดสนิทในเสี้ยววินาที ไร้ซึ่งแสงใดๆ เล็ดลอดเข้ามาแม้แต่แสงจันทร์ชลธรเบิกตากว้างในความมืด อากาศเย็นเยียบและกลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่าตีรวนขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ เสียงฝีเท้าปริศนาด้านนอกย่ำห่างออกไปเรื่อยๆ จนกลืนหายไปกับความเงียบงันของชั้นใต้ดิน“ภัทร...” น้ำเสียงหวานสั่นสะท้าน มือเรียวปัดป่ายไปในอากาศอย่างไร้ทิศทาง ความหวาดกลัวต่อพื้นที่แคบและความมืดมิดพุ่งทะยานบีบรัดก้อนเนื้อในอกซ้ายจนหายใจไม่ออกขวับ!ท่อนแขนแกร่งตวัดรวบเอวคอดในความมืด ดึงกระชากร่างโปร่งให้ถลาเข้ามาปะทะแผงอกกว้างอย่างรุนแรง ภัทรก้าวถอยหลัง ดันแผ่นหลังบางของชลธรให้กระแทกชิดกับชั้นเหล็กเก็บเอกสาร แขนอีกข้างยกขึ้นกั
ตอนที่ 14: ทางเชื่อมใต้ดินตัวเลขดิจิทัลสีแดงบนหน้าปัดเหนือประตูลิฟต์โดยสารค่อยๆ เปลี่ยนแปลงอย่างเชื่องช้า จากชั้น 1 เลื่อนลงสู่ B1... B2... และหยุดลงที่ B3ติ๊ง...เสียงสัญญาณเตือนดังขึ้นพร้อมกับบานประตูเหล็กเคลือบสีเทาที่ค่อยๆ เลื่อนเปิดออก ไอความเย็นยะเยือกที่แฝงไปด้วยกลิ่นอับชื้นของพื้นปูนและสนิมเหล็กลอยปะทะเข้ากับใบหน้าทันทีที่ช่องว่างเปิดกว้าง ทางเดินทอดยาวเบื้องหน้าถูกฉาบด้วยแสงสลัวจากหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์เก่าๆ ที่กะพริบติดดับเป็นจังหวะส่งเสียงครางหึ่งน่ารำคาญ หยากไย่เกาะเกี่ยวย้อยลงมาจากฝ้าเพดานที่เต็มไปด้วยคราบน้ำฝนรั่วซึม ที่นี่คือชั้นใต้ดินส่วนลึกที่สุดของโรงพยาบาล พื้นที่หวงห้ามที่ถูกปิดตายและใช้เป็นเพียงสถานที่เก็บเวชระเบียนเก่าและเศษซากอุปกรณ์ทางการแพทย์ที่เสื่อมสภาพชลธรยืนนิ่งอยู่หน้าประตูลิฟต์ ปลายเท้าที่สวมรองเท้าหนังชะงักค้าง นัยน์ตาสีอ่อนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อจ้องมองลึกเข้าไปในความมืดมิดของโถงทางเดิน ก้อนเนื้อในอกซ้ายกระตุกเต้นผิดจังหวะ ลมหายใจเริ่มติดขัดเมื่อสมองดึงเอาภาพความทรงจำสีเลือดในคืนที่ฝนตกหนักและถนนที่มืดสนิทเมื่อเจ็ดปีก่อนขึ้นมาฉายซ้ำ ภาพซากรถที่บิดเบ
ตอนที่ 13: กล้องวงจรปิดความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศภายในห้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยของโรงพยาบาลพ่นไอเย็นจัดจนอุณหภูมิลดต่ำลงแตะสิบแปดองศาเซลเซียส เสียงครางหึ่งๆ ของเซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ดังสะท้อนไปทั่วห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ที่เต็มไปด้วยแผงหน้าจอมอนิเตอร์นับร้อยจอ แสงสีฟ้าจากจอภาพสาดกระทบโครงหน้าคมคายของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์ทรวงอกที่ยืนตระหง่านอยู่กลางห้องภัทรล้วงมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋ากางเกงสแลก นัยน์ตาสีดำสนิทภายใต้กรอบแว่นสายตาทรงเหลี่ยมจดจ่ออยู่กับภาพวิดีโอขาวดำบนหน้าจอหลัก สันกรามคมขบเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดนูน แผ่รังสีอำมหิตกดทับจนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่นั่งควบคุมเมาส์อยู่ถึงกับเหงื่อตกทั้งที่อากาศหนาวเหน็บชลธรยืนกอดอกอยู่เคียงข้าง ไหล่บางห่อเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อกักเก็บความอบอุ่น นัยน์ตาสีอ่อนจับจ้องภาพบนจอไม่กะพริบ ทว่ากล้ามเนื้อทุกส่วนกลับตึงเครียดจากเหตุการณ์จดหมายขู่สีเลือดเมื่อเช้า จู่ๆ ความอบอุ่นก็ทาบทับลงบนลาดไหล่ เสื้อกาวน์สีขาวตัวหนาที่มีกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูผสมกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ ของภัทรถูกนำมาคลุมทับร่างของเขาอย่างเงียบเชียบชลธรช้อนตาขึ้นมองเสี้ยวหน้าหล่อเหล
ตอนที่ 12: เกมประสาทของ P.K.กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อที่ลอยปะปนกับไอเย็นเยียบของเครื่องปรับอากาศ ไม่ได้ช่วยให้ความอึดอัดที่ก่อตัวขึ้นตลอดทางเดินของแผนกศัลยกรรมทรวงอกลดลงเลยแม้แต่น้อยชลธรก้าวเท้าไปตามพื้นกระเบื้องยางสีสว่างด้วยจังหวะที่เร็วกว่าปกติ สองมือล้วงลึกเข้าไปในกระเป๋าเสื้อกาวน์สีขาวสะอาดตา พยายามเว้นระยะห่างจากร่างสูงใหญ่ที่เดินขนาบข้าง ทว่าไม่ว่าจะเบี่ยงตัวหลบไปทางซ้ายหรือขวา ท่อนแขนแกร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีเข้มก็คอยขยับตามมาต้อนให้อยู่ในรัศมีไม่เกินหนึ่งช่วงแขนเสมอ“เดินช้าๆ” น้ำเสียงทุ้มต่ำดังก้องอยู่เหนือศีรษะ“ผมมีเคสต้องไปรีวิวต่อ กรุณาอย่าเดินเบียดได้ไหมครับ หัวหน้า” ชลธรเชิดหน้าขึ้น ตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบและเย็นชา สรรพนามห่างเหินถูกงัดขึ้นมาใช้อีกครั้งเพื่อสร้างกำแพงกั้นกลางระหว่างพวกเขา หลังจากเหตุการณ์บุกรุกคอนโดมิเนียมเมื่อเช้าตรู่ ภัทรก็ทำตามคำพูดอย่างเคร่งครัด ศัลยแพทย์หนุ่มตามติดชีวิตเขาทุกฝีก้าวราวกับเงาตามตัว จัดการลากเขาให้ย้ายโต๊ะทำงานจากฝั่งอายุรกรรมมาสิงสู่อยู่ในห้องทำงานส่วนตัวของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์อย่างหน้าตาเฉย“ผมสั่งให้คุณย้ายมานั่งทำงานในห้องผม ไม่ได้สั
ตอนที่ 11: ร่องรอยบนผิวเนื้อความเย็นเยียบจากช่องปรับอากาศที่พ่นไอเย็นออกมาตลอดทั้งคืน ปะทะเข้ากับผิวเนื้อเปลือยเปล่าจนร่างกายโปร่งสะดุ้งตื่นชลธรปรือตาขึ้นอย่างเชื่องช้า แพขนตางอนยาวกะพริบถี่เพื่อปรับโฟกัสรับแสงสลัวของลานจอดรถชั้นใต้ดินที่สาดลอดผ่านฟิล์มกรองแสงสีดำสนิทเข้ามาภายในห้องโดยสาร กลิ่นอับชื้นของเครื่องปรับอากาศผสมปนเปกับกลิ่นคาวโลกีย์และกลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูที่คุ้นเคย ลอยอวลตอกย้ำเหตุการณ์ป่าเถื่อนที่เพิ่งจบลงไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนความปวดร้าวแล่นริ้วจากสะโพกขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลังทันทีที่ขยับตัว ชลธรนิ่วหน้า กัดริมฝีปากล่างที่บวมเจ่อเพื่อสกัดกั้นเสียงคราง นัยน์ตาสีอ่อนหลุบมองสภาพของตนเองแล้วก็ต้องขบกรามแน่นจนเส้นเลือดปูดนูน เสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนที่เคยเนี้ยบกริบ บัดนี้ยับยู่ยี่และขาดวิ่น กระดุมพลาสติกหลุดหายไปเกินครึ่ง เผยให้เห็นผิวอกขาวเนียนที่เต็มไปด้วยรอยจ้ำสีแดงอมม่วงและรอยขบกัดที่สลักลึกราวกับต้องการตีตราจอง แพนตี้และกางเกงสแลกถูกโยนทิ้งระเกะระกะอยู่ตรงที่วางเท้าท่อนแขนแกร่งที่อุดมไปด้วยมัดกล้ามเนื้อยังคงพาดทับอยู่บนเอวคอด ร่างสูงใหญ่ของหัวหน้าทีมศัลยแพทย์นอนหลับสนิท
ตอนที่ 10: เบาะหลังที่ร้อนระอุ [20+++]ปัง!เสียงบานประตูรถยุโรปคันหรูถูกกระชากปิดสนิท ตัดขาดเสียงสายฝนที่สาดกระหน่ำอยู่ภายนอกลานจอดรถชั้นใต้ดินให้เหลือเพียงเสียงหอบหายใจหนักหน่วงที่ดังก้องอยู่ในห้องโดยสารแคบๆ ความมืดสลัวถูกสลักด้วยแสงไฟกะพริบจากลานจอดรถที่สาดลอดผ่านฟิล์มกรองแสงสีดำสนิท สะท้อนให้เห็นนัยน์ตาคมกริบของศัลยแพทย์หนุ่มที่วาวโรจน์ไปด้วยเพลิงโทสะและไฟปรารถนาที่ลุกโชนชลธรแผ่นหลังแนบชิดกับเบาะหนังแท้สีเข้ม ความเย็นเยียบจากเครื่องปรับอากาศที่ยังคงทำงานปะทะเข้ากับผิวเนื้อ ทว่ามันกลับสู้ไม่ได้กับความร้อนระอุจากร่างกายกำยำที่คร่อมทับอยู่เบื้องหน้า ภัทรต้อนร่างโปร่งจนมุม สองแขนแกร่งยันพนักพิงกักขังอดีตคนรักไว้ในอาณาเขตของตนเองอย่างสมบูรณ์แบบ“เก่งนักไม่ใช่หรือไง” น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดังชิดริมฝีปาก ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดผิวแก้มที่กำลังซีดเผือด “เก่งนักเรื่องไล่ผมไปหาคนอื่น เก่งนักเรื่องสร้างกำแพงใส่ผม!”“ถอยไปนะภัทร...” ชลธรเค้นเสียงผ่านลำคอที่แห้งผาก สองมือเรียวยกขึ้นดันแผงอกกว้างสุดแรง ทว่ากล้ามเนื้อแน่นตึงนั้นกลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดเดียว “คุณมันบ้าไปแล้ว ปล่อยผม!”“ใช่ ผม







