Share

บทที่ 3

Author: หลินเซี่ย
ผมเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเก็บกระเป๋าจนไม่ได้นอนทั้งคืน

มีเพียงความยุ่งตลอดเวลาเท่านั้น ถึงจะทำให้ลืมความเจ็บปวดที่ว่างเปล่าในอกไปได้

ตอนฟ้าใกล้สาง ผมไปค้นอุปกรณ์ถ่ายภาพที่ถูกฝุ่นจับมานานหลายปีออกมาจากห้องเก็บของ

พอกดปุ่มเปิดเครื่อง หน้าจอก็สว่างขึ้น

ในชั่วอึดใจนั้น จมูกก็พลันแสบขึ้นมาอย่างรุนแรง

โชคดีที่ยังไม่พัง ทุกอย่างยังทันเวลา

พออุ้มกล้องกลับมาที่ห้องนั่งเล่น เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

เป็นนายหน้าอสังหา

“คุณกู้ครับ บ้านที่คุณกับภรรยาไปดูเมื่อสัปดาห์ก่อน คุยกับเจ้าของบ้านเรียบร้อยแล้วนะครับ ถ้าไม่มีปัญหาอะไร สุดสัปดาห์หน้าก็เซ็นสัญญาได้เลย”

ผมชะงักไป เกือบลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท

ก่อนหน้านี้หลินเยียนหรันได้เลื่อนตำแหน่ง เงินเดือนก็เพิ่มขึ้น

เธอบอกว่าบ้านที่อยู่ตอนนี้เล็กเกินไป อยากเปลี่ยนหลังใหม่ให้ใหญ่ขึ้น

เธอเป็นคนเสนอไอเดียนี้

แต่ตั้งแต่ต้นจนจบ ทั้งไปดูบ้าน เลือกบ้าน ติดต่อนายหน้า เปรียบเทียบแปลนบ้าน และคำนวณสินเชื่อ ผมกลับเป็นคนจัดการคนเดียวทั้งหมด

เธอแค่ไปเป็นเพื่อนผมครั้งเดียวเท่านั้น

วันนั้นผมลากเธอไปดูห้องนอนของเราด้วยความตื่นเต้น แล้วถามว่าเธอชอบการตกแต่งสไตล์ไหน

เธอเอาแต่ก้มหน้าดูโทรศัพท์ พลางตอบกลับมาอย่างไม่ใส่ใจว่า “ก็ดีนะ คุณตัดสินใจเลย”

ผมเห็นชัดเลยว่าหน้าแชตของเธอคือลู่เฉวียน

ยังดูบ้านไม่ทันเสร็จ เธอก็ถูกลู่เฉวียนเรียกตัวไปแล้ว

พอคิดมาถึงตรงนี้ ผมก็พูดกับนายหน้าด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “บ้านหลังนั้น ไม่เอาแล้วนะครับ”

“อ้าว ทำไมล่ะครับ ภรรยาของคุณกู้ก็ดูพอใจมากไม่ใช่เหรอ”

ผมมองกล้องในมือ พลันหัวเราะออกมา

“เพราะกำลังจะหย่าแล้วครับ”

ปลายสายเงียบไปทันที

ผมจึงกดวางสายไปเลย

พอเก็บกระเป๋าเสร็จ พระอาทิตย์ก็ตรงหัวพอดี

ผมพกหนังสือหย่าขับรถไปที่โรงพยาบาล

ชีวิตแต่งงานห้าปีจบลงได้ด้วยกระดาษบาง ๆ เพียงไม่กี่แผ่น

พอถือไว้ในมือ มันช่างเบาหวิวเสียจนน่าขำ

ช่วงพักกลางวัน ผมกะเวลาว่าหลินเยียนหรันน่าจะอยู่ที่ห้องพักแพทย์ เลยเดินตรงไปเคาะประตู

ทว่าคนที่มาเปิดประตูกลับเป็นลู่เฉวียน

สีหน้าเขาฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่ง “กู้เลี่ยนเหรอ”

ผมกวาดสายตามองเข้าไปข้างใน อยากดูว่าหลินเยียนหรันอยู่ที่ไหน

เขาเบี่ยงตัวบังสายตาของผมไว้ แล้วกดเสียงต่ำลง

“เมื่อคืนรุ่นพี่เหนื่อยมาก ช่วงเช้าก็ยังต้องออกตรวจอีกครึ่งวัน เพิ่งจะหลับไปเอง พี่มีธุระอะไรหรือเปล่า”

ผมมองเขา

เส้นผมยุ่งเหยิงเล็กน้อย เสื้อผ้าก็ดูยับยู่ยี่

ด้านหลังคือห้องพักแพทย์ของหลินเยียนหรัน

จู่ ๆ กระเพาะก็ปั่นป่วนจนรู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมา

ผมกำซองเอกสารในมือแน่น บังคับตัวเองให้ละสายตาไปทางอื่น

“มาให้เธอเซ็นเอกสารน่ะ”

ลู่เฉวียนก้มมองเอกสารในมือผม ก่อนจะยิ้มออกมา

“รุ่นพี่เหนื่อยมาก กว่าจะได้นอนพักสักหน่อย จะปลุกเธอก็คงไม่ดี พี่เอาให้ผมก่อนก็ได้ เดี๋ยวพอเธอตื่นแล้ว ผมจะเอาให้เธอเอง”

ตอนแรกผมกะจะปฏิเสธ

แต่พอคิดดูอีกที ตอนนี้ผมไม่อยากเห็นหน้าหลินเยียนหรันแม้แต่วินาทีเดียว

ผมจึงยื่นเอกสารให้

“รบกวนด้วย”

แล้วหันหลังเดินจากมา

ในหัวฉายภาพเหตุการณ์เมื่อครู่ซ้ำไปซ้ำมา

เขาอยู่ในห้องพักแพทย์ของเธอ พักกลางวันด้วยกัน

ช่างดูเป็นธรรมชาติ คุ้นเคยกันดี ราวกับว่ามันควรจะเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว

อาการคลื่นไส้ในกระเพาะยิ่งรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

ผมพุ่งตัวเข้าไปในห้องน้ำ ฟุบหน้าลงกับอ่างล้างมือแล้วโก่งคออาเจียนอยู่นาน

แต่ก็ไม่มีอะไรออกมาเลย

ผมใช้น้ำเย็นล้างหน้าล้างตา พอเพิ่งก้าวออกจากห้องน้ำ อาการปวดบิดอย่างรุนแรงก็แล่นปราดเข้าใส่บริเวณช่องท้อง

ภาพตรงหน้ามืดดับ

ผมล้มพับลงไปกองกับพื้นทันที

พอรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ในจมูกก็มีแต่กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อ

พยาบาลเห็นผมลืมตาขึ้นก็ถอนหายใจโล่งอก “คุณคะ ในที่สุดก็ฟื้นสักที”

ผมยันตัวลุกขึ้น แต่หัวยังคงมึนอยู่

“เกิดอะไรขึ้นเหรอครับ”

พยาบาลยื่นผลตรวจมาให้ด้วยสีหน้าจริงจัง

“คุณผู้ชาย ผลตรวจออกมาแล้วค่ะ เป็นอาการติดเชื้อหลังการทำหมันค่ะ”

“คุณยังหนุ่มอยู่แท้ ๆ ทำไมถึงไปทำหมันล่ะคะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ชีวิตที่เคยวาดกรอบเพราะคุณ   บทที่ 19

    “ตั้งแต่วันที่พ่อของผมเสียชีวิต” ผมมองหลินเยียนหรัน น้ำเสียงราบเรียบราวกับน้ำในบึงลึก “เราก็ไม่ควรจะมีวันพรุ่งนี้ด้วยกันอีกต่อไปแล้ว”หลินเยียนหรันแข็งทื่ออยู่กับที่ผ่านนานไป จู่ ๆ เธอก็ยิ้มออกมายิ้มที่เต็มไปด้วยความขมขื่นและจนตรอก ราวกับนักพนันที่ในที่สุดก็เล่นเสียจนหมดทุกชิปในมือ“ฉันเข้าใจแล้ว” เธอพยักหน้า น้ำเสียงแหบพร่า “กู้เลี่ยน ต่อไปฉันจะไม่ไปรบกวนคุณอีกแล้ว”พูดจบ เธอก็หันหลังเดินจากไป ฝีเท้าย่างก้าวอย่างเชื่องช้า ไม่หันกลับมามองอีกเลยผมยืนอยู่ที่เดิม มองเธอเดินห่างออกไปทีละก้าว กระทั่งร่างนั้นลับหายไปในแสงเงาตรงสุดปลายทางเดินภายในใจไม่มีความรู้สึกโล่งอก ไม่มีแม้แต่ความโศกเศร้า มีเพียงความสงบนิ่งบาง ๆ อย่างที่สุดเปรียบเสมือนหนังสือเล่มหนึ่งที่ในที่สุดก็เปิดอ่านมาจนถึงหน้าสุดท้าย...ห้าปีต่อมาณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ผมกับฉู่เหยียนกำลังนั่งดื่มเหล้ากันอยู่ริมแม่น้ำแซนช่วงเวลาห้าปีขัดเกลาให้เขาดูเด็ดเดี่ยวและมีความเป็นมืออาชีพ บัดนี้เขาได้กลายเป็นทนายความมือทองชื่อดังระดับแถวหน้าของวงการไปแล้ว ทุกอิริยาบถล้วนแผ่กลิ่นอายความเฉียบคมและแม่นยำส่วนผมก็ได้ตั้งสตู

  • ชีวิตที่เคยวาดกรอบเพราะคุณ   บทที่ 18

    ในที่สุดแม่ก็พ้นขีดอันตรายทีมผู้เชี่ยวชาญจากต่างประเทศได้ปรับเปลี่ยนแผนการรักษาใหม่ หนึ่งสัปดาห์ต่อมาท่านก็ถูกย้ายออกจากห้องไอซียูอย่างราบรื่นวันที่รู้ข่าว ผมนั่งอยู่บนม้านั่งยาวหน้าห้องพักผู้ป่วย ซุกหน้าลงกับฝ่ามือแล้วร้องไห้อยู่นานความหวาดกลัว ความร้อนรน และความรู้สึกไร้หนทางที่สะสมมาตลอดหลายวัน ในที่สุดก็มีทางระบายออกเสียที“พี่คะ”เหลียงเมิ่งอิ๋งยื่นกระดาษทิชชูมาให้ ก่อนจะย่อตัวลงนั่งยอง ๆ ตรงหน้าผม น้ำเสียงเจือความเงอะงะทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง“คุณป้าก็ปลอดภัยแล้ว ทำไมพี่ยังร้องไห้อยู่อีก”ผมรับทิชชูมาเช็ดตา ขอบตายังคงแดงช้ำ “ขอบคุณนะ เมิ่งอิ๋ง คุณใจดีมากจริง ๆ”ถ้าไม่มีเธอ ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะผ่านช่วงหลายวันที่ผ่านมานี้มาได้อย่างไรเหลียงเมิ่งอิ๋งเกาศีรษะแกรก ๆ เบือนหน้าหนีด้วยความเขินอายเล็กน้อย“ความจริงที่ฉันทำเรื่องพวกนี้ ก็ไม่ใช่เพราะเป็นคนใจดีไปซะทั้งหมดหรอกนะคะ”ผมชะงัก มองเธอแบบอึ้ง ๆเธอมองผมด้วยสายตาจริงจัง แล้วเอ่ยกับผมอย่างชัดเจนและตรงไปตรงมา “เพราะฉันชอบพี่ค่ะ”ผมนิ่งอึ้งอยู่กับที่ ทำตัวไม่ถูกไปชั่วขณะภายในแววตาของเหลียงเมิ่งอิ๋งเป็นประกาย น้ำเสียงท

  • ชีวิตที่เคยวาดกรอบเพราะคุณ   บทที่ 17

    ผมแจ้งความ จากนั้นลู่เฉวียนก็ถูกคุมตัวไปการจงใจกระตุ้นคนไข้หลังผ่าตัดจนอาการทรุดลงกะทันหัน บวกกับผลการสอบสวนเรื่องเหตุการณ์คนไข้ตกเลือดหลังผ่าตัดก่อนหน้านี้ที่ถูกนำมาคิดบัญชีรวบยอด สิ่งที่รอเขาอยู่ จึงไม่ใช่แค่การถูกไล่ออกทว่าผมไม่มีกะจิตกะใจจะไปสนใจจุดจบของเขาแล้วอาการของแม่ทรุดหนักลงอย่างรวดเร็วหน้าห้องไอซียู หมอยื่นใบแจ้งเตือนอาการโคม่ามาให้ครั้งแล้วครั้งเล่าผมไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาสองวันเต็ม ๆ ได้แต่มองผ่านกระจกเข้าไปเห็นแม่นอนตัวเต็มไปด้วยสายระโยงระยางอยู่ตรงนั้นตัวเลขบนเครื่องวัดสัญญาณชีพที่ขยับเปลี่ยนไปแต่ละครั้ง ราวกับมีดทื่อ ๆ ที่ค่อย ๆ กรีดลงบนเส้นประสาทของผมทีละแผลช่วงหลายวันมานี้ หลินเยียนหรันก็คอยเฝ้าอยู่ที่โรงพยาบาลตลอดเวลา เธอนอนน้อยกว่าผมเสียอีก ใต้ตาจึงหมองคล้ำแต่พอผมมองเธอ ภายในใจกลับไม่หลงเหลือความรู้สึกซาบซึ้งเลยแม้แต่น้อย มีเพียงความรังเกียจที่สลัดอย่างไรก็ไม่หลุดหากไม่ใช่เพราะเธอคอยให้ท้ายลู่เฉวียนครั้งแล้วครั้งเล่า แม่ก็คงไม่เกิดเรื่องแบบนี้“กู้เลี่ยน” น้ำเสียงของหลินเยียนหรันแหบพร่า “ให้ฉันลองดูเถอะนะ”ผมช้อนตาขึ้นมองอย่างเย็นชา “ลองอะไร”“ต

  • ชีวิตที่เคยวาดกรอบเพราะคุณ   บทที่ 16

    “การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี ตามหลักแล้วอาการไม่น่าจะทรุดลงกะทันหันนะครับ”หมอเอ่ยอย่างงุนงง“เว้นเสียแต่ว่า...จะได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจอย่างรุนแรง”หัวใจของผมหล่นวูบ “กระทบกระเทือนจิตใจเหรอครับ”หมอพยักหน้า “อารมณ์ของคนไข้หลังผ่าตัดไม่ควรแปรปรวนมากเกินไปนัก โดยเฉพาะค่าการทำงานของหัวใจและความดันโลหิตที่เดิมทีก็ไม่คงที่อยู่แล้ว ญาติลองนึกดูดี ๆ นะครับ ว่าวันนี้มีเหตุการณ์ผิดปกติอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า”เหตุการณ์ผิดปกติงั้นเหรอแม่เพิ่งจะผ่าตัดเสร็จ นอกจากบุคลากรทางการแพทย์กับญาติอย่างพวกเราไม่กี่คน ก็ไม่มีใครได้เข้าใกล้ท่านเลยเดี๋ยวก่อนผมเงยหน้าขึ้น “ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเถอะครับ”ครึ่งชั่วโมงต่อมา ภาพในห้องควบคุมกล้องวงจรปิดก็ถูกเปิดขึ้นมาบริเวณหน้าห้องพักฟื้นมีคนเดินไปมา พยาบาลถือถาดเดินเข้าออกอยู่ตลอดจนกระทั่งเวลา 15:20 น. ร่างของคนคนหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนหน้าจอลู่เฉวียนลมหายใจของผมสะดุดไปชั่วขณะ ก่อนจะหันไปมองหลินเยียนหรันตามสัญชาตญาณเธอยืนอยู่ข้างหลังผม แสงจากหน้าจอตกกระทบเสี้ยวหน้าของเธอ เผยให้เห็นสันกรามที่ขบเข้าหากันแน่นกล้องวงจรปิดไม่มีเสียง จึงเห็นเพียงแค่ภาพเ

  • ชีวิตที่เคยวาดกรอบเพราะคุณ   บทที่ 15

    พอรับสาย ผมก็รีบเดินทางยาวตลอดทั้งคืนเพื่อกลับบ้านเกิดทันทีบริเวณโถงทางเดินโรงพยาบาล แม่ยังอยู่ในห้องฉุกเฉิน สีหน้าของหมอเคร่งเครียด“อาการของคนไข้วิกฤตมาก ต้องผ่าตัดทันทีครับ”“แต่โรงพยาบาลที่นี่เครื่องมือไม่พร้อม หมอแนะนำให้ย้ายโรงพยาบาลด่วนครับ”ผมหนาวเยือกไปทั้งตัวราวกับย้อนกลับไปเมื่อสามปีก่อน ตอนที่พ่อนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย หมอก็บอกผมแบบนี้เหมือนกันครั้งนั้นผมสูญเสียพ่อไปแล้วครั้งนี้ผมจะต้องสูญเสียแม่อีกงั้นเหรอผมยืนแทบไม่อยู่ เกือบจะล้มทั้งยืนอยู่ตรงนั้นจังหวะนั้นเอง หลินเยียนหรันก็รีบตามมาถึงพอดี“ฉันจัดการเองค่ะ”ทุกคนพากันชะงักไปพร้อมกันหมอจำเธอได้ “คุณคือ...หลินเยียนหรัน หมอหลินใช่ไหมครับ”หลินเยียนหรันพยักหน้า “ขอฉันดูประวัติคนไข้หน่อยค่ะ”เพียงไม่กี่นาที เธอก็ประเมินสถานการณ์ได้ “ทำได้ค่ะ เตรียมตัวให้เร็วที่สุด ฉันจะผ่าตัดเอง”การผ่าตัดครั้งนั้นกินเวลาไปแปดชั่วโมงเต็มเวลาตีสาม ในที่สุดไฟหน้าห้องผ่าตัดก็ดับลงตอนที่หลินเยียนหรันเดินออกมา ใบหน้าของเธอซีดเผือดจนน่าตกใจ บนหน้าผากเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ“การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดีค่ะ”ในที่สุดหัวใจที่แขวนค้

  • ชีวิตที่เคยวาดกรอบเพราะคุณ   บทที่ 14

    ช่วงหลายวันหลังจากนั้น ผมไปที่ไหน หลินเยียนหรันก็ตามไปที่นั่นพักโรงแรมเดียวกัน ไปสถานที่ท่องเที่ยวเดียวกัน แม้แต่กินข้าวก็ยังต้องเป็นร้านเดียวกันผมรู้ดีว่าการเมินเฉยคือการตอบโต้ที่ดีที่สุด จึงถือซะว่าเธอเป็นอากาศธาตุ ถึงเวลาดูวิวก็ดูไป ถึงเวลาถ่ายรูปก็ถ่ายไปทว่าเหลียงเมิ่งอิ๋งกลับทนไม่ไหวอีกต่อไป“คุณอดีตภรรยา” ภายในร้านอาหาร เหลียงเมิ่งอิ๋งวางตะเกียบลงบนโต๊ะ “เธอเป็นสตอล์กเกอร์หรือเปล่าเนี่ย”หลินเยียนหรันไม่แม้แต่จะปรายตามอง เธอคีบปีกไก่อย่างเนิบนาบ เอื้อมข้ามโต๊ะมาใส่ลงในชามของผมท่าทางเป็นธรรมชาติเหมือนเมื่อก่อน ราวกับว่าชีวิตคู่ของเรายังไม่จบ“ฉันออกมาเที่ยวกับสามีตัวเอง จะนับว่าสะกดรอยตามได้ยังไง”เหลียงเมิ่งอิ๋งฉีกยิ้มกว้าง ทว่าในแววตากลับไม่มีรอยยิ้มเลยแม้แต่น้อย“ฉันขอแก้อีกรอบนะ อดีตสามี ไม่ใช่สามี”กลิ่นดินปืนที่ลอยคละคลุ้งในอากาศรุนแรงเกินไปแล้วผมปวดหัวจนต้องนวดขมับ “พวกคุณช่วยเงียบหน่อยได้ไหม”ทั้งสองคนเงียบเสียงลงพร้อมกัน ก่อนจะหันมามองผมเป็นตาเดียวสายตาของหลินเยียนหรันแฝงความน้อยเนื้อต่ำใจอย่างดื้อดึงส่วนสายตาของเหลียงเมิ่งอิ๋งก็ฟ้องชัดเจนว่า “พี่ลองพ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status