Partager

บทที่ 2

สิ้นเสียงปิดประตูดังปัง! ร่างอวบอ้วนของหลิวซินก็ทรุดฮวบนั่งลงไปกองกับพื้นทันที มีดปังตอในมือหล่นกระทบพื้นเสียงดังเคร้ง! ใบหน้าซีดเผือด เหงื่อกาฬแตกพลั่ก หัวเข่าอ่อนเปลี้ยจนแทบยืนไม่อยู่

ไม่ใช่ว่าเธอไม่หวาดกลัวคมมีดหรือท่าทีคุกคามของสามี แต่สัญชาตญาณความเป็นแม่ที่ต้องการปกป้องลูกสาวสุดที่รัก ทำให้เธอต้องฝืนทำใจกล้าลุกขึ้นสู้

"แม่คะ!" หานซูอวี้รีบถลาเข้าไปประคองร่างของมารดา สัมผัสได้ถึงอาการสั่นเทาไปทั้งตัวของผู้เป็นแม่ "แม่ไม่เป็นไรแล้วนะคะ พ่อไปแล้ว" เธอพูดปลอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้หนักแน่นที่สุดเท่าที่เด็กวัยสิบสามจะทำได้

พลางออกแรงพยุงร่างท้วมของมารดาให้ลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล ซึ่งน่าแปลกที่ตัวเธอเองกลับรู้สึกว่าไม่ได้ใช้เรี่ยวแรงมากอย่างที่คิด เด็กหญิงช่วยประคองมารดาเข้าไปในห้องนอนขนาดเล็กเท่าแมวดิ้นตายของตน

ซึ่งเป็นหนึ่งในสองห้องนอนของบ้านหลังนี้ บ้านที่ไม่มีแม้แต่ห้องน้ำหรือห้องอาบน้ำในตัว เวลาจะปลดทุกข์หรือชำระร่างกายพวกเธอต้องเดินออกไปใช้ห้องสุขาและห้องอาบน้ำรวมที่ทางการจัดสรรไว้ให้ในอีกมุมหนึ่งของชุมชน ซึ่งเป็นเรื่องปกติของบ้านเรือนส่วนใหญ่ในยุคนี้

ภายในห้องแคบ ๆ มีเพียงเตียงไม้แทบจะผุพังกับโต๊ะตัวเล็กที่ใช้วางหนังสือ หานซูอวี้ค่อย ๆ ให้แม่นั่งลงบนเตียงแล้วรีบรินน้ำเปล่าในแก้วที่พอจะหาได้ส่งให้

"ดื่มน้ำก่อนนะคะแม่ เดี๋ยวหนูไปปิดประตูบ้านก่อน"

เมื่อเห็นว่าแม่เริ่มสงบลงบ้างแล้วและยอมเอนตัวลงนอนพักผ่อนตามคำเกลี้ยกล่อมของตน หานซูอวี้จึงค่อย ๆ ถอยออกมาปล่อยให้มารดาได้พักจากความตึงเครียดที่เพิ่งผ่านพ้นไป

ทันทีที่อยู่ตามลำพังโลกในหัวของหานซูอวี้ก็หมุนวนกลับไปสู่ภาพแปลกประหลาดที่เธอเห็นตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาอีกครั้ง ภาพโครงสร้างสามมิติ แสงหลากสีมากมาย รวมถึงข้อมูลจำนวนมากที่ไหลผ่านเข้ามาในสมองราวกับคลื่นยักษ์ ความปวดหัวที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เริ่มทุเลาลงแต่ความสับสนยังคงอยู่

ขอยินดีต้อนรับสหายเหอซูอวี้เข้าสู่โลกแห่งระบบการแพทย์ล้ำหน้าและการช่วยเหลือฉุกเฉิน กระผม ซูเซิน หรือสหายจะเรียกว่าเทพซูก็ได้ เพราะผมเป็นเอไออัจฉริยะ ยินดีที่ได้รู้จัก

น้ำเสียงใสแจ๋วคล้ายเด็กที่เธอได้ยินก่อนหน้านี้ดังขึ้นในหัวอีกครั้ง คราวนี้มันทั้งชัดเจนและเป็นมิตรแฝงความเย่อหยิ่งหน่อย ๆ

"ซูเซิน...เทพซู..." หานซูอวี้ทวนชื่อที่ปรากฏขึ้นในหัวซ้ำ ๆ พยายามทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ดวงตาของเด็กหญิงเบิกกว้างขึ้นมองไปยังผนังห้องที่ว่างเปล่าราวกับกำลังมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น

นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน? หลังจากที่เธอถูกรถชน...แล้วตื่นขึ้นมาในร่างตัวเองตอนเด็ก...ตอนนี้ยังมีเสียงเด็กผู้ชายที่อ้างตัวว่าเป็นระบบ AI อัจฉริยะดังอยู่ในหัวอีก หรือว่า...อาการปวดหัวอย่างรุนแรงเมื่อครู่ได้ทำลายสมองของเธอไปแล้ว?

"นี่ฉัน...ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม?" หานซูอวี้ลองหยิกแขนตัวเอง ความเจ็บแปลบจากแขนยืนยันว่าเธอยังคงตื่นอยู่ และเสียงนั้นก็ยังคงชัดเจนในโสตประสาท

ฝัน? ไม่ใช่แน่นอนครับ สหายหานซูอวี้ น้ำเสียงใสแจ๋ว ทว่าแฝงความมั่นใจของซูเซินตอบกลับ

ทุกเรื่องที่สหายเจออยู่ตอนนี้เป็นความจริงล้วน ๆ และผมก็คือระบบช่วยเหลือทางการแพทย์ที่มีความล้ำหน้ามากที่สุดจากอนาคต ที่ถูกส่งมาเพื่อสนับสนุนสหายในการลิขิตชีวิตใหม่ครั้งนี้โดยเฉพาะ พูดง่าย ๆ ก็คือ สหายโชคดีมากที่ได้เจอกับผม ประโยคท้ายของเจ้าตัวเจือความภาคภูมิใจอย่างปิดไม่มิด

หานซูอวี้กลืนน้ำลายฝืดลงคอ ย้อนในสิ่งที่ได้ยิน ระบบ...ช่วยเหลือทางการแพทย์? หมายความว่ายังไง? แล้ว...แล้วคุณ...เธอ...นาย...เข้ามาอยู่ในหัวของฉันได้ยังไง? เด็กหญิงพยายามเรียบเรียงคำพูดสรรพนามที่ใช้เรียกสิ่งที่มองไม่เห็นนี้ช่างสับสนเหลือเกิน

"อย่างที่ผมแนะนำตัวไปแล้ว สหายจะเรียกผมว่าซูเซินหรือเทพซูก็ได้ แล้วแต่สะดวก" ซูเซินกล่าว

ก่อนจะอธิบายที่มาที่ไปของตน สำหรับการที่ผมเข้ามาอยู่ในจิตสำนึกของสหายนั้น เป็นผลสืบเนื่องมาจากพลังงานมหาศาลที่ปลดปล่อยออกมาในวินาทีที่จิตวิญญาณเดิมของสหายกำลังจะแตกดับ ผนวกกับความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะย้อนเวลากลับไปแก้ไขอดีตทำให้เกิดการเชื่อมต่อข้ามมิติและดึงดูดกระผมซึ่งเป็นระบบทดลองที่กำลังล่องลอยอยู่ในห้วงมิติพลังงานให้เข้ามาผสานกับจิตใต้สำนึกของสหายในอดีต...อธิบายแบบนี้สหายพอจะเข้าใจไหมครับ?

หานซูอวี้กะพริบตาปริบ ๆ ถึงจะฟังดูเหมือนนิยายวิทยาศาสตร์หลุดโลกแต่เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ที่เธอเพิ่งย้อนเวลากลับมาได้ การมี AI ในหัวก็อาจจะไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้เสียทีเดียว...กระมัง?

"แล้ว...ที่คุณบอกว่าสนับสนุนฉัน...หมายความว่ายังไง" หานซูอวี้ยังคงถามต่อเพื่อความกระจ่าง

กระผมสามารถเข้าถึงฐานข้อมูลทางการแพทย์ทั้งหมดในอนาคตที่สหายจากมาได้ รวมอีกทั้งยังสามารถวิเคราะห์อาการผู้ป่วย สร้างแบบจำลองสามมิติของอวัยวะภายใน แสดงผลการวินิจฉัย คำนวณปริมาณยาที่เหมาะสม หรือแม้แต่จำลองขั้นตอนการผ่าตัดที่ซับซ้อนให้สหายได้ฝึกฝนในมโนภาพได้อย่างสมจริง ลองดูตัวอย่างนี้นะครับ หากว่าคุณไม่เชื่อ ซูเซิน ขายตัวเองอย่างเต็มที่

สิ้นเสียงของซูเซิน ทันใดนั้นเองภาพสามมิติของโครงกระดูกมนุษย์ขนาดเล็กก็ปรากฏขึ้นในห้วงมโนภาพของเธอ มันหมุนได้รอบทิศทาง

และเมื่อซูเซินสั่ง โครงกระดูกนั้นก็ซูมเข้าไปยังส่วนของกระดูกสันหลังแสดงให้เห็นถึงความโค้งงอที่ผิดปกติเล็กน้อย พร้อมกับมีตัวอักษรและข้อมูลทางการแพทย์ประกอบปรากฏขึ้นเป็นภาษาที่เธออ่านเข้าใจ

นี่คือ...ภาพจำลองสามมิติของสภาวะกระดูกสันหลังคดในระยะเริ่มต้น กระผมสามารถแสดงผลแบบนี้กับอวัยวะทุกส่วนในร่างกาย รวมถึงจำลองการไหลเวียนของเลือด หรือการทำงานของระบบประสาทได้ด้วยนะครับสหาย คุณเห็นหรือยังว่าผมเทพมากแค่ไหน ซูเซินอธิบายด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความภาคภูมิใจในความสามารถของตน

หานซูอวี้จ้องมองภาพตรงหน้าอย่างตกตะลึง นี่มัน...ล้ำหน้าเกินไปแล้ว! ถ้าเธอมีสิ่งนี้อยู่ในหัวจริง ๆ...ชีวิตใหม่ของเธอ...การช่วยเหลือแม่...การเป็นแพทย์อย่างที่เคยนึกฝัน...ทุกอย่างอาจจะไม่ใช่แค่ความฝันอีกต่อไป!

ในระหว่างที่เธอกำลังเรียนรู้อยู่กับระบบ เด็กหญิงก็ได้ยินเสียงกุกกักดังมาจากห้องนอนของตัวเอง

แม่น่าจะตื่นแล้ว เทพซูเอาไว้พวกเราค่อยคุยกันใหม่นะ

ได้เลยครับ เสียงของเทพซูกล่าว ก่อนจะตัดจบลง

และเมื่อหานซูอวี้เปิดประตูเข้าไปในห้องของเธอ เด็กหญิงมองร่างของแม่ที่กำลังนั่งห้อยขาอยู่ข้างเตียงด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งดีใจ โหยหา และคิดถึง

หานซูอวี้ไม่รอช้า เธอกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปกอดร่างอวบอิ่มของมารดาไว้เนิ่นนาน ปล่อยให้ความรู้สึกโหยหาและคิดถึงที่อัดอั้นอยู่เต็มอกได้ปลดปล่อยออกมาอย่างเต็มที่ น้ำตาอุ่น ๆ ไหลซึมอาบแก้มอย่างสุดจะกลั้น แต่ถึงอย่างนั้นแววตาของเธอกลับฉายประกายมุ่งมั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

"เกิดอะไรขึ้น ใครรังแกลูกหรือว่าไอ้เลวนั้นกลับมาตีลูกกัน" หลิวซินถามขึ้นด้วยความตกใจ และกล่าวโทษตัวเองที่ไม่น่าแต่งงานกับคนแบบนี้ หล่อนไม่น่าหลงเชื่อคำพูดของแม่สื่อคนนั้นเลยจริง ๆ

"ไม่มีอะไรค่ะแม่ หนูแค่คิดถึงแม่เท่านั้นเอง" น้ำเสียงเจือเสียงสะอื้นของลูกสาวทำให้หลิวซินรู้สึกมึนงง

"คิดถึงอะไรกัน ไม่ใช่ว่าเราก็อยู่ด้วยกันทุกวันหรอกหรือ" คนเป็นแม่ตอบพร้อมรอยยิ้มอย่างเอ็นดู

หานซูอวี้เงยหน้ามองใบหน้าที่คล้ำแดดจากการทำงานหนักด้วยดวงตาบวมช้ำจากการร้องไห้ ก่อนที่เธอจะตัดสินใจพูดในสิ่งที่ต้องทำให้ผู้ให้กำเนิดต้องตกใจออกมาอีกคำรบ

"แม่คะ...ฟังหนูนะ" น้ำเสียงของเธอจริงจังเกินวัย "เราอยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้วค่ะ...แม่ต้องหย่ากับพ่อนะคะ"

"ซู...ซูอวี้? ลู...ลูกพูดอะไรน่ะ หย่าหรือ? ทำไม...พ่อเขาแค่...แค่โมโหไปหน่อยเท่านั้นเอง เดี๋ยวเขาก็หาย" น้ำเสียงของหลิวซินสั่นเครือ

หล่อนพยายามหาเหตุผลเข้าข้างสามีอย่างที่เคยทำมาตลอดชีวิต เนื่องจากเธอเองก็รู้ดีว่าการเป็นแม่หม้ายในยุคสมัยนี้จะมีแต่คำครหา อีกทั้งลูกสาวของเธอล่ะจะเป็นอย่างไร

"ไม่ค่ะแม่!" หานซูอวี้ส่ายหน้าจนผมของเธอไหวสั่น แววตาของเธอฉายชัดถึงความเจ็บปวดที่เคยประสบพบเจอมาในอดีตชาติ

"พ่อเขาไม่ได้แค่โมโหค่ะแม่ ที่ผ่านมาแม่ยังเจ็บปวดไม่พออีกหรือคะ? ที่พ่อเขาทำร้ายแม่ ด่าทอแม่เหมือนไม่ใช่คน...มันไม่ใช่เรื่องปกติเลยนะคะ!"

หลิวซินน้ำตาคลอหน่วย "แต่...แต่ถ้าเราหย่ากัน...แล้วเราจะไปอยู่ที่ไหนกันล่ะลูก? แม่...แม่จะเอาเงินที่ไหนมาเลี้ยงหนู..." ความกังวลฉายชัดในแววตาของผู้หญิงคนหนึ่งที่เคยชินกับการพึ่งพาสามีมาตลอด แม้ว่าการพึ่งพานั้นจะแลกมาด้วยความทุกข์ทรมานก็ตาม

"พ่อเขา...เขาอาจจะไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้นก็ได้นะลูก บางที...ถ้าแม่พยายามอีกหน่อย..."

"แม่คะ!" หานซูอวี้จับมือที่เย็นชืดของมารดามากุมไว้แน่น "แม่ยังไม่เข้าใจอีกหรือคะ? ที่พ่อทำกับเราแบบนี้...ที่เขาโทษแม่ทุกอย่าง...ก็เพราะเขามีคนอื่น! เขามีผู้หญิงคนใหม่ของเขาแล้วค่ะแม่!"

"ไม่จริง!" หลิวซินร้องออกมาเสียงหลง "พ่อเขาไม่ทำแบบนั้นหรอก! เขา...เขารักแม่กับลูกนะ"

"รักหรือคะแม่?" หานซูอวี้เค้นเสียงถามดวงตาแดงก่ำ "รักแบบไหนที่วัน ๆ เอาแต่กินเหล้า เล่นการพนัน ไม่เคยดูแลครอบครัว แถมยังโทษว่าแม่ผิดที่ไม่มีลูกชายให้เขา! แม่รู้ไหมคะว่านั่นคือเหตุผลที่เขาอ้างเพื่อไปมีคนอื่น! ผู้หญิงคนนั้น...หนูรู้ว่าเขาซ่อนผู้หญิงคนนั้นไว้ที่ไหน"

คำพูดของลูกสาวเหมือนคมมีดกรีดลึกลงไปในหัวใจของหลิวซิน เธอส่ายหน้าไปมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ แต่ลึก ๆ แล้ว...บางทีเธออาจจะเคยระแคะระคายมาบ้าง เพียงแต่ไม่กล้ายอมรับความจริง

หานซูอวี้เห็นแม่ยังคงลังเลและสับสน เธอจึงตัดสินใจใช้ไพ่ใบสุดท้าย แม้รู้ว่ามันอาจจะทำให้แม่ตกใจและยากจะทำใจก็ตาม

"แม่คะ...ฟังหนูให้ดีนะ...ถ้าแม่ยังทนอยู่กับพ่อต่อไป...ชีวิตของแม่จะยิ่งเลวร้ายกว่านี้อีก หนูรู้...หนูเห็นมันมาแล้ว..." น้ำเสียงของเธอสั่นเครือแต่แฝงไปด้วยความหนักแน่น

"อีกไม่นาน...ประมาณปีหน้า...แม่จะป่วยหนักเพราะท้องนอกมดลูกจากการทำงานหนักและความเครียดสะสม แล้วพ่อ...พ่อเขาก็จะทุบตีแม่จนปางตาย...หนูจะไม่ยอมให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นกับแม่อีกเด็ดขาด! ไม่ยอมเด็ดขาด!"

เด็กหญิงวัยสิบสามปีประกาศกร้าว ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความเจ็บปวดจากอดีตชาติที่ฉายชัดออกมาจนหลิวซินสัมผัสได้ถึงความจริงจังและความตั้งใจอันแรงกล้าของลูกสาวคนนี้...ลูกสาวที่ดูเหมือนจะเติบโตและเปลี่ยนแปลงไปจนเธอแทบจำไม่ได้ภายในชั่วเวลาไม่นาน

(นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน) หลิวซินถามตัวเองอย่างไม่อาจหาคำตอบได้
Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 322

    กลับมายังปัจจุบัน "ในตอนนั้นแม่เล่าว่า...เธอยิ้มออกมาทั้งน้ำตาทีเดียวค่ะ ให้กับคำพูดของเพื่อนรักที่ตัวเองก็ท้องแก่ใกล้จะคลอดแต่ก็ยังมาเยี่ยมตัวเอง และหลังจากนั้นแม่บุญธรรมก็มักจะนำสิ่งของรวมถึงเงินเท่าที่หล่อนจะแบ่งได้มาให้ฉันอยู่ตลอด จนกระทั่งเธอมีลูกคนที่สองและฉันเริ่มโตขึ้นและแม่หาเงิ

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 321

    หลายปีผ่านไป...หลังจากที่เปลวไฟแห่งโศกนาฏกรรมได้มอดดับลง และบาดแผลทั้งหมดได้รับการเยียวยาด้วยกาลเวลาและมิตรภาพภายในเรือนสี่ประสานในบ่ายวันหยุดสุดสัปดาห์ที่แสนจะสงบสุข... เสียงหัวเราะของเด็กแฝดชายหญิงที่ได้เติบโตขึ้นมากกำลังวิ่งเล่นอยู่ในสวน...คือบทเพลงที่ไพเราะที่สุดของบ้านหลังนี้และในวั

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 320

    "หวงจิง! ดูหวังเฉียง! เขามีแผลไฟไหม้รุนแรง!" "อู๋ถิง! ดูจ้าวลี่! ระวังเรื่องบาดเจ็บที่ศีรษะและกระดูกสันหลัง!" ทั้งหวงจิงและอู๋ถิงทำงานกันอย่างคล่องแคล่วแม้ว่าจะตกตะลึงกับอาการของเพื่อน ทว่ามือของพวกเขาก็ทำงานไม่หยุด หลังตัดชุดดับเพลิงที่เสียหายออกและประเมินบาดแผลรวมถึงเปิดเส้นเลือดให้สาร

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 319

    "ทุกคน! สวมหน้ากากป้องกันสารพิษ! ห้ามถอดออกเด็ดขาด!" เสียงที่เด็ดขาดของเกาซูอวี้ดังขึ้นเป็นคำสั่งแรก...เธอรู้ดีว่าควันที่มองเห็นตรงหน้านั้น...เต็มไปด้วยสารเคมีอันตราย ทีมแพทย์ภาคสนามทั้งหมดรีบสวมหน้ากากป้องกันอย่างรวดเร็ว...ก่อนที่พวกเขาจะพุ่งตัวเข้าไปในความโกลาหลเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยภ

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 318

    หวงจิงและอู๋ถิงมองหน้ากัน...ก่อนจะพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียง...ซึ่งพวกเขาคือผู้ที่เหมาะสมมากที่สุด "ฉันจะไป" "ฉันไปด้วย" และในตอนนี้การตัดสินใจที่กล้าหาญเป็นอย่างมาก...ได้เกิดขึ้นแล้วโดยที่พวกเขาทั้งหมดไม่ได้รู้เลยว่า...การรวมตัวกันครั้งนี้จะเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับสหายของพวกเขาต้องเผชิญ

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 317

    กลางดึกสงัดของกรุงปักกิ่ง...ท่ามกลางการหลับใหลของผู้คน ฉับพลันในวินาทีนั้นได้มีเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดดังขึ้นกึกก้อง...ทำลายความเงียบของสถานีดับเพลิงในเขตชานเมือง หวังเฉียงกับจ้าวลี่...สองสหายนักดับเพลิง...กระโจนออกจากเตียงพักผ่อน...แล้วรูดเสาลงมายังชั้นล่างด้วยความเร็วสูงสุดพวกเข

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 166

    เมื่อเธอเดินออกมาจากตู้โทรศัพท์ เธอก็ต้องแปลกใจเมื่อเห็นว่าเพื่อน ๆ ทั้งถังเยว่ฉี หวงจิง อู๋ถิง หยางเทียนและโจวเทา...ยังคงยืนรอเธออยู่กันพร้อมหน้า "อ้าว...ทำไมพวกนายยังไม่ไปเข้าเรียนกันอีกล่ะ" เธอถามออกมาอย่างประหลาดใจ "พี่ใหญ่...คุณน้าหลิวว่ายังไงบ้าง" ถังเยว่ฉีเอ่ยถามขึ้นด้

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 165

    "ทุกคน...ทำได้ดีมากวันนี้" เธอกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนลง "กลับไปพักผ่อน...พรุ่งนี้เรายังมีกิจกรรมของมหาวิทยาลัยต่อ" คำพูดที่เรียบง่ายของเธอเป็นเหมือนสัญญาณที่ปลดปล่อยทุกคนออกจากภวังค์...ใช่แล้ว...สงครามเฉพาะหน้าจบลงแล้ว...พวกเขาต้องกลับไปสู่ชีวิตปกติ ไม่มีใครพูดอะไรต่อ.

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 164

    ที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาล PUMC...เตียงของเด็กชายตัวน้อยถูกเข็นเข้ามาในห้องผู้ป่วยฉุกเฉินเป็นรายแรก ๆ ท่ามกลางความงุนงงของทีมแพทย์และพยาบาลที่เข้าเวรอยู่ เพราะจากสภาพภายนอกเขาดูเป็นผู้ป่วยโซนสีเขียวที่บาดเจ็บน้อยที่สุด ศาสตราจารย์ฉินโม่ ซึ่งลงมาช่วยดูแลสถานการณ์อุบัติเหตุหมู่ด้วยตัวเอง เ

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 163

    ซ่งอวิ๋นเซิงรับมันมาโดยไม่มีคำถาม เขารู้ดีว่านี่คือการช่วยชีวิตที่แข่งกับเวลา!...และในขณะที่เกาซูอวี้กำลังดูชายหนุ่มทำการเจาะระบายลมให้กับผู้เป็นแม่นั้นเอง...เสียงของเทพซูก็ได้ดังแทรกขึ้นมาในหัวของเธออีกครั้ง! 'สหาย! เด็กคนนั้นกำลังอยู่ในภาวะอันตราย!' เกาซูอวี้หันขวับไปมองเด็กช

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status