공유

บทที่ 3

เมื่อหานซูอวี้เห็นท่าทางของแม่ เธอจึงคิดว่าควรจะพิสูจน์ความจริงเรื่องของพ่อเลวออกมา ไม่อย่างนั้นหายนะต่าง ๆ ที่เคยเกิดขึ้นเห็นทีว่าคงจะวนกลับมาอีกครั้งเป็นแน่

หลิวซินยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเตียงเก่าซอมซ่อ ดวงตาบวมช้ำจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างเลื่อนลอย แม้คำพูดของลูกสาวจะกรีดลึกลงไปในใจ แต่ความหวาดกลัวต่อการเปลี่ยนแปลงและความไม่เชื่อว่าสามีจะเลวร้ายถึงเพียงนั้นยังคงเกาะกินจิตใจของเธออยู่

หานซูอวี้มองท่าทางของมารดาแล้วถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เธอรู้ดีว่าแค่คำพูดคงยากที่จะทลายกำแพงความหวัง ลม ๆ แล้ง ๆ ที่แม่สร้างขึ้นมาปกป้องตัวเองตลอดหลายปีที่ผ่านมาได้ บางที...อาจจะต้องใช้ยาแรงกว่านี้

"แม่คะ" เด็กหญิงเดินเข้าไปกุมมือมารดาอีกครั้ง "ถ้าแม่ยังไม่เชื่อหนู...ถ้าแม่ยังคิดว่าพ่อเขาเป็นคนดี...แม่กล้าไปพิสูจน์ความจริงกับหนูไหมคะ?"

หลิวซินหันมามองลูกสาวด้วยแววตาสั่นไหว "พิสูจน์? พิสูจน์อะไรกันลูก?"

"ความจริง...เกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นของพ่อค่ะ" หานซูอวี้ตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเกินวัย ดวงตาจับจ้องมารดาอย่างรอคอย

"หนูรู้ว่าเขาเช่าบ้านให้ผู้หญิงคนนั้นที่ไหน...และหนูอยากให้แม่ไปเห็นด้วยตาตัวเอง ว่าพ่อเขาดูแลผู้หญิงคนนั้นดีกว่าดูแลแม่กับหนูมากแค่ไหน!"

คำพูดนั้นทำให้หลิวซินอึ้งไป เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าลูกสาวตัวน้อยจะรับรู้เรื่องราวได้ลึกซึ้งถึงเพียงนี้ หรือนี่จะเป็นเพียงจินตนาการของเด็กที่หวาดกลัว? แต่แววตาที่มุ่งมั่นและจริงจังของหานซูอวี้ทำให้เธอเริ่มลังเล

"ไปกับหนูนะคะแม่" หานซูอวี้บีบมือมารดาแน่นขึ้น ที่เธอมั่นใจมากเช่นนี้นั่นเป็นเพราะชาติก่อนเธอจำได้ดีว่าพอแม่รู้ว่าพอซุกเมียน้อยไว้ที่ไหนหล่อนก็ตามมาอาละวาด

"แค่ไปดูให้เห็นกับตา...แล้วแม่ค่อยตัดสินใจอีกครั้งว่าจะเชื่อใคร" ในที่สุดหลิวซินก็พยักหน้าลงอย่างหมดแรงจะขัดขืน บางทีการได้เห็นความจริงอันโหดร้ายอาจจะดีกว่าการจมอยู่กับความหลอกลวงไปวัน ๆ

สองแม่ลูกพากันเดินออกจากบ้านพักสวัสดิการของโรงงานผ้าที่ซอมซ่อและอับทึบ หานซูอวี้ในร่างเด็กหญิงอายุสิบสามปีเดินนำหน้าอย่างกระฉับกระเฉง

พาแม่ลัดเลาะไปตามตรอกซอยที่เธอคุ้นเคยจากความทรงจำ จนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าบ้านเช่าสองชั้นหลังหนึ่งในย่านที่ไม่ไกลจากใจกลางเมืองนัก

บ้านหลังนั้นดูใหม่และสะอาดสะอ้านกว่าบ้านพักคนงานที่พวกเธออยู่ลิบลับ ประตูหน้าต่างทาสีสันสดใส มีกระถางดอกไม้เล็ก ๆ ประดับอยู่ริมหน้าต่าง แม้จะเป็นเพียงบ้านเช่าแต่ก็เห็นได้ชัดว่าได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดี

หัวใจของหลิวซินเริ่มเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ขาของเธอหนักอึ้งจนแทบก้าวไม่ออก

"นะ...นั่นใช่ไหมลูก?" เธอถามเสียงสั่น

หานซูอวี้ไม่ตอบแต่จูงมือแม่ให้เดินเข้าไปใกล้พุ่มไม้เตี้ย ๆ ของบ้านหลังนั้นอีกนิด และแล้ว...ภาพที่หลิวซินไม่ อยากจะเชื่อสายตาที่สุดก็ปรากฏขึ้น

หญิงสาวหน้าตาสะสวยรูปร่างอ้อนแอ้นในชุดกระโปรงสีสดใสกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ที่ระเบียงชั้นบนของบ้านหลังนั้นอย่างมีความสุข

ใบหน้าของเธอยิ้มแย้มดูผ่อนคลาย...และที่สำคัญบนราวตากผ้าใกล้ ๆ กันนั้น มีเสื้อเชิ้ตทำงานของผู้ชายแขวนอยู่เสื้อเชิ้ตที่หลิวซินจำได้แม่นว่าเป็นของหานจินสามีของเธอ! ภาพตรงหน้านั้นเหมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงกลางใจของ หลิวซินเข้าอย่างจัง

ความหวังสุดท้ายที่เคยมีว่าสามีอาจจะไม่ได้เลวร้ายถึงขนาดนั้นพังทลายลงในพริบตา น้ำตาแห่งความเจ็บปวดและความรู้สึกเหมือนถูกทรยศไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย ร่างของเธอโงนเงนจนแทบจะล้มลงถ้าไม่ได้หานซูอวี้คอยประคองไว้

"แม่เห็นแล้วใช่ไหมคะ..." หานซูอวี้พูดเสียงเบาแต่แสดงเจตจำนงอย่างแน่วแน่ "นี่คือสิ่งที่พ่อทำกับเรา...นี่คือเหตุผลที่แม่ต้องเลือกทางเดินใหม่ให้ตัวเองกับหนู"

หลิวซินทรุดตัวลงร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ตรงนั้น ปล่อยให้ความเจ็บปวดทั้งหมดถาโถมเข้าใส่ ภาพความสุขของหญิงอื่นในบ้านที่ควรจะเป็นของเธอและลูกมันชัดเจนเกินกว่าจะหลอกตัวเองได้อีกต่อไป...

ทางด้านหานจินหลังเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกมาจากบ้านพักคนงานซอมซ่อหลังนั้นในอกยังคุกรุ่นไปด้วยความโมโหไม่หาย นังหลิวซิน! ผู้หญิงที่เคยหัวอ่อนว่านอนสอนง่ายมาตลอด วันนี้กลับกล้าแข็งข้อถึงกับเอาของมีคมมาขู่เขา! ช่างไม่เจียมตัวเอาเสียเลย!

แต่ครู่เดียวความหงุดหงิดของชายหนุ่มก็ค่อย ๆ เลือนหายไปเมื่อความคิดของเขาล่องลอยไปถึงถงเหม่ยลี่ยอดรักคนใหม่ ใบหน้าอ่อนหวาน รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น และคำพูดเอาอกเอาใจของหล่อน ทำให้เขารู้สึกเหมือนได้ขึ้นสวรรค์ผิดกับนังอ้วนที่บ้านลิบลับ

วันนี้เขาตั้งใจว่าจะไม่กลับไปนอนที่บ้านนั่นอีกแล้ว หลังจากที่ทะเลาะกันรุนแรง หานจินมุ่งหน้าตรงไปยังสหกรณ์ร้านค้าของโรงงาน เลือกซื้อเนื้อหมูสามชั้นอย่างดีและของสดอีกสองสามอย่างตั้งใจว่าจะเอาไปทำอาหารอร่อย ๆ ให้ถงเหม่ยหลี่กิน

และจะค้างคืนที่บ้านเช่าแสนสุขของพวกเขาสักสองสามวันให้สมกับที่อารมณ์เสียมาทั้งวัน โดยหารู้ไม่ว่าในขณะที่เขากำลังวาดฝันถึงความสุขสบายอยู่เบื้องหน้านั้น ชีวิตครอบครัวที่เขาทอดทิ้งกำลังจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล

เมื่อหานซูอวี้พาแม่กลับมาถึงห้องพักอย่างเงียบเชียบ หลิวซินผู้ซึ่งดวงตาแดงก่ำแต่แฝงแววเด็ดเดี่ยวก็ทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้ขาโยกเยกข้างโต๊ะเขียนหนังสือโดยมีลูกสาวนั่งลงเคียงข้าง

"แม่..." หลิวซินเอ่ยขึ้นเสียงเครือ "แม่จะหย่า...แม่จะไม่ทนอีกต่อไปแล้ว"

หานซูอวี้ยิ้มบาง ในที่สุด...แม่ของเธอก็ตัดสินใจได้เสียที "ดีแล้วค่ะแม่ หนูจะช่วยแม่เอง"

เด็กหญิงลุกขึ้นเดินไปหยิบกระดาษและดินสอจากกระเป๋านักเรียนใบเก่าออกมาวางตรงหน้าของมารดา

"แม่เขียนเลยค่ะ เขียนคำขอหย่า บอกเหตุผลไปตามความจริงแล้วยื่นเงื่อนไขให้พ่อเขา"

หลิวซินมองหน้าลูกสาวอย่างไม่แน่ใจ "เงื่อนไข? เงื่อนไขอะไรกันลูก?"

"เงื่อนไขที่ว่า...ถ้าเขาไม่ยอมหย่าดี ๆ และไม่ยอมจ่ายค่าเลี้ยงดูหนูตามสมควร" หานซูอวี้พูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นเกินวัย ดวงตาฉายแววคมกล้า

"เรื่องที่พ่อมีชู้จะถูกรายงานไปยังหน่วยงานของโรงงาน และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดค่ะ!" หานซูอวี้เว้นไว้ถึงเรื่องเกี่ยวกับการทุจริตของชายคนนั้นเอาไว้ก่อน ทั้งนี้หล่อนกลัวว่าหากยังหนีไปไม่ไกลพ่อเลวอาจจะมาทำร้ายเธอกับแม่ได้

หลิวซินเบิกตากว้าง "ซูอวี้! ลูกจะทำอย่างนั้นจริง ๆ เหรอ? มะ...มันร้ายแรงมากเลยนะลูก" ในยุคสมัยนี้เรื่องอื้อฉาวในที่ทำงาน โดยเฉพาะเรื่องชู้สาวถือเป็นเรื่องร้ายแรงอย่างมาก หากถูกเปิดโปงขึ้นมาไม่เพียงแต่จะถูกไล่ออกจากงาน แต่อาจจะถูกลงโทษทางวินัยอย่างหนัก ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงไปทั้งตระกูล

"แล้วที่พ่อทำกับแม่กับหนู มันไม่ร้ายแรงหรือคะ?" หานซูอวี้สวนกลับทันควัน "ถ้าเราไม่ทำให้เขาหวาดกลัวบ้าง เขาจะยอมปล่อยเราไปง่าย ๆ หรือคะ? แม่เชื่อหนูเถอะค่ะ นี่เป็นทางเดียวที่เราจะหลุดพ้นจากเขาได้จริง ๆ และเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเรา"

แววตาที่มุ่งมั่นและเหตุผลที่เฉียบคมของลูกสาว ทำให้หลิวซินที่กำลังใจสลายค่อย ๆ มองเห็นแสงสว่างรำไร เธอสูดหายใจเข้าลึก หยิบดินสอขึ้นมาด้วยมือที่ยังสั่นเทา แต่ในใจกลับเริ่มมีความหวัง...ความหวังที่จะได้มีชีวิตที่ดีขึ้นเสียที โดยมีลูกสาวคนนี้คอยชี้นำอยู่เคียงข้าง

สองวันต่อมา เมื่อหลิวจินกลับมาถึงบ้านเขาก็พบบรรยากาศเงียบงันผิดปกติ อีกทั้งไม่มีเสียงถามไถ่จากภรรยาอย่างที่ควรเป็น

"มาแล้วก็ดี" หลิวซินพูดเสียงดัง ท่วงท่าของหล่อนตอนนี้ไม่มีความลังเลในการหย่าขาดจากผู้ชายเลวคนนี้อีกแล้ว ทั้งนี้เป็นเพราะตลอดสองวันที่ผ่านมาหล่อนเห็นมาแล้วว่าผู้ชายคนนี้ทำอย่างไรกับชู้รักของเขา

"พวกเรามาหย่ากันเถอะ" คำกล่าวของหลิวซินทำให้หานจินผงะไปอย่างไม่อยากเชื่อหู

"เธอเป็นบ้าไปแล้วเหรอ" เขาตวาดแกมเยาะ เพราะรู้ดีว่าภรรยาของตนไม่มีงานทำเป็นหลักแหล่งอาศัยเพียงปะชุนเสื้อผ้าไปวัน ๆ

"ถ้าอยากหย่าก็ได้นะ" เขาพูดขึ้นอย่างเหนือกว่า

"ก็ดี ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปหย่ากันวันนี้เลย แต่ฉันมีข้อแม้" ประโยคต่อมาของหลิวซินทำให้หานจินคิดอย่างเย้ยหยัน (นั่นไง! ว่าแล้วคงจะเรียกร้องความสนใจละสินังอ้วน)

"ว่ามา" เขาก้าวเท้าเข้ามานั่งไขว่ห้างบนเก้าอี้ กระดิกเท้าไปมารอดูว่าหลิวซินจะพูดอะไร

이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 322

    กลับมายังปัจจุบัน "ในตอนนั้นแม่เล่าว่า...เธอยิ้มออกมาทั้งน้ำตาทีเดียวค่ะ ให้กับคำพูดของเพื่อนรักที่ตัวเองก็ท้องแก่ใกล้จะคลอดแต่ก็ยังมาเยี่ยมตัวเอง และหลังจากนั้นแม่บุญธรรมก็มักจะนำสิ่งของรวมถึงเงินเท่าที่หล่อนจะแบ่งได้มาให้ฉันอยู่ตลอด จนกระทั่งเธอมีลูกคนที่สองและฉันเริ่มโตขึ้นและแม่หาเงิ

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 321

    หลายปีผ่านไป...หลังจากที่เปลวไฟแห่งโศกนาฏกรรมได้มอดดับลง และบาดแผลทั้งหมดได้รับการเยียวยาด้วยกาลเวลาและมิตรภาพภายในเรือนสี่ประสานในบ่ายวันหยุดสุดสัปดาห์ที่แสนจะสงบสุข... เสียงหัวเราะของเด็กแฝดชายหญิงที่ได้เติบโตขึ้นมากกำลังวิ่งเล่นอยู่ในสวน...คือบทเพลงที่ไพเราะที่สุดของบ้านหลังนี้และในวั

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 320

    "หวงจิง! ดูหวังเฉียง! เขามีแผลไฟไหม้รุนแรง!" "อู๋ถิง! ดูจ้าวลี่! ระวังเรื่องบาดเจ็บที่ศีรษะและกระดูกสันหลัง!" ทั้งหวงจิงและอู๋ถิงทำงานกันอย่างคล่องแคล่วแม้ว่าจะตกตะลึงกับอาการของเพื่อน ทว่ามือของพวกเขาก็ทำงานไม่หยุด หลังตัดชุดดับเพลิงที่เสียหายออกและประเมินบาดแผลรวมถึงเปิดเส้นเลือดให้สาร

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 319

    "ทุกคน! สวมหน้ากากป้องกันสารพิษ! ห้ามถอดออกเด็ดขาด!" เสียงที่เด็ดขาดของเกาซูอวี้ดังขึ้นเป็นคำสั่งแรก...เธอรู้ดีว่าควันที่มองเห็นตรงหน้านั้น...เต็มไปด้วยสารเคมีอันตราย ทีมแพทย์ภาคสนามทั้งหมดรีบสวมหน้ากากป้องกันอย่างรวดเร็ว...ก่อนที่พวกเขาจะพุ่งตัวเข้าไปในความโกลาหลเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยภ

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 318

    หวงจิงและอู๋ถิงมองหน้ากัน...ก่อนจะพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียง...ซึ่งพวกเขาคือผู้ที่เหมาะสมมากที่สุด "ฉันจะไป" "ฉันไปด้วย" และในตอนนี้การตัดสินใจที่กล้าหาญเป็นอย่างมาก...ได้เกิดขึ้นแล้วโดยที่พวกเขาทั้งหมดไม่ได้รู้เลยว่า...การรวมตัวกันครั้งนี้จะเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับสหายของพวกเขาต้องเผชิญ

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 317

    กลางดึกสงัดของกรุงปักกิ่ง...ท่ามกลางการหลับใหลของผู้คน ฉับพลันในวินาทีนั้นได้มีเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดดังขึ้นกึกก้อง...ทำลายความเงียบของสถานีดับเพลิงในเขตชานเมือง หวังเฉียงกับจ้าวลี่...สองสหายนักดับเพลิง...กระโจนออกจากเตียงพักผ่อน...แล้วรูดเสาลงมายังชั้นล่างด้วยความเร็วสูงสุดพวกเข

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 79

    5 ต่อ 0 ทั้งสนามเงียบกริบไปชั่วขณะ...ก่อนที่เสียงเชียร์และเสียงปรบมือจะดังกึกก้องขึ้นมา! โดยที่กลุ่มอันธพาลได้แต่ยืนนิ่งแข็งทื่อด้วยความอัปยศอดสู เกาซูอวี้เดินไปหยิบลูกบาสขึ้นมาอย่างใจเย็น เธอไม่ได้พูดจาเยาะเย้ยหรือแสดงท่าทีดีใจอะไร เธอเพียงแค่เดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าหัวหน้ากลุ่

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 78

    คำประกาศท้าทายที่เด็ดเดี่ยวของเกาซูอวี้ทำให้กลุ่มนักเรียนเทคนิคถึงกับนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ ก่อนที่พวกมันจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอีกคำรบ "ฮ่า ๆ ๆ! นี่น้องสาวจะบ้าเหรอ? ให้ฉันแข่งบาสตัวต่อตัวกับผู้หญิงน่ะนะ!?" หัวหน้ากลุ่มพูดพลางปาดเหงื่อที่หน้าผาก "เดี๋ยวก็ได้ร้องไห้ขี้มูกโป่งกลับไปฟ้องแม่หร

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 77

    เกาซูอวี้ไม่ได้เสียเวลาถามไถ่ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลยแม้แต่น้อย เพราะในหัวของเธอมีข้อมูลทั้งหมดจากเทพซูอยู่แล้ว "เดี๋ยวฉันขี่เอง" เธอพูดก่อนที่ถังเยว่ฉีจะลงมาเป็นฝ่ายนั่งซ้อนท้ายอย่างไม่ลังเล หลังจากนั้นเกาซูอวี้ก็ออกแรงถีบจักรยานพุ่งทะยานไปข้างหน้าด้วยความเร็วจนน่าตกใจ! แร

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 76

    บ่ายวันหนึ่งหลังเลิกเรียนซึ่งเป็นวันหยุดติวของระดับชั้นมัธยมปลาย...ที่ห้องเสื้อซูซินซึ่งตอนนี้กิจการกำลังไปได้ด้วยดีและเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น เกาซูอวี้กำลังง่วนอยู่กับการช่วยแม่บุญธรรมจัดดิสเพลย์หน้าร้านใหม่ เนื่องจากในตอนนี้บริเวณมุมหนึ่งของร้านได้ถูกต่อเติมให้เป็นซาลอนทำผมขนาดเล็กขอ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status