공유

บทที่ 6

เสียงปิดประตูดังปัง! สะท้อนถึงอารมณ์เดือดดาลของหานจินที่เพิ่งผลุนผลันออกไปจากบ้าน ทิ้งไว้เพียงความเงียบที่หนักอึ้งและบรรยากาศอึดอัดที่ยังคงอบอวลอยู่ภายในบ้านพักคนงานแสนซอมซ่อ

หลิวซินยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อยจากความตึงเครียดที่เพิ่งผ่านพ้นไป แต่แววตาของเธอกลับไม่ได้มีแต่ความหวาดกลัวอีกต่อไปแล้ว มันฉายประกายแห่งความเด็ดเดี่ยวและความหวังที่เพิ่งจะถูกจุดขึ้นมา

หานซูอวี้เดินเข้ามาจับมือมารดาอย่างแผ่วเบา "แม่คะ..."

หลิวซินหันมามองหน้าลูกสาว ก่อนจะพยักหน้าให้เธอ "เรา...ไปกันเถอะลูก"

ไม่ต้องมีคำพูดใด ๆ อีก สองแม่ลูกต่างก็รู้ดีว่าพวกเธอไม่สามารถอยู่ที่นี่ได้อีกต่อไปแม้แต่วินาทีเดียว ทั้งคู่ต่างเริ่มเก็บข้าวของที่เป็นของตนเองอย่างรวดเร็ว

ซึ่งของมีค่าในบ้านหลังนี้แทบจะไม่มีอยู่แล้ว มีเพียงเสื้อผ้าเก่าไม่กี่ชุด รูปถ่ายขาวดำของคุณตาคุณยาย และที่สำคัญที่สุดคือจักรเย็บผ้าคู่ใจของหลิวซินซึ่งเป็นเครื่องมือทำมาหากินเพียงชิ้นเดียวของเธอ

"แม่ติดต่อ...น้าลี่ฮวาของลูกไปแล้วนะ" หลิวซินเอ่ยขึ้นขณะที่กำลังพับเสื้อผ้าใส่หีบไม้ค่อนข้างเก่า

"แม่ใช้โทรศัพท์สาธารณะที่ตลาดโทรไปหาหล่อนตามเบอร์ที่เคยให้ไว้ในจดหมายฉบับล่าสุด"

หานซูอวี้ชะงักมือหลังได้ยินคำพูดนี้ที่แม่ของเธอกล้าตัดสินใจด้วยตัวเอง เด็กหญิงหันมามองมารดาด้วยความประหลาดใจระคนดีใจ

"จริงเหรอคะแม่! แล้ว...แล้วแม่บุญธรรมว่ายังไงบ้างคะ?"

"หล่อนก็ดีใจมากนะสิ ที่แม่โทรไป" หลิวซินยิ้มออกมาทั้งน้ำตาเป็นครั้งแรก "พอแม่เล่าเรื่องของเราคร่าว ๆ เธอก็รีบบอกให้เราไปหาที่หนานจิงทันที พร้อมยังบอกว่าไม่ต้องห่วงเรื่องที่พัก สามีของหล่อน...พ่อบุญธรรมของลูกน่ะเป็นหมออยู่ในกองทัพ ฐานะทางบ้านค่อนข้างดีกว่าเรามาก เขามีห้องว่างให้เราสองแม่ลูกอยู่ได้สบาย ๆ เลย แม่ก็เลยคิดว่าระยะแรกอาจจะต้องพึ่งพาครอบครัวของแม่บุญธรรมของลูกไปก่อน"

คำพูดของมารดาทำให้หานซูอวี้รู้สึกโล่งใจอย่างที่สุด ในที่สุด...พวกเธอก็มีที่ไปที่ปลอดภัยแล้ว

"ดีเลยค่ะแม่ งั้นเรารีบไปกันเถอะค่ะ"

เด็กหญิงช่วยแม่เก็บของอย่างขะมักเขม้น เมื่อถึงตอนที่จะต้องยกหีบไม้ที่ใส่เสื้อผ้าจนเต็มแน่น ซึ่งปกติแล้วหลิวซินจะต้องใช้แรงอย่างมากกว่าจะขยับมันได้ หานซูอวี้กลับพูดขึ้นว่า

"เดี๋ยวหนูช่วยยกเองค่ะแม่"

ว่าแล้วเด็กหญิงวัยสิบสามปีก็ออกแรงยกหีบไม้นั้นขึ้นมาอย่างง่ายดายจนน่าตกใจ ความหนักอึ้งที่ควรจะมีกลับรู้สึกเบาโหวงในมือของเธอ หลิวซินมองภาพนั้นด้วยความทึ่งระคนสับสน

"ซูอวี้! ลูก...ไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนเยอะแยะขนาดนั้น!"

หานซูอวี้เองก็ชะงักไปเช่นกัน เธอรู้สึกได้ว่าตัวเองใช้แรงไปไม่มากนักแต่หีบก็ลอยขึ้นมาแล้ว "คงเพราะหนูตกใจมั้งคะแม่ เลยมีแรงเยอะเป็นพิเศษ แม่รีบเข็นจักรเย็บผ้ามาเถอะค่ะ หรือว่าจะให้หนูจัดการเองดี"

"ไม่เป็นไรลูก เรื่องจักรเดี๋ยวแม่จัดการเอง" คนเป็นแม่ปฏิเสธ หลังจากนั้นสองแม่ลูกก็พากันเดินแบบไม่เหลียวหลังกลับไปมองยังบ้านพักสวัสดิการที่ไร้ซึ่งความทรงจำดี ๆ อีกเลย
이 작품을 무료로 읽으실 수 있습니다
QR 코드를 스캔하여 앱을 다운로드하세요

최신 챕터

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 322

    กลับมายังปัจจุบัน "ในตอนนั้นแม่เล่าว่า...เธอยิ้มออกมาทั้งน้ำตาทีเดียวค่ะ ให้กับคำพูดของเพื่อนรักที่ตัวเองก็ท้องแก่ใกล้จะคลอดแต่ก็ยังมาเยี่ยมตัวเอง และหลังจากนั้นแม่บุญธรรมก็มักจะนำสิ่งของรวมถึงเงินเท่าที่หล่อนจะแบ่งได้มาให้ฉันอยู่ตลอด จนกระทั่งเธอมีลูกคนที่สองและฉันเริ่มโตขึ้นและแม่หาเงิ

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 321

    หลายปีผ่านไป...หลังจากที่เปลวไฟแห่งโศกนาฏกรรมได้มอดดับลง และบาดแผลทั้งหมดได้รับการเยียวยาด้วยกาลเวลาและมิตรภาพภายในเรือนสี่ประสานในบ่ายวันหยุดสุดสัปดาห์ที่แสนจะสงบสุข... เสียงหัวเราะของเด็กแฝดชายหญิงที่ได้เติบโตขึ้นมากกำลังวิ่งเล่นอยู่ในสวน...คือบทเพลงที่ไพเราะที่สุดของบ้านหลังนี้และในวั

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 320

    "หวงจิง! ดูหวังเฉียง! เขามีแผลไฟไหม้รุนแรง!" "อู๋ถิง! ดูจ้าวลี่! ระวังเรื่องบาดเจ็บที่ศีรษะและกระดูกสันหลัง!" ทั้งหวงจิงและอู๋ถิงทำงานกันอย่างคล่องแคล่วแม้ว่าจะตกตะลึงกับอาการของเพื่อน ทว่ามือของพวกเขาก็ทำงานไม่หยุด หลังตัดชุดดับเพลิงที่เสียหายออกและประเมินบาดแผลรวมถึงเปิดเส้นเลือดให้สาร

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 319

    "ทุกคน! สวมหน้ากากป้องกันสารพิษ! ห้ามถอดออกเด็ดขาด!" เสียงที่เด็ดขาดของเกาซูอวี้ดังขึ้นเป็นคำสั่งแรก...เธอรู้ดีว่าควันที่มองเห็นตรงหน้านั้น...เต็มไปด้วยสารเคมีอันตราย ทีมแพทย์ภาคสนามทั้งหมดรีบสวมหน้ากากป้องกันอย่างรวดเร็ว...ก่อนที่พวกเขาจะพุ่งตัวเข้าไปในความโกลาหลเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยภ

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 318

    หวงจิงและอู๋ถิงมองหน้ากัน...ก่อนจะพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียง...ซึ่งพวกเขาคือผู้ที่เหมาะสมมากที่สุด "ฉันจะไป" "ฉันไปด้วย" และในตอนนี้การตัดสินใจที่กล้าหาญเป็นอย่างมาก...ได้เกิดขึ้นแล้วโดยที่พวกเขาทั้งหมดไม่ได้รู้เลยว่า...การรวมตัวกันครั้งนี้จะเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับสหายของพวกเขาต้องเผชิญ

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 317

    กลางดึกสงัดของกรุงปักกิ่ง...ท่ามกลางการหลับใหลของผู้คน ฉับพลันในวินาทีนั้นได้มีเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดดังขึ้นกึกก้อง...ทำลายความเงียบของสถานีดับเพลิงในเขตชานเมือง หวังเฉียงกับจ้าวลี่...สองสหายนักดับเพลิง...กระโจนออกจากเตียงพักผ่อน...แล้วรูดเสาลงมายังชั้นล่างด้วยความเร็วสูงสุดพวกเข

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 177

    "ซูอวี้...ป้า...ป้าขอโทษ..." เธอกล่าวทั้งน้ำตาสะอื้นไห้ "ป้ามันโง่เอง...ที่หูเบาไปเชื่อคนอื่น...ป้าขอโทษจริง ๆ...ยกโทษให้ป้าด้วยนะลูก..." น้ำเสียงของหลินจือจิงเต็มไปด้วยความสั่นเครือ...ด้วยความรู้สึกผิด เกาซูอวี้รีบเดินฝ่าวงล้อมของพ่อและเพื่อนไปหาเธอด้วยแววตาเต็มไปด้วยความเห็นใจและเข้าใจ

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 176

    บริเวณทางเดินหน้าห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลทหารหนานจิงในเวลานี้...กำลังอวลไปด้วยกลิ่นของยาฆ่าเชื้อที่ฉุนจมูกผสมปนเปไปกับกลิ่นควันไฟจาง ๆ ที่ติดมากับเสื้อผ้าของผู้คน เสียงฝีเท้าของเหล่าแพทย์และพยาบาลที่วิ่งกันอย่างขวักไขว่และเสียงสะอื้นไห้เบา ๆ ของครอบครัวผู้ประสบภัยคนอื่น ๆ...ทั้งหมดนี้คือภ

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 175

    และแล้ว...เสียงไซเรนที่พวกเขาเฝ้ารอก็ได้มาหยุดลงพร้อมกับรถพยาบาลที่ครั้งนี้มีมาถึงสองคันพร้อมกัน ทีมแพทย์ฉุกเฉินชุดใหม่รีบวิ่งลงมาพร้อมกับเปลสนามและอุปกรณ์ช่วยชีวิตทันที เกาซูอวี้ไม่รอให้พวกเขาต้องเสียเวลาประเมินอาการเอง เธอวิ่งตรงเข้าไปรายงานสถานการณ์ด้วยท่าทางเป็นมืออาชีพ

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 174

    'เทพซู! ประเมินสถานะผู้ป่วยทั้งสองกลุ่ม! ใครต้องการ...การรักษาด่วนที่สุด!' 'สหาย!' เสียงของเทพซูตอบกลับมาอย่างทำการไตร่ตรองดีแล้ว 'แม้ว่าสหายถังเยว่ฉีจะมีภาวะสำลักควันที่รุนแรง แต่สัญญาณชีพของเธอยังคงที่มากกว่า...แต่...ผู้ป่วยหญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์อยู่ในภาวะวิกฤตระดับสูง พวกเขาต้องการ

더보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status