Share

บทที่ 7

ณ สำนักงานกิจการพลเรือน (หน่วยงานทะเบียนราษฎร)

บรรยากาศภายในสำนักงานราชการในตอนบ่ายค่อนข้างเงียบสงบ มีเพียงเสียงพัดลมเพดานที่หมุนดังเอื่อย ๆ กับเสียงเจ้าหน้าที่พลิกกระดาษเป็นครั้งคราว

หลิวซินนั่งกุมมือลูกสาวอยู่บนม้านั่งไม้ยาว สายตาของเธอจ้องมองพื้นอย่างใช้ความคิด ในขณะที่หานซูอวี้คอยบีบมือให้กำลังใจอยู่เงียบ ๆ

ไม่นานนักร่างสูงโปร่งแต่ค่อนซูบของหานจินก็เดินเข้ามาในสำนักงานด้วยท่าทีหงุดหงิด เขาเหลือบมองสองแม่ลูกด้วยสายตาแข็งกร้าว ก่อนจะเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าเจ้าหน้าที่โดยไม่พูดอะไรสักคำ

กระบวนการหย่าร้างในยุคนี้ไม่ได้ซับซ้อนนัก โดยเฉพาะเมื่อทั้งสองฝ่ายตกลงกันมาแล้ว เจ้าหน้าที่เพียงสอบถามยืนยันความสมัครใจของคนทั้งคู่สองสามประโยคก่อนจะยื่นเอกสารให้ลงนาม

"เงินล่ะ?" หลิวซินเอ่ยถามเสียงเรียบหลังจากที่ปากกาในมือของเธอจรดลงบนกระดาษเป็นที่เรียบร้อย

หานจินแค่นเสียงในลำคออย่างไม่พอใจ แต่ก็ยอมล้วงเข้าไปในกระเป๋าเสื้อด้านในควักปึกธนบัตรที่มัดไว้อย่างดีออกมาวางบนโต๊ะตรงหน้าอย่างกระแทกกระทั้น

"หนึ่งพันหยวน! ครบ! ต่อไปนี้เราขาดกัน!"

เขามองหน้าหลิวซินเป็นครั้งสุดท้ายด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ก่อนจะหันหลังเดินออกจากสำนักงานไปอย่างไม่ไยดีราวกับว่าผู้หญิงและเด็กที่นั่งอยู่ตรงนี้ไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของตนมาก่อน

หลิวซินมองตามแผ่นหลังนั้นไปจนลับสายตา น้ำตาหยดหนึ่งร่วงหล่นลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ แต่มันไม่ใช่น้ำตาแห่งความเสียใจอีกต่อไปแล้ว หากแต่เป็นน้ำตาของการปลดปล่อยจากพันธนาการที่ผูกมัดเธอมาเนิ่นนาน

"ไปกันเถอะค่ะแม่" หานซูอวี้เอ่ยขึ้นพลางช่วยแม่เก็บเงินปึกนั้นใส่กระเป๋าอย่างระมัดระวัง "ชีวิตใหม่ของเรารออยู่ที่หนานจิงนะคะ"

หลังจากจัดการทุกอย่างเรียบร้อย สองแม่ลูกก็พากันมายังท่ารถโดยสารเพื่อหารถเดินทางไปยังหนานจิง พวกเธอไม่ได้ขึ้นรถประจำทางที่แออัดยัดเยียดเพราะด้วยเงินทุนก้อนแรกที่ได้มา

หานซูอวี้ตัดสินใจเรียกรถว่าจ้างซึ่งเป็นรถจี๊ปรุ่นเก่าคันหนึ่งที่รับจ้างเดินทางระหว่างเมืองโดยเฉพาะ เพื่อความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทางพร้อมกับสัมภาระซึ่งมีจักรเย็บผ้าอันเป็นสมบัติชิ้นสำคัญรวมอยู่ด้วย

เมื่อรถเริ่มเคลื่อนตัวออกจากเมืองจวี้หรงที่คุ้นเคย ทิวทัศน์สองข้างทางเริ่มแปรเปลี่ยนจากบ้านเรือนที่แออัดเป็นทุ่งนาและชนบท

หลิวซินเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างในใจยังคงรู้สึกโหวงเหวงและไม่แน่ใจกับอนาคตที่มองไม่เห็น แต่เมื่อเธอมองมายังลูกสาวที่นั่งอยู่ด้านข้างและเห็นแววตาที่มุ่งมั่นและไม่หวาดหวั่นของหานซูอวี้ ความกลัวเหล่านั้นก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นความหวัง

หานซูอวี้เองก็รู้สึกตื่นเต้นไม่แพ้กัน นี่คือการเดินทางเพื่อลิขิตชีวิตใหม่อย่างแท้จริง เธอจะไม่ยอมให้ความผิดพลาดในอดีตชาติมาซ้ำเติมแม่อีกแล้ว ที่หนานจิงพวกเธอจะมีชีวิตที่ดีขึ้นเธอจะทำให้มันเป็นจริงให้ได้!

รถจี๊ปวิ่งอยู่บนถนนนานหลายชั่วโมง จนในที่สุดภาพเมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยอาคารและผู้คนก็ปรากฏขึ้นแก่สายตา หนานจิง...เมืองหลวงเก่าแก่ที่บัดนี้กำลังจะกลายเป็นบ้านหลังใหม่ของพวกเธอ

คนขับรถพาพวกเธอมาส่งยังจุดหมายปลายทางตามที่บอกไว้ นั่นคือหมู่บ้านของกองทัพซึ่งเป็นเขตที่พักอาศัยสำหรับครอบครัวของนายทหารโดยเฉพาะ บรรยากาศที่นี่ดูเป็นระเบียบเรียบร้อย สะอาดสะอ้าน และให้ความรู้สึกปลอดภัย แตกต่างจากสภาพแวดล้อมเดิมของพวกเธออย่างสิ้นเชิง

ทันทีที่รถจอดสนิทหานซูอวี้ก็เห็นร่างของหญิงสาวท่าทางใจดีคนหนึ่งยืนรอพวกเธออยู่หน้าอาคารหลังหนึ่ง พร้อมกับเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ที่ยืนเกาะขาเธออยู่...นั่นต้องเป็นคุณน้าเฉินลี่ฮวาหรือแม่บุญธรรมของเธออย่างแน่นอน

"ซินซิน! ซูอวี้! ทางนี้จ้ะ!" เสียงร้องทักทายอย่างอบอุ่นและดีใจนั้นทำให้ความเหนื่อยล้าจากการเดินทางของสองแม่ลูกมลายหายไปสิ้น...และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นใหม่ของเธอทั้งสองคนแม่ลูก
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 322

    กลับมายังปัจจุบัน "ในตอนนั้นแม่เล่าว่า...เธอยิ้มออกมาทั้งน้ำตาทีเดียวค่ะ ให้กับคำพูดของเพื่อนรักที่ตัวเองก็ท้องแก่ใกล้จะคลอดแต่ก็ยังมาเยี่ยมตัวเอง และหลังจากนั้นแม่บุญธรรมก็มักจะนำสิ่งของรวมถึงเงินเท่าที่หล่อนจะแบ่งได้มาให้ฉันอยู่ตลอด จนกระทั่งเธอมีลูกคนที่สองและฉันเริ่มโตขึ้นและแม่หาเงิ

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 321

    หลายปีผ่านไป...หลังจากที่เปลวไฟแห่งโศกนาฏกรรมได้มอดดับลง และบาดแผลทั้งหมดได้รับการเยียวยาด้วยกาลเวลาและมิตรภาพภายในเรือนสี่ประสานในบ่ายวันหยุดสุดสัปดาห์ที่แสนจะสงบสุข... เสียงหัวเราะของเด็กแฝดชายหญิงที่ได้เติบโตขึ้นมากกำลังวิ่งเล่นอยู่ในสวน...คือบทเพลงที่ไพเราะที่สุดของบ้านหลังนี้และในวั

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 320

    "หวงจิง! ดูหวังเฉียง! เขามีแผลไฟไหม้รุนแรง!" "อู๋ถิง! ดูจ้าวลี่! ระวังเรื่องบาดเจ็บที่ศีรษะและกระดูกสันหลัง!" ทั้งหวงจิงและอู๋ถิงทำงานกันอย่างคล่องแคล่วแม้ว่าจะตกตะลึงกับอาการของเพื่อน ทว่ามือของพวกเขาก็ทำงานไม่หยุด หลังตัดชุดดับเพลิงที่เสียหายออกและประเมินบาดแผลรวมถึงเปิดเส้นเลือดให้สาร

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 319

    "ทุกคน! สวมหน้ากากป้องกันสารพิษ! ห้ามถอดออกเด็ดขาด!" เสียงที่เด็ดขาดของเกาซูอวี้ดังขึ้นเป็นคำสั่งแรก...เธอรู้ดีว่าควันที่มองเห็นตรงหน้านั้น...เต็มไปด้วยสารเคมีอันตราย ทีมแพทย์ภาคสนามทั้งหมดรีบสวมหน้ากากป้องกันอย่างรวดเร็ว...ก่อนที่พวกเขาจะพุ่งตัวเข้าไปในความโกลาหลเบื้องหน้าที่เต็มไปด้วยภ

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 318

    หวงจิงและอู๋ถิงมองหน้ากัน...ก่อนจะพยักหน้าอย่างพร้อมเพรียง...ซึ่งพวกเขาคือผู้ที่เหมาะสมมากที่สุด "ฉันจะไป" "ฉันไปด้วย" และในตอนนี้การตัดสินใจที่กล้าหาญเป็นอย่างมาก...ได้เกิดขึ้นแล้วโดยที่พวกเขาทั้งหมดไม่ได้รู้เลยว่า...การรวมตัวกันครั้งนี้จะเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับสหายของพวกเขาต้องเผชิญ

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 317

    กลางดึกสงัดของกรุงปักกิ่ง...ท่ามกลางการหลับใหลของผู้คน ฉับพลันในวินาทีนั้นได้มีเสียงสัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดดังขึ้นกึกก้อง...ทำลายความเงียบของสถานีดับเพลิงในเขตชานเมือง หวังเฉียงกับจ้าวลี่...สองสหายนักดับเพลิง...กระโจนออกจากเตียงพักผ่อน...แล้วรูดเสาลงมายังชั้นล่างด้วยความเร็วสูงสุดพวกเข

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 276

    วินาทีนั้น...เจ้าตัวก็ได้ตัดสินใจทิ้งกฎเกณฑ์...แล้วเดิมพันทุกสิ่งทุกอย่างกับอัจฉริยะที่อยู่ตรงหน้า! เขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากกล้องจุลทรรศน์...แต่น้ำเสียงของเขาได้ดังก้องไปทั่วห้องผ่าตัดที่เงียบงัน... "พยาบาล...ส่ง Bipolar forceps/ ไบโพลาร์ ฟอร์เซ็ปส์ ให้หมอเกา" คำสั

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 272

    "จริงเหรอ!" หวงจิงตะโกนออกมาอย่างไม่อยากจะเชื่อ! "จริงสิ และฉันยังได้ข่าวมาอีกว่าพี่ใหญ่ เอ้ย! หัวหน้าห้องก็ถูกดึงตัวให้เข้าร่วมการผ่าตัดที่ไม่น่าจะเป็นไปได้นี่อีกด้วยนะ" ซึ่งในขณะที่ข่าวที่น่าทึ่งนี้กำลังแพร่สะพัดไปทั่วทุกแผนก...ที่โรงอาหารของโรงพยาบาล กลุ่มนักกีฬาบาสเกตบอลม

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 271

    เมื่อกลุ่มสหายทั้งหมดได้ก้าวเข้ามาในห้องประชุมของแผนกศัลยกรรมประสาทที่ตอนนี้เปรียบเหมือนห้องบัญชาการรบของนายแพทย์โม่เหยียน...บรรยากาศก็พลันเปลี่ยนเป็นความจริงจังขึ้นมา บนกระดานไวท์บอร์ดขนาดใหญ่...พิมพ์เขียวชี้ชะตาที่เกาซูอวี้ได้เขียนทิ้งไว้ยังคงอยู่เพื่อรอคอยการนำไปปฏิบัติจริงนายแพทย์โม่

  • ชีวิตนี้ฉันขอลิขิตเอง   บทที่ 270

    "ท่านผู้อำนวยการเฉิน! นี่คุณเห็นชีวิตคนไข้เป็นอะไร!"รองอธิการบดีซ่งไป๋ลุกขึ้นยืนตบโต๊ะอย่างเหลืออด! เขาคือผู้ยึดมั่นในจรรยาบรรณแพทย์อย่างสูงสุด "จรรยาบรรณแพทย์ของเรา ความเป็นส่วนตัวของผู้ป่วย...เกียรติภูมิของสถาบัน คุณกำลังจะโยนมันทิ้งทั้งหมดเพื่อชื่อเสียงจอมปลอม!" "ใจเย็นก่อ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status