แชร์

บทที่ 6 ส่งโพชั่น

ผู้เขียน: ๐Algiz๐
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-26 07:18:08

บทที่ 6 ส่งโพชั่น

เจมส์ค่อนข้างตกใจที่ตัวเองทำได้ทีเดียว 200 ขวด ก็เลยลองดูพลังเวทย์ที่เสียไปดูก็เห็นว่าเสียไปประมาณแค่ 30 กว่าหน่วยก็เท่านั้นเองสำหรับหม้อเดียว แล้วก็ค่าประสบการณ์เหมือนจะขึ้นมาตั้ง 200 หน่วยเลยทีเดียวเชียว ไม่รู้เหมือนกันว่าอ้างอิงต่อ 1 ขวดเท่ากับ 1 ค่าประสบการณ์สำหรับเพิ่มระดับเหรอ?

จะถามก็ดูกระไรอยู่ ด้วยความที่วันนี้ก็ว่างอยู่แล้วก็เลยลองถามหัวหน้ากิลด์ของตัวเองดูว่าสามารถทำต่อได้หรือเปล่า? เพราะเขาคิดว่ากิลด์นักผจญภัยน่าจะขาดแคลนยาโพชั่นในปริมาณมหาศาล ซิลฟราเรียพยักหน้าว่าทำได้เลยเพราะเธอคิดว่าตัวเองก็จะทำด้วยเหมือนกัน

ไฮเอลฟ์สาวตอบรับออกมาก่อนจะหันไปฟ้าน้ำยาฟื้นฟูพลังเวทที่รสชาติห่วยแตกขึ้นมาซดดื่มด้วยสีหน้าสุดขยาด ก่อนพลังเวทย์ของเธอจะเพิ่มพูนกลับมาเต็มอีกครั้งในคราวเดียว ถึงมันจะเอาของขายมากินก็เถอะแต่ก็เพื่อที่จะเติมเต็มความลูกโซนของเปลวไฟที่ติดขึ้นมาอีกครั้ง

แต่เธอนึกสงสัยอย่างหนึ่งเพราะจากจดหมายเนี่ยบอกว่าเด็กหนุ่มยังไม่มีที่อยู่ เธอเลยถามด้วยความสงสัยว่าเขาสนใจที่จะพักที่ห้องพักฟรีของสมาชิกกิลด์นักปรุงยาหรือเปล่า? ตัวของเด็กหนุ่มที่ได้ยินคำชวนนั้นก็ตอบรับด้วยความยินดีเลยเพราะตอนนี้เขาไม่มีที่อยู่!

ไฮเอลฟ์สาวค่อนข้างแปลกใจกับความตื่นเต้นอะไรแบบนั้น ระหว่างที่เด็กหนุ่มเริ่มปรุงยาอีกครั้งเขาก็เลยเริ่มเล่าออกมาอีกครั้งว่าตัวเองออกเดินทางมาแบบที่ว่าโดนสุ่มโผล่กลางป่ามีเงินติดตัวมาแค่ 5 เหรียญเงินใหญ่ ค่าเข้าเมืองก็ไปแล้ว 300 เยล มาคิดดูแล้วยังไม่ได้เตรียมมื้อเย็นเลย…

แต่ถ้ามีวัตถุดิบเขาก็ทำอาหารกินเองได้นั่นแหละนะ ซิลฟราเรียค่อนข้างแปลกใจที่เด็กหนุ่มสามารถทำอาหารได้ด้วย? เจมส์เลยหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะบอกว่าตัวเองอยู่กับอาจารย์ 2 คนเป็นเรื่องปกติที่จะต้องผลัดกันทำอาหารเพื่อไม่ให้เบื่อนั่นแหละนะ เดี๋ยวก็ทำได้แค่อาหารง่ายๆ ก็เท่านั้นเอง

ระหว่างที่กำลังปรุงโพชั่นรอบใหม่ เธอก็ได้บอกกับเด็กหนุ่มว่าตามเควสระบุไว้ว่าให้ส่งขั้นต่ำที่ 50 ขวด จะได้รับรางวัล 3,500 เยล ดังนั้นแล้ว มากกว่า 50 ขวดหรือก็คือ 51 ขวดขึ้นไปเธอจะคิดอัตรารับซื้อที่ขวดละ 50 เยลก็แล้วกัน เมื่อกี้ทำไปทั้งหมด 50 ขวดเป็นส่งเควส ส่วนอีก 150 ขวดก็จะเป็น 7,500 เยล

เด็กหนุ่มที่ได้ยินยอดนั้นแล้วก็รู้สึกตื่นเต้นที่หาเงินเกือบหมื่นได้ในวันเดียว เขาเลยมีกำลังใจมากขึ้นจนเวลาผ่านล่วงเลยไประหว่างคนทั้งสองคนที่ปรุงยาไปด้วยกันแบบแบ่งหน้าที่คนนึงทำยาระดับกลางไปสูงคนนึงทำยาระดับพื้นฐานที่เกรดคุณภาพจนแทบจะกลายเป็นระดับกลางเวลานั้นไปจนถึงบ่ายกว่า…

“ทะ-ทั้งหมด 1,500 ขวด…มะ-มานาหมดขอพักก่อนนะครับ”ด้วยน้ำเสียงสั่นๆ ตัวเด็กหนุ่มถึงกับเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเคาน์เตอร์เลยทีเดียวเชียวแน่นอนมานาเขาหมดจริง…

“พะ-พักเถอะ ฉะ-ฉันเองก็ซดโพชั่นฟื้นมานาไม่ไหวแล้ว…”ซิลฟราเรียที่มีสีหน้ากับสีผิวซีดไปเยอะไม่ใช่เพราะว่าเหนื่อยนะแต่พอซดของขมเข้าไปเยอะจนไม่ไหวแล้ว

“รวมกับก่อนหน้านี้ 200 ขวดเบ็ดเสร็จโพชั่นฟื้นฟูพื้นฐาน 1,700 ขวด…”หลังจากนั้น ขาดไปประมาณ 30 นาที เจ้าตัวเธอก็เริ่มทบทวนจำนวนที่ได้ในผลประกอบการวันนี้

“โพชั่นฟื้นฟูระดับสูง 300 ขวดระดับกลาง 500 ขวดที่เราทำ…ไม่เลว”ไฮเอลฟ์สาวได้เอ่ยออกมาในตอนท้ายว่ามันไม่เลวเลยสำหรับจำนวนที่ว่านี้มากที่สุดนับตั้งแต่เสื่อมโทรมมาเลย

“คุณซิลฟราเรีย…ราคารับซื้อเปลี่ยนเป็น 45 เยลต่อขวดมั้ยครับ?”เจมส์ที่รู้สึกว่าตัวเองผลิตได้เยอะก็คนขายให้ราคาต่ำลงอีกเหมือนราคาขายส่งก็ได้พูดขึ้นมาแบบนั้น

“ไม่ได้สิ ทำแบบนั้นหนุ่มน้อยก็เสียผลประโยชน์แย่…”เจ้าตัวเธอผู้เป็นหัวหน้ากิลด์นักปรุงยาทำท่าทางจะปฏิเสธในทันทีเลยทีเดียวเชียวเพราะมันทำให้ลูกกิลด์เสียผลประโยชน์มาก

“มันก็ไม่ได้เสียผลประโยชน์ขนาดนั้นนะ…”

เขาได้ตอบรับออกมาเสียงแผ่วก่อนจะอ้างอาจารย์ของตัวเองว่าท่านเคยพูดไว้ว่าถ้าเกิดลูกค้าสั่งเยอะในจำนวนปริมาณมหาศาลแทนที่จะคิดด้วยราคาสากลที่ใช้กันอยู่ทั่วไปก็ให้ลดราคาสักนิดดีกว่าเหมือนกับพึ่งพาอาศัยกันจะได้อยู่กันยาวๆ อะไรในทำนองที่ว่านั้น อย่างเช่นราคารับซื้อพื้นฐาน…

อยู่ที่่ 50 เยลเป็นขั้นต่ำปกติ แต่ราคาที่เขาต้องการขายคือ 45 เยลเพราะว่าปริมาณมหาศาลมากมันจะเป็นเหมือนยัดเยียดให้ลูกค้าซื้อกันไปอะไรแบบนั้น อีกอย่างเข้าทำงานให้องค์กรกิลด์นักปรุงยา ซิลฟราเรียประทับใจกับแนวคิดนั้นก่อนจะตอบตกลงเธอได้รับเอากิลด์การ์ดของเด็กหนุ่มมา…

ก่อนจะใช้กิลด์การ์ดของตัวเองแตะกับกิลด์การ์ดของเด็กหนุ่มเงินจำนวน 77,750 เยลที่เป็นเงินรวมรางวัลจากเควสถูกส่งมอบให้แก่เด็กหนุ่ม ในขณะเดียวกันเนื่องจากเขาสามารถสร้างยาพื้นฐานที่มีประสิทธิภาพคุณภาพสูงได้ในระดับเกือบเป็นยาระดับกลางด้วยอำนาจเธอจึงมอบให้เขาอยู่ในอันดับ…

แรงค์ D ที่ถือได้ว่าเป็นนักปรุงยาผู้เก่งกาจแล้วได้รับความไว้ใจเป็นที่สุด ส่วนจะให้ขึ้นระดับแรงค์ C เลยก็คงไม่ได้เพราะเด็กหนุ่มยังเพิ่งเป็นสมาชิกได้วันเดียว แล้วว่ากันตามจริงยังไม่ถึงวันด้วยซ้ำ จึงยังขาดประสบการณ์อยู่เธอเลยอยากให้เขาเก็บประสบการณ์อีกสักหน่อยแล้วค่อยขึ้นลำดับแรงค์ให้…

“พูดถึงเยอะขนาดนี้พวกเราเอาไปส่งวันนี้ก่อนได้หรือเปล่า?”เขาถามด้วยความไม่แน่ใจเท่าไหร่เพราะบางทีถ้ามันเยอะเกินไปก็เอาไปส่งเลยดีกว่าเผื่อจะได้มีเวลาเตรียมของกันมากขึ้นด้วย

“นั่นสินะ ถ้าไปส่งวันนี้เลยพรุ่งนี้ก็จะได้ว่าง…”ซิลฟราเรียได้พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าที่ประมาณว่าอย่างน้อยก็จะได้ว่างในระดับหนึ่งก่อนจะได้ค่อยเตรียมล็อตของวันมะรืน

“…พูดถึงในจดหมายเหมือนอยากสมัครกิลด์พาณิชย์ด้วยเหรอ?”ก่อนเธอจะนึกขึ้นมาได้ในทันใดว่าเด็กหนุ่มเหมือนจะมีความปรารถนาที่จะไปสมัครสมาชิกกิลด์พาณิชย์ด้วย

“ครับ ที่เคยคิดเอาไว้ก็…”

เพราะเท่าที่รู้บางทีถ้าเกิดเป็นสมาชิกกิลด์พาณิชย์เนี่ยบางทีถ้าจำเป็นเวลาต้องซื้อวัตถุดิบที่อยากได้โดยตรงอาจจะได้มีสิทธิพิเศษอะไรในทำนองนั้น อีกอย่างนึงนอกจากรับเควสแล้วก็ส่งโพชั่นตามภารกิจที่กิลด์นักปรุงยามอบให้แล้ว เขาก็ตั้งใจจะหารายได้เสริมด้วยการเร่โพชั่นขายด้วย

“ช่างขยันจริงๆ แต่คู่แข่งก็เยอะอยู่นะ…”พอเธอได้ยินแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะบอกว่าเด็กหนุ่มก็ขยันเกินแต่ก็ต้องยอมรับว่าเด็กหนุ่มก็มีคู่แข่งเยอะอยู่นะถ้าจะไปหาบเร่ขายโพชั่นเนี่ย

“ผมเข้าใจเลยล่ะ…ที่จริงวันนี้ ผมช่วยนักผจญภัยที่เกือบตายเพราะโพขั่นปลอมไว้น่ะ”เจมส์ยอมรับว่ามันเข้าใจได้ว่าเรื่องมีคู่แข่งเยอะ ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเรื่องที่ว่านั้นสมควรรายงาน

“บอกรายละเอียดเรามาทีซิ”

ซิลฟราเรียที่ได้ยินเรื่องนั้นก็ไม่อาจปล่อยผ่านได้ในทันทีแน่นอนว่านักปรุงยาทุกคนล้วนแล้วต้องผ่านการทดสอบฝีมือโดยตัวของเธอซึ่งเหมือนกับเด็กหนุ่มที่ได้ลองทำน้ำยาโพชั่นพื้นฐานที่เธอไม่เพียงแค่ลากเขาเข้าทำงานทันทีแต่เป็นการทดสอบฝีมือด้วย และเขาก็สอบผ่านอย่างสวยงาม

เจมส์ที่ได้ยินแบบนั้นก็แปลกใจเล็กน้อยก่อนจะเล่าเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้ฟังว่าตนเองได้เจอนักผจญภัยทั้ง 3 คนที่ไหนแล้วก็ได้พวกเธอพามาส่งเมืองแล้วก็ได้พูดคุยกับพี่เพนน่า หลังจากเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นออกมาแล้ว เธอผู้เป็นหัวหน้ากิลด์นักปรุงยาก็ได้จ้างวานให้เด็กหนุ่มช่วยขนโพชั่นพวกนี้…

ไปส่งที่กิลด์นักผจญภัยด้วยกันหน่อยในตอนนี้วันนี้เลย เพราะดูเหมือนว่าเธอจำเป็นต้องพูดคุยเรื่องนี้แล้วล่ะ เธอรู้สึกว่าปัญหานี้มันเกิดขึ้นมาบ่อยจนเกินไปละ ทั้งที่ไม่เคยมีใครมาเยี่ยมเยือนกิลด์ของเธอเพื่อสมัครเป็นนักปรุงยาแท้ๆ แต่กลับมีนักปรุงยาเดินเร่ขายได้ มันไม่ใช่เรื่องปกติจริงๆ

เจมส์ตอบรับด้วยความยินดีก่อนจะขนทั้งหมดลงลังไม้แล้วก็เก็บใส่กระเป๋ามิติของตัวเอง ก่อนจะออกจากกิลด์พร้อมหัวหน้าตัวเองที่แขวนป้ายปิดทำการชั่วคราวไว้ตรงทางเข้าด้วยอีกต่างหาก ทั้งสองคนเดินไปด้วยกันบนทางเท้าสู่กิลด์นักผจญภัยที่อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่นักในทันทีที่มาถึงทั้งสองคนไม่รอช้า

เข้าไปด้านในในทันที บรรยากาศในช่วงยามบ่ายนั้นคึกคักกว่าตอนช่วงครึ่งเช้าเป็นที่สุดเหมือนกับว่านักผจญภัยหลายคนกลับมาจากการทำภารกิจหรือทำเควสกันแล้ว เสียงพูดคุยจอแจพร้อมกับเสียงหัวเราะดังสนั่นพร้อมกับกินแอลกอฮอล์ที่คละฟุ้ง ทั้งสองคนมุ่งหน้าไปที่เคาน์เตอร์…

“ท่านซิลฟราเรีย น้องเจมส์ มีอะไรให้ช่วยเหลือ?”หญิงสาวคนหน้าคุ้นเคยที่ยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์รับเรื่องประชาสัมพันธ์อดไม่ได้ที่จะแปลกใจจนต้องเอ่ยถามว่ามีอะไรให้ช่วยอย่างนั้นหรือ

“ก่อนอื่นพวกเรามาส่งออเดอร์ของวันพรุ่งนี้ล่วงหน้าน่ะ”ไฮเอลฟ์สาวได้พูดออกมาทั้งรอยยิ้มด้วยความภาคภูมิใจว่าพวกตัวเองเอารายการที่สั่งของวันพรุ่งนี้มาส่งในวันนี้เนื่องจากจำนวนเยอะ

“น่าแปลกใจ ถ้าอย่างนั้นเชิญตามมาทางด้านหลังค่ะ”

เพนน่ามีสีหน้าแปลกใจเพียงชั่วครู่เดียวก่อนจะตอบรับ และเชิญให้ทุกคนเดินตามเธอเข้ามาทางด้านหลัง ทั้งสองคนได้เข้าทางประตูหลังไปที่โกดังด้านในที่เป็นห้องเก็บอุปกรณ์สำหรับเอาไว้ขายในวันพรุ่งนี้ แน่นอนว่าพอเข้ามาแล้วนั้นเจมส์ที่ทำท่าทางจะล้วงกระเป๋าก็ได้ถูกหยุดเอาไว้ก่อนเลย

ซิลฟราเรียบอกในทันทีว่าเพนน่าไว้ใจได้เต็มที่ และอีกอย่างในห้องนี้มีกันแค่ 3 คน โดยที่พนักงานกิลด์สาวมีความแอบสงสัยในบทสนทนาแต่ในเวลานั้นเองเด็กหนุ่มก็พยักหน้าตอบรับก่อนจะออกมาในทันทีสำหรับลังไม้หลายลังที่บรรจุโพชั่นฟื้นฟูรักษาพื้นฐานจำนวน 1,700 ขวด และโพชั่นระดับสูง…

อีก 300 ขวด ปิดท้ายด้วยโพชั่นระดับกลางอีก 500 ขวด ทั้งหมดอยู่ในลังไม้ที่ทำการแยกประเภทเรียบร้อย พนักงานกิลด์สาวอย่างเพนน่าค่อนข้างตกตะลึงกับจำนวนที่เพิ่มพูนอย่างมหาศาลนี้ แน่นอนก่อนหน้านี้มันไม่เคยขนาดนี้เต็มที่ก็ประมาณซักเบ็ดเสร็จรวมทุกอย่างประมาณ 800 ขวด

“นี่มันเรื่องใหญ่มาก…”เจ้าหน้าที่กิลด์นักผจญภัยเธอผู้มีตำแหน่งเป็นหัวหน้าแผนกสนับสนุนนักผจญภัยพูดขึ้นมาพร้อมเอามือยกขึ้นมาลูบใบหน้าด้วยสีหน้าสุดจริงจังว่านี่เรื่องใหญ่แล้วล่ะ

“เข้าใจความรู้สึกฉันเลยใช่มั้ยล่ะ?”หัวหน้ากิลด์นักปรุงยาเธอถึงกับพูดขึ้นมาพร้อมกับเอามือเท้าเอวประมาณว่าเข้าใจความรู้สึกตื่นเต้นของเธอแล้วหรือยังว่าทำไมถึงตื่นเต้น!

“น้องเจมส์สนใจมาเป็นนักปรุงยาสังกัดกิลด์นักผจญภัยมั้ย~?”

ในจังหวะนั้นเอง เพนน่าก็ไม่ลังเลหรือรอช้าหันไปชวนแบบทีเล่นทีจริงเลยทีเดียวเชียวว่าให้ลาออกจากกิลด์นักปรุงยาดีกว่ามาอยู่ด้วยกัน แน่นอนว่านั่นทำให้เจมส์ตกใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียวเชียวเพราะจู่ๆ เขาก็ถูกชวนให้ลาออกจากกิลด์ที่เพิ่งสมัครเข้าไปเฉยเลย!? ต่อหน้าหัวหน้ากิลด์คนนั้นด้วย!?

“เดี๋ยวๆ เด็กกิลด์ฉันอย่ายุ่ง…คนในกิลด์ยิ่งมีน้อยๆ อยู่”

ซิลฟราเรียที่ไม่มีแม้แต่ความลังเลแม้แต่น้อยนิดเข้ามาสวมกอดเจ้าตัวเด็กหนุ่มจากทางด้านหลังพร้อมเดินเข้าหาแนบชิดตัวเองก่อนจะประกาศออกมาแบบนั้นด้วยความชัดถ้อยชัดเจนว่าเด็กคนนี้เด็กเธออย่ามายุ่งเด็ดขาดเชียวนะสมาชิกยิ่งมีน้อยๆ จุดเสี่ยงจะโดนปิดได้ง่ายอยู่…

“อ่า…เพนน่า ขอคุยเรื่องโพชั่นปลอมหน่อย ถ้าคุยกับแจ็คได้ก็ยิ่งดีเลย”แต่ในตอนนั้นเอง เพนน่าก็เหมือนจะนึกขึ้นมาได้ก็เลยพูดถึงเรื่องนั้นขึ้นมาแล้วก็เธอต้องการคุยกับคนนั้นด้วย

“…กิลด์มาสเองก็กำลังอยากคุยเรื่องนี้เหมือนกัน น้องเจมส์ด้วย”เพนน่าที่ได้ยินแบบนั้นแล้วก็ตอบรับในทันทีเลยเพราะทางเธอเองก็ต้องการคุยอยู่ด้วยเหมือนกันกับตัวเด็กหนุ่ม

“เอ๊ะ แม้แต่ผมเองก็ด้วยเหรอเนี่ย…?”

เจมส์เหมือนจะมีความแปลกใจอยู่ไม่น้อยที่แม้แต่ตัวเองก็ต้องไปด้วยซะงั้นเลย เพนน่าที่เห็นเจ้าตัวแปลกใจแล้วก็ทำออกมาแบบนั้น เธอก็เลยยิ้มอ่อนก่อนจะบอกออกมาตามตรงว่าจำเป็นต้องไปสิ ก็เพราะว่าเป็นพยานปากเอกที่อุ้มมาร์คัสขึ้นหลังแล้วพาออกมาเลยนี่นา

แถมยังเป็นคนเอาขวดโพชั่นที่เป็นของปลอมกลับมาเป็นหลักฐานด้วยอีกต่างหาก ในจุดนั้นเอง เจ้าตัวเด็กหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะเกาแก้มอย่างเขินๆ เพราะถ้าตัวเองสารภาพออกมาในทำนองมาเที่ยวกลับมาตอนแรกก็เพื่อที่จะเอาขวดมาล้างแล้วใช้ใหม่อีกครั้งหนึ่งคงเสียภาพพจน์แย่เลย…

ในที่สุดแล้ว โดยใช้บันไดด้านหลังภายในอาคารส่วนสำนักงาน ซิลฟราเรียกับเจมส์ก็ได้ติดตามเพนน่าเดินขึ้นบันไดไปโดยจุดหมายปลายทางก็คือห้องทำงานของหัวหน้ากิลด์นักผจญภัยประจำเมืองพาร์มเบล บนชั้นที่ 5 และใช่เป็นบนชั้นบนสุดเลย ณ ห้องริมฝั่งซ้ายสุดหลังจากขึ้นบันไดมาแล้ว

เขากับเธอถูกพามายังหน้าห้องแห่งหนึ่งที่ประตูทั้ง 2 บานใหญ่ปิดแนบสนิท เพนน่าเอื้อมมือไปแตะมือจับยกขึ้นเล็กน้อยแล้วก็ขยับเคาะไปลงบนประตู เสียงเคาะดังขึ้น 3 ครั้งก่อนที่ภายในห้องนั้นจะมีเสียงดังตอบรับออกมาเพื่ออนุญาตให้เข้าไปได้ เพนน่าก็ไม่รอช้าผลักเปิดประตูเข้าไปทันที…

เมื่อภายในห้องได้ปรากฏต่อสายตาต้องบอกก่อนว่ามันเป็นห้องทำงานที่ดูเรียบง่ายจากทางเข้าสู่ด้านในสุดมีโต๊ะทำงาน 1 โต๊ะโดยที่ด้านหลังโต๊ะทำงานนั้น มีชายฉกรรจ์ร่างกำยำกล้ามเนื้อแน่นนั่งอยู่หลังโต๊ะนั้น และศีรษะเกลี้ยงล้านพร้อมเคียงข้างกันนั้นมีสุภาพสตรีร่างบางยืนอยู่เคียงข้าง

“โอ้! ป้-ซิลฟราเรีย! กำลังอยากคุยด้วยอยู่เลย!”ชายฉกรรจ์ที่โดนผู้หญิงข้างๆ เอาศอกกระแทกหัวไหล่ก็เปลี่ยนคำพูดทันแบบหน้ามือเป็นหลังมือเลยทีเดียวเชียว

“เจ้าหนูแจ็คเมื่อกี้จะเรียกฉันว่าอะไร?”โดยที่เส้นเลือดสีน้ำเงินปูดขึ้นมาบนขมับ ซิลฟราเรียเอามือเท้าเอวแล้วก็ประท้วงถามออกมาแบบนั้นว่าเมื่อกี้จะเรียกเธอว่าอะไรกันนะ?

“ข้าก็เรียกชื่อตามปกติไม่ใช่รึ?”

ชายฉกรรจ์ร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่นั้นตีหน้าซื่อทำเป็นเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นแล้วก็ทักถามกลับมาอีกต่างหากว่าตนเองก็แค่เรียกชื่อตามปกติไม่ใช่หรือยังไงกัน? ไม่ได้ทำอะไรที่ผิดแปลกไปจากตรงนั้นเลยแม้แต่น้อยนิด บรรยากาศระหว่างทั้งสองฝ่ายนิ่งเงียบ

“…เรมิส สามีเจ้าเป็นคนแบบนี้เองเหรอ?”โดยคิ้วขวากระตุกไปด้วย ซิลฟราเรียอดไม่ได้ที่จะประท้วงตรงไปที่ภรรยาของเจ้าตุ๊กตากล้ามเนื้อนี่! ว่าเป็นคนแบบนี้เองสินะ!

“สามีเราก็เป็นคนแบบนี้นี่แหละ คงมาคุยเรื่องโพชั่นปลอมสินะคะ? คุณซิลฟราเรีย”

หญิงสาวที่ถูกเรียกว่า ‘เรมิส’ ตอบรับออกมาทั้งรอยยิ้มกับน้ำเสียงที่ฟังดูเหมือนภาคภูมิใจ ก่อนจะตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องเลยถามถึงเรื่องนั้นว่าจุดหมายที่มาในวันนี้ก็เพื่อที่จะมาคุยเรื่องน้ำยาโพชั่นที่เกิดขึ้นแล้วเกิดทำให้นักผจญภัยฝ่ายตนเองเกือบตายกันสินะ? ในเวลานั้นเองบรรยากาศก็เย็นลง

“ใช่ แค่จะบอกด้วยว่าในปีนี้ เราก็ยังไม่ได้ให้ใบรับรองรับนักปรุงยาใหม่แม้แต่คนเดียว…”ไฮเอลฟ์สาวไม่เพียงแค่ตอบออกมาเปล่าๆ แต่ยังเอาบันทึกการรับสมัครออกมา และยื่นวางบนโต๊ะด้วย

“…ไม่สิ ยกเว้นน้องใหม่คนนี้ ที่เป็นสมาชิกป้ายแดง!”ก่อนเธอจะเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยเพราะบนบันทึกนั้นมีแค่ชื่อเดียวซึ่งก็คือตัวของเด็กหนุ่มคนนี้ที่เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงคนใหม่!

“โฮะโฮ…เจ้าเองสินะที่แบกมาร์คัสกลับมา…”

ในตอนนั้นเอง ชายฉกรรจ์ร่างใหญ่นั้นก็ได้ลุกขึ้นแล้วก็ทำให้ตัวของเจมส์ตกตะลึงต่อความตัวสูงกำยำนั้นของอีกฝ่ายที่เหมือนเขาจะตัวสูงมากกว่าอย่างน้อยประมาณ 2 เมตรได้แน่ๆ คนผู้นั้นได้เดินก้าวเท้าเข้ามาง่ายด้วยท่าทางที่ไม่อาจบอกได้ว่าเป็นมิตรหรือไม่เป็นมิตร

แต่ว่ากันตามจริงก็ไม่ได้สัมผัสให้ถึงความไม่เป็นมิตรจากท่านเจ้าตัวเลย เด็กหนุ่มมีความเกร็งอยู่ไม่น้อยเพราะตัวของอีกฝ่ายนั้นสูงใหญ่มากในระดับที่ตัวของเขาต้องเงยหน้าขึ้นเพื่อทำเหมือนจะพูดคุยเลยทีเดียวทีเดียว ดวงตาสีน้ำตาลเขาอีกฝ่ายมองจ้องลงมาที่ตัวของเขาแบบนิ่งๆ เช่นเดียวกับสีหน้า

หลังจากจ้องมองด้วยแววตานิ่งๆ อยู่นาน ก่อนจะยิ้มแฉ่งอย่างเป็นมิตรแล้วก็ยกมือขึ้นตบไหล่เบาๆ เบาระดับตัวของเด็กหนุ่มถึงกับเซเลยทีเดียวเชียว เจมส์ที่มีความโดนตบไหล่แล้วเซก็มีความไปไม่เป็นอยู่นิดหน่อยเพราะทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมากก่อนอื่นเลยมันเกิดอะไรขึ้นมาตบไหล่เขาทำไม!?

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชีวิตใหม่กับอาชีพนักปรุงยาในต่างโลก!   บทที่ 25 กลับสู่บ้านเรา [-จบบริบูรณ์-]

    บทที่ 25 กลับสู่บ้านเรา [-จบบริบูรณ์-]หลังจากนั้น แน่นอนว่าเจมส์ก็ได้เข้าเรียนรู้พื้นฐานขั้นต่ำในฐานะหัวหน้าตระกูลขุนนางซึ่งมันมาเป็นหนังสือกฎระเบียบขุนนางที่ควรพึงต้องรู้เลยเพราะตัวเขาเป็นขุนนางระดับกลางหน้าใหม่ตามปกติก็อยากจะให้เข้าสถาบันหลวงหรือโรงเรียนหลวงอยู่หรอกแต่ด้วยความสามารถ…ถ้าต้องเข้าเรียนคงเสียเปล่าในการพัฒนาฝีมือเป็นแน่แท้เลย ในชั่วขณะนั้นเข้าได้มีขุนนางมากมายเข้ามาแวะทักทายที่พระราชวังหลวงสำหรับคฤหาสน์ต้องใช้เวลาสักพักใหญ่กว่าจะสำเร็จซึ่งให้อยู่รอคงไม่ใช่อะไรที่เหมาะสมสักเท่าไหร่นัก ในขณะเดียวกันนั้น เอกสารแจ้งไปยังคณะบริหารของเมืองพาร์มเบลก็ได้รับยืนยันแล้วไปถึงโดยสัตว์อสูรสื่อสารทางไกล แน่นอนว่าชาวเมืองก็ได้รับรู้ข่าวดีนี้แล้วด้วยในวันที่ผู้ปกครองเมืองมาถึงคงจะมีพิธีต้อนรับอย่างแน่นอน และด้วยเหตุผลบางอย่างคนเป็นกษัตริย์อดไม่ได้ที่จะกล่าวชื่นชมว่าเด็กหนุ่มค่อนข้างได้รับความนิยมสูงพอสมควรเลยนี่นาโดยเฉพาะกับกิลด์ต่างๆ ในท้องถิ่นรวมไปจนถึงธุรกิจที่ขึ้นตรงกับกิลด์อีกด้วย ตัวของเจมส์ที่ถูกให้เรียนรู้เรื่องนี้โดยตรงจากผู้เป็นกษัตริย์ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มแห้งว่าตัวเอ

  • ชีวิตใหม่กับอาชีพนักปรุงยาในต่างโลก!   บทที่ 24 งานเลี้ยงฉลอง!

    บทที่ 24 งานเลี้ยงฉลอง!หลังจากนั้นไม่นานเท่าไหร่นัก ซิลฟราเรียที่มีสีหน้าสดชื่นกับยูเนียร์ที่มีสีหน้าเหน็ดเหนื่อยแต่ก็มีสีหน้าผ่อนคลาย เธอได้เดินเข้าไปหาผู้เป็นบิดามารดาเพื่อกระซิบอะไรบางอย่างเล็กน้อยหรือสีหน้าที่เขินอายว่าเหมือนจะตกลงอะไรบางอย่างที่ค่อนข้างลงตัวมากแล้วอะไรในทำนองที่ว่านั้นเลยทีเดียวเชียวแหละผู้เป็นกษัตริย์องค์ปัจจุบันลงไปจนถึงผู้เป็นราชินี และรวมไปจนถึงผู้เป็นมารดาแท้ๆ ที่เป็นภรรยาลำดับที่ 3 ต่างค่อนข้างแปลกใจแต่ก็อดไม่ได้ที่จะยินดีกับลูกสาวคนนี้ที่ในที่สุดแล้วก็ได้มีโอกาสหมั้นหมายกับตัวของเอิร์ลหนุ่มคนนี้ที่แน่นอนว่าอายุน้อยกว่า และในขณะเดียวกันเจ้าตัวอดีตดยุกแอสเตรียพร้อมกับลูกชายของเจ้าตัวก็นึกขึ้นได้ว่าเมืองพาร์มเบลนั้นยังขาดตำแหน่งเจ้าผู้ปกครองนครอยู่พอดีส่วนผู้ที่ทำหน้าที่บริหารในปัจจุบันเป็นคนของตัวเองอยู่แล้ว ให้เด็กหนุ่มได้มีฐานะเป็นผู้ปกครองแล้วก็ฝากงานด้านบริหารดินแดนไว้กับเจ้าหญิงยูเนียร์คงจะดีไม่น้อยเลย โดยทุกฝ่ายตกลงกันอย่างรวดเร็วขุนนางชั้นสูงที่ในตอนแรกเหมือนจะไม่พอใจอยู่บ้างในตอนแรกเพราะได้รู้ถึงพื้นเพแล้วก็ตัวอาจารย์ของเด็กหนุ่มก็รับรู้ได

  • ชีวิตใหม่กับอาชีพนักปรุงยาในต่างโลก!   บทที่ 23 ใครคืออาจารย์?

    บทที่ 23 ใครคืออาจารย์?การปรากฏตัวของอดีตราชาแล้วก็ราชินีที่เกษียณด้วยการสละราชบัลลังก์ไปก่อนนั้นทำเอาเกิดความปั่นป่วนไม่น้อยเพราะเป็นที่รู้กันว่าพระองค์ท่านทั้งสองพลานามัยไม่ได้แข็งแรงสมบูรณ์เนื่องด้วยโรคไข้หวัดประจำฤดูกาลมาถึงท่านทั้งสองก็ได้รับเชื้อด้วยเช่นกัน แม้ว่าจะรักษาหายโดยปาฏิหาริย์แต่ร่างกายก็ไม่น่าที่จะกลับมาแข็งแรงเร็วขนาดนี้ ผู้เป็นอดีตราชาชี้ไปทางเจ้าตัวเด็กหนุ่มที่ทำมาเจ้าตัวเด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือกเจ้าตัวได้พูดในทำนองว่าโพชั่นชนิดใหม่ที่ว่าฟื้นฟูให้ร่างกายหายเหนื่อยล้าแล้วก็ทำให้สดชื่นนั่นน่ะทำให้ร่างกายตัวเองฟื้นกลับมาเหมือนครั้งอย่างหนุ่มเลย!แน่นอนเพราะเป็นแบบนั้นแล้วก็ได้เกิดความโกลาหลขึ้นอย่างใหญ่หลวง คนเป็นราชาองค์ปัจจุบันซึ่งเป็นลูกชายรีบสั่งการให้ไปยังอีกห้องนึงโดยขอให้ขุนนางทั้งหมดไปรออยู่ที่ห้องโถงจัดเลี้ยงได้เลยเพื่อการเฉลิมฉลองแด่เอิร์ลตระกูลใหม่นี้ เพราะเดี๋ยวคุยเสร็จต้องเอาท่านเอิร์ลคนนี้ไปแห่รอบเมืองด้วยอย่างไรก็ตามอดีตราชาแล้วก็ราชินีที่ถูกพามาด้วยนั้นยังอีกห้องหนึ่งคณะแพทย์หลวงที่ประกอบไปด้วยแพทย์หลายศาสตร์ก็ได้ทำการตรวจสุขภาพท่านในทันทีแล้วก็ต้

  • ชีวิตใหม่กับอาชีพนักปรุงยาในต่างโลก!   บทที่ 22 พิธีมอบรางวัล

    บทที่ 22 พิธีมอบรางวัลเวลานั้นได้ดำเนินต่อไปในช่วงเวลาสายของวันใหม่ ณ ท้องพระโรงใหญ่ที่กล่าวได้ว่าเป็นห้องโถงบัลลังก์ซึ่งด้านในสุดนั้นมีพระที่นั่งยกสูงจากพื้นปกติอยู่ในคำกล่าวนี้หมายถึงว่ามีพื้นสูงยกเป็นขั้นบันได 3 ขั้นซึ่งมีพระที่นั่งซึ่งเป็นบัลลังก์ขององค์กษัตริย์แล้วก็ราชินีตั้งตะหง่านอยู่และบนบัลลังก์สูงในเวลานี้นั้นผู้เป็นกษัตริย์แล้วก็ราชินีนั่งอยู่เคียงข้างกันโดยมีสนมนั่งอยู่ทางด้านหลังแล้วก็พระราชบุตรแล้วก็พระราชธิดาทุกพระองค์ ไม่สิ ยกเว้นเจ้าหญิงลำดับที่ 5 ที่เหลือทุกพระองค์นั้นอยู่ครบ โดยเมื่อมองออกไปนั้นสองฝั่งของพรมสีแดงที่ได้ปูจากด้านหน้าของบัลลังก์สูงมันถูกปูยาวไปจนถึงประตูทางเข้าด้วยสองฝั่งของผมแดงได้มีเหล่าผู้ทรงเกียรติขุนนางทั้งน้อยกลางแล้วก็ใหญ่ของราชอาณาจักรพาราเวลล์ไม่อยู่อย่างพร้อมเพียงพร้อมหน้าพร้อมตากัน ในเวลานั้นเอง นอกเหนือจากขุนนางแล้วก็ยังมีกิลด์มาสเตอร์ของกิลด์ศูนย์ใหญ่ทั้งหลายมาร่วมด้วยเช่นกันไม่ต่างอะไรกับผู้บัญชาการอัศวิน ผู้นำภาคีจอมเวทย์ และคณะแพทย์หลวงรวมไปจนถึงคณะผู้บริหารของประธานองคมนตรีทั้งหมดต่างสวมเครื่องแบบพิธีการหรือเครื่องแบบที่เป็

  • ชีวิตใหม่กับอาชีพนักปรุงยาในต่างโลก!   บทที่ 21 เดินเล่นยามเช้า

    บทที่ 21 เดินเล่นยามเช้าการเสวนายังคงดำเนินต่อไปแบบใช้เวลาสักพักใหญ่ๆ แน่นอนมีการพูดคุยถึงความเป็นไปได้ที่จะถูกโจมตีโดยบรรดาพวกขุนนางที่ไม่ได้มีความสามารถอะไรมากมายแต่แค่อิจฉาจนพยายามสร้างเรื่องด้วยวาทกรรมอะไรในทำนองแบบนั้น แน่นอนเจมส์เข้าใจได้ว่ามันเป็นสังคมแบบป้ายใหญ่กินปลาเล็กถ้าเกิดตนเองทำตัวอ่อนแอก็จะเป็นเป้าหมายให้ถูกเล่นงาน ดังนั้นแล้ว ตนเองก็ขอตอบรับว่าจะสู้กับเต็มที่แน่นอน สู้กับด้วยวิธีของตนเองอะไรในทำนองที่ว่าแบบนั้น แล้วจะคุยไม่ได้สักพักใหญ่ๆ เมื่อมองดูเวลาแล้วก็เห็นว่าถึงเวลาอันสมควรที่จะต้องกินมื้อค่ำนั่นเลยเป็นเหตุผลว่าทำไม…ไม่ว่าจะเจมส์หรือซิลฟราเรียต่างก็ได้รับเชิญให้กินมื้อค่ำด้วยกันในห้องอาหารพร้อมหน้าพร้อมตากับสมาชิกราชวงศ์ทุกคน ซึ่งเจ้าตัวเด็กหนุ่มก็ค่อนข้างรู้สึกทึ่งเมื่อเขาได้พบว่าผู้เป็นพระราชานั้นมีภรรยามากถึง 7 คน และมีลูกชายลูกสาวรวมกันมากถึง 13 คนกันเลยทีเดียวเชียวเนื้อหาบทสนทนาระหว่างบนโต๊ะอาหารก็เป็นไปเรื่อยเปื่อยส่วนมากก็คือ ถามเกี่ยวกับโพชั่นแล้วก็มุมมองการพัฒนาแล้วก็คิดค้นโพชั่นใหม่ ซึ่งเจมส์ก็ตอบออกมาตามตรงตามเท่าที่สามารถตอบได้แน่นอนข้อมูล

  • ชีวิตใหม่กับอาชีพนักปรุงยาในต่างโลก!   บทที่ 20 เข้าเฝ้าราชวงศ์

    บทที่ 20 เข้าเฝ้าราชวงศ์ระหว่างการนั่งรอแน่นอนด้วยเหตุผลบางอย่างก็เริ่มเห็นว่าผู้คนเริ่มมารวมตัวกันเยอะขึ้น เจมส์ก็พยายามทำใจตัวเองให้สงบเข้าไว้ด้วยการจ้องหน้ามองตาสบตาซิลฟราเรียผู้เป็นคนรักจนในที่สุดเจ้าตัวเธอคนโดนจ้องก็บอกว่าพอก่อนอย่าจ้องกันเยอะแบบนั้นมันเขิน!? แล้วมันก็กลายเป็นแบบนั้นไป…ทำให้บรรยากาศโดยรอบนั้นเบาบางความตึงเครียดลงจนหลังจากที่รอไม่นานเท่าไหร่นักก็ได้ยินเสียงของล้อรถม้าวิ่งมาตามถนนพร้อมกับเสียงฝีเท้าของอาชาหลาย 10 คู่ที่วิ่งเข้ามาเหมือนกับเสียงกรอบที่กระทบกัน พอลุกขึ้นแล้วมองไปตามทิศทางเสียงนั้นเจมส์ก็ถึงกับตกตะลึงเมื่อเห็นขบวนม้าสวมเกราะสีเงินพราวประกายระยิบระยับที่สะท้อนกับแสงไฟถนน ซึ่งไม่เพียงแค่นักรบหรืออัศวินที่ขี่อยู่บนหลังม้าศึกเหล่านั้นที่สวมชุดเกราะแต่ม้าพวกนั้นเองก็สวมชุดเกราะด้วยเช่นกัน โดยอัศวินทั้งหลายได้ถือธงที่เป็นธงเฉลิมเกียรติตามที่ได้รับฟังคำพูดของคุณปีแอร์ รถมา 2 คันได้ทำการวนเข้าจอดโดยคันด้านหลังนั้นได้ถูกเชิญให้ท่านคลอฟอร์ด และคุณปีแอร์ส่วนเจมส์กับซิลฟราเรียได้ถูกเชิญให้ขึ้นนั่งบนรถม้าที่มีตราราชวงศ์ประดับติดเอาไว้อยู่ แน่นอนว่าเจ้าตั

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status