LOGIN“งื้อ...อื้ม...อ่าห์...อ๊าส์!”ศราณีร้องครางอย่างไม่ต้องสงสัยเธอเผลอเอื้อมสองมือลงไปจิกที่ผมของเขาแล้วดึงรั้งอย่างร้อนเร่าเสียวสะท้านขณะที่ร่องรักกลางหว่างขาแบะบาน กำลังถูกปากหนาและชิวหาตะปุ่มตะป่ำของเด็กหนุ่มถูไถระรัวเลีย จิกเขี่ยอยู่ที่ปุ่มกระสันอย่างตะกละตะกลามความหื่นห่ามสูบฉีดถาโถมไปทั่วกายกำยำ“อ๊อย...ซี๊ด...งื้อ...ระ ระ รุจจ๋า...ฉันเสียววว”แม่แฟนร้องหน้าเบ้ สะดุ้งหน้าท้องสั่นวาบ ทุกครั้งที่ลิ้นสากนาบคลึงลงกับติ่งเนื้อนุ่มนิ่มตรงร่องกลีบอูมอิ่มไร้ขนของเธอวิศรุจใช้ลิ้นได้ดีลีลาเด็ด จนศราณีติดใจมาตั้งแต่ครั้งก่อน และมีหรือที่ครั้งนี้ เธอจะไม่ยินยอมให้เขาปรนเปรอสวาทให้ในเมื่อหัวใจมันต้องการ“แผล่บ หมับ ซ๊วบ แผล่บ!”เด็กหนุ่มรุ่นลูกกระหน่ำกินร่องกลีบแม่แฟนไม่หยุด ละเลงดูดที่เม็ดสวรรค์แดงฉ่ำจนปูดเป่งทำเอาร่างกระชับของเธอสั่นกระตุก สองเต้าเด้งกระเพื่อมรุนแรง“อ๊ะ อ๊อย...ซี๊ด! สะ สะ เสียว...งื้อ...ซะ ซะ ซี๊ดดด!”และแล้วศราณีก็พบกับจุดแตกลงในบัดดลไปจนได้เธอบิดกายดิ้นกระสับกระส่ายเป็นจังหวะ ๆ ยอดอกแข็งตึงเป็นไตเมือกคาวไหลนองล้นรูร่องจนเปียกแฉะ“อ๊าย...แฮ่ก ๆ งืม...อ่ะ...อู้ว์
เภตาบอกกับคนทั้งสองด้วยรอยยิ้ม ซึ่งต่างจากสีหน้าของศราณีกับวิศรุจมากเพราะตอนนี้คนทั้งสองได้แต่เหวอ จนพูดอะไรไม่ออกเชียวหละ“เอ่อออ...สวัสดีครับ”เด็กหนุ่มเอ่ยทักทายแม่แฟนเสียงเรียบ ก่อนจะก้มหน้าเบา ๆ ให้ ไม่ได้ยกมือไหว้เธอด้วยซ้ำ“อืม...ยินดีที่ได้รู้จักนะ นั่งสิ”ศราณีตอบเขาหน้านิ่ง หัวใจเต้นระส่ำ ตัวชาไปทั้งร่างเธอไม่คาดคิดเลยว่า หนุ่มหล่อที่เธอเผลอตัวเผลอใจไปยุ่งด้วย จะกลับกลายมาเป็นแฟนหนุ่มของลูกสาวเธอได้“งั้น...เราทานข้าวไปด้วย คุยไปด้วยดีกว่านะคะ”เภตาพูดขึ้น เพื่อดึงดูดความสนใจจากทั้งคู่ ที่กำลังสบตากันอย่างจริงจังเนิ่นนานจนเธอเองก็เริ่มจะอึดอัดทั้งสามนั่งลงและเริ่มทานมื้อเย็นกันไปเรื่อย ๆ โดยจะมีเสียงเจื้อยแจ้วของเภตา ที่คอยชวนคุยเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างแม่กับแฟนหนุ่มอยู่ตลอดเวลาโดยไม่รู้เลยว่า ลับหลังคนทั้งสองได้สานสัมพันธ์กันแบบลึกซึ้ง ไปถึงขั้นไหน ๆ แล้วเมื่อทานอาหารกันเสร็จ เภตาก็ชวนศราณีกับวิศรุจดื่มไวน์ฉลองกัน เพราะวันนี้เธอดีใจมากที่แฟนหนุ่มกับแม่ได้มารู้จักกัน ทำให้เด็กสาวดื่มเหล้าหมักเข้าไปจนเมามายแทบไม่ได้สติต่างกับคนทั้งสองที่เอาแต่จ้องหน้ากันไปมาอย่างร้อนรุ่
“นี่จ๊ะ”ศราณีพูดจบ ก็ยกแก้มนมอุ่น ๆ ส่งให้ลูกสาวเภตาจึงรับไปถือไว้ จากนั้นสาวใหญ่หน้าสวยก็ยกแก้วชาร้อนของตัวเองขึ้นมาจิบเบา ๆ“ว่าไง วันนี้ทำไมกลับดึกจ๊ะ มีอะไรจะบอกแม่มั้ยเนี่ย?”เธอเอ่ยถาม ด้วยแววตาหยอกเย้า เพราะเลี้ยงเภตามาแบบไม่เข้มงวดนักจึงทำให้เด็กสาวไม่อึดอัดที่จะพูดคุยอะไรกับศราณีเพียงแต่เจ้าหล่อนไม่ค่อยจะมีเวลาให้เภตาก็เท่านั้นแหละ“มีเยอะแยะแหละค่ะ แต่แม่ไม่ค่อยอยู่บ้านฟัง”เด็กสาวประชดใส่“ก็ตอนนี้ไง แม่รอฟังอยู่เนี่ย ว่ามาซิ”“อืมแม่คะ...ตอนนี้ หนูอายุสิบแปดแล้วนะคะแม่ บรรลุนิติภาวะแล้ว”เภตาบอกพลาง ทำหน้าลังเลเล็ก ๆ กลอกตาไปมาอย่างมีพิรุธ“แล้ว...ยังไงจ๊ะ?”ศราณีอมยิ้ม แล้วเอ่ยถามต่อ“คือ...ถ้าหนูจะมีแฟน...แม่คงจะโอเค ใช่มั้ยคะ?”เด็กสาวทำหน้าอ้อนใส่ ยังไม่วางใจกับคำตอบของผู้เป็นแม่นัก“หึ! คบกันนานหรือยังหละ แล้วตาคนนั้นเป็นใคร เรียนอยู่ที่ไหน...แล้วหล่อหรือเปล่า?”ศราณีถามกลับมาเป็นชุด ๆ เล่นเอาลูกสาวถึงกับเขินอาย“คุณแม่อ่ะ...เอาทีละคำถามสิคะ หนูยังไม่ทันตั้งตัวเลย”“งั้น...เสาร์นี้ พามากินข้าวที่บ้านหน่อย”“คุณแม่!!!”“เป็นอันว่าตกลงนะจ๊ะ งั้นแม่ไปนอนก่อนหละ กู๊ดไ
“เภมองหน้าพี่ซิ แล้วบอกพี่มา...ว่าเภพร้อมแล้วจริง ๆ เหรอ?”เขาเอ่ยถามอย่างจริงจัง“ทำไมหละคะ? ก็เราเป็นแฟนกันนี่ เภอยากรู้ว่ามันเป็นยังไง ไม่ใช่แค่กอดจูบลูบคลำ เหมือนที่ผ่าน ๆ มา”เภตาตอบด้วยน้ำเสียงออดอ้อน แล้วส่งสายตาอ่อย ๆ ให้ อารมณ์ความต้องการภายในคุกรุ่นร้อนผ่าวหากแต่อีกฝ่ายกลับกระอึกกระอัก ชักสีหน้าลังเล“งั้นเภก็แค่อยากรู้ใช่มั้ย ไม่ได้ต้องการมันจริง ๆ”“ไม่ใช่ค่ะ เภต้องการ...ต้องการพี่รุจ!”พูดจบ เจ้าหล่อนก็โผเข้ามาหา แล้วเงยหน้าสวยใสขึ้นไปจูบปากของเขาอย่างเร่าร้อน“อือ...อืม”วิศรุจตกใจเล็ก ๆ ที่โดนแฟนสาววัยสิบแปดจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัว แต่เขาเองก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนเสียเมื่อไหร่กันหละเมื่อเธอเชื้อเชิญซะขนาดนั้น อารมณ์กระสันซ่านมันเลยบังเกิดเขาใช้สองมือใหญ่จับที่หัวไหล่เธอ แล้วผลักจนริมฝีปากอวบอิ่มนั้นถอนห่างออกไปทำให้เภตาถึงกับหน้าเหวอ เพราะคิดว่าวิศรุจกำลังจะปฏิเสธเธอเหมือนทุกครั้ง“ทำไมหละคะ พี่รุจ...”“อืมมม ของแบบนี้ พี่ต้องเป็นฝ่ายเริ่มสิ มันถึงจะถูก...”พูดจบ ร่างแกร่งก็ผลักร่างเล็กกระชับให้นอนหงายลงไปกับโซฟา ก่อนจะโถมตัวลงไปหาอย่างแนบแน่น แล้วก้มหน้าลงบดขยี้จูบเธ
รถคันหรูขับมาจอดหน้าคอนโดแห่งหนึ่งย่านรัชดา ในช่วงเที่ยงคืนกว่า ๆก่อนที่วิศรุจจะเปิดประตู แล้วกระโดดลงมาจากรถ พร้อมกับปิดประตูลงแต่ก่อนที่เขาจะเดินกลับเข้าไปในตึกแห่งนั้นชายหนุ่มก็ไม่ลืมที่จะยกกำปั้นขึ้นมาเคาะกระจกรถเบา ๆเพื่อให้คนที่อยู่ข้างใน ลดกระจกลงมาเพื่อพูดจาร่ำลากัน“มีอะไร?”ศราณีเอ่ยถาม พลางทำหน้าเชิดใส่ แต่ริมฝีปากอวบอิ่มนั้น กลับอมยิ้มเบา ๆ อยู่ในที“คืนนี้...ค้างกับผมที่ห้องมั้ย?”เขายื่นหน้าทะเล้นเข้ามาถาม พลางทำตาหื่นเป็นมันใส่“ไอ้เด็กหื่น...กลับไปได้แล้ว...ชิ!”เธอทำเป็นต่อว่า เมินหน้าใส่ แต่ใบหน้าสะสวยกลับแดงก่ำเป็นลูกตำลึงซะงั้น“โอเค ๆ วันนี้พอแค่นี้ก่อน...คุณจะเหนื่อยเปล่า ๆ เอาไว้วันหลังก็ได้”วิศรุจพูดจบก็กระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์ให้เธอ พลางยักคิ้วกวน ๆ ใส่จากนั้นก็หันหลังเดินสาวเท้าเข้าไปในตึกคอนโดหรูทันทีศราณีมองตามหนุ่มหล่อรุ่นลูก ที่เธอเพิ่งจะมีสัมพันธ์สวาทอย่างเมามันด้วยกัน ด้วยสายตาหลงใหลหัวจิตหัวใจเตลิดและกระชุ่มกระชวยอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมานานจากนั้น หญิงสาวก็รีบขับรถเก๋งคันงามของตนบึ่งกลับบ้านในทันที แม้ว่าในสมองยังคงมีแต่เรื่องของวิศรุจ จนสลัดไม่หล
“หืมมม...น่าดูดจัง...”ศราณีแอบคิดในใจ เมื่อสายตาเธอจดจ้องมองไปตรงเอ็นกายลำแกร่งที่แข็งพองตั้งลำหัวคอดหยัก เปิดบานของหนุ่มหล่อเบื้องหน้าแค่เห็น น้ำลายเธอก็สอในทันที แถมท้องไส้ก็ยิ่งมวนหน่วงเหน็บมากขึ้นเรียกง่าย ๆ ว่าอาการน้ำเดินนั่นเอง“อืม อ่ะ! ชักเองแบบนั้น มันจะไปมันอะไรหละพ่อคุณ...มามะ”เธอพูดพลาง ประคองร่างลงไปนั่งยอง ๆ ลงที่พื้นรถแล้วแทรกตัวเข้ากลางหว่างขาของเขา จากนั้นก็ก้มหน้าอ้าปากเอาลิ้นร้ายเข้าไปละเลงเลียบนส่วนหัวแดงเถือก ก่อนจะเขมือบดูดอมเข้าไปลึกจนถึงคอหอยทันที“หมับ...อ๊อก!!!”“โอ้ว์...ซี๊ด...อื้ม...”วิศรุจครวญครางขึ้นมาอย่างเสียวซ่านจับใจ ใบหน้าหล่อเข้มบ่งบอกถึงความเคลิบเคลิ้มที่ได้รับเป็นอย่างมาก จนเขาต้องเกร็งหน้าท้อง ขยับยกก้นแกร่งสอดเสยท่อนเนื้อกระทุ้งแทง ขึ้นมาใส่ช่องปากเย็นฉ่ำของศราณี แบบมันอารมณ์“อั๊ก...อ๊อก...อื้อ...อื้ม...หมับ...อ๊อกกก!”สาวใหญ่ดูดอมงับเม้ม ลำเอ็นบ้องยาวสาวเข้า ๆ ออก ๆ ถูไถกับซอกปากอย่างชำนาญการขณะใช้สองมือกอบโกยพวงเนื้อหย่อนยานเบื้องล่างใต้โคน แล้วขยำนวดคลึงเคล้าไปพร้อม ๆ กันทำเอาคนถูกกระตุ้นที่ดุ้นเนื้อนั้น เสียวซ่านสะท้านไปทั้งตัว







