หน้าหลัก / ระบบ / ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก / ตอนที่ 9 ความลับของน้ำหวานอมฤต

แชร์

ตอนที่ 9 ความลับของน้ำหวานอมฤต

last update ปรับปรุงล่าสุด: 2026-02-06 20:30:45

หลังจากมื้ออาหารที่ทั้งอร่อยและอิ่มท้องอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน บรรยากาศภายในจวนตระกูลเสิ่นก็อบอวลไปด้วยความสุขและความหวัง แต่เมื่อทุกคนย้ายเข้ามาในห้องโถงใหญ่ตามคำสั่งของชายชราผู้เป็นประมุขของจวน

บรรยากาศที่เคยคึกคักก็ค่อย ๆ สงบลง กลายเป็นความคาดหวังอย่างจริงจังถึงเรื่องบางอย่าง เสิ่นเจิ้งเต๋อได้สั่งให้บ่าวรับใช้ทุกคนรวมถึงเสี่ยวชิงและฮุ่ยจูออกไปรอข้างนอกก่อน โดยให้เหตุผลว่านี่คือการประชุมเรื่องสำคัญภายในครอบครัว

เมื่อประตูห้องโถงถูกปิดลงเหลือเพียงสมาชิกของครอบครัว ทุกสายตาก็จับจ้องไปยังเด็กหญิงตัวน้อยที่นั่งอยู่บนตักของหญิงชราอย่างพร้อมเพรียง

เสิ่นเจิ้งเต๋อเป็นผู้ทำลายความเงียบขึ้นก่อน เขามองหลานสาวด้วยสายตาที่อ่อนโยนแต่ก็แฝงไว้ด้วยความจริงจัง “เวยเวย ย่าของเจ้าบอกปู่ว่าเจ้ามีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับสุขภาพของพวกเราจะบอก... เรื่องน้ำหวานอมฤตที่ท่านเทพเซินหนงมอบให้มันคือสิ่งใดเช่นนั้นรึ”

หลิวเวยพยักหน้าด้วยท่าทางสุขุมเกินวัย... ก่อนที่นางจะเล่าเรื่องราวที่เตรียมการไว้ในใจอย่างฉะฉาน “เจ้าค่ะท่านปู่... ตอนที่เวยเวยสลบไป ท่านเทพเซินหนงสงสารที่เห็นร่างกายของข้าอ่อนแอและท่านย่าก็ไออยู่บ่อยครั้ง ท่านจึงได้มอบของวิเศษให้ข้ามาเจ้าค่ะ”

“ลูกรัก มันเป็นเรื่องจริงเช่นนั้นรึ” หลิวซูซินเอ่ยเสียงสั่นด้วยความซาบซึ้งและตื้นตันต่อองค์เทพท่านนั้น เพราะตั้งแต่ที่เวยเวยถือกำเนิดนางก็ตัวเล็กเท่าลูกแมว... ร่างกายรึก็อ่อนแอแต่พอนางฟื้นขึ้นมาในครานี้ลูกสาวก็ดูร่าเริงขึ้นและยังแข็งแรงขึ้นมากด้วย

“จริงแท้แน่นอนที่สุดเจ้าค่ะ” เจ้าตัวเล็กพยักหน้ายืนยัน ก่อนจะกล่าวต่อ “ แต่สิ่งที่ท่านมอบให้นั้นเป็นพรที่ทำให้ข้าสามารถเรียกน้ำหวานอมฤตออกมาได้เจ้าค่ะ ท่านว่าน้ำนี้สามารถชะล้างสิ่งไม่ดีออกจากร่างกาย ทำให้สุขภาพแข็งแรง บรรเทาอาการความเจ็บป่วยได้”

คำพูดนี้ของนางทำให้ทุกคนในห้องตกตะลึงไปอีกครั้ง! เพราะไม่ใช่แค่ความรู้เรื่องพืชพรรณที่กินได้และไม่ได้ แต่ยังมีของวิเศษที่ช่วยรักษาโรคได้อีกด้วย!

“แล้ว... แล้วของวิเศษนั่นอยู่ที่ไหนรึหลานสาว” จางชุนฮวาถามขึ้นอย่างตื่นเต้น

“เรื่องนี้... ข้าจะแสดงให้ทุกท่านดูเจ้าค่ะว่าพรนี้ใช้อย่างไร” นางพูดพลางลุกขึ้นจากตักของหญิงชราแล้วเดินตรงไปยังโต๊ะกลางห้องที่มีกาน้ำชาวางอยู่

เด็กหญิงหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะ หลับตาลงครู่หนึ่งเพื่อเพ่งสมาธิ ก่อนจะยื่นมือขวาเล็ก ๆ ของตนเองออกมาข้างหน้า

‘ชุนหยา ขอน้ำพุวิญญาณหนึ่งหยด... ที่ปลายนิ้วชี้ขวาของข้า’

‘รับบัญชาเจ้าค่ะนายท่าน!’

สิ้นคำกล่าวนี้ของนางกับภูตน้อย ที่ปลายนิ้วชี้เล็ก ๆ ของนางก็พลันปรากฏหยดน้ำใสสะอาดที่ส่องประกายระยิบระยับ แวววาวราวกับประกายของเพชรหยดเล็ก ๆ หยดหนึ่งขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์! แม้จะมีขนาดเล็กมากแต่ทุกคนในห้องโถงที่กำลังจ้องมองอย่างไม่กะพริบตาก็สามารถเห็นประกายแสงนั้นได้อย่างชัดเจน

หลิวเวยไม่รอช้า นางรีบเปิดฝากาน้ำชาออกและหยดน้ำวิเศษนั้นลงไปอย่างรวดเร็วและในทันใดนั้นเอง กลิ่นหอมสดชื่นอันบริสุทธิ์อย่างที่ไม่เคยมีใครได้กลิ่นมาก่อนก็ค่อย ๆ แผ่กำจายออกมาจากกาน้ำชาใบนั้น! มันเป็นกลิ่นที่หอมละมุนยิ่งกว่าดอกไม้ใด ๆ และทำให้ผู้ที่ได้สูดดมเข้าไปรู้สึกปลอดโปร่งและผ่อนคลายในทันที

“กลิ่นอะไรน่ะ... หอมเหลือเกิน” ชายชราเอ่ยขึ้นเป็นคนแรก แววตาของท่านเต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนทึ่ง

หลิวเวยหันกลับมามองทางทุกคนในครอบครัวพร้อมกับฉีกยิ้มกว้างออกมา “นี่แหละเจ้าค่ะ น้ำหวานอมฤตที่ท่านเทพมอบให้”

กลิ่นหอมอันบริสุทธิ์นั้นไม่ได้เพียงแค่จรุงใจ แต่มันดูเหมือนจะมีพลังบางอย่างที่มองไม่เห็นแฝงอยู่ด้วย เสิ่นอี้หานผู้แบกรับความเครียดจากการงานมาทั้งวันรู้สึกราวกับว่าปมที่ขมวดแน่นอยู่ในใจได้คลายออกเล็กน้อย

ความหนักอึ้งบนบ่าเบาลงอย่างน่าประหลาด ส่วนหญิงชราผู้เป็นย่าของเด็ก ๆ ก็รู้สึกว่าการหายใจของนางโล่งสบายขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

“เหลือเชื่อ... เหลือเชื่ออย่างที่สุด!” ชายชราผู้เป็นปู่พึมพำกับตัวเอง ท่านเป็นบัณฑิตที่ยึดมั่นในหลักการและเหตุผลมาตลอดชีวิต แต่ปรากฏการณ์ตรงหน้ากลับอยู่เหนือคำอธิบายใด ๆ ที่ท่านเคยร่ำเรียนมา

ในขณะที่หลิวเวยกำลังมองทุกคนที่ตกตะลึงอยู่นั้น เสียงของชุนหยาก็พลันดังขึ้นในหัวของนางอย่างเร่งร้อน

‘นายท่าน! นายท่าน! ข้าลืมบอกไป! น้ำพุวิญญาณมีคุณสมบัติพิเศษอีกสองอย่างนะเจ้าคะ!’

หลิวเวยชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะตั้งใจฟังคำอธิบายของภูตน้อย แล้วดวงตาของนางก็เบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึงระคนยินดี...นี่มัน... สมบูรณ์แบบเกินไปแล้ว!

(นี่มันยิ่งกว่าถูกหวยอีก คนที่ได้รับนำพุนี้จากเราจะไม่มีวันคิดร้ายกับเราอย่างเด็ดขาด อีกทั้งหากใครคิดจะนำเรื่องนี้ไปเล่าให้ผู้อื่นฟังคนผู้นั้นก็จะเกิดการสับสน... อย่างนี้ข้าก็สบายใจขึ้นเยอะเลย เพราะถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นครอบครัวเดียวกันกับข้าก็ตาม แต่ใจคนก็ย่อมไม่แน่นอน) นางคิดอย่างลิงโลด เนื่องจากนางมัวแต่คิดจะให้ทุกคนมีสุขภาพแข็งแรงจนลืมคิดถึงเรื่องนี้ไป

“ทุกคนเจ้าคะ” หลิวเวยรีบเรียกสติของทุกคนในห้องที่กำลังสูดกลิ่นหอมของน้ำพุจิตวิญญาณให้กลับมา “รีบมาดื่มน้ำในกานี้กันเถอะเจ้าค่ะ ดื่มกันแค่คนละหนึ่งจอกก็พอนะเจ้าคะ แม้ว่าสิ่งนี้จะเป็นของดีแต่ก็มีข้อจำกัดของมัน” เด็กหญิงไม่ลืมกล่าวเตือน

ตกดึกคืนเดียวกัน ในขณะที่ทุกคนแยกย้ายกันไปพักผ่อน ซึ่งวันนี้ร่างกายของพวกเขารู้สึกเบาสบายและปลอดโปร่งเป็นอย่างมาก แต่สำหรับหลิวเวยที่ร่างกายภายนอกกำลังหลับอย่างสงบ

จิตวิญญาณของนางกำลังยุ่งอยู่กับการเร่งเพาะพันธ์มันฝรั่งกับชุนหยา ที่ตอนนี้นางกับภูตน้อยจำเป็นต้องใช้น้ำพุแห่งจิตวิญญาณเร่งการเจริญเติบโตของพวกมันเพื่อให้ทันกับความต้องการของบิดาและชาวบ้านจำนวนห้าสิบหมู่บ้าน

 ‘ชุนหยา เราต้องเร่งผลผลิตให้มีพอนำไปแจกจ่าย’ น้ำเสียงของหลิวเวยดังขึ้นในขณะเดินดูแปลงมันฝรั่งและมันเทศที่ให้ชุนหยาแอบนำเข้ามาปลูก

‘นายท่านไม่ต้องกังวลเจ้าค่ะ ทันแน่นอน’ เสียงใสแจ๋วของภูตตัวเล็กเต็มไปด้วยความมั่นใจ

‘เยี่ยมมาก’ เวยเวยกล่าวชม ก่อนที่นางจะพูดต่อ ‘หากเจ้าเห็นว่ามันเพียงพอแล้ว ข้ารบกวนให้เจ้านำพวกมันออกไปกองรวมกับของเก่าที่กลางลานด้วยนะ ตอนนี้เห็นทีว่าข้าคงต้องขอตัวไปงีบสักหน่อย’ หลิวเวยพูดไปก็อ้าปากหาวออกมาหวอดใหญ่ทีเดียว

‘เจ้าค่ะ นายท่าน’ หลังซุนหยารับปาก จิตวิญญาณของเสิ่นหลิวเวยก็หายออกมาจากมิติ

ไม่กี่ชั่วยามต่อมา แสงแรกของอรุณรุ่งก็เริ่มจับขอบฟ้า หลิวเวยที่กำลังนอนหลับอย่างสบายก็ได้ถูกเสียงของพี่ชายคนที่สามมาปลุกถึงหน้าห้องนอนของตน

“น้องเล็ก! ตื่นเร็วเข้า!” เสิ่นจวินหลี่ที่ไม่อาจเก็บความตระหนกเอาไว้ได้หลังจากตื่นนอนก็รีบวิ่งตึงตังมาทางห้องของน้องสาว

“ไม่เอา ข้าอยากนอนต่อ” นางตอบกลับอย่างงึมงำที่คนภายนอกไม่มีทางได้ยิน โดยที่นางไม่รู้เลยว่าคนเป็นพี่ได้ผลักประตูห้องของนางเปิดกว้างแล้ว

สภาพของน้องสาวที่นอนไม่เรียบร้อยนั้นหาได้ทำให้ผู้บุกรุกตกใจแต่อย่างใด เสิ่นจวินหลี่ไม่รอช้าเจ้าตัวรีบใช้มือของตนจับขาของผู้เป็นน้องพร้อมกับเอ่ยเรียก

“น้องเล็ก!” เสิ่นหลิวเวยที่รู้สึกว่ามีมือมาจับข้อเท้าของตนนางก็พลันสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ “เหวอ!” นางร้องออกมาเสียงหลงและยังเกือบจะถีบเสิ่นจวินหลี่ที่เกิดก่อนเพียงสองปีอีกด้วย

“พี่สาม!” เสียงของนางดังลั่นเมื่อเห็นว่าเป็นใครที่กล้าบุกเข้ามาก่อกวนนางในยามนี้

“เจ้าอย่าเพิ่งโกรธ ตอนนี้ทุกคนกำลังรวมตัวกันที่ลานกว้างหมดแล้ว” คำกล่าวของเขาทำให้ใบหน้าของเสิ่นหลิวเวยเปลี่ยนไป

“เพราะเหตุใด” นางทำสีหน้าฉงน

“ไปดูเองก็รู้แล้ว!”

สิ้นคำพูดนี้ เสิ่นจวินหลี่ก็ไม่รอช้า เขารีบคว้าข้อมือเล็ก ๆ ของน้องสาวแล้วกึ่งลากกึ่งจูงนางออกจากห้องนอนทันที ทิ้งให้เสิ่นหลิวเวยที่ยังคงงัวเงียได้แต่งุนงงกับการกระทำอันเร่งรีบของพี่ชาย

ยิ่งเดินเข้าใกล้ลานกว้างหน้าเรือนใหญ่มากเท่าไหร่ หลิวเวยก็ยิ่งรู้สึกถึงบรรยากาศที่ผิดปกติ ความเงียบสงัดยามเช้าที่ควรจะเป็น กลับถูกแทนที่ด้วยเสียงพึมพำที่ดังลอดออกมาอย่างไม่อาจเก็บงำได้ และเมื่อสองพี่น้องก้าวพ้นโค้งสุดท้ายของระเบียงทางเดิน...

ภาพที่ปรากฏตรงหน้าก็ทำให้เสิ่นหลิวเวยถึงกับอ้าปากค้าง! เนื่องจากกลางลานกว้างของจวนที่เมื่อวานยังมีหัวมันกับมันฝรั่งอยู่ไม่กี่หย่อมหลังจากนำไปทำอาหารบางส่วน บัดนี้กลับปรากฏกองมันเทศป่าและมันฝรั่งกองมหึมา

ไม่สิ... มันต้องเรียกว่าเป็นภูเขาขนาดย่อม ๆ เลยทีเดียว! กองมันนั้นแทบจะสูงท่วมหัวผู้ใหญ่เลยด้วยซ้ำ... กลิ่นดินสดใหม่คละคลุ้งไปทั่วบริเวณราวกับเพิ่งถูกขุดขึ้นมาจากดินเมื่อครู่นี้เอง

รอบ ๆ กองภูเขานั้น สมาชิกทุกคนในตระกูลเสิ่นยืนรวมตัวกันอยู่ครบถ้วน ทุกคนต่างตกอยู่ในภวังค์แห่งความตกตะลึง ไม่มีผู้ใดเอ่ยคำพูดใด ๆ ออกมา มีเพียงดวงตาที่เบิกกว้างและอ้าปากค้างเท่านั้นที่บ่งบอกถึงอารมณ์ของพวกเขาได้

เสิ่นเจิ้งเต๋อยืนลูบเคราตัวเองอย่างเหม่อลอย เสิ่นอี้หานมีสีหน้าผ่อนคลายเพราะนี่ย่อมหมายถึงอาหารของชาวบ้านที่จะไม่ต้องอดตายแต่ก็เต็มไปด้วยความสับสน แล้วในตอนนั้นเองที่เสิ่นหลิวเวยกำลังมองไปที่ใบหน้าของทุกคน

‘นายท่าน... ชุนหยาทำดีหรือไม่เจ้าคะ?’

เสียงใสแจ๋วที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจของชุนหยาดังก้องขึ้นในหัวของนาง ซึ่งคำถามนี้ของภูตน้อยแทบจะทำให้หลิวเวยล้มทั้งยืน! ‘มันก็ได้อยู่นะ’ นางตอบแบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ‘แต่นี่มันจะไม่มากไปหน่อยหรือชุนหยา’

‘ไม่มากหรอกเจ้าค่ะ แบบนี้แหละรับรองว่าพอดีสำหรับการแจกจ่ายอย่างแน่นอน เชื่อหัวชุนหยาสิเจ้าคะ’

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   ตอนที่ 56 ท้า

    ‘นายท่านเจ้าขา... อาหารพวกนี้... ชุนหยาทนดูไม่ได้ จริง ๆ เจ้าค่ะ! ทั้งมันฝรั่งที่ต้มจนเละไม่เป็นท่า! ทั้งมะเขือเทศที่ถูกผัดจนสีซีด! พวกเขาทำลายคุณค่าของวัตถุดิบดี ๆ ไปหมดแล้ว!’ ชุนหยาที่ลอยอยู่ไม่ไกลกรีดร้องโหยหวนอยู่ในมโนสำนึกของนาง‘ใจเย็นก่อนเถอะชุนหยา ข้าเองก็ทนไม่ได้เหมือนกันกับเจ้านั่นแหละ แต่วันนี้เป็นวันแรกที่เราเพิ่งมาถึง การจะลงมือทำสิ่งใดสักอย่างนั้นจำเป็นต้องรู้เขารู้เราเสียก่อน’‘ที่นายท่านกล่าวมาก็มีเหตุผลเจ้าค่ะ เพียงแต่นายท่านอย่าทิ้งเวลาให้เนิ่นนานมากนักนะเจ้าคะ เพราะชุนหยารู้สึกปวดใจยิ่งนักที่เห็นวัตถุดิบดี ๆ เหล่านี้ไม่น่ากินเจ้าค่ะ’‘ข้ารู้ ข้าเองก็กลัวพี่ ๆ จะผอมลงเหมือนกัน เจ้าดูสิกว่าข้าจะขุน เอ้ยทำให้พวกเขามีเนื้อมีหนังขึ้นมานั้นไม่ใช่ง่ายเลย หากแก้มยุ้ย ๆ ของพี่สาม พี่สี่ พี่ห้าหายไปข้าคงปวดใจแย่ ส่วนพี่ใหญ่กับพี่รองเองก็สูงขึ้นมาก... หากต้องมาหยุดการเจริญเติบโตเพราะว่ากินไม่ได้ข้าเองก็ไม่พอใจเช่นกันนั่นแหละ เห็นแล้วก็รู้สึกเจ็บปวดยิ่ง’แต่แม้ว่ารสชาติของอาหารจะไม่เป็นที่ยอมรับของพวกเขา ทว่าเด็ก ๆ ตระกูลเสิ่นกลับกินกัน

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   ตอนที่ 59 หอมกลิ่นอะไร?

    หลังจากที่เสิ่นหลิวเวยได้รับอนุญาตให้ใช้โรงครัวของสถานศึกษาได้ตามอัธยาศัยแล้ว เจ้าตัวก็ไม่รอช้าที่จะเริ่มปฏิบัติการปฏิวัติอาหารทันที ในเย็นวันนั้นเองนางอ้างกับท่านอาจารย์หยางว่าจะขอลองเตรียมอาหารมื้อเย็นสำหรับพี่น้องของนางก่อนเพื่อทดสอบครัวดังนั้นเมื่อได้กุญแจครัวเล็ก... ซึ่งเป็นครัวแยกสำหรับอาจารย์ที่อยู่ติดกับโรงอาหารใหญ่มาอยู่ในมือ เด็กหญิงก็สั่งให้เสี่ยวชิงไปตระเตรียมถ่านและฟืน ส่วนตนเองก็เข้าไปสำรวจด้านในครัวตามลำพัง‘ชุนหยา เจ้าพร้อมหรือไม่’ นางเอ่ยถามภูตน้อยทันทีที่ประตูปิดลง‘พร้อมเจ้าค่ะ! ว่าแต่นายท่านต้องการสิ่งใดในมิติบ้างหรือเจ้าคะ’‘ข้าอยากได้ไก่หมักสูตรไก่ทอดผู้พัน... ซี่โครงหมูหั่นขนาดพอดีคำ... มันฝรั่งสำหรับตุ๋น มะเขือเทศกับไข่... และที่สำคัญ สาลี่กับเห็ดหูหนูขาวสำหรับของหวาน! เจ้าเตรียมให้ข้าได้หรือไม่’‘เรื่องแค่นี้เองสบายมากเจ้าค่ะ นายท่านไว้ใจชุนหยาได้เลย’เพียงพริบตาเดียวจบคำของภูตน้อยไม่นาน บนโต๊ะเตรียมอาหารที่ว่างเปล่าก็เต็มไปด้วยวัตถุดิบชั้นเลิศที่ถูกเตรียมไว้มีทั้งไก่ที่ถูกหั่นเป็นชิ้น... หมักด้วยเครื่องเทศจนเข้าเนื

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   ตอนที่ 58 อาจารย์น้อย

    ทว่ายังไม่ทันที่เมิ่งหย่าฉีจะได้ตอบรับ เสียงของอาจารย์ หยางซือเจ๋อก็ได้ดังขึ้นมาเสียก่อนอย่างตื่นเต้น“ศิษย์น้อยเวยเวย เจ้าสนใจมาเป็นผู้ช่วยสอนของอาจารย์หรือไม่”คำถามนี้ของเขา ไม่เพียงแต่ทำให้เด็กทั้งสองหยุดชะงักแต่ยังทำให้ทั้งโรงอาหารที่กำลังเริ่มจะกลับสู่สภาวะปกติต้องเงียบกริบลงอีกครั้ง! เหล่าศิษย์พี่ที่เพิ่งจะจ่ายเงินพนันกันเสร็จถึงกับหันขวับกลับมามองทางคนทั้งสามเป็นตาเดียว!“ผู้ช่วยสอน... หรือเจ้าคะ” เสิ่นหลิวเวยทวนคำอย่างงุนงง‘ชุนหยาดูเหมือนว่าชีวิตอันสงบสุขของข้ากำลังจะจบลงแล้ว’‘นายท่านเจ้าขา ชุนหยาคิดว่านายท่านจะรู้ตั้งแต่รับคำท้าแล้วนะเจ้าคะ’ คำตอบของชุนหยาทำให้เสิ่นหลิวเวยอยากเอามือก่ายหน้าผาก‘สำนึกตอนนี้ก็ไม่ทันเสียแล้ว’ เจ้าตัวอยากจะหลั่งน้ำตา“ใช่!” หยางซือเจ๋อพยักหน้ารับอย่างมั่นใจ ดวงตาของเขาเป็นประกายเจิดจ้า“ข้าเป็นอาจารย์มาจนอายุขนาดนี้ บอกตามตรงว่าข้ายังไม่เคยเห็นวิธีการคำนวณที่รวดเร็วและแม่นยำเช่นนี้มาก่อนในชีวิต! วิชาคำนวณในใจของเจ้ามันคือสิ่งที่ไม่น่าเชื่อ ดังนั้นข้าจึงอยากให้เจ้าช่วยข้าอาจารย์เ

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   ตอนที่ 57 ข้ายอมแพ้

    ความเงียบเข้าปกคลุมโรงอาหาร สายตาทุกคู่ล้วนจับจ้องไปทางเขาเป็นตาเดียว“จงฟังให้ดี... พ่อค้าผู้หนึ่งมีไข่ไก่ในตะกร้าสิบแปดฟอง เขาเดินไปที่ตลาด ซื้อไข่ไก่เพิ่มมาอีกหกสิบเจ็ดฟอง แต่ระหว่างทางกลับบ้านเกิดสะดุดล้ม ทำไข่แตกไปสามสิบสองฟองขอถามว่า... บัดนี้พ่อค้าผู้นี้เหลือไข่ไก่อยู่กี่ฟอง!”โจทย์บวกลบที่ถูกเล่าเป็นเรื่องราวนี้ ทำให้เมิ่งหย่าฉีรีบนำลูกคิดของตนขึ้นมาทันที นิ้วของนางดีดอย่างรวดเร็ว... ติ๊ก... ติ๊ก... ติ๊ก...“ห้าสิบสามฟองเจ้าค่ะ!” นางตะโกนตอบออกมาอย่างมั่นใจในเวลาเพียงไม่กี่อึดใจ!แต่เสียงที่ดังขึ้นพร้อมกันกับนาง... ก็คือเสียงเล็กใสของเสิ่นหลิวเวย“ห้าสิบสามฟองเจ้าค่ะ”อาจารย์หยางเลิกคิ้วสูง! เร็วเท่ากัน! “ถูกต้องทั้งคู่! ข้อนี้เสมอกัน!”“โธ่เอ๊ย!” เสียงโอดครวญจากกลุ่มศิษย์พี่ที่ลงพนันดังขึ้นเบา ๆเมิ่งหย่าฉีหันไปมองหลิวเวยด้วยสายตาประหลาดใจเล็กน้อย (บังเอิญน่ะสิ! โจทย์ข้อนี้นับว่ายังง่ายไป!)“โจทย์ข้อที่สอง... ยากขึ้นมาหน่อย” เสียงของหยางซือเจ๋อกล่าวต่อ“จงฟังให้ดี... ช่างทอผ้าผู้หนึ่ง ทอผ้าไหม

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   ตอนที่ 60 มีลูกศิษย์เพิ่ม?

    เสิ่นหลิวเวยมองฝูงชนที่กำลังยืนน้ำลายสออยู่หน้าประตูอย่างกับซอมบี้... แล้วก็ได้แต่ถอนหายใจยาวออกมา“เอาละทุกท่าน!” นางตะโกนเสียงใส “ในเมื่อมากันถึงที่นี่แล้ว... วันนี้เวยเวยจะเลี้ยงเอง!”สิ้นคำประกาศนี้ของคนตัวเล็ก... เสียงโห่ร้องด้วยความยินดีก็ดังกึกก้องไปทั่วหน้าประตูห้องครัวเล็กแห่งนี้“แต่ว่า!” นางยกมือขึ้นห้าม “ของอร่อยมีจำกัด! ไก่ที่ข้าเตรียมมามีไม่พอสำหรับทุกคนแน่ ๆ!” คำพูดนี้ของนางทำให้ทุกคนหน้าสลดลงทันที“แต่...” นางฉีกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “ถ้าหากทุกท่านอยากกิน... ก็ต้องมาช่วยกันทำ!”“ได้เลย” แม้ว่าเหล่าศิษย์ในสำนักศึกษาเหล่านี้จะไม่เคยทำอาหารก็ตาม ทว่าด้วยทนความยั่วยวนจากกลิ่นหอมของอาหารไม่ไหว ดังนั้นพวกเขาจึงได้แต่รับปากออกมาอย่างลืมตัว“ถ้าอย่างนั้น ทุกคนรอกันอยู่ตรงนี้นะเจ้าคะ” เสิ่นหลิวเวยพูดขึ้น‘ชุนหยารีบนำไก่หมักออกมาเพิ่มเร็วเข้า เอามาให้พอกับจำนวนคนนะ’‘ได้เลยเจ้าค่ะ นายท่าน’ สิ้นคำพูดของภูตน้อย ไก่หลายอ่างดินเผาพร้อมกับแป้งในอ่างอีกจำนวนหนึ่งก็ปรากฏออกมา“น้องเล็ก เจ้าเตรียมไว้ตั้งแต่ตอนไหนกัน” เส

  • ชุนหนี ฮู้เกินโคลนใบไม้ผลิคุ้มราก   ตอนที่ 55 ข้าไม่อยากรังแกเด็ก!!

    ไม่นานหลังจากวันที่เหล่าพี่น้องบ้านเสิ่นไปสมัครเรียน ในที่สุดวันเปิดภาคการศึกษาใหม่ของสถานศึกษาไห่เหวินซู เยวียนก็มาถึง...บรรยากาศในยามเช้าของวันนี้คึกคักเป็นพิเศษ รถม้าหรูหราหลายคันจอดเรียงรายอยู่เบื้องหน้าประตูทางเข้า เหล่าคุณชายและคุณหนูในอาภรณ์ผ้าไหมเนื้อดีต่างทยอยกันลงจากรถม้า พร้อมกับบ่าวรับใช้ที่หอบหิ้วหีบเสื้อผ้าและตำราตามหลังมาเป็นพรวนแม้ว่าสำนักศึกษาจะอยู่ภายในตัวมณฑลตงไห่ ทว่าตามกฎระเบียบของที่นี่ เหล่าว่าที่บัณฑิตทุกคนจำเป็นต้องอยู่ในหอพักของสถานศึกษา ซึ่งหากจะให้เสิ่นหลิวเวยเปรียบเปรย ที่แห่งนี้ก็เหมือนกับโรงเรียนประจำชั้นสูงนั่นเองจะว่าโชคดีหรือโชคร้ายก็สุดจะรู้ที่ในยุคนี้ผู้คนไม่นิยมส่งบุตรหลานมาเรียน อีกทั้งยังไม่มีการบังคับเรื่องการศึกษาจึงทำให้ชาวบ้านหรือแม้แต่คนชั้นสูงบางครอบครัวไม่คิดว่าการศึกษาสำคัญ ยกเว้นครอบครัวนั้นต้องการจะให้บุตรหลานสอบรับราชการ หรือไม่ก็หากเป็นสตรีก็หวังจะให้นางแต่งกับคนชั้นสูงเพื่อสร้างฐานะให้แก่ครอบครัวดังนั้นแม้ว่าที่แห่งนี้จะเป็นสถานศึกษากินนอนก็ทำให้ห้องพักยังมีเพียงพอ ซึ่งเสิ่

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status