เข้าสู่ระบบ“เฮียจะเริ่มแล้วนะ” เขากระซิบเสียงพร่า รู้สึกได้ว่าความร้อนแผ่ซ่านขึ้นมาจากทุกส่วนของร่างกาย ความนุ่มหยุ่นที่ล้นมือทำให้เขาต้องเม้มริมฝีปากแน่น กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
ยาหยีพยักหน้ารับ หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ เธอไม่รู้ว่าคิดถูกหรือผิดที่ยืนกรานให้เขาทำแบบนี้ กระทั่งวินาทีที่ปลายเครื่องสักที่ไร้เข็มสัมผัสลงตรงหัวนม แรงสั่นสะเทือนเบาๆ ก็ทำให้ร่างเธอกระตุกขึ้นทันที
“อ๊ะ!”
มือเรียวจิกลงบนเบาะแน่นกว่าเดิม ร่างบางกระตุกวูบทุกครั้งที่แรงสั่นจากเครื่องกระทบกับยอดอก ความรู้สึกแปลกใหม่ที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนแล่นริ้วขึ้นมาเป็นระลอก มันทั้งจั๊กจี้ ทั้งเสียวซ่านจนเธอแทบควบคุมตัวเองไม่อยู่
“อื้อ…” เสียงหวานเผลอหลุดออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ปลายนิ้วเกร็งแน่นกว่าเดิม ร่างกายเธอสั่นสะท้านจากแรงสั่นสะเทือนเล็กๆ ที่ส่งตรงไปยังจุดอ่อนไหว ดวงตาหลับพริ้มโดยอัตโนมัติ ลมหายใจเริ่มขาดห้วงในทุกครั้งที่ปลายเครื่องลากไล้ผ่านจุดเดิมซ้ำๆ
เธอพยายามจะข่มเสียงคราง แต่มันกลับหลุดออกมาเป็นจังหวะ สัมผัสที่ไม่ได้รุนแรง แต่มันกลับทำให้ทุกประสาทสัมผัสของเธอตื่นตัวไปหมด ความร้อนแล่นผ่านผิวเนียนวาบขึ้นสู่ใบหน้า ความรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้องเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเขาลากเครื่องวนอยู่ตำแหน่งเดิม ร่างกายเธอยิ่งบิดเร่าอย่างไม่รู้ตัว
ยักษ์มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยใจเต้นรัว เขาพยายามข่มกลั้นอารมณ์ให้เป็นปกติ แต่เสียงครางกระเส่าที่เล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากอิ่มของเธอมันทำให้เขาแทบบ้า
“ลองแล้ว รู้แล้ว ทีนี้ก็พอได้แล้วเนอะ” เขากัดฟันแน่น ก่อนจะตัดสินใจปิดเครื่องสักในมือ “เห็นไหมล่ะ เฮียบอกแล้วว่ามันเสียวมาก”
“หนูเชื่อแล้วค่ะว่ามันเสียวมาก...แต่...แต่ทำไมหนูรู้สึกดีจัง” ยาหยีพูดทั้งที่ยังหอบหายใจหนัก ดวงตาฉ่ำปรือ ก่อนจะเม้มริมฝีปากแล้วส่ายหน้าช้าๆ
“เชี่ย ซวยแล้วไง!” เขากำลังทำเด็กใจแตกเข้าแล้ว ยักษ์พึมพำเบาๆ กับตัวเอง
ร่างบางที่ยังนอนแผ่อยู่บนเตียงสักค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้น ดวงตากลมโตกะพริบช้าๆ ก่อนจะจ้องหน้าเขาด้วยสีหน้าไม่แน่ใจ
“เฮีย...ทำต่ออีกหน่อยได้ไหม”
ยักษ์กลืนน้ำลายลงคอแผ่วเบา มือกำเครื่องสักแน่นอย่างชั่งใจ เขารู้ดีว่าขืนปล่อยให้ไปไกลกว่านี้ มันจะไม่ใช่แค่การทดลองแน่ๆ
ยักษ์มองหญิงสาวตรงหน้า ดวงตากลมโตที่ฉ่ำหวานจ้องมองเขาด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบาย เขาพยายามจะตัดใจ จะหยุดทุกอย่างไว้แค่นี้ แต่เหมือนยาหยีจะไม่ยอมง่ายๆ
“เฮีย...” เธอเอ่ยเสียงแผ่ว ก่อนจะยกมือขึ้นสัมผัสมือใหญ่ของเขาที่กำเครื่องสักแน่น “ลองทำอีกข้างได้ไหมคะ เผื่อว่ามันจะรู้สึกไม่เท่ากัน แบบข้างหนึ่งเสียว ข้างหนึ่งไม่เสียวอะไรแบบนั้น”
คำพูดนั้นทำให้ยักษ์สะอึกไปชั่วขณะ เขาถอนหายใจเฮือก หัวใจเต้นแรงอย่างควบคุมไม่ได้
“พอแล้วยาหยี แค่นี้มันก็มากเกินไปแล้ว” เขาตอบเสียงเข้ม พยายามห้ามตัวเอง แต่ยาหยีกลับเบียดตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด ดวงตากลมยังคงออดอ้อน
“หรือว่า...เฮียอยากให้หนูไปบอกเฮียยอดดีล่ะ” ดูเหมือนยาหยีจะงัดไม้ตายนี้ออกมาใช้อีกครั้ง
“เฮ้ย ยัยเด็กดื้อ! เล่นแบบนี้มันไม่แฟร์เลยนะ!” เขาพึมพำเสียงต่ำ ยักษ์สบถในใจทันที รู้ตัวว่าตัวเองกำลังถูกกดดันจากเด็กสาวตรงหน้าก่อนจะถอนหายใจ พร้อมกับโคลงศีรษะไปมา
แต่สุดท้ายก็ทนไม่ไหว ร่างสูงโน้มตัวลงมาใกล้เรื่อยๆ เงาของเขาทาบทับลงมาจนรู้สึกได้ถึงความร้อนจากร่างกายที่แผ่ซ่านออกมา ดวงตาคมกริบฉายแววบางอย่างที่ทำให้ยาหยีต้องกลืนน้ำลายลงคอ เธอไม่แน่ใจว่ามันเป็นเพราะความหงุดหงิดหรือเพราะสิ่งอื่นกันแน่ แต่สายตานั้นกำลังตรึงเธอไว้กับที่
ริมฝีปากหยักเอ่ยออกมาช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ น้ำเสียงหนักแน่นและแฝงความข่มอารมณ์ที่พุ่งพล่านอยู่ภายใน
“ฟังนะยาหยี ถ้าจะทำแบบนี้ หนูต้องเข้าใจว่ามันไม่ได้เป็นแค่การทดลองอีกแล้ว หนูรู้ตัวไหมว่าทั้งท่าทาง ทั้งน้ำเสียงของหนู มันยั่วอารมณ์เฮียเกินไปแล้ว”
ลมหายใจอุ่นของเขาเป่ารดอยู่ข้างแก้มเธอ ร่างกายแข็งแกร่งที่โน้มลงมาใกล้ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกกักขังอยู่ในบรรยากาศที่อัดแน่นไปด้วยแรงดึงดูดที่มองไม่เห็น หัวใจเธอเต้นแทบไม่เป็นส่ำ ความรู้สึกปั่นป่วนบางอย่างตีกันวุ่นวายในช่องท้อง หัวคิ้วขมวดเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว แม้อยากจะหันหน้าหนี แต่แรงโน้มถ่วงบางอย่างกลับดึงเธอให้จ้องลึกลงไปในดวงตาของเขาอย่างช่วยไม่ได้
“ฮะ...เฮีย...เฮียจะทำอะไรหนู” เธอถามเสียงสั่น มองเขาด้วยแววตาไหวระริกเต็มไปด้วยความอยากรู้
“ไม่ได้จะทำ...แต่ถ้าหนูยังเล่นแบบนี้ เฮียคงห้ามตัวเองไม่ไหวแล้วนะ” ยักษ์ส่ายหัวช้าๆ ก่อนจะหลุดหัวเราะแห้งๆ ที่แฝงไปด้วยความอัดอั้น
เขาสูดลมหายใจเข้าแรงๆ ข่มสัญชาตญาณดิบที่พุ่งพล่านขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ มือใหญ่ที่เคยวางนิ่งเริ่มขยับ ลูบไล้ไปตามทรวงอกอิ่มที่ล้นมือ บีบขยำหนักขึ้นจนยาหยีสะดุ้งสุดตัว
“อื้อ...เฮีย...” เสียงหวานครางกระเส่า ร่างกายเธอเริ่มบิดเร่าด้วยความร้อนรุ่ม ยักษ์มองเธอด้วยสายตาคมเข้ม ราวกับนักล่าที่มองเหยื่อที่กำลังติดกับดัก
“เฮียพยายามอดใจแล้วนะ แต่หนูรนหาที่เองนะยาหยี เชี่ย! นมใหญ่ขนาดนี้ ใครมันจะอดใจไหววะ” พูดจบเขาก็โน้มตัวลงมา ก่อนจะครอบริมฝีปากเข้ากับยอดอกสีระเรื่อแล้วดูดเบาๆ จนคนใต้ร่างสะดุ้งเฮือก มือเรียวจิกเข้าที่ไหล่กว้างอย่างแรง
“อ๊ะ! เฮีย!” เสียงหวานอุทานแผ่ว เมื่อถูกปลายลิ้นร้อนลากไล้หัวนมสีหวาน ก่อนจะเม้มขบเบาๆ ร่างบางดิ้นพล่านด้วยความเสียวซ่านที่แผ่ผ่านทั่วร่าง สัมผัสร้อนชื้นจากริมฝีปากของเขาทำให้เธอแทบขาดใจ มือจิกลงบนแผ่นหลังของเขาแน่น
“อื้อ...มันเสียว...แบบนี้มันเสียว...กะ...เกินไป...อ๊า...”
“เฮียบอกแล้วไงว่าอย่าท้า!”
“ดีเลยค่ะ ถ้าเฮียไม่จัดหนูหนักๆ หนูไม่ปล่อยเฮียออกจากห้องนี้แน่ๆ”คำพูดยั่วเย้าของเธอยิ่งจุดไฟราคะ ยักษ์จ้องมองเธอด้วยสายตาเร่าร้อน ก่อนจะใช้มือแกร่งแหวกเส้นเล็กๆ ของจีสตริงออก เผยให้เห็นกลีบเนื้อที่กำลังชุ่มฉ่ำรอรับสัมผัสจากเขายักษ์ไม่รีรอ เขาก้มหน้าลงแนบกับเนินสวาท ริมฝีปากร้อนจัดไล้เลียอย่างเชื่องช้า ปลายลิ้นตวัดกวาดต้อนความหวานละมุนอย่างจงใจ เสียงครางหวานแว่วดังขึ้นในห้องวีไอพีแห่งนี้ ยิ่งกระตุ้นให้เขาปรนเปรอเธอหนักขึ้น ปลายนิ้วหนาแทรกเข้ามาร่วมปลุกเร้า เป็นจังหวะเดียวกับที่ลิ้นร้อนละเลียดดูดเม้มจนร่างบางบิดเร่าไปกับโซฟาในห้องเล็กๆ ห้องนี้แต่ในตอนที่ด้านในของเธอตอดรัดนิ้วเขาระรัว เหมือนใกล้จะถึงจุดหมาย ยักษ์กลับชักนิ้วออกกะทันหัน ทำเอาร่างบางสะดุ้งเฮือก ดวงตาหวานฉ่ำหันกลับมามองเขาด้วยแววตาเว้าวอนระคนขัดใจที่เขาถอนสัมผัสออกไปอย่างไม่ให้เธอได้ปลดปล่อย“เฮีย...อย่าทรมานหนูสิ” เธอพึมพำ ร่างกายยังสั่นระริกกับความกระสันที่ถูกปลุกเร้า หากแต่ยักษ์ไม่ตอบ แต่กลับยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์มือหนาปลดกางเกงตัวเองออกอย่างใจเย็น ก่อนที่แท่งร้อนแข็งขึงจะผงาดอวดความใหญ่โต เขาจับมันจรดลงที่ช่องทา
หลายวันผ่านไป เข้าสู่ช่วงเวลาที่ยอดต้องไปออกทริปกับแก๊งฮาร์เลย์ตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้า ก่อนออกเดินทาง เขาเรียกยาหยีมาคุย พร้อมกับมอบหมายหน้าที่สำคัญให้เธอช่วยดูแลผับที่ไอ้ชาติทิ้งปัญหาไว้เบื้องหลัง เงินที่ถูกเชิดไปยังไม่ได้คืน และธุรกิจต้องเดินหน้าต่อ เขาจึงต้องหาคนที่ไว้ใจได้มาดูแลชั่วคราว“ยาหยี ช่วงอาทิตย์นี้หนูช่วยป๊าดูแลผับหน่อยนะลูก เดี๋ยวกลับมาแล้วป๊าจะหาผู้จัดการคนใหม่มาดูแล” ยอดพูดพลางลูบศีรษะเธอเบาๆ“ได้เลยค่ะป๊า หนู...เอ่อ...ขอให้เฮียยักษ์มาอยู่เป็นเพื่อนได้ไหมคะ” “ตามใจเลยลูก แต่ยังไงก็ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะ ป๊าไปแค่แป๊บเดียว เดี๋ยวก็กลับ”กระทั่งเมื่อถึงวันที่ต้องไปเฝ้าผับตามที่พ่อเธอร้องขอ ยาหยีเดินเข้าไปตรวจตราทุกอย่างตามปกติ ผับแห่งนี้เป็นหนึ่งในแหล่งรายได้หลักของธุรกิจ และติดอันดับในย่านนี้ การจัดสรรพื้นที่ทำให้มันดูโอ่อ่าทันสมัย มีทั้งโซนเปิดให้ลูกค้าเต้นสนุกกับเสียงเพลงจากวงดนตรีสด และโซนวีไอพีที่เธอมักใช้เป็นที่นั่งทำงานเป็นประจำทุกครั้งที่มาห้องวีไอพีชั้นสองคือที่สิงสถิต วิวดีมาก เมื่อมองลงไปเห็นบรรยากาศภายในร้านได้อย่างชัดเจน เธอชอบมองดูนักเที่ยวที่เต็มไปด้วยชีวิตชี
หลังจากคืนนั้น ยอดตัดสินใจนั่งลงพูดคุยกับยาหยีอย่างจริงจัง เขาสัญญาว่าจะเล่าความจริงทุกอย่างให้เธอฟัง ถึงสาเหตุที่ทำไมต้องเปลี่ยนเธอจากลูกสาวให้กลายเป็นเพียงน้องสาวมาตลอด“ป๊า...หนูพร้อมฟังแล้วค่ะ” ยาหยีพูดเสียงแผ่ว แต่แววตาเต็มไปด้วยความตั้งใจ เธอไม่รู้ว่าตัวเองจะรับไหวแค่ไหน แต่เธอก็อยากรู้ความจริงยอดพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ คล้ายจะปลดปล่อยความหนักอึ้งที่อยู่ในอก ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องที่เขาปิดบังมานาน“สมัยป๊าวัยรุ่น ป๊าไม่ใช่คนดีอะไร เป็นนักเลงหัวไม้ เที่ยวมีเรื่องต่อยตี มีคู่อริอยู่แทบทุกสารทิศ แล้วก็ดันพาตัวเองไปมีเรื่องกับมาเฟียใหญ่เข้า” เขาหัวเราะขืนๆ ก่อนจะพูดต่อ “แต่มันไม่จบแค่นั้น เพราะป๊าดันทำลูกสาวเขาท้อง แล้วก็พาหนีไปด้วย เลยกลายเป็นเรื่องใหญ่ ถึงขนาดต้องหนีไปกบดานที่มาเลย์ฯ กันเป็นปี” “แม่หนูงั้นเหรอคะ” เธอถามเสียงแผ่ว ความรู้สึกวูบโหวงในอกทำให้เธอเริ่มกลัวคำตอบยอดเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมหลุบลงต่ำ ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวด“หลังจากเธอคลอดหนูได้แค่เดือนเดียว คู่อริป๊าอีกคน พวกมันตามจนเจอพวกเรา แล้วก็ฆ่าเธอ...ต่อหน้าป๊า...”“...”มือของยาหยียกขึ้นปิดป
ยักษ์มองไปรอบห้อง เห็นทุกคนตกอยู่ในความเงียบงัน สายตาของยอดและยาหยีเต็มไปด้วยคำถาม เขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความจริงจัง“ขอโทษนะครับที่ผมไม่ได้แนะนำตัวให้ชัดเจนตั้งแต่แรก จริงๆ แล้ว เมื่อก่อนผมเป็นตำรวจ” ทุกสายตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ยักษ์มองยอดตรงๆ ก่อนพูดต่อ “ผมเติบโตมาในครอบครัวตำรวจ พ่อผมตอนนี้เป็นบิ๊กตำรวจใหญ่ ส่วนอาผมเป็นผู้กำกับอย่างที่ทุกคนรู้ แต่ผมไม่ชอบระบบบางอย่างที่ต้องยอมจำนนกับอำนาจ แล้วก็ผลประโยชน์พวกนี้ ผมเลยเลือกที่จะลาออก เดินตามเส้นทางที่ผมชอบ เลือกอาชีพที่ผมรัก แล้วก็อยู่ในโลกที่ไม่ต้องขัดแข้งหรือขัดขากับใคร”ทุกคนยังคงอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน ไม่เคยมีใครระแคะระคายมาก่อนว่า ช่างสักธรรมดาๆ คนนี้จะเป็นถึงลูกชายของนายตำรวจใหญ่ ยักษ์ไม่เคยเอาฐานะของพ่อมาเป็นเครื่องมือ ไม่เคยโอ้อวดหรือใช้เส้นสายเพื่อทำให้ตัวเองดูเหนือกว่าใคร เขาเลือกใช้ชีวิตเรียบง่ายในเส้นทางที่ตัวเองต้องการ เลือกเป็นช่างสัก ทำงานหาเลี้ยงตัวเอง โดยไม่เคยพูดถึงภูมิหลังของตัวเองแม้แต่น้อยโดยเฉพาะยอดที่ตอนนี้ถึงกับไปไม่เป็น สายตาที่เคยมองยักษ์อย่างระแวง กลับกลายเป็นความส
บรรยากาศในห้องถูกปกคลุมด้วยความเงียบงัน มีเพียงเสียงแอร์ที่ยังทำงานเบาๆ แต่กลับไม่ได้ช่วยลดอุณหภูมิความตึงเครียดลงเลย ยอดสูดลมหายใจลึกก่อนกดรับสาย แล้วเปิดสปีกเกอร์โฟนทันที เพราะเรื่องนี้ไม่ได้เป็นความลับสำหรับใคร และเขาเองก็อยากให้ทุกคนในห้องได้ยินกับหู ก่อนทุกสายตาจับจ้องไปที่โทรศัพท์ในมือยอด รอฟังเสียงจากปลายสายอย่างตั้งใจ“เมื่อกี้หลานยักษ์โทรหาผมเกี่ยวกับเรื่องผับของคุณ...” เสียงของผู้กำกับพิพัฒน์ดังขึ้นอย่างชัดเจน นิ่งสงบ แต่แฝงไปด้วยอำนาจบางอย่าง“หลาน?” คำพูดนั้นทำให้ยอดชะงักค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบฉายแววสับสน เพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่ายักษ์มีความเกี่ยวข้องกับผู้กำกับพิพัฒน์ถึงระดับนี้“เขาขอให้ถอนตำรวจออกจากร้านคุณ ผมจัดการสั่งลูกน้องให้แล้วนะ”คำพูดนี้ทำให้ยอดอึ้งหนักกว่าเดิม มือที่ถือโทรศัพท์แน่นขึ้นเล็กน้อย ไม่น่าเชื่อว่าแค่ยักษ์โทรไปคุยไม่ถึงห้านาที เขาก็สามารถสั่งผู้กำกับให้ถอนตำรวจออกจากพื้นที่ได้ทันที ดวงตาคมกริบเหลือบขึ้นมองยักษ์ เขาทำท่านิ่งเฉย แต่มุมปากแอบยกยิ้มเล็กน้อย ราวกับรู้ล่วงหน้าแล้วว่าเรื่องจะจบแบบนี้“ผมว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันต่ออีกหน่อยนะ คุณยอด” หากแต่ผู้
“เมื่อก่อนไม่เคยมีปัญหาแบบนี้ แล้วทำไมตอนนี้ถึงเกิดเรื่องนี้ได้ หรือมีใครเล่นตุกติกกับกูวะ” ลูกน้องที่ยืนรอฟังคำสั่งก้มหน้าต่ำ ไม่กล้าสบตายอด ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก“นาย เดี๋ยวพวกผมไปสืบให้ว่ามันเกิดจากอะไร แล้วใครเป็นคนแจ้งตำรวจ ไม่งั้นร้านเราโดนปิดเป็นเดือนแน่ๆ” หนึ่งในลูกน้องรีบเสนอตัว น้ำเสียงกระตือรือร้นเต็มที่ยอดไม่ตอบ แต่กำโทรศัพท์แน่น พยายามกดโทรหาผู้กำกับพิพัฒน์อีกครั้ง ทว่าปลายสายยังคงเงียบสนิท ความหงุดหงิดในตัวเขายิ่งพุ่งสูงขึ้นทุกทีกระทั่งยักษ์ที่เฝ้าดูสถานการณ์มาตลอดอย่างเงียบๆ จู่ๆ ก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงมั่นใจ“เฮีย ผมช่วยได้นะครับ ให้ร้านไม่ต้องปิดเป็นเดือน หรือโดนสื่อขุดคุ้ยจนเป็นข่าวใหญ่โต”ทุกสายตาหันขวับมาทางเขาทันที ยอดเองถึงกับคิ้วกระตุก แสดงสีหน้าสงสัยอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ยาหยีที่ยืนเกาะแขนยักษ์อยู่แน่น เงยหน้าขึ้นมองเขาพลางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอรู้ว่ายักษ์เป็นคนใจถึง แต่ไม่คิดว่าเขาจะกล้าเสนอตัวเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้แบบเต็มตัวเธอพยายามครุ่นคิด แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่ายักษ์จะจัดการเรื่องนี้ได้ยังไง เขาไม่มีอำนาจ ไม่มีเส้นสายกับตำรวจ หรือก
ยักษ์ชะงักกึก ราวกับถูกฟาดเข้าที่หน้าเต็มแรง สมองประมวลผลคำพูดของยาหยีอย่างล่าช้า ใจเต้นระรัวแบบผิดจังหวะ นี่เขาฟังผิดไปหรือเปล่า หรือเธอหมายความตามที่พูดจริงๆความเถรตรง ปากไว ปากหมาที่พยายามกดเอาไว้เริ่มทำงานอีกครั้ง เขาอยากจะหลุดสบถออกมา แต่ก็ต้องรีบตั้งสติ พยายามบังคับตัวเองไม่ให้ตอบสนองอะไรที่
“หนู...อื้อ...” เธอเผลอครางออกมา เมื่อมือใหญ่ของเขาปรับทิศทางเครื่องให้ชิดผิวมากขึ้น ความสั่นไหวเล็กๆ จากเครื่องทำให้เธอเผลอสะดุ้งอีกครั้งยักษ์กัดฟันแน่น กลืนน้ำลายลงคอ ฝ่ามือที่กำเครื่องแน่นยิ่งขึ้น พยายามบอกตัวเองว่านี่มันคืองาน งาน งาน และงาน พร้อมกับนับตัวเลขจากหนึ่งไปร้อยฝึกความอดทนในใจแต่ดูเ
“...หนูโดนปลายเครื่องแตะใกล้ๆ ยังสะดุ้งทุกครั้งเลย แล้วถ้ามันแตะตรงนั้น เฮียว่าหนูไม่น่าจะทนไหวหรอก”ความเถรตรง ปากไว ปากหมา พูดจาไม่คิดของยักษ์ที่พยายามข่มเอาไว้เริ่มทำงานอีกครั้ง เขารู้ตัวดีว่าตัวเองไม่ใช่ผู้ชายที่พูดจานุ่มนวล หรือมีสกิลเอาใจผู้หญิงเหมือนพวกหนุ่มเพลย์บอย เพราะวันๆ ผู้ที่เขาพบเจอแ
“อื้อ...ฮะ...เฮีย...” เสียงหวานสั่นระริก ราวกับจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ยังคงหลับตาพริ้มอยู่ยักษ์ชะงักค้าง เรียกสติที่กำลังลอยล่องกลับเข้าร่าง เขารีบขยับมือออกอย่างระมัดระวัง ก่อนสูดหายใจลึกแล้วเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ พยายามให้เป็นปกติที่สุด“เฮียแค่จะจัดผ้าให้หนูเฉยๆ มันเลื่อนลงมาน่ะ” เขากระแอมเบาๆ ขยั







