Masukเมื่อ 'ยักษ์' ช่างสักชื่อดัง ดีกรีแชมป์โลกหลายสมัย ต้องมาสักให้กับ 'ยาหยี' น้องสาวหัวหน้าแก๊งฮาร์เลย์ที่มีกิตติศัพท์ความโหดจนใครได้ยินชื่อก็กลัวจนหัวหด ชื่อเสียงของยักษ์โด่งดังก็จริง แต่แทบจะไม่มีใครรู้เลยว่า ลูกค้าของยักษ์ส่วนมากร้อยละ 99 เป็นผู้ชาย น้อยครั้งที่จะมีผู้หญิงมาสักที่ร้าน แถมเธอยังให้เขาสักใต้ร่มผ้า บ้างก็หน้าอก บ้างก็ท้องน้อย แน่นอนว่ามือเขาสั่น แถมเอ็นยังแข็งสู้ หากแต่จะล่วงเกินก็ไม่กล้า ขืนพี่ชายเธอรู้เข้ามีหวังได้ลงไปนอนคุยกับรากต้นมะม่วงแน่ๆ แล้วช่างยักษ์จะเอาตัวรอดจากวิกฤตความหงี่เหล่านี้ไปได้ยังไง มาร่วมลุ้นและติดตามกันได้เลยค่ะ :)
Lihat lebih banyakสามทุ่มกว่าๆ เกือบสี่ทุ่ม ใกล้เวลาร้านปิด หลังจากลูกค้าคนสุดท้ายของร้านเพิ่งกลับไป เสียงของ ยักษ์ ชายวัยสามสิบต้นๆ เจ้าของร้านเฮียยักษ์สักสวย ดังขึ้นพร้อมอารมณ์ขุ่นมัว เขากำลังโมโหลูกน้องตัวดีอย่าง บาส ที่ทำงานพลาดแล้วพลาดอีก ทั้งที่เป็นงานง่ายๆ อย่างการผสมสีสำหรับสัก แม้จะย้ำหลายครั้งแล้วว่าสีต้องมีความเข้มพอดี ไม่อย่างนั้นจะสักออกมาไม่สวย แต่บาสกลับผสมเข้มเกินไป จนต้องเสียของอีกชุด
“ไอ้เชี่ยบาส! กูสอนมึงกี่รอบแล้ววะ สอนจนปากเปียกปากแฉะ ถ้าทำไม่ได้ก็กลับไปช่วยป้าน้อยขายน้ำเต้าหู้หน้าปากซอยเหมือนเดิมไป๊!” ไม่พูดเปล่า หากแต่ยังตามมาด้วยเสียงตบโต๊ะดังปึงปังเพื่อระบายอารมณ์
บาสเบะปากแบบคนหมดคำแก้ตัว พูดอ้อมแอ้มเสียงเบา ทว่าก็ดังพอที่ยักษ์จะได้ยิน
“ก็เฮียสอนเร็วจะตาย พูดรัวอย่างกับร้องเพลงแร็ป ใครมันจะไปจำทันล่ะ” เขาทำท่าอิดออดพลางถอยหลังเล็กน้อย มือข้างหนึ่งเกาหัวแกรกๆ ทำหน้าเหมือนเด็กทำผิดแต่ก็ยังกล้าเถียง
“กูไม่ได้สอนเร็ว แต่สมองมึงมันช้าเอง ไอ้บาส ถ้ามึงตั้งใจมากกว่านี้ ป่านนี้มึงคงเป็นด็อกเตอร์ไปแล้ว!”
บาสยักไหล่พร้อมกับทำหน้ากวนๆ ทำปากงุบงิบงึมงำคล้ายกำลังจะเถียงกลับและล้อเลียน ก่อนยักษ์จะปาหมอนใบเล็กที่วางบนเตียงสักขว้างใส่ไอ้เด็กปีนเกลียวไม่รู้จักโต
ทว่าทันใดนั้น เสียงกระดิ่งที่ประตูหน้าร้านดังขึ้น ทั้งสองหยุดทะเลาะ พลันหันไปมองที่ประตูพร้อมกัน ก่อนจะเห็นหญิงสาวสองคนที่พวกเขาไม่คุ้นหน้าเดินเข้ามาในร้าน ยักษ์ชะงักไปชั่วครู่ ส่วนบาสก็นิ่งเหมือนหุ่นที่สตัฟฟ์เอาไว้ไม่มีผิด
เหตุเพราะสองสาวที่เพิ่งเข้ามานั้น พวกเธอหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม ผิวพรรณเปล่งปลั่งเหมือนเพิ่งหลุดออกมาจากโฆษณาสกินแคร์ อายุของทั้งคู่น่าจะราวๆ ยี่สิบต้นๆ เห็นจะได้ สาวคนแรกมีผมยาวตรงสีดำสลวย เธอสวมเดรสสีอ่อนดูเรียบร้อย ส่วนอีกคนมีผมสีช็อกโกแลตดัดลอนเล็กน้อย สวมสายเดี่ยวสีเบจ กับกางเกงขาสั้นสีดำจุ๊ดจู๋ดูสบาย ซึ่งคนหลังนี่แหละที่ทำให้เจ้าของร้านถึงกับมองตามตาไม่กะพริบ
“สวัสดีค่ะ เอ่อ...ที่นี่ใช่ร้านเฮียยักษ์รึเปล่าคะ” หญิงสาวผมดัดลอนถามขึ้น ดึงสติที่เริ่มหลุดลอยของเขากลับมา
“ครับ ใช่ครับ ผมเฮียยักษ์เองครับ”
แต่ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรต่อ เสียงโทรศัพท์ของหญิงสาวดังขึ้น เธอหยิบมันออกจากกระเป๋าสะพาย มองหน้าจอแวบหนึ่ง ก่อนกดรับสายอย่างรวดเร็ว
“แป๊บหนึ่งนะคะ” เธอเอ่ยขึ้นพร้อมส่งโทรศัพท์ไปให้เจ้าของร้าน เขามองหน้าเธอด้วยความแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ยื่นมือรับมันมา
“ฮัลโหลครับ” เสียงห้าวที่เต็มไปด้วยความสงสัยส่งผ่านปลายสาย
“ยักษ์ใช่ไหม” เสียงชายปลายสายฟังดูคุ้นๆ ก่อนจะเฉลยตัวเอง “กู ยอด หัวหน้าแก๊งฮาร์เล่ย์ ที่เคยมาสักลายปลาคาร์ฟที่หลังกับมึงน่ะ”
“จำได้สิครับ แค่เสียงก็จำได้แล้ว ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับเฮีย สบายดีไหมครับ” ยักษ์ปรับน้ำเสียงให้สุภาพขึ้นทันที
“สบายดีแหละ นี่ว่าอยากจะไปเติมสีกับมึงเดือนหน้า แต่กูให้ลูกน้องโทรหาทีไร ร้านมึงก็คิวเต็มตลอด จนกูจะไปเติมสีที่อื่นแล้วเนี่ย”
“แหม ถ้าเป็นเฮียยอด ผมว่างเสมอครับ ว่าแต่วันนี้มีอะไรให้ผมรับใช้ครับ”
แม้จะมีคิวแน่นแค่ไหน เขาก็ไม่กล้าปฏิเสธคำขอของชายคนนี้ เพราะกิตติศัพท์ความโหดของยอดนั้น เลื่องชื่อลือชาในวงการมอเตอร์ไซค์ ทั้งความเด็ดขาดและนิสัยที่เอาเรื่อง ทำให้ทุกคนต้องยอมสยบ แม้แต่ยักษ์เองยังต้องให้ความเกรงใจในทุกครั้งที่เขาโทรหา หรือมาใช้บริการที่ร้าน
“คืองี้ ยาหยี น้องสาวกูมันอยากลองสัก แต่มันดันกลัวเข็ม กูเลยนึกถึงมึง ที่มึงเคยบอกว่า ร้านมึงมีสักชั่วคราวแบบที่ไม่ใช้เข็มน่ะ ยังรับอยู่ใช่ไหม”
“ครับเฮีย ที่ร้านมีสักแบบชั่วคราวครับ สีพิเศษ ติดทน แต่ไม่ใช้เข็มครับ”
“เออ งั้นก็ดี ยังไงกูฝากดูแลน้องกูหน่อยนะ”
“ได้ครับเฮีย ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวผมดูแลน้องสาวเฮียอย่างดีเลยครับ” ยักษ์ตอบรับหนักแน่น สายตาคมจ้องมองหญิงสาวตรงหน้าไม่กะพริบ จนเธอยิ้มเขินหลุบสายตาเลี่ยงหลบ ก่อนยักษ์ยื่นโทรศัพท์คืนพร้อมรอยยิ้ม “พี่ชายเราฝากไว้ขนาดนี้ เฮียก็ต้องดูแลเต็มที่อยู่แล้ว มานั่งเลย เดี๋ยวเฮียจัดให้เอง”
“ดีเลยค่ะ ถ้าเฮียไม่จัดหนูหนักๆ หนูไม่ปล่อยเฮียออกจากห้องนี้แน่ๆ”คำพูดยั่วเย้าของเธอยิ่งจุดไฟราคะ ยักษ์จ้องมองเธอด้วยสายตาเร่าร้อน ก่อนจะใช้มือแกร่งแหวกเส้นเล็กๆ ของจีสตริงออก เผยให้เห็นกลีบเนื้อที่กำลังชุ่มฉ่ำรอรับสัมผัสจากเขายักษ์ไม่รีรอ เขาก้มหน้าลงแนบกับเนินสวาท ริมฝีปากร้อนจัดไล้เลียอย่างเชื่องช้า ปลายลิ้นตวัดกวาดต้อนความหวานละมุนอย่างจงใจ เสียงครางหวานแว่วดังขึ้นในห้องวีไอพีแห่งนี้ ยิ่งกระตุ้นให้เขาปรนเปรอเธอหนักขึ้น ปลายนิ้วหนาแทรกเข้ามาร่วมปลุกเร้า เป็นจังหวะเดียวกับที่ลิ้นร้อนละเลียดดูดเม้มจนร่างบางบิดเร่าไปกับโซฟาในห้องเล็กๆ ห้องนี้แต่ในตอนที่ด้านในของเธอตอดรัดนิ้วเขาระรัว เหมือนใกล้จะถึงจุดหมาย ยักษ์กลับชักนิ้วออกกะทันหัน ทำเอาร่างบางสะดุ้งเฮือก ดวงตาหวานฉ่ำหันกลับมามองเขาด้วยแววตาเว้าวอนระคนขัดใจที่เขาถอนสัมผัสออกไปอย่างไม่ให้เธอได้ปลดปล่อย“เฮีย...อย่าทรมานหนูสิ” เธอพึมพำ ร่างกายยังสั่นระริกกับความกระสันที่ถูกปลุกเร้า หากแต่ยักษ์ไม่ตอบ แต่กลับยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์มือหนาปลดกางเกงตัวเองออกอย่างใจเย็น ก่อนที่แท่งร้อนแข็งขึงจะผงาดอวดความใหญ่โต เขาจับมันจรดลงที่ช่องทา
หลายวันผ่านไป เข้าสู่ช่วงเวลาที่ยอดต้องไปออกทริปกับแก๊งฮาร์เลย์ตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้า ก่อนออกเดินทาง เขาเรียกยาหยีมาคุย พร้อมกับมอบหมายหน้าที่สำคัญให้เธอช่วยดูแลผับที่ไอ้ชาติทิ้งปัญหาไว้เบื้องหลัง เงินที่ถูกเชิดไปยังไม่ได้คืน และธุรกิจต้องเดินหน้าต่อ เขาจึงต้องหาคนที่ไว้ใจได้มาดูแลชั่วคราว“ยาหยี ช่วงอาทิตย์นี้หนูช่วยป๊าดูแลผับหน่อยนะลูก เดี๋ยวกลับมาแล้วป๊าจะหาผู้จัดการคนใหม่มาดูแล” ยอดพูดพลางลูบศีรษะเธอเบาๆ“ได้เลยค่ะป๊า หนู...เอ่อ...ขอให้เฮียยักษ์มาอยู่เป็นเพื่อนได้ไหมคะ” “ตามใจเลยลูก แต่ยังไงก็ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะ ป๊าไปแค่แป๊บเดียว เดี๋ยวก็กลับ”กระทั่งเมื่อถึงวันที่ต้องไปเฝ้าผับตามที่พ่อเธอร้องขอ ยาหยีเดินเข้าไปตรวจตราทุกอย่างตามปกติ ผับแห่งนี้เป็นหนึ่งในแหล่งรายได้หลักของธุรกิจ และติดอันดับในย่านนี้ การจัดสรรพื้นที่ทำให้มันดูโอ่อ่าทันสมัย มีทั้งโซนเปิดให้ลูกค้าเต้นสนุกกับเสียงเพลงจากวงดนตรีสด และโซนวีไอพีที่เธอมักใช้เป็นที่นั่งทำงานเป็นประจำทุกครั้งที่มาห้องวีไอพีชั้นสองคือที่สิงสถิต วิวดีมาก เมื่อมองลงไปเห็นบรรยากาศภายในร้านได้อย่างชัดเจน เธอชอบมองดูนักเที่ยวที่เต็มไปด้วยชีวิตชี
หลังจากคืนนั้น ยอดตัดสินใจนั่งลงพูดคุยกับยาหยีอย่างจริงจัง เขาสัญญาว่าจะเล่าความจริงทุกอย่างให้เธอฟัง ถึงสาเหตุที่ทำไมต้องเปลี่ยนเธอจากลูกสาวให้กลายเป็นเพียงน้องสาวมาตลอด“ป๊า...หนูพร้อมฟังแล้วค่ะ” ยาหยีพูดเสียงแผ่ว แต่แววตาเต็มไปด้วยความตั้งใจ เธอไม่รู้ว่าตัวเองจะรับไหวแค่ไหน แต่เธอก็อยากรู้ความจริงยอดพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ คล้ายจะปลดปล่อยความหนักอึ้งที่อยู่ในอก ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องที่เขาปิดบังมานาน“สมัยป๊าวัยรุ่น ป๊าไม่ใช่คนดีอะไร เป็นนักเลงหัวไม้ เที่ยวมีเรื่องต่อยตี มีคู่อริอยู่แทบทุกสารทิศ แล้วก็ดันพาตัวเองไปมีเรื่องกับมาเฟียใหญ่เข้า” เขาหัวเราะขืนๆ ก่อนจะพูดต่อ “แต่มันไม่จบแค่นั้น เพราะป๊าดันทำลูกสาวเขาท้อง แล้วก็พาหนีไปด้วย เลยกลายเป็นเรื่องใหญ่ ถึงขนาดต้องหนีไปกบดานที่มาเลย์ฯ กันเป็นปี” “แม่หนูงั้นเหรอคะ” เธอถามเสียงแผ่ว ความรู้สึกวูบโหวงในอกทำให้เธอเริ่มกลัวคำตอบยอดเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมหลุบลงต่ำ ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวด“หลังจากเธอคลอดหนูได้แค่เดือนเดียว คู่อริป๊าอีกคน พวกมันตามจนเจอพวกเรา แล้วก็ฆ่าเธอ...ต่อหน้าป๊า...”“...”มือของยาหยียกขึ้นปิดป
ยักษ์มองไปรอบห้อง เห็นทุกคนตกอยู่ในความเงียบงัน สายตาของยอดและยาหยีเต็มไปด้วยคำถาม เขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความจริงจัง“ขอโทษนะครับที่ผมไม่ได้แนะนำตัวให้ชัดเจนตั้งแต่แรก จริงๆ แล้ว เมื่อก่อนผมเป็นตำรวจ” ทุกสายตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ยักษ์มองยอดตรงๆ ก่อนพูดต่อ “ผมเติบโตมาในครอบครัวตำรวจ พ่อผมตอนนี้เป็นบิ๊กตำรวจใหญ่ ส่วนอาผมเป็นผู้กำกับอย่างที่ทุกคนรู้ แต่ผมไม่ชอบระบบบางอย่างที่ต้องยอมจำนนกับอำนาจ แล้วก็ผลประโยชน์พวกนี้ ผมเลยเลือกที่จะลาออก เดินตามเส้นทางที่ผมชอบ เลือกอาชีพที่ผมรัก แล้วก็อยู่ในโลกที่ไม่ต้องขัดแข้งหรือขัดขากับใคร”ทุกคนยังคงอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน ไม่เคยมีใครระแคะระคายมาก่อนว่า ช่างสักธรรมดาๆ คนนี้จะเป็นถึงลูกชายของนายตำรวจใหญ่ ยักษ์ไม่เคยเอาฐานะของพ่อมาเป็นเครื่องมือ ไม่เคยโอ้อวดหรือใช้เส้นสายเพื่อทำให้ตัวเองดูเหนือกว่าใคร เขาเลือกใช้ชีวิตเรียบง่ายในเส้นทางที่ตัวเองต้องการ เลือกเป็นช่างสัก ทำงานหาเลี้ยงตัวเอง โดยไม่เคยพูดถึงภูมิหลังของตัวเองแม้แต่น้อยโดยเฉพาะยอดที่ตอนนี้ถึงกับไปไม่เป็น สายตาที่เคยมองยักษ์อย่างระแวง กลับกลายเป็นความส
“ซี้ดส์...หนูตอดแน่นเกินไปแล้ว แม่ง...โคตรฟิต ถ้าได้เอาหนูแบบนี้ทุกวันก็คงจะดี” เขาโน้มตัวลง กระซิบข้างใบหูที่แดงก่ำ “แต่ตอนนี้…ผะ...ผ่านด่านเฮียยอดไปให้ได้ก่อนเถอะ…”ความจริงยักษ์เองก็ชอบยาหยีไม่น้อย ตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอก้าวเข้ามาในร้าน รอยยิ้มสดใส ท่าทีขี้เล่น และกิริยาโก๊ะๆ แบบไม่เสแสร้งของเธอ
ทว่าหลายวันผ่านไป ยาหยีแทบไม่มีเวลาได้แวะไปหายักษ์เลย เพราะเธอต้องช่วยยอดดูแลกิจการระหว่างที่เขาออกทริปกับแก๊งฮาร์เลย์ งานรัดตัวจนแทบไม่มีเวลาหายใจ แม้ว่าใจเธอจะอยากแวบไปหาเขาที่ร้านสักแค่ไหนก็ตาม แต่ภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ทำให้เธอทำได้เพียงส่งข้อความหากันผ่านไลน์ หรือส่งรูปเซ็กซี่ยั่วๆ ไปให้เ
“หนูเจ็บไหม หรือรู้สึกยังไง เพราะถ้าไม่โอเค เฮียจะดึงออก”แต่แทนที่ยาหยีจะตอบคำถาม เธอกลับเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาหวานเยิ้มสะท้อนความต้องการที่เธอเองก็ไม่อาจห้ามได้“เฮียเอาเข้ามาอีกได้ไหม แล้วลองขยับช้าๆ หนู...หนูรู้สึกว่ามันเสียวมาก...มากกว่านิ้วของเฮียเมื่อกี้อีก”สติขาดผึงทันทีที่เธอเอ่ยออกมา ร
บรรยากาศในห้องอวลไปด้วยไอร้อนจากร่างกายของทั้งคู่ หัวหยักร้อนผ่าวของยักษ์ยังคงครูดถูลากไล้ไปมากับจุดอ่อนไหวของยาหยี สัมผัสนั้นทั้งหนักหน่วงและยั่วเย้า ยิ่งเธอหนีบขาแน่นเพราะความเสียวซ่าน มันกลับยิ่งเพิ่มแรงบีบรัดให้เขาสะท้านไปทั้งตัวทุกการขยับของเขาทำให้ปลายเอ็นเสียดสีกับติ่งไวสัมผัสจนร่างบางสะดุ้





