LOGINยักษ์ชะงักกึก ราวกับถูกฟาดเข้าที่หน้าเต็มแรง สมองประมวลผลคำพูดของยาหยีอย่างล่าช้า ใจเต้นระรัวแบบผิดจังหวะ นี่เขาฟังผิดไปหรือเปล่า หรือเธอหมายความตามที่พูดจริงๆ
ความเถรตรง ปากไว ปากหมาที่พยายามกดเอาไว้เริ่มทำงานอีกครั้ง เขาอยากจะหลุดสบถออกมา แต่ก็ต้องรีบตั้งสติ พยายามบังคับตัวเองไม่ให้ตอบสนองอะไรที่มันจะทำให้สถานการณ์เลยเถิดไปกว่านี้
“เฮียพูดเล่นน่ะ หนูลืมมันไปซะเถอะ” เขาพยายามควบคุมเสียงตัวเองให้เป็นปกติ ไม่ให้แสดงออกถึงความกระวนกระวายที่พุ่งทะลักขึ้นมาในอก มือใหญ่กำแน่นอยู่ข้างตัว ข่มใจไม่ให้หวั่นไหวไปกับคำพูดและท่าทางที่เหมือนจะไร้เดียงสาของคนตรงหน้า
ขืนทำอะไรลงไปจริงๆ แล้วเฮียยอดรู้เข้า เขามีหวังได้จบชีวิตก่อนวัยอันควรแน่ๆ แค่คิดถึงใบหน้าดุดันกับเสียงเหี้ยมๆ ของยอด ขนอ่อนตามแขนก็ลุกชันขึ้นแทบจะทันที คนอย่างยอดไม่ได้แค่ขู่เล่นๆ แต่ถ้าล้ำเส้นเมื่อไร โลงศพอาจจะเป็นที่พักสุดท้ายของเขาได้เลย ยักษ์รู้ดีว่าไม่มีทางไหนที่เขาจะเสี่ยงเดินไปในเส้นทางนั้นแล้วรอดออกมาได้โดยไม่บอบช้ำ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องโดนต่อยหรือซัดกันธรรมดา แต่มันคือความเป็นความตายชัดๆ
แต่ดูเหมือนว่ายาหยีจะไม่ยอมแพ้ง่ายๆ เธอยกมือขึ้นแตะคางเล็กน้อย ดวงตากลมโตกวาดมองเขาด้วยแววขบคิด ก่อนจะเผยรอยยิ้มบางๆ ราวกับเพิ่งคิดอะไรบางอย่างออก เธอกะพริบตาถี่ๆ แล้วเอนตัวเข้ามาใกล้อีกนิด เสียงหวานเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างใสซื่อ แต่กลับแฝงแววเจ้าเล่ห์อยู่ในที
“อืม...ถ้าเฮียไม่กล้าลองใช้เครื่องสักจี้ตรงหัวนม งั้นหนูขอสักเพิ่มอีกที่ได้ไหม เอาเป็นรูปหัวใจเล็กๆ เหนือหัวนม”
“หา...!” ยักษ์ทำตาโต หมดคำจะพูด รู้สึกเหมือนโดนต้อนจนจนมุม เขารีบส่ายหน้ารัวๆ พร้อมกับปฏิเสธทันที “พอเลยนะ เฮียบอกแล้วว่าเฮียพูดเล่น ไม่ได้คิดจะทำจริงๆ”
เขายกมือขึ้นเหมือนจะกันเธอออกห่าง พยายามบังคับตัวเองให้ตั้งสติ แต่เขาคงลืมไปว่าตัวเองเป็นช่างสักมืออาชีพที่เมื่อกี้เพิ่งบอกเธอไปหยกๆ ว่าสักให้ผู้หญิงมาเยอะจนชินแล้ว
“ไหนเฮียบอกว่าเป็นมืออาชีพไงคะ หรือว่า...จริงๆ แล้วเฮียไม่กล้า”
ยักษ์หรี่ตาลง รู้ทันทีว่าเธอพยายามกวนประสาทเขาเพื่อให้เขายอมทำตามที่เธอต้องการ แต่เขาไม่มีทางตกหลุมพรางเธอเด็ดขาด!
“มืออาชีพก็ส่วนมืออาชีพ แต่เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกัน!” เขาตอบกลับเสียงแข็ง หวังให้เธอยอมถอยไปเอง แต่ดูเหมือนยาหยีจะไม่คิดแบบนั้นเลยสักนิด เธอเอนตัวเข้ามาใกล้อีกนิด ริมฝีปากคลี่ยิ้มบางๆ
“งั้นถ้าเฮียยักษ์ไม่ทำ หนูจะไปฟ้องเฮียยอดว่า เฮียบังคับให้หนูถอดเสื้อในออก แล้วตอนที่เฮียลงสีแมวดำ มือเฮียปาดโดนหัวนมหนูไปตั้งหลายครั้ง”
เสียงหวานเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างแผ่วเบา แต่กลับทำให้หัวใจยักษ์กระตุกวูบ หน้าถอดสีในทันที
“เฮ้ย! หนูอย่าพูดเล่นแบบนี้ดิ ถ้าพี่ชายหนูรู้เข้า เฮียโดนกระทืบตายแน่!”
ยาหยีหัวเราะคิกคักอย่างพอใจ ราวกับเพิ่งได้ค้นพบจุดอ่อนของเขา ดวงตากลมโตฉายแววเจ้าเล่ห์อย่างเห็นได้ชัด เธอเอียงคอน้อยๆ มองเขาด้วยสายตาที่แฝงความซุกซน ก่อนจะพูดเสียงหวานแต่เจือไปด้วยแรงกดดัน
“เฮียจะทำให้หนูดีๆ หรือให้หนูไปฟ้องเฮียยอดดีล่ะคะ”
เธอจ้องเขานิ่ง รอยยิ้มที่ดูเหมือนไร้เดียงสานั้นกลับทำให้ยักษ์รู้สึกเหมือนมีเชือกเส้นใหญ่กำลังรัดคอเขาให้แน่นขึ้นเรื่อยๆ
“ยาหยี หนูอย่าบังคับเฮียแบบนี้สิ” เขากัดฟันแน่น สูดลมหายใจลึก พยายามเรียกสติทุกเม็ดที่ยังเหลืออยู่ในหัว สมองหมุนเร็วจี๋เพื่อหาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่ชวนตายครั้งนี้
แต่ยาหยีดูจะไม่ยอมปล่อยให้เขามีโอกาสหนีไปได้ง่ายๆ เธอเลื่อนตัวเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด แววตาท้าทายและแน่วแน่ราวกับเด็กเอาแต่ใจที่ตามตื๊อจะเอาของเล่นชิ้นใหม่
“ถ้าเฮียยอมลองให้หนูแค่แป๊บเดียว หนูก็จะไม่บอกใครเด็ดขาด โดยเฉพาะกับเฮียยอด เขาจะไม่มีวันรู้เรื่องนี้แน่นอน สัญญาด้วยเกียรติของเนตรนารีหมู่สิบเลยค่ะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง พร้อมชูสามนิ้วให้คำสัญญา
ยักษ์มองเห็นสีหน้าท่าทาง และแววตาที่ดูรู้ว่าเธอไม่ได้ล้อเล่น และเขาเองก็ตกอยู่ในจุดที่โคตรจะเสียเปรียบสุดๆ ขืนพลาดแม้แต่นิดเดียว เขาอาจได้ตั๋วเที่ยวเดียวไปนอนโรงพยาบาล หรือไม่ก็เตาเผาศพก็เป็นได้
ยักษ์มือเริ่มสั่น ขณะที่ต้องจัดการกับเครื่องมือในมืออย่างระมัดระวัง เขาไม่รู้ว่าตัวเองคิดอะไรอยู่ แต่ขาทั้งสองข้างกลับไม่มีแรงพอจะลุกหนีไปจากตรงนี้ เหลือเพียงเครื่องสักเปล่าๆ ที่ไม่มีเข็มและไม่มีสีวางอยู่ตรงหน้า เขาสูดลมหายใจลึกอย่างหนักใจ ก่อนจะเงยหน้ามองหญิงสาวที่ยังคงจ้องเขาอยู่ด้วยแววตาท้าทาย
มือใหญ่ที่ยังไร้ถุงมือยื่นออกไปแตะผิวเนียนนุ่ม ก่อนจะประคองทรวงอกของเธอที่ใหญ่โตเกินมือไว้มั่น พยายามบอกตัวเองว่านี่แค่งาน แค่การทดลอง ไม่มีอะไรเกินเลยแน่นอน
“ดีเลยค่ะ ถ้าเฮียไม่จัดหนูหนักๆ หนูไม่ปล่อยเฮียออกจากห้องนี้แน่ๆ”คำพูดยั่วเย้าของเธอยิ่งจุดไฟราคะ ยักษ์จ้องมองเธอด้วยสายตาเร่าร้อน ก่อนจะใช้มือแกร่งแหวกเส้นเล็กๆ ของจีสตริงออก เผยให้เห็นกลีบเนื้อที่กำลังชุ่มฉ่ำรอรับสัมผัสจากเขายักษ์ไม่รีรอ เขาก้มหน้าลงแนบกับเนินสวาท ริมฝีปากร้อนจัดไล้เลียอย่างเชื่องช้า ปลายลิ้นตวัดกวาดต้อนความหวานละมุนอย่างจงใจ เสียงครางหวานแว่วดังขึ้นในห้องวีไอพีแห่งนี้ ยิ่งกระตุ้นให้เขาปรนเปรอเธอหนักขึ้น ปลายนิ้วหนาแทรกเข้ามาร่วมปลุกเร้า เป็นจังหวะเดียวกับที่ลิ้นร้อนละเลียดดูดเม้มจนร่างบางบิดเร่าไปกับโซฟาในห้องเล็กๆ ห้องนี้แต่ในตอนที่ด้านในของเธอตอดรัดนิ้วเขาระรัว เหมือนใกล้จะถึงจุดหมาย ยักษ์กลับชักนิ้วออกกะทันหัน ทำเอาร่างบางสะดุ้งเฮือก ดวงตาหวานฉ่ำหันกลับมามองเขาด้วยแววตาเว้าวอนระคนขัดใจที่เขาถอนสัมผัสออกไปอย่างไม่ให้เธอได้ปลดปล่อย“เฮีย...อย่าทรมานหนูสิ” เธอพึมพำ ร่างกายยังสั่นระริกกับความกระสันที่ถูกปลุกเร้า หากแต่ยักษ์ไม่ตอบ แต่กลับยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์มือหนาปลดกางเกงตัวเองออกอย่างใจเย็น ก่อนที่แท่งร้อนแข็งขึงจะผงาดอวดความใหญ่โต เขาจับมันจรดลงที่ช่องทา
หลายวันผ่านไป เข้าสู่ช่วงเวลาที่ยอดต้องไปออกทริปกับแก๊งฮาร์เลย์ตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้า ก่อนออกเดินทาง เขาเรียกยาหยีมาคุย พร้อมกับมอบหมายหน้าที่สำคัญให้เธอช่วยดูแลผับที่ไอ้ชาติทิ้งปัญหาไว้เบื้องหลัง เงินที่ถูกเชิดไปยังไม่ได้คืน และธุรกิจต้องเดินหน้าต่อ เขาจึงต้องหาคนที่ไว้ใจได้มาดูแลชั่วคราว“ยาหยี ช่วงอาทิตย์นี้หนูช่วยป๊าดูแลผับหน่อยนะลูก เดี๋ยวกลับมาแล้วป๊าจะหาผู้จัดการคนใหม่มาดูแล” ยอดพูดพลางลูบศีรษะเธอเบาๆ“ได้เลยค่ะป๊า หนู...เอ่อ...ขอให้เฮียยักษ์มาอยู่เป็นเพื่อนได้ไหมคะ” “ตามใจเลยลูก แต่ยังไงก็ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะ ป๊าไปแค่แป๊บเดียว เดี๋ยวก็กลับ”กระทั่งเมื่อถึงวันที่ต้องไปเฝ้าผับตามที่พ่อเธอร้องขอ ยาหยีเดินเข้าไปตรวจตราทุกอย่างตามปกติ ผับแห่งนี้เป็นหนึ่งในแหล่งรายได้หลักของธุรกิจ และติดอันดับในย่านนี้ การจัดสรรพื้นที่ทำให้มันดูโอ่อ่าทันสมัย มีทั้งโซนเปิดให้ลูกค้าเต้นสนุกกับเสียงเพลงจากวงดนตรีสด และโซนวีไอพีที่เธอมักใช้เป็นที่นั่งทำงานเป็นประจำทุกครั้งที่มาห้องวีไอพีชั้นสองคือที่สิงสถิต วิวดีมาก เมื่อมองลงไปเห็นบรรยากาศภายในร้านได้อย่างชัดเจน เธอชอบมองดูนักเที่ยวที่เต็มไปด้วยชีวิตชี
หลังจากคืนนั้น ยอดตัดสินใจนั่งลงพูดคุยกับยาหยีอย่างจริงจัง เขาสัญญาว่าจะเล่าความจริงทุกอย่างให้เธอฟัง ถึงสาเหตุที่ทำไมต้องเปลี่ยนเธอจากลูกสาวให้กลายเป็นเพียงน้องสาวมาตลอด“ป๊า...หนูพร้อมฟังแล้วค่ะ” ยาหยีพูดเสียงแผ่ว แต่แววตาเต็มไปด้วยความตั้งใจ เธอไม่รู้ว่าตัวเองจะรับไหวแค่ไหน แต่เธอก็อยากรู้ความจริงยอดพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ คล้ายจะปลดปล่อยความหนักอึ้งที่อยู่ในอก ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องที่เขาปิดบังมานาน“สมัยป๊าวัยรุ่น ป๊าไม่ใช่คนดีอะไร เป็นนักเลงหัวไม้ เที่ยวมีเรื่องต่อยตี มีคู่อริอยู่แทบทุกสารทิศ แล้วก็ดันพาตัวเองไปมีเรื่องกับมาเฟียใหญ่เข้า” เขาหัวเราะขืนๆ ก่อนจะพูดต่อ “แต่มันไม่จบแค่นั้น เพราะป๊าดันทำลูกสาวเขาท้อง แล้วก็พาหนีไปด้วย เลยกลายเป็นเรื่องใหญ่ ถึงขนาดต้องหนีไปกบดานที่มาเลย์ฯ กันเป็นปี” “แม่หนูงั้นเหรอคะ” เธอถามเสียงแผ่ว ความรู้สึกวูบโหวงในอกทำให้เธอเริ่มกลัวคำตอบยอดเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมหลุบลงต่ำ ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวด“หลังจากเธอคลอดหนูได้แค่เดือนเดียว คู่อริป๊าอีกคน พวกมันตามจนเจอพวกเรา แล้วก็ฆ่าเธอ...ต่อหน้าป๊า...”“...”มือของยาหยียกขึ้นปิดป
ยักษ์มองไปรอบห้อง เห็นทุกคนตกอยู่ในความเงียบงัน สายตาของยอดและยาหยีเต็มไปด้วยคำถาม เขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความจริงจัง“ขอโทษนะครับที่ผมไม่ได้แนะนำตัวให้ชัดเจนตั้งแต่แรก จริงๆ แล้ว เมื่อก่อนผมเป็นตำรวจ” ทุกสายตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ยักษ์มองยอดตรงๆ ก่อนพูดต่อ “ผมเติบโตมาในครอบครัวตำรวจ พ่อผมตอนนี้เป็นบิ๊กตำรวจใหญ่ ส่วนอาผมเป็นผู้กำกับอย่างที่ทุกคนรู้ แต่ผมไม่ชอบระบบบางอย่างที่ต้องยอมจำนนกับอำนาจ แล้วก็ผลประโยชน์พวกนี้ ผมเลยเลือกที่จะลาออก เดินตามเส้นทางที่ผมชอบ เลือกอาชีพที่ผมรัก แล้วก็อยู่ในโลกที่ไม่ต้องขัดแข้งหรือขัดขากับใคร”ทุกคนยังคงอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน ไม่เคยมีใครระแคะระคายมาก่อนว่า ช่างสักธรรมดาๆ คนนี้จะเป็นถึงลูกชายของนายตำรวจใหญ่ ยักษ์ไม่เคยเอาฐานะของพ่อมาเป็นเครื่องมือ ไม่เคยโอ้อวดหรือใช้เส้นสายเพื่อทำให้ตัวเองดูเหนือกว่าใคร เขาเลือกใช้ชีวิตเรียบง่ายในเส้นทางที่ตัวเองต้องการ เลือกเป็นช่างสัก ทำงานหาเลี้ยงตัวเอง โดยไม่เคยพูดถึงภูมิหลังของตัวเองแม้แต่น้อยโดยเฉพาะยอดที่ตอนนี้ถึงกับไปไม่เป็น สายตาที่เคยมองยักษ์อย่างระแวง กลับกลายเป็นความส
บรรยากาศในห้องถูกปกคลุมด้วยความเงียบงัน มีเพียงเสียงแอร์ที่ยังทำงานเบาๆ แต่กลับไม่ได้ช่วยลดอุณหภูมิความตึงเครียดลงเลย ยอดสูดลมหายใจลึกก่อนกดรับสาย แล้วเปิดสปีกเกอร์โฟนทันที เพราะเรื่องนี้ไม่ได้เป็นความลับสำหรับใคร และเขาเองก็อยากให้ทุกคนในห้องได้ยินกับหู ก่อนทุกสายตาจับจ้องไปที่โทรศัพท์ในมือยอด รอฟังเสียงจากปลายสายอย่างตั้งใจ“เมื่อกี้หลานยักษ์โทรหาผมเกี่ยวกับเรื่องผับของคุณ...” เสียงของผู้กำกับพิพัฒน์ดังขึ้นอย่างชัดเจน นิ่งสงบ แต่แฝงไปด้วยอำนาจบางอย่าง“หลาน?” คำพูดนั้นทำให้ยอดชะงักค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบฉายแววสับสน เพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่ายักษ์มีความเกี่ยวข้องกับผู้กำกับพิพัฒน์ถึงระดับนี้“เขาขอให้ถอนตำรวจออกจากร้านคุณ ผมจัดการสั่งลูกน้องให้แล้วนะ”คำพูดนี้ทำให้ยอดอึ้งหนักกว่าเดิม มือที่ถือโทรศัพท์แน่นขึ้นเล็กน้อย ไม่น่าเชื่อว่าแค่ยักษ์โทรไปคุยไม่ถึงห้านาที เขาก็สามารถสั่งผู้กำกับให้ถอนตำรวจออกจากพื้นที่ได้ทันที ดวงตาคมกริบเหลือบขึ้นมองยักษ์ เขาทำท่านิ่งเฉย แต่มุมปากแอบยกยิ้มเล็กน้อย ราวกับรู้ล่วงหน้าแล้วว่าเรื่องจะจบแบบนี้“ผมว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันต่ออีกหน่อยนะ คุณยอด” หากแต่ผู้
“เมื่อก่อนไม่เคยมีปัญหาแบบนี้ แล้วทำไมตอนนี้ถึงเกิดเรื่องนี้ได้ หรือมีใครเล่นตุกติกกับกูวะ” ลูกน้องที่ยืนรอฟังคำสั่งก้มหน้าต่ำ ไม่กล้าสบตายอด ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก“นาย เดี๋ยวพวกผมไปสืบให้ว่ามันเกิดจากอะไร แล้วใครเป็นคนแจ้งตำรวจ ไม่งั้นร้านเราโดนปิดเป็นเดือนแน่ๆ” หนึ่งในลูกน้องรีบเสนอตัว น้ำเสียงกระตือรือร้นเต็มที่ยอดไม่ตอบ แต่กำโทรศัพท์แน่น พยายามกดโทรหาผู้กำกับพิพัฒน์อีกครั้ง ทว่าปลายสายยังคงเงียบสนิท ความหงุดหงิดในตัวเขายิ่งพุ่งสูงขึ้นทุกทีกระทั่งยักษ์ที่เฝ้าดูสถานการณ์มาตลอดอย่างเงียบๆ จู่ๆ ก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงมั่นใจ“เฮีย ผมช่วยได้นะครับ ให้ร้านไม่ต้องปิดเป็นเดือน หรือโดนสื่อขุดคุ้ยจนเป็นข่าวใหญ่โต”ทุกสายตาหันขวับมาทางเขาทันที ยอดเองถึงกับคิ้วกระตุก แสดงสีหน้าสงสัยอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ยาหยีที่ยืนเกาะแขนยักษ์อยู่แน่น เงยหน้าขึ้นมองเขาพลางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอรู้ว่ายักษ์เป็นคนใจถึง แต่ไม่คิดว่าเขาจะกล้าเสนอตัวเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้แบบเต็มตัวเธอพยายามครุ่นคิด แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่ายักษ์จะจัดการเรื่องนี้ได้ยังไง เขาไม่มีอำนาจ ไม่มีเส้นสายกับตำรวจ หรือก
“เฮียจะเริ่มแล้วนะ” เขากระซิบเสียงพร่า รู้สึกได้ว่าความร้อนแผ่ซ่านขึ้นมาจากทุกส่วนของร่างกาย ความนุ่มหยุ่นที่ล้นมือทำให้เขาต้องเม้มริมฝีปากแน่น กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากยาหยีพยักหน้ารับ หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ เธอไม่รู้ว่าคิดถูกหรือผิดที่ยืนกรานให้เขาทำแบบนี้ กระทั่งวินาทีที่ปลายเครื่องสักที่ไร้เข็ม
“หนู...อื้อ...” เธอเผลอครางออกมา เมื่อมือใหญ่ของเขาปรับทิศทางเครื่องให้ชิดผิวมากขึ้น ความสั่นไหวเล็กๆ จากเครื่องทำให้เธอเผลอสะดุ้งอีกครั้งยักษ์กัดฟันแน่น กลืนน้ำลายลงคอ ฝ่ามือที่กำเครื่องแน่นยิ่งขึ้น พยายามบอกตัวเองว่านี่มันคืองาน งาน งาน และงาน พร้อมกับนับตัวเลขจากหนึ่งไปร้อยฝึกความอดทนในใจแต่ดูเ
“...หนูโดนปลายเครื่องแตะใกล้ๆ ยังสะดุ้งทุกครั้งเลย แล้วถ้ามันแตะตรงนั้น เฮียว่าหนูไม่น่าจะทนไหวหรอก”ความเถรตรง ปากไว ปากหมา พูดจาไม่คิดของยักษ์ที่พยายามข่มเอาไว้เริ่มทำงานอีกครั้ง เขารู้ตัวดีว่าตัวเองไม่ใช่ผู้ชายที่พูดจานุ่มนวล หรือมีสกิลเอาใจผู้หญิงเหมือนพวกหนุ่มเพลย์บอย เพราะวันๆ ผู้ที่เขาพบเจอแ
“อื้อ...ฮะ...เฮีย...” เสียงหวานสั่นระริก ราวกับจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ยังคงหลับตาพริ้มอยู่ยักษ์ชะงักค้าง เรียกสติที่กำลังลอยล่องกลับเข้าร่าง เขารีบขยับมือออกอย่างระมัดระวัง ก่อนสูดหายใจลึกแล้วเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ พยายามให้เป็นปกติที่สุด“เฮียแค่จะจัดผ้าให้หนูเฉยๆ มันเลื่อนลงมาน่ะ” เขากระแอมเบาๆ ขยั







