LOGIN“หนู...อื้อ...” เธอเผลอครางออกมา เมื่อมือใหญ่ของเขาปรับทิศทางเครื่องให้ชิดผิวมากขึ้น ความสั่นไหวเล็กๆ จากเครื่องทำให้เธอเผลอสะดุ้งอีกครั้ง
ยักษ์กัดฟันแน่น กลืนน้ำลายลงคอ ฝ่ามือที่กำเครื่องแน่นยิ่งขึ้น พยายามบอกตัวเองว่านี่มันคืองาน งาน งาน และงาน พร้อมกับนับตัวเลขจากหนึ่งไปร้อยฝึกความอดทนในใจ
แต่ดูเหมือนยาหยีจะเริ่มทนไม่ไหว ร่างบางขยับดิ้นเล็กน้อยอย่างห้ามไม่ได้ มือเรียวจับขอบเตียงสักไว้แน่น ขณะที่ริมฝีปากเผยอปล่อยเสียงครางแผ่วกระเส่าออกมาเป็นจังหวะ ทุกครั้งที่เครื่องลากผ่านผิวเธอ
ยักษ์ที่พยายามอดทนมาทั้งหมดถึงกับต้องชะงักไปวูบหนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจแรงๆ อย่างข่มอารมณ์
“ยาหยี หนูครางเวอร์เกินไปแล้ว ครางอย่างกับโดนดูดนมอย่างนั้นแหละ”
ยาหยีลืมตาโพลงขึ้นมาทันที ดวงหน้าหวานแดงซ่านลามไปถึงใบหู เธออ้าปากเหมือนจะเถียงอะไรสักอย่าง แต่ก็ติดขัดไปหมด ก่อนจะเม้มปากแน่นแล้วตอบเสียงแข็ง
“หนูไม่เคยโดนดูดนม หนูไม่รู้หรอกว่าตอนโดนดูดมันรู้สึกยังไง”
“เห้ย...จริงดิ! หนูไม่เคยจริงเหรอ”
คำตอบของเธอทำเอายักษ์ชะงักไปพักหนึ่ง ดวงตาคมกริบเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนยาหยีเบือนหน้าหนีเพราะความเขินอาย
“ก็เฮียยอดเฮี้ยบซะขนาดนั้น ใครเข้ามาจีบก็โดนเขาไล่ตะเพิดไปซะหมด แค่ผู้ชายเดินเข้ามาใกล้ก็ขู่ฟอดๆ ดุยิ่งกว่าหมา แต่ละคนที่เข้ามาจีบ บางคนยังไม่ทันจะได้คุยกันจริงจังก็เผ่นแน่บแทบทุกราย” เธอพูดไปพลางทำหน้ามุ่ยไปพลาง “ขืนยังเป็นแบบนี้ ชาตินี้หนูคงต้องขึ้นคานแน่ๆ”
ยักษ์ใจเต้นแรงขึ้นโดยไม่รู้ตัว เขามองหญิงสาวที่นอนอยู่ตรงหน้า ดวงหน้าหวานที่ยังขึ้นสีแดงจัด แววตาฉายความเซ็งและปลงตกกับชีวิต แต่คำพูดของเธอกลับทำให้เขารู้สึกบางอย่างแปลกๆ ในอก
“ถ้าอย่างนั้น...ก็แสดงว่าหนูไม่เคยเลยเหรอ” เขาถามเสียงต่ำ ดวงตาจ้องลึกลงไปในดวงตาของเธอ ก่อนยาหยีชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้า
“ค่ะ หนูยังซิง” เธอรับคำเสียงเบา “ก็เฮียยอดเขาไม่ชอบให้คนแปลกหน้าเข้าใกล้หนู ทีแรกหนูอยากจะไปสักที่ร้านเพื่อนของเพื่อน แต่พอเขารู้ เขาก็ให้หนูมาหาเฮียแทน”
“แล้วทำไมต้องเป็นเฮียล่ะ”
“เขาบอกว่าเฮียเป็นคนที่เขารู้จัก เขาเชื่อว่าเฮียจะไม่ทำอะไรหนูหรอก” เธอพูดออกมาอย่างไม่คิดอะไร แต่ยักษ์กลับชะงักไปทันที คำพูดนั้นเหมือนเป็นโซ่ตรวนที่พันธนาการเขาไว้โดยอัตโนมัติ
ความเชื่อใจและกิตติศัพท์ของยอดเหมือนเป็นเกราะกำบังที่ทำให้เขาไม่กล้าทำอะไรเกินเลย มันเหมือนเป็นข้อห้ามกลายๆ ว่า
‘อย่าคิดรังแกน้องสาวกูเด็ดขาด!’
ยักษ์กัดฟันแน่น รู้สึกเหมือนมีใครเอาน้ำเย็นมาสาดใส่หน้าให้ตื่นจากภวังค์ เขาเบือนหน้ากลับไปสนใจเจ้าแมวดำต่อ บอกตัวเองอีกครั้งว่า นี่มันแค่งาน และแน่นอนว่าเขาเป็นสุภาพบุรุษพอ ไม่คิดอะไรเกินเลยอยู่แล้ว
หลังจากเก็บรายละเอียดของลายสักจนเรียบร้อย ยักษ์ไล่สายตามองผลงานของตัวเองอีกครั้ง ก่อนจะยิ้มกริ่มให้ผลงานการลงสีแนวมินิมอลนี้อย่างพอใจ
“เสร็จแล้ว ใช้เวลาแค่ชั่วโมงนิดๆ เอง เอาล่ะ ทีนี้ก็กลับบ้านได้”
ยาหยีที่นอนนิ่งมาตลอด ลืมตาขึ้นก่อนจะก้มลงมองลายแมวถือลูกโป่งบนเนินอกตัวเอง ดวงตากลมไล่สำรวจเส้นสายของลายสักที่ดูโดดเด่นบนผิวขาวเนียน ก่อนที่เธอจะรับกระจกจากยักษ์มาถือไว้ เธอส่องสำรวจมันจากทุกมุม สีหน้าและแววตาทอประกายความพึงพอใจ มือเล็กไล้ปลายนิ้วสัมผัสเบาๆ บนลวดลายที่เพิ่งได้รับมา
“สวยมากเลยค่ะ เฮียเก่งจริงๆ รายละเอียดเป๊ะสุดๆ” รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนริมฝีปาก พลางชูกระจกไปด้านซ้ายทีขวาที
“แน่นอนอยู่แล้ว เฮียไม่เคยทำให้ลูกค้าผิดหวัง เรียนจบจากญี่ปุ่น แถมด้วยดีกรีแชมป์โลกหลายสมัย แค่นี้น่ะจิ๊บๆ”
เขาดึงกระดาษทิชชู่เปียกขึ้นมาเช็ดสีที่เปื้อนผิว ก่อนจะเอ่ยแนะนำวิธีดูแลลายสัก “ช่วงแรกอย่าให้โดนน้ำเยอะ โดยเฉพาะใน 24 ชั่วโมงแรก หลังจากนั้นถ้าจะอาบน้ำให้ใช้สบู่อ่อนๆ และซับเบาๆ ห้ามขัดถูแรงๆ ถ้ารู้สึกแห้งหรือเริ่มลอก ใช้ครีมบำรุงที่ไม่มีแอลกอฮอล์หรือสารกันเสีย ทาเช้าเย็น จะช่วยให้สีติดได้นานขึ้น ที่สำคัญอย่าให้โดนแดดจัดโดยตรง เพราะรังสียูวีจะทำให้สีซีดเร็วกว่าปกติ โอเค้?”
“โอเคค่ะเฮีย” เธอพยักหน้ารับ ยังคงนอนนิ่งยังไม่ลุกไปไหน ทำท่าคล้ายอยากพูดอะไรบางอย่างแต่ยังอ้ำๆ อึ้งๆ ก่อนยักษ์เลิกคิ้ว มองหน้าเธอด้วยความสงสัย
“อ้าว แล้วทำไมหนูถึงทำหน้าแบบนั้น หนูไม่โอเคตรงไหนหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะ หนูชอบมากจริงๆ แต่ว่า...เฮียลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ”
เขาขมวดคิ้วแน่น ดวงตาฉายแววงุนงงอย่างชัดเจน ก่อนจะเอียงคอเล็กน้อยราวกับพยายามนึกทบทวนว่าเขาพลาดอะไรไปหรือเปล่า
“เฮียลืมอะไรไปงั้นเหรอ ลายมันก็ติดดีแล้วนี่ รายละเอียดก็ครบ สีก็เรียบเนียน ไม่ขาดตรงไหนเลยนะ”
“ก็ที่เฮียบอกว่าจะลองสักหัวนมให้หนูดูไง หนูอยากรู้ว่าตัวเองจะทนความเสียวได้มากแค่ไหน!”
“ดีเลยค่ะ ถ้าเฮียไม่จัดหนูหนักๆ หนูไม่ปล่อยเฮียออกจากห้องนี้แน่ๆ”คำพูดยั่วเย้าของเธอยิ่งจุดไฟราคะ ยักษ์จ้องมองเธอด้วยสายตาเร่าร้อน ก่อนจะใช้มือแกร่งแหวกเส้นเล็กๆ ของจีสตริงออก เผยให้เห็นกลีบเนื้อที่กำลังชุ่มฉ่ำรอรับสัมผัสจากเขายักษ์ไม่รีรอ เขาก้มหน้าลงแนบกับเนินสวาท ริมฝีปากร้อนจัดไล้เลียอย่างเชื่องช้า ปลายลิ้นตวัดกวาดต้อนความหวานละมุนอย่างจงใจ เสียงครางหวานแว่วดังขึ้นในห้องวีไอพีแห่งนี้ ยิ่งกระตุ้นให้เขาปรนเปรอเธอหนักขึ้น ปลายนิ้วหนาแทรกเข้ามาร่วมปลุกเร้า เป็นจังหวะเดียวกับที่ลิ้นร้อนละเลียดดูดเม้มจนร่างบางบิดเร่าไปกับโซฟาในห้องเล็กๆ ห้องนี้แต่ในตอนที่ด้านในของเธอตอดรัดนิ้วเขาระรัว เหมือนใกล้จะถึงจุดหมาย ยักษ์กลับชักนิ้วออกกะทันหัน ทำเอาร่างบางสะดุ้งเฮือก ดวงตาหวานฉ่ำหันกลับมามองเขาด้วยแววตาเว้าวอนระคนขัดใจที่เขาถอนสัมผัสออกไปอย่างไม่ให้เธอได้ปลดปล่อย“เฮีย...อย่าทรมานหนูสิ” เธอพึมพำ ร่างกายยังสั่นระริกกับความกระสันที่ถูกปลุกเร้า หากแต่ยักษ์ไม่ตอบ แต่กลับยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์มือหนาปลดกางเกงตัวเองออกอย่างใจเย็น ก่อนที่แท่งร้อนแข็งขึงจะผงาดอวดความใหญ่โต เขาจับมันจรดลงที่ช่องทา
หลายวันผ่านไป เข้าสู่ช่วงเวลาที่ยอดต้องไปออกทริปกับแก๊งฮาร์เลย์ตามแผนที่วางไว้ล่วงหน้า ก่อนออกเดินทาง เขาเรียกยาหยีมาคุย พร้อมกับมอบหมายหน้าที่สำคัญให้เธอช่วยดูแลผับที่ไอ้ชาติทิ้งปัญหาไว้เบื้องหลัง เงินที่ถูกเชิดไปยังไม่ได้คืน และธุรกิจต้องเดินหน้าต่อ เขาจึงต้องหาคนที่ไว้ใจได้มาดูแลชั่วคราว“ยาหยี ช่วงอาทิตย์นี้หนูช่วยป๊าดูแลผับหน่อยนะลูก เดี๋ยวกลับมาแล้วป๊าจะหาผู้จัดการคนใหม่มาดูแล” ยอดพูดพลางลูบศีรษะเธอเบาๆ“ได้เลยค่ะป๊า หนู...เอ่อ...ขอให้เฮียยักษ์มาอยู่เป็นเพื่อนได้ไหมคะ” “ตามใจเลยลูก แต่ยังไงก็ดูแลตัวเองดีๆ ล่ะ ป๊าไปแค่แป๊บเดียว เดี๋ยวก็กลับ”กระทั่งเมื่อถึงวันที่ต้องไปเฝ้าผับตามที่พ่อเธอร้องขอ ยาหยีเดินเข้าไปตรวจตราทุกอย่างตามปกติ ผับแห่งนี้เป็นหนึ่งในแหล่งรายได้หลักของธุรกิจ และติดอันดับในย่านนี้ การจัดสรรพื้นที่ทำให้มันดูโอ่อ่าทันสมัย มีทั้งโซนเปิดให้ลูกค้าเต้นสนุกกับเสียงเพลงจากวงดนตรีสด และโซนวีไอพีที่เธอมักใช้เป็นที่นั่งทำงานเป็นประจำทุกครั้งที่มาห้องวีไอพีชั้นสองคือที่สิงสถิต วิวดีมาก เมื่อมองลงไปเห็นบรรยากาศภายในร้านได้อย่างชัดเจน เธอชอบมองดูนักเที่ยวที่เต็มไปด้วยชีวิตชี
หลังจากคืนนั้น ยอดตัดสินใจนั่งลงพูดคุยกับยาหยีอย่างจริงจัง เขาสัญญาว่าจะเล่าความจริงทุกอย่างให้เธอฟัง ถึงสาเหตุที่ทำไมต้องเปลี่ยนเธอจากลูกสาวให้กลายเป็นเพียงน้องสาวมาตลอด“ป๊า...หนูพร้อมฟังแล้วค่ะ” ยาหยีพูดเสียงแผ่ว แต่แววตาเต็มไปด้วยความตั้งใจ เธอไม่รู้ว่าตัวเองจะรับไหวแค่ไหน แต่เธอก็อยากรู้ความจริงยอดพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ คล้ายจะปลดปล่อยความหนักอึ้งที่อยู่ในอก ก่อนจะเริ่มเล่าเรื่องที่เขาปิดบังมานาน“สมัยป๊าวัยรุ่น ป๊าไม่ใช่คนดีอะไร เป็นนักเลงหัวไม้ เที่ยวมีเรื่องต่อยตี มีคู่อริอยู่แทบทุกสารทิศ แล้วก็ดันพาตัวเองไปมีเรื่องกับมาเฟียใหญ่เข้า” เขาหัวเราะขืนๆ ก่อนจะพูดต่อ “แต่มันไม่จบแค่นั้น เพราะป๊าดันทำลูกสาวเขาท้อง แล้วก็พาหนีไปด้วย เลยกลายเป็นเรื่องใหญ่ ถึงขนาดต้องหนีไปกบดานที่มาเลย์ฯ กันเป็นปี” “แม่หนูงั้นเหรอคะ” เธอถามเสียงแผ่ว ความรู้สึกวูบโหวงในอกทำให้เธอเริ่มกลัวคำตอบยอดเงียบไปครู่หนึ่ง ดวงตาคมหลุบลงต่ำ ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความเจ็บปวด“หลังจากเธอคลอดหนูได้แค่เดือนเดียว คู่อริป๊าอีกคน พวกมันตามจนเจอพวกเรา แล้วก็ฆ่าเธอ...ต่อหน้าป๊า...”“...”มือของยาหยียกขึ้นปิดป
ยักษ์มองไปรอบห้อง เห็นทุกคนตกอยู่ในความเงียบงัน สายตาของยอดและยาหยีเต็มไปด้วยคำถาม เขาถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความจริงจัง“ขอโทษนะครับที่ผมไม่ได้แนะนำตัวให้ชัดเจนตั้งแต่แรก จริงๆ แล้ว เมื่อก่อนผมเป็นตำรวจ” ทุกสายตาเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ยักษ์มองยอดตรงๆ ก่อนพูดต่อ “ผมเติบโตมาในครอบครัวตำรวจ พ่อผมตอนนี้เป็นบิ๊กตำรวจใหญ่ ส่วนอาผมเป็นผู้กำกับอย่างที่ทุกคนรู้ แต่ผมไม่ชอบระบบบางอย่างที่ต้องยอมจำนนกับอำนาจ แล้วก็ผลประโยชน์พวกนี้ ผมเลยเลือกที่จะลาออก เดินตามเส้นทางที่ผมชอบ เลือกอาชีพที่ผมรัก แล้วก็อยู่ในโลกที่ไม่ต้องขัดแข้งหรือขัดขากับใคร”ทุกคนยังคงอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน ไม่เคยมีใครระแคะระคายมาก่อนว่า ช่างสักธรรมดาๆ คนนี้จะเป็นถึงลูกชายของนายตำรวจใหญ่ ยักษ์ไม่เคยเอาฐานะของพ่อมาเป็นเครื่องมือ ไม่เคยโอ้อวดหรือใช้เส้นสายเพื่อทำให้ตัวเองดูเหนือกว่าใคร เขาเลือกใช้ชีวิตเรียบง่ายในเส้นทางที่ตัวเองต้องการ เลือกเป็นช่างสัก ทำงานหาเลี้ยงตัวเอง โดยไม่เคยพูดถึงภูมิหลังของตัวเองแม้แต่น้อยโดยเฉพาะยอดที่ตอนนี้ถึงกับไปไม่เป็น สายตาที่เคยมองยักษ์อย่างระแวง กลับกลายเป็นความส
บรรยากาศในห้องถูกปกคลุมด้วยความเงียบงัน มีเพียงเสียงแอร์ที่ยังทำงานเบาๆ แต่กลับไม่ได้ช่วยลดอุณหภูมิความตึงเครียดลงเลย ยอดสูดลมหายใจลึกก่อนกดรับสาย แล้วเปิดสปีกเกอร์โฟนทันที เพราะเรื่องนี้ไม่ได้เป็นความลับสำหรับใคร และเขาเองก็อยากให้ทุกคนในห้องได้ยินกับหู ก่อนทุกสายตาจับจ้องไปที่โทรศัพท์ในมือยอด รอฟังเสียงจากปลายสายอย่างตั้งใจ“เมื่อกี้หลานยักษ์โทรหาผมเกี่ยวกับเรื่องผับของคุณ...” เสียงของผู้กำกับพิพัฒน์ดังขึ้นอย่างชัดเจน นิ่งสงบ แต่แฝงไปด้วยอำนาจบางอย่าง“หลาน?” คำพูดนั้นทำให้ยอดชะงักค้างไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบฉายแววสับสน เพราะไม่เคยรู้มาก่อนว่ายักษ์มีความเกี่ยวข้องกับผู้กำกับพิพัฒน์ถึงระดับนี้“เขาขอให้ถอนตำรวจออกจากร้านคุณ ผมจัดการสั่งลูกน้องให้แล้วนะ”คำพูดนี้ทำให้ยอดอึ้งหนักกว่าเดิม มือที่ถือโทรศัพท์แน่นขึ้นเล็กน้อย ไม่น่าเชื่อว่าแค่ยักษ์โทรไปคุยไม่ถึงห้านาที เขาก็สามารถสั่งผู้กำกับให้ถอนตำรวจออกจากพื้นที่ได้ทันที ดวงตาคมกริบเหลือบขึ้นมองยักษ์ เขาทำท่านิ่งเฉย แต่มุมปากแอบยกยิ้มเล็กน้อย ราวกับรู้ล่วงหน้าแล้วว่าเรื่องจะจบแบบนี้“ผมว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันต่ออีกหน่อยนะ คุณยอด” หากแต่ผู้
“เมื่อก่อนไม่เคยมีปัญหาแบบนี้ แล้วทำไมตอนนี้ถึงเกิดเรื่องนี้ได้ หรือมีใครเล่นตุกติกกับกูวะ” ลูกน้องที่ยืนรอฟังคำสั่งก้มหน้าต่ำ ไม่กล้าสบตายอด ยิ่งทำให้เขาหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก“นาย เดี๋ยวพวกผมไปสืบให้ว่ามันเกิดจากอะไร แล้วใครเป็นคนแจ้งตำรวจ ไม่งั้นร้านเราโดนปิดเป็นเดือนแน่ๆ” หนึ่งในลูกน้องรีบเสนอตัว น้ำเสียงกระตือรือร้นเต็มที่ยอดไม่ตอบ แต่กำโทรศัพท์แน่น พยายามกดโทรหาผู้กำกับพิพัฒน์อีกครั้ง ทว่าปลายสายยังคงเงียบสนิท ความหงุดหงิดในตัวเขายิ่งพุ่งสูงขึ้นทุกทีกระทั่งยักษ์ที่เฝ้าดูสถานการณ์มาตลอดอย่างเงียบๆ จู่ๆ ก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงมั่นใจ“เฮีย ผมช่วยได้นะครับ ให้ร้านไม่ต้องปิดเป็นเดือน หรือโดนสื่อขุดคุ้ยจนเป็นข่าวใหญ่โต”ทุกสายตาหันขวับมาทางเขาทันที ยอดเองถึงกับคิ้วกระตุก แสดงสีหน้าสงสัยอย่างเห็นได้ชัด ขณะที่ยาหยีที่ยืนเกาะแขนยักษ์อยู่แน่น เงยหน้าขึ้นมองเขาพลางกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เธอรู้ว่ายักษ์เป็นคนใจถึง แต่ไม่คิดว่าเขาจะกล้าเสนอตัวเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้แบบเต็มตัวเธอพยายามครุ่นคิด แต่ก็ยังนึกไม่ออกว่ายักษ์จะจัดการเรื่องนี้ได้ยังไง เขาไม่มีอำนาจ ไม่มีเส้นสายกับตำรวจ หรือก
“เฮียจะเริ่มแล้วนะ” เขากระซิบเสียงพร่า รู้สึกได้ว่าความร้อนแผ่ซ่านขึ้นมาจากทุกส่วนของร่างกาย ความนุ่มหยุ่นที่ล้นมือทำให้เขาต้องเม้มริมฝีปากแน่น กลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากยาหยีพยักหน้ารับ หัวใจเต้นไม่เป็นส่ำ เธอไม่รู้ว่าคิดถูกหรือผิดที่ยืนกรานให้เขาทำแบบนี้ กระทั่งวินาทีที่ปลายเครื่องสักที่ไร้เข็ม
ยักษ์ชะงักกึก ราวกับถูกฟาดเข้าที่หน้าเต็มแรง สมองประมวลผลคำพูดของยาหยีอย่างล่าช้า ใจเต้นระรัวแบบผิดจังหวะ นี่เขาฟังผิดไปหรือเปล่า หรือเธอหมายความตามที่พูดจริงๆความเถรตรง ปากไว ปากหมาที่พยายามกดเอาไว้เริ่มทำงานอีกครั้ง เขาอยากจะหลุดสบถออกมา แต่ก็ต้องรีบตั้งสติ พยายามบังคับตัวเองไม่ให้ตอบสนองอะไรที่
“...หนูโดนปลายเครื่องแตะใกล้ๆ ยังสะดุ้งทุกครั้งเลย แล้วถ้ามันแตะตรงนั้น เฮียว่าหนูไม่น่าจะทนไหวหรอก”ความเถรตรง ปากไว ปากหมา พูดจาไม่คิดของยักษ์ที่พยายามข่มเอาไว้เริ่มทำงานอีกครั้ง เขารู้ตัวดีว่าตัวเองไม่ใช่ผู้ชายที่พูดจานุ่มนวล หรือมีสกิลเอาใจผู้หญิงเหมือนพวกหนุ่มเพลย์บอย เพราะวันๆ ผู้ที่เขาพบเจอแ
“อื้อ...ฮะ...เฮีย...” เสียงหวานสั่นระริก ราวกับจะถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ก็ยังคงหลับตาพริ้มอยู่ยักษ์ชะงักค้าง เรียกสติที่กำลังลอยล่องกลับเข้าร่าง เขารีบขยับมือออกอย่างระมัดระวัง ก่อนสูดหายใจลึกแล้วเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ พยายามให้เป็นปกติที่สุด“เฮียแค่จะจัดผ้าให้หนูเฉยๆ มันเลื่อนลงมาน่ะ” เขากระแอมเบาๆ ขยั







