Masuk17.00 น.
‘ซอยสี่’ ชื่อนี้เอ่ยออกไปไม่มีใครที่ไม่รู้จัก เพราะเป็นซอยที่อยู่ติดกับประตูด้านหลังของมหาวิทยาลัย เพียงแค่เท้าก้าวออกมา จากความเคร่งเครียดของการตรากตรำเรียนหนังสือมาทั้งวัน ก็เจอเข้ากับสถานที่ที่เรียกได้ว่าผ่อนคลายสุดติ่ง กับพื้นที่เศรษฐกิจเพราะเป็นแหล่งที่อยู่ของนักศึกษาเกือบเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ ซอยสี่ที่ว่านี้เป็นถนนทอดยาว ร้านค้า ร้านเหล้า ต่างๆ มีครบครัน และในเวลาที่แสงสว่างจ้าร้อนแรงของพระอาทิตย์หมดลง นักศึกษาก็เริ่มทยอยออกมาหา (ของ) กิน
และหนึ่งในร้านเด็ดหลังมอซอยสี่นี้ก็คือ ร้านบะหมี่เกี๊ยวที่อยู่หน้าร้านสะดวกซื้อ
‘ที่เด็ดซอยสี่’ แค่ชื่อก็กินขาด กับตำนานความอร่อยที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น น้ำซุปใส หอมหวานกลมกล่อม ลอยคลุ้งออกไปตามลมเรียกน้ำลายสอไหลหยดย้อยยิ่งกว่ายายกินลำไยแล้วน้ำลายยายไหล ลูกค้าเดินตามกลิ่นมา มีโต๊ะสิบชุดที่ตั้งเรียงรายพร้อมเก้าอี้สีแดง
ก๋วยเตี๋ยวว่าเด็ดอร่อยแล้ว แต่ก็ยังมีสิ่งที่เด็ดกว่า นั่นคือพ่อค้า ที่ใครๆ ต่างเรียกว่า ‘พี่กระทิง’ พ่อค้าหนุ่มในวัยสามสิบต้นๆ ที่ไม่ได้มีดีแค่ทำก๋วยเตี๋ยวอร่อยถูกปากวัยรุ่น แต่พี่กระทิงยังหล่อเหลากับตำแหน่งเดือนสถาปัตย์และเดือนมหาลัยเมื่อครั้งยังเรียนอยู่ที่มอแห่งนี้ ตำแหน่งการันตีความสามารถและความหล่อ แม้เวลาจะผ่านมานานเกือบสิบปี แต่ก็ยังไม่ซา
พ่อค้าร้านอื่นเป็นไงไม่รู้ อาจเป็นคุณลุง คุณป้า คุณอา หรือคุณน้าที่ร่างกายเหี่ยวย่นตามกาลเวลา แต่งกายมิดชิด และขอบอกเลยว่ามันช่างแตกต่างจากพี่กระทิง เพราะพ่อค้าคนนี้ นอกจากที่จะยังหนุ่มแล้ว พี่กระทิงยังมีชุดใส่ทำงานที่แสนสบายตัว แต่สร้างความปั่นป่วนต่อจิตใจของผู้คนที่พบเห็น มันก็ไม่มีอะไรมาก แค่กางเกงยีนหนึ่งตัว เสื้อกล้ามสีดำพอดีหนึ่งตัว พร้อมด้วยผ้ากันเปื้อนสีเข้มที่มัดอยู่ที่เอว...แค่นั้น (?)
แต่ใครเลยจะคิดว่าเพียงเท่านี้ก็หล่อกินใจจนแหว่ง วงแขนกล้ามเป็นมัดๆ เห็นทุกครั้งก็อยากที่จะกัดเล่นเบาๆ แผ่นอกที่ลู่แนบกับเสื้อเวลาที่พี่กระทิงเหงื่อออกเพราะไอน้ำจากหม้อก๋วยเตี๋ยวนั้นอีก
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นลูกค้าก็มาอุดหนุนเพราะความอร่อยแหละ อย่าคิดมาก ส่วนอาหารตาก็เป็นเพียงของสมนาคุณเล็กๆ น้อยๆ เอง
จากที่เกริ่นมาข้างต้นก็คงพอจะเดาออกว่าร้านนี้ลูกค้าคงเยอะน่าดูละสิท่า ใช่แล้วล่ะ ร้านที่เด็ดซอยสี่แห่งนี้คนเยอะ โดยส่วนมากจะเป็นลูกค้าผู้หญิง แต่วันนี้สิ่งที่แปลกไปชนิดที่ว่านานๆ ครั้งจะได้เห็นคงเป็นว่านอกจากคนจะเยอะเป็นเท่าตัว เก้าอี้นั่งสวนทางกับอุปสงค์แล้ว จำนวนลูกค้าผู้หญิงและจำนวนลูกค้าผู้ชายยังเยอะพอๆ กัน
ก็อย่างที่บอกว่าผู้หญิงมาดูพี่กระทิงกล้ามล่ำๆ ลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวตักน้ำซุปใช่ม๊ะ ก็แสดงว่าวันนี้ที่ผู้ชายมาเยอะแน่นร้านก็ต้องมีสิ่งที่น่าดูเหมือนกัน
“โต๊ะเจ็ด”
“ครับ”
มีเสียงของพี่กระทิงตะโกนขึ้น ก่อนจะตามด้วยเสียงขานรับที่หวานและสดใสกว่าทุกวันที่ผ่านมา จนความสงสัยที่มีก็ถึงบัตรคิวต้องร้องอ๋อ...เพราะวันนี้ ‘น้องตี๋หิด’ ลูกน้องของพี่กระทิงไม่อยู่ แต่มีคนอื่นมาช่วยร้านแทน
“ได้แล้วครับ” วางชามก๋วยเตี๋ยวสีชมพูที่ลูกค้าโต๊ะเจ็ดสั่งแบบพิเศษ ตามด้วยเสียงสดใสของเด็กเสิร์ฟเฉพาะกิจ ทำเอาลูกค้าหนุ่มที่เป็นรุ่นพี่วิศวะปีสี่ต้องยิ้มสดใส ตามด้วยเสียงบอก
“ขอบคุณครับน้องเกี๊ยว”
“โต๊ะพี่ได้ครบแล้วใช่ไหมครับ สองชามเนาะ”
“ครบแล้วครับ” ใบหน้าที่เคยโหดเหี้ยมเมื่อครั้งรับบทเป็นพี่ว๊ากตอนนี้ยิ้มออกมาจนตาหยี ยังไม่ได้กินก๋วยเตี๋ยวก็รู้สึกอิ่มยังไงไม่รู้ จนเด็กเสิร์ฟยิ้มรับ ก่อนจะขอตัวเดินออกมา เมื่อมีเสียงของเถ้าแก่เจ้าของร้านเรียกขึ้นเสียงดังคล้ายไม่พอใจ
“เกี๊ยว! โต๊ะสาม!” คนถูกเรียกรีบเดินเข้าไปหา มือจับลงที่ชามก๋วยเตี๋ยวใบโตสีฟ้าเพราะลูกค้าสั่งแบบธรรมดา ทว่าใบหน้าและสายตากลับมองคนที่กำลังยืนหน้าเตา สาละวนวุ่นวายด้วยใบหน้าบึ้งตึง ก็รู้ว่าพี่กระทิงเป็นอะไร แต่เกี๊ยวก็ยังถาม
“เป็นอะไรครับ” กระทิงได้ยินชัด เสียงที่ดังออกมานั้นไม่ใช่การตอบคำถามของร่างเล็กที่ยืนข้าง
“เอาไปเสิร์ฟ!”
“ดุจัง เกี๊ยวอุตส่าห์มาช่วยนะ ไหนว่าพี่ตี๋ขอลาหยุด”
“เอา-ไป-เสิร์ฟ” น้องเกี๊ยวกระเส่าแหย่คนรักสักพัก ครั้นพอเสียงไม่พอใจกรุ่นกว่าเดิม ซ้ำใบหน้าหล่อแม้ในยามที่ถมึงทึงหันมาก็ต้องยอมแพ้
“ครับๆๆ”
ร้านเปิด 17.00-22.00 น. หยุดทุกเสาร์-อาทิตย์ ตามที่ติดไว้ด้วยสติ๊กเกอร์ตัวหนังสือสีแดงที่ด้านหน้า วันนี้ลูกค้าเยอะตั้งแต่ตอนตั้งร้านยังไม่เสร็จด้วยซ้ำ ทั้งกระทิงและเกี๊ยวจ้าละหวั่นแทบไม่ได้พักอยู่หลายชั่วโมง จนตอนนี้เวลาแค่สองทุ่มกว่า ของก็เริ่มหมดเพียงพอแค่ลูกค้าที่นั่งรอที่อยู่โต๊ะ จนต้องปิดประกาศบอก ส่งผลให้เด็กหนุ่มที่กำลังเดินมาหน้าร้านต้องถามเกี๊ยว
“เอ้า ร้านปิดสี่ทุ่มไม่ใช่เหรอครับน้องเกี๊ยว”
“วันนี้ของหมดแล้วครับพี่ๆ”
“โคตรเสียดาย วันนี้น้องเกี๊ยวมาเสิร์ฟทั้งที”
“ขอบคุณที่มาอุดหนุนนะครับ เอาไว้วันหลังมาใหม่น๊า (ยิ้ม^^)” เสียงพูดคุยดังขึ้นที่หน้าร้าน พ่อค้าคนหล่อเหลือบตามอง มือวางข้าวของเสียงดังตามด้วยเสียงกระแอมไอขัดจังหวะ
“อะแฮ่ม!” เกี๊ยวยิ้มให้ลูกค้า ก่อนจะเดินกลับมาหาเจ้าของร้าน แล้วถามออกมา
“มีอะไรครับ พี่กระทิงจะเอาอะไร” น้องเกี๊ยวถาม พี่กระทิงก็ไม่ตอบอีกตามเคย จนทำได้เพียงยืนมองและยิ้มกรุ้มกริ่ม
เวลาผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเมื่อลูกค้าคนสุดท้ายกินเสร็จและลุกเดินออกไป เกี๊ยวก็เดินไปเก็บชาม ปัดกวาดเช็ดถูโต๊ะอย่างคล่องแคล่ว ส่วนกระทิงนั้นก็เก็บของทุกอย่างด้วยเช่นกัน คิดว่าอารมณ์ขุ่นมัวที่เป็นอยู่คงเริ่มทุเลาลงบ้าง แต่ก็เปล่าเลยเมื่อเงยหน้าขึ้นมาเจอ
“อีเด็กนี่!”
“มึงดูท้องมึงสิเกี๊ยว”“ฮึก...อ่าร์”“ขึ้นเป็นรูปเลย...คงจุกมากเลยสินะ”“ทิง..ฮึก...ฮือ...”“แต่มึงชอบ กูรู้” เซ็กส์ที่เกิดขึ้นร้อนแรง รับกับคำพูดแบบนี้ ภายในโพรงเนื้อร้อนยิ่งขมิบถี่ กระทิงมองใบหน้าเมียเด็กที่ร้องไห้ ก่อนจะก้มลงกัดเข้าที่ซอกคอและลาดไหล่เล็กจนทั่ว พอใจแล้วก็มองสิ่งที่กำลังสอดประสานผ่านกระจกใสผละมือจากการกอบกุมแท่งร้อนเล็กที่ตรงปลายเริ่มปริ่มน้ำ มองตามสายตาที่เกี๊ยวมองอยู่ ท้องเล็กกำลังถูกเอ็นลำเขื่องแข็งร้อนเข้าออกเนืองๆ ก่อนกระทิงจะตัดสินใจซ้อนแขนทั้งสองข้างเข้าที่ข้อพับของร่างเล็ก จับให้ยกขึ้น จนเท้าของเกี๊ยวแตะกระจก“อ๊าย..ทิง”และสิ่งที่เห็นก็เป็นความยิ่งใหญ่ที่กระทิงส่งอัดรัวแรง เห็นน้ำไหลออกมาก็บอก“กำลังเอาน้ำออกให้ไงเกี๊ยว” คนตัวเล็กไม่ได้หันหนี ซ้ำดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตากลับมองภาพตรงหน้านั้นด้วยความกำหนัดที่พุ่งสูงขึ้น มือสั่นๆ จับลงที่แท่นเอ็นของตัวเองที่กำลังเด้งขึ้นลงเพราะแรงตอกอัดจากด้านล่างจากกระทิง สาวรูดแล้วบอก“ฮือ...เสียว...สะ เสียว”“อ่าห์”“อะ โอ้...”“อยู่ในท่าแบบนี้ทีไร มึงขมิบถี่นะเกี๊ยว ชอบใช่ไหม” คนถูกถามไม่ตอบ ปากเล็กอ้าออกกว้างไม่มีเสียงออกมา
“เด็กน้อย เสร็จแล้วฉี่เหรอคะ”“ทิง!...เอาออกได้แล้ว!”“ฉีดยังไม่สุดเลย” พูดพร้อมนั่งตัวตรง ตรงปลายฉีดพ่นน้ำออกมาจนหมด ก่อนจะดึงออกมา ฝ่ายเกี๊ยวเห็นอย่างนั้นก็เป็นโอกาสที่ดี เพราะตอนนี้จุกกับน้ำมากมายที่อยู่ภายใน บอกกระทิงไปหลายครั้งแล้วก็ไม่ยอมเอาออกให้ จนต้องส่งนิ้วทั้งสองเข้าไปกวาดออกมาแต่เกี๊ยวก็ทำไม่ได้อย่างใจคิด เมื่อกระทิงเห็น ฝ่ามือใหญ่จับลงที่ข้อมือเล็กดึงให้นิ้วออกมาจากรู จนเกี๊ยวต้องโวยวาย“ทิง!”“กว่ากูจะฉีดให้เต็มได้เกี๊ยว จะเอาออกทำไม”“มันจุก”“เอาไว้ก่อน ยังไม่ให้เอาออกตอนนี้” ความหงุดหงิดที่เกิดขึ้นแทบอยากจะเอาเล็บข่วนลงที่หน้าหล่อๆ นี้ แต่เกี๊ยวก็สู้แรงของกระทิงไม่เคยได้ เกี๊ยวมองหน้าคนรักอย่างไม่พอใจ บู้บี้ปากใส่จนกระทิงขำออกมาเบาๆ ยกมืออีกข้างหมายจะเกลี่ยเช็ดคราบน้ำตาออกให้ แต่เกี๊ยวก็หันหนี“ไม่ต้องเลย”“หึ งอนอะไร”“ทิงใจร้าย คนบ้า”“กูลงโทษมึงอยู่ มันก็ถูกแล้วไงเกี๊ยว ใส่สั้นเดินออกไปจากบ้านแบบนั้น กูไม่เอาจนรูฉีกก็ดีแค่ไหนละ” กระทิงพูดออกมา แต่คนที่งอนเต็มประดาก็ไม่สนใจยังคงหันหน้าหนีไม่ยอมมองสบ จนฝ่ามือใหญ่จับลงที่คางเล็ก ออกแรงให้หันมามอง ก่อนจะพูดพร้อมมุมปาก
09.00 น.เกี๊ยวถูกแฟนคนหล่อลงโทษตั้งแต่สี่ทุ่มของเมื่อคืนจนถึงตอนนี้ ในช่วงสายของวันแม้ไม่ได้นอนและใช้แรงมาทั้งคืนแต่กระทิงก็ยังไหว เว้นเสียแต่คนขี้ยั่ว ที่ตอนนี้เริ่มจะงอแงเพราะนอกจากความง่วง อ่อนล้าเพลียร่างกายแล้ว ยังเป็นเพราะว่าถูกกระทิงขัดใจในเรื่องที่ร้องขอแต่กระทิงไม่ให้“ขออมหน่อย...อ๊า...ทิง”“อืม..”“เมื่อไรจะให้อม ลงโทษพอแล้ว” กระทิงไม่ได้สนใจ สะโพกแกร่งยังตบอัดแท่งร้อนลำเขื่องเข้าๆ ออกๆ ในรูเล็กที่เริ่มแดงและบวม มีขาเรียวที่เขาจัดแจงให้วางพาดที่ไหล่สูงของตัวเอง บนเตียงภายในห้องนอนเล็กที่ตกแต่งอย่างลงตัวตามใจเมียตัวน้อยมือใหญ่ทั้งสองกำขยำลงก้อนนมเล็กที่กำลังกระเพื่อมล่อตาล่อใจอยู่ นัยน์ตาสีนิลจ้องมองเรือนร่างเล็กใต้อาณัติที่หลังจากผ่านบทลงโทษมาตลอดทั้งคืนก็ขึ้นร่องรอยต่างๆ ที่กระทิงตีตราจอง ส่วนที่หนักหนานอกจากก้อนนมน้อยทั้งสองแล้ว คงเป็นต้นคอลามลงมาจนถึงลาดไหล่เล็ก และบริเวณต้นขาทั้งสองข้างตับ ตับ ตับแรงกระแทกของกระทิงแรงล้นเหลือ เกี๊ยวตัวน้อยเสียวซ่านจนมือต้องวางลงที่ท้องน้อยที่นูนตลอดทั้งคืน สิ่งที่สัมผัสได้เป็นความยิ่งใหญ่ที่กำลังขับเคลื่อนรุนแรง แต่ถึงกระนั้นสมองก็ย
“ทิง...แทงหน่อยสิ...อ๊ายยย!!!”พูดยังไม่ทันจบประโยคดี กระทิงก็พรวดพราดเข้ามาประชิดกาย ขาที่เคยกางกว้าง ถูกจับกางกว้างยิ่งกว่าเดิม ฝ่ามือใหญ่ดึงนิ้วเล็กๆ ทั้งสองออกจากรู ทดแทนที่ด้วยความยิ่งใหญ่ตบอัดเข้าครั้งเดียวแบบมิดจมลำ จนเกี๊ยวส่งเสียงร้องร่างกายที่เคยขาวเปลี่ยนเป็นแดงเถือกน่ามอง การสอดประสานที่ร้อนแรงอย่างนี้ตั้งรับไม่ค่อยทัน ความจุกเสียดเกิดขึ้นจนเกร็งจิกทั้งเท้าและมือ ยังไม่ทันจะได้พักหายใจหายคอกระทิงก็เริ่มจังหวะร่วมรักที่รุนแรงตับ ตับ ตับปัก ปัก ปักเป็นการออกไปเกือบหมดจนส่วนหัวโผล่สัมผัสอากาศ ก่อนจะเป็นการกระแทกเข้ามาจนชนเข้าที่ท้องน้อยเล็ก เสียงกระทบดังลั่นบ้าน ความรุนแรงที่ได้รับมาพร้อมความเสียวซ่านยากเกินจะบรรยายออกมาจนเกี๊ยวต้องซุกใบหน้าลงที่ไหล่กว้าง วาดวงแขนกอดรัดเข้าที่แผ่นอก เสียงสะอึกดังออกมายิ่งกว่าครั้งไหนๆ พร่ำบอกแข่งกับเสียงร่วมรักที่เกิดขึ้น“ฮึก...แรงไปแล้ว ฮือ..ชนท้องอะทิง มันชนท้องเกี๊ยว”“อ่า...ซี๊ด...” คนในอ้อมกอดสั่นไหวรุนแรง น้ำตาที่เกี๊ยวขับออกมาเปียกชุ่มไหลลงที่แผ่นอกกว้าง จนกระทิงต้องจับศีรษะเล็กประดับด้วยเรือนผมสีอ่อน ก่อนจะกอดรัดคืน แต่สะโพกไม่หย
“ฮือ...ฮึก”เสียงร้องไห้ระงมไปทั่วทั้งชั้นล่างของบ้าน โต๊ะไม้ขนาดเล็ก ทว่ากลับแข็งแรงถูกปัดข้าวของที่เคยวางตั้งข้างบนให้หล่นลงพื้นอย่างไม่สนใจไยดี ทดแทนที่ด้วยร่างเล็กขาวผ่อง เพราะร่างกายถูกจับถอดทั้งเสื้อตัวเล็กและกางเกงตัวสั้นออก รวมทั้งชั้นในสีขาวบาง มีก้านนิ้วใหญ่ทั้งสองสอดล่วงล้ำอย่างไม่ปรานี รวมทั้งฟันที่ขบกัดนมน้อยจนขึ้นรอยน้ำตาขับออกมาหลั่งรินไหลลงที่แก้มแดงฉาน มือสั่นๆ ทั้งสองพยายามเอื้อมไปปกป้องกระเปาะนม หรือแม้แต่จับลงที่ข้อมือใหญ่ของแฟนหนุ่ม เสียงร้องไห้ดังออกมากระทิงก็ไม่สนใจ ซ้ำนิ้วกลับควานข้างในจนสะโพกน้อยเด้งขึ้นสูง ร้องบอกเสียงสั่นเครือ“ฮึก...ทิง...พอแล้ว พอแล้ว”ปากร้ายคายนมน้อยรสหวานออกจากปาก ยืดใบหน้าขึ้นให้อยู่ในระดับเดียวกัน เห็นน้ำตาไหลออกมาไม่ขาดสายก็ยิ่งพอใจ บอกสิ่งที่รู้“มึงชอบเกี๊ยว”“อ๊า...”“มึงชอบที่โดนกูเอาแรงๆ ถึงยั่วกูแบบนี้” เกี่ยวเบ็ดนิ้วแรงขึ้นจนปากเล็กอ้าออกกว้าง เกร็งร่างกายเพราะความเสียวที่ได้รับ“โอ้...อ่าร์” มือเล็กพยายามออกแรงดึงนิ้วร้ายนั้นออก แต่ก็ไม่เป็นผล กระทิงเกี่ยวเบ็ดงัดงอกลั่นแกล้ง จนเกี๊ยวต้องยกสะโพกสูงตาม ดวงตาสวยคลอไปด้วยน้ำตามอ
“อีเด็กนี่!”ภาพที่เห็นถึงขนาดที่ต้องสบถออกมาอย่างหัวเสีย เมื่อแฟนตัวเล็กก้มลงหยิบเก้าอี้นั่งพลาสติกสีแดงไปวางซ้อนกันไว้ที่ข้างร้านสะดวกซื้อ กระทิงอยากจะบ้าตายกับสิ่งที่เห็น วันนี้ลูกน้องอย่างไอ้ตี๋หิดมันลา เพราะว่ามันติด... เออนั่นแหละ พอเกี๊ยวรู้เรื่องเข้าก็บอกว่าจะมาขายของช่วย กระทิงเองก็ลืมคิดไปว่าครั้งก่อนนั้นเป็นยังไงแม่ง! ครั้งนี้ก็เป็นอย่างนั้น!เกี๊ยวบอกแค่ว่าให้กระทิงมาก่อน จนเวลาอีกครึ่งชั่วโมงต่อมาคนตัวเล็กที่สูงเพียงแค่อกของเขาตามมาด้วยเสื้อสีขาวตัวบางเปิดไหล่ โชว์เอวน้อย รัดติ้วเข้ากับทรวดทรงและจะไหนกางเกงยีนขาสั้นที่เพียงแค่ก้มลงเล็กน้อยก็เห็นแก้มก้นร่ำไรอย่างเช่นตอนนี้กระทิงจะไม่หัวเหวี่ยงเลยสักนิดถ้าภาพตรงหน้านี้ได้เห็นแค่คนเดียว ไม่มีไอ้พวกผู้ชายหัวงูทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องมองตาเป็นมัน จนเขาต้องแยกเขี้ยวใส่กร่อน!ชึบ! ทั้งฝูงเมื่อเจอสายตาของกระทิงก็หันหนีทันทีพร้อมขนที่ลุกไปทั้งร่าง ฝ่ายกระทิงก็ไม่ปล่อยให้คนอื่นมองคนของตัวเองนาน ฝีเท้าก้าวยาวเข้าไปจับหมับลงที่ต้นแขนเล็กออกแรงบีบบังคับกลายๆ ให้ยืนตรง จนเกี๊ยวถามด้วยความงง“อะไรครับ”“พอเลยเกี๊ยว ไปนั่ง”“ยังเก็บของไม่เ
![อุบัติรักฟีโรโมน [Omagaverse]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)






