เข้าสู่ระบบจอมทัพสร้างวีรกรรมใส่ไอ้หมีถึกไว้ขนาดไหนอีกฝ่ายก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะโกรธ ยังมาติดใจขนมหวานที่เขาอุตส่าห์ซื้อสุ่ม ๆ ไปขอโทษอีก คนมันจะมีความรัก ทำตัวแย่แค่ไหนมันก็มีอะเนอะ
ดูเพิ่มเติม"เซ็งโว้ย! แม่ง!"
จอมทัพ หรือเพื่อนเรียกง่าย ๆ ว่า 'ไอ้ทัพ' หนุ่มนักศึกษา ปี 3 คณะบริหารธุรกิจจู่ ๆ ก็สบถออกมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยในร้านเหล้าแห่งหนึ่ง
ร้านเหล้าแห่งนี้เป็นร้านนั่งชิลสไตล์เรโทรชั้นเดียว แบ่งโซนให้บริการทั้งแบบบาร์และโต๊ะอาหาร ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้โทนสีน้ำตาลเป็นหลัก เน้นเปิดเพลงสบาย ๆ ผ่อนคลายอารมณ์ไปในตัว นอกจากเครื่องดื่มประเภทเหล้าและเบียร์แล้วยังมีค็อกเทลสูตรพิเศษที่คิดค้นขึ้นใหม่หลายสิบรายการไว้สำหรับเอาใจสาว ๆ หรือคนที่ไม่อยากดื่มของแรง ๆ เพียว ๆ และมันก็รสชาติดีจนคนเอาไปโฆษณากันปากต่อปาก นั่นจึงเป็นสาเหตุว่าทำไมร้านนี้ถึงได้ครองใจบรรดานักศึกษาและวัยทำงานนัก
"เป็นบ้าไรวะ เมาก็กลับบ้านกันได้แล้ว กูไม่ได้ว่างมานั่งเป็นเพื่อนมึงทั้งคืนหรอกนะ"
ศิวัช หรือ 'แบล็ค' เพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันมาตั้งแต่ชั้นมัธยมต้นพูดขึ้น เขาโดนจอมทัพลากมานั่งเป็นเพื่อนที่ร้านด้วยตั้งแต่หัวค่ำ ทั้งสองคนนี้เรียนกันคนละคณะ แต่เวลาว่างก็มักจะนัดเจอกันอยู่เสมอ เรียกได้ว่ามิตรภาพไม่เคยจางลงไม่ว่าจะต่างคนจะมีธุระหรือห่างหายกันไปแค่ไหน
"...."
คนโดนบ่นก้มหน้าลงเล็กน้อยพยายามสะกดอารมณ์ที่กำลังขุ่นมัวของตัวเองเต็มที่เพราะยังเกรงใจคนอีกหลายกลุ่มที่กำลังนั่งจิบอะไรเย็น ๆ ดื่มด่ำกับบรรยากาศอยู่ภายในร้าน เขาก็แค่อยากดื่มให้ลืมความเศร้าเท่านั้น แต่คิด ๆ ดูแล้วมันก็ไม่ได้ช่วยเท่าไหร่
"มึงไม่เข้าใจกูหรอก คนอย่างมึงมีแต่คนมาชอบนี่หว่า ส่วนกู อกหักแล้วอกหักอีก"
นั่นก็เพราะศิวัชเป็นหนุ่มตี๋ หน้าตาดี ทางบ้านก็มีฐานะร่ำรวย มีสาว ๆ ต่อคิวเดินขบวนเข้าหาไม่ขาดสาย หลายคนก็เคยใช้จอมทัพเป็นทางผ่านเพื่ออยากจะสานต่อความสัมพันธ์กับเพื่อนของเขาอยู่บ่อย ๆ ส่วนตัวจอมทัพเองนั้นเป็นผู้ชายหน้าตาธรรมดา เรียนก็พอไปวัดไปวาได้ ไม่ได้มีจุดเด่นอะไรเป็นพิเศษ พ่อแม่ก็ทำงานค้าขาย มีฐานะมีพอกิน เรียกได้ว่าชีวิตราบเรียบจนไม่รู้จะยกเอาจุดไหนมานำเสนอก่อนดี
"กูบอกว่าจะแนะนำสาวให้ก็ไม่เอา น้องรหัสมึงรัก ๆ เลิก ๆ มาหลายคนแล้วไม่ใช่เหรอ มีแฟนใหม่รอบนี้คบกันไม่นานหรอก เชื่อกูดิ"
พี่ทัพ ปรายามีแฟนแล้วน้าาาา ไว้เดี๋ยวพาไปแนะนำให้รู้จักนะคะ
จอมทัพยกมือถือขึ้นมาเปิดอ่านข้อความเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาอ่านมันมาสองวันเต็ม ๆ แล้ว ยิ่งอ่านก็ยิ่งเจ็บปวด ปรายาคือรุ่นน้องปี 2 ที่เขาแอบชอบตั้งแต่เธอยังเป็นเฟรชชี่ เริ่มสนิทกันจากการเป็นพี่สายรหัสและหลังจากนั้นก็คุยในสถานะนี้มาเรื่อย ๆ เขาชอบเธอมาก มากขนาดที่ว่าสารภาพรักแล้วถูกปฏิเสธไปแล้วหลายครั้งแต่ก็ยังตื๊อจนปรายายอมคบด้วย แต่คบกันได้ไม่ถึงครึ่งปีปรายาก็ขอเปลี่ยนสถานะกลับมาเป็นพี่น้องกันเหมือนเดิม ระหว่างนั้นเธอก็ขอให้จอมทัพเก็บเรื่องที่คบกันเป็นความลับ แม้แต่ตอนที่เลิกกันแล้วก็ยังต้องทำตัวเหมือนไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ตอนแรกเขาก็เหมือนจะรับได้ ยอมรับทุกเงื่อนไขเพื่อให้ได้สถานะพี่รหัสคนสนิท แต่พอเอาเข้าจริง มันโคตรเจ็บ
"เอามา กูจะกิน!"
เครื่องดื่มในมือที่จอมทัพสั่งมันมามั่ว ๆ จากรายการแนะนำประจำวันถูกศิวัชแย่งไปต่อหน้า เขาโวยวายเสียงดังขึ้นอีกเพราะไม่อยากให้เพื่อนมาขัดใจในวันที่อยากระบายความอัดอั้นออกมา
"กูยังมีธุระที่ต้องไปทำอีกนะ เดี๋ยวคืนนี้กูต้องไปส่งแม่ที่สนามบิน มึงจะกลับเลยมั้ย กูจะได้แวะไปส่งก่อน"
"มึงจะกลับมึงก็กลับไปดิ กูกลับเองได้
เขาพูดพลางเบือนหน้าหนี ถึงระยะทางในการเดินทางกลับบ้านนั้นต้องใช้เวลามากกว่าจากมหาวิทยาลัยมาที่นี่อยู่หลายเท่าตัว แต่มันไม่ใช่อุปสรรคสำหรับคนอยากเมาอยู่แล้ว เวลานี้เขาอยากกลับบ้านที่ไหนกันล่ะ
"รอบก่อนมึงก็พูดงี้ แล้วเป็นไง แม่มึงบอกเห็นมึงไปนอนอยู่หน้าบ้านคนอื่นโน่น ไอ้สัส ไม่เคยกินเหล้ายังแดกไม่เลือกอีก ดีไม่โดนรถทับตายห่า"
"รอบก่อนกูโดนเพื่อน ๆ มึงมอมเหล้าไง ส่งกูขึ้นแท็กซี่แถมยังบอกบ้านเลขที่ผิดอีก ร้านใกล้ ๆ บ้านไม่กินเสือกจะกินร้านนี้ แล้วมึงไม่ใช่เหรอที่ทิ้งกูไปกับผู้หญิงอะ รอบนี้แม่งก็จะทิ้งกูอีก ไปไหนก็ไปเลย กูไม่ง้อมึงหรอก"
"ก็ร้านมันใกล้มอเรานี่หว่า ทำมาด่ากู ทีมึงยังมาร้านนี้เลย"
"ก็มันใกล้มอไง ก็อยากเมาให้เร็วที่สุด มึงเข้าใจปะ"
ว่าเสร็จก็ยกแก้วเหล้ามากระดกดื่มพรวดเดียวจดหมด ไม่สงสารกระเพาะที่ว่างเปล่าของตัวเองบ้างเลย
ศิวัชมองนาฬิกาที่ตอนนี้บอกเวลาสองทุ่มนิด ๆ แล้วก็คิดหาวิธีจัดการเพื่อนตัวดีที่เอาแต่สร้างเรื่องปวดหัวให้ตลอด มองซ้ายมองขวาหาตัวช่วยก็ไม่เจอใครที่พอจะฝากฝีฝากไข้ได้สักคน แต่แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นคนรู้จักคนหนึ่งเข้า แล้วเขาก็ลุกเดินออกจากโต๊ะไป
วันนี้เป็นวันที่พ่อแม่ของจอมทัพขายของนอกสถานที่ จอมทัพมีเรียนแค่ตอนเช้า จบคลาสเขาจึงรีบมาที่ร้านของแมกมาเพื่อมารอช่วยพ่อแม่ตัวเองเก็บของกลับบ้าน แต่ไม่ใช่เขาที่มาถึงร้านเป็นคนแรก เข้าไปในร้านก็เห็นว่าแมกมากำลังยืนคุยกับพ่อของเขาอยู่ ทั้งสองคนดูเหมือนว่าจะคุยถูกคอกันเสียด้วยเพราะอำพลนั้นกำลังหัวเราะเสียงดังราวกับถูกอกถูกใจอะไรบางอย่าง"คุยไรกับพ่อกูนักหนา"ชายหนุ่มเหล่ตามองคนตัวสูงก่อนจะแทรกตัวเองเข้าไปในวงสนทนาอย่างเนียน ๆ "ทัพ พูดกับเพื่อนดี ๆ สิลูก"ปราณีจ้องหน้าลูกชายพร้อมกับส่งสายตาที่จอมทัพสามารถอ่านเป็นคำพูดได้ว่า อย่าทำให้แม่ขายหน้า เขาจึงต้องสงบปากสงบคำแล้วเดินหนีไปหาแม่ตัวเองที่ยืนอยู่หน้าหม้อก๋วยเตี๋ยวแทน"แม่ ทัพหิวอะ เหลืออะไรให้กินบ้าง""จัดการเลยลูก เหลืออยู่ไม่มากแล้วล่ะ ไปชวนแมกมามากินด้วยกันสิ เพื่อนลูกมาช่วยเสิร์ฟตั้งแต่เช้าแล้ว ยังไม่ได้กินอะไรเลย""ให้มันหากินเองเถอะแม่"แค่น้ำเสียงที่อ่อนลงเวลาพูดกับแมกมา จอมทัพก็รู้ได้เลยว่าแม่เขายอมรับอีกฝ่ายราวกับเป็นลูกตัวเองอีกคนไปแล้ว ปราณีถลึงตายกมือขึ้นเท้าเอวซึ่งจอมทัพอ่านท่าทางนั้นได้อีกว่า จะทำหรือไม่ทำ?"จ้า ๆ"จอมทั
"เป็นไงลูก อาจารย์ว่าไงบ้างเรื่องขนม""มัน..เอ้ยอาจารย์บอกว่าอร่อยมากเลยแม่ ทัพกินแล้วบอกเลยว่าแม่ทำขนมขายได้อีกทางเลยนะ""ไม่ไหวหรอกลูก ขนมไทยมันจะมาทำลวก ๆ แบบขายไปทีไม่ได้ ร้านเราขายก๋วยเตี๋ยว ถ้าจะขายของหวานล่ะก็คงต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์อีกเยอะเลย แค่นี้พ่อกับแม่ก็ยุ่งพอแล้ว แต่ถ้า…." ปราณีเว้นช่องว่างเอาไว้ เธอมองลูกตัวเองพร้อมอมยิ้มน้อย ๆ"ไม่เอาหรอกแม่ ทัพไม่ทำหรอก แค่เมื่อเช้าก็เพลียจะตายแล้ว ขืนให้มาทำขายล่ะก็เจ๊งแน่ วันนี้ทัพกินข้าวเย็นทีหลังนะ ขออาบน้ำนอนสักงีบ""ไม่แน่นะ ลูกอาจจะขายดีกลายเป็นเจ้าของกิจการเลยก็ได้"ตึก ๆ เสียงแม่ที่พูดลอยตามหลังยิ่งทำให้จอมทัพเร่งฝีเท้าวิ่งขึ้นบ้าน อย่างเขาเนี่ยนะจะให้มาขายขนม แล้วใครจะกล้าซื้อ ให้ไปพากย์เรือหางยาวหรือใช้เสียงตะโกนแข่งกับคนอื่นยังจะดูมีหวังที่จะประสบความสำเร็จมากกว่า"แม่ว่าลูกเราจะได้เรื่องไหม""ได้สิ พ่อนี่ก็ถามอะไรแปลก ๆ ต้องให้เวลาลูกอีกหน่อยเดี๋ยวก็เจอหนทางทำมาหากินเองนั่นแหละ""จะไปยากอะไร ถ้างั้นก็ให้ขายก๋วยเตี๋ยวต่อจากเรานี่แหละ สูตรก็ไม่ต้องไปซื้อเขา ร้านก็ไม่ต้องเช่า แค่ลงทุนลงแรงเองอีกนิดเดียว""มันง่ายแบบนั้นก็ดีส
"แม่ แม่รู้จักขนมพระพายมั้ย""ขนมโบราณสูตรตั้งแต่สมัยแม่ยังเด็กนู่นเลย ทัพรู้จักด้วยเหรอลูก""ทัพไม่รู้จักหรอกแม่ แต่ว่าพอดีต้องพรีเซนต์งานเกี่ยวกับขนมอันนี้อะ แม่พอจะรู้จักใครที่ขายขนมไทยแบบนี้มั้ย"ก็แถไปเรื่อย เขาเรียนบริหารธุรกิจก็จริง แต่ก็สาขาที่เรียนเป็นการจัดการทั่วไป รายวิชาที่เรียนส่วนใหญ่มันก็ออกแนวทฤษฎี มีการวางแผนวิเคราะห์ข้อมูลและตัดสินใจ ถ้าเป็นโปรเจคอย่างมากก็แค่จำลองธุรกิจขึ้นมา แต่ก็อาจไม่ต้องถึงขั้นลงทุนทำขนมเองแบบนี้ แต่ทำไงได้ ในเมื่อหลวมตัวไปแล้ว เขาก็เลยต้องตามน้ำไปก่อน "หายากนะลูก แม่ไปตลาดทีไร ไม่เคยเห็นมีใครทำมาขายเลยนะ แต่ถ้าสั่งพิเศษอันนี้แม่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าร้านไหนเขารับทำ""ถ้าเราทำเองมันจะยุ่งยากไหมแม่ แม่ลองดูให้ทัพหน่อย เห็นเขาบอกว่าทำกินเองได้"ปราณีรับกระดาษแผ่นเล็ก ๆ ใบหนึ่งที่มีลายมือยุกยิกของลูกชายจดอะไรบางอย่างเอาไว้ ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าจอมทัพเปลี่ยนไปแล้วจริง ๆ จู่ ๆ ก็มาพูดเกี่ยวกับเรื่องเรียน เห็นแบบนี้คนเป็นแม่ยิ่งอยากจะช่วยผลักดันลูกชายเต็มที่โดยไม่ได้เอะใจอะไรเลย"ถามถูกคนแล้วเจ้าทัพ แม่แดงของลูกน่ะเติบโตมากับครอบครัวที่เปิดร้านขายข
"เรียนเป็นไงบ้างลูก"ปราณีหรือที่คนทั่วไปเรียกกันติดปากว่า ‘เจ๊แดง’ เอ่ยถามลูกชายคนเล็กหลังจากที่กลับมาถึงก็หย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้ตัวหนึ่งทันที พ่อแม่ของจอมทัพยึดอาชีพค้าขายมาตั้งแต่เขายังไม่เกิด ส่งลูกชายคนโตเรียนจนจบปริญญาโท เหลือก็แต่จอมทัพที่แม้แต่ตัวคนเป็นพ่อเป็นแม่เองก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเรียนไปรอดหรือเปล่า"โถ่แม่ ถามทัพอยู่ได้ทุกวัน ทัพบอกแล้วไงว่าเรียนได้อะ""แม่ถามก็เพราะเป็นห่วง ถ้าเผื่อเรียนไม่ทันหรืออะไรยังไงจะได้หาทางแก้ถูก พี่ขุนฝากมาถามว่าอยากจะลองเรียนเพิ่มไหม จะได้หาจ้างติวเตอร์มาติวให้"‘พี่ขุน’ ที่ปราณีพูดถึงก็คือ ‘ขุนพล’ ลูกชายคนโตซึ่งเรียนจบและทำงานเรียบร้อยแล้ว หากแต่เขาย้ายออกไปเพราะเหตุผลในเรื่องของการเดินทางที่สะดวกและเสียเวลาน้อยกว่า"วัยมหาลัยเขาไม่ต้องเรียนพิเศษกันแล้วแม่ ไม่จำเป็นหรอก ไอ้พี่ขุนไม่ต้องยุ่งเลย เดี๋ยวทัพจะแสดงให้ดูเองว่าเรียนไม่เก่งก็จบได้""คิดแล้วว่าต้องตอบแบบนี้ เอาเถอะ แม่ไม่อยากกดดันอะไรหรอก ถ้าเรียนจบก็คงเป็นบุญของแม่กับพ่อจริง ๆ ที่ได้เห็นลูกชายใส่ชุดครุยรับปริญญาทั้งสองคน""ก็เพราะว่าพ่อกับแม่ให้สมองทัพมาน้อยไง ไอ้พี่ขุนเอาไปหมด แล้วทั





