Mag-log in
#ซอยสี่มีเกี๊ยว
กระทิง (32) เถ้าแก่ร้านบะหมี่ที่สืบทอดกิจการต่อจากพ่อ มีสไตล์การขายที่เป็นเอกลักษณ์ นั้นคือกล้ามล่ำๆ ที่ชุ่มไปด้วยเหงื่อ
เกี๊ยว (22) นักศึกษาปีสี่ ลูกชายเจ้าของร้านทอง อ่อยจนได้พี่กระทิงเป็นแฟน ทุกวันนี้ก็ยังอ่อยอยู่ และจะอ่อยต่อไป
♡♡♡♡
‘ที่เด็ดซอยสี่’ แค่ชื่อก็กินขาด กับตำนานความอร่อยที่ตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น น้ำซุปใส หอมหวานกลมกล่อม ลอยคลุ้งออกไปตามลมเรียกน้ำลายสอไหลหยดย้อยยิ่งกว่ายายกินลำไยแล้วน้ำลายยายไหล ลูกค้าเดินตามกลิ่นมา มีโต๊ะสิบชุดที่ตั้งเรียงรายพร้อมเก้าอี้สีแดง
ก๋วยเตี๋ยวว่าเด็ดอร่อยแล้ว แต่ก็ยังมีสิ่งที่เด็ดกว่า นั่นคือพ่อค้า ที่ใครๆ ต่างเรียกว่า ‘พี่กระทิง’ พ่อค้าหนุ่มในวัยสามสิบต้นๆ ที่ไม่ได้มีดีแค่ทำก๋วยเตี๋ยวอร่อยถูกปากวัยรุ่น แต่พี่กระทิงยังหล่อเหลากับตำแหน่งเดือนสถาปัตย์และเดือนมหาลัยเมื่อครั้งยังเรียนอยู่ที่มอแห่งนี้ ตำแหน่งการันตีความสามารถและความหล่อ แม้เวลาจะผ่านมานานเกือบสิบปี แต่ก็ยังไม่ซา
แต่แม้จะหล่อตาแตกยังไง ทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย ก็หมดสิทธิ์ เพราะพี่กระทิงมีเมียแล้ว และรักเมียมากด้วย
♡♡
“หึงเหรอครับ”
“เดี๋ยวมึงจะโดนเกี๊ยว เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าชุดสั้นๆ ‘สมำเหอ’ ของมึงกูให้ใส่แค่ที่บ้าน”
“ก็ชุดหมดอะ”
“ยังจะเถียง”
“ชุดหมดจริงๆ นะ”
“กูพึ่งซักให้มึงเมื่อเช้า”
♡♡
“โดนแค่นี้ร้องไห้เลยเหรอเกี๊ยว”
“ฮึก...ฮือ...อ่าร์...ก็...ก็...โอ้”
♡♡
“น้ำหมดตัวเลยเหรอ”
“ใครจะไปเยอะเหมือนทิง”
“กูเยอะที่ไหน ราดเต็มพื้นทั้งข้างล่าง ทั้งบนห้องไม่ใช่ฉี่มึงหรือไง”
“กะ ก็...”
“เด็กน้อย เสร็จแล้วฉี่เหรอคะ”
♡♡
⚠️นิยายเรื่องนี้เป็นแนว ชายรักชาย เหมาะสำหรับผู้อ่านอายุ 18 ปีขึ้นไป⚠️
Sex Scene : ไม่ได้อ้างอิงกับความเป็นจริงเท่าที่ควร เพื่ออรรถรสในการอ่าน
นิยายในเซต
1. ซอยสี่มีเกี๊ยว 2.ชีวิตติดแกลมของเพ็ญศรี
3. จีจี้ผู้ขโมยของหลวง
(Talk)
สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้ไรต์กลับพร้อมนิยายแซ่บๆเรื่องใหม่นะคะ พี่กระทิง(แค่ชื่อก็ดุแล้ว) และน้องเกี๊ยว(ชื่อนี้น่ากิน) เรื่องนี้เป็นแนวน่ารัก พร้อมด้วยเอ็นซีแซ่บๆนะคะ ไม่มีดราม่าอะไรเลย ไรต์แต่งแบบปล่อยจอยมากกกก แต่รับรองว่าสนุกอย่างแน่นอนค่ะ
ฝากทุกคนเอ็นดูด้วยนะคะ
และไรต์ก็ขอฝากนามปากกา R-Chicha ด้วยนะคะ ฝากกดติตามด้วยค่ะ จะได้ไม่พลาดนิยายสนุกๆๆๆ มากๆๆๆ(อวดตัวเองสุดๆ แฮ่ๆ)
และขอฝากติดตามนิยายของนู๋ทุกๆเรื่องด้วยนะคะ
“พะ พอแล้ว..ฮึก...ฮือ”ร้องเสียงหอบอ้อนวอนพร้อมเสียงสะอึกไปอย่างนั้นแหละ ทั้งที่ความจริงเกี๊ยวชอบจะตาย นิ้วแรกแล้วก็มีนิ้วสอง และสาม กระทำอย่างเดียวกันจนเสียงเล็กเริ่มตกร่อง ความกำหนัดจู่โจมเข้าเล่นงานส่งผลให้ยอดถันสีสวยแข็งเป็นไตและแท่งร้อนเล็กของเกี๊ยวที่พองตัวขึ้นก้านนิ้วนวดช่องทางคับแคบจนพอใจแล้วกระทิงก็ดึงออกอย่างแรงจนเกี๊ยวน้อยสะดุ้งเฮือก เสียงหอบเสียงครางนั้นกระทิงไม่ปล่อยให้ขาดตอน เห็นว่าตอนนี้รูเล็กเปิดออก และก็ไม่รอช้า“อร๊างงง..อ๊า”ลิ้นร้อนร้ายเกร็งแข็ง จากนั้นก็สอดเข้าไปในรูเล็กร้อนอีกครั้ง สิ่งที่ลิ้มชิมรสนอกจากความหวานล้ำไม่สร่างซาแล้ว ยังมีความร้อนชื้นอยู่ภายในนั้น กระทิงประกบปากลงชิดอีกรอบ คราวนี้นอกจากจะดูดซดแล้วลิ้นยังกระดิกละเลงรัว จนความเสียวซ่านนั้นทำให้เกี๊ยวใช้มือสั่นๆ นั้นดันศีรษะของกระทิงออก เป็นจังหวะที่สะโพกถอดถอยหนี เพราะบางสิ่งกำลังจะเกิดขึ้น แต่มีหรือที่คนเอาแต่ใจโดยเฉพาะเวลาที่ความต้องการเข้าครอบงำจะยอมให้ทำอย่างนั้นได้ ผละออกเพียงนิดเพื่อลงโทษคนดื้อ มือใหญ่ตีลงที่ก้นเด้งเต็มแรง ก่อนจะสั่งเพลี้ยะ!“อยู่นิ่งๆ”“ทะ ทิง..มัน...ฉี่จะแตก”“แตกเลย”พูดจบใบห
ตุบ!!ร่างเล็กถูกผลักให้ใบหน้าแนบชิดกับกระจกบานใสของหน้าต่างภายในห้องนอน มือใหญ่กระชากผ้าเช็ดตัวที่พันกายทั้งของตนและร่างเล็กออก ไร้ซึ่งสิ่งกีดขวางกระทิงก็แนบส่วนหน้าชิดด้านหลัง มีความยิ่งใหญ่ที่พองตัวชูชันเสียดสีที่ช่องทางด้านหลังจนเกี๊ยวน้อยจอมยั่วร่างกายสั่นไหวขึ้นมามือบางกำผ้าม่านสีขาวสวยเอาไว้แน่น แสงไฟสว่างในห้องสาดส่องจนเห็นหมดทุกอย่าง มือใหญ่กร้านเอื้อมไปด้านหน้า จนยึดครองกระเปาะนมเล็กทั้งสองได้สำเร็จ บีบเคล้นเต็มแรงให้สาสมกับความกำหนัดที่พุ่งสูงขึ้น ในขณะเดียวกันก็พรมจูบลงที่ท้ายทอย เลื่อนเรื่อยลงมาที่กลางหลังเนียนนั้น ขบเม้มและดูดดึง จนคนที่ถูกกระทำสะดุ้งเฮือกก่อนจะบ่นออกมา“เจ็บ...ฮึก..อ๊า”กระทิงไม่สนใจจนเมื่อพื้นที่ตีตราจองทั่วแผ่นหลังแล้วก็เลื่อนลงที่ก้นเด้ง มือทั้งสองที่กำเต้านมเล็กอยู่ก่อนหน้านั้นผละออกห่างอย่างเสียดาย ก่อนจะนำพาจับลงที่ก้อนก้นเด้งนั้น บีบเคล้นเต็มแรงจนเนื้อนุ่มบางส่วนล้นออกตามซอกนิ้ว แรงที่ใส่ลงไปปรากฏผิวขาวๆ ของเกี๊ยวเปลี่ยนเป็นสีแดงคามือเสียงครางแผ่วดังออกมาเพียงนิด แต่เจ้าตัวก็ประกบมือสั่นนั้นปิดได้ทัน ปากร้ายของกระทิงตามลงมาประกบที่ที่มือทั้งสอง
“กูเอามึงแล้ว”“เอาบ่อยด้วย” กระทิงส่ายหน้าไปมาให้กับความทันในเรื่องใต้สะดือ ปรุงเสร็จก็เลื่อนชามก๋วยเตี๋ยวแสนพิเศษนี้ไปไว้ตรงหน้า โดยที่อีกคนหยิบช้อนและตะเกียบเตรียมรอ“กินให้หมด กินให้เก่งเหมือนที่ยั่วกู”“มันค่ำแล้ว กินหมดเกี๊ยวก็อ้วนสิ”“เบาจนกูยกแทงได้ ยังจะกลัวอ้วน” อีกหนึ่งชีวิตที่นั่งฟังอยู่ได้ยินก็แทบจะสำลักน้ำซุป ราวกับว่าเพ็ญศรีเป็นธาตุอากาศของคู่รักที่พูดเรื่องใต้สะดืออย่างไม่อายจริงๆ อยากจะยกชามหนีไปนั่งอีกโต๊ะซะจริงคุยกันเสร็จกระทิงก็เดินหันหลังกลับไป แต่เรื่องไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อมีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเมีย“น้องเกี๊ยว” ชาวิทย์เรียกคนเดียว แต่เรียกสายตาทั้งสี่หันมอง ไม่เว้นแม้แต่ตี๋หิดที่นั่งอยู่ไกลที่สุด“คะ ครับ”“ความจริงเมื่อวานที่เราได้ทานข้าวด้วยกันพี่ดีใจมากเลยนะครับ แม้จะอกหักในภายหลังก็เถอะนะ”“…”“บะ บอกเกี๊ยวทำไมครับ” ผัวมองอยู่เกี๊ยวเลยสั่นเล็กน้อย“พี่อยากบอกพี่ไม่อยากเสียใจภายหลัง พี่ชอบน้องเกี๊ยวนะ”“ใคร!!”เมื่อชาวิทย์พูดความในใจเสร็จก็เดินไปขึ้นรถขับออกไป เกี๊ยวมองตามอีกฝ่าย สมองกำลังประมวลคำพูดนั้น นี่แค่อยากจะบอกว่าชอบใช่ไหม แต่ไม่คิดแย่งถูกป
“น้องเกี๊ยว”“พี่ชา...” ใช่แล้ว เพราะคนที่เกี๊ยวเจอ คือบุคคลที่ไม่คิดว่าจะเจอในถิ่นของนักศึกษาเลยก็คือชาวิทย์ เห็นอีกฝ่ายใบหน้าเกี๊ยวแสดงออกชัดเจนว่า ‘เอ๊ะ..!!’ จนชาวิทย์ต้องรีบอธิบาย“เออ..พอดีว่าพี่มาธุระแถวนี้ครับ เลยแวะหาอะไรทาน”“เหรอครับ ไม่อยากจะเชื่อเลย”“เอาจริงก็ไม่ใช่ครับ พี่แค่อยากจะมาเห็นหน้าน้องเกี๊ยว และบอกว่า...” ชาวิทย์อยากจะโกหก แต่คิดดูอีกทีก็ไม่ดีกว่า ปากกำลังจะสารภาพความจริงไป เสียงเพ็ญศรีก็เรียก จนเกี๊ยวต้องหันมอง“เกี๊ยว!”“ว่า”“เสร็จยัง ก๋วยเตี๋ยวได้แล้ว”“เสร็จแล้ว” ตอบเพื่อนเสร็จ ก็หันมาบอกคนที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่ยี่หระ“ผมขอตัวก่อนนะครับ”พูดเสร็จเกี๊ยวก็เดินออกมา ไม่ลืมหยิบของที่จี๊ดฝากซื้อ จ่ายตังค์เสร็จก็เดินออกจากร้านสะดวกซื้อ ครั้นมองไปที่ร้านก๋วยเตี๋ยวก็เห็นว่าตอนนี้แฟนคนหล่อกลับมาประจำตำแหน่งแล้ว ใบหน้าก็ยิ้มกว้างอย่างดีใจ เดินเลยผ่านโต๊ะที่เพื่อนนั่งอยู่เข้าไปหากระทิง จนหยุดยืนที่ด้านหลัง ก่อนจะพูดขึ้น“หิวอะ ไปนานจัง” กระทิงหันมอง สำรวจคร่าวๆ ก็เห็นแฟนตัวเล็กที่กลับบ้านไปตั้งแต่เมื่อวาน เห็นแต่งกายด้วยชุดนักศึกษาแบบปกติก็เบาใจ หันกลับมาตักน้ำซุปใส่
“นั่นไงเจ๊ สายเรา “เกี๊ยวมองตามเจษน้องรหัสกำลังชี้ไปที่น้องผู้หญิงปีหนึ่งหน้าตาน่ารักด้วยความตื่นเต้น ปีนี้สายรหัสปีสองขาด เพราะน้องซิ่วออกไปเรียนที่อื่น หน้าที่แทนพี่ปีสองก็ต้องตกทอดมาเป็นของเจษและเกี๊ยว“น่ารักอะ”“น่ารักใช่ไหมล่ะ น้องนานะ ลูกครึ่งเจแปนนีสสสส ไฮ ไฮ” เกี๊ยวหันมองน้องรหัสหน้าหม้อของตัวเองทันที ท่าทางดี๊ด๊าแบบนี้ อย่าบอกนะ“จะจีบน้องหรือไง”“ก็คิดอยู่ แต่คนเล็งก็เยอะ”“ไอ้เจษ!” เสียงของเจ๊คนสวยตะโกน ดังเข้ามาในหูจนขี้หูสะเทือน เจษยกมือขึ้นป้อง ไม่วายบ่นเสียงงอน“เจ๊เกี๊ยวจะเสียงดังทำไมเนี๊ยะ”“ไปจีบเด็กคนอื่นเลย อย่ามากินน้องในสาย”“โอ้ยเจ๊ สมัยนี้ใครๆ เขาก็กินในสายทั้งนั้น เจ๊ดูที่นิ้วเจษชี้นะ นั่นนะน้องวุ้นหล่อมาก และที่สำคัญนะ น้องวุ้นอยู่สายรหัสเหนือคิง”“สายของเฟริน (อ่านว่า เฟ-ริน) เหรอ”“ใช่ สายรหัสเหนือคิง ซึ่งนั่นก็คือควีนอย่างเจ๊เฟริน จะปีสาม ปีสองก็เป็นผัวเจ๊เฟหมด นี่เจษก็คิดว่าน้องวุ้นก็คงไม่รอดหรอก”“บ้าน่า เฟเรียบร้อยจะตาย” แม้จะอยู่กันคนละสาขา แต่เกี๊ยวก็มีโอกาสเจอเพื่อนบ้าง เฟรินเป็นหนุ่มน้อยรูปร่างประมาณเกี๊ยว ผิวออกขาวเลยเพราะเป็นหนุ่มเหนือ ตาโต แต่เร
“เกี๊ยวก็ตื๊อน่ะสิ กว่าจะได้พี่กระทิงมาเป็นแฟน กินบะหมี่นานเป็นเดือนเลย”“ดีๆ”“แล้วคือบะหมี่อร่อยมากเลยนะ ขายดีจนบางวันไม่พอขาย และยิ่งกว่านั้นนะ พี่กระทิงยังรับออกแบบด้วย เรียนจบเกียรตินิยมอันดับหนึ่งแหละ” นิ้วโป้งน้อยๆ ยกขึ้น ขี้อวดแฟนคนหล่อเต็มสูบ จนม๊าไม่วายชม“เลือกได้ดีมากเลยลูก ทั้งหล่อทั้งเก่ง”“ก็นี่ใคร หลานอาม่าไทยทวีเลยนะโว้ย” ดีใจไม่ต่างกัน ทั้งสามคนเข้ากันได้ดีเป็นปี่เป็นขลุ่ย เกี๊ยวคุยโวบุคคลทั้งสองก็หนุนเต็มที่ไม่เคยขัดอยู่แล้ว สิ่งนี้ทำให้บุคคลเพียงคนเดียวที่ต่างจากพวกเริ่มไม่พอใจหนักขึ้น อะไรกันวะ ความหล่อเหลาบังตาถึงขั้นที่ยอมให้ลูกชายคบกับพ่อค้าเลยหรือไง ป๊าไม่ยอมและตอนนี้ก็ไม่สนด้วยว่าต้องนอนนอกห้อง“แต่ป๊าไม่เห็นด้วย!” คำพูดหยุดอากัปกิริยาของทั้งสามคนได้ทันที ก่อนจะค่อยๆ หันใบหน้ามามองป๊าช้าๆ แล้วเชื่อไหมว่า ที่นี่คือบ้าน ตอนนี้คือเวลาบ่ายสองโมง ซ้ำทั้งสามคนก็ไม่ใช่ผี แต่ป๊ากลับรู้สึกกลัวและขนลุกซู่ ความเย็นวาบเกิดขึ้นลามลงไปทั่วไขสันหลัง แต่ป๊าก็พยายามข่มความกลัวเอาไว้ ก่อนจะพูดต่อ“กะ กะ ก็...” มีเสียงสั่นบ้างตามปกติเมื่อตอนฮึดสู้ “...ก็ แฟนของเกี๊ยวแก่กว่าตั้ง







