LOGINลิ้นร้อนตวัดปาดเลียไล้ขึ้นลง แล้วดูดเม้มยอดเกสรนารีอ่อนหวาน เธอบิดกายเร่าๆ คุกเข่าก้มใบหน้าลงสบตาเขาอย่างร้อนแรง
ปากหนาโชว์ลีลาวาดปลายลิ้นลามเลียถ้วนทั่ว มือหนาหวดสะโพกผายงอนงาม เธอส่ายหน้ายั่วเย้า ร้องประท้วงอย่างมีจริต แต่หนีไม่พ้นเพราะถูกมือหนากอบกุมบั้นท้ายอวบงามเอาไว้
ชามิลแทบซดน้ำหวานที่หยดย้อยหยาดเยิ้ม ดูดกลืนด้วยความกระหาย ก่อนจะยกสะโพกผายออกห่าง กดร่างกลมกลึงบนเตียงกว้าง
ได้เวลาลงทัณฑ์คนช่างยั่วแล้ว เขาทาบทับแนบชิด ก้มลงเชยชิดอกอวบอัดสะท้านใจ ขยำเคล้นคลึงแล้วกระชากขาเพรียวให้แยกออกจากกัน
เสียงหวานร้องครางคล้ายประท้วง ขาสวยถูกเปิดกว้างให้แยกออกจากกันจนกว้าง เขาบดเบียดถูไถแก่นกายเข้ามาแนบชิดแต่ยังไม่ฝังความอุ่นร้อนดั่งเหล็กกล้าเข้าสู่กายสาว เธอหยัดยกสะโพกขึ้นเสนอ เขากลับถอยห่าง สายตาคมเข้มเปี่ยมไปด้วยอำนาจมองสบสายตาท้าทายที่แสนหวาน
เขารู้สึกโกรธเกรี้ยวในหัวอก ไม่เคยมีใครหยามเขาขนาดนี้มาก่อน
สายตาโกรธเกรี้ยวมองนิ้วเรียวที่สอดรักเข้าสู่ซอกใจสาว!!!
เธอไม่แคร์เขา
เธอไม่สนใจไยดีเขา
เธอกำลังช่วยตัวเองอย่างถือดีที่สุด โดยไม่เรียกร้องให้เขาฝังกายจ้วงลึกเข้าไปในความคับแน่นนั้น
ให้ตายเถอะ!!!
ชามิลกระชากนิ้วเรียวของเธอที่สอดแทรกเข้าสู่กายสาวออกอย่างแรง มองสบตาหวานที่มองมาอย่างท้าทาย เขาดึงนิ้วเรียวขึ้นมาดูดน้ำหวานอย่างกระหาย เธอกำลังหยามเขาอย่างถือดีที่สุด!
“เจ้ากล้าลองดีกับข้า” ชามิลถามลอดไรฟัน ลามเลียฝ่ามือสวยอย่างเถื่อนๆ แล้วกระชากขาเพรียวแยกออกจากกัน กดกายเข้าหาสุดแรง ไม่ยับยั้ง และไร้ความปรานี
ใบหน้าเธอบิดเบี้ยวด้วยความเสียวซ่าน เขากลับเปรมปรีดิ์ไปด้วยความสุขสมในความคับแน่นนั้น เขามีอำนาจเหนือเธอ และเธอไม่มีวันต่อกรกับเขาได้ แม่จอมยั่ว!
“เจ้ากล้าปฏิเสธข้า ผู้เป็นดั่งเจ้าชีวิตคนทั้งหลาย” ชามิลควบสะโพกเข้าใส่ซอกกายสาวที่อบอุ่นบีบรัดทุกจังหวะ เธอครวญคร่ำแทบขาดใจอยู่ใต้ร่าง แต่แววตาช่างยั่วยวนสุดพรรณนา
“เจ้ายั่วข้าอีกแล้ว โอ้ว...” เขาครางหัวหมุนที่ไม่ว่าจะกระแทกกระทั้นกายเข้าหาเท่าไหร่ เธอก็บีบรัดรับเขาได้ทุกท่วงทำนองเสน่หา หรือเขาจะพ่ายแพ้ให้แก่เพลิงพิศวาสแทบเท้าเธอ
มันต้องไม่เป็นเช่นนี้ ชามิลบอกตัวเอง ดึงสะโพกผายของเจ้าหล่อนให้แอ่นขึ้นรับแรงกระชั้นจากกายหนา เขากดกายเข้าหากักเธอไว้ใต้ร่าง ไม่ให้ดิ้นหนีไปไหน
“ข้าต้องการเจ้า แม่จอมยั่ว” ชามิลกระซิบเสียงพร่า หอบหายใจจนทรวงอกแกร่งกระเพื่อมด้วยแรงอารมณ์ดิบเถื่อนในกายที่คุกรุ่น
เสียงของชีคหนุ่มครางลั่นด้วยความกระสันซ่าน เขาขยับโยกตอกตรึงคล้ายกับติดหน่วงในกรวยสวาทที่แสนคับแคบนี้ แรงเสียดเสียวอบอุ่นที่ได้รับจากหญิงสาวแสนสวยทำให้เขาหูอื้อตาลาย รับรู้เพียงความสุขสมที่โอบอุ้มเขาเอาไว้ทุกทิศทาง
เสียงครางของเธอสนองอารมณ์ มือบางสวยบีบขยำเต้าทรวงอวบงามเอาไว้ แล้วมองสบตา เขาแทบคลั่งเมื่อเธอใช้มือทั้งสองกอบกุมให้อกสาวเบียดเข้าหากัน เขาหน้ามืด ก้มลงกลืนกินอย่างกระหาย ตะกละตะกลามคล้ายคนหิวโซที่อดอยากปากแห้งมานานแรมปี ทั้งๆ ที่ไม่เคยร้างลาจากหญิงสาวมากมายในทุกค่ำคืน
สองมือหนาตะปบเข้าบีบเคล้นคลึงฟอนเฟ้นก้อนเนื้ออวบอัดทั้งสองข้าง ช่วยนวดให้เธอเหมือนกลัวเจ้าหล่อนจะเหนื่อยเสียเอง ความเสียวซ่านที่ก่อเกิดทำให้ซอกใจสาวหลั่งรินน้ำหวานหยดออกมาชโลมแก่นกายชายที่สอดเสียบประสานกันเป็นหนึ่งเดียว
มือบางเรียวสวยเกาะกุมบ่าแกร่งเอาไว้แล้วแอ่นหยัดเสนอสนองให้ถึงปากร้อนที่คอยแต่จะดูดรวบความหวานจากอกสวย
เขาพึงพอใจที่ที่ได้ยินเสียงครวญคร่ำร่ำร้องครางกระเส่าแทบขาดใจใต้ร่าง เขาเหนือเธอ และเธอต้องสยบให้เขา ปลายชิวหาสากร้อนระรัวละเลงไปตามฐานบัวอวบจนยอดบัวแข็งเป็นไตสู้ลิ้นด้วยความรัญจวน
เธอกดศีรษะของเขากับฐานอวบอัด จนจมูกโด่งเป็นสันเบียดกับความนุ่มหยุ่นเบื้องหน้า ส่วนด้านล่างขยับเขยื้อนเข้าหาซอกใจสาวหนักเน้น บดคลึงอย่างไร้ปรานีจนร่างสาวแทบจมหายลงในเตียงกว้าง เขาแทบจะกระโจนเข้าหาเธอตั้งแต่เห็นคราแรก เหมือนราชสีห์ตะครุบเหยื่อ และค่ำคืนนี้เขาจะไม่ปล่อยให้เธอลอยนวลโดยการมายั่วเขาแล้วหายไปเหมือนอย่างค่ำคืนอื่นๆ อย่างแน่นอน
ชามิลกดกายโยกเข้าออกผ่อนแรงบ้าง หนักหน่วงเน้นจังหวะบ้าง ยกสะโพกเพรียวสอบขึ้นจนเกือบหลุดจากกลีบกายสาวแล้วกดฝังลงอย่างล้ำลึกมิดเม้น เขาสูดปากอย่างสาแก่ใจ มองร่างที่ครวญครางไม่ได้ศัพท์อย่างพึงพอใจมากขึ้น
กายสาวสะดุ้งเฮือกเมื่อเขาอัดกระแทกเข้าหาหนักหน่วง เสียงกระทบของเนื้อกายชายหญิงสนั่นไปทั่วตำหนักกว้าง ร่างสูงใหญ่ของชีคหนุ่มโย้กายขึ้น ดันแขนคร่อมทับตัวของหญิงสาวโดยวางไปบนเตียงข้างกายเธอ มองลำกายที่สอดเสียบมิดซอกใจสาวอย่างตื่นเต้น เส้นไหมเสียดสีกันและกันอย่างรัญจวนจิต เสียวแปลบปลาบบริเวณที่สัมผัส โดยเฉพาะจะงอยเนื้อแดงฉ่ำที่ยื่นออกมาจากจากเนินดอกรักที่ถูกบดบี้ด้วยเส้นไหมหยาบหนาแข็งกระด้าง
“แบบนั้น แม่จอมยั่ว” ชามิลคำรามลั่นเมื่อบั้นท้ายงามงอนของเจ้าหล่อนเด้งขึ้นรับจังหวะสอดประสานของเขาทุกลีลารัก
“สุดยอด แน่นไปหมด” ชามิลคำรามแล้วคำรามเล่าเมื่อมือบางช่วยดันเอาสอบของเขาให้กระแทกกระชั้นเข้าออกซอกซอนในกายสาวลึกๆ สุดจิตสุดใจ
เสียงครวญคร่ำสลับกับริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันด้วยความกระสันซ่านทำให้เขากระแทกริมฝีปากลงบดจูบซ้ำๆ อย่างเป็นต่อและเหนือกว่า
สาวน้อยร่างสะคราญหวีดร้องสุดเสียง โอบรัดเขาแน่นทุกทิศทาง ชีคหนุ่มแหงนหน้าขึ้นด้านบนแล้วเกร็งตัวเพื่อปลดปล่อยตามติด ลาวาร้อนระอุทะลักไหลซึมออกจากกายเหมือนทำนบแตก ก่อนที่จะซุกซบร่างหอมกรุ่นจรุงด้วยความหอบเหนื่อย
“เจ้าเป็นของข้า” ชามิลหอมแก้มนวลฟอดใหญ่ ก่อนจะหลับใหลไปอย่างเหนื่อยอ่อน
ชีคชามิลผวาลุกจากเตียงนอนกว้างด้วยเหงื่อที่โซมไปทั่วกาย เขารู้สึกสบายตัวเหมือนได้ปลดปล่อย มือหนาควานหาร่างกลมกลึงหอมกรุ่นที่เขานอนกกกอดแนบชิดในค่ำคืนที่ผ่านมา
แต่ไร้ร่องรอย!
นี่เขาฝันไปอีกแล้วหรือนี่ หญิงสาวที่ทำให้หัวใจเขาสั่นไหวตั้งแต่เห็นรูปถ่ายจากน้องสาวที่ส่งมาให้ดูจากประเทศไทย ทำให้เขาแทบละเมอเพ้อหา แต่การที่จะเดินทางไปหานั้นมันไม่ใช่เรื่องดีเขารู้ เขาอาจจะไม่ปล่อยให้เธอเรียนจบ แต่จะฉุดเธอกลับมากักขังไว้ในตำหนักและรักเธอด้วยความเสน่หาที่ร้อนแรงเหมือนกับที่เขาได้ทำในฝันเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา
เธอจะรู้ไหมว่าเธอทำให้เขาว้าวุ่นใจ กระชากเอาหัวใจแข็งแกร่งที่ไม่เคยมอบให้หญิงใดมาก่อนไปแล้ว
และเธอต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น!
ชามิลมองคราบความรักที่เขาปลดปล่อยออกมา ก่อนจะกัดฟันกรอด สบถออกมาอย่างหัวเสีย
ขนาดไม่ได้เห็นหน้ากันจริงๆ เขายังเพ้อคลั่งถึงเธอขนาดนี้ ถ้าเจอกันจริงๆ ล่ะ เขามิจับเธอปลุกปล้ำเลยหรือไง เธอร้ายนักที่ทำให้เขาลุ่มหลงแล้วหลงละเมอเพ้อหาได้มากมายเพียงนี้
เขาไม่มีวันปล่อยเธอไปแน่
อญู่ร่า!!!
นางในฝัน เธอชื่อ (อญู่ร่า)
“เจ้าพี่” นาดาเรียกพี่ชายเสียงใสด้วยความยินดีเมื่อเห็นร่างสูงสง่าที่กำลังยืนรอเธออยู่ก่อนแล้ว
“นาดาน้องรักของพี่ เจ้าเก่งมาก”
ชีคชามิล บิน ไซฟูติน ชีคแห่งรัฐไบซาโอบกอดน้องสาวที่ถอนสายบัวทำความเคารพอยู่เบื้องหน้าด้วยความปลาบปลื้มที่น้องสาวสำเร็จการศึกษาในหลักสูตรตะวันออกกลางศึกษาพร้อมกับเกียรตินิยมอันดับสอง
เธอพูดอย่างมีแง่งอนจริงๆ เมื่อนึกไปถึงเรื่องราวเหตุการณ์ในครั้งนั้น“เราไม่ได้ตั้งใจ แต่เหตุการณ์มันพาไป ไม่เช่นนั้น เราก็คงไม่ได้วางแผนจับตัวคนร้ายน่ะสิ ที่เราปลอมเป็นนายไกรตอนนั้นเพื่อซ่อนตัวจากคนที่ตามฆ่าเรา เจ้ากับนาดามาพักบ้านท่านตากับท่านยายพอดี เราก็แค่อยากลองใจเจ้า”“ลองใจราร่าเหรอเพคะ”“เรารู้ว่าเจ้าเสียใจเรื่องที่ริมตลิ่งนั่น ตอนนั้น เรารู้แล้วว่าเจ้าไม่ยินยอมหากเป็นชายอื่น แต่เพราะเราอดใจไม่ไหว ใช้กำลังหักหาญน้ำใจเจ้า และใช้ชั้นเชิงหลอกล่อให้เจ้าเพริดตามเรา” ชามิลไล้หัวแม่มือไปกับหลังมือนิ่มของชายาคนสวย ตอนนั้นเขาไม่ได้อยากรังแกเธอจริงๆ แต่อดใจไม่ไหวจริงๆ“เสียใจสิเพคะ หม่อมฉันไม่อยากเป็นหญิงสองชาย” เธอก้มหน้างุด ชามิลเชยคางมนให้แหงนขึ้นสบตา ประทับจุมพิตหวานล้ำจนร่างสาวสะท้าน“เจ้าไม่ใช่หญิงสองชาย แต่เจ้ามีเราเพียงคนเดียว เราเชื่อใจเจ้าราร่า” เขายืนยันคำพูดนั้นด้วยจุมพิตหวานล้ำอีกครั้ง อญู่ร่าหอบสะท้านใบหน้าแดงเรื่อชวนมองทันทีที่ร่างสูงผละริมฝีปากออกห่าง“แล้วพระองค์ทรงไปตกลงกับคุณพ่อตอนไหนเพคะ เรื่องโรงแรมและเรื่องราร่าด้วย” เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เธอค้างคาใจเอามากๆชามิลกำ
“ราร่า น้าขอโทษนะ ที่คิดไม่ดีกับหนูเรื่อยมา” อารตีกล่าวขอโทษอย่างไม่คิดอายอีกต่อไป“หนูไม่เคยโกรธคุณน้าเลยค่ะ อย่าคิดมากสิคะ ถึงยังไง คุณน้าก็ดูแลคุณพ่ออย่างดี ไม่ว่าตอนเจ็บไข้ได้ป่วยหรือจะทุกข์จะสุข คุณน้าทำหน้าที่ภรรยาที่ดีคนหนึ่ง” ทำไมเธอจะไม่รู้ว่ามารดาเลี้ยงรักบิดาของเธอมาก ถ้าหากอารตีดูแลบิดาไม่ดีตั้งแต่แรก เธอคงเอาเรื่องที่อีกฝ่ายทำตัวไม่ดีกับเธอมาบอกบิดาไปแล้ว แต่นี่เธอคิดถึงความสุขของบิดา สละความสุขของตัวเองอันน้อยนิดโดยการไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับอารตีเพียงแค่นี้ เธอรู้สึกพอใจที่ทำให้บิดาไม่ต้องทุกข์ร้อนใจกับเรื่องของเธออญู่ร่าคิดเสมอว่าคนเราดีบ้างไม่ดีบ้าง จงมองข้อดีของเขา อันไหนที่มองข้ามได้ก็มองข้ามมันไป อารตีเองก็เช่นกัน นางไม่ใช่ว่าไม่มีอะไรดีเลย นางก็มีข้อดีหลายอย่าง เพียงแต่คิดว่าเธออาจจะแย่งทุกอย่างจากลูกสาวอันเป็นที่รักจึงกางปีกปกป้องตามประสาแม่ที่รักลูกมาก แม้มันจะผิดก็ตามทีฟาฮัสเองมองภรรยาและลูกสลับกันไปมา ทั้งหมดเงยหน้าอ้อนวอนเขา ทำให้เขาใจอ่อนยวบ“ขอพ่อคิดดูก่อน เพราะพ่อยังรับเรื่องนี้ไม่ค่อยได้” ฟาฮัสตอบคำขอของบุตรสาวในที่สุด เท่านี้ฟาตีมาและอญู่ร่ารับรู้แล้วว่าไม่ย
ทั้งสองฟาดฟันกันไปมา ชามิลโบกมือไล่ลูกน้องคนสนิทให้ถอยไป เขาจะสู้กับรอยฮานเอง ร่างสูงใหญ่ของพี่น้องต่างมารดาฟาดฟันคลุกกันบนผืนทรายอันร้อนระอุอย่างไม่มีใครยอมใคร ฝีมือการต่อสู้ดูจะกินกันไม่ลงจนทั้งคู่บาดเจ็บสะบักสะบอมการต่อสู้ต้องมีการเพลี่ยงพล้ำ ชามิลถูกมีดจ้วงโดนที่แขนเลือดไหลนอง รอยฮานทำท่าจะซ้ำ ชามิลรีบพลิกกายหลบ มีดสั้นจึงปักลงบนผืนทรายแทน“โอ๊ย!” รอยฮานร้องด้วยความเจ็บจุกเมื่อเขาพลาดพลั้งโดนเตะเข้าชายโครงจนกระเด็น ชามิลดึงมีดสั้นออกจากผืนทรายที่ถูกปักเอาไว้ รอยฮานไม่มีท่าทีกวาดกลัว เขาพลิกหลบเมื่ออีกฝ่ายขว้างมีดเข้าใส่ ก่อนที่มีดด้ามนั้นจะปักลงบนผืนทรายอีกครั้งชามิลกระโดดเข้าคร่อมทับร่างของรอยฮานเอาไว้ ก่อนจะกระแทกหมัดเข้าใส่จนอีกฝ่ายหน้าแตกยับ เลือดเป็นลิ่มไหลออกมาตามจมูกและปาก“ลากตัวมันไปขังเอาไว้” ชามิลหันไปสั่งคนสนิทที่รอดูเหตุการณ์อยู่ไม่ไกล รอยฮานจึงถูกรวบตัวเอาไว้ได้ในที่สุด“เดี๋ยวก่อน” รอยฮานหันไปพูดกับชามิลเมื่อทำท่าจะโดนลากออกไป“มีอะไร” ชามิลหยุดเพ่งมองใบหน้าที่ยับเยินของอดีตลูกน้องคนสนิทที่เขาไว้ใจมากที่สุด แต่ไม่เคยคิดว่าอีกฝ่ายจะกลายมาเป็นพี่ชายต่างมารดาของเขา“
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง หน้าซีดเชียว” ชามิลถามอย่างห่วงใย“หม่อมฉันไม่เป็นอะไรเพคะ พระองค์ออกไปคุยธุระกับรอยฮานเถิดเพคะ”“ไม่ต้องรีบก็ได้ รอยฮานไม่ไปไหนหรอก เราเป็นห่วงเจ้า” ชามิลนั่งลงเคียงข้างหญิงสาวอันเป็นที่รัก แล้วแตะหลังมือที่หน้าผากสวยเบาๆ ก่อนจะกดร่างอญู่ร่านอนลงบนเตียงกว้าง“พักผ่อน เดี๋ยวเรากลับมา”“เพคะฝ่าบาท เดี๋ยวก่อนเพคะ” เธอจับมือเขาเอาไว้เมื่อนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ชามิลนิ่งฟังเธอ พยักหน้ารับรู้ ก่อนจะเดินเลี่ยงออกมาคุยกับรอยฮานเช่นเดิม“รอนานหรือเปล่ารอยฮาน”“ไม่นานพ่ะย่ะค่ะ ข้ารู้ว่าท่านอยากอยู่ดูแลคุณอญู่ร่าต่อ ความจริงไม่ต้องรีบก็ได้ ให้ข้ามาวันหลังก็ไม่เป็นไร”“คุยกันต่อเถอะ เรามีเรื่องจะคุยกับเจ้าหลายอย่าง” ชามิลพูดอย่างเป็นกันเองยกน้ำชาขึ้นจิบอย่างผ่อนคลาย ทั้งสองคุยกันในเรื่องสำคัญมากมายจนกระทั่ง“ฝ่าบาทเป็นอะไร ทำไมเงียบไป” รอยฮานแกล้งเอ่ยถามอย่างตกใจ เมื่อเห็นชามิลเกร็งตัวเพราะโดนพิษเข้าไปเต็มๆ จากน้ำชาที่เขาลอบใส่ยาพิษลงไป ความจริง มันมียาพิษตั้งแต่กาแรก แต่เพราะชากานั้นถูกทำแตกด้วยฝีมือของอญู่ร่าชามิลเกร็งร่าง ชี้หน้าคนสนิทที่ไว้ใจอย่างผิดหวัง“ในที่สุดวันน
“ใช่พ่ะย่ะค่ะท่านชีค ตอนนี้เป็นเวลาที่ต้องรวบท่านรอยาซเอาไว้ ไม่เช่นนั้นคงคิดแผนการที่จะฆ่าท่านอีก”“เจ้าไปได้แล้ว ขอบใจมาก หลังจบเรื่องนี้แล้ว ข้าจะให้เจ้าพักยาว” ชามิลพยักหน้าให้คนสนิทที่เขาแอบมาหา โดยไม่ให้สงสัย รอยฮานมีความสามารถในการหลบหลีก และเป็นข้อดีที่ไม่มีใครรู้จักเขา“อุ๊ย!” อญู่ร่าอุทานเมื่อเดินชนกับร่างสูงของรอยฮาน“ขอโทษขอรับ” รอยฮานเงยหน้าขึ้นสบตา อญู่ร่าขมวดคิ้วหรี่ตามองอีกฝ่าย แต่เธอมองเห็นหน้าไม่ชัดเพียงแค่ได้สบตาเพราะอีกฝ่ายคลุมใบหน้ามิดชิด“ใครเหรอเพคะ” อญู่ร่าเดินมาหาชีคชามิลที่เดินรอรับเธออยู่“ช่างตีเหล็กน่ะ เราจะให้เขาทำดาบให้”“หม่อมฉันเคยเห็นเขาหรือเปล่าคะ” อญู่ร่าถามชีคหนุ่ม“ไม่เคยหรอก จะเคยเห็นได้ยังไงกัน เราเพิ่งเจอเขาครั้งแรก ราชิดเป็นคนหาช่างเหล็กคนนี้ให้เอง เห็นว่าเก่งในเรื่องการตีดาบ มีด เราเลยจะจ้างให้ตีดาบให้เราหน่อย” ชามิลเฉไฉไปเรื่อย“เหรอเพคะ หม่อมฉันคงจำคนผิด” อญู่ร่าไม่ได้ติดใจอะไร คิดว่าเธอคงจำคนผิด คนในไบซา บางทีมองๆ แล้วหน้าตาก็เหมือนๆ กันหมด คลุมหน้าคลุมตาคลุมผ้าโพกหัวกันแทบทั้งสิ้น...ชีคชามิลเข้ารวบตัวรอยาซได้ในบ้านของเขา พร้อมกับหลักฐานแ
“แล้วฝ่าบาทจะไปพบกับท่านฟารุกเลยหรือเปล่า”“ทำไม” ชามิลหันมาถามหญิงสาวที่อยู่ข้างกาย“ฟาตีมาเองก็อยากคุยกับฝ่าบาทเหมือนกันเพคะ” เธอเองไปเยี่ยมน้องสาวมา น้องสาวยืนยันหนักแน่น ฟารุกเองแม้ไม่ได้พูดอย่างร้อนใจเหมือนฟาตีมาแต่สีหน้าและแววตานั้นทำให้เธอฉงน ทั้งสองดูไม่มีเรื่องราวจริงๆ ถ้าทั้งสองเสแสร้งก็คงแนบเนียนนัก ความมั่นใจของเธอตั้งแต่ตอนแรกถูกสั่นคลอนไปมาก หรือในเงามืด เธอจะตาฝาดไปเองชีคชามิลเดินทางมาพบลูกพี่ลูกน้องที่คุก โดยขอพูดกับอีกฝ่ายเพียงสองคน ส่วนฟาตีมามีสิทธิ์ได้พูดแค่เพียงชั่วครู่ก่อนจะถูกกันตัวออกไปไม่มีใครรู้ว่าทั้งสองคุยอะไรกัน แต่หลังจากนั้น ฟารุกก็ถูกสั่งให้ประหารชีวิตในทันที!!!“ท่านรอยาซขอรับ คุณชายฟารุกโดนประหารแล้ว” ฮาริมคนสนิทของรอยาซกล่าวรายงานผู้เป็นนายเสียงหม่น ถึงแม้จะรับรู้มาโดยตลอดว่าฟารุกไม่ใช่บุตรชายแท้ๆ ของผู้เป็นนายก็ตามที“มันอยากโง่เองช่วยไม่ได้” รอยาซพูดเสียงเหี้ยม“ท่านไม่สงสารคุณชายฟารุกเลยเหรอขอรับ” ฮาริมอดที่จะถามไม่ได้“ข้าสงสารมันเลยให้โอกาสมัน ตั้งแต่มันเกิดมาแล้ว”รอยาซพูดเสียงเข้ม เขาเก็บเด็กชายตัวน้อยวัยแบเบาะมาเลี้ยงเพราะตัวเองเป็นหมันไม่สา







