LOGINเป็นเวลาเที่ยงคืนตรงที่พันภพเลื้อยกลับขึ้นมาจากน้ำหลังจากที่หายไปสงบจิตสงบใจตัวเองนานเป็นอาทิตย์ เพราะเขาไม่อาจทนรับสายตาเกลียดชังและหวาดกลัวของเดือนดาราได้ พอเลื้อยกลับขึ้นมาเขาก็เห็นว่าเธอนั่งอยู่บนศาลา เขาจึงเลื้อยเข้าไปใกล้หล่อนและก็ได้เห็นว่าเด็กสาวนั่งกอดตัวเองหลับอยู่กับพื้น เขาจึงใช้ตัวเองที่ยังอยู่ในร่างสัตว์เลื้อยคลานตวัดโอบรัดร่างน้อยทันทีเพราะอากาศยามดึกริมสระน้ำมันหนาว
“เด็กน้อยของฉันเธอมาทำอะไรที่นี่”
เขาพึมพำกับตัวเองโดยที่ไม่มีเสียงพูดออกมา เขาใช้ปากของงูซุกไซ้แนบถูแก้มนวลเนียนของเด็กสาวไปมาอย่างคิดถึง เขาคิดถึงเดือนดาราเหลือเกิน ตลอดหนึ่งอาทิตย์ที่หายไปมันทรมานเหลือเกิน และเขาก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเขายังไม่กลับเป็นเป็นมนุษย์อีก ทั้งๆ ที่ปกติจะไม่เคยอยู่ในร่างงูได้นานขนาดนี้
“อ่ะ อื้อ” รู้สึกจักจี้เมื่อถูกรบกวนหน้าและซอกคอจนต้องดิ้นขยับตัวไปมา
“ฉันคิดถึงหนู” เขาพึมพำก่อนจะคลายร่างที่กอดรัดให้ไออุ่นเธอออกด้วยกลัวว่าเดือนดาราจะตื่น พอคลายร่างที่กอดรัดหญิงสาวออกจะเลื้อยหนีเดือนดาราก็ตื่นขึ้นมาทันที
“นะ...นายท่านจะไปไหนอีกคะ” เธอรีบร้องถามทันทีพร้อมกับรีบลุกขึ้นแต่ด้วยความนั่งนานทำให้ขาชาจนเธอล้มลงกับพื้น
โอ้ย!
พันภพหยุดนิ่งมองไปยังคนที่ล้มกับพื้น และรู้สึกโกรธที่ตัวเองเข้าไปอุ้มหรือประคองเด็กสาวไม่ได้ เขาได้แต่นิ่งไม่ยอมเลื้อยไปไหน เพราะอยากรู้ว่าเดือนดาราจะพูดอะไรกับตัวเอง
“อย่าไปไหนอีกเลยนะคะ กลับเข้าในคฤหาสน์เถอะค่ะ หนูขอโทษที่วันนั้นตกใจกลัว ตอนนี้หนูไม่กลัวแล้วค่ะ” เธอดันตัวเองลุกขึ้นพร้อมเดินก้าวสั้นๆ เข้าไปหาเขาอย่างกล้าๆ กลัวๆ แม้ปากจะบอกไม่กลัวแต่ท่าทางแสดงออกของเธอยังคงหวาดกลัวระแวงเขาอยู่ทำให้พันภพหันไปทางอื่นและเลื้อยไปทันที แต่ก็ช้ากว่าเดือนดาราที่รีบวิ่งตามกอดเขาไว้
“อย่าไปนะคะ หนูไม่กลัวนายท่านแล้ว กลับไปด้วยกันนะคะ อย่าหายไปแบบนี้อีก หนูจะไม่ทิ้งนายท่านไปไหน อึก! ฮือๆๆ” ทั้งกอดทั้งจูบเขาที่อยู่ในร่างงู น้ำตาของเธอก็หยดลงกับเกล็ดของเขา และอยู่ๆ ก็เกิดแสงสีทองอร่ามขึ้นพร้อมกับเขาเปลี่ยนกลับมาเป็นร่างมนุษย์ทรงเสน่ห์เหมือนเดิม
“เดือนดารา” นั่นคือชื่อของเธอที่เขาเรียกทันทีเมื่อร่างกลับมาเป็นมนุษย์ปกติ
“นายท่านกลับมาแล้ว เธอซบหน้าไปกับอกแกร่งทั้งน้ำตา
“ไม่กลัวฉันแล้วเหรอเดือนดารา” เขาถามเสียงแหบพร่าพร้อมดันเธอออกห่างจากอกตัวแล้วใช้มือปาดป้ายเช็ดน้ำตาออกจากแก้มเนียนให้เธอ
“มะ...ไม่ค่ะ หนูไม่กลัวแล้ว ให้โอกาสหนูนะคะ ให้หนูได้คุ้นชินกับนายท่าน ตอนนี้หนูรู้ทุกอย่างแล้วว่าชีวิตนายท่านจำเป็นต้องมีหนู และชีวิตหนูก็จำเป็นต้องมีนายท่านค่ะ” เธอบอกเขาออกมาอย่างไม่คิดนาน เพราะตลอดหลายวันคิดดีแล้วว่าจะบอกความรู้สึกตัวเองกับบุรุษตรงหน้า
“ทำไมถึงคิดว่าชีวิตตัวเองถึงจำเป็นต้องมีฉันด้วยเดือนดารา ส่วนเรื่องของฉันชมคงเล่าให้ฟังแล้วสินะ”
“ค่ะ หนูรู้ทุกอย่างแล้วตอนนี้และเข้าใจนายท่านค่ะ และที่หนูบอกว่าชีวิตหนูจำเป็นต้องมีนายท่าน เพราะนายท่านคือหัวใจของหนู หนูรักนายท่านนะคะ” แล้วสาวน้อยก็สารภาพรักหนุ่มอายุหนึ่งพันห้าร้อยปีทันทีพร้อมกับยกตัวเองขึ้นไปจุ๊บปากหนาของพันภพ
“อ่า...ท่านงดงามยิ่งนักเจ้าหญิงนาเดียร์ อื้ม...” อีรอสผละปากที่ปิดปากน้อยกลืนเสียงลมหายใจและเสียงหอบหายใจของนางมาลากลิ้นตวัดเลียลำคอระหงของเจ้าหญิงเผ่ามนุษย์ที่อ่อนระทวยรวยแรงเพราะสัมผัสปรารถนาของตนเองที่กำลังจะยัดเยียดให้นาง “อะ...อีรอส เจ้ามันเป็นอสูรชั้นต่ำ ข้าเกลียดเจ้า อะ...อื้อ” วาจาแผ่วเบาดังลอดจากริมฝีปากบวมเจ่อเพราะรสจูบดุดันของจอมอสูร มืออ่อนแรงทั้งสองพยายามผลักไสหัวของอีรอสออกจากซอกคอระหงของตนพร้อมบิดส่ายดิ้นหนีจากใต้ร่างใหญ่ แม้จะรู้ว่าพยายามไปก็ไร้ประโยชน์ “อ่า...หอมเหลือเกิน ท่านหอมเหลือเกินเจ้าหญิง อูว์...งั้นก็เป็นเมียอสูรชั้นต่ำหน่อยเป็นเช่นไรท่าน อื้ม...อ่า...”อีรอสขบกัดซอกคอระหงฝากฝังรอยเขี้ยวฟันคมของตัวเองแล้วก็ผละเคลื่อนมายังอกอวบอูม ยิ่งเจ้าหญิงนาเดียร์พยายามผลักไสดิ้นส่ายขัดขืนก็ยิ่งเป็นการขยับตัวยั่วยวนให้อีรอสตะกละในกายของนาง&
เสียงหอบหายใจของทั้งสองดังประสานกัน แต่รู้สึกแตกต่างกัน คนหนึ่งหอบซ่านด้วยความปรารถนา อีกคนหอบเหนื่อยด้วยความโกรธชังคนเหนือร่างและขยะแขยงสัมผัสของจอมอสูร เจ้าหญิงนาเดียร์มองจ้องดวงตาสีแดงของอีรอสแล้วก็ถุยน้ำลายใส่หน้าคนเหนือร่าง ไม่สนว่ามันจะกระเด็นตกกลับมาใส่หน้าตัวเอง ถุย! “อสูรชั้นต่ำอย่างเจ้า กล้าดีเช่นไรมาทำเช่นนี้กับเจ้าหญิงอย่างข้า อีรอส!” หึหึ อีรอสหาได้โกรธและขยะแขยงน้ำลายของเจ้าหญิงไม่ เขาทำเพียงแค่ตวัดลิ้นเลียคราบน้ำลายของนางที่ติดปลายจมูกตัวเองแล้วก็เอ่ยกับนางใต้ร่าง “หวานดี” แล้วอีรอสก็ตอบเจ้าหญิงคนงามของเผ่ามนุษย์ที่ตนกำลั
“กลับไปซะ!” เสียงห้าวแข็งตะโกนตอบกลับสาวใช้หน้ากระโจมแล้วสาวใช้ก็รีบขอลาทันที ด้วยรู้ดีว่าน้ำเสียงเช่นนี้นายเหนือหัวกำลังอารมณ์เดือดดาล ทำเอาเจ้าหญิงนาเดียร์สะดุ้งตกใจกับน้ำเสียงห้วนแข็งที่ตะโกนตอบกลับผู้มาใหม่ที่หน้ากระโจม ตอนนี้เจ้าหญิงนาเดียร์พยายามดิ้นรนคลานหนีจากเตียงนอนแข็งๆ แต่ก็ไร้ประโยชน์ เมื่อร่างใหญ่ของจอมอสูรโถมตัวลงมาคร่อมทับกักกดร่างเล็กตนไว้ใต้ร่างหนาของเขา “เจ้าจักทำอันใดข้า เจ้าอสูรชั้นต่ำ!” “ข้ามิปล่อยให้คนที่ตบข้าลอยนวลดอกเจ้าหญิงนาเดียร์ แต่สำหรับมือตบเช่นท่าน ข้าจักลงโทษด้วยวิธีของข้าเองและมันจะเป็นวิธีที่ทำให้ท่านจดจำข้าไปตลอดกาล มิว่าจักอยู่ที่ใดในโลกานี้ ท่านก็จักจดจำได้แต่เพียงสัมผัสของอสูรชั้นต่ำเยี่ยงข้า...หึหึ” อีรอสเอื้อนเอ่ยวาจาจบก็แค่นขำตามมาในท้ายประโยคทำเอาใจของเจ้าหญิงผู้เลอโฉมต้องเอ่ยตอบสวนกลับ
“เจ้าคือจอมอสูร แล้วทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่เล่า” มิมีมนุษย์ผู้ใดเห็นร่างอสูรของตนแล้วมิตกใจกรีดร้องเป็นลมหมดสติ ไม่ก็เสียสติ แต่กับเจ้าหญิงนาเดียร์ นางที่อยู่ตรงหน้าของอีรอสตอนนี้นางหาได้มีความหวาดกลัวตนไม่ และนี่แหละที่ทำให้หัวใจที่มิเคยเต้นไหวมานานนับแสนปีกระตุกไหวจนแทบจะเด้งออกมาด้านนอก “เจ้าคือจอมอสูรอีรอสใช่รึไม่ แล้วเจ้ามาอยู่ที่นี่ได้เช่นไรเล่า” นางพยายามบังคับน้ำเสียงตัวเองให้หนักแน่นดุดันแล้วขยับตัวลุกขึ้นลงจากเตียงมองไปยังดาบของเจ้าอสูรที่อยู่ใกล้ตัวเองเพียงสามก้าวเดิน แต่มองขนาดของดาบแล้วนางยกมิขึ้นแน่นอน หึหึ “ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งเจ้าหญิงนาเดียร์ผู้เลอโฉมทั้งในแดนมนุษย์แดนอสูร ที่นี่คือเขตแดนของอสูร เป็นเจ้าหญิงนาเดียร์ต่างหากเล่าที่บุกรุ
ด้านคาร์สัน พอพาสาวใช้ของเจ้าหญิงนาเดียร์มายังกระโจมที่ใช้สำหรับกักขังเชลย พอมาถึงก็มัดรวบนางไว้กับเสากลางกระโจมแล้วก็เดินออกมาสั่งเวรยามด้านนอกให้เฝ้านางเป็นอย่างดี อย่าให้หนีเล็ดรอดออกจากกระโจมนี้ได้เป็นอันขาด เมื่อจัดการได้แล้วก็กลับกระโจมของตนเอง “ข้าได้ยินว่าเจ้าพามนุษย์เข้ามาในค่ายของเรา” เสียงเข้มห้าวของน้องชายเอ่ยดังขึ้นเมื่อเขาเดินพ้นม่านของกระโจมเข้ามาข้างใน “ข่าวของเจ้าช่างไวนักคาร์เตอร์” “แน่นอนท่านพี่ ว่าแต่ผู้ใดเล่าที่ท่านพาเข้ามาในแดนอสูรของเรา” “จักใครซะอีกเล่า ก็สตรีที่งามเลิศในเผ่ามนุษย์น่ะสิ” “เจ้าหญิงนาเดียร์รึ” คาร์เตอร์รู้
“ครั้งก่อนเจ้าก็พูดเช่นนี้ มิได้พาเราหลงทางหรอกนะซันนี่” “เจ้าหญิงถามหม่อมฉันแบบนี้แล้วหม่อมฉันชักไม่แน่ใจแล้วเพคะว่ามาถูกทางไหม แต่แผนที่ที่หม่อมฉันได้มาก็บอกว่าทางนี้นะเพคะ” “ไหนเอามาให้เราดูสิว่าเรามาถูกทางจริงรึไม่” แล้วนางก็ยื่นมือไปรับแผนที่จากสาวใช้ข้างกายมาดู แม้จะเป็นเวลากลางคืน แต่ตรงที่อยู่ติดกับแดนอสูรจึงทำให้ได้รับแสงไฟจากเผ่าอสูรสาดส่องมองเห็นอะไรชัดเจน เจ้าหญิงนาเดียร์มองดูแผนที่ที่รับมาพร้อมขมวดคิ้วแล้วมองดูไปรอบๆ ตัวเองอยู่กับถนนเล็กๆ ที่ตนกับซันนี่ควบม้ามา แล้วก็ต้องนิ่วหน้าเมื่อรู้ว่าตนกับซันนี่มากันผิดทาง นางมิน่าให้ซันนี่เป็นคนดูแผนที่เลย “เรามากันผิดทางแล้วซันนี่ ทางนี้มิใช่ทางไปป้อมทหาร เราต้องย้อนกลับไป”&nbs







