LOGINธนาพลเดินออกมาจากสนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากที่สะสางงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จก่อนกำหนด เขาตั้งใจเดินทางกลับมาเงียบๆ โดยไม่บอกใครเพราะต้องการจะให้ณิชาคนรักของเขาแปลกใจ ชายคนเดิมเดินทางกลับมาที่บ้านพักของตัวเองก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อเก็บสัมภาระ ก่อนจะขับรถยนต์คันเก่งไปหาณิชาที่คุ้มพระจันทร์
ระหว่างทางที่ขับรถไปตามท้องถนนนั้น ธนาพลพยายามติดต่อณิชาทางโทรศัพท์ แต่ไม่มีใครรับสาย ‘ณิชาทำอะไรอยู่นะทำไมถึงไม่รับสาย’ ธนาพลพึมพำในใจแต่คิดในทางที่ดีว่า คนที่เขาโทรไปหาอาจจะลืมโทรศัพท์ไว้ในห้องไม่ได้พกติดตัวไปด้วย แต่หารู้ไม่ว่าโทรศัพท์ของณิชาไปอยู่ในมือของคนที่ไม่ควรอยู่
เวลาเดียวกันแต่แตกต่างกันที่สถานที่ รัฐกฤตญ์มองดูโทรศัพท์เครื่องเล็กของณิชาที่เขาหยิบติดมือมาด้วย หลังจากที่เจอมันในห้องนอนของเธอ สายตาดุๆ มองดูชื่อที่ติดต่อเข้ามาหาแล้วทำหน้าเบ้ ไม่คิดที่จะหยิบมันขึ้นมาแล้วกดรับสาย แต่เลือกที่จะปล่อยให้มันดังอยู่อย่างนั้น นับคร่าวๆ ก็ร่วมสามสิบครั้ง
‘โทรให้มือหงิกนิ้วกุด...ณิชาก็ไม่มีวันรับโทรศัพท์ของมึงหรอก’ รัฐกฤตญ์พูดกับโทรศัพท์ที่ยังคงมีสายเรียกเข้าอยู่ และเดินออกไปจากห้องทำงานเพื่อเข้าประชุมใหญ่ประจำปีโดยไม่สนใจโทรศัพท์เครื่องนั้นอีกเลย
พัทยา
สองชั่วโมงต่อมารถยนต์ของธนาพลจอดนิ่งสนิทอยู่ที่หน้าคุ้มพระจันทร์ ร่างสูงโปร่งของเขาก้าวลงมายืนอยู่ข้างรถ จากนั้นก็เปิดไปท้ายรถ เปิดท้ายรถขึ้นก่อนจะหยิบของฝากจากสวีเดนที่ตั้งใจเอามาฝากคนรัก
“สวัสดีค่ะ...คุณพล” ป้านางแม่บ้านประจำคุ้มพระจันทร์ เอ่ยทักทายคนรักของเจ้านายสาว
“สวัสดีครับ...ป้านาง” ธนาพลพนมมือไหว้ป้านางอย่างไม่ถือตัว ก่อนจะยื่นถุงใบเล็กส่งให้ป้านาง
“ของฝากครับ” ธนาพลบอกเมื่อเห็นป้านางดูของที่อยู่ในถุง
“ขอบคุณนะคะ อุตสาห์นึกถึงคนต่ำต้อยอย่างป้า” ป้านางเอ่ยอย่างถ่อมตัว
“ต่ำต้อยที่ไหนล่ะครับ ก็คนเหมือนกันนี่แหละ”
“มาหาคุณณิชาเหรอคะ ไม่อยู่หรอกค่ะเมื่อวานเห็นมาเก็บกระเป๋าไปไหนก็ไม่รู้”
ป้านางบอกตามความจริง คิ้วของธนาพลขมวดจนเป็นปมเมื่อได้ยินคำพูดของป้านาง
“ณิชาไปไหนครับ บอกไว้หรือเปล่า” เขาถามต่อ เมื่อวานยังโทรศัพท์หาณิชาอยู่เลย ทำไมคนรักของเขาจึงไม่บอกว่าไปไหน หรือว่าจะเดินทางแบบปัจจุบันทันด่วน จึงไม่ได้บอกเขาหรือคนในคุ้มพระจันทร์ล่วงหน้า
“ถามพ่อเรียวดูนะคะ คุณณิชาคงสั่งเอาไว้ว่าไปไหน” ป้านางชี้ไปทางเรียวที่เดินเข้ามาหาทั้งสองพอดี ใบหน้าของเรียวพยายามปรับให้เป็นปกติที่สุด เพื่อไม่ให้ธนาพลที่จับความรู้สึกคนเก่งมากคนหนึ่ง จับพิรุธในคำพูดหรือกิริยาของตนเอง
“สวัสดีครับคุณพล” เรียวเดินเข้ามาใกล้คนที่ทักเมื่อครู้ ทำตัวให้เป็นปกติที่สุดทำตามที่เจ้านายสาวสั่งไว้ว่า อย่าบอกธนาพลว่าเธอไปทำอะไร ที่ไหน ให้บอกตามที่สั่งเท่านั้น
“ณิชาไม่อยู่เหรอเรียว” ธนาพลพูดอย่างเป็นกันเอง เป็นเพราะเขาอายุเท่ากับเรียว
“ไม่อยู่ครับ คุณณิชาไปเที่ยวกับเพื่อนที่อิตาลี”
“ไปอิตาลีเหรอ” คนที่ได้คำตอบพูดเสียงสูง
“ไปเมื่อไหร่ แล้วจะกลับวันไหนบอกไว้หรือเปล่าแล้วไปกับใคร” ธนาพลถามออกมาเป็นชุด จนเรียวจำคำถามไม่หมด
“คุณณิชาไปเมื่อวานครับ กลับวันไหนคุณณิชาไม่ได้บอกไว้ด้วย ส่วนที่ไปกับใครผมไม่รู้ครับว่าคุณณิชาไปกับเพื่อนคนไหน เจ้านายของผมเพื่อนเยอะจะตาย” เรียวพยายามตอบให้กว้างเข้าไว้ เพราะรู้ว่าธนาพลต้องมีคำถามอีกมากมายแน่นอน
“ปกติณิชาจะบอกทุกครั้งไม่ใช่เหรอว่าจะไปไหนกับใคร จะกลับวันไหน จะไปกี่วัน แต่ทำไมคราวนี้ถึงไม่บอกให้ละเอียดล่ะ” นั่นไงคำถามที่ต้องการคำตอบออกมาจากปากของธนาพลยาวเหยียด เหมือนกับที่ณิชาสั่งพูดไว้จริงๆ
“แต่ครั้งนี้คุณณิชาไปกะทันหันนี่ครับก็เลยไม่ได้บอกรายละเอียดไว้มากนัก”
“แล้วทำไมณิชาไม่รับโทรศัพท์ ลืมเอาไว้ที่บ้านหรือเปล่า”
“ไม่นี่ครับเมื่อวานตอนสามทุ่มผมยังโทรคุยกับคุณณิชาอยู่เลย”
“ฉันติดต่อณิชาไม่ได้เลย โทรไปก็ไม่ยอมรับสาย” ธนาพลบ่นกับเรียว สีหน้าและท่าทางบ่งบอกถึงความเป็นห่วงณิชาอย่างชัดเจน จนบางครั้งเรียวอยากจะบอกความจริงให้ธนาพลฟัง หากเจ้านายสาวไม่บังคับแกมขู่ไว้กับเขาเสียก่อน เรื่องทุกอย่างที่เขารู้จะถูกถ่ายทอดไปยังธนาพลให้รับรู้ทั้งหมด
‘ถ้าพี่เรียวบอกความจริงกับพี่พล ณิชาจะไม่พูดกับพี่เรียวอีกเลยตลอดชีวิต ณิชาจะให้พี่พลรู้ความจริงจากปากของณิชาเอง พี่เรียวเข้าใจที่ณิชาพูดนะคะ’ เขาจึงจำใจรับคำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“ตอนที่คุณพลโทรไปคุณณิชาอาจจะออกไปเที่ยวชมเมืองอยู่ก็ได้ครับ คงลืมโทรศัพท์ไว้ในห้องพัก คุณณิชาเลยไม่ได้รับโทรศัพท์” เหมือนธนาพลจะจับความผิดปกติของคำพูดเรียวได้ น้ำเสียงของเรียวดูสั่นๆ ไม่มั่นคง ดวงตาเลิ่กลั่กเป็นบางครั้งที่เขามองสบตา มันกำลังบอกธนาพลว่า เรียวมีอะไรปิดบังเขาอยู่
“นายบอกว่าณิชาไปอิตาลีใช่ไหม”
“ใช่ครับ” เรียวตอบทันที
“ไปเมื่อไหร่ ฉันหมายถึงขึ้นเครื่องน่ะ” ธนาพลเริ่มขุดหลุมพรางให้เรียวติดกับ
“ไปเมื่อวานนี้ครับ เครื่องขึ้นตอนห้าโมงเย็น” เรียวพูดอย่างไม่คิด ไม่ได้นึกเอะใจด้วยซ้ำกับคำถามของธนาพล
Chapter14ธนาพลเดินออกมาจากสนามบินสุวรรณภูมิ หลังจากที่สะสางงานที่ได้รับมอบหมายเสร็จก่อนกำหนด เขาตั้งใจเดินทางกลับมาเงียบๆ โดยไม่บอกใครเพราะต้องการจะให้ณิชาคนรักของเขาแปลกใจ ชายคนเดิมเดินทางกลับมาที่บ้านพักของตัวเองก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อเก็บสัมภาระ ก่อนจะขับรถยนต์คันเก่งไปหาณิชาที่คุ้มพระจันทร์ระหว่างทางที่ขับรถไปตามท้องถนนนั้น ธนาพลพยายามติดต่อณิชาทางโทรศัพท์ แต่ไม่มีใครรับสาย ‘ณิชาทำอะไรอยู่นะทำไมถึงไม่รับสาย’ ธนาพลพึมพำในใจแต่คิดในทางที่ดีว่า คนที่เขาโทรไปหาอาจจะลืมโทรศัพท์ไว้ในห้องไม่ได้พกติดตัวไปด้วย แต่หารู้ไม่ว่าโทรศัพท์ของณิชาไปอยู่ในมือของคนที่ไม่ควรอยู่เวลาเดียวกันแต่แตกต่างกันที่สถานที่ รัฐกฤตญ์มองดูโทรศัพท์เครื่องเล็กของณิชาที่เขาหยิบติดมือมาด้วย หลังจากที่เจอมันในห้องนอนของเธอ สายตาดุๆ มองดูชื่อที่ติดต่อเข้ามาหาแล้วทำหน้าเบ้ ไม่คิดที่จะหยิบมันขึ้นมาแล้วกดรับสาย แต่เลือกที่จะปล่อยให้มันดังอยู่อย่างนั้น นับคร่าวๆ ก็ร่วมสามสิบครั้ง ‘โทรให้มือหงิกนิ้วกุด...ณิชาก็ไม่มีวันรับโทรศัพท์ของมึงหรอก’ รัฐกฤตญ์พูดกับโทรศัพท์ที่ยังคงมีสายเรียกเข้าอยู่ และเดินออกไปจากห้องทำงานเพื่
Chapter13เรียวขางามถูกแยกออกด้วยขาอันแข็งแกร่งของเขา ก่อนจะสอดแทรกความเป็นตัวตนของเขาเข้าหาใจกลางร่างกายเธออย่างแรง โดยไม่สนใจว่าร่างสาวจะพร้อมสำหรับกามกิจหรือไม่ ดันครั้งเดียวจนสุดความรู้สึกของรัฐกฤตญ์เหมือนอยู่ท่ามกลางแรงรัดที่มีพลังอย่างมหาศาล ทั้งบีบรัดจนเขารู้สึกเจ็บไปหมด ความฟิตแน่นและเยื่อพรหมจรรย์ที่เขาเพิ่งกระชากขาดทำให้รัฐกฤตญ์รู้ว่า...เธอบริสุทธิ์“กรี๊ดดดดดดด” เสียงกรีดร้องแสดงความเจ็บปวดของณิชาเปล่งออกมาพร้อมกับน้ำตาที่รินไหล หลังจากที่สูญเสียสิ่งที่มีค่ามากที่สุดในชีวิตสาวให้กับคนที่ไม่มีหัวใจอย่างเขา หยาดน้ำตาของณิชาไม่ได้ทำให้เขาชะงักการกระทำอันป่าเถื่อนของเขาเลย“ฉันถามเธอแล้วนะ เธอดันตอบคำถามโง่ๆ ออกมาเองเพราะฉะนั้นฉันก็ไม่จำเป็นต้องอ่อนโยนกับเธอ” คำพูดที่ไม่แสดงความรู้สึกผิดของรัฐกฤตญ์ ทำให้หัวใจของเธอร้าวราน รู้สึกเสียใจกับสิ่งที่ตัวเองสูญเสียไปรำพันอยู่ในใจว่า ‘พี่พล...ณิชาขอโทษ’แรงเคลื่อนไหวและแรงถาโถมของรัฐกฤตญ์สร้างความเจ็บปวดมากกว่าสุขสมให้กับณิชา ร่างของเธอแทบแยกออกจากกันเป็นเสี่ยงๆ แรงกระแทกเข้ามาจะรุนแรงมากเป็นสองเท่าทุกครั้งที่ขยับการเข้าและออก รัฐกฤ
Chapter12“คุ...คุณจะทำอะไรฉัน ปล่อยนะ” ณิชาพูดอย่างหวาดๆ รัฐกฤตญ์ยิ้มมันเป็นรอยยิ้มที่เธอไม่ชอบเลย ยิ้มตรงมุมปากแต่ดวงตาคมกริบกลับเปล่งประกายด้วยความโกรธ“จะกลัวทำไม เก่งนักไม่ใช่เหรอ เก่งให้ตลอดสิ” รัฐกฤตญ์พูดพร้อมกับถอดเสื้อผ้าของเขาออกจนเหลือแต่ร่างเปล่าเปลือย จ้องมองร่างของณิชาอย่างไม่วางตา ณิชาเองที่เป็นฝ่ายเบือนหน้าหนีเขา เพราะเธอไม่เคยเห็นผู้ชายเปลื้องผ้าต่อหน้ามาก่อน นี่เป็นครั้งแรก“ออกไปนะอย่าเข้ามา...บอกให้ออกไป” ของที่อยู่ใกล้มือณิชาถูกโยนออกไปปะทะร่างของเขา แต่มีสิ่งเดียวที่เป็นของหนักนั่นก็คือนาฬิกาตั้งโต๊ะที่ทำจากไม้ ลอยไปโดนที่หางคิ้วของเขาอย่างแรง“โอ๊ย...” รัฐกฤตญ์ใช้มือของเขาคลำที่หางคิ้ว มีความรู้สึกชานิดๆ ก่อนจะสัมผัสกับน้ำเหนียวๆ ที่เกิดขึ้นตรงจุดนั้น ลดมือที่คลำตรงหางคิ้วมาดู น้ำเหนียวๆ ที่ว่านี้คือเลือด ดวงตาของรัฐกฤตญ์มองที่ฝ่ามือที่มีเลือดติดอยู่ สลับกับใบหน้าที่ซีดเซียวของณิชา เมื่อรู้ว่าเธอทำร้ายเขาถึงกับเลือดตกยางออก“เธอ...เธอกล้ามากนักที่ทำฉันถึงขนาดนี้” เสียงเกรี้ยวกราดดังลั่นไปทั่วห้อง“คนอย่างคุณโดนแค่นี้มันยังน้อยเกินไป ถ้าฉันฆ่าคุ
Chapter11รัฐกฤตญ์นั่งอยู่ที่โซฟากำมะหยี่สีน้ำเงินหรูราคาแพงในมือถือแก้ววิสกี้สายตาจับจ้องอยู่ที่บานประตูห้องชุดตลอดเวลา เหมือนกับรอคอยการกลับมาของใครบางคนโดยมีดินแดนและวิทยายืนอยู่ไม่ไกลนัก บนโต๊ะขนาดเตี้ยที่ทำด้วยกระจกใสหน้าโซฟามีขวดวิสกี้เปล่าหนึ่งขวด ส่วนอีกหนึ่งขวดพร่องไปเกือบครึ่งวันนี้เขากับอารยาใช้เวลาอยู่ด้วยกันเกือบทั้งวัน ไปดูหนัง เล่นโบว์ลิ่ง เดินเลือกซื้อสินค้าที่ห้างหรูใจกลางกรุงเทพฯ ตบท้ายด้วยการล่องเรือตามแม่น้ำเจ้าพระยาชื่นชมความสวยงามพร้อมกับรับประทานอาหาร ชมพระอาทิตย์ตกดินสุดแสนโรแมนติก ความโรแมนติกแทบจะมลายหายไป เมื่อเขาได้รับรายงานจากอุดมว่า พยายามทุกทางแล้วแต่ไม่สามารถตามหาณิชาได้ เรืองเดชและพิชานันท์ก็ไม่อยู่บ้าน เขาจึงสั่งสอนลูกน้องโทษฐานดูแลคนของเขาไม่ดีในที่สุดการรอคอยของเจ้าของห้องก็สิ้นสุดลง บานประตูห้องชุดถูกเปิดออก ยังไม่ทันที่คนเปิดประตูจะเดินเข้ามาในห้องดี เสียงกังวานและดูมีพลังแผดเสียงดังลั่นห้อง พร้อมกับแก้ววิสกี้ลอยมาปะทะกับกำแพง ผ่านหน้าเธอไปเพียงไม่กี่เซนติเมตร“ไปไหนมา” รัฐกฤตญ์ไม่พูดเปล่าสาวเท้าเข้ามาหาเธอด้วยสายตาและใบหน้าที่ดุ
Chapter10“เป็นอะไรวะอุดมพูดเสียงตะกุกตะกัก” “ปะ...เปล่าครับไม่ได้เป็นอะไร” “ไปตามณิชามาคุยโทรศัพท์หน่อยสิ” คำสั่งนี้ทำให้อุดมอยากจะหัวมุดดินหนีให้มันรู้แล้วรู้รอด หากเจ้านายของเขารู้ว่าแม่กระต่ายแสนดื้อได้หายออกไปจากกรงที่กักขังไว้ ไม่รู้ว่ามัจจุราชหนุ่มจะทำอย่างไร “คือว่า...เอ่อ...คือ” อุดมไม่กล้าบอกความจริงกับเจ้านาย คนฉลาดอย่างรัฐกฤตญ์จับความผิดปกติของอุดมได้ เพราะไม่เคยเห็นหรือได้ยินอุดมพูดอะไรไม่เต็มปากสักครั้ง “ไอ้อุดม ไปตามณิชามาพูดสายเดี๋ยวนี้” เสียงของเจ้านายในสายนั้นดังจนหูของอุดมอื้อไปหมด “คือว่า...เอ่อ คุณณิชาไม่อยู่ครับ” อุดมตัดสินใจพูด “ไม่อยู่...ไปไหน แล้วมึงดูณิชายังไง กูสั่งแล้วใช่มั้ยว่าให้ดูดีดีอย่าให้คาดสายตา” รัฐกฤตญ์ถึงกับหัวเสียเมื่อได้ยินคำพูดของลูกน้องคนสนิทที่เขาไว้ใจ ไม่เคยคิดว่าเรื่องง่ายๆ แบบนี้จะทำไม่ได้ “เอ่อ...คือว่าผมกลับไปทำธุระที่ห้องนะครับเพราะเห็นว่าคุณณิชายังไม่ตื่น พอกลับมาก็ไม่พบคุณณิชาแล้วครับ” อุดมตอบไม่เต็มเสียงนัก นึกหวาดหวั่นกับบทลงโทษที่ตน
Chapter9 พิชานันท์พูดพร้อมกับน้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม สงสารพี่สาวที่ต้องมาพบกับเจ้าหนี้อย่างรัฐกฤตญ์ “มันไม่ใช่ความผิดของใครหรอกลูก มันเป็นความผิดของพ่อเองที่โง่ไม่ทันเล่ห์เหลี่ยมของเขา” เรืองเดชพูดพร้อมกับนึกถึงปัญหาของบริษัทที่เกิดขึ้นในระยะเวลาเพียงสองเดือนธุรกิจนำเข้าและส่งออกวัตถุดิบทางการเกษตรเป็นบริษัทที่ก่อเกิดมาจากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง ซึ่งอาจจะไม่ใหญ่มากในสายตาของพวกมหาเศรษฐี แต่ก็สามารถทำกำไรต่อปีเกือบห้าสิบล้าน เขาไม่เคยเฉลียวใจเลยว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันเป็นเพียงแค่การจัดฉากของรัฐกฤตญ์ โกดังสินค้าของเขาถูกปล้น เรือขนส่งสินค้าที่เขาว่าจ้างเกิดเสียขึ้นมากะทันหัน เขาไม่สามารถส่งสินค้าไปต่างประเทศได้ทันเวลา เรือที่คิดว่าจะจ้างมาทดแทนโก่งราคาสูงกว่าความเป็นจริงเกือบสิบเท่า เขาต้องเสียเงินค่าชดเชยให้กับบริษัทคู่ค้าที่ผิดสัญญาการส่งสินค้ารายละเกือบสิบล้านบาท เขาจะไม่ทุกข์ใจเลย หากมีบริษัทคู่ค้าเพียงรายเดียว แต่นี่เขามีถึงสามสิบกว่าบริษัทเรืองเดชต้องหาเงินร่วมสามร้อยล้านบาทเพื่อนำมาจ่ายเงินค่าชดเชยไม่เช่นนั้นเขาจะเสียลูกค้าที่ทำธุรกิจด้วยกันมานาน รวมทั้







