Masuk‘สเป็กเหรอครับ…ผมไม่เคยคิดเรื่องนี้และผมก็ไม่เคยอยากให้ใครมาเป็นตัวเลือกผมด้วย ความรักในมุมมองของผม มันไม่เกี่ยวกับรูปร่าง หน้าตา ฐานะเลยสักนิด มันควรจะเกิดจากความรู้สึกอยากมีกันและกัน อยากมอบสิ่งดีๆ ให้กัน ของทั้งฝ่ายไม่ใช่เหรอครับ ผมอยากเป็นผู้ชายที่ดีพอเพื่อใครสักคนที่แสนธรรมดาก็ได้ แค่อยากให้เธอคนนั้นมั่นใจและเลือกผมเป็นคู่ชีวิตมากกว่า…’
พลอยชมพูในวัยยี่สิบปีหัวใจพองโต เต้นแรงเพียงแค่ได้อ่านบทสัมภาษณ์และมุมมองเกี่ยวกับความรักของชายหนุ่ม เธอรู้ดีว่ามันอาจจะเป็นเพราะว่าเธอเองเพิ่งจะเข้าสู่วัยรุ่นได้ไม่นาน เลยทำให้ตื่นเต้นเพียงแค่เห็นชายหนุ่มรูปงามกำลังแสดงมุมมองความรักแสนโรแมนติกเช่นนี้ แต่ใครจะคิดว่าเมื่อเวลาผ่านไปพลอยชมพูก็ยังคงตามติดเรื่องราวของชายหนุ่ม และมันยิ่งทำให้เธอได้รู้จักเขามากขึ้นเรื่อยๆ ภคภัทรไม่เหมือนผู้ชายคนอื่นที่เธอเคยเจอจริงๆ
ครั้งหนึ่งเธอเคยเห็นเขามีข่าวกับนางแบบสาวชื่อดังระดับโลก ทั้งคู่มีภาพหลุดไปกินข้าวร่วมกัน พลอยชมพูเองก็อดรู้สึกเจ็บแปลบในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก จนในที่สุดภคภัทรก็ได้ออกมาแก้ข่าวว่านางแบบสาวคนนั้นเป็นเพียงเพื่อนของเพื่อนที่รู้จักกัน และกำลังพูดคุยให้เธอมาเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้สนามบินเท่านั้น อีกทั้งเขาเองก็ยังคงไม่สบายใจที่เห็นหลายข่าวต่างพากันโยงเรื่องราวของนางแบบสาวไปในทางเสียๆ หายๆ จนทำให้เขาต้องออกโรงปกป้องเธอ
‘คุณภัทรปกป้องแบบนี้ จะบอกว่าไม่ได้กำลังศึกษาดูใจกันอยู่ก็ดูจะเชื่อยากหน่อยนะคะ’ นี่คือประโยคที่นักข่าวสาวกำลังสัมภาษณ์ชายหนุ่มเพื่อไล่บี้ให้เจ้าตัวยอมตอบความจริง
‘ผมคิดว่าการปกป้องใครสักคนไม่จำเป็นต้องอยู่ในสถานะคนรักนะครับ มันเป็นปกติของคนทั่วไป มีแต่คนไม่ปกติเท่านั้นแหละครับที่จะคิดว่ามันต้องเป็นเรื่องชู้สาวเท่านั้น’ และนี่ก็คือคำตอบแสนเย็นชาของภคภัทร ที่ทำให้คนนั่งดูข่าวอย่างพลอยชมพูอดขำไม่ได้
เขามักจะมีมุมที่ทำให้คนอื่นอึ้งเสมอ! ใครจะคิดว่ากรรมการผู้อำนวยการสนามบินอย่างเขาจะปากจัดหน้าตายขนาดนี้ และตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีใครกล้าเขียนข่าวมั่วซั่วเกี่ยวกับชายหนุ่มอีก ขณะเดียวกันภคภัทรก็ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเขากับนางแบบสาวเป็นเพื่อนกันจริงๆ บวกกับความสามารถในการทำงานของชายหนุ่มในช่วงที่ผ่านมาก็เลยทำให้เขาขึ้นแท่นกลายเป็นชายหนุ่มสุดฮอต ทั้งเก่ง ทั้งหล่อ แถมยังโสด จนเป็นที่หมายตาสำหรับสาวๆ แต่น่าเสียดายที่เจ้าตัวไม่มีท่าทีจะยุ่งเกี่ยวกับสาวคนไหนเลย…
แต่สำหรับพลอยชมพูมันคือเรื่องที่ดี! เพราะตลอดเวลาสี่ปีที่เธอเฝ้าติดตามชายหนุ่มมันทำให้เธอมั่นใจแล้วว่าเธอกำลังตกหลุมรักชายหนุ่มที่ไม่เคยแม้แต่จะเจอหน้าอย่างภคภัทร และในเมื่อเขาเองยังไม่มีใครมันก็คงไม่ใช่เรื่องผิดอะไรหากเธออยากจะเป็นผู้หญิงคนนั้น
พลอยชมพูหลงรักภัคภัทรเพราะทัศนคติ ไม่ใช่เพราะฐานะที่ร่ำรวยมั่งคั่งของเขา ดังนั้น หญิงสาวจึงคิดว่านี่คงจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดที่จะทำให้ภคภัทรรู้จักตัวตนของเธอโดยปราศจากเรื่องสถานะทางสังคมเข้ามาเกี่ยวข้อง
‘จะดีเหรอคะคุณชมพู น้าไม่อยากโกหกคุณภัทรเลย’ นี่คือประโยคแรกที่ปฐมาพูดออกมาเมื่อพลอยชมพูเอ่ยขอให้เธอช่วยเหลือ
‘ชมพูรู้ค่ะ แต่นี่เป็นทางเดียวที่จะทำให้ชมพูกับคุณภัทรได้รู้จักกัน น้าปัทก็น่าจะรู้ว่าชมพูแอบปลื้มคุณภัทรมานานแล้ว’ พลอยชมพูพูดออกมาตามตรง เธอใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศมาสักระยะเลยทำให้มีความคิดแบบสมัยใหม่ และเชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นเพศไหนก็มีสิทธิ์ที่จะแสดงออกความรู้สึกของตนเองได้ทั้งนั้น
‘น้ารู้ค่ะ แต่ถ้าคุณภัทรรู้ความจริง น้ากลัวว่าคุณภัทรจะโกรธคุณชมพูเอานะคะ’
‘ถึงตอนนั้นชมพูจะยอมรับทุกอย่างเองค่ะ นะคะ ถ้าน้าปัทไม่ช่วยชมพูก็ไม่รู้จะหาทางไหนแล้ว’ หญิงสาวพูดด้วยความออดอ้อน ปฐมาเป็นมารดาของ ‘อารยา’ เพื่อนสนิทสมัยเรียนมัธยมเพียงคนเดียวของเธอ และความบังเอิญก็คือปฐมาดันเป็นเลขาฯ ของมารดาภคภัทรมาเนิ่นนาน แม้ปัจจุบันมารดาของชายหนุ่มจะเสียชีวิตไปแล้วแต่ปฐมาก็ยังคงทำหน้าที่เป็นเลขาฯ ส่วนตัวให้ชายหนุ่มอยู่ดี พลอยชมพูจึงคิดว่ามันคงเป็นวิธีเดียวที่เธอจะสามารถเข้าใกล้ชายหนุ่มได้ในฐานะ ‘ผู้ช่วยเลขาฯ’ ของเขา
‘เอางั้นก็ได้ค่ะ น้าเห็นว่าคุณชมพูจริงใจกับคุณภัทรหรอกนะคะ ไม่อย่างนั้น…’
‘น้าปัทคะ ชมพูไม่ใช่ผู้หญิงที่จะทำอะไรเล่นๆ ไปเรื่อย ชมพูอยากรู้จักคุณภัทรจริงๆ ค่ะ’ พลอยชมพูเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง เพราะแม้เธอจะมีความเป็นผู้หญิงสมัยใหม่ แต่การเข้าหาผู้ชายก่อนเช่นนี้เธอก็เลือกทำแค่กับภคภัทรเพียงคนเดียวเท่านั้น
‘พูดขนาดนี้น้าเองก็คงไม่คิดปฏิเสธหรอกค่ะ’ ในที่สุดปฐมาก็ยอมใจอ่อนจนได้…
หญิงสาวตื่นเต้นไม่น้อยที่จะได้เจอชายหนุ่มที่เธอเฝ้าติดตามมาตลอดสี่ปี และเมื่อได้พบกับภัคภัทรครั้งแรก เขาก็แทบไม่ต่างจากที่เธอเคยเห็นหรือเคยได้ยินมาจริงๆ
‘เย็นชา…แต่อ่อนโยน’
นี่อาจจะเป็นคำนิยามที่หญิงสาวพอจะคิดได้เมื่อต้องนิยามความเป็นภคภัทร และมันก็ยิ่งทำให้เธออยากเป็นผู้หญิงที่สามารถเอาชนะใจชายหนุ่มได้มากขึ้นไปอีก
ติ๊ดๆ
เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น หน้าจอปรากฏชื่อของ ‘อารยา’ เพื่อนรักของเธอและเป็นลูกสาวเพียงคนเดียวของปฐมานั่นเอง
“ฮัลโหล…”
“มาถึงไม่คิดจะมาหาฉันเลยนะยะ” อารยาพูดด้วยน้ำเสียงหมั่นไส้เพื่อนสาว
“แหม ใจเย็นๆ สิ เดี๋ยววันหยุดเสาร์นี้ฉันก็ว่าจะเข้าไปหาแกที่ร้านอยู่แล้ว” พลอยชมพูพูดด้วยน้ำเสียงหมั่นไส้เพื่อนรักไม่ต่างกัน
“รีบมาล่ะ ฉันอยากจะรอฟังเรื่องคุณภัทรจากปากแกจะแย่แล้ว แม่ฉันนะเล่าตั้งแต่กลับมาเลยว่าแกนี่ไม่กลัวคุณภัทรเลย ต้องติดลบกี่องศาถึงจะเย็นชาเท่าคุณภัทรได้”
“บอกน้าปัทอย่าเพิ่งเล่าหมด ไว้เหลือเรื่องให้ฉันเล่าบ้าง เรื่องความเย็นชาของคุณภัทร ขอเวลานิดเดี๋ยวฉันจะเปลี่ยนความเย็นชาของคุณภัทรให้ร้อนฉ่าเลย คอยดูละกัน” พลอยชมพูพูดอย่างติดตลก และไม่คิดถือสาที่ปฐมาเอาเรื่องของเธอมาเล่าให้อารยาฟัง
“จ้า แม้สาวคลั่งรัก งั้นเสาร์นี้เจอกัน อย่าเบี้ยวฉันล่ะ”
“เจอกันจ้ายัยอาย” พลอยชมพูบอกลาแล้วกดวางสาย ก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้น เธออยากให้ถึงพรุ่งนี้ไวๆ เพื่อจะได้เจอภคภัทรที่ทำงาน อยากจะรู้นักว่าพรุ่งนี้ของเธอกับชายหนุ่มจะเป็นอย่างไร…
“ไม่ต้องร้องแล้ว…พี่เข้าใจแล้วครับ ไว้ชมพูพร้อมเมื่อไหร่เราค่อยวางแผนเรื่องลูกใหม่ก็ได้ หรือถ้าชมพูไม่อยากมีลูกเราก็อยู่เป็นสองตายายแล้วก็พากันเที่ยวรอบโลกไปเลยเป็นไง” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงมีความสุข “ฮึก ถึงตอนนั้นจะมีแรงหรือเปล่าคะ” พลอยชมพูอดยิ้มตามกับคำพูดของชายหนุ่มไม่ได้ “อยากพิสูจน์แรงตอนนี้ก่อนไหมล่ะ” ไม่ว่าเปล่า ชายหนุ่มผลักร่างบางให้นอนแนบไปกับเตียงนอน ในขณะที่เขาก็ขึ้นทาบทับเธออย่างรวดเร็ว “พี่รักชมพูนะครับ ไม่ว่ายังไงพี่ก็จะอยู่ข้างๆ ชมพูแบบนี้ตลอดไป” “ชมพูก็รักพี่ภัทรค่ะ” พลอยชมพูดึงใบหน้าหล่อเหลาของสามีลงมาจูบด้วย
“ชมพูครับ…เรามีลูกด้วยกันได้ไหม” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เขาตั้งใจว่าค่ำคืนนี้จะเป็นคืนที่เขากับเธอเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างแท้จริง และชายหนุ่มอยากปลดปล่อยความรักที่เขามีต่อเธออย่างลึกซึ้งมากขึ้น “คือว่า…” พลอยชมพูเกิดความรู้สึกหูอื้อตาลาย ใช่ว่าเธอไม่รักเขา แต่ว่าเรื่องลูก… “พี่รักชมพู และพี่อยากให้เราสองคนมีครอบครัวที่อบอุ่นไปด้วยกัน” ภคภัทรถอดเสื้อหญิงสาวออกจนร่างกายของเธอเปลือยเปล่าต่อหน้าเขาอีกครั้ง ชายหนุ่มไม่สามารถอดทนรอได้อีกต่อไป เขาหยัดกายขึ้นเพื่อปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนเอง และปลดปล่อยความเป็นชายของเขาออกมา “ชมพูก็รักพี่ภัทรค
สุดท้ายภคภัทรก็ต้องอดทนจนถึงเวลาเข้าหอ…แม้ว่าใจอยากจะไล่แขกให้กลับบ้านไวๆ แต่ชายหนุ่มก็สามารถเก็บงำส่วนลึกของตนเองภายใต้ใบหน้าเย็นชาได้เป็นอย่างดี ถึงจะแอบแทะโลมหญิงสาวเล็กๆ น้อยๆ เพื่อหล่อเลี้ยงจิตใจระหว่างนั้นก็เถอะ แต่ตอนนี้มันถึงเวลาของเขาแล้ว ความอดทนที่สะสมมาตลอดหนึ่งเดือนทำให้คืนนี้ชายหนุ่มไม่มีทางปล่อยให้พลอยชมพูได้นอนหลับทั้งคืนแน่ๆ “เมียพี่สวยจัง” ชายหนุ่มเดินเข้าไปโอบกอดหญิงสาวจากข้างหลัง พร้อมกับหอมที่ซอกคออย่างโหยหา กลิ่นกายสาวช่างหอมหวนและกระตุ้นอารมณ์อยากใคร่ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี “พี่ภัทรก็หล่อมากค่ะ” พลอยชมพูหมุนตัวกลับไปมองหน้าชายหนุ่ม พร้อมกับลูบไล้ใบหน้าเขาด้วยความหลงใหล เธอหลงและปลื้มเขามานาน และการได้แต่งงานแนบชิดกันมันก็ไม่ได้ทำให้หญิงสาวรู้สึกน้อ
“ผมยอมรับว่าคืนนั้นผมอาจทำให้คุณเข้าใจผิดไปบ้าง มันเป็นเพราะผมคิดน้อยไปหน่อย แต่ผมขอยืนยันว่าระหว่างเรามันไม่มีอะไรมากไปกว่าคำว่าเพื่อน” “แล้วกับนังเด็กนั่นมันมากกว่าหรือยังไง เมย์ไม่เข้าใจว่าเด็กนั่นดีกว่าเมย์ตรงไหน” เมริสาไม่สามารถทนได้อีกต่อไป เธอไม่เคยแพ้ใคร แต่ต้องมาแพ้เด็กอย่างพลอยชมพูเนี่ยนะ “ผมรักชมพู และก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องอธิบายความรักของผมให้คุณเข้าใจ ที่ผมอยากให้คุณเข้าใจคือผมไม่ได้คิดอะไรกับคุณมากกว่าคำว่าเพื่อน” ภคภัทรพยายามพูดอย่างใจเย็น ลึกๆ เขาก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีความจำเป็นอะไรต้องมานั่งอธิบายให้เมริสาเข้าใจทั้งนั้น แต่อีกใจก็สงสารหญิงสาวและไม่อยากให้เธอต้องเจ็บปวดเพราะเขาอีกต่อไป “แต่คุณก็รู้ว่าเมย์ไม่เคยคิดกับคุณแค่เพื่อน ทำไมคะ
“เราจะไปรู้อะไร เพราะพี่เห็นเราอยู่คนเดียว” ภคภัทรยิ้มเอ็นดูหญิงสาว ก่อนจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เธอฟัง ในวันแรกที่เจอกันเธอดูสดใสและร่าเริงไม่ต่างจากวันนี้ และเธอก็สามารถทำให้เขายิ้มได้โดยที่ไม่ต้องพูดอะไรกันสักคำ จากวันนั้นถึงวันนี้ภคภัทรเองก็ชักไม่แน่ใจแล้วว่าบางทีเขาอาจจะหลงรักเด็กน้อยตรงหน้าตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอกัน วันที่เธอเกือบจะจูบเขาผ่านกระจกกั้นนั้นแล้วก็เป็นได้ “แหะๆ น่าอายจังเลยนะคะ เผลอทำอะไรตลกๆ ต่อหน้าพี่ภัทร” ทันทีที่ฟังชายหนุ่มเล่าเรื่องทั้งหมด แม้จะจำอะไรไม่ได้ แต่ก็ช่างน่าอายเหลือเกินสำหรับหญิงสาว “ตลกที่ไหน น่ารักจะตาย” “พี่ภัทรนี่กลายเป็นคนคลั่งรักไปแล้วหรือไง” หญิงสาวพูดด้วยความเขินอาย บทผู้ชายเย็นชาอย่างภคภ
ภคภัทรรีบตามพลอยชมพูมาจนถึงบริเวณสระว่ายน้ำด้านนอก เธอนั่งอยู่ที่ริมสระพร้อมกับห้อยขาเหม่อมองท้องฟ้าราวกับกำลังคิดอะไรอยู่ และแน่นอนว่าชายหนุ่มพอจะเดาได้ว่าหญิงสาวกำลังคิดเรื่องแต่งงาน แต่ที่เขาไม่สามารถเดาได้เลยคือ เธออยากแต่งงานกับเขาหรือไม่ หรือแท้จริงแล้วเธอไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลย “ขอพี่นั่งด้วยคนสิ” ภคภัทรไม่รอให้หญิงสาวอนุญาต เขานั่งลงข้างกายเธอพร้อมกับหย่อนขาลงในสระน้ำเช่นเดียวกัน “ทานอะไรอิ่มแล้วเหรอคะ ถึงตามชมพูออกมา” พลอยชมพูถามในขณะที่สายตากำลังมองทอดไปที่ท้องฟ้าเช่นเคย “ใครจะมีอารมณ์กินข้าวล่ะ เพิ่งขอแต่งงานสาวไปแต่ดูเหมือนว่าจะแห้วซะแล้ว”
“ยิ้มอะไรของป้าเย็น” ภคภัทรเอ่ยถาม “คุณภัทรรู้ไหมคะว่าเมื่อกี้เป็นลางบอกเหตุ” “ลางบอกเหตุอะไรครับ หน้าตาผมดูเชื่อเรื่องพวกนี้เหรอครับ” ชายหนุ่มเหยียดยิ้มออกมา แต่ไหนแต่ไรเขาไม่สนใจเรื่องงมงายอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้คิดลบหลู่อะไร “เขาบอกกันว่า ถ้าเราบังเอิญหยิบทิชชูแผ
เช้านี้ภคภัทรต้องขับรถไปทำงานเองเพราะอิทธิขอลาไปทำธุระที่บ้าน แม้ว่าเขาเองจะเป็นคนที่จริงจังกับงานชนิดที่เรียกได้ว่าบ้างานเข้าขั้นสุด ใครทำงานกับเขาจะรู้ดีว่าสิ่งที่เขาเกลียดที่สุดก็คือความไม่รอบคอบและการทำงานพลาด ซึ่งมันค่อนข้างจะกดดันพนักงานหลายๆ คนอยู่มาก แต่ถึงอย่างนั้นอิทธิก็ยังคงทำงานกับเขาจน
ร้านชุดแห่งนี้ออกแบบเป็นกระจกใสทั้งร้าน แต่ความพิเศษอยู่ที่คนด้านนอกจะไม่สามารถมองเห็นด้านในของร้าน ในขณะที่คนด้านในสามารถมองเห็นบรรยากาศด้านนอกทุกอย่าง ด้วยเพราะร้านดังกล่าวเป็นร้านดังและไม่มีความจำเป็นอะไรที่ต้องง้อลูกค้าจรที่แวะมาเดินเที่ยวเล่นในห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ แต่หากเป็นคนในแวดวงไฮโซหรือน
งานเลี้ยงสังสรรค์สำหรับกลุ่มไฮโซทั้งหลายดูเหมือนจะเป็นอะไรที่ ‘ภคภัทร วรวงศ์คุณากร’ ไม่ชอบเอาเสียเลย แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ทำอะไรไม่ได้ ด้วยเพราะตัวเองมีตำแหน่งหน้าที่การงานใหญ่โตจนใครๆ ต่างก็เฝ้ารอให้เขาไปร่วมงาน ยิ่งเป็นงานเปิดตัวสินค้าหรืองานแถลงข่าวต่างๆ ด้วยแล้วภคภัทรแทบไม่มีหนทางในก







