INICIAR SESIÓN“หน้าคุณภัทรไม่ได้แปลกหรอกค่ะ แต่หน้าคุณภัทรน่ามอง ดูดีมากต่างหากค่ะ” พลอยชมพูพูดหน้าตาเฉย ก่อนจะเอาแก้วกาแฟไปวางให้ชายหนุ่มทันที แต่พอหญิงสาวรู้สึกตัวก็ยิ้มเจื่อนแล้วหลบตาที่เผลอพูดอะไรออกไป
ภคภัทรถึงกับพูดไม่ออกที่หญิงสาวพูดออกมาเช่นนี้ เขาไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะกล้า ‘เต๊าะ’ เจ้านายทันทีในวันแรกที่เริ่มงาน
‘ยัยเด็กแก่แดด’
“ทำไมยังไม่ออกไปอีก” ภคภัทรพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าพลอยชมพูไม่ยอมออกจากห้องเขาไปเสียที
“ก็พิงค์ไม่เห็นคุณภัทรลองชิมกาแฟเลย นี่เป็นกาแฟถ้วยแรกที่พิงค์ชงให้คุณ พิงค์ก็อยากรู้ฟีดแบ็กนี่คะว่าโอเคไหม ถ้าไม่อร่อยจะได้ปรับปรุงไงคะ” พลอยชมพูพูดด้วยรอยยิ้ม เธอไม่เคยชงกาแฟให้ใครมาก่อน และเธอก็หวังว่าเขาจะชอบมันเช่นกัน
“แค่นี้?” ภคภัทรยักคิ้วถามหญิงสาว ในขณะที่เธอก็รีบพยักหน้าด้วยรอยยิ้มแสนหวาน ที่เขาชักจะหมั่นไส้มากขึ้นไปทุกทีว่าทำไมเธอถึงได้ทำตัวสดใสร่าเริงแม้ในยามที่เขาทำหน้าดุเคร่งขรึมเช่นนี้ซึ่งคนอื่นมักจะกลัว
“ถ้ากับแค่ชงกาแฟให้เจ้านาย คุณยังทำให้อร่อยไม่ได้ ผมก็คงต้องคิดใหม่แล้วว่าควรรับคุณเข้าทำงานดีไหม” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับยกถ้วยกาแฟขึ้นมาชิม
“เป็นไงคะ พอได้ไหม” พลอยชมพูเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น ในขณะที่ชายหนุ่มยังคงแสดงสีหน้าเรียบเฉยยากจะคาดเดา
“อืม…จืดไปนิด แค่พอกินได้เท่านั้น” ภคภัทรพูดออกมา เพราะเขาไม่อยากจะยอมรับว่าความจริงแล้วพลอยชมพูชงกาแฟให้เขาได้อย่างพอดิบพอดี ไม่ต่างจากที่ปฐมาเคยชงให้ดื่มเลยสักนิด ออกจะดีกว่าด้วยซ้ำ แต่ไม่อยากชมไง
“งั้นเหรอคะ…พิงค์ก็ว่าทำตามที่อ่านบทสัมภาษณ์มาเป๊ะๆ แล้วนะ” พลอยชมพูพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา พลางคิดว่าตนเองพลาดอะไรตรงไหนไป เธอทดลองชงดื่มเองหลายครั้งก็อร่อยดี แต่เขาบอกจืดไป
“คุณว่าไงนะ” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น เมื่อได้ยินประโยคเมื่อครู่ไม่ถนัด
“อ๋อ เปล่าค่ะ พิงค์แค่บอกว่าสงสัยพิงค์จะใส่น้ำร้อนมากไปหน่อย ถ้าอย่างนั้นเดี๋ยวพิงค์ไปชงมาให้ใหม่นะคะ”
“ไม่ต้อง!” ภคภัทรรีบพูดอย่างรวดเร็ว
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณภัทรไม่ต้องเกรงใจพิงค์เลย เพราะว่าพิงค์อยากทำให้จริงๆ”
“ผมไม่ได้เกรงใจคุณ แต่คุณต่างหากที่ต้องเกรงใจผม…” ภคภัทรพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งดุ
“เอ่อ…ขอโทษค่ะ ถ้าอย่างนั้นไม่เอากาแฟแต่เป็นขนมไหมคะ คุณภัทรน่าจะยังไม่ได้ทานอะไรแต่เช้า…”
“พลอยชมพู…ผมอยากทำงาน” ภคภัทรเอ่ยขึ้นอย่างเย็นชา พร้อมกับส่งสายตาดุให้หญิงสาวอย่างจริงจัง
“ค่ะ พิงค์ไม่กวนคุณภัทรแล้วก็ได้ แต่ถ้าคุณภัทรอยากได้อะไรเรียกพิงค์ได้ตลอดเวลาเลยนะคะ” พลอยชมพูพูดด้วยรอยยิ้มอีกครั้ง
“อืม…” ชายหนุ่มไม่สนใจ พร้อมกับก้มหน้าอ่านเอกสารของตนเองต่อ จนหญิงสาวเดินลับออกจากห้องไปแล้ว เขาจึงเงยหน้ามองประตูที่เพิ่งปิดสนิท พลางคิดว่าตนเองจะอดทนกับผู้หญิงพูดมากแบบนี้ได้นานแค่ไหน นี่ถ้าไม่ติดว่าเธอเป็นหลานสาวของปฐมา ผู้ที่ทำงานกับแม่เขามาเนิ่นนานละก็ เขาคงไม่รักษาน้ำใจและไล่ออกเธอตั้งแต่วินาทีนี้เลย!
‘รำคาญ’
พลอยชมพูตั้งใจช่วยปฐมาทำงานทุกอย่างด้วยความตั้งใจ เธอไม่ได้คิดว่าจะเข้ามาทำงานที่นี่เพียงเพื่ออยากใกล้ชิดชายหนุ่มเท่านั้น ถึงอย่างไรเธอก็อยากแบ่งเบาภาระของปฐมาเพื่อเป็นการตอบแทนที่อีกฝ่ายยอมเสี่ยงช่วยเธอให้ได้ใกล้ชิดกับภคภัทรตามที่หวังเอาไว้
ตกเย็นภคภัทรรีบออกจากบริษัทไป แม้เขาจะเดินอย่างเร่งรีบแต่ก็ไม่ลืมที่จะบอกลาพนักงานอย่างปฐมารวมถึงเธอด้วย แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่พลอยชมพูก็สัมผัสได้ถึงความเป็นกันเองกับพนักงานของชายหนุ่ม จึงไม่แปลกที่เขาจะเป็นผู้ชายที่พนักงานสาวๆ ตกหลุมรักมากมาย รวมถึงกลายเป็นกรรมการผู้อำนวยการหนุ่มที่ฮอตที่สุดในตอนนี้
หญิงสาวกลับมาที่คอนโดมิเนียมของตนเองด้วยความอิ่มสุข แม้วันนี้จะเป็นการเริ่มต้นที่ยังไม่ได้มีความคืบหน้าอะไรนัก แถมชายหนุ่มยังออกมีท่าทางรำคาญเธออย่างเห็นได้ชัด แต่พลอยชมพูก็มั่นใจว่าความสดใสร่าเริงและจริงใจของเธอจะกระแทกใจชายหนุ่มเข้าสักวัน ไม่วันไหนก็วันหนึ่ง
‘ต่อให้แม่กระแทกเธอก็จะแอบแทรกเข้าไป’
ย้อนกลับไปเมื่อสี่ปีก่อน เธอได้บังเอิญอ่านบทสัมภาษณ์ของชายหนุ่มผู้ที่ขึ้นแท่นกรรมการผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณเขตคนใหม่อย่างภคภัทร ในคราแรกหญิงสาวไม่ได้สนใจอะไรในตัวชายหนุ่มมากนัก จนเมื่อเธอได้อ่านบทสัมภาษณ์ที่ดูเหมือนจะเป็นบทสัมภาษณ์ที่ธรรมดาทั่วไป จนมาสะดุดกับคำถามหนึ่ง…
‘คุณภคภัทรมีสเป็กสาวๆ แบบไหนครับ แล้วผู้หญิงฐานะธรรมดาๆ มีสิทธิ์บ้างไหมครับ เผื่อว่าสาวๆ ที่อ่านบทสัมภาษณ์นี้จะอยากเสนอตัวเป็นตัวเลือกให้คุณภัทร’
“ไม่ต้องร้องแล้ว…พี่เข้าใจแล้วครับ ไว้ชมพูพร้อมเมื่อไหร่เราค่อยวางแผนเรื่องลูกใหม่ก็ได้ หรือถ้าชมพูไม่อยากมีลูกเราก็อยู่เป็นสองตายายแล้วก็พากันเที่ยวรอบโลกไปเลยเป็นไง” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงมีความสุข “ฮึก ถึงตอนนั้นจะมีแรงหรือเปล่าคะ” พลอยชมพูอดยิ้มตามกับคำพูดของชายหนุ่มไม่ได้ “อยากพิสูจน์แรงตอนนี้ก่อนไหมล่ะ” ไม่ว่าเปล่า ชายหนุ่มผลักร่างบางให้นอนแนบไปกับเตียงนอน ในขณะที่เขาก็ขึ้นทาบทับเธออย่างรวดเร็ว “พี่รักชมพูนะครับ ไม่ว่ายังไงพี่ก็จะอยู่ข้างๆ ชมพูแบบนี้ตลอดไป” “ชมพูก็รักพี่ภัทรค่ะ” พลอยชมพูดึงใบหน้าหล่อเหลาของสามีลงมาจูบด้วย
“ชมพูครับ…เรามีลูกด้วยกันได้ไหม” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแหบพร่า เขาตั้งใจว่าค่ำคืนนี้จะเป็นคืนที่เขากับเธอเป็นหนึ่งเดียวกันอย่างแท้จริง และชายหนุ่มอยากปลดปล่อยความรักที่เขามีต่อเธออย่างลึกซึ้งมากขึ้น “คือว่า…” พลอยชมพูเกิดความรู้สึกหูอื้อตาลาย ใช่ว่าเธอไม่รักเขา แต่ว่าเรื่องลูก… “พี่รักชมพู และพี่อยากให้เราสองคนมีครอบครัวที่อบอุ่นไปด้วยกัน” ภคภัทรถอดเสื้อหญิงสาวออกจนร่างกายของเธอเปลือยเปล่าต่อหน้าเขาอีกครั้ง ชายหนุ่มไม่สามารถอดทนรอได้อีกต่อไป เขาหยัดกายขึ้นเพื่อปลดเปลื้องเสื้อผ้าของตนเอง และปลดปล่อยความเป็นชายของเขาออกมา “ชมพูก็รักพี่ภัทรค
สุดท้ายภคภัทรก็ต้องอดทนจนถึงเวลาเข้าหอ…แม้ว่าใจอยากจะไล่แขกให้กลับบ้านไวๆ แต่ชายหนุ่มก็สามารถเก็บงำส่วนลึกของตนเองภายใต้ใบหน้าเย็นชาได้เป็นอย่างดี ถึงจะแอบแทะโลมหญิงสาวเล็กๆ น้อยๆ เพื่อหล่อเลี้ยงจิตใจระหว่างนั้นก็เถอะ แต่ตอนนี้มันถึงเวลาของเขาแล้ว ความอดทนที่สะสมมาตลอดหนึ่งเดือนทำให้คืนนี้ชายหนุ่มไม่มีทางปล่อยให้พลอยชมพูได้นอนหลับทั้งคืนแน่ๆ “เมียพี่สวยจัง” ชายหนุ่มเดินเข้าไปโอบกอดหญิงสาวจากข้างหลัง พร้อมกับหอมที่ซอกคออย่างโหยหา กลิ่นกายสาวช่างหอมหวนและกระตุ้นอารมณ์อยากใคร่ให้กับเขาได้เป็นอย่างดี “พี่ภัทรก็หล่อมากค่ะ” พลอยชมพูหมุนตัวกลับไปมองหน้าชายหนุ่ม พร้อมกับลูบไล้ใบหน้าเขาด้วยความหลงใหล เธอหลงและปลื้มเขามานาน และการได้แต่งงานแนบชิดกันมันก็ไม่ได้ทำให้หญิงสาวรู้สึกน้อ
“ผมยอมรับว่าคืนนั้นผมอาจทำให้คุณเข้าใจผิดไปบ้าง มันเป็นเพราะผมคิดน้อยไปหน่อย แต่ผมขอยืนยันว่าระหว่างเรามันไม่มีอะไรมากไปกว่าคำว่าเพื่อน” “แล้วกับนังเด็กนั่นมันมากกว่าหรือยังไง เมย์ไม่เข้าใจว่าเด็กนั่นดีกว่าเมย์ตรงไหน” เมริสาไม่สามารถทนได้อีกต่อไป เธอไม่เคยแพ้ใคร แต่ต้องมาแพ้เด็กอย่างพลอยชมพูเนี่ยนะ “ผมรักชมพู และก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่ต้องอธิบายความรักของผมให้คุณเข้าใจ ที่ผมอยากให้คุณเข้าใจคือผมไม่ได้คิดอะไรกับคุณมากกว่าคำว่าเพื่อน” ภคภัทรพยายามพูดอย่างใจเย็น ลึกๆ เขาก็รู้สึกว่าตัวเองไม่มีความจำเป็นอะไรต้องมานั่งอธิบายให้เมริสาเข้าใจทั้งนั้น แต่อีกใจก็สงสารหญิงสาวและไม่อยากให้เธอต้องเจ็บปวดเพราะเขาอีกต่อไป “แต่คุณก็รู้ว่าเมย์ไม่เคยคิดกับคุณแค่เพื่อน ทำไมคะ
“เราจะไปรู้อะไร เพราะพี่เห็นเราอยู่คนเดียว” ภคภัทรยิ้มเอ็นดูหญิงสาว ก่อนจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เธอฟัง ในวันแรกที่เจอกันเธอดูสดใสและร่าเริงไม่ต่างจากวันนี้ และเธอก็สามารถทำให้เขายิ้มได้โดยที่ไม่ต้องพูดอะไรกันสักคำ จากวันนั้นถึงวันนี้ภคภัทรเองก็ชักไม่แน่ใจแล้วว่าบางทีเขาอาจจะหลงรักเด็กน้อยตรงหน้าตั้งแต่ครั้งแรกที่เธอกัน วันที่เธอเกือบจะจูบเขาผ่านกระจกกั้นนั้นแล้วก็เป็นได้ “แหะๆ น่าอายจังเลยนะคะ เผลอทำอะไรตลกๆ ต่อหน้าพี่ภัทร” ทันทีที่ฟังชายหนุ่มเล่าเรื่องทั้งหมด แม้จะจำอะไรไม่ได้ แต่ก็ช่างน่าอายเหลือเกินสำหรับหญิงสาว “ตลกที่ไหน น่ารักจะตาย” “พี่ภัทรนี่กลายเป็นคนคลั่งรักไปแล้วหรือไง” หญิงสาวพูดด้วยความเขินอาย บทผู้ชายเย็นชาอย่างภคภ
ภคภัทรรีบตามพลอยชมพูมาจนถึงบริเวณสระว่ายน้ำด้านนอก เธอนั่งอยู่ที่ริมสระพร้อมกับห้อยขาเหม่อมองท้องฟ้าราวกับกำลังคิดอะไรอยู่ และแน่นอนว่าชายหนุ่มพอจะเดาได้ว่าหญิงสาวกำลังคิดเรื่องแต่งงาน แต่ที่เขาไม่สามารถเดาได้เลยคือ เธออยากแต่งงานกับเขาหรือไม่ หรือแท้จริงแล้วเธอไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้นเลย “ขอพี่นั่งด้วยคนสิ” ภคภัทรไม่รอให้หญิงสาวอนุญาต เขานั่งลงข้างกายเธอพร้อมกับหย่อนขาลงในสระน้ำเช่นเดียวกัน “ทานอะไรอิ่มแล้วเหรอคะ ถึงตามชมพูออกมา” พลอยชมพูถามในขณะที่สายตากำลังมองทอดไปที่ท้องฟ้าเช่นเคย “ใครจะมีอารมณ์กินข้าวล่ะ เพิ่งขอแต่งงานสาวไปแต่ดูเหมือนว่าจะแห้วซะแล้ว”
‘สเป็กเหรอครับ…ผมไม่เคยคิดเรื่องนี้และผมก็ไม่เคยอยากให้ใครมาเป็นตัวเลือกผมด้วย ความรักในมุมมองของผม มันไม่เกี่ยวกับรูปร่าง หน้าตา ฐานะเลยสักนิด มันควรจะเกิดจากความรู้สึกอยากมีกันและกัน อยากมอบสิ่งดีๆ ให้กัน ของทั้งฝ่ายไม่ใช่เหรอครับ ผมอยากเป็นผู้ชายที่ดีพอเพื่อใครสักคนที่แสนธรรมดาก็ได้
ครั้งก่อนที่เจอกันโดยบังเอิญก็โขมยจูบเขา แค่มีกระจกกั้น นี่ยังต้องมาเจอในที่ทำงานอีก เพราะบังเอิญยัยเด็กบ๊องชอบส่องเป็นหลานสาวปฐมา “เอ่อ แฮ่ม! นี่หนูพลอยชมพูค่ะ หลานสาวของปัทเอง” ปฐมากระแอมออกมาเมื่อเห็นว่าพลอยชมพูเอาแต่จ้องเจ้านายสุดหล่อของเธออย่างลืมตัว พร้อมกับสะกิดให้หญิ
“ยิ้มอะไรของป้าเย็น” ภคภัทรเอ่ยถาม “คุณภัทรรู้ไหมคะว่าเมื่อกี้เป็นลางบอกเหตุ” “ลางบอกเหตุอะไรครับ หน้าตาผมดูเชื่อเรื่องพวกนี้เหรอครับ” ชายหนุ่มเหยียดยิ้มออกมา แต่ไหนแต่ไรเขาไม่สนใจเรื่องงมงายอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้คิดลบหลู่อะไร “เขาบอกกันว่า ถ้าเราบังเอิญหยิบทิชชูแผ
เช้านี้ภคภัทรต้องขับรถไปทำงานเองเพราะอิทธิขอลาไปทำธุระที่บ้าน แม้ว่าเขาเองจะเป็นคนที่จริงจังกับงานชนิดที่เรียกได้ว่าบ้างานเข้าขั้นสุด ใครทำงานกับเขาจะรู้ดีว่าสิ่งที่เขาเกลียดที่สุดก็คือความไม่รอบคอบและการทำงานพลาด ซึ่งมันค่อนข้างจะกดดันพนักงานหลายๆ คนอยู่มาก แต่ถึงอย่างนั้นอิทธิก็ยังคงทำงานกับเขาจน







