Share

บทที่ 41

last update Tanggal publikasi: 2026-10-27 14:17:56

[ เริ่มเรื่องใหม่นะคะ "หัวใจรั้นรัก" ]

บทที่ 1

เมษิตา หญิงสาวรูปร่างได้สัดส่วนราวกับนางแบบวิ่งหน้าตาตื่นไปรอบบังกะโลหลังเล็กที่อยู่ติดชายหาด

“ลีอยู่ไหน ขอร้องอย่าทำอะไรบ้าๆ อีกนะ” หญิงสาววิ่งพลางตะโกนเรียกหาเพื่อนรักอย่างร้อนรน เมื่อตื่นขึ้นมาตอนเช้าตรู่แล้วพบว่าเพื่อนรักหายตัวไป ความพยายามที่จะฆ่าตัวตายหลายต่อหลายครั้งของนันทลีทำให้เมษิตากลัวว่าเพื่อนรักจะทำอะไรโง่ๆ อย่างที่ผ่านมาอีก

นันทลีเป็นคนที่จริงจังกับความรักมาก แต่โชคร้ายที่เธอถูกความรักทำร้ายจนเจ็บเจียนตายครั้งแล้วครั้งเล่า ล่าสุดเธอผิดหวังอย่างรุนแรงจากผู้ชายที่คิดว่าจะเป็นรักครั้งสุดท้าย เธอเสียใจมากจนไม่อยากมีชีวิตอยู่จึงตัดสินใจจบชีวิตตัวเองด้วยการกรีดข้อมือและกินยานอนหลับเกินขนาด แต่โชคดีที่เมษิตาช่วยนำตัวส่งโรงพยาบาลได้ทันเวลา

นันทลีรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลหนึ่งสัปดาห์ จากนั้นเมษิตาก็พาเธอมาพักที่รีสอร์ตริมทะเลแห่งนี้ โดยหวังจะใช้ความร่มรื่นของธรรมชาติเยียวยาหัวใจที่บอบช้ำของเพื่อนรัก แต่ตอนนี้เมษิตาแน่ใจแล้วว่า

ธรรมชาติไม่ช่วยอะไร!

เมษิตาวิ่งกระหืดกระหอบไปตามชายหาดที่ร้างผู้คน ผมยาวสลวยของเธอปลิวกระจายไปตามแรงลม ใบหน้ารีรูปไข่มีเหงื่อผุดซึมตามหน้าผากและไรผม แก้มเนียนใสแดงจัด แต่เธอก็ไม่ได้สนใจว่าสภาพของตัวเองตอนนี้จะดูไม่ดีขนาดไหน เธอยังคงวิ่งหน้าตั้งพลางตะโกนเรียกหาเพื่อนรักไปตลอดทาง  แต่แล้วภาพที่เห็นตรงหน้าก็ทำให้เมษิตาแทบหยุดหายใจ

‘เมื่อไหร่จะเลิกทำร้ายตัวเองสักทีนะลี!’

เมษิตาตะโกนด่าเพื่อนรักในใจ

‘เมว่ายน้ำไม่เป็น แล้วเมจะช่วยลีได้ยังไง โอ้ย! จะทำยังไงดี!’

เมษิตาครุ่นคิดอย่างกระวนกระวายใจ พลางกวาดสายตามองหาคนช่วยไปรอบชายหาด ทว่าไม่มีใครผ่านมาให้ขอความช่วยเหลือเลย

‘ทำไมคนแถวนี้ถึงได้ตื่นสายกันนักนะ’

หญิงสาวฮึดฮัดขัดใจ

‘เอาวะ! ตายเป็นตาย’ เมษิตาสูดลมหายใจเข้าลึกแล้ววิ่งลงทะเลไปอย่างไม่คิดชีวิต

“คุณ...คุณ...คุณ”

“...”

“เม...เม...เม”

“...”

“เม...อย่านิ่งอย่างนี้สิ”

“ยังหายใจอยู่ ใจเย็นๆ นะครับ”

“เม อย่าตายนะเม ฟื้นสิ เม”

“ผมจัดการเองครับ”

“คุณจะทำอะไรคะ”

“การปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับคนจมน้ำก็ต้อง...” ชายหนุ่มทิ้งจังหวะให้นันทลีคิด แล้วเธอก็พูดต่อได้ทันที

“เมาท์ทูเมาท์”

“ใช่ครับ” เขาตอบรับแล้วรีบทำการกู้ชีพให้กับเมษิตาที่นอนแน่นิ่งอยู่บนผืนทรายอย่างคล่องแคล่ว ครู่หนึ่งเธอก็ได้สติ

“เมฟื้นแล้ว” นันทลีดีใจ

“ลีไม่เป็นไรใช่มั้ย” เมษิตาถามเพื่อนรักด้วยความเป็นห่วงทันทีที่ลืมตา

“ลีไม่เป็นไร เมนั่นแหละ เป็นยังไงบ้าง ว่ายน้ำไม่เป็นแล้ววิ่งลงทะเลไปทำไม โชคดีที่คุณคนนี้มาช่วยไว้ทัน ไม่งั้นเมคงกลายเป็นผีเฝ้าทะเลไปแล้ว”

เมษิตามองหน้าชายหนุ่มที่นั่งเช็ดหน้าอยู่ข้างๆ แล้วทำหน้างงๆ ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร แต่ก็ไม่ได้ให้ความสนใจเท่าไรนัก เพราะมัวแต่เป็นห่วงเพื่อนรัก

หญิงสาวพยุงตัวลุกขึ้นยืนแล้วทำท่าเหมือนจะล้ม แต่ก่อนที่ร่างบอบบางจะล้มฟาดลงบนผืนทราย ชายหนุ่มที่นั่งอยู่ใกล้ๆ กันก็รีบใช้วงแขนแข็งแกร่งของเขาช้อนรับร่างนั้นไว้

“ท่าทางคุณจะเดินไม่ไหว ให้ผมช่วยดีกว่า” เขาบอกอย่างมีน้ำใจในขณะที่วงแขนแข็งแกร่งยังกอดกระชับร่างบางไม่ยอมปล่อย

“ปล่อยฉัน!” เมษิตาตวาดเสียงดังพร้อมส่งสายตาไม่เป็นมิตรให้ชายหนุ่มทันทีที่ตั้งสติได้ “คิดจะแต๊ะอั๋งฉันเหรอ”

“คุณคนนี้เขาเป็นคนช่วยชีวิตเมไว้นะ” นันทลีเตือน

“ช่วยอะไร” เมษิตางง

“ช่วยพาเมขึ้นมาจากกลางทะเลไง เมจมน้ำ แล้วคุณคนนี้ก็ลงไปช่วย”

“แล้วผมก็ช่วยเมาท์ทูเมาท์ให้คุณด้วย” ชายหนุ่มทำปากจู๋คล้าย ‘จูบ’ อย่างตั้งใจกวนโมโหคู่กรณี ผู้หญิงอะไร หน้าตาดีแต่ไม่มีมารยาท เขาอุตส่าห์เสี่ยงชีวิตลงไปช่วย แทนที่จะขอบคุณ แต่กลับมาพ่นไฟใส่ซะงั้น

“ใครใช้ให้คุณทำกับฉันแบบนี้” หญิงสาวตวาดเสียงดังลั่นหาด รู้ว่าเขามีบุญคุณที่ช่วยชีวิต แต่สีหน้าและท่าทีกวนประสาทของเขามันทำให้อดปรี๊ดไม่ได้จริงๆ ดังนั้น ‘คำขอบคุณ’ ที่คิดจะถูดจึงถูกกลืนกลับลงคอไปเสียเฉยๆ

“การปฐมยาบาลเบื้องต้นสำหรับคนจมน้ำถ้าไม่ให้เมาท์ทูเมาท์แล้วจะให้ทำยังไงครับคุณผู้หญิง ผมไม่ได้อยาก ‘จูบ’ คุณนักหรอกนะ”

“หยาบคาย” เมษิตาโกรธจัด

“ทำคุณบูชาโทษ โปรดสัตว์ได้บาปแท้ๆ” ชายหนุ่มบ่นกับลมกับฟ้า

“กลับที่พักกันเถอะลี ขืนอยู่แถวนี้นานๆ เมอาจจะกลายเป็นฆาตกรฆ่าคนโดยเจตนาได้” เมษิตาส่งสายตาพิฆาตไปยังชายหนุ่มแปลกหน้าแล้วลากแขนเพื่อนรักกลับบ้านพักด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด

ชายผู้นั้นนึกขำกับท่าทีของเมษิตาจนเผลอยิ้มกับตัวเองขณะที่มองสองสาวเดินจากไป แล้วเขาก็อดที่จะตะโกนไล่หลังหญิงสาวเจ้าอารมณ์ไม่ได้ “นี่คุณ ไม่คิดจะขอบคุณผมสักคำเลยเหรอ ผมช่วยชีวิตคุณไว้นะ”

เมษิตาชะงักเท้านับ ‘หนึ่ง สอง สาม...ถึง... สิบ’ ในใจเพื่อระงับความโกรธแล้วก้าวเดินต่อไปโดยไม่หันหลังกลับไปมองหน้าคนกวนประสาทอีกเลย

“นี่คุณ! คุณเป็นหนี้ชีวิตผม อย่าลืมนะ” ชายหนุ่มยิ่งนึกสนุกเมื่อเห็นอาการหึงแบบไร้เหตุผลของหญิงสาว

เมื่อสองสาวเดินลับตาไปแล้วชายแปลกหน้าผู้นั้นจึงมองหากล้องถ่ายภาพและอุปกรณ์ต่างๆ ที่โยนทิ้งไว้ก่อนที่จะกระโจนลงทะเลไปช่วยเมษิตา จังหวะที่ก้าวท้าวไปเก็บสัมภาระ เขารู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างพันอยู่ที่นิ้วเท้า เมื่อก้มดูก็พบว่ามันคือสร้อยคอพร้อมจี้เพชรเม็ดเล็ก เขาเก็บสร้อยเส้นนั้นขึ้นมามองอย่างพิจารณา

“ต้องเป็นของยัยมังกรพ่นไฟนั่นแน่ๆ ชายหนุ่มหันไปมองยังทิศที่สองสาวเดินจากไป ทว่าไม่เห็นแม้แต่เงาของทั้งคู่ “ผมจะเก็บไว้ให้ก่อน เจอกันคราวหน้าจะคืนให้”

เมษิตาออกมานั่งที่เก้าอี้ไม้ริมระเบียงบังกะโลหลังจากอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว นันทลีตามออกมานั่งข้างๆ แล้ววางแก้วโกโก้ร้อนลงตรงหน้าเธอ

“ดื่มโกโก้ร้อนหน่อยนะ เดี๋ยวเป็นหวัด”

“เมไม่เป็นอะไรง่ายๆ หรอก” หญิงสาวกล่าวพลางรับแก้วโกโก้จากเพื่อนมาถือไว้โดยใช้อุ้งมือทั้งสองโอบไว้รอบแก้วเพื่อซึมซับความอบอุ่น

“ถามจริง ว่ายน้ำก็ไม่เป็นแล้ววิ่งลงทะเลไปทำไม”

“ลงไปช่วยลีน่ะสิ” เมษิตาตอบรวดเร็ว

“ช่วยลีเหรอ” นันทลีทำหน้างง

“ก็ใช่น่ะสิ ลีรู้มั้ยว่าเมตกใจแค่ไหนที่เห็นลีกำลังเดินลงทะเลไปแบบนั้น” เมษิตาต่อว่าเพื่อนรัก

“เมคิดว่าลีจะฆ่าตัวตายใช่อีกใช่มั้ย” นันทลีถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“ลีทำมากี่ครั้งแล้วล่ะ ลีทำให้เมหลอนไปหมดแล้ว”

“เมเข้าใจผิดแล้ว ถ้าลีเดินลงทะเลไปจริงๆ ลีก็ต้องเปียกสิ แต่นี่ลีไม่เปียกเลยเห็นมั้ย” นันทลีพยายามไล่เรียงเหตุการณ์ให้เพื่อนจอมวู่วามฟังอย่างใจเย็น

“แต่เมเห็นว่าเป็นลีจริงๆ นะ” เมษิตาเริ่มลดระดับเสียงลงตามระดับความมั่นใจที่เริ่มลดลงเช่นกัน

“ที่เมเห็นมันคือลูกบอลต่างหาก มองไกลๆ อาจจะดูเหมือนหัวคนที่กำลังจมน้ำได้ ตอนที่ผู้ชายคนนั้นลงไปช่วยเม เขาบอกว่าเห็นลูกบอลลูกนึงลอยอยู่ข้างเม เขายังบอกลีเลยว่าสงสัยเมจะตาฝาดมองเห็นลูกบอลเป็นหัวคน”

“จะลูกบอลหรืออะไรก็ช่าง แต่มันก็เป็นเพราะลีนั่นแหละ” สาวอารมณ์ร้อนทำเป็นกลบเกลื่อนความเป๋อของตัวเอง

“แต่ถึงยังไงลีก็ต้องขอบใจเมมากนะ ที่ยอมเสี่ยงชีวิตลงไปช่วยลี ทั้งๆ ที่เมเองก็ว่ายน้ำไม่เป็น” นันทลีซึ้งใจในความรักและความจริงใจของเมษิตาที่มีให้เธอมาโดยตลอด

“ก็ใครใช้ให้ลีเป็นเพื่อนรักของเมล่ะ” เมษิตาพูดโดยไม่สบตาเพื่อนพลางยกแก้วโกโก้ในมือขึ้นดื่ม

“แต่ก็โชคดีมากเลยนะที่ผู้ชายคนนั้นมาช่วยเมไว้ได้ทัน ไม่งั้นแย่แน่”

“อย่าพูดถึงผู้ชายฉวยโอกาสคนนั้นให้เมได้ยินอีก วิธีอื่นมีตั้งเยอะทำไม่ใช้ ทำไมต้องใช้วิธีนั้นด้วย” เมษิตาพูดพลางใช้หลังมือเช็ดปากอย่างขยะแขยงร่องรอยความรู้สึกที่ถูกเมาท์ทูเมาท์ “ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ผู้ชายมันก็แย่เหมือนกันหมดนั่นแหละ” หญิงสาวกล่าวอย่างแค้นเคือง

“มีเหตุผลหน่อยสิเม มันคือการผายปอด เป็นการช่วยชีวิต เขาไม่ได้ฉวยโอกาส ไม่ได้ลวนลาม เชื่อสิ ตอนที่เขาผายปอดให้เม ลีก็นั่งอยู่ด้วยตลอด เขาตั้งใจช่วยเมจริงๆ นะ”

“ไม่รู้แหละ เมเกลียด ขยะแขยง ยี้ๆๆ ผู้ชายมันก็เฮงซวยเหมือนกันหมด”

“เมจะเอานิสัยแย่ๆ ของผู้ชายคนเดียวที่เมเคยเจอมาตัดสินผู้ชายทั้งโลกไม่ได้นะ ผู้ชายไม่ได้เป็นเหมือนพี่อรรถทุกคน”

“เพราะคิดแบบนี้ไง ถึงได้เจ็บแล้วเจ็บอีก ต้องเจ็บอีกกี่ครั้งลีถึงจะเข็ด”

“แล้วเมล่ะ ผิดหวังกับความรักแค่ครั้งเดียวก็ปิดตายหัวใจ จะไม่ยอมให้ใครเข้ามาอีกเลยเหรอ”

สองสาวจ้องตากันในความเงียบงัน ต่างฝ่ายต่างไม่มีคำตอบให้แก่กัน หรือแม้แต่ตอบตัวเองก็ยังตอบไม่ได้เลย

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 82 (ตอนจบ)

    บทที่ 42เมษิตาและนันทลียืนอยู่บนระเบียงบังกะโลหลังเล็กกะทัดรัดริมชายหาดที่หัวหิน บ้านหลังนี้เป็นบ้านพักหลังเดียวกับที่ทั้งสองเคยมาพักเมื่อคราวก่อน จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งก็ตรงคนที่มาพักใจให้หายเศร้าในครั้งนี้ไม่ใช่นันทลี หากแต่เป็นเมษิตา การกลับมาพักที่สถานที่เดิมและเป็นสถานที่ที่เมษิตาได้พบกับอธินครั้งแรกด้วยแล้วนั้น ราวกับจะเป็นการตอกย้ำความทรงจำเก่าๆ ของหญิงสาวให้แจ่มชัดขึ้นมาอีกครานานร่วมเดือน ที่เมษิตาและอธินไม่ได้พบหน้ากัน แม้ว่าหญิงสาวจะปากแข็งว่าไม่ได้รัก ไม่ได้คิดถึงเขา แต่อย่างไรก็ตามความรู้สึกเหล่านั้นมันก็เต้นเร่าๆ และเผยตัวเองออกมาทางแววตาจนเพื่อนสนิทอย่างนันทลีมองเห็นชัดเจน“บรรยากาศดีมากเลยนะเม” นันทลีเป็นผู้เอ่ยขึ้นก่อนเมื่อเห็นว่าเพื่อนสาวเอาแต่เหม่อมองทะเลแล้วนิ่งเงียบ“ใช่ ทะเลก็ยังสวยเหมือนเคย” เมษิตาตอบเบาๆ“ทะเลไม่เคยเปลี่ยน แต่ใจคนสิเปลี่ยนได้ทุกเวลา ครั้งก่อนที่เมพาลีมาที่นี่ ลีมาพร้อมกับเจ็บปวดและผิดหวังแต่วันนี้ลีไม่เหมือนเดิมแล้วนะ” นันทลีหันหน้าไปมองเพื่อนแล้วยิ้มอย่างสดใส เพราะบทเรียนความรักหลายครั้งที่ผ่านมาสอนให้เธอเข้มแข็งและเข้าใจมันมากขึ้น“เมดีใจนะที

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 81

    บทที่ 41เสียงกริ่งหน้าประตูคอนโดมิเนียมหรูกลางกรุงของนันทลีดังขึ้นในเวลาสามทุ่มเศษ เจ้าของห้องที่กำลังสาละวนอยู่กับการพอกครีมมาร์กหน้ารีบวางมือแล้ววิ่งไปส่องดูว่าใครที่มาหาเธอในยามที่ไม่คิดว่าจะมีใครมาหาอีกแล้วเช่นนี้ ภาพของเมษิตาที่ยื่นหน้าตึงอยู่หน้าประตูก็ทำให้เจ้าของห้องต้องทำใจดีสู้เสือแล้วกลั้นใจเปิดประตูให้เพื่อนเข้ามาข้างใน“เมมีอะไรหรือเปล่า ถึงได้มาหาลีซะดึกเลย” นันทลีถามพลางใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะพอจะเดาได้ว่าน่าจะเป็นเพราะเหตุการณ์วุ่นๆ ที่ร้านอาหารเมื่อตอนหัวคำแน่นนอน ที่ให้เพื่อนรักมายืนหน้าตึงอยู่ที่หน้าห้องของเธอขณะนี้“ลีทำแบบนั้นทำไม” เมษิตาเข้าประเด็นโดยไม่รีรอ แล้วเดินเลยเจ้าของห้องไปนั่งแหมะลงที่โซฟาตัวใหญ่นุ่มนิ่ม“ทำอะไร?” เจ้าของห้องแกล้งตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่องแล้วเดินตามไปนั่งข้างเพื่อน“ไม่ต้องมาทำเป็นไม่รู้เรื่องเลยนะ เรื่องวันนี้เป็นแผนของลีใช่มั้ย ลีหลอกให้เมไปเจอกับคุณอธิน ลีทำแบบนั้นทำไม”“ก็ลีอยากให้เมกับคุณอธินได้ปรับความเข้าใจกันนี่นา ในเมื่อคนสองคนรักกันแล้วทำไมถึงต้องหลบหน้ากันอย่างนี้ด้วยล่ะ” นันทลีพูดเสียงอ่อยเมษิตาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ในขณะที่

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 80

    บทที่ 40“ผมนึกว่าคุณจะลืมผมซะแล้ว” อธินตอบยิ้มๆ อย่างอารมณ์ดีเหมือนเคย แล้วก้าวเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงกันข้ามกับเธอ“คุณมาที่นี่ได้ยังไง” ถามออกไปแล้วเมษิตาก็นึกเอะใจ “หรือว่าคุณร่วมมือกับลีหลอกให้ฉันมาที่นี่”“เพื่อนคุณอยากให้เราได้คุยกัน ก็คุณเอาแต่หลบหน้าผม โทรไปก็ไม่รับสาย ส่งข้อความไปก็ไม่ตอบ” อธินพูดเบาๆ แล้วแกล้งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเพื่อเรียกร้องความเห็นใจ แต่ดูเหมือนมันจะไม่มีผลอะไรเลย“ฉันจะกลับ” เมษิตาลุกพรวดขึ้นทันทีและไวเท่าๆ กันมือหนาของอธินก็เอื้อมไปฉุดข้อมือบอบบางคนคนตรงหน้าเอาไว้“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้” คนถูกฉุดออกคำสั่งเสียงแข็ง“กว่าผมจะได้เจอคุณมันไม่ง่าย ผมไม่ปล่อยคุณไปง่ายๆ หรอก” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนแล้วประสานสายตาแน่วแน่ไปยังดวงตากลมโตของหญิงสาวเบื้องหน้าเมษิตายกมืออีกข้างที่เป็นอิสระอยู่ขึ้นมาแกะมือหนาที่กุมข้อมือของตนออก แต่ก็ถูกชายหนุ่มเอามืออีกข้างของเขามาล็อคข้อมืออีกข้างของเธอเอาไว้ได้อีก จากนั้นคนที่มีแรงมากกว่าจึงฉุดให้ร่างบางที่กำลังพยายามดิ้นรนออกจากการเกาะกุมของเขาให้นั่งลงที่เก้าอี้ดังเดิม“นั่งลงคุยกันดีๆ ก่อนไม่ได้เหรอ”“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ ปล่อย

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 79

    บทที่ 39ตั้งแต่เช้าจนกระทั่งคล้อยบ่าย ปราบดาได้ยินเสียงถอนหายใจของอธินเป็นร้อยเป็นพันครั้ง และคอยลอบชำเลืองดูหน้าเพื่อนร่วมห้องทำงานเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วง และทุกครั้งที่เงยหน้ามองเพื่อน ปราบดาก็เห็นอธินได้แต่ตีหน้าขรึมซ่อนอาการซึมเซาไว้ภายในอยู่ตลอดเวลา ปราบดารู้ดีว่าเพื่อนรักกำลังเครียดเรื่องอะไรอยู่ จึงเปรยขึ้นว่า“คิดเรื่องคุณเมอยู่ใช่มั้ย ถ้าคิดถึงก็โทร. ไปหาสิ หรือไม่ก็ไปหาถึงที่เลย”“โทร. แล้วแต่เธอไม่รับสาย เป็นแบบนี้กูก็ไม่กล้าไปหาหรอก” อธินตอบเบาๆ“เฮ้อ ความเอ๋ยความรัก ทำไมช่างเปลี่ยนแปลงคนได้ถึงขนาดนี้หนอ เมื่อก่อนกูไม่เห็นมึงจะกลัวอะไรเลย แล้วทำไมเดี๋ยวนี้กลายเป็นแบบนี้ไปได้วะเพื่อน”“เรื่องของกูช่างมันเถอะ ว่าแต่เรื่องของมึงกับคุณลีไปถึงไหนแล้ว เธอเห็นความดีในตัวมึงขึ้นมาบ้างหรือยัง” แม้ปัญหาของตัวเองก็หนักหน่วงอยู่แล้ว แต่อธินก็ยังอดที่จะเป็นห่วงเพื่อนไม่ได้“ของกูนะพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ โว้ย เย็นนี้กูก็มีนัดกินข้าวกับคุณลี” ปราบดาตอบหน้าบานแต่ไม่ยอมบอกความจริงกับเพื่อนว่า ที่นันทลียอมรับนัดเขานั้นเป็นเพราะเขาอ้างว่าจะขอปรึกษาเรื่องของอธินและเมษิตาตั้งแต่วันท

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 78

    บทที่ 38“ธารมีอะไรจะพูดกับผมอีกอย่างนั้นหรือครับ” อรรถพลหันกลับมาถาม“คุณลืมอะไรไปหรือเปล่าคะ ลองคิดดูให้ดีสิคะ ว่าเรายังติดค้างอะไรกันอยู่” หญิงสาวกล่าวอย่างท้าทาย“เรามีอะไรติดค้างกันอยู่อย่างนั้นเหรอครับ” คนถูกถามแกล้งทำไก๋ ตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง“เงินห้าล้านบาทที่คุณขอยืมธารไปลงทุนไงคะ จำได้หรือเปล่า” ธารวารินทร์เหยียดยิ้มแบบหยันๆ“อ่อ นี่...นี่ ธารกลัวว่าผมจะโกงเหรอ คนอย่างผมไม่เคยโกงใครอยู่แล้ว” อรรถพลพูดอึกๆ อักๆ เพราะถ้าจะให้เขาหาเงินห้าล้านบาทมาคืนให้ตอนนี้เขาก็ไม่มีปัญญามามาให้หรอก เพราะลำพังหนี้ในบ่อนเขาก็ต้องคอยหลบเจ้าหนี้จนหัวซุกหัวซุนอยู่จนทุกวันนี้“ก็ไหนๆ เราก็จะจบกันอยู่แล้ว ธารก็ไม่อยากให้มีอะไรติดค้างกัน เพราะธารเองก็ไม่อยากมาเจอกับคุณบ่อยๆ เดี๋ยวสาวๆ ของคุณจะมาฉีกอกธาร” ธารวารินทร์อดที่จะประชดออกมาไม่ได้เมื่อถูกขู่เรื่องเงินทำให้อรรถพลถึงกับทำหน้าเครียดและเปลี่ยนเป็นฉุนเฉียว ชายเจ้าสำอางร่างสูง ทว่าผอมบางก้าวเข้ามาประชิดตัวธารวารินทร์แล้วใช้สองมือใหญ่ของตนบีบต้นแขนสองข้างของธารวารินทร์นไว้แน่น และบีบแรงขึ้นๆ เมื่อเห็นว่าหญิงสาวทำหน้าเหยเก“คุณอย่าบีบบังคับให้ผมต้

  • ซุปตาร์...วิวาห์กำมะลอ   บทที่ 77

    บทที่ 37ภายในผับหรูกลางกรุง ท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานที่ดังกระหึ่มไปทั่วบริเวณ มองไปทางไหนก็มีแต่นักเที่ยวยามราตรีขยับแข้งขยับขาตามจังหวะนั้นอย่างรื่นรมย์ ผิดกับอธินที่นั่งจ่อมอยู่กับโต๊ะโดยมีแก้วบรรจุน้ำสีอำพันตั้งอยู่ตรงหน้า แต่ดูจากหยดน้ำที่เกาะพราวอยู่ข้างแก้วแล้วไหลย้อยลงไปกองรวมตัวกันอยู่บนพื้นโต๊ะล้อมรอบก้นแก้วก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าของแก้วยังไม่ได้แตะน้ำนั้นเลยแม้แต่น้อย“เป็นอะไรไปวะไอ้ธิน ชวนกูออกมาเที่ยวแล้วทำไมตัวเองกลับมานั่งซึมกะทือ” ปราบดาตะโกนถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกลบเสียงพูดอยู่ในขณะนี้“เซ็งว่ะ” อธินตอบพร้อมกับทำหน้าเซ็งเป็นหลักฐานยืนยันชัดเจนว่าเขาเซ็งจริงๆ“คงไม่พ้นเรื่องคุณเม” ปราบดาเอ่ยอย่างรู้ทันอธินพยักหน้ารับคำ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้อย่างเหนื่อยใจก่อนจะระบายความอัดอั้นตันใจออกมาว่า “ผู้หญิงอะไรไม่รู้ใจแข็งชะมัดเลย นี่ขนาดกูบอกรักไปแล้วนะ แต่เธอกลับตอบกูมาว่า รักกูไม่ได้ ‘รักไม่ได้’ กับ ‘ไม่ได้รัก’ มันไม่เหมือนกันนะ ยิ่งกูรู้ว่าเธอรักกูด้วยแบบนี้ มันยิ่งทำให้กูจะเป็นบ้า ทั้งๆ ที่เรารักกันแต่ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ด้วย กูไม่เข้าใจจริงๆ”“คุณเมเธอคงรักเพ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status